ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

ททท. ผุดแคมเปญ “LOVE Season” ชวนคนโสดเช็กอินทริปหน้าฝนสุดฟิน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ” เชิญชวนคนโสดออกมา “เช็กอิน” และเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในช่วง Green Season ฤดูกาลที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดของปี ทั้งผืนป่าเขียวชอุ่ม สายหมอก ฝนโปรย และบรรยากาศแสนโรแมนติกที่ช่วยเติมเต็มทุกความรู้สึก พร้อมเตรียมปล่อยโปรโมชันสุดพิเศษรับหน้าฝน และกิจกรรมสุดฮอตท้าฝน เปิดรับสมัครคนโสดทั่วประเทศ ร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อออกไปพบปะผู้คนใหม่ ๆ และสร้างความทรงจำดี ๆ ท่ามกลางเสน่ห์ของฤดูฝน เปลี่ยนภาพจำของช่วง Low Season ให้กลายเป็น “Love Season” ฤดูกาลแห่งการเดินทาง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ และโอกาสในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ ๆ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์และความรู้สึกมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Coolcation และ Solo Travel ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้คนเริ่มมองหาธรรมชาติ บรรยากาศใหม่ๆ ความสงบ และช่วงเวลาที่ได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของ ททท. ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘Value is the New Volume’ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและความหมายของการเดินทาง ผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยโครงการ ‘LOVE Season’นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ททท. มุ่งหวังช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวหน้าฝน พร้อมกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน”

ไฮไลต์สำคัญของโครงการคือทริป “ปักหมุดรัก คึกคักฤดูฝน” ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 วัน 2 คืน ที่จะชวนคนโสดออกไปเปิดโหมดมีใจกลางธรรมชาติหน้าฝน กับกิจกรรมสุดฟินทั้ง Adventure, Speed Dating, และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในบรรยากาศแสนอบอุ่น ท่ามกลางเสน่ห์ของ Green Season ณ จังหวัดสระบุรี–เขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 18–20 มิถุนายน 2569 พร้อมเปิดรับสมัครคนโสดจากทั่วประเทศ จำนวนจำกัดเพียง 24 คนเท่านั้น เพื่อร่วมออกเดินทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ และสร้างโมเมนต์ดี ๆ ที่อาจทำให้หน้าฝนปีนี้พิเศษกว่าที่เคย นอกจากนี้ ภายในโครงการยังรวบรวมโปรโมชันและสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อร่วมสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในช่วง Green Season นี้

ททท. คาดหวังว่าโครงการ “LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ” จะช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวหน้าฝนของไทย ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสุข และประสบการณ์ที่มีความหมาย พร้อมกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เปิดรับสมัครคนโสดร่วมทริป ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569 จำกัดเพียง 24 คน เท่านั้น ติดตารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Love Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้ ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้  ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” ขยายเวลา “แบรนด์คนละครึ่ง” ถึง 31 ก.ค.ศกนี้ ตอกย้ำบทบาท “ตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน”

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด(ประเทศไทย) จำกัด ขยายระยะเวลาแคมเปญ “แบรนด์คนละครึ่ง” โครงการภายใต้ลอยัลตี้แพลตฟอร์ม ‘ดื่มแบรนด์ สแกนเลขในขวด’ ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จากเดิม 19 มกราคม – 30 เมษายน 2569 หลังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านสิทธิ์เงินคืนทันที 50% สำหรับ 3 ขวดแรก พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด และสิทธิ์เงินคืนต่อเนื่องสูงสุด 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด ตลอดจนกิจกรรมชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมและลองดื่มแบรนด์ รับทันที 10 BRAND’S Points เพื่อส่งต่อทั้งสิทธิประโยชน์เงินคืนและคุณประโยชน์ของแบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับคนรอบตัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ซุปไก่สกัดในฐานะตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน

นางสาวจตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “โครงการ ‘แบรนด์คนละครึ่ง’ ได้เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นโครงการภายใต้ลอยัลตี้แพลตฟอร์ม ‘ดื่มแบรนด์ สแกนเลขในขวด’ ผ่านสิทธิ์เงินคืนทันที 50% สำหรับ 3 ขวดแรก และรับเงินคืนสูงสุด 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด รวมถึงสิทธิ์เงินคืนต่อเนื่องสูงสุด 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด โดยหลังการเปิดตัวแคมเปญ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศที่มองหาตัวช่วยเตรียมความพร้อมในชีวิตประจำวัน สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง มีผู้ร่วมสแกนจริงกว่า 250,000 คน และยอดสแกนสะสมกว่า 2.5 ล้านขวด จากกระแสตอบรับที่ดีนี้ แบรนด์จึงขยายระยะเวลาแคมเปญจากเดิม 19 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้เข้าร่วม และตอบแทนผู้บริโภคปัจจุบันที่ไว้วางใจให้แบรนด์ซุปไก่สกัดเป็นตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างทุกเช้าในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดพฤติกรรมการดื่มให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อรับคุณประโยชน์จากคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมได้ง่ายๆ เพียงลงทะเบียนผ่าน LINE Official Account @brandsworld และสแกนรหัสในขวด โดยมอบสิทธิ์เงินคืนสำหรับการดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด 3 ขวดแรก รับเงินคืนทันที 50% ผ่าน TrueMoney Wallet ระบบเติมเงินมือถือ และ BRAND’S Point ที่สามารถนำไปแลกเป็นบัตรของขวัญกว่า 60 รางวัล พร้อมสิทธิ์รับเงินคืนสูงสุดถึง 200 บาท เมื่อสแกนครบ 7 ขวด โดยเมื่อซื้อแบรนด์ซุปไก่สกัดขนาด 39 มล. ราคาขายปลีก 37 บาท, 42 มล. ราคาขายปลีก 39 บาท, 70 มล. ราคาขายปลีก 60 บาท และ 100 มล. ราคาขายปลีก 79 บาท ผู้บริโภคจะได้รับเงินคืนขวดละ 20 บาท สำหรับขนาด 39 และ 42 มล. รับเงินคืน 30 บาทสำหรับขนาด 70 มล. และรับเงินคืน 40 บาทสำหรับขนาด 100 มล. จำกัดสิทธิ์สำหรับ 3 ขวดแรก และ 1 สิทธิ์ต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมสิทธิพิเศษอย่างต่อเนื่อง ด้วยสิทธิ์เงินคืนสำหรับทุกขวดที่สแกนรวมสูงสุดถึง 360 บาทต่อเดือน เมื่อสแกนครบ 28 ขวด

พร้อมกันนี้ แบรนด์ต่อยอดความพิเศษให้กับแคมเปญ ผ่านกิจกรรมและรางวัลใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ดังนี้

แบรนด์ยังชวนผู้บริโภคส่งต่อสิ่งดี ๆ ทั้งสิทธิ์เงินคืนและคุณประโยชน์ของแบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับคนรอบตัว เมื่อชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมและลองดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด พร้อมสแกนขวดแรก รับทันที 10 BRAND’S Points มูลค่า 10 บาท

ร่วมฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แฟนฟุตบอลทั่วไทยตั้งตารอ ด้วยรางวัลพิเศษสำหรับแฟนฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ เพียงสะสมครบ 4 BRAND’S Points รับสิทธิ์ลุ้นเสื้อฟุตบอลทีมชาติพร้อมลายเซ็นนักฟุตบอลระดับโลก จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 745,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับแบรนด์ซุปไก่สกัดขนาด 100 มล. รับคะแนนสะสม X3 ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

เอาใจผู้บริโภคที่ต้องเดินทางสัญจรด้วยรถยนต์ มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 84 รางวัล รวมมูลค่า 84,000 บาท สำหรับซุปไก่สกัดรสซุปไก่และซุปผัก เพียงสแกนเลขในขวด โดยขนาด 42 มล. รับ 1 สิทธิ์และขนาด 70 มล.รับ 2 สิทธิ

