บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ความพอเพียง

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ความพอเพียง

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ความพอเพียง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีป่าแห่งหนึ่ง สัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พวกเขามีอาหาร มีน้ำ และมีที่อยู่อาศัยอย่างพอเพียงต่อความต้องการ ไม่มีสัตว์ตัวใดที่ต้องอดอยากหรือลำบาก

แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดทางอินเทอร์เน็ตไปทั่วป่าว่า มีเมืองใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากป่า  มีอาหารมากมาย มีสิ่งของสวยงาม และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย   แล้วมีกระต่ายตัวหนึ่งมีความใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตที่หรูหราเหมือนกับสัตว์  จึงตัดสินใจที่จะออกเดินทางไปเมืองใหญ่ โดยไม่ฟังคำทัดทานของเพื่อน ๆ และครอบครัว

เมื่อกระต่ายน้อยไปถึงเมืองใหญ่ เขาก็ได้พบกับความจริงที่ไม่คุ้นเคย    ชีวิตในเมืองไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาคิด เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเอารัดเอาเปรียบ และความเห็นแก่ตัว กระต่ายน้อยต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาซื้อสิ่งของที่จำเป็น แต่เขาก็ไม่เคยมีความสุขเลย

วันหนึ่ง กระต่ายน้อยได้พบกับเต่าสูงอายุที่อยู่ในเมืองใหญ่มานาน     เต่าชราได้เล่าให้กระต่ายน้อยฟังถึงความสุขที่แท้จริง ว่า ไม่ได้อยู่ที่การมีสิ่งของมากมาย แต่อยู่ที่การรู้จักพอเพียงกับสิ่งที่เรามี และการทำประโยชน์ต่อผู้อื่น

กระต่ายน้อยได้ฟังดังนั้นก็เริ่มคิดได้ เขาคิดถึงเพื่อน ๆ และครอบครัวที่อยู่ในป่า เขาคิดถึงชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีความสุข เขาจึงกลับไปยังบ้านป่าของเขา

โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อน ๆ และครอบครัว เขาได้เรียนรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การรู้จักพอเพียงกับสิ่งที่เรามี และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

การกระทำของกระต่ายน้อยในนิทานนี้ เป็นการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10  ข้อ  8  การเปิดใจเรียนรู้ รับฟังสิ่งที่ดี แล้วนำไปปฏิบัติ (ธัมมัสสวนมัย)   เพราะกระต่ายรับฟังคำสอนของเต่า

นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ความพอเพียงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต การรู้จักพอเพียงจะทำให้เรามีความสุขและไม่เดือดร้อน

ข้อคิด:   ความพอเพียงคือ ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุช โดยให้คำนึงถึงความสมดุลระหว่างความต้องการกับสิ่งที่พึงมีพึงได้   ไม่ให้มากเกินไปและไม่ให้น้อยเกินไป      การประหยัดเป็นส่วนหนึ่งของความพอเพียง   ความพอเพียงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีทรัพย์มากหรือน้อย  คนมีมากก็ใช้มากได้  แต่คนมีน้อยต้องใช้น้อย  ไม่ใช้เกินตัวจนมีหนี้สิน

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis หรือ RA) คือโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำลายเนื้อเยื่อของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในบริเวณ “ข้อเล็ก” เช่น ข้อมือ นิ้วมือ และนิ้วเท้า และอาจเกิดการบวม แดง ร้อน เกิดอาการเจ็บปวด และมักมีความฝืดของข้อในช่วงเช้า เป็นเวลานานกว่า 30 นาทีและเนื้อเยื่อรอบข้อ อาจส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย หากผู้ป่วยปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้บริเวณข้อเสียหายหรือผิดรูป และส่งผลต่ออวัยวะอื่น เช่น ปอด หัวใจ หรือหลอดเลือดได้

นพ. เกรียงศักดิ์ เล็กเครือสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน คลินิกระงับปวด และผ่าตัด ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ โรงพยาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลว่า สาเหตุของการเกิดโรครูมาตอยด์  ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง  พันธุกรรม  สิ่งแวดล้อม  ฮอร์โมน  โดย ผู้ป่วยที่มีโรครูมาตอยด์มักมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดข้อเรื้อรัง บริเวณ ข้อ เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเข่า ข้อบวมและอักเสบ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ, อาการข้อติดในตอนเช้า ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกว่าข้อแข็ง ขยับลำบาก อาการอาจใช้เวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมงกว่าจะดีขึ้น รวมทั้งอากาอาจรเกิดในหลายข้อพร้อมกัน มักเกิดในข้อเล็ก ๆ เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ โดยมีลักษณะอาการสมมาตร (ทั้งสองข้างของร่างกาย)

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ห้ามกินอะไรบ้าง?  อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น ขนมกรุบกรอบ เบเกอรีที่มีเนยขาว หรืออาหารแปรรูป ไขมันทรานส์สามารถกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ, น้ำตาลและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน ลูกอม หรืออาหารที่มีการเติมน้ำตาลมาก เพราะน้ำตาลสามารถกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มระดับสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย, เนื้อแดงและเนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน หรือแฮม เนื้อแดงมีกรดอะแรคิโดนิก (Arachidonic acid) ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบ, อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย มาการีน ชีส หรือผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันเต็มส่วน โดยไขมันอิ่มตัวอาจกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ

อาหารที่มีเกลือสูง อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง เกลืออาจกระตุ้นการอักเสบและส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกและข้อ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจกระตุ้นการอักเสบและลดประสิทธิภาพของการรักษาด้วยยา, กลูเตน (สำหรับผู้ป่วยบางราย) ผู้ป่วยบางคนอาจไวต่อกลูเตน (พบในแป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์) ซึ่งอาจกระตุ้นอาการอักเสบในบางกรณี, อาหารทอดหรือปิ้งย่างที่มีการไหม้เกรียม สารที่เกิดจากการไหม้หรือทอดน้ำมันท่วม เช่น อะคริลาไมด์ (Acrylamide) อาจเพิ่มการอักเสบในร่างกาย

อาหารที่ควรรับประทานแทน มีดังนี้ ผักและผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี่ ส้ม ผักใบเขียว, ปลาที่มีไขมันสูง เช่น แซลมอน แมคเคอเรล (โอเมก้า-3 ลดการอักเสบ), ถั่วและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ วอลนัท, ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวโอ๊ต ควินัว,เครื่องเทศ เช่น ขมิ้นและขิง (มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ)

การรักษา เริ่มจากการใช้ ยา เช่น ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs), ยากลุ่มสเตียรอยด์ และยากดภูมิคุ้มกัน,กายภาพบำบัด ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, การผ่าตัด (ในกรณีรุนแรง) เช่น การเปลี่ยนข้อ

