อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.09 น.

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น มีทางเลือกอื่นที่ไม่ขัด รธน. สวน เอกนิติ แจกเงิน 30 ล้านคนมือไว-เน็ตแรง มุ่งเป้าตรงไหน เชื่อศาล รธน.รับพิจารณา สภาฯ ต้องยุติรอศาล

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญเให้ตีความพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านใช้พลังงานสะอาดว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ว่า เวลา 12.00 น.วันนี้ ฝ่ายค้านจะยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนพรรคปชป.ได้หารือกับพรรคประชาชนถึงคำร้อง มีการพูดถึงว่า การตรา พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องทำเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  ประเด็นหลัก คือ 1.โครงการอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานทั้งหมด แทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในขณะนี้เลย  ส่วนในแง่ของภาวะเศรษฐกิจ ตนเห็นการชี้แจงว่า รัฐบาลอื่นก็เคยกู้เงิน ดังนั้นเราต้องพูดตามข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของกฎหมาย คำว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะวัดจากอะไร ต้องดูตามมาตรฐานของสากล 

“การกู้เงินในอดีตที่ผ่านมา 3 ครั้ง ครั้งที่1 วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตครั้งนั้นทุนสำรองของประเทศ เกือบจะหมดไปแล้ว เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง  ครั้งที่ 2 ในยุคที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี การท่องเที่ยว การส่งออกติดลบ มีการคาดการณ์กันว่า จะเกิดการตกงานกันครั้งใหญ่ เศรษฐกิจหดตัว รัฐพยายามใช้เงื่อนไขที่มีอยู่ในกฎหมายทั้งหมด เช่น การทำกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติมและอะไรหมดแล้ว แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถที่จะมีเงินมาดำเนินการในการสร้างความมั่นใจถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  จึงจำเป็นต้องทำ และครั้งที่ 3 กรณีโควิด-19 ที่มีการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ดังนั้นการเทียบสถานการณ์ปัจจุบัน ผมดูตัวเลข ที่สิ้นเดือนมีนาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงล่าสุด ปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก และเศรษฐกิจในภาพรวมยังเป็นบวก

รวมถึงประเด็นการจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายอยู่ ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมขอตั้งข้อสังเกต และยืนยันเหมือนเดิมว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือ ไม่ใช่เราบอกว่า เศรษฐกิจดี เรารู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี  และเรารู้ว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ผลกระทบ ต้นทุนคือ น้ำมันแพง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่น ๆแพงไปด้วย  ซึ่งหากรัฐบาลคิดว่า จะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน ในขณะที่เราบอกว่า ถ้าคุณลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 4 เดือน คุณใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท และตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือ การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การปฎิเสธของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่บอกว่า การลดภาษีสรรพสามิต เป็นการช่วยเหลือแบบไม่มุ่งเป้า คำว่า “ไม่มุ่งเป้า” ของนายเอกนิติ ก็ขยายความว่า เช่น มีคนรวยที่ขับรถได้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ดีเซล  ซึ่งตนก็บอกว่า จริงๆแล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรงนี้เราไม่ได้ขัดข้อง และความจริงในวงเงินที่ทำก็สามารถจะบริหารจากงบประมาณปกติได้  แต่คำถามคือ การให้เงินคน 30 ล้านคน โดยคนที่ได้คือ คนที่มีโทรศัพท์ดีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตดีกว่า มือไวกว่า อย่างนี้เป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าอย่างไร  นี่คือ สิ่งที่เราทักท้วง และเราไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจไม่มีปัญหา แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความหมายเฉพาะของมัน และไม่ได้เป็นตามเงื่อนไข และเราก็มองว่า การช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ก่อหนี้มากมายมหาศาลแบบนี้ และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมีวิธีอื่นอีกเยอะ 

เมื่อถามว่า ในร่างคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย แต่เชื่อว่า เมื่อเรายื่นไปแล้ว ศาลจะรับไว้พิจารณา และหากศาลรับพิจารณา ก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า น่าจะทันในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

“ราเชน”จบดราม่าย้ายตำแหน่ง หลังเข้าพบ”เลขาฯ รมต.”ยันทำความเข้าใจกันแล้ว เชื่อไร้ปม”หลานรัฐมนตรี”เกี่ยวข้อง พร้อมน้อมรับมติบอร์ดบริหาร ย้ำชัดจบคือจบ-เป็นข้าราชการมืออาชีพ