แคมเปญส่งเสริมการขายในร้านค้าปลีกรูปแบบดั้งเดิม ที่ผู้บริโภคสามารถนำยอดเงินที่ได้รับจากการสแกนมาแปลงเป็นคูปองส่วนลดร้านค้าที่ร่วมรายการ เพื่อใช้กับร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า เพื่อช่วยผู้บริโภคเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในชุมชนไปพร้อมกัน

“แคมเปญนี้ไม่ใช่เพียงโปรโมชัน แต่เป็นความตั้งใจของแบรนด์ในการสนับสนุนศักยภาพของคนไทยในทุกวัน พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ซุปไก่สกัดในฐานะ ‘ตัวช่วยในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคได้ทุกวัน’ เพื่อให้คนไทยพร้อมลุยทุก การเริ่มต้นวันใหม่และใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกวัน”

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมภายใต้แคมเปญฯ สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @brandsworld

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร  สวัสดิวัตน์ รองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ เป็นประธานในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ อารยา อรุณานนท์ชัย รองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ  พร้อมด้วยคณะกรรมการทั้ง 2 มูลนิธิฯ ได้แก่ ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก, ดร.ประวิช รัตนเพียร, จิณณารัชต์  สัมพันธรักษ์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย  อัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรม ฯ รวมทั้งผู้แทนกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ ฯลฯ หน่วยราชการ – องค์การเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อถวายความอาลัย ด้วยความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระมหากรุณาธิคุณทรงรับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2526 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้งมูลนิธิ และประธานกรรมการดำเนินงานคนแรก เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงพระชนม์ชีพ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรร่วมกับคณะต่าง ๆ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา และได้ไปลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เป็นประจำทุกปี และมูลนิธิฯ ถวายความจงรักภักดี และถวายความกตัญญูกตเวทีแด่องค์พระบรมราชินูปถัมภ์แด่พระองค์ท่านโดย จัดกิจกรรมทางศาสนาถวายพระราชกุศลตั้งแต่ปี 2547 เป็นประจำทุกปี อาทิ 

จัดผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ ครั้งละประมาณ ๑๐๐ คน จากทุกจังหวัด บรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ด้วยความสนับสนุนของกระทรวงมหาดไทย จังหวัดนครปฐมและวัดพระปฐมเจดีย์ โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานในพิธี

จัดพิธีเจริญพระปริตรมหากุศลเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานในพิธี  ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมราชวัง ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา  ๘๐ พรรษา

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานโครงการ และประธานในพิธี นิมนต์พระสงฆ์ ครั้งละ ๙๙ รูป ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมราชวัง และพระอารามหลวง ประจำรัชกาลในสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เดือนละ ๑ แห่ง เป็นเวลา ๑๓ เดือน ด้วยความสนับสนุนของสำนักพระราชวัง กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ และพระอารามหลวงทุกแห่ง

จัดบรรพชาอุปสมบทหมู่ จำนวนมากถึง ๑๕๐ รูป จาก ๒๗ จังหวัด ณ วัดเทพประทานอธิพร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมาด้วยความสนับสนุนของ กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ กรมระชาสัมพันธ์ จังหวัดจันทบุรี  และวัดเทพประทานอธิพร โดยมีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานโครงการ และประธานในพิธี

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วว. ก้าวสู่ปีที่ 63 สานพลัง “Partner of Your Success” พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 63 ปี  ภายใต้แนวคิด “Partner of Your Success” ประกาศความพร้อมเดินหน้านำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านกลไก “TISTR Total Solution” ตอบโจทย์ภาคธุรกิจยุคใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในวันที่  25 พฤษภาคม 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ร่วมประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน และถวายราชสักการะ รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 10 เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคาร Admin

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าการ วว. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณประจำปี 2569 เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศชาติ ประกอบด้วย ผู้มีอุปการคุณภายนอก 2 ราย พนักงานทำคุณประโยชน์ 26 ราย พร้อมทั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานเพื่อองค์กรมาอย่างยาวนาน โดยแบ่งเป็น ผู้ปฏิบัติงานครบ 30 ปี จำนวน 18 ราย และครบ 20 ปี จำนวน 7 ราย ตามลำดับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการร่วมกันนำพาสถาบันฯ เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสังคมให้ยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว และ ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว.  