แม้โรครูมาตอยด์จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และแม้ว่าโรคจะสงบแล้วก็อาจกลับมาเป็นได้อีก  แต่การรักษาในปัจจุบันสามารถช่วยควบคุมโรค ลดอาการ และป้องกันความเสียหายของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลตัวเองและการรักษาอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดผลกระทบจากโรคในระยะยาว

หากมีข้อสงสัยเกี้ยวกับอาหารของโรค สามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน คลินิกระงับปวด และผ่าตัด ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ ได้ที่โทร 02-836-9999 ต่อ *2621

‘สร้างคุณค่า สร้างรายได้ สู่สังคมสูงวัย’ พกฉ.คว้ารางวัล ‘ระดับดีเด่น’ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

‘สร้างคุณค่า สร้างรายได้ สู่สังคมสูงวัย’ พกฉ.คว้ารางวัล ‘ระดับดีเด่น’ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

‘สร้างคุณค่า สร้างรายได้ สู่สังคมสูงวัย’ พกฉ.คว้ารางวัล ‘ระดับดีเด่น’ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. รับรางวัล “องค์การที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเด่น” เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ พกฉ. ในการเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สร้างชีวิต” ที่ขับเคลื่อนภารกิจตามศาสตร์พระราชาและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผ่านการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศ

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า รางวัลระดับดีเด่นในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดย พกฉ. มุ่งสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้ผู้สูงอายุได้มีบทบาท มีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี สามารถนำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และประสบการณ์มาถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง ผ่านแนวคิด “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่เปิดโอกาสให้ทุกช่วงวัยได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

“พกฉ. ให้ความสำคัญกับการมองผู้สูงอายุในฐานะ “พลังของสังคม” ไม่ใช่เพียงผู้รับการดูแล แต่เป็นคลังภูมิปัญญาที่มีคุณค่า โดยได้นำองค์ความรู้ด้านการเกษตร วิถีชีวิต และการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสาธิตอาชีพ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งช่วยสร้างรายได้และเสริมคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย” ผู้อำนวยการ พกฉ. กล่าว

ทั้งนี้ พกฉ. มุ่งเดินหน้าพัฒนากิจกรรมและโครงการที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของประเทศ เพื่อสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ที่ทุกช่วงวัยสามารถมีส่วนร่วม สร้างคุณค่าสู่สังคมไทย และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ มั่นคง และยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ Facebook @wisdomkingmuseum

สวยสปอร์ตเกิร์ล! เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อวดหุ่นเป๊ะกลางคอร์ดเทนนิส

สวยสปอร์ตเกิร์ล! เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อวดหุ่นเป๊ะกลางคอร์ดเทนนิส

สวยสปอร์ตเกิร์ล! เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อวดหุ่นเป๊ะกลางคอร์ดเทนนิส

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

11 พฤษภาคม 2569 ทำเอาแฟนๆ ฮือฮาไม่น้อย เมื่อนางเอกสาวชื่อดัง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ออกมาโพสต์ภาพขณะอยู่บนคอร์ดเทนนิสในลุคสปอร์ตสุดชิค สวมเสื้อกล้ามสีขาวคู่กับกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างชัดเจน จนหลายคนเข้ามาชื่นชมกันอย่างล้นหลาม ทำเอาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

ภาพจากที่นี่ : @janienineeleven

‘ฮาย–อาภาพร’ โชว์สเต็ปนำเต้นที่โลตัส พร้อมแด๊นซ์ต่อที่แม็คโครกับ ‘ดาด้า’

‘ฮาย–อาภาพร’ โชว์สเต็ปนำเต้นที่โลตัส  พร้อมแด๊นซ์ต่อที่แม็คโครกับ ‘ดาด้า’

‘ฮาย–อาภาพร’ โชว์สเต็ปนำเต้นที่โลตัส พร้อมแด๊นซ์ต่อที่แม็คโครกับ ‘ดาด้า’

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.54 น.

แม็คโคร-โลตัส ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอบรับกระแสไวรัลแอโรบิคสุดฮิต พร้อมพลิกโฉมตำนานแอโรบิคหน้าโลตัสที่ทุกคนรู้จักสู่กิจกรรม Aerobic Dance FIT EAT FUN” ชวนทุกคนมาขยับร่างกายให้สุด สนุกให้เต็มที่ และเติมพลังสุขภาพดีไปพร้อมกัน เตรียมพบกับ Special Guest ลูกทุ่งตัวแม่ “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่จะขนเพลงฮิตมาโชว์เสต็ปนำเต้น ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.00 – 18.30 น. ณ โลตัส บางนา โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟรีพร้อมรับของที่ระลึกสำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่หน้างาน 100 คนแรก

เดินหน้าส่งต่อความไวรัลสู่ แม็คโคร กับกิจกรรม  DANCE LIKE A PRO” พบกับ Special Guest “ดาด้า มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ 2026” ที่จะมานำเต้นด้วยสเต็ปสุดฮิต ในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 – 19.00 น. ณ แม็คโคร สาทร โดยกิจกรรม DANCE LIKE A PRO” ที่แม็คโคร และ Aerobic Dance FIT EAT FUN” ที่โลตัส จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสาขาที่จัดกิจกรรม หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน https://www.facebook.com/makroHQ  หรือ https://www.facebook.com/lotussth

มิตรรักทั่วไทย พาบุกสวนพันไร่ แหล่งมะพร้าวน้ำหอมขึ้นชื่อ จ.ราชบุรี เอ แป้ง ชิมสดแพ็กเองขายเอง

มิตรรักทั่วไทย พาบุกสวนพันไร่ แหล่งมะพร้าวน้ำหอมขึ้นชื่อ จ.ราชบุรี เอ แป้ง  ชิมสดแพ็กเองขายเอง

มิตรรักทั่วไทย พาบุกสวนพันไร่ แหล่งมะพร้าวน้ำหอมขึ้นชื่อ จ.ราชบุรี เอ แป้ง ชิมสดแพ็กเองขายเอง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.30 น.

