ใจละลายทั้งโซเชียล! เลดี้ปราง เสิร์ฟลุคฮอตเช็กอินกระบี่

ใจละลายทั้งโซเชียล! เลดี้ปราง เสิร์ฟลุคฮอตเช็กอินกระบี่

ใจละลายทั้งโซเชียล! เลดี้ปราง เสิร์ฟลุคฮอตเช็กอินกระบี่

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

26 พฤษภาคม 2569 ทำเอาโซเชียลร้อนฉ่าอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาวสุดฮอต “เลดี้ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล” ที่ล่าสุดขอเปิดโหมดแซ่บระหว่างทริปพักผ่อนสุดชิลที่จังหวัดกระบี่

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพบรรยากาศล่องเรือกลางทะเล พร้อมเผยลุคสุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่สีดำตัวจิ๋ว อวดหุ่นสวยและผิวขาวออร่า ท่ามกลางวิวทะเลสวยสะกดตา งานนี้ทำเอาแฟน ๆ และชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม

ขอบคุณภาพจาก : @ladiiprang

ร้อนกว่าแดดก็สองสาวนี่แหละ แอนชิลี-แอนโทเนีย สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บ ปลุกไอจีลุกเป็นไฟ

ร้อนกว่าแดดก็สองสาวนี่แหละ แอนชิลี-แอนโทเนีย สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บ ปลุกไอจีลุกเป็นไฟ

ร้อนกว่าแดดก็สองสาวนี่แหละ แอนชิลี-แอนโทเนีย สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บ ปลุกไอจีลุกเป็นไฟ

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันนี้ 26 พฤษภาคม 2569 ทำเอาโลกโซเชียลร้อนระอุไปเลย เมื่อสองนางงามตัวแม่ของไทยอย่าง แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 และ แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 แท็กทีมกันมาแจกความสวยและสดใสในลุคสุดปัง จนทำเอาท้องทะเลแถวนั้นอุณหภูมิถึงกับสูงปรี๊ด

ซึ่งแต่ละภาพล้วนเผยให้เห็นถึงความสนิทสนมและเคมีที่เข้ากันสุด ๆ ระหว่างสองสาวที่ต่างก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การแต่งตัวหรือท่าทางการโพสที่ดูเป็นธรรมชาติและมั่นใจ ทำเอาเหล่าแฟนคลับที่ติดตามต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยที่คูณสองนี้อย่างไม่ขาดสาย

แอนชิลี แอนโทเนีย

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตและคนดังต่างก็เข้ามาคอมเมนต์กันถล่มทลายเช่น 

“สวยคูณสองเลยแม่!”

“ชอบเคมีของสองแอนมากกก ดูสนิทกันสุดๆ”

“สองคนนี้มารวมตัวกัน ความปังคือที่สุด”

“รอชมผลงานร่วมกันนะค้าา น่ารักทั้งคู่เลย”

“เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหลายคนเลย รักนะทั้งคู่”

แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย
แอนชิลี แอนโทเนีย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม annscottkemmis, อินสตาแกรม porxild

เปิดโมเมนต์ ณเดชน์ มัดใจพ่อตา ซิกู๊ด ร้องเพลง-สวมกอดชื่นมื่นในวันวิวาห์

เปิดโมเมนต์ ณเดชน์ มัดใจพ่อตา ซิกู๊ด ร้องเพลง-สวมกอดชื่นมื่นในวันวิวาห์

เปิดโมเมนต์ ณเดชน์ มัดใจพ่อตา ซิกู๊ด ร้องเพลง-สวมกอดชื่นมื่นในวันวิวาห์

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

เป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนคลับพากันยิ้มแก้มปริและเอ็นดูในความน่ารัก กับเรื่องราวสุดประทับใจในงานวิวาห์ของคู่รักซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกเขยและพ่อตา จนถึงขั้นแซวกันว่า “เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”

ในงานแต่งงานมีโมเมนต์น่ารักๆ ระหว่าง หนุ่มณเดชน์ กับคุณพ่อ “ซิกู๊ด เสปอร์บันด์” คุณพ่อของสาวญาญ่า ซึ่งเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) ในประเทศนอร์เวย์ โดยทั้งคู่หยอกล้อและร้องเพลงร่วมกันอย่างสนุกสนาน แถมหนุ่มณเดชน์ยังมีความน่ารักและขี้อ้อน ด้วยการเอาหัวไปซุกคุณพ่อตา แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมและอบอุ่นเป็นอย่างมากนอกจากภาพความสนิทสนมแล้ว คุณพ่อซิกู๊ดยังได้กล่าวสปีชสุดซึ้งและให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่กับทั้งสองคนในวันวิวาห์ไว้ว่า

‘วันนี้ผมไม่ได้สูญเสียลูกสาว แต่ได้มอบเธอให้กับผู้ชายคนหนึ่ง และก็ได้ลูกเขยเข้ามา ตอนนี้ผมมีทั้งลูกสาวและลูกชาย อยากบอกกับทั้งคู่ว่า บนเส้นทางชีวิตมันมีสิ่งสำคัญ อย่าลืมที่จะเป็นเพื่อนกัน ดูแลซึ่งกันและกัน อย่าลืมซัพพอร์ตกัน ให้เกียรติตัน และผมอยากขออย่างเดียว คือขอให้ทั้งคู่รักกันและกัน”

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความรัก และความต้อนรับอย่างจริงใจจากครอบครัวของทั้งสองฝ่าย สมกับแฮชแท็กสุดน่ารักของแฟนๆ อย่าง #nyเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น จริงๆ

THAI ROCK FEST 2026 ครั้งแรกสุดยิ่งใหญ่ รวมวงดัง-ขนเพลงฮิตยุคทอง จัดเต็ม

THAI ROCK FEST 2026 ครั้งแรกสุดยิ่งใหญ่ รวมวงดัง-ขนเพลงฮิตยุคทอง จัดเต็ม

THAI ROCK FEST 2026 ครั้งแรกสุดยิ่งใหญ่ รวมวงดัง-ขนเพลงฮิตยุคทอง จัดเต็ม

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.53 น.

เล่นใหญ่สมการรอคอยกับเฟสติวัลของชาวไทยร็อกที่ฟินกันเต็มอิ่มไปกับ “THAI ROCK FEST” เทศกาลดนตรีไทยร็อกไม่แบ่งค่าย ณ ESC PARK รังสิต เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่าน กับการรวมตัวตึงศิลปินไทยร็อกแห่งยุค 90–2000 มาไว้ในงานเดียวไม่ว่าจะเป็น แด๊กซ์ ร็อคไรเดอร์, แน็ป เดอะ แน็ป, ฟลุ๊ค ไอน้ำ, ด็อกเตอร์ ฟู, เล้าโลม, นอส, ซันชายน์, โซคูล, อี๊ด ฟลาย, แมว จิรศักดิ์, ฟาเรนไฮต์, แซ็ค ไอ-แซ็ค, แอล. กฮ., ใหญ่ โลโซ, โอ่ง เอบีนอร์มัล, เอก แท็กซี่ และ ไททศมิตร พร้อมด้วยเวทีดีไซน์กว้างขวางที่รองรับคนดูนับพันระดับคอนเสิร์ตเฟสติวัลเต็มรูปแบบ โดยผู้จัด New Folder Live ที่รังสรรค์โปรดักชั่นสุดอลังการซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเวทีและระบบเสียง-แสง อย่าง ICE Led, ICE Pro Sound และ FIN Light

แม้อากาศจะร้อนระอุ แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังของแฟนเพลงที่หลั่งไหลมาจับจองพื้นที่ความมันส์กันตั้งแต่บ่ายโมงไปกับศิลปินวงแรก “ซันชายน์” ที่เสิร์ฟเพลงเศร้าโดนใจ อาทิ “ลมหายใจแผ่วแผ่ว, หยุดเถอะขอร้อง” ก่อนจะร่วมร้องเพลง “คนธรรมดา” อย่างใกล้ชิดกับแฟนๆ ด้านล่างเวทีส่งต่อเวทีให้กับ “ฟาเรนไฮต์” ที่นำโดย “ทราย” สาวเสียงเท่อมตะ มาพร้อมกับเพลงที่คิดถึงอย่าง “ผิดไหม, น้ำตาคือคำตอบ, ไม่มีสิ่งไหน” ขณะที่ “แซ็ค ไอ-แซ็ค” ก็หยิบเพลงฮิตติดหู “ปวดใจ, คนรักกัน” และ “ดอกไม้กับหัวใจ” มาสะกิดต่อมความทรงจำตามมาด้วยวง “นอส” ที่ขึ้นมาปล่อยพลังร็อกปนความเจ็บจี๊ดผ่านเพลง “ไม่มีหัวใจไร้สมอง, หน้าร้ายร้าย” และ “กอด” ต่อด้วย “ด็อกเตอร์ ฟู” กับเพลงโดนใจวัยโจ๋อย่าง “คู่ชีวิต, เธอไม่เคยเป็นแฟนเก่า” และ “ใจเหลือเหลือ”

ก่อนเปลี่ยนอารมณ์สู่ความมันส์ไปกับ “โซคูล” ที่งัดเพลงฮิต “ไผ่ลู่ลม” และ “เลี้ยงส่ง” มาให้แฟนๆ โยกและตะโกนร้องกันลั่นงาน พร้อมพาย้อนรำลึกความหลังต่อกับ “เล้าโลม” ที่หยิบเพลงดังอย่าง “โจทย์รัก” และ “หยุดได้ไหม” มาปลุกบรรยากาศความคิดถึงอีกครั้งถึงคิวของพี่ใหญ่ “ร็อก บราเธอร์” ที่รวมตัวท็อปศิลปินร็อกระดับตำนานทั้ง “อี๊ด ฟลาย, ใหญ่ โลโซ, โอ่ง เอบีนอร์มัล, เอก แท็กซี่” ขึ้นเวทีปล่อยพลังร็อกแบบจัดเต็มกับผลงานสุดโด่งดังอย่าง “ใบไม้, บัวช้ำน้ำขุ่น, ชาวนากับงูเห่า” พร้อมด้วย “แมว จิรศักดิ์” ที่จัดโซโล่เต็มระบบกับ “เพลงลูกกรุง, เลิกรา, คนของเธอ” ด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ยังคงตราตรึงแฟนเพลงได้ไม่เปลี่ยน

และปรับมู้ดสู่เพลงจังหวะสนุกชวนเต้นไปกับ “ฟลุ๊ค ไอน้ำ” ที่ชวนแฟนๆ โยกกันทั้งงานกับ “รักคนมีเจ้าของ, แฟนเราเอาแต่ใจ” และเมดเลย์เพลงเก่าที่กระตุกต่อมแดนซ์ ปิดท้ายด้วย “ที่หนึ่งไม่ไหว” เพลงโดนใจตัวสำรองเพิ่มดีกรีความมันส์อีกขั้นกับวง “แอล.ก.ฮ.” ที่พาความมันส์สไตล์ร็อกใต้มาปลุกแฟนเพลงให้เต้นกันหยุดไม่อยู่ไปกับเพลงฮิตอย่าง “7 นาที” และ “กอดจูบลูบคลำ”เข้าสู่ความเดือดสไตล์ร็อกเข้มข้นของ “แด๊กซ์ ร็อคไรเดอร์” กับเพลงฮิตยุคทอง “คนไม่เอาถ่าน”, “เล่นของสูง”  และ “ก่อนตาย” ที่สะท้อนอารมณ์ของคนยุคนั้นได้อย่างชัดเจนและเรียกเสียงเฮถูกอกถูกใจแฟนเพลงด้วยการเปิดตัว “ศิริประภา” ฉายาเฉพาะตัวสุดไวรัลของ แน็ป เดอะ แน็ป  ที่มาระเบิดความเดือดเต็มสูบผ่านเพลงเด็ด “เพราะว่ารัก, เหนื่อยไหมหัวใจ, ไม่มีเธอ“ปิดท้ายค่ำคืนด้วยไอคอนร็อกเพื่อชีวิต “ไททศมิตร” ที่พาแฟนเพลงปลดปล่อยความมันส์ไปกับ “นักเลงเก่า, โคโยตี้, แดงกับเขียว“ เดือดพล่านส่งท้ายค่ำคืนอย่างสมศักดิ์ศรีบรรยากาศตลอดงานเต็มไปด้วยพลังของชาวร็อก กับโปรดักชันแสง สี เสียง และพลุสุดอลังการ เติมเต็มความสุขผ่านบทเพลงฮิตที่ปลุกทั้งความทรงจำและความประทับใจ จนแฟนเพลงต่างยกให้เป็นอีกหนึ่งเฟสติวัลไทยร็อกที่ตอบโจทย์คอร็อกอย่างแท้จริงขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนจาก สิงห์คอร์เปอเรชั่น, I Have Ticket และพลังของแฟนเพลงทุกคน ที่ร่วมสร้างหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรกของ THAI ROCK FEST ไปด้วยกัน พร้อมส่งสัญญาณความมันส์ต่อเนื่องว่า ปีหน้าชาวร็อกเตรียมกลับมาเจอกันอีกแน่นอน

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงร็อกไม่ขลาด

#ThaiRockFest #NewFolderLive #IceLed #FinLight #IHaveTicket

#ให้ทุกการจองบัตรเป็นเรื่องง่าย #SinghaCorporation #สิงห์คอร์เปอเรชั่น

Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group คว้านาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568

Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group คว้านาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568

Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group คว้านาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.32 น.

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดร.วิชนี ศรีสวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ผู้บริหารบางจากฯ และเวิร์คพอยท์ ร่วมยินดีในความสำเร็จของรายการ “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group” ที่ได้รับรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2569 สาขาเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขารายการสำหรับเยาวชนยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลนาฏราช จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สะท้อนถึงความสำเร็จของรายการประเภท Edutainment ที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา (STEM) ในกลุ่มเยาวชนไทย

โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างบางจากฯ และเวิร์คพอยท์ฯ ที่ร่วมสร้างสรรค์รายการที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมแข่งขันจากโรงเรียนต่าง ๆ ตลอดจนผู้รับชมรายการที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยได้สนุกกับการเรียนรู้ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

 “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group” ซีซั่น 3 จะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 นี้ และสามารถรับชมรายการในทุกวันพุธ เวลา 20:05 น. ทางช่อง Workpoint 23

สวยแพงระยับ แอน ทองประสม คอแทบเคล็ดแบกเพชร 200 ล้าน สาดออร่านางพญา

สวยแพงระยับ แอน ทองประสม คอแทบเคล็ดแบกเพชร 200 ล้าน สาดออร่านางพญา

สวยแพงระยับ แอน ทองประสม คอแทบเคล็ดแบกเพชร 200 ล้าน สาดออร่านางพญา

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.28 น.

สปอตไลต์ถูกจับจ้องขึ้นอีกครั้ง เมื่อบิวตี้เจมส์ โดย“หนึ่ง – สุริยน ศรีอรทัยกุล” ร่วมกับ ทีคิวเอ็ม และอัลติจูด จัดงาน THE GRAND OPENING OF THE ONE RESIDENCE CHAROENKRUNG BY BEAUTY GEMS X TQM X ALTITUDE : “THE EXTRAVAGANZA OF GEMS” เปิดตัวลักชัวรีเรสซิเดนซ์ระดับ 6 ดาว ณ ONE RESIDENCE CHAROENKRUNG ใจกลาง Prime CBD เจริญกรุง พร้อมเนรมิตค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์แห่งปี ที่ผสาน High Jewelry และ Luxury Private Living ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นอกจากความสวยงามของ ONE RESIDENCE แล้ว นั่นคือ การปรากฏตัวของนางเอกตลอดกาล “แอน ทองประสม” ในลุคเรียบหรูสง่างาม พร้อมสวม “สร้อยคอบุษราคัมประดับเพชร” มูลค่ากว่า 200  ล้านบาท ถ่ายทอดลุคไอคอนิกสุดลักชัวรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้านพระเอกหนุ่มมาแรง “แจม – รชตะ หัมพานนท์” ก็โดดเด่นสะกดทุกสายตาด้วยลุค Luxury Gentleman เรียบโก้เหนือระดับ พร้อมสวม “สร้อยคอไพลินประดับเพชร” มูลค่ากว่า 65 ล้านบาท ที่ขับลุคให้ดูสง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งขึ้น

รู้ยัง? ประตูพระบรมมหาราชวัง มี เรื่องเล่าพิเศษ อยู่ 2 ประตู

รู้ยัง? ประตูพระบรมมหาราชวัง มี เรื่องเล่าพิเศษ อยู่ 2 ประตู

รู้ยัง? ประตูพระบรมมหาราชวัง มี เรื่องเล่าพิเศษ อยู่ 2 ประตู

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ และโปรดฯ ให้สร้างราชธานีใหม่ “กรุงเทพมหานคร” ที่ฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  คนละฟากฝั่งกับกรุงธนบุรีเดิม

โปรดฯ ให้ยกศาลหลักเมืองขึ้นเป็นมงคลฤกษ์ เพื่อความวัฒนาถาวรของราชธานีใหม่  จากนั้นโปรดฯ ให้ก่อกำแพงพระนคร สร้างวัดพระแก้ว สร้างพระราชวังชั่วคราว ยกกำแพงพระราชวังและยกประตูทั้งหลายขึ้น

ประตูทั้งหมดในเวลานั้น เป็นเพียงประตูเครื่องไม้ทาดินแดงยอดมณฑปทั้งสิ้น ประตูพระบรมมหาราชวังในชั้นต้น ถูกยกขึ้นและตั้งชื่อประตูให้คล้องจองกัน เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วน คือ พระมหาปราสาท, พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยพระบรมมหาราชวังมีประตูใหญ่เข้าออกโดยรอบ 12 ประตู มีชื่อเรียกต่างกัน แต่ละประตูมีชื่อที่ไพเราะและคล้องจองกัน สามารถสลับอ่านชื่อจากหลังมาหน้าได้ และยังคงความไพเราะคล้องจองกันอย่างยิ่ง โดยเรียงลำดับดังนี้

ประตูวิมานเทเวศร์, วิเศษไชยศรี, มณีนพรัตน์, ประตูสวัสดิโสภา, เทวาพิทักษ์, ศักดิ์ไชยสิทธิ์, วิจิตรบรรจง, อนงคารักษ์, พิทักษ์บวร, สุนทรทิศา, เทวาภิรมย์ และประตูอุดมสุดารักษ์และเมื่ออ่านหลังย้อนขึ้น ก็ยังคงมีความไพเราะคล้องจองกัน โดยเรียงลำดับ ดังนี้…

สุดารักษ์-อุดม, ภิรมย์-เทวา, ทิศา-สุนทร, บวร-พิทักษ์, คารักษ์-อนง, บรรจง-วิจิตร, ไชยสิทธิ์-ศักดิ์, พิทักษ์-เทวา, โสภา-สวัสดิ, นพรัตน์-มณี, ไชยศรี-วิเศษ และเทเวศร์-วิมาน

ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีการสร้าง “พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท” ขึ้น  ทำให้ประตูพระบรมมหาราชวังที่กลายเป็นประตูพิเศษขึ้น คือ ประตูวิเศษไชยศรี  กับประตูที่ตั้งอยู่ตรงกัน คือ ประตูพิมานไชยศรี

“ประตูพิมานไชยศรี” เป็นประตูเชื่อมเขตพระราชฐานนั้นนอกกับเขตพระราชฐานชั้นกลาง ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือ เป็นประตูใหญ่ดีไซน์ฝรั่งทรงโค้ง สร้างขึ้นให้มี 2 ชั้น ชั้นนอก-ชั้นใน อยู่ด้านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ออกแบบโดย นายจอห์น คลูนิส ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ควบคู่ไปกับการออกแบบและก่อสร้างพระที่นั่งจักรีนั่นเอง  ในภายหลังยอดพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทได้รับการดัดแปลงให้เป็นยอดปราสาทแบบไทย มิใช่ยอดโดมอย่างฝรั่ง  ทว่าพระที่นั่งหลังนี้ ยังคงมีความสวยงามและสำคัญเสมอมา

ปัจจุบันประตู “พิมานไชยศรี” นี้  มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินและเส้นทางสัญจรหลักเข้าสู่พระราชฐานชั้นกลาง  ส่วน “ประตูวิเศษไชยศรี” เป็นหนึ่งในประตูพระบรมมหาราชวังที่คนไทยพอจะคุ้นชื่อกัน

เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงยุคแรกเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เป็นที่รู้กันว่า ทรงย้ายพระราชวังมาตั้งทางฝั่งตะวันออก โดยพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ แทบจะสร้างตามแบบอย่างของผังในพระราชวังหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยาทุกประการ

ในสมัยที่ รัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้มาสร้างพระราชวังใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ่าพระยานั้น มิได้เรียกพระบรมมหาราชวัง  หากแต่เรียกว่า “พระราชวังหลวง”  พระราชวังหลวง  ส่วนที่เรียกว่า “พระบรมมหาราชวัง” อย่างในปัจจุบันนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงบัญญัติขึ้น

ที่บอกว่า “พระราชวังหลวง” กรุงเทพมหานคร สร้างตามแบบพระราชวังหลวงในกรุงศรีอยุธยาแทบทุกประการ นั้นคือ มีการสร้างวังชิดแม่น้ำ หันหน้าวังขึ้นเหนือน้ำ ลำน้ำอยู่ฝั่งซ้ายวังแบบเดียวกัน กำแพงเมืองด้านข้างแม่น้ำเป็นกำแพงพระราชวังชั้นนอกแบบเดียวกัน ไปจนถึงรายละเอียดการวางพระราชมณเฑียรที่เรียงแบบเดียวกัน และสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) อยู่ในกำแพงพระราชวังหลวงแบบเดียวกันกับ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” ที่พระราชวังกรุงศรีอยุธยา

วัสดุที่ใช้ก่อสร้างในชั้นแรกล้วนเป็นเครื่องไม้ พระราชมณเฑียร และป้อมปราการรอบพระราชวังก็เป็นเครื่องไม้ ตามความคิดเห็นของ ส. พลายน้อย นักค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ชื่อดัง เชื่อว่าเป็นเพราะสร้างแบบเร่งด่วน ในภายหลังจึงเริ่มเปลี่ยนพระมหาปราสาท พระมหามณเฑียร และป้อมปราการเป็นเครื่องก่ออิฐถือปูนที่แข็งแรงขึ้น

พื้นที่ของพระราชวังหลวงในสมัยรัชกาลที่ 1 แตกต่างจากอาณาเขตในปัจจุบัน โดยในสมัยรัชกาลที่ 2 มีการขยายเขตพระราชวังทางด้านใต้ออกไป และสร้างประตูพิทักษ์บวร ประตูสุนทรทิศา กั้นระหว่างกำแพงพระราชวังชั้นในกับกำแพงเมือง ซึ่งเรียกกันว่า “ประตูแดง”

สำหรับประตูรอบกำแพงพระบรมมหาราชวังชั้นนอกนั้น  ส. พลายน้อย บรรยายว่า ประตูพระบรมมหาราชวังในสมัยรัชกาลที่ 1 ทำเป็นประตูยอดด้วยเครื่องไม้ ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นใหม่ โดยทำเป็นประตูก่ออิฐถือปูน เปลี่ยนรูปทรงเป็นประตูซุ้มฝรั่งตามแบบประตูยอดปรางค์ แต่ก็ไม่ได้แก้ทั้งหมด

ในบรรดาประตูทั้งหลายที่มี  ที่เป็นที่ถกเถียงกันมีเพียง “ประตูวิเศษไชยศรี” กับ “ประตูพิมานไชยศรี” เท่านั้น ว่ามีที่มาอย่างไรกันแน่ข้อมูลจากหนังสือ “ราชูปโภค” โดย เทวาธิราช ป. มาลากุล เล่าว่า

เมื่อ พ.ศ. 2327 มีชาวประมงพบพระแสงขรรค์ขณะทอดแหในทะเลสาบนครเสียมราฐ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) ให้ข้าราชการนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย  วันที่พระแสงขรรค์มาถึงก็มี “อสนีบาต” (ฟ้าผ่า) ในพระนคร 7 แห่ง มีตกที่ประตูวิเศษไชยศรี กับประตูพิมานไชยศรี  เมื่อพระแสงขรรค์ผ่านประตูทั้งสอง จึงทำให้มีสร้อยตามหลังเป็นคำว่า “ไชยศรี” ตาม “พระแสงขรรค์ชัยศรี”  เพื่อเป็นอนุสรณ์

ส. พลายน้อย ได้ค้นคว้าเรื่องนี้ และนำวันที่ในบันทึกของ ป.มาลากุล ไปเทียบกับเนื้อหาในพระราชพงศาวดารเรื่องพระแสงขรรค์ ซึ่งในพระราชพงศาวดารบรรยายว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2326 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้พระยาพระเขมรนำ “พระขรรค์ชัยศรี” เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย วันนั้นเองมีพายุใหญ่ ฝนตก ฟ้าผ่าลงศาลาลูกขุนใน

เมื่อดู พ.ศ. ที่ระบุ จะเห็นว่า ปีที่นำพระแสงขรรค์เข้ามานั้น  แตกต่างจากบันทึกของ ป. มาลากุล ที่อ้างถึง

สำหรับเรื่องอสุนีบาตตกในพระบรมมหาราชวังนั้น มีปรากฏในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 1 โดยตกต้องพระที่นั่งอมรินทรมหาปราสาท วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2332 ฟ้าผ่าลง 2 ครั้งที่มหาปราสาทและซุ้มประตูพระราชวัง แต่ พ.ศ. ที่เกิดเหตุนั้น ห่างจากเรื่องเล่าถึง 4-5 ปี

นอกจากนี้ หลักฐานสำคัญอีกประการที่ ส.พลายน้อย หยิบยกมาอธิบายคือ สำเนาร่างหมายรับสั่งฉบับหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพบ และถวายสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นหมายรับสั่งเรื่องยกประตูพระบรมมหาราชวัง ในเนื้อหาระบุฤกษ์ยกประตูในพระราชวังไว้เป็นวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2325 และปรากฏชื่อ ประตู “วิเศษไชยศรี” ด้วย

นั่นหมายความว่า “ประตูวิเศษไชยศรี” มีชื่อเช่นนี้ ก่อนที่พระแสงขรรค์จะได้รับการเชิญเข้ามา (พระราชพงศาวดารระบุว่า เข้ามาใน พ.ศ. 2326) และเนื้อหาย่อมขัดกันกับเรื่องเล่าว่า นาม “ไชยศรี” ต่อท้ายประตูเพราะได้เชิญพระแสงขรรค์ชัยศรีผ่านประตูทั้งสองนั่นเอง

สำหรับประตูในพระบรมมหาราชวัง มีแนวโน้มว่าน่าจะถูกแก้ไขในภายหลังอีก เมื่อพิจารณาจากบัญชีกลาโหม ที่นำทูลเกล้าฯ ถวายในสมัยปลายรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2350 อันบรรยายว่า ย่อยทองปืนมหาเศวตรัตน์รวม 6 กระบอกมาหล่อครกสากบานประตูรอบพระราชวัง เชื่อว่า อาจมีการทำบานประตูใหม่ในช่วงเวลานั้นด้วย

ในปัจจุบัน “ประตูวิเศษไชยศรี” เป็นประตูสำคัญเนื่องจากเป็นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระมหามณเฑียร โดยเฉพาะเมื่อมีการสร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็นับว่ามีประตูคู่เดียงที่ตั้งตรงกัน และตรงกับพระที่นั่งสำคัญ คือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท  รวมถึงเป็นทางเสร็จพระราชดำเนินเข้าออกสู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน อีกด้วย
ปัจจุบัน “ประตูวิเศษไชยศรี” มิได้อนุญาตให้คนทั่วไปผ่านเข้าออกได้  แต่ประตูพิมานไชยศรีนั้น เป็นทางเดินออก ตามเส้นทางเที่ยวชมวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ  นั่นหมายถึงว่า สามารถชมความงามของ “ประตูฝรั่ง” ดังกล่าวนี้ได้  และมองเห็นประตู “วิเศษไชยศรี” ที่อยู่ด้านนอก ได้อย่างสวยงามด้วย
มีโอกาสไปเที่ยวชมวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง “แนวหน้า” อยากให้ท่าน ชื่นชมความงามของประตูทั้งสองนี้.

‘LISA-Anitta-Rema’ รวมพลังคอลแลปต์ฟุตบอลโลก ที่นำดนตรีและกีฬามาบรรจบกัน

‘LISA-Anitta-Rema’ รวมพลังคอลแลปต์ฟุตบอลโลก  ที่นำดนตรีและกีฬามาบรรจบกัน

‘LISA-Anitta-Rema’ รวมพลังคอลแลปต์ฟุตบอลโลก ที่นำดนตรีและกีฬามาบรรจบกัน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.51 น.

LISA, Anitta และ Rema รวมพลัง 3 ศิลปิน 3 สัญชาติ จาก 3 ทวีป ปล่อย “Goals” เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หรือ Official FIFA World Cup 2026 อย่างเป็นทางการ ที่นอกจากจะมาในจังหวะเร้าใจชวนเต้นสุดติดหูแล้ว มิวสิควิดีโอยังมาพร้อมภาพสวย ๆ เผยให้เห็นเสน่ห์ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ปลุกพลังของแต่ละคนให้ลุกเป็นไฟ สะเทือนทั้งวงการเพลง และวงการกีฬาทั่วโลกในเวลาเดียวกัน

เพลง “Goals” หยิบเอากลิ่นอายของแนวดนตรี Latin Pop, Afrobeats และ K-Pop ซึ่งล้วนเป็นแนวดนตรีที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของวงการเพลงระดับโลก มาผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้การโปรดิวซ์ของ Cirkut โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมี จนออกมาเป็นเพลงสุดเร้าใจ ด้วยจังหวะดนตรีชวนแดนซ์ พร้อมสะท้อนพลังไร้พรมแดนและความยิ่งใหญ่ระดับโลกของ FIFA World Cup ได้อย่างชัดเจน การรวมตัวของ LISA, Anitta และ Rema ยังทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงพลัง เข้าถึงผู้ฟังได้อย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลไปทั่วโลกอย่างแท้จริงอีกด้วย

LISA กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม Official FIFA World Cup ในปีนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ดนตรีคือสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันเสมอ จึงนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Anitta และ Rema”

ด้าน Anitta กล่าวว่า ความผูกพันของฉันกับฟุตบอลโลกเต็มไปด้วยความรู้สึกและความทรงจำ เพราะฉันเป็นคนบราซิล แน่นอนว่าการแข่งขันครั้งนี้มีความหมายกับฉันมาก การได้มีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผ่านการร่วมงานกับ LISA และ Rema ในเพลง ‘Goals’ จึงเป็นสิ่งที่พิเศษอย่างมาก และฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสนี้จริง ๆ

ขณะที่ Rema เสริมว่า สามทวีป หนึ่งบทเพลง… การได้นำซาวด์ดนตรีของพวกเรามาหลอมรวมกันแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของดนตรีบนเวทีระดับโลก

“Goals” ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานต่อเนื่องจากเพลง “Por Ella” ของ Los Ángeles Azules และ Belinda, “Echo” ของ Daddy Yankee และ Shenseea รวมถึง “Illuminate” ของ Jessie Reyez และ Elyanna ซึ่งแต่ละเพลงต่างสะท้อนมุมมองทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นให้กับอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026 ในแบบของตัวเอง และสำหรับ “Goals” เพลงนี้ยังเชื่อมโยงศิลปินและผู้ฟังจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านภาษาสากลเดียวกันอย่าง “ฟุตบอล”

ขณะที่เพลงจากอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026 ทยอยปล่อยออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังอย่างต่อเนื่องอัลบั้มนี้ได้รวบรวมศิลปินจากหลากหลายทวีปและแนวดนตรี เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลาย ความยิ่งใหญ่ และอิทธิพลระดับโลกของการแข่งขันฟุตบอลครั้งสำคัญ พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ดนตรีและกีฬาโคจรมาบรรจบกัน เชื่อมโยงแฟน ๆ ชุมชน และเสียงดนตรีจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้พรมแดน

7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล ม่วนเกินต้าน ไหมไทย หัวใจศิลป์ นำทีมความสนุก บิ๊กเอ็ม ร่วมโชว์พลังลูกอีสาน

7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล ม่วนเกินต้าน ไหมไทย หัวใจศิลป์ นำทีมความสนุก บิ๊กเอ็ม ร่วมโชว์พลังลูกอีสาน

7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล ม่วนเกินต้าน ไหมไทย หัวใจศิลป์ นำทีมความสนุก บิ๊กเอ็ม ร่วมโชว์พลังลูกอีสาน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

ม่วนคักสะใจแฟนเพลง “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON” เมื่อ “ไหมไทย หัวใจศิลป์”ขนเพลงฮิตกว่า 30 เพลงขึ้นเวที พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษจาก “บิ๊กเอ็ม สุเมธา” ที่มาร่วมแจมโชว์และเปิดซิงเกิลแรกเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นงาน

ม่วนสุด ๆ ไปเลย กับฟรีคอนเสิร์ต 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON”  ที่ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดเต็มความสนุกเอาใจแฟนเพลง โดยครั้งนี้ได้ศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ฉายา “ไมเคิล แจ็กสันแห่งอีสาน”  มาระเบิดความมันบนเวที พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ “บิ๊กเอ็ม-สุเมธา รอยสี” นักแสดงหนุ่ม
ลูกอีสานแท้จากช่อง 7HD ที่มาร่วมแจมสร้างสีสันและเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ แบบสนั่นงานเปิดเวทีมา “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ก็ไม่รอช้า เสิร์ฟจังหวะม่วนให้แฟนเพลงได้ลุกขึ้นโยกทันที กับเพลงฮิตอย่าง“นี่คือจอมยุทธ์เด๊ะ” และ “ไหมไทยหัวใจเดิม” ก่อนพักพูดคุยแบบเป็นกันเองกับ 2 พิธีกรอารมณ์ดี “เจด้า ศรัณย่า” และ “แอมป์ พีรวัศ” จากนั้นเดินหน้าความสนุกต่อเนื่องทั้งเพลงใหม่ เพลงฮิต และเพลงดังที่แฟน ๆ ร้องตามได้ทั้งงาน ไม่ว่าจะเป็น ปลาแดก, ROCKET FESTIVAL (สัญญาเดือนหก), เบื่อโซฟาไปเถียงนาน้อย, แม่ฮ้างมหาเสน่ห์, บักสิเด๋อ 

รวมถึงเพลงฮิตติดชาร์ตมายาวนานอย่าง  “ให้บุญนำพา”  ที่มีไฮไลต์สำคัญกับเซอร์ไพรส์พิเศษ เมื่อ “บิ๊กเอ็ม สุเมธา”ขึ้นเวทีมาร่วมแจมโชว์พลังลูกอีสานกับ “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ด้วย เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงได้แบบถล่มทลาย ก่อนที่ “บิ๊กเอ็ม” จะโชว์เดี่ยวกับซิงเกิลพิเศษ “แอบฮักผู้สาวเก่า” ผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ
แบบเต็มอิ่มจากนั้น “ไหมไทย หัวใจศิลป์” กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง พร้อมจัดเต็มความสนุกต่อเนื่องแบบไม่มียั้ง กับอีกกว่า 20 เพลงรวดปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขอย่างอบอุ่นและสุดประทับใจเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความม่วนที่ทั้งผู้ชมในงานและแฟน ๆ ทางหน้าจอช่อง 7HD กด 35  ได้รับความสุขแบบเต็มอิ่ม และเตรียมพบกับความสนุกครั้งต่อไปของ 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล”  พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง  Ch7HD  และ  BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

เต๋า ภูศิลป์ ขึ้นแท่นศิลปินต้นแบบ รับรางวัลทรงคุณค่า เพชรอีสาน 2569

เต๋า ภูศิลป์ ขึ้นแท่นศิลปินต้นแบบ รับรางวัลทรงคุณค่า เพชรอีสาน 2569

เต๋า ภูศิลป์ ขึ้นแท่นศิลปินต้นแบบ รับรางวัลทรงคุณค่า เพชรอีสาน 2569

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

ขอแสดงความยินดีกับ “เต๋า ภูศิลป์” ศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ที่ได้รับการยกย่องในฐานะ “ต้นแบบเพชรอีสาน ครั้งที่ ๓” รางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบที่ดีของสังคม ในงานประกาศรางวัล “เพชรอีสาน” ประจำปี ๒๕๖๙ ด้านศิลปะการแสดง (นักร้องลูกทุ่งหมอลำ) ภายใต้แนวคิด “กลิ่นอารยธรรมอีสาน งดงามวัฒนศิลป์”โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจจากแฟนเพลงและผู้ร่วมงานจำนวนมาก

ด้าน “เต๋า ภูศิลป์” ได้เผยความรู้สึกหลังเข้ารับรางวัลว่า“รางวัลเพชรอีสาน กลิ่นอารยธรรมอีสาน งดงามวัฒนศิลป์ ด้านศิลปะการแสดง ขอบพระคุณสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ที่มอบรางวัลนี้ให้กับผมครับ

นับเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ของศิลปินลูกอีสานผู้มุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมและบทเพลงลูกทุ่งหมอลำให้คงอยู่ในใจแฟนเพลงเสมอสามารถชมภาพบรรยากาศงานพิธีมอบรางวัล “เพชรอีสาน” ย้อนหลังได้ที่Facebook : Grammy Gold Official >> https://www.facebook.com/share/r/1CtFtAcXUZ/Facebook : Tao Phusilpa >> https://www.facebook.com/share/p/18ZSokyZcJ/