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ วว.  กล่าวถึงการดำเนินงานในปัจจุบันและภาพอนาคตสู่ความยั่งยืนว่า วว. มุ่งเน้นบูรณาการงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และสังคมผ่านกลไก “Total Solution” บ่มเพาะผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ ผ่านแผนงานเชิงรุกที่ตอบโจทย์กระแสโลก อาทิ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) การส่งเสริมนวัตกรรมปุ๋ยและเกษตรอัจฉริยะ (Net Zero Agriculture) รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทยเพื่อควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ เช่น นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาทุเรียน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย

สำหรับในส่วนของภาพอนาคตนั้น ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  กล่าวว่า  วว. ปักหมุดหมายเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล มุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงชั้นนำในภูมิภาค ที่ขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) พร้อมเคียงข้างเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จ และเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน

ผู้ประกอบการและผู้สนใจที่ต้องการรับบริการด้าน วทน. หรือร่วมมือทางธุรกิจและเทคโนโลยี สามารถเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อความสำเร็จไปกับ วว. ได้ที่ call center  โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” หรือติดตามข้อมูลข่าวสารนวัตกรรมที่ทันสมัยเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tistr.or.th

สวยหวานปนแซ่บ! ศรีริต้า ปล่อยลุคเซ็กซี่เบาๆ ทำแฟนคลับใจละลาย

สวยหวานปนแซ่บ! ศรีริต้า ปล่อยลุคเซ็กซี่เบาๆ ทำแฟนคลับใจละลาย

สวยหวานปนแซ่บ! ศรีริต้า ปล่อยลุคเซ็กซี่เบาๆ ทำแฟนคลับใจละลาย

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

ทำเอาโซเชียลร้อนฉ่ากันอีกครั้ง สำหรับ “ศรีริต้า เจนเซ่น” นางเอกสาวตัวแม่ ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟความสดใสผ่านภาพทริปพักผ่อนริมทะเล จนแฟนๆ และชาวเน็ตต่างพากันกดไลก์รัวๆ

       โดยลุคล่าสุดของสาวริต้า มาในชุดบิกินีลายทางสุดเก๋ แมตช์กับกางเกงเอวสูงสีขาวดีไซน์หวานละมุน เพิ่มความเซ็กซี่แบบพอดีๆ พร้อมโพสท่ารับลมทะเลอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความเป๊ะของรูปร่างและออร่าความสวยกลับสะกดทุกสายตาแบบอยู่หมัด

       หลังจากภาพเซ็ตดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

ขอบคุณภาพจาก : @sriritajensen

ทนายกุ้ง เปิดใจหลังชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ปู มัณฑนา ด้าน ลูกหมี รับเห็นสภาพน่าหดหู่ โดน 4 คดีจำคุก 8 ปี

ทนายกุ้ง เปิดใจหลังชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ปู มัณฑนา ด้าน ลูกหมี รับเห็นสภาพน่าหดหู่ โดน 4 คดีจำคุก 8 ปี

ทนายกุ้ง เปิดใจหลังชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ปู มัณฑนา ด้าน ลูกหมี รับเห็นสภาพน่าหดหู่ โดน 4 คดีจำคุก 8 ปี

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

“ปู มัณฑนา” เดินทางมายัง ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อรับฟังคำพิพากษา ในคดีที่ถูก “ทนายกุ้ง อำนวยพร” เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งวันนี้ด้านทนายกุ้งได้เดินทางมาศาลพร้อม “ลูกหมี รัศมี” และได้ตามเข้าไปห้องพิจารณาคดีในศาลช่วงเวลา 09.30 น. ต่อมาเวลา 10.30 น. ได้เดินออกมาหน้าศาล

โดย ทนายกุ้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ผลการตัดสินของศาลวันนี้สั่งจำคุก ปูมัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 80,000บาท พร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวน 100,000 บาท จ่ายค่าทนายความอีก 10,000 บาท รวมทั้งให้โฆษณาคำพิพากษาผ่านหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน โดยโทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายการงานตัวกับเจ้าหน้าที่ 3 ครั้ง พร้อมบำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมง

ซึ่งผลการตัดสินครั้งนี้รู้สึกพอใจ เพราะคนปากดี ขยันโพสต์ก็ต้องรับโทษ ตนถูกกล่าวหาว่าได้ดีเพราะเป็นเมียน้อย พร้อมมีใบหน้าและชื่อชัดเจนศาลเลยตัดสิน 1 กรรมในวันนี้ ตอนได้เจอหน้า ปู ในศาลก็ไม่ได้ทักทายหรือมองหน้ากัน หากวันนี้ปูไม่ชำระจ่ายค่าปรับศาลก็จะมีการฝากขังทันที

ฟาก ลูกหมีรัศมี เผยว่าวันนี้ตนตั้งใจมาให้กำลังใจทนายกุ้งเพราะเป็นทนายในคดีให้ตนด้วยและต้นเหตุการถูกหมิ่นประมาทมาจากการมาทำคดีให้ตนที่ลูกหนี้มาโพสต์ด่าว่าหลายครั้ง #ลูกหมี ยังเล่าว่าวันนี้ในห้องพิจารณาคดีได้มองหน้าคุณปู แต่อีกฝ่ายก็มีใบหน้าที่เคร่งเครียดพอออกมานอกห้องพิจารณาคดีก็สบตากัน 1 ครั้ง ยอมรับว่าเป็นภาพที่น่าหดหู่มาก ตนก็ไม่คิดว่าคุณปูจะมาถึงจุดนี้ เพราะตอนนี้โดนไป 4 คดีแล้ว มีทั้งติดคุกรอลงอาญา 4 ปี และไม่รอลงอาญา 4 ปี รวมเป็น 8 ปีแล้ว การที่ปูพาตัวเองมาถึงจุดนี้เหมือนเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาอีกฝ่ายยังโพสต์ว่าตนทั้งชื่อ-นามสกุล ตนก็จำเป็นต้องดำเนินคดีต่อไปเพราะทุกการกระทำต้องมีผลของการกระทำเสมอ   

หากปูไม่เปลี่ยนทัศนคติในวันนี้ อนาคตข้างหน้ายังไงก็แย่ ส่วนที่คุณปูบอกจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ จะหยุดโพสต์ 2 อาทิตย์ตนมองว่าการจะเปลี่ยนตัวเองไม่จำเป็นต้องมาบอกใครหรอก ส่วนตัวไม่ได้มีความเชื่อถือในตัวอีกฝ่ายอยู่แล้ว ถ้าเราจะพูดจะคิดทำอะไรดี ๆ ทำได้เลย ตนเสียดายที่เห็นภาพปูในวันนี้ ครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างชีวิตดีมาในสังคม เรียกว่าอดีตที่เคยดี มันน่าเสียดายกับความผิดพลาดกับเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่โต

ด้านทนายกุ้ง ในฐานะทนายความ ลูกหมี ยังสรุปคดีที่ฟ้องร้องกันไปมากับ ปู ว่า ณ วันนี้ ศาลได้ตัดสินไปแล้ว 4 คดี คือ 1.คดีฉ้อโกงของผู้เสียหายชื่อ อ้อม ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา 2.คดีฉ้อโกงของ ลูกหมี รัศมี ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา รับโทษต่อจากผู้เสียหาย อ้อม อีก 2 ปี 3.คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ของ ลูกหมี พิพากษาในศาลนี้แล้ว ปูได้รับโทษจำคุก 2 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 60,000 บาท รวมทั้งบำเพ็ญสาธารณะกุศลและรายงานตัวคล้ายกับคดีตนที่ตัดสินวันนี้เป็นคดีที่ 4 ที่อีกฝ่ายแพ้คดี