“เอ-ไชยา” ควง “แป้ง-ศรันฉัตร์” บุกสวนมะพร้าวน้ำหอม GI จ.ราชบุรี เปิดทุกขั้นตอนสร้างรายได้ชุมชน ใน “มิตรรักทั่วไทย” อาทิตย์ที่ 17 พ.ค.นี้   พาแฟนรายการออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ชุมชนและของดีท้องถิ่นอีกครั้ง สำหรับรายการ มิตรรักทั่วไทย ที่สัปดาห์นี้ “พ่อเอ-ไชยา” และ “ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์” ขอพาไปลุยกันถึง อ.บางแพ จ.ราชบุรี แหล่งปลูก “มะพร้าวน้ำหอม” ของดีขึ้นชื่อระดับ GI ของราชบุรี พร้อมเปิดทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บจากต้นจนแปรรูปเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้ชุมชน

เปิดทริปกันที่ วัดกลางวังเย็น วัดโบราณเก่าแก่คู่ชุมชนที่มีอายุเกือบ 200 ปี (สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2392)  ก่อนเดินทางต่อไปยัง วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นล้งมะพร้าวน้ำหอม โดยมีชาวบ้านมารอต้อนรับสองพ่อลูกอย่างคึกคักงานนี้ “พ่อเอ-ลูกแป้ง” ได้สัมผัสบรรยากาศสวนมะพร้าวแบบใกล้ชิด โดยมี พี่ประยูร ประธานกลุ่ม พาไปดูครบทุกขั้นตอน ทั้งชิมน้ำมะพร้าวสดจากต้น พร้อมเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บมะพร้าวจากสวนพันไร่ การคัดแยก คว้านเปลือกแพ็กสินค้า ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง วุ้นมะพร้าว และมะพร้าวแก้ว โดยทั้งคู่ยังลงมือช่วยชาวบ้านทำสินค้าด้วยตัวเองแบบไม่มีหวงวิชาปิดท้ายด้วยภารกิจช่วยขายสินค้าชุมชนสุดคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวน้ำหอมทั้งลูก น้ำมะพร้าวบรรจุขวด มะพร้าวอบกรอบ วุ้นมะพร้าว และมะพร้าวแก้ว สร้างสีสันและเสียงหัวเราะตลอดทั้งทริปส่วนแฟน ๆ ทางบ้านที่สนใจสินค้าของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรักทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv   ติดตามความสนุกและอิ่มเอมวิถีชุมชนได้ใน  ไปหาของดีไปกับ เอ-แป้ง ที่ จ.ราชบุรี ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

อูน แพ็ค เปิดรัก 17 ปีนานกว่าครึ่งชีวิต เผยบทเรียนคู่ชีวิตที่ทำให้รักตัวเองเป็น

อูน แพ็ค เปิดรัก 17 ปีนานกว่าครึ่งชีวิต เผยบทเรียนคู่ชีวิตที่ทำให้รักตัวเองเป็น

อูน แพ็ค เปิดรัก 17 ปีนานกว่าครึ่งชีวิต เผยบทเรียนคู่ชีวิตที่ทำให้รักตัวเองเป็น

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.19 น.

จาก MSN หัวใจ 6 บรรทัด สู่รัก 17 ปีที่กำลังมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาเติมเต็ม แพ็ค วุฒิกานต์ และ อูน ชนิสรา เปิดใจในรายการWandOland ถึงเส้นทางคู่ชีวิตที่ไม่ได้มีแค่ความรัก แต่มีการเติบโต การให้อภัย และปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทั้งคู่เข้าใจคำว่าครอบครัวมากขึ้น เล่าความกลัวและกังวลที่เกิดขึ้นในช่วงของการตั้งครรภ์ เผยเคยแบกความกดดันและความทุกข์ไว้มากจนต้องกลับมาทบทวน รวมถึงเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและกลับมามองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น

ตอนเจอกันครั้งแรก ?

แพ็ค วุฒิกานต์ : ประมาณ 17 ปี น้องอูนเป็นน้องสาวของเพื่อน ตอนนั้นเป็นงานเรียนจบ คือจบ ม.6 ก็จะมีงานไปร้องคาราโอเกะกัน วันนั้นน้องอูนมาด้วย คือสะดุดตามาก เป็นผู้หญิงที่ยิ้มแล้วเหมือนแบบ เขาเอาโลกทั้งใบเราไปเลย

อูน ชนิสรา : วันนั้นโดนพี่สาวบังคับไป อูนเป็นคนไม่ชอบเข้าไปกับกลุ่มที่เราไม่ได้สนิทด้วย แต่อูนรู้จักพอประมาณในเพื่อน ๆ เขา แต่ไม่เคยเจอพี่แพ็ค เราก็นั่งแท็กซี่ไป เพราะว่าต้องตามพี่สาวเพราะโดนเรียก แล้วตรงสะพานตากสินปกติรถมันจะติดมาก ๆ แล้วเหมือนแท็กซี่เขาก็ข้ามผ่านสะพานตากสินโดยที่ไม่มีรถเลย แล้วแท็กซี่ก็หันมาพูดว่า….วันนี้ไปเจอใคร แสดงว่าน่าจะเป็นเนื้อคู่นะทางโล่งมาก ๆ เลย จำได้แม่นเลยและวันนั้นก็เป็นวันแรกที่เจอเขา ก็ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ว่าปะปี๊ไม่พูดสักคำเลย เขา ไม่พูดสักคำเดียว อูนก็เต้นสะบัดเลย ไม่ได้คุยกับเขาด้วย

แล้วใครทักใคร ?

 แพ็ค วุฒิกานต์ : หลังจากวันนั้น ผมทักไปหาเพื่อนบอกว่าขอเบอร์ขออะไรหน่อยได้ไหม เพื่อน (พี่สาวอูน) ก็ยึกยักเป็นอาทิตย์อยู่เหมือนกัน

อูน ชนิสรา : พี่สาวเขาไม่ให้ตอนแรก เขาก็ทักมาแบบจีบเลยในยุคนั้นเป็นยุคที่ทุกคนมี MSN พี่เขาก็โทรมาบอกกำลังพยายามจะแอด MSN ไปหานะ ด้วยความที่เราก็น่าจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขาใน MSN ชื่อมันก็แบบเป็น หัวใจ ๆ P หัวใจ O แบบนั้นเลย แล้วก็จำได้ว่าแชทแรกที่ขึ้นมาก็เป็นแบบฮัลโหลมา 1 ที แล้วก็หัวใจ 6 บรรทัด แล้วก็พิมพ์หัวใจที่แบบเป็นตัวอักษร แล้วก็เขียนว่าเป็น P Love O อย่างนั้นมาเลย เราแล้วก็แบบแปลก ๆ แต่ว่าก็น่าสนใจดี เพราะว่ามันชัดเจนมาก ๆ เลย

คิดว่าถ้าในวันนั้นไม่เปิดใจอาจจะไม่มีวันนี้ เพราะว่าความสำเร็จของคุณมาได้ด้วยคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้าง ?

