ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต!  ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.23 น.

วันที่ 2 เมษายน 2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คนละครึ่ง ควรเป็นอย่างไรในยามวิกฤต

ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ  ประชาชนควรจะประหยัดด้วยการลดการบริโภคสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้นรายได้ที่แท้จริงย่อมลดลง 
การที่รัฐบาลจะออกนโยบายคนละครึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดการใช้สอยและบริโภคมากขึ้น จะเป็นการย้อนแย้งขัดกันในนโยบายหรือไม่?

ขณะเดียวกันการที่รัฐนำเงินภาษีมาจ่ายให้กับการบริโภคครึ่งหนึ่ง ก็เท่ากับช่วยลดภาระประชาชน

หากรัฐบาลจะมีมาตรการคนละครึ่ง ควรมีวัตถุประสงค์อย่างไร ควรจะใช้กับกลุ่มบุคคลทั่วไป หรือควรให้เฉพาะกลุ่มบุคคลใด เน้นที่การบริโภคหรือการผลิตอะไร 

แนวนโยบายคนละครึ่งในยามวิกฤตนี้ เป็นการปะทะกันระหว่าง “การประหยัดในระดับปัจเจก” กับ “ความอยู่รอดในระดับมหภาค” ซึ่งหากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่ามีความย้อนแย้งและคำตอบที่ควรจะเป็นดังนี้:

1. ความย้อนแย้งของนโยบาย: ช่วยลดภาระ หรือ กระตุ้นการใช้จ่าย?

ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกสถานการณ์ที่ทุกคนแห่กันประหยัดพร้อมกัน  คือถ้าทุกคนหยุดใช้จ่ายเพราะสินค้าแพง ร้านค้าจะขายไม่ได้ โรงงานจะลดการผลิต และสุดท้ายคนจะตกงาน รายได้รวมของประเทศก็จะยิ่งลดลงไปอีก
ดังนั้น นโยบาย “คนละครึ่ง” ในสภาวะเงินเฟ้อสูงจากสงคราม จึงทำหน้าที่ “สองขั้ว” ในเวลาเดียวกัน:

• ในมุมการคลัง: เป็นการจ่ายเงินอุดหนุน (Subsidy) เพื่อเพิ่มรายได้ที่แท้จริง (Real Income) ให้ประชาชนมีกำลังซื้อของจำเป็น (เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช) ในราคาที่ถูกลงครึ่งหนึ่ง ถือเป็นการประคองค่าครองชีพ

• ในมุมการบริโภค: หากรัฐบาลไม่ออกแบบเกณฑ์ให้ดี เงินนี้อาจถูกนำไปใช้กับ “สินค้าฟุ่มเฟือย” หรือการบริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งจะไปซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อให้สูงขึ้นไปอีก เพราะมีความต้องการซื้อ (Demand) มากเกินไปในขณะที่ของมีน้อย

สรุป: นโยบายนี้จะย้อนแย้งทันทีหากรัฐบาลเน้น “การกระตุ้น” (Stimulus) เพื่อความคึกคัก แต่จะสมเหตุสมผลหากปรับจุดประสงค์เป็นการ “บรรเทาทุกข์” (Relief) เพื่อการดำรงชีพพื้นฐาน

2. หากจะทำ “คนละครึ่ง” ในยามนี้ ควรทำกับกลุ่มใด?

ในสภาวะที่งบประมาณมีจำกัดและต้องรักษาความมั่นคงทางคลัง การทำแบบ “ถ้วนหน้า” อาจไม่ตอบโจทย์และสิ้นเปลืองเกินไป รัฐบาลควรพิจารณา Targeted Policy หรือการระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนี้

กลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับ (Target Group)

1. กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ซึ่ง เป็นกลุ่มคนรายได้น้อย เงินทุกบาทที่ได้มาจะถูกนำไปซื้อของอุปโภคบริโภคทันที ช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

2. กลุ่มแรงงานนอกระบบ/อาชีพอิสระที่มีรายได้น้อย: กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานโดยตรง (เช่น วินมอเตอร์ไซค์ พ่อค้าแม่ค้าแผงลอย) เพื่อให้เขาสามารถรักษาสภาพคล่องในการประกอบอาชีพได้

กลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องให้

• กลุ่มผู้มีรายได้ประจำระดับกลาง-สูง: 

กลุ่มนี้ยังมีเงินออมและสามารถปรับตัวได้ การให้เงินอุดหนุนกลุ่มนี้อาจกลายเป็นการกระตุ้นการบริโภคสิ่งที่ไม่จำเป็น และเป็นการนำภาษีไปช่วยคนที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว

3. ควรเน้น “กระตุ้นเศรษฐกิจ” หรือไม่ในยามนี้?