ปู มัณฑนา น้อมรับคำตัดสินศาลสั่งจำคุก2ปีรอลงอาญาปรับ8หมื่นบาท

ปู มัณฑนา น้อมรับคำตัดสินศาลสั่งจำคุก2ปีรอลงอาญาปรับ8หมื่นบาท

ปู มัณฑนา น้อมรับคำตัดสินศาลสั่งจำคุก2ปีรอลงอาญาปรับ8หมื่นบาท

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ “ทนายกุ้ง” อำนวยพร มณีวรรณ์ ฟ้องนักแสดงดัง “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งศาลมีคำพิพากษาจำคุก ปู มัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี ให้รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 80,000 บาท ชดใช้ค่าเสียหาย 100,000 บาท พร้อมให้ประกาศหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน และชำระค่าทนายความ 10,000 บาท

โดยนักแสดงสาว “ปู มัณฑนา” พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว “มานะ วันดี” และรุ่นพี่คนสนิท “มาดามโอ๊ต” เดินทางออกมาจากศาลพร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์หลังเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีความที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวเผยว่าน้อมรับและเคารพในคำตัดสินของศาล ซึ่งถือว่าท่านเมตตามาก เพราะจากข้อกล่าวหาทั้งหมด 14 กรรม ศาลมีคำสั่งลงโทษเพียง 1 กรรมเท่านั้น

สำหรับกรรมที่ถูกลงโทษนั้น เป็นกรณีของการแชร์โพสต์ที่ระบุตัวตนและใบหน้าของ “ทนายกุ้ง” อย่างชัดเจน ซึ่ง ปู มัณฑนา ยอมรับว่าเป็นบทเรียนและความรู้ใหม่ทางกฎหมายสำหรับตนเอง เนื่องจากไม่ได้มีความรู้เรื่องข้อกฎหมายเท่ากับฝั่งคู่กรณี และขณะนี้ได้ดำเนินการชำระค่าปรับตามกระบวนการของศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ดาราสาวยังได้เปิดใจถึงความอัดอั้นตันใจ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาฝั่งคู่กรณีพยายามโพสต์ยั่วยุและปั่นกระแสทุกวันเพื่อหวังให้ตนโต้ตอบและนำไปฟ้องร้องเพิ่ม ยืนยันว่าทุกโพสต์ที่ตนเคยตอบโต้ไปนั้นไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อนการต่อสู้คดีที่ผ่านมาทีมทนายทำงานอย่างเต็มที่ แม้ตนจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าทนายความและค่าประกันตัวในหลาย ๆ คดี ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นทนายความอยู่แล้วจึงไม่มีต้นทุนในส่วนนี้ จริง ๆ แล้วหากตนจะฟ้องกลับในทุกโพสต์ที่อีกฝ่ายพาดพิงก็สามารถทำได้ แต่เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยจึงเลือกที่จะไม่ฟ้อง

ด้าน “มาดามโอ๊ต” ได้กล่าวเสริมถึงกรณีดังกล่าวว่า ศาลท่านลงโทษเพียง 1 กรรมตามมาตรา 328 (หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา) ส่วนเรื่องการเตือนให้หยุดโพสต์ ตนเป็นคนเตือนปูเอง แต่อยากให้สังคมเข้าใจว่าปูมีภาวะอารมณ์ที่สวิงจากการที่ต้องเผชิญกับการถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมจากคนทั้งประเทศ

ส่วนประเด็นที่คู่กรณีอย่าง “ลูกหมี รัศมี” โพสต์ถึงเรื่องกำไล EM นั้น ปู มัณฑนา ตอบโต้อย่างดุเดือดว่า “เขาสนุกแต่ตนไม่สนุกด้วย” เพราะมีการเอ่ยชื่อและนามสกุลจริงอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมองว่าการนำเรื่องคำพิพากษาหรือกำไล EM มาพูดเล่นทุกวันเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเรื่องคดีความควรให้เป็นดุลยพินิจของศาล ไม่ควรนำมาล้อเลียน

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีเจ้าหนี้รายใหม่เดินทางมาฟ้องร้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีกู้ยืมเงินเมื่อ 5 ปีก่อน ปูเผยว่าตนยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้เจอ พร้อมตัดพ้อทิ้งท้ายว่า การที่คู่กรณีนำเรื่องของตนไปประจานและบิดเบือนข้อเท็จจริงตามสื่อต่าง ๆ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทำให้ความน่าเชื่อถือและธุรกิจพังพินาศจนไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ซึ่งหลังจากนี้หากจะมีคดีความเรื่องธุรกิจตามมาอีกก็พร้อมว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย และรู้สึกภูมิใจในทีมทนายความชุดนี้เป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องรายได้ที่นำมาใช้สู้คดีกว่า 20 คดีนั้น ขอเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