อูน ชนิสรา : ก็เหมือนที่เขาบอกกันตอนนี้ ในยุคนี้เขาจะพูดว่าต้องไม่กลัวที่จะเป็นคนที่ cringy สำหรับอูนว่า คือเราเป็นคนชอบความชัดเจน อูนไม่ชอบเดา เพราะว่าในชีวิตมันมีเรื่องให้สงสัยและกังวล แต่พอเขามาในท่าที่เราไม่ต้องกังวลอะไรเลย อูนอาจจะแอบชอบ ก็เลยรู้สึกว่าในความชัดเจนนั้นมันมีเสน่ห์อยู่บางอย่างที่แบบ คนอื่นอาจจะมองว่าแปลก แต่เรารู้สึกว่าเขาก็ตรงไปตรงมาดี

พลังงานของตัวเรารู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปเลยไหม จากการที่มีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในตัวเรา ?

อูน ชนิสรา : มากค่ะ อูนเป็น PCOS เคยประจำเดือนขาด 6 ปี ทุกรอบที่อูนประจำเดือนมาในปีที่ผ่านมานี้ อูนเลือกที่จะไปฝากไข่แล้ว เพราะว่าอูนรู้สึกว่าไม่มี hope ในการมีธรรมชาติ ในหัวอูนการท้องเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นเองด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น 2 เดือนแรกไม่รู้เรื่องใช้ชีวิตปกติ พอไปตรวจจนเห็น คือไม่เชื่อ ต่อให้ฮอร์โมนขึ้นก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจแล้วก็เห็นตัวอ่อนที่อยู่ในจออัลตราซาวนด์ ช็อค มันมีบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่เราไม่มีอำนาจควบคุม ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้อูนรู้สึกแบบนั้น รู้สึกว่าชีวิตเกิดมาเราเลือกได้พอสมควร อาจจะมีบ้างเรื่องแบบเราเกิดมาในครอบครัวไหนเราเลือกไม่ได้ แต่ว่าเราก็ใช้ชีวิตมาจนเราไม่ได้สังเกตสิ่งนั้น แต่พอมามีลูก พอเห็นจอ รู้สึกนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่อูนไม่ได้เลือกในชาตินี้ อูนอาจจะทำอะไรกับพี่แพ็คมา เขาอาจจะทำอะไรกับอูนมา แล้วมันคงเป็น promise หรือว่าสัญญาบางอย่างที่ทำให้เราได้มาเจอกันในจังหวะที่เขาใจดีกับอูนที่สุด ก็คืออูนพร้อมที่สุด อูนว่า miracle ก็ไม่ได้เกินความรู้สึกตอนนั้น ว่าตอนที่น้องเรียกอูนกับพี่แพ็คว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว พี่แพ็คก็จะหันไปทันทีแล้วก็พูดว่าอะไรนะ

แพ็ค-วุฒิกานต์ : เดี๋ยวรอ 3 เดือนก่อน เพราะว่าถ้าก่อนหน้า 3 เดือน ตัวแปรมันเยอะมาก แล้วเปอร์เซ็นต์มันแบบ คือเปอร์เซ็นต์มันสูงกว่านี้เยอะที่จะไม่อยู่ด้วยอะไรอย่างนั้น แต่พอเกิน 3 เดือน เปอร์เซ็นต์มันเหลือค่อนข้างน้อยมากแล้ว มัน diff กันเยอะเลย ก็เลยคิดว่ารอ 3 เดือนก่อนดีกว่า แล้วค่อยดีใจดีกว่า เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดมันก็อาจจะเป็นกลัวตัวเองด้วย กลัวใจ ก็เลยพยายามเก็บไว้นิดหนึ่งแบบรอ 3 เดือนดีกว่า

อูน ชนิสรา : แต่มันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตจริง ๆ ที่มันทำแบบธุรกิจไม่ได้ คือหมายถึงว่าธุรกิจเราสามารถคอนโทรลความหวังตัวเองได้ แต่เรื่องนี้เหมือนเราก็จะทำตัวแบบนี้กันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจำได้ว่ามันมีไฟลท์ที่จำเป็นต้องบินแล้วก็กลับมา พอกลับมาอูนจำได้ว่าโมเมนต์แรกที่อูนน้ำตาไหล คือคนปกติเขาได้ยินเสียงหัวใจเขาน้ำตาไหลกัน อูนไม่ อูนไม่เชื่อมันก่อน อูนยังต้องรอ 3 เดือน อูนจะยังไม่ดีใจและ celebrate สิ่งนี้ จะรอ 3 เดือน แต่ว่าวันที่กลับมาแล้วอูนจำได้ว่าจากสนามบิน อูนไปโรงพยาบาลทันที อัลตราซาวนด์แล้วได้ยินเสียงหัวใจ ร้องไห้หนักเลย แล้วก็ surrender เลยว่าเราไม่สามารถไม่รักสิ่งนี้ได้แล้ว

แพ็ค-วุฒิกานต์ : คือต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนความกลัว มันเริ่มตอนอยู่บนไฟลท์เครื่องบิน มันเห็นชัดมาก เพราะปกติเราเป็น 2 คนที่บินเยอะมาก บินตลอดเวลา ถ้าเครื่องบินตกหลุมอากาศ มันจะแบบ ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียส เพราะบินมาเยอะแล้ว ไฟลท์นั้นเป็นไฟลท์ที่ความรู้สึกมัน flip กันเลย พอเริ่มตกเยอะ ความตื่นเต้นไม่มีกลายเป็นความกลัว ถ้าตกเยอะลูกจะมีปัญหาหรือเปล่า กลายเป็นว่าน้ำตาซึม แล้วปกติเป็นคนไม่ร้อง คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเป็นคนไม่มีน้ำตา วันนั้นคือต้องเช็ด ต้องยอมรับว่าช่วง 2 เดือน ค่อนข้างเครียดเลย เหมือนเป็นความเครียดที่ใหม่ล่าสุดที่เราไม่เคยเจอมาก่อนแล้วกัน ความเครียดนี้จะดีลกับมันยังไงดี

ในวันที่ความเห็นไม่ตรงกันอย่างรุนแรง กลัวอะไรมากกว่ากันระหว่างงานพังหรือใจพัง ?