คำตอบคือ “ไม่ควรเน้นการกระตุ้นเพื่อความเติบโต (Growth) แต่ควรเน้นการประคอง (Stability)” 

รัฐบาลควรเปลี่ยนทิศทางจากการกระตุ้นการใช้จ่ายทั่วไป มาเป็นการ “ลงทุนเพื่อลดต้นทุนระยะยาว” แทน เช่น:

• แทนที่จะนำเงินภาษีไปจ่ายค่ากับข้าวครึ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว    ควรแบ่งงบส่วนหนึ่งมาทำ “คนละครึ่งเพื่อการผลิต” เช่น ช่วยอุดหนุนค่าปุ๋ยชีวภาพหรือโซลาร์เซลล์สำหรับเกษตรกรและ SMEs

• การสร้างงานในชุมชน: เน้นโครงการที่สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ (เช่น การจ้างงานปรับปรุงสาธารณูปโภคในระดับตำบล) แทนการแจกเงินเพื่อไปซื้อของเพียงอย่างเดียว

• คนละครึ่งเพื่อการฝึกทักษะอาชีพสำรอง เตรียมไว้ในยุคสังคมสูงวัยเพื่อใช้ในช่วงสูงอายุ หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป

หากรัฐบาลจะเดินหน้า “คนละครึ่ง” หรือนโยบายอุดหนุนในลักษณะนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในยามที่สงครามยืดเยื้อ ควรพิจารณา 3 องค์ประกอบหลัก

1. การคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย (Targeting)

• ใช้ฐานข้อมูลภาษี (PND) + ประกันสังคม  ใช้ระบบ “Digital Wallet” หรือแอปพลิเคชันเดิมที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว มาเชื่อมโยงกับข้อมูลรายได้ที่แท้จริง จะช่วยอุดช่องโหว่เรื่องการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ได้ดี
คัดกรองผู้ที่มีรายได้เกินเกณฑ์ออกไป เพื่อประหยัดงบประมาณและนำเงินไปช่วยกลุ่ม “เส้นเลือดฝอย” (แรงงานอิสระ, ลูกจ้างรายวัน) ที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพหนักที่สุด

• กลุ่มเปราะบาง: เน้นไปที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้คงที่แต่ค่าใช้จ่ายผันผวนตามราคาสินค้า

2. การจำกัดประเภทสินค้า (Scope of Subsidy)

• แทนที่จะซื้ออะไรก็ได้ ควรเน้นไปที่ “สินค้าจำเป็นพื้นฐาน” (Food & Essential Goods) เพื่อลดภาระค่าครองชีพจริง ๆ
• ลดการกระตุ้นสินค้าฟุ่มเฟือย: เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ (Demand-pull Inflation) ในขณะที่ราคาสินค้าแพงอยู่แล้ว

3. การเปลี่ยน “การบริโภค” เป็น“การผลิต“ เพือเพิ่มรายได้ (Productive Support) โดยเฉพาะในสถานการณ์สังคมสูงวัย

ขอเน้นย้ำ หากสงครามยืดเยื้อ รัฐบาลควรเปลี่ยนงบส่วนหนึ่งจาก “คนละครึ่งเพื่อกินใช้” มาเป็น “คนละครึ่งเพื่อการผลิต” เช่น อุดหนุนค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ หรือค่าพลังงานสะอาดสำหรับวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านอยู่รอดได้ด้วยตนเองในระยะยาว

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

2 เมษายน 2569

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน 2 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน 2 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน 2 ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.52 น.

วันที่ 2 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ จำนวน 2 ราย ดังนี้

ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า

1. นางสาวระวีวรรณ คำซู

2. ร้อยตรีหญิง กิตนัดดา กองคำ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2569  เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

สวยตะลึง! ใหม่ ดาวิกา แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์ อลังการทุกดีเทล

สวยตะลึง! ใหม่ ดาวิกา แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์ อลังการทุกดีเทล

สวยตะลึง! ใหม่ ดาวิกา แปลงโฉมเป็นนางสงกรานต์ อลังการทุกดีเทล

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.37 น.

3 เมษายน 2569 เรียกเสียงฮือฮาทั้งโซเชียลทันที เมื่อซุปตาร์สาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ปล่อยลุคสุดปังต้อนรับเทศกาล สงกรานต์ ปี 2569

ลุคดังกล่าวมาในชุดไทยประยุกต์โทนสีชมพูเงินสุดละมุน ทำเอาชาวเน็ตถึงกับขยี้ตารัวๆ เพราะออร่าพุ่งแรงราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดในวรรณคดีไทย สร้างกระแสพูดถึงอย่างล้นหลามในโลกออนไลน์

มหกรรมคอนเสิร์ต’พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

มหกรรมคอนเสิร์ต'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

มหกรรมคอนเสิร์ต’พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.50 น.

เมืองพัทยาเตรียมสร้างปรากฏการณ์มหกรรมวันไหลริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก!! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, เมืองพัทยา และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี  ผนึกกำลังร่วมกับ MONOMAX (โมโนแม็กซ์) จัดงาน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”   โดยปีนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “วันไหลริมทะเล” อย่างเต็มรูปแบบ