เบิร์ดเดย์ไฟลุก เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคแซ่บฉลอง 26 ปี จนไอจีแทบระเบิด

เบิร์ดเดย์ไฟลุก เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคแซ่บฉลอง 26 ปี จนไอจีแทบระเบิด

เบิร์ดเดย์ไฟลุก เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคแซ่บฉลอง 26 ปี จนไอจีแทบระเบิด

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

โลกโซเชียลบนอินสตาแกรมถึงกับไฟลุกอุณหภูมิความร้อนแรงทะลุปรอทกันเลยทีเดียว เพราะวันนี้ 27 พฤษภาคม 2569 สาวสวยอารมณ์ดี เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ฉลองวันเกิดครบ 26 ปี ด้วยการจัดเต็มความสวยแบบเกินต้าน ทำเอาแฟนคลับที่ติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวต้องรีบกดหัวใจให้รัว ๆ เพราะแต่ละลุคที่เจ้าตัวนำมาเสิร์ฟนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา ถึงขนาดทำเอาหนุ่ม ๆ ต้องสะดุดสายตากันเป็นแถบ ๆ 

ซึ่งภายในภาพเซตฉลองวันเกิดปีนี้ของสาวเบสท์จัดมาให้ชมถึง 2 ลุค สองสไตล์ โดยลุคแรกเรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องใจสั่นกับความสวยสะพรั่งที่ดูโตเป็นสาวเต็มตัว ออร่าพุ่งสุด ๆ ส่วนอีกลุคมาในชุดนักมวยสุดเท่ที่สะท้อนความเป็นลูกสาวคุณพ่อสมรักษ์ คำสิงห์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสวย ทั้งเท่ ครบจบในคนเดียวจริง ๆ 

เบสท์ รักษ์วนีย์

และหลังจากที่โพสต์ชุดภาพฉลองวันเกิด 26 ปี ของ สาว เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวคนสวยของ สมรักษ์ คำสิงห์ เผยแพร่ออกไปลนโลกออนไลน์ ก็มีบรรดาเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับแห่เข้ามาคอมเมนต์อวยพรวันเกิดและชื่นชมความแซ่บกันถล่มทลาย เช่น

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”

“แช่บมาก”

“แม่คะๆ”

“ไฟลุก”

“สวยมากค่ะ”

เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์
เบสท์ รักษ์วนีย์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม bestkamsing

งดงามจับใจ! เดียร์น่า ฟลีโป สวมชุดไทยเฉิดฉายกลางกรุงปารีส

งดงามจับใจ! เดียร์น่า ฟลีโป สวมชุดไทยเฉิดฉายกลางกรุงปารีส

งดงามจับใจ! เดียร์น่า ฟลีโป สวมชุดไทยเฉิดฉายกลางกรุงปารีส

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

เรียกเสียงชื่นชมจากแฟนๆ ได้อย่างล้นหลาม สำหรับ “เดียร์น่า ฟลีโป” นางเอกสาวมากความสามารถ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชื่นชอบในการสวมใส่ผ้าไทย และมักหยิบเสน่ห์ของชุดไทยมาประยุกต์เข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ช่วยผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก

       ล่าสุด เดียร์น่าได้โพสต์ภาพสุดงดงามผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว ขณะปรากฏตัวในชุดไทยพระราชนิยมสุดสง่า ระหว่างเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการระดับนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส

โดยนางเอกสาวได้รับเชิญเข้าร่วมงาน “La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity” ซึ่งจัดขึ้นที่ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเผยแพร่ความงดงามของชุดไทยสู่เวทีโลก

       ทั้งนี้ ชุดไทยที่เดียร์น่าสวมใส่นั้น ยังเป็นหนึ่งใน 8 ชุดไทยพระราชนิยม ที่กำลังอยู่ในกระบวนการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมกับ UNESCO ในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

