‘ชุมทางดาวทอง’เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง’นิทรรศน์รัตนโกสินทร์’สัมผัสรากเหง้าไทย

'ชุมทางดาวทอง'เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง'นิทรรศน์รัตนโกสินทร์'สัมผัสรากเหง้าไทย

‘ชุมทางดาวทอง’เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง’นิทรรศน์รัตนโกสินทร์’สัมผัสรากเหง้าไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

 ไปต่อไม่รอแล้วนะ! หลังจากที่รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD นำทีมโดยพิธีกรระดับบิ๊กบอส “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” ประกาศชัยพร้อมมอบแชมป์ GLO Miracle Music ซีซัน 2 ให้กับ “กุ๊บกิ๊บ-บุญญฉัตร”สาวเมืองสตูลที่โชว์ท็อปฟอร์มสุดจึ้ง ไปครองเป็นที่เรียบร้อย มาสัปดาห์นี้ในเดือนมหาสงกรานต์ที่อากาศร้อนระอุ “ชุมทางดาวทอง” ยังคงเดินหน้าสาดความสุขให้กับแฟนๆ รายการแบบจัดเต็ม พร้อมสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์กับบิ๊กโปรเจกต์ระดับประเทศ ซีซัน..ลูกทุ่งเยาวชน พบการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐานที่ผ่านสู่รอบตัวแทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

แต่ก่อนที่จะก้าวสู่สมรภูมิเวทีประชันไมค์อย่างเต็มภาคภูมิ รายการ “ชุมทางดาวทอง” ซีซั่น..ลูกทุ่งเยาวชน ขอเสิร์ฟกิจกรรมที่เรียกว่าเป็นก้าวแรก พาผู้เข้าประกวดตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด ไปเยี่ยมชมเพื่อการเรียนรู้ “รากเหง้าความเป็นไทย” ที่ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ถนนราชดำเนิน พร้อมสัมผัสกับการศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ของไทย อย่างลึกซึ้ง โดยมี นายปัทมนิธิ เสนาณรงค์ หัวหน้าสำนักงานบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการอบรมผู้เข้าประกวดแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ โดยวิทยากรเลื่องชื่อมากประสบการณ์ เริ่มต้นด้วย อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ในหัวข้อ อัตลักษณ์เพลงลูกทุ่ง  และต่อด้วย ทศพล หิมพานต์ ที่มาแนะนำน้องๆ ในหัวข้อการร้องเพลง ฝึกร้อง ฝึกเอื้อน ส่วน สลักจิต ดวงจันทร์ มาให้ความรู้ในหัวข้อ การร้องแบบพุ่มพวง ดวงจันทร์  และ ปิ่น-พรชนก ที่มาพร้อมหัวข้อ การวางแผนการประกวด วิธีคัดเลือกเพลง และการร้องให้ชนะ ปิดท้ายการอบรมด้วย สามารถ ทองขาว ที่มาในหัวข้อ ก้าวจากนักร้องประกวด ค้นหาตัวตนสู่การเป็นศิลปิน

เรียกว่าเป็นการเทรนระดับแอดวานซ์ เพื่อให้เยาวชนผู้เข้าประกวดตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้สาระแบบครบรสพร้อมลุยแบบไม่เสียเวลาศุกร์นี้เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ฉ่ำๆ กับความร้อนระอุสุดจะทนบนเวทีชุมทางดาวทองกับการต่อสู้ของนักร้องประกวดทั้ง 77 จังหวัด ประเดิมด้วยกลุ่มที่1 ตัวแทนเยาวชนจาก 4 จังหวัดจากภาคอิสาน อาทิ สุรินทร์, มหาสารคาม, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ ที่จะต้องมาขับเคี่ยวกันแบบถึงพริกถึงขิง มาลุ้นกันอย่างใกล้ชิดว่าจังหวัดไหนจะได้เข้ารอบไปเป็นคนแรก? ติดตามลุ้นไปพร้อมกัน ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน และวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 นี้ รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศเวลา 13.30 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/  ใครไม่ดูถือว่าพลาด!!

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.23 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจหลักของกองประกวด Miss World ถูกถล่มด้วยคอมเมนต์จากเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เรียกร้องให้ลบภาพของ “โอปอล สุชาตา” ในชุดไทยโบราณ โดยอ้างว่าเป็นการเคลมวัฒนธรรม ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดด้วยทัศนคติสุดสตรองยันรากเหง้าประวัติศาสตร์ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องต้องแข่งกัน

โดย ‘โอปอล’ เผยว่าตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลกับกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติของประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ย่อมมีรากทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีที่คล้ายคลึงกันเป็นธรรมดา พร้อมย้ำชัดว่า “วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งแข่งขันหรือแย่งชิงความเป็นเจ้าของ” แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่แต่ละชาติรู้จักรักษาและนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองให้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้ เธอยังได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า แม้รูปแบบการแต่งกายหรือพิธีการในภาพรวมอาจจะดูคล้ายกัน แต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ เช่น จ.บุรีรัมย์ ของไทย ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างและโดดเด่นออกมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของงานฝีมือและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมา

เชื่อมั่นกอง Miss World แยกแยะได้ ลั่น “ไม่จำเป็นต้องลบภาพ”ในส่วนของประเด็นที่ถูกเรียกร้องให้ลบภาพนั้น โอปอลเชื่อมั่นว่าทางกองประกวดระดับโลกอย่าง Miss World มีวิจารณญาณเพียงพอและสามารถแยกแยะข้อเท็จจริงได้ จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องลบภาพดังกล่าวออก พร้อมมองว่าดราม่านี้เป็นเรื่องของมุมมองและกระแสชาตินิยม ซึ่งควรแก้ด้วยการใช้ความเข้าใจมากกว่าการสร้างความขัดแย้งสุดท้าย “โอปอล” ได้ฝากแง่คิดทิ้งท้ายถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ย่อมนำไปสู่การไหลเวียนของวัฒนธรรมเป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเคารพในความหลากหลายของกันและกัน คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับภูมิภาคนี้

‘ริว วชิรวิชญ์’แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

'ริว วชิรวิชญ์'แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

‘ริว วชิรวิชญ์’แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.13 น.

“ริว วชิรวิชญ์” พระเอกหนุ่มสุดฮอต ตัดสินใจทำหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์แบบ เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกิน สมัครเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติด้วยตัวเอง เจ้าตัวเปิดใจอยากรับใช้ชาติ เผยลองชุดทหารแล้ว พร้อมเข้ากรมผลัด 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 นี้ แฟนคลับและครอบครัวร่วมให้กำลังใจคับคั่ง

วันที่ 8 เมษายน 2569 นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เมื่อนักแสดงหนุ่มสุดฮอต “ริว วชิรวิชญ์” ได้สร้างเซอร์ไพรส์และความประทับใจให้กับแฟนคลับและชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยการตัดสินใจทำหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์แบบ คือการ สมัครเป็นทหารเกณฑ์เพื่อรับใช้ชาติโดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หนุ่มริวได้เดินทางไปยังวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากแฟนคลับที่มาร่วมให้กำลังใจ และยังมีครอบครัวของหนุ่มริวมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนต่างๆ หนุ่มริวได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า การตัดสินใจสมัครเป็นทหารเกณฑ์นั้นมาจากความตั้งใจของตัวเองที่อยากทำหน้าที่ชายไทยเพื่อรับใช้ชาติ และยังกล่าวอีกว่ารู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้รับโอกาสนี้ นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ลองชุดทหารแล้ว และเผยว่าชอบชุดทหารมากทั้งนี้ หนุ่มริวจะเข้ากรมรับใช้ชาติผลัด 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ซึ่งเจ้าตัวขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ และขอสัญญว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย และเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้หนุ่มริวในการทำหน้าที่รับใช้ชาติในครั้งนี้ด้วย

นางฟ้าของทุกคน! ‘เอวา ปวรวรรณ’เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

นางฟ้าของทุกคน! 'เอวา ปวรวรรณ'เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

นางฟ้าของทุกคน! ‘เอวา ปวรวรรณ’เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

คุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์” ที่เธอมักจะยื่นมือช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ อย่างล่าสุด เอวา เลือกหยุดเดินท่ามกลางความเร่งรีบ เพื่อมอบรอยยิ้มให้กับคุณลุงพ่อค้ารายหนึ่งที่นั่งขายของอยู่เงียบๆ บริเวณบันไดทางขึ้น

เพียงประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมาย “เอวาช่วยซื้อคุณลุง เหมาหมดตะกร้า!!” กลับกลายเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่เกินคำพูด เพราะไม่ใช่แค่การซื้อของธรรมดา แต่คือการ “เลือกให้โอกาส” และ “ส่งต่อกำลังใจ” ให้กับคนหนึ่งคนอย่างจริงใจ

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของคุณลุงที่บอกว่า “เดินมาจากดินแดนลูก” ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามและความอดทนในการใช้ชีวิต ทำให้เอวาเลือกที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อของ แต่คือการแบ่งเบาภาระ และเติมเต็มกำลังใจให้กันในวันธรรมดาภาพของทั้งคู่ที่นั่งพูดคุยกันอย่างอบอุ่น เสียงขอบคุณจากใจ และรอยยิ้มที่เกิดขึ้นระหว่างกัน กลายเป็นโมเมนต์เล็กๆ ที่สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่ให้กับผู้ที่ได้เห็น งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมในความน่ารักและจิตใจที่งดงามของเอวา พร้อมยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ไม่มองข้าม “คุณค่าของการให้”เพราะบางครั้ง…การหยุดเพียงไม่กี่นาทีของใครบางคน อาจกลายเป็น“ความหมายทั้งวัน” ของใครอีกคนหนึ่งhttps://www.facebook.com/share/r/1Fg5JMcknX/?mibextid=wwXIfr

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ’ตรี ภรภัทร’กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ'ตรี ภรภัทร'กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ’ตรี ภรภัทร’กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.37 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อตัวแม่แห่งวงการแฉอย่าง “มดดำ คชาภา” เผลอหลุดข้อมูลกลางรายการ ‘แฉ’เกี่ยวกับปูมหลังครอบครัวของพระเอกหนุ่มคิวทอง “ตรี ภรภัทร” ผู้ที่เพิ่งฝากฝีมือการแสดงสุดทรงพลังในบท “พระนเรศ” จนสาวๆ กรี๊ดกันทั้งเมือง งานนี้ทำเอาชาวเน็ตถึงกับต้องขยี้ตา เพราะใครจะเชื่อว่าพระเอกหนุ่มลุคติดดินคนนี้ แท้จริงคือ ทายาทระดับมหาเศรษฐี เจ้าของอาณาจักร “ชาดำเย็นอัมพวา” และธุรกิจนำเที่ยวรายใหญ่

ซึ่งแม้จะมีแบ็กกราวด์ครอบครัวที่ซัพพอร์ตได้ทุกอย่าง แต่หนุ่มตรีกลับเลือกที่จะ “ทำตัวปกติ” กับฐานะของตัวเองมาตลอดหลายปีในวงการบันเทิง โดยเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเบื้องหลังความสำเร็จไว้ว่า เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงสมทบและแคสติ้งงานเหมือนคนทั่วไป ไม่เคยใช้เส้นสายหรือชื่อเสียงของครอบครัวใบเบิกทางใช้เวลากว่าหลายปีในการเคี่ยวกรำการแสดง จนก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกแถวหน้าได้ด้วยความสามารถล้วนๆซึ่งเพื่อนร่วมงานต่างประสานเสียงว่าตรีเป็นคนขยัน อ่อนน้อม และใช้ชีวิตเรียบง่ายจนไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าเขาคือ “คุณหนูตระกูลดัง” ส่วนธุรกิจที่ ‘มดดำ’หลุดปากออกมานั้นไม่ใช่ธรรมดา เพราะ “ชาดำเย็นอัมพวา” ถือ รวมถึงธุรกิจทัวร์อีกหลายบริษัทที่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.11 น.

อดีตนางงามนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตำนาน‘กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์’และยังควบด้วยบทบาทผู้จัดละคร ‘บ้านนางรำ’ ทางช่อง 7 HD ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขนาดนี้สร้างเสียงฮือฮาและกระแสชื่นชม อย่างท่วมท้นในโลกออนไลน์เมื่อเจ้าตัวออกมาเปิดเผยถึงความตั้งใจจริงในการเตรียมพร้อมรับมือกับวาระสุดท้ายของชีวิต ด้วยการอุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” เพื่อการศึกษาทางการแพทย์เตรียมโลงแก้ว-กุฏิไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นคติธรรมสอนใจเรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต

ซึ่ง “กบ ปภัสรา”ได้ออกมาเปิดเผยถึงการ “สละ” ทุกความสำเร็จในอดีตเพื่อมุ่งสู่เส้นทางสายธรรมอย่างแท้จริง โดยกบได้นำ มงกุฎ คทา และสายสะพาย ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศสูงสุดที่ได้รับเมื่อครั้งคว้าตำแหน่งนางงาม ไปถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เนื่องจากมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันอีกต่อไปนอกจากนี้เธอยังตัดสินใจ อุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” โดยบริจาคร่างกายไว้ที่วัดป่ามัชฌิมาวาส พร้อมเตรียมโลงแก้วและกุฏิไว้ล่วงหน้า โดยจะนำภาพถ่ายของตัวเองขณะสวมมงกุฎในวัย 19 ปี มาตั้งคู่กับโลงแก้ว เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังขารและความไม่แน่นอนของชีวิตมนุษย์

‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

'กระแต-โตชิ'ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน เมื่อนักร้องสาวนิยาม “ราชินีสายแดนซ์” อย่าง กระแต อาร์สยาม (นิภาพร บุญยะเลี้ยง) ควงคู่หนุ่มคนสนิทดีกรีนักเต้นมือโปร โตชิ-จิรทีปต์ ปันธิ ออกมาสลัดภาพลักษณ์ความเซ็กซี่และสเต็ปการเต้นที่ดุดัน เปลี่ยนโหมดมาสวมชุดโขนโบราณสุดประณีตจาก อาภรณ์งามสตูดิโอ ซึ่งการแปลงโฉมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายแฟชั่นทั่วไป แต่เป็นการถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงของไทยผ่านชุดเครื่องโขนย้อนยุคที่จัดเต็มทั้งงานปักและเครื่องประดับตามแบบแผนโบราณ ซึ่งทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาได้ดูมีมนต์ขลัง ทรงพลัง และสง่างามราวกับตัวละครในวรรณคดีหลุดออกมามีชีวิตจริงโดย กระแต อาร์สยาม ระบุข้อความว่า

“ภูมิใจที่ได้เกิดในประเทศไทยและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ใส่ชุดที่งดงามและทรงพลังที่สุด  ด้วยเครื่องแต่งกายโขนโบราณและเครื่องประดับที่อายุ100กว่าปีนาฏศิลป์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ภาพจิตรกรรมไทยสมัย ปลายอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์

สงกรานต์ ปีใหม่ไทยที่จะถึงนี้ แตรและโตชิ ขอส่งต่อเสน่ห์ไทยศิลปะและมรดกวัฒนธรรมที่งดงามที่สุด  เป็น soft power ที่ทรงคุณค่าที่สุด

ตัวนาง นุ่งผ้าลายอย่าง ชักชายสะบัด ห่มผ้าตาดทองปักปีกแมลงทับโบราณ อายุ ร้อยกว่าปี  สวมศิราภรณ์ ที่เรียกว่า รัดเกล้าเปลว

ตัวพระ แต่งยืนเครื่อง ด้วยผ้าไหม ปักดิ้นเลื่อมอย่างโบราณฝีมือ #ครูบิ๊ก #พีรมณฑ์ชมธวัช แห่ง #อาภรณ์งามสตูดิโอ  ทั้งสองตัวละคร สวมเล็บทองงอนยาว และห้อยอุบะด้านขวา ทัดดอกไม้ด้านซ้าย ตามขนบละครหลวง

ซึ่งงานนี้ระหว่างการถ่ายรูปก็มีเรื่องเล่าที่ชวนขนลุก ตอนถ่ายรูป พี่ตากล้องกดชัตเตอร์แล้วรูปไม่ขึ้น รอบสองกดแล้วแฟลชไม่ออก ต้องยกมือไหว้ขอครู บอกว่า  “ครูช่วยด้วย”  จึงถ่ายออกมาได้… และรูปแรกที่ได้คือแฟลชไม่ติดเลย!

มจพ. ผนึกกำลัง ‘วรรณภพ’ ลงนาม MOA ยกระดับนวัตกรรมอุตสาหกรรมข้าวไทย สู่เวทีโลก

มจพ. ผนึกกำลัง ‘วรรณภพ’ ลงนาม MOA ยกระดับนวัตกรรมอุตสาหกรรมข้าวไทย สู่เวทีโลก

มจพ. ผนึกกำลัง ‘วรรณภพ’ ลงนาม MOA ยกระดับนวัตกรรมอุตสาหกรรมข้าวไทย สู่เวทีโลก

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.59 น.

8 เมษายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงรุกจับมือ บริษัท วรรณภพ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOA) มุ่งพัฒนาบุคลากรของทั้ง 2 องค์กร พัฒนางานวิจัย และนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างครบวงจร โดยมี ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย มจพ. ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์  ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน ผู้อำนวยการอุทยานเทคโนโลยี มจพ. ศ.ดร.เสาวณิต สุขภารังษี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ ผศ.ปรีชา อ่องอารี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาองค์กร และคณะผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ฝ่ายภาคเอกชน นำโดย นายไพบูลย์ เวทย์วัฒนะ ประธานกรรมการ และคุณธัญวรรณ พัฒผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วรรณภพ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานในความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ ณ ห้องประชุมปฐพี ชั้น 4 อาคารอุทยานเทคโนโลยี มจพ.

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการและประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างโอกาสการฝึกงานและสหกิจศึกษา ตลอดจนผลักดันการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ อย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญของข้อตกลงครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยในกระบวนการผลิต การบรรจุ และการจัดจำหน่ายข้าวหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง และข้าวเสริมวิตามิน พร้อมทั้งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในอุตสาหกรรมข้าวครบวงจร โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ อาทิ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมขั้นสูง และการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายมีรากฐานต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี ครอบคลุมการสนับสนุนทุนการศึกษา การพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และงานวิจัย ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย ภายหลังพิธีลงนามคณะผู้บริหารจากบริษัท วรรณภพ จำกัด ได้เข้าเยี่ยมชมศักยภาพด้านเทคโนโลยีของ มจพ. ภายในอุทยานเทคโนโลยี อาทิ สถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติ ศูนย์นวัตกรรมระบบราง ศูนย์นวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และศูนย์ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เพื่อสำรวจแนวทางการนำเทคโนโลยีขั้นสูงไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในยุคดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตอกย้ำบทบาทของ มจพ. ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมขับเคลื่อน “ข้าวไทย” ร่วมกับ บริษัท วรรณภพ จำกัด ให้ก้าวไกลและแข็งแกร่งในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

นายกฯ ขอบคุณปชช. ช่วยประหยัดพลังงานช่วงวิกฤติ ส่งผลสต็อกน้ำมันเหลือเพิ่ม ยืดเวลาใช้นานขึ้น มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด แต่ขอประชาชน ปรับตัว ประหยัด-ปรับชีวิต หวั่น สถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย กระทบระบบเศรษฐกิจ 

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้ตนเข้าไปพบเพื่อรายงาน สถานการณ์ของการจําหน่ายน้ำมัน ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากเดิมที่เรามีปริมาณการจําหน่ายน้ํามันดีเซล เฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตร ซึ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ํามันปรับลดลง อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เม.ย. อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยบริโภคในช่วงของสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก 

“นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลง ตรงจุดนี้ โดยเฉพาะน้ํามันดีเซล ทําให้เรามีสต็อกน้ํามันที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถสะสมตัวน้ํามันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ํามันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม” เลขาสภาพัฒน์ กล่าว

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดําเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชะลอการเข้าไปโจมตีอิหร่าน ประมาณสองสัปดาห์ แต่เรายังไม่ทราบว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้ อยากให้ทุกท่านยังคงช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะในช่วงถัดไปการจัดหาน้ำมัน ถ้าสถานการณ์กลับเข้ามาสู่จุดเดิม และอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม การจัดหาน้ำมันอาจจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราสามารถประหยัดพลังงาน และมีการสะสมสต็อกน้ํามัน ในช่วงนี้ได้มากขึ้น ยืดเวลาการมีน้ํามันให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพได้นานกว่าเดิม 

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน นายดนุชา กล่าวว่า  ตอนนี้สต็อกน้ํามันที่บอกว่ามีร้อยกว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวันที่เป็นน้ำมัน 
กําลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ํามันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ ที่ใช้อยู่ จะมีสต๊อกตามกฎหมาย ประมาณ 25 วัน และสต็อกสําหรับการจําหน่าย ประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ํามันลดลง กําลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ซึ่งก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกําลังการผลิตขึ้นมากว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ํามันลดลงอย่างนี้ จะทําให้ตัวกําลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ จะได้มีตัวสต็อกน้ํามันมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเราสามารถลดการใช้น้ํามันได้เรื่อย ๆ สต๊อกน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทําให้ยืดเวลาได้ ส่วนจะกี่วันนั้น รายละเอียดก็ต้องคุยกับกระทรวงพลังงานด้วย เข้าใจดีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะคุยเรื่องนี้กับประชาชนเช่นกัน 

เมื่อถามว่า การลดการใช้น้ํามัน ตรงนี้จะช่วยสถานะของกองทุนน้ํามันได้ด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ถ้าลดก็จะช่วยสถานะกองทุนน้ํามัน ในแง่ของเงินที่จ่ายออก ส่วนค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7เม.ย. และได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทําให้กองทุนน้ํามันมีรายจ่ายต่อวันลดลง เบื้องต้นน่าจะอยู่ประมาณ จากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ก็จะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับตัวฐานะการคลังของประเทศด้วย ก็จะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชน ในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จริงๆ ราคาน้ํามันตอนนี้ จะเริ่มปรับลดลง จากเมื่อเช้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศก็ตาม แต่ถ้าพูดจริงๆ ก็ยังอยู่ระดับที่สูงกว่าปกติอยู่ดี ถ้าเราสามารถช่วยกันประหยัดได้ก็จะช่วยได้เยอะ 

เมื่อถามว่า นายกฯได้คุยถึงน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ขาดแคลนใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ขาด ตอนนี้ในระบบสถานีบริการน้ำมัน จากข้อมูลทั้งของปตท.และบางจาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ํามันขาดมา 2-3 วันแล้ว 

เมื่อถามว่า แนวคิดการจะปิดปั๊มน้ํามันเป็นเวลา ยังมีอยู่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ตรงนั้นต้องคุยกันในรายละเอียดอีกที ซึ่งเมื่อเช้าก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เขาจะได้รับผลกระทบ ก็ต้องมาดูว่าจะออกเป็นมาตรการในลักษณะไหน ไม่ให้กระทบกันมาก แต่สิ่งสําคัญคือทุกคนต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เป็นเรื่องน้ํามันแพง แต่ในระยะถัดไป จะกลายเป็นเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา ฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวทั้งเรื่องการประหยัดและใช้ชีวิต ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ 

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ทรงศักดิ์ รับท้าทายแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง หลังได้รับมอบหมายดู สทนช. เปิดใจถูกขยับพ้นเก้าอี้ รมช.มหาดไทย บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้รับการแบ่งงานให้ดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่า จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ถือว่านายกฯ ไว้วางใจมอบหมายให้ดูแลงานที่มีความสำคัญ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะมีการแก้ไขในเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะคนส่วนใหญ่จะติดใจในเรื่องน้ำท่วมกับน้ำแล้ง เพราะถือเป็นวิถีชีวิตของคนไทย ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างหนึ่ง  แต่ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องของคณิตศาสตร์ น้ำท่วมคือ ปริมาณน้ำที่เกินกว่าต้องใช้ ส่วนน้ำแล้งคือน้ำที่ขาดไม่เพียงพอ เพราะปัญหาน้ำท่วมและแรงซ้ำซากถือเป็นปัญหาที่ท้าทาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย มั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีเรื่องที่แปลก พื้นที่ที่น้ำท่วมจะมีน้ำแล้งด้วยเหตุใดจึงไม่สามารถบริหารจัดการได้ และนี่เป็นสิ่งที่ตนคิดมาตลอด อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่ได้มาดูแลเรื่องน้ำ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศ มองว่า ภาคการเกษตรเขาบอกว่า มีน้ำต้องมีเงิน คนไทยถ้ามีน้ำต้องมีเงิน ซึ่งฤดูแล้งหากสังเกต เวลาเดินทางจะเห็นว่า มีที่ดินว่างจำนวนมากและคนก็ไม่มีงานทำ และเมื่อเข้าเมืองใหญ่ก็เกิดปัญหาในชุมชนเมืองอีก ฉะนั้น เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข

เมื่อถามถึงการได้กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (ดูแลด้านกีฬา) จะมีความคืบหน้าแยกกระทรวงอย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่สอดรับกัน เพราะมีคนเคยคิดว่า จะทำเรื่องกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว แต่การกีฬานั้นเป็นกิจกรรมเฉพาะ แนวความคิดที่จะแยกจากกันหากแยกออกได้จะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ขณะนี้ตนทราบเพียงว่าเป็นแค่กรอบความคิด และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าใช้เวลาระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่มาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ทั้งที่ภาพการเป็น รมช.มหาดไทย ติดตัวมาตลอด นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าถามถึงความรู้สึก รู้สึกว่าปกติ เพราะการทำหน้าที่รัฐมนตรีอยู่ที่นายกฯ จะมอบหมาย อาจจะเห็นว่าที่ผ่านมาเราทำตรงนู้นแล้วอาจจะมีเรื่องที่เราเหมาะสมกว่าเลยให้ช่วยทำงานตรงนี้ ยิ่งเป็นรองนายกฯถือว่าเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดนายกฯ ตนถือว่าโชคดีและดีใจ อย่างไรก็ตาม งานที่ตนทำบางส่วนก็ต้องอาศัยกระทรวงมหาดไทยเข้ามาบูรณาการในการทำงานร่วมกัน จะถือว่าเรามีงานที่เคยทำอยู่แล้ว คราวนี้มาทำอีกงานหนึ่ง แต่งานที่เราทำต้องอาศัยองคาพยพของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินงาน เพื่อให้งานที่เรารับผิดชอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์กับประชาชน