แพ็ค วุฒิกานต์ : ไม่กลัวใจพัง เพราะว่าในใจลึก ๆ เชื่ออยู่แล้วว่าเรา 2 คน คุยกันได้ตลอด มีอะไรแชร์กันได้ตลอด เพราะฉะนั้นคำตอบคือไม่ได้กลัวใจพัง กลัวงานพัง เราผ่านช่วงเวลาเด็ก ๆ ผ่านช่วงเวลาเรา 2 คนเรียนรู้อะไรแบบโตขึ้นมาเยอะมาก ท้ายที่สุดคำตอบมันง่ายมากเลยว่า เราไม่ได้เพิ่งผ่านกันมาแค่นี้ เราผ่านกันมาก่อนหน้านี้แล้วแต่เราจำไม่ได้ เพราะฉะนั้นพอเรามั่นใจกับ energy นี้ว่ายังไงเราอยู่กับเขาได้ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ก็เลยไม่ได้กลัว

อูน ชนิสรา : เหมือนกัน อูนรู้สึกว่าใจไม่พัง ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เป็น issue เพราะว่าต่อให้ตีกัน เดี๋ยวมันจะมี way out อาจจะใจเจ็บแต่ไม่พัง คือเราพูดถึงใจพังไปแล้วว่ามันเฟิร์มมาก เรื่องงานพัง อูนว่าสำคัญ เพราะว่าอูนรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิต มันเป็นช้อยส์ที่เราเลือก เช่น อูนเลือกที่จะเป็นภรรยาเขา เลือกที่จะทำงานกับเขา แล้วก็เลือกที่จะเป็นผู้บริหารร่วมกับเขา เพราะฉะนั้นในโมเมนต์ที่เราคุยกันเรื่องงาน เราจำเป็นต้องเป็นผู้บริหารที่ต้อง ignore role อื่น ๆ ไปบ้าง เช่น ในฐานะสามีภรรยาที่จะแบบแทรกไอเดียกัน เถียงไอเดียกัน เพราะว่าเรามีหน้าที่ๆเราเลือกเองว่าจะเป็น ก็คือเราจะเป็นผู้บริหารด้วย เลยรู้สึกว่าไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้กลัวใจห้ามพังแล้วงานจะพัง มันไม่ได้ เพราะทุกหน้าที่เราก็เลือกมาแล้วว่าเราจะทำ

ถ้าวันหนึ่งเขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่ จะเลือกยืนข้างเขาแบบไม่มีเงื่อนไข หรือจะเลือกยืนข้างความถูกต้อง ?

อูน ชนิสรา : ถ้าในฐานะภรรยา อูนมองว่าอูนไม่มีทางเลือกนอกจากจะยืนข้างใจเขา เพราะว่าอูนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดตลอดชีวิตที่อูนเจอมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาซัพพอร์ตเรา เราก็ซัพพอร์ตเขา อูนว่าต่อให้เขาจะทำผิดอะไรก็ตาม สมมุติเป็นแบบเรื่องที่แย่มาก ๆ ในชีวิต อูนก็ไม่มีวันที่จะรู้สึกว่าอยากให้เขาเจ็บปวดหรือเสียใจ แต่ในทางเดียวกันก็รู้สึกว่าเขาก็ต้องรับผลของการกระทำของเขาเหมือนกัน เช่นสมมุติว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องไปชดใช้ ชดเชย หรืออยู่ในจุดที่เขาไม่ comfortable ในชีวิต อูนว่าเขาก็ deserve ที่จะต้องรับผิดชอบมัน แต่ว่าจะไม่ใช่คนที่ย้ำซ้ำเติมแน่นอน จะคอยอยู่ข้าง ๆ ใจเสมอ แต่คุณไปเคลียร์เวรกรรมที่คุณสร้างไว้

เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาระหว่างคบกันมา 17 ปีไหม ที่ต้องคุยกันแบบตรงไปตรงมากับความถูกต้อง ?

อูน ชนิสรา : อาจจะเป็นฝั่งอูนมากกว่า สมมุติว่าจริง ๆ อูนใหม่ในโลกของโซเชียลมีเดีย เวลาเจออะไรหรือว่าเลือกที่จะตัดสินใจทำอะไร เป็นคนโพล่ง ๆ อย่างนี้ ตอนนั้นเราไม่ได้เรียนรู้ว่าจังหวะมันควรจะประมาณไหน อะไรที่เราพูดไปมันเป็น Digital footprint เป็นสิ่งที่อยู่ไปตลอดชีวิต ก็รับผิดชอบมันด้วยความรู้สึกของอูน โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ต้องเข้ามายืนข้าง อูนเป็นคนเบรกเขาเสมอ เราจะต้องเจ็บปวด ถ้าอูนทำผิดต้องรับและก็ชดใช้ จะกันเขาออกในมุมที่อูนมองจะสังเกตว่าพี่แพ็คไม่เคยเข้ามายื่นมือแทน หรือมาแก้ตัวอะไรแทน เพราะอูนไม่ต้องการสิ่งนั้น อูนก็จะทำแบบนั้นกับเขาเหมือนกัน และก็คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเวลาเผชิญอะไรพวกนี้เราโดนคนเดียวเรารับคนเดียว แต่ถ้าเรามีความสัมพันธ์กับคน ๆ หนึ่งแล้วเราใกล้มาก ๆ อย่างเป็นแฟน เป็นสามี ไม่จริงเลย เขาโดน และบางทีเขาเหนื่อยกว่าเราอีก เพราะเขาต้องมานั่งเห็นเราร้องไห้ นั่งเห็นเราทุกข์ นั่งเห็นเราเสียใจ คือแค่บอกว่าอยู่ข้าง ๆ แบบไม่มีเงื่อนไข แค่เขาก็เหนื่อยแล้ว ไม่ต้องมานั่งรับผิดชอบอะไรแทนกัน เพราะว่ารับผิดชอบเราในขณะที่เราทุกข์ การที่เราต้องรักกันในเวลาที่เราอ่อนแอ มันไม่ง่าย แค่นั้นก็พอแล้ว

แพ็ค วุฒิกานต์ : เขาต้องรู้ว่าเขาทำอะไรผิด และอีกสิ่งหนึ่งเขาก็จะรู้ว่าเราก็จะอยู่ข้างเขา

อูน ชนิสรา : พอทำงานด้วยกันมันก็จะมีความผิดพลาดด้านการทำงานด้วย เช่น การตัดสินใจผิด ซึ่งอูนมองว่าอันนี้ก็สำคัญเหมือนกันว่าเรากับเขามองว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญแค่ไหนของชีวิต เช่นสมมุติว่าอูนมองเงินเป็นเรื่องไม่ได้สำคัญมาก อูนมองว่าถ้าเกิดว่าเรามี benchmark ของการเงินที่เราอยู่ได้ประมาณหนึ่งแล้ว เงินมันไม่ได้เป็นเรื่องที่แบบควรจะต้องมาทู่ซี้หรือว่าเจ็บปวดขนาดนั้น แต่เขาสมมุติว่าเขาเป็นคนที่แบบเรื่องเงินไม่ได้เลย เราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง คือรู้สึกว่าความสำคัญของสิ่งที่เรามองไป มันก็ต้องคล้าย ๆ กันด้วย ถ้าเป็นความผิดในด้านนั้นไม่เป็นปัญหา

รู้สึกว่ามีอะไรที่ทำให้เราต้องปรับ ?

แพ็ค-วุฒิกานต์ : ผมอยากเป็นคนดีในทุกมิติเลย กลัวว่าเพราะในมุมของแพ็ค ต้องบอกก่อนว่าเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ perfect สำหรับเขา มาตรฐานความเป็นมนุษย์เขาสูงมาก เพราะฉะนั้นเราก็เลยกลัวว่า ณ วันหนึ่งถ้าเราไม่เป็นคนดีพอ energy มันจะไม่แมตช์กัน เพราะว่าแพ็คเชื่อในความเป็น energy มาก ยกตัวอย่างเช่นในห้องมันโทรศัพท์เข้า ถ้ามันหรือพลังงานต่าง ๆ ถ้ามันไม่ตรงคลื่นกัน มันไม่มีทางรับได้ เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดถ้าคลื่นของเราไม่แมตช์กับคลื่นของเขา ปัจจุบันเรายังอยู่ด้วยกันได้ แต่ในอนาคตถ้าเขาเป็นคนดีเลเวลนี้แล้วเราเป็นคนดีแค่เลเวลนี้ คลื่นมันไม่ตรงกัน อนาคตก็อาจจะหากันไม่เจอ เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดก็เลยอยากเป็นคนดีขึ้น แล้วพยายามเป็นคนดีขึ้นเพื่อให้พลังงานมันแมตช์กัน

อูน ชนิสรา : ของพี่แพ็คเป็นมาตรฐานความดี ของอูนเป็นมาตรฐานความสุข พี่แพ็คเป็นคนที่มีความสุขง่ายที่สุดในโลก Like the simplest thing แบบว่านั่ง ตื่นมาจริง ๆ ไม่ต้องมีอะไรเลยก็ได้ แบบนั่งดูต้นไม้ น้ำ เพราะตอนนี้เราอยู่ในส่วนที่ทำงานกันมาเหนื่อยแล้ว ก็ทำงานกันมาเหนื่อยจนแบบมีเงินพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ ขอให้องค์กรทุกคนอมยิ้มทุกวัน ตื่นมาแบบว่าสุขภาพจิตทุกคนแฮปปี้ เราอยู่ในจุดนั้นกันแล้ว เพราะฉะนั้นคือ requirement ชีวิต ไม่ใช่ข้ออ้างอีกต่อไปในการที่จะมาทำให้เราบอกว่าเรายังไม่มีความสุข จริง ๆ อูนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีความสุขง่ายมากเลยนะ แบบดอกไม้ดอกเดียว อาหารอร่อย มันก็ทำให้มีความสุขได้แล้ว แต่ความสุขของพี่แพ็คมันไม่ใช่แบบนั้น ความสุขของพี่แพ็คคือการมองในกระจกแล้ว วันนี้เก่งจัง วันนี้น่ารักจัง วันนี้ทำดีแล้ว มันคือความพอใจในการเป็นมนุษย์ในทุก ๆ วัน แล้วเราเรียนรู้ มีอยู่ช่วงหนึ่งมีความทุกข์ค่อนข้างเยอะ แล้วเขานั่งข้าง ๆ แบบเดินมานั่งข้าง ๆ อย่างจงใจ เหมือนวันนั้นคงทนไม่ไหว เขาก็เดินมาแล้วพูดว่า…หม่ามี้รู้ไหมว่าการเป็นสามีภรรยากัน ทุกครั้งที่หม่ามี้มีความทุกข์มันแตะมาถึงเขา แล้วยิ่งถ้าเขาทำอะไรไม่ได้ มันอึดอัด จะให้เขาทำยังไง ในเมื่อตัวเขาเองคนเดียวเป็นสามีที่ดีขนาดนี้ยังไม่พอเหรอ คำถามที่เขาพูดว่า มันไม่พอจริง ๆ เหรอ หมายถึงว่าทุกวันนี้ที่มีไม่พอให้หม่ามี้วางทุกอย่างบนโลกนี้ได้แล้วเหรอ พอฟังคำนั้นคืนนั้นทั้งคืนคิดแบบคิดวน ๆ แล้วเขาปิดท้ายบทสนทนาด้วยคำว่า ปะปี๊อยากได้ภรรยาปะปี๊คืน จำได้ว่าหลังจากประโยคนั้นอูนก็วางได้แบบเก่งขึ้นมากจริง ๆ ไม่เชิงวางแต่ว่าถือน้อยลงด้วย แล้วพอจังหวะที่มีน้องก็ยิ่งเข้าไปใหญ่ ก็รู้สึกว่ามองในกระจกแล้วไม่ได้เห็นคนที่ไม่น่ารัก ไม่ได้เห็นสิ่งที่ต้องแก้ แต่เรากลับเห็นว่าวันนี้ประมาณนี้ ได้เรียนรู้อันนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาใหม่ น่ารักมาก แล้วก็หัดพูดชมตัวเองออกเสียงสำคัญมาก ทำตามเขาเลย ที่ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องทำอะไรเยอะ สบาย เราก็อยากสบายแบบเขาบ้าง ทำไมแต่ก่อนอูนไม่เคยมองเลยว่าตื่นมาเราเป็นภรรยาที่น่ารักแล้ว เราเป็นเจ้านายที่โอเค เราเป็นเพื่อนที่น่ารักแล้ว เราไม่เคย take credit ตรงนี้ ก็เลยรู้สึกว่าเราเบาขึ้นแล้วก็มีความสุขขึ้นตามเขาเหมือนกัน

แพ็ค วุฒิกานต์ : ในมุมมองของแพ็ค น้องอูนไม่เคยไม่เก่ง แต่บางทีเขาไม่เชื่อตัวเองแล้วเขาไม่เคยชมตัวเอง เขามองว่าทำไมเราไม่เก่ง มุมมองของเขาที่เหมือนเขาอาจจะอยากดีกว่านี้ แต่สำหรับเรา ณ โมเมนต์นั้น มันเกินความเก่งไปแล้ว มันก็เลยความเก่งของเขาคนมันมีเยอะเหลือเกิน บางทีก็เลยอาจจะแบบเห็นพอเห็นเขาแล้วก็บางทีเหนื่อยแทน เพราะบางทีเขาอาจจะ ทำไมเขายังไม่รู้ว่าตัวเขาเก่ง ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเก่งมาก ก็เลยบางทีก็แบบแอบเหนื่อยเหมือนกัน เพราะว่ามันไม่รู้ว่าตัวเองทำดี ตัวเองทำถูก แล้วมันเหมือนแบบว่ายน้ำโดยไม่รู้ถิ่นรู้ทาง เขาบางทีบางโมเมนต์นั้น น้องอูนเขาเป็นอย่างนั้นอยู่

อูน ชนิสรา : จริง ๆ มันต้องให้อภัยตัวเองก่อนแล้วถึงจะยอมรับในด้านดีได้ อูนก็เรียนรู้ด้วยว่าเหมือนมองย้อนกลับไป อูนทำดีที่สุดในสติปัญญาของตัวเองช่วงนั้น ปัญญาของอูนมันมีแค่นั้น ในปีนั้น ๆ บางอย่างเราอาจจะไม่ชอบมันในตอนนี้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าเรายังเรียนรู้อยู่แค่นั้น ยังมีปัญญา มีปัญญามากขึ้นตามการเรียนรู้ของเรา ก็เลยเหมือนพอเรายอมรับตรงนั้นได้ ฟังสิ่งที่เขาคอยซัพพอร์ต เขาตั้งใจมาก ๆ จริง ๆ ที่จะทำให้เรารู้เรื่องนี้ แล้วพอเราเริ่มยอมรับบ้าง ชีวิตเปลี่ยนเยอะ

ถ้าต้องแยกกัน 1 เดือน โดยติดต่อกันไม่ได้เลย อะไรคือความรู้สึกแรกที่คิดว่าจะหายไปทันที และคุณจะรับมือกับมันยังไง ?

อูน ชนิสรา : เคยมีช่วงห่างกันในความสัมพันธ์ด้วยและก็กลับมาคบกัน และก็อีกไม่นานก็แต่งงาน พอคำถามนี้อูนก็เลยรู้สึกว่า อูนไม่เห็น 1 เดือน รู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ถึงวันที่ 31 แล้ว แค่นั้นเลย ก็อยู่บ้านไปใช้ชีวิตแบบเดิมทุกอย่าง เพราะว่าทุกวันนี้อูนแฮปปี้กับตัวเองมาก ๆ เลย ยิ่งอันนี้เราไม่ได้พูดถึงมีลูก ถ้ามีลูกคืออีกเรื่องหนึ่ง คือเราก็มีหน้าที่ใหม่ แต่ว่าถ้าไม่ได้พูดถึงฟังก์ชันของการที่ต้องมีลูก อูนว่าก็มีอะไรให้ทำทุกวันเหมือนเดิม แต่คงคิดถึงแย่เลย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยววันที่ 31 ก็มา และก็อีกมุมหนึ่ง อูนมองว่าการห่างจากคนที่รัก มันเป็นเพราะว่าเราโหยหาอะไรบางอย่างจากเขา แต่ว่ามันจะมีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าคือสิ่งที่เขาทำเอาไว้ มันเป็นสำรองไว้จนถึงอูนตายได้แล้ว พี่แพ็คทำไว้เยอะเกินไปมาก ๆ อูนคบพี่แพ็คนานกว่าครึ่งชีวิต เพราะฉะนั้นสมมุติว่าถ้าเกิดว่าต้องแยกกันจริง ๆ ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย มองว่าเราได้จากเขามาเยอะจนไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไรเพิ่มจากความสัมพันธ์แล้ว อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าชีวิตเราเปลี่ยนยังไง อูนรักตัวเองได้มากขึ้นมาขนาดนี้ต้องมีเขาอยู่เพื่อให้อูนเป็นแบบนี้อีกเหรอก็ไม่ต้องแล้ว เพราะว่าเขาก็เทรนอูนมาตั้งนานแล้ว อูนคงไม่เรียกร้อง มันพอมาก ๆ เขาทำเยอะแล้ว ถามว่ามันจะเป็นความทุกข์ที่กัดกินใจเราไหม อูนว่ามันแค่คิดถึง แต่อูนมองไม่เห็นว่าเราทำอะไรได้ดีกว่านี้ในชีวิตนี้แล้ว

เปิดตำนานเวทีใหม่ HOT DADDY THAILAND เฟ้นหาแด๊ดดี้สุดฮอตครั้งแรกของไทย ดันสู่เวทีโลก

เปิดตำนานเวทีใหม่ HOT DADDY THAILAND เฟ้นหาแด๊ดดี้สุดฮอตครั้งแรกของไทย ดันสู่เวทีโลก

เปิดตำนานเวทีใหม่ HOT DADDY THAILAND เฟ้นหาแด๊ดดี้สุดฮอตครั้งแรกของไทย ดันสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

สร้างความฮือฮาให้กับวงการประกวดในประเทศไทย เมื่อ “HOT DADDY THAILAND” เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเวทีประกวด “แด๊ดดี้สุดฮอต” ครั้งแรกของประเทศ มุ่งเฟ้นหาสุภาพบุรุษวัย 35 ปีขึ้นไป ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ ความสำเร็จและแรงบันดาลใจ พร้อมนิยามใหม่ของคำว่า “แด๊ดดี้ยุคใหม่” ให้โดดเด่นทั้งบุคลิกภาพและบทบาทในสังคม

โดยการจัดงานครั้งนี้เกิดจากการรวมตัวของมืออาชีพระดับแนวหน้าที่มีประสบการณ์ในเวทีประกวดระดับนานาชาติ นำโดย ดร.ภัคนันท์แสงขำ ธนาศรม เจ้าของตำแหน่ง Mrs. International Classic 2024 พิธีกรและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์, ญาณาธร ธนาศรม ผู้ก่อตั้ง 15 Fitidol International และนักวางกลยุทธ์การตลาดระดับนานาชาติ รวมถึงคุณหนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม กูรูนางงามชื่อดัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ร่วมผนึกกำลังโดยบริษัทไทยสแตนเลสสตีลจำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเครื่องครัวภายใต้แบรนด์ ซีกัล นำโดยคุณอานนท์ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปีของซีกัลป์ ในปีนี้

เวที “HOT DADDY THAILAND” ไม่ได้เน้นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงศักยภาพในหลากหลายมิติ ทั้งภาวะผู้นำ ทัศนคติของแด๊ดดี้ยุคใหม่ บุคลิกภาพและความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจต่อสังคม โดยผู้ชนะจะได้รับตำแหน่ง “Hot Daddy Thailand” พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด Hot Daddy International 2027 “HOT DADDY THAILAND” ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวด แต่ยังเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่สะท้อนภาพของ “แด๊ดดี้” ในมิติใหม่ ทั้งความสำเร็จ ความอบอุ่น และพลังของการเป็นผู้นำครอบครัวในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริงโดยผู้ชนะยังมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ทั้งการเป็นนักแสดงในซีรีส์ รายการต่างๆ รวมถึงการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าชั้นนำทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่สนใจ ขณะนี้เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทาง Facebook : Hot Daddy Thailand หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 094-465-4141

สายมูตัวจริง คนบันเทิงไทยแห่บูชา ท้าวเวสสุวรรณ ขอพรโชคลาภ-งานปัง ชีวิตพลิกสู่ความสำเร็จ

สายมูตัวจริง คนบันเทิงไทยแห่บูชา ท้าวเวสสุวรรณ ขอพรโชคลาภ-งานปัง ชีวิตพลิกสู่ความสำเร็จ

สายมูตัวจริง คนบันเทิงไทยแห่บูชา ท้าวเวสสุวรรณ ขอพรโชคลาภ-งานปัง ชีวิตพลิกสู่ความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.00 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสความเชื่อที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการบันเทิงไทย สำหรับการบูชา “ท้าวเวสสุวรรณ” เทพแห่งโชคลาภ ผู้ปกปักรักษาและขจัดสิ่งไม่ดี ซึ่งเหล่าดารา นักแสดง และคนดังจำนวนไม่น้อย ต่างออกมาเผยประสบการณ์ความปัง หลังเดินทางไปกราบไหว้ขอพร ทั้งเรื่องงาน เงิน และความสำเร็จในชีวิต

โดยหนึ่งในคู่คนดังที่มักพูดถึงเรื่องราวความศรัทธาอยู่เสมอคือ แจ๊ส ชวนชื่น และ แจง ปุณณาสา ที่เคยเล่าถึงการบูชาท้าวเวสสุวรรณจนงานและธุรกิจเติบโต รวมถึงยอดวิวช่องยูทูบที่พุ่งแรงแบบต่อเนื่อง ขณะที่ ฝ้าย ณัฏฐพัชร์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ศรัทธาในองค์ท้าวเวสสุวรรณ เชื่อว่าช่วยส่งเสริมทั้งเรื่องการงานและความรักให้ราบรื่นมากขึ้น

ด้าน จ๊ะ นงผณี ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสายมูตัวแม่ ที่มักเดินสายไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ รวมถึงกราบขอพรท้าวเวสสุวรรณเพื่อเสริมดวงด้านงานและความสำเร็จอยู่เป็นประจำ ขณะที่นักแสดงสาวสายมูอย่าง “มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความเคารพศรัทธา พร้อมแชร์โมเมนต์เดินทางไปไหว้ขอพรให้แฟนๆได้ติดตามอยู่บ่อยครั้ง ด้าน แมน การิน เจ้าพ่อแห่งศาสตร์ตัวเลข เผยว่าปีนี้ถือเป็นอีกปีทองของการบูชา “ท้าวเวสสุวรรณ” โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ การงาน และโอกาสใหม่ๆ ที่อาจพลิกชีวิตสู่ความสำเร็จได้แบบก้าวกระโดด จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเหล่าคนดังและสายมูทั่วประเทศ ต่างพากันเดินทางไปกราบไหว้ขอพรเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีวัดชื่อดังหลายแห่งที่คนบันเทิงนิยมเดินทางไปสักการะ ไม่ว่าจะเป็น วัดจุฬามณี รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศที่มีองค์ท้าวเวสสุวรรณประดิษฐานอยู่ จนกลายเป็นจุดหมายของสายมูที่หวังขอพรเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน และความมั่นคงในชีวิตแม้ความเชื่อจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่สำหรับคนบันเทิงหลายคน “ท้าวเวสสุวรรณ” ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งโชคลาภเท่านั้น หากยังเป็นเหมือนพลังใจสำคัญ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจและสร้างพลังบวกในการเดินหน้าทำงานและใช้ชีวิตอีกด้วย

ประกาศศักดาหนังไทย ส่ง แบมแบม กันต์พิมุกต์ เหินฟ้าสู่คานส์

ประกาศศักดาหนังไทย ส่ง แบมแบม กันต์พิมุกต์ เหินฟ้าสู่คานส์

ประกาศศักดาหนังไทย ส่ง แบมแบม กันต์พิมุกต์ เหินฟ้าสู่คานส์

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.55 น.

M STUDIO ค่ายภาพยนตร์อันดับ 1 ของไทย ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงพาณิชย์ สร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ด้วยการประกาศส่งศิลปินระดับโลก   “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ แบมแบม GOT7 เหินฟ้าสู่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อปรากฏตัวบนพรมแดงในงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 (Cannes Film Festival 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม 2026 ในฐานะตัวแทนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและนักแสดงรับเชิญคนพิเศษ (Cameo) จากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปี  “คำสารภาพของหมอผี” (Confessions of a Shaman

การเดินทางสู่เมืองคานส์ในครั้งนี้ แบมแบมจะปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อโปรโมทและยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ โดยไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามองคือการเข้ามามีส่วนร่วมของแบมแบมในบทบาท Cameo ปริศนา ซึ่งถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด โดยทางค่ายแง้มเพียงว่าเป็นบทบาทสำคัญที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนและเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราว ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงครั้งสำคัญเพื่อพาซอฟต์พาวเวอร์ภาพยนตร์ไทยก้าวสู่มาตรฐานใหม่ในระดับโลก

นอกจากภารกิจการเป็นตัวแทนประเทศและวินาทีประวัติศาสตร์บนพรมแดงพาลส์ เดส์ เฟสติวาล (Palais des Festivals) แล้ว แฟนๆ ภาพยนตร์ยังสามารถติดตามเบื้องหลังสุด Exclusive ความยิ่งใหญ่และความทุ่มเทของนักแสดงจากโปรเจกต์ “คำสารภาพของหมอผี” ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ เมืองคานส์ครั้งนี้ได้ ผ่านคลิปซีรีส์ The Journey to Cannes: Behind Confessions of a Shaman” ทางโซเชียลมีเดียหลักของ M STUDIO

เตรียมสัมผัสความระทึกขวัญ และร่วมลุ้นบทบาทสุดเซอร์ไพรส์ของแบมแบมในภาพยนตร์สยองขวัญที่ทั่วโลกตั้งตารอคอย “คำสารภาพของหมอผี” ร่วมด้วยทัพนักแสดงแถวหน้า อาทิ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ชาคริต แย้มนาม และ เดนิส-เจลีลชา คัปปุน “คำสารภาพของหมอผี” มีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

#MSTUDIO #กระทรวงวัฒนธรรม #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงพาณิชย์

#BamBam #Cannes2026 #BamBamXCannes2026 ​#BamBam_ConfessionsOfaShaman

#คำสารภาพของหมอผี #ConfessionsOfaShaman #อาเล็กธีรเดช #เดนิสเจลีลชา