       งานนี้ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความสง่างามของเดียร์น่ากันอย่างต่อเนื่อง

Mrs. Tourism Thailand แท็กทีม ตัวแม่ บุก แนวหน้า เปิดฉากเฟ้นหาสาวงาม ดัน Soft Power ไทยสู่สากล

Mrs. Tourism Thailand แท็กทีม ตัวแม่ บุก แนวหน้า เปิดฉากเฟ้นหาสาวงาม ดัน Soft Power ไทยสู่สากล

Mrs. Tourism Thailand แท็กทีม ตัวแม่ บุก แนวหน้า เปิดฉากเฟ้นหาสาวงาม ดัน Soft Power ไทยสู่สากล

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

เป็นอีกหนึ่งกระแสที่น่าจับตามองในแวดวงนางงามและวงการท่องเที่ยวไทย เมื่อกองประกวด Mrs. Tourism Thailand 2026 เวทีแห่งเกียรติยศสำหรับสุภาพสตรีที่สมรสแล้ว เดินหน้าลุยขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซปต์สุดปัง “Empower Culture Connection” มุ่งเฟ้นหา “ราชินีเสน่ห์ไทย” ตัวแม่ยุคใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยความงาม ความสามารถ และพลังแห่งแรงบันดาลใจ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Soft Power อัตลักษณ์ไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก

ล่าสุด ทางกองประกวดฯ นำโดย ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด (National Director) ดีกรี Mrs. Tourism Thailand 2022 และ Mrs. Tourism Universe 2022 ได้จับมือทีมตัวแทนสาวงามระดับมงกุฎโลก เดินทางเข้าพบกองบรรณาธิการและทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า เพื่อแนะนำวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมองการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยประจำปีนี้

การมาเยือน “แนวหน้า” ในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมตัวของตัวแทนสาวงามผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นำทีมโดย ไปรยา ธนะศรีสืบวงศ์Mrs. Tourism Thailand 2025 ,รัชวรรณ ร่วมสุข – Mrs. Tourism Thailand 2024 และ Mrs. Tourism World 2024 ,รัมณีย์ อภิชัยโชติรัตน์ – Mrs. Tourism Thailand 2023 และ Mrs. Tourism Universe 2023

งานนี้ ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ เปิดเผยว่า “การประกวดในรอบปี 2026 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การประกวดความงามของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น แต่เราต้องการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้แสดงศักยภาพ เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด Empower Culture Connection “

กำหนดการประกวด Mrs. Tourism Thailand 2026

 26 พ.ค. (พฤษภาคม): Press Visit (กิจกรรมพบปะสื่อมวลชน)

 9 มิ.ย. (มิถุนายน): 2nd Team Meeting (การประชุมทีมงานครั้งที่ 2)

 12 มิ.ย. (มิถุนายน): ปิดรับสมัคร อย่างเป็นทางการ

 16 มิ.ย. (มิถุนายน): คัดรอบแรก เหลือ 24 คนสุดท้าย

 27 มิ.ย. (มิถุนายน): เปิดตัวในงาน พัทยาอินเตอร์เนชั่นแนล ไพรด์ (Pattaya International Pride)

 28 มิ.ย. (มิถุนายน): ถ่ายรูป Portrait (เวลา 14:00 – 18:00 น.)

 29 มิ.ย. (มิถุนายน): กิจกรรม Training ฝึกซ้อมการตอบคำถามและการเดิน (เวลา 10:00 – 16:00 น.)

 2 ก.ค. (กรกฎาคม): 3rd Team Meeting (การประชุมทีมงานครั้งที่ 3)

 11 ก.ค. (กรกฎาคม): Final Contest (การประกวดรอบตัดสิน)

สำหรับสุภาพสตรีที่มีความมั่นใจ เพียบพร้อมด้วยความสามารถ และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ท่องเที่ยวไทยสู่สายตาชาวโลก โอกาสครั้งสำคัญบนเวที Mrs. Tourism Thailand 2026 เปิดต้อนรับคุณแล้ว!