11 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเช้าวันนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เช้าวันนี้ได้มาที่กระทรวงและได้พบกับท่านเลขานุการรัฐมนตรี ได้รับฟังเหตุผลในการโยกย้ายตำแหน่งของตนเอง และจากกรณีที่ตนเองได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่พอใจในการโยกย้ายเนื่องจากคาดเดาว่าเกี่ยวกับหลานท่านรัฐมนตรี

ผมได้พิจารณาไตร่ตรอง รับฟังข้อมูล จึงเชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เป็นการแต่งตั้งตามที่เป็นอำนาจของผู้บริหารกระทรวง โดยมีการนำเสนอตามลำดับชั้นเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน

ผมไม่ติดใจ และขอน้อมรับการพิจารณาของท่านผู้บริหาร และขอยุติการให้ข่าวใดๆ ที่อาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว ในทุกกรณี จะไม่ร้องเรียนไปยังทุกหน่วย ขอยืนยันตามนี้ครับ จบแล้วคือจบครับ ตนเองเป็นข้าราชการมืออาชีพ”

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“อนุทิน”ตอบ”กรณ์” หลังจวก”พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน”ทำเสียวินัยการคลัง บอก”ฝ่ายค้าน”ก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบ”ไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย” พร้อมรับฟังเหตุผล แต่วอนอย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ”ศิริกัญญา”แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับ”คนทํางานเป็นกับไม่เคยทำ”

11 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจทําให้เสียวินัยการเงินการคลัง ว่า ท่านเป็นฝ่ายค้านก็ต้องคิดเช่นนั้น เราเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า โครงการไทยเข้มแข็งในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กับโครงการไทยช่วยไทยในรัฐบาลชุดนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เจตนารมณ์คือทุกคนอยากช่วย ให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่าไปเปรียบเทียบเลย เตี๋ยวจะกลายเป็นความขัดแย้ง สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ยืนยันได้ก็คือโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเร่งเยียวยาคลี่คลายความเดือดร้อน เศรษฐกิจให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า การที่นายกรณ์ มีประสบการณ์ทางการเมือง ออกมาท้วงติงเช่นนี้ รัฐบาลควรรับฟังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลเรารับฟังอยู่แล้ว ประสบการณ์ทางการเมืองทุกคนก็มีหมด ทุกคนก็ประสบความสําเร็จมาหมด ในการทํางานของแต่ละท่าน อย่าเอามาข่มมาเปรียบกัน เห็นๆ กันอยู่

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มีเพียงเอกสาร 5 ใบ นายกฯ กล่าวว่า “ถือว่าเป็นประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่บอกว่าคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน” โดยนายกฯ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “พูดไปเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก”

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.19 น.

“ทนายวิญญัติ”เผย”ทักษิณ” ต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง จนกว่าจะพ้นโทษเดือนกันยายน ภายใต้เงื่อนไขห้ามออกนอกเขตกรุงเทพฯ หากมีเหตุต้องไปต่างจังหวัดต้องขออนุญาต ส่วนต่างประเทศหมดสิทธิ์

11 พฤษภาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่า หลังจากนี้นานทักษิณจะต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ ครั้งแรกคือวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ , ครั้งที่ 2 วันที่ 27 มิถุนายน , ครั้งที่ 3 วันที่ 29 กรกฎาคม และครั้งที่ 4 วันที่ 31 สิงหาคม แต่การไปรายงานตัวแต่ละครั้งสามารถแจ้งเลื่อนออกไปได้หากมีเหตุจำเป็น

ส่วนเงื่อนไขเบื้องห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น ดื่มสุรา เสพยาเสพติด กระทำความผิดอาญาอื่น ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้ คือบ้านจันทร์ส่องหล้า จรัญสนิทวงศ์ 71 ห้ามออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร แต่หากจะเดินทางไปต่างจังหวัดต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน และห้ามเดินออกนอกประเทศ

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

แพทองธาร โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัวชินวัตร ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่ แม้ตัวเองจะลำบาก – แม่ ยังเป็นเสาหลักให้พิง – อ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 เวลา 10:10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพบนแอพลิเคชั่นอินสตาแกรม ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายพานทองแท้ ชินวัตร, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ พร้อมข้อความระบุว่า

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ คือ เรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อ แย่ ลูก ๆ ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้ อายุ 70กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก ๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ และ พี่น้อง พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริง ๆ ค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome”

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่นายทักษิณได้รับการพักโทษ และเดินทางกลับมาถึงบ้าน

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.52 น.

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพผ่านสตอรี่ แอพลิเคชั่นอินสตาแกรม โดยเป็นภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังได้รับการพักโทษ และออกจากเรือนจำกลางของเปรม พร้อมข้อความว่า “Welcome back daddy”
 

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.30 น.

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว และประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ทั้งที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและระบบเฝ้าระวังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะสำคัญ การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระหนูในพื้นที่อับอากาศ ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์ สำหรับอาการของโรค ในระยะแรกจะคล้ายไข้หวัด ก่อนที่บางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรค การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ

รัฐบาลได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลร่วมกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองโรคในผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดทำการประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง และแนวทางตอบโต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นก่อนทำความสะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดของบ้านและสถานที่ทำงาน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ลลิดา กล่าว

ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

ทักษิณ พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-ทักทายมวลชน

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.51 น.

“ทักษิณ”ออกจากเรือนจำ เข้ากอด”แพทองธาร-ครอบครัว” ยืนตรงเคารพธงชาติ ก่อนขึ้นรถกลับจันทร์ส่องหล้า ด้าน”ครอบครัว-แกนนำ-สส.เพื่อไทย”ต้อนรับอบอุ่น 

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00 น.ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดพักโทษและจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาปักหลักอยู่บริเวณทางเท้าตลอดแนวรั้วหน้าเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยในเวลา 06.00 น.แกนนำ สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลทักษิณ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล น.ส.ชนก จันทาทอง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย ไพรพนา อดีตแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เดินทางมาถึงเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากมีสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษ กรณีทั่วไป

ขณะที่เวลา 07.20 น.บรรดาแกนนำ สส.พรรคเพื่อไทย ได้เริ่มทยอยเดินทางมาที่บริเวณประตูหน้าเรือนจำ จากนั้นเวลา 07.30 น.ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นางเยาวเรศ ชินวัตร นายพายัพ ชินวัตร นายศุภเสกข์ อมรฉัตร เดินทางมาถึง

ต่อมาเวลา 07.40 น.นายทักษิณ ได้เดินออกจากเรือนจำ โดยสวมเสื้อเชิตสีขาว กางเกงขายาว และได้มาสวมกอดลูกสาว หลาน และน้องสาว ที่มารอต้อนรับโดยได้สวมกอด น.สแพทองธาร เป็นคนแรก จากนั้นได้เดินทักทาย บรรดาแกนนำ และ สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนจะเดินไปเคารพธงชาติที่เสาธงบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนจำ และทักทายมวลชนคนเสื้อแดง ก่อนขึ้นรถออกจากเรือนจำ เดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 บางกอกน้อย เพื่อรายงานตัวตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน

– 006

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

ครอบครัวชินวัตร-แกนนำเพื่อไทย ทยอยรอต้อนรับ ทักษิณ หน้าเรือนจำฯ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.43 น.

11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม ว่า เมื่อเวลา 07.30 น.ครอบครัวชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมาถึงแล้ว เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

จากนั้นเวลา 07.40 น.นายทักษิณเดินออกจากเรือนจำฯ ต่อมาเวลา 08.00 น.นายทักษิณออกมายืนเคารพธงชาติหน้าประตูเรือนจำฯ และทักทายมวลชนแกนนำ พร้อมขอบคุณมวลชนที่คอยให้กำลังใจ ก่อนที่เวลา 08.05 น.นายทักษิณจะขึ้นรถออกจากเรือนจำฯ

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการพักโทษครั้งนี้ ใช้เกณฑ์มาตรฐานการพักโทษเดียวกับผู้พักโทษทั่วไป ไม่มีกำหนดเงื่อนไขพิเศษทางการเมือง และไม่มีข้อห้ามเรื่องการแสดงความคิดเห็น หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขคุมประพฤติ อาจถูกเพิกถอนการพักโทษ และกลับไปรับโทษในเรือนจำต่อไป

– 006

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

ประมวลภาพ มวลชนคนเสื้อแดง รอต้อนรับทักษิณ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.29 น.

11 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม มีมวลชนคนเสื้อแดง มานอนรอที่บริเวณริมฟุตบาท เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนหลายคนเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ และบางคนเดินทางมาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสื้อแดงคึกคักแต่เช้ามืด! รอต้อนรับ ทักษิณ หลังได้พักโทษ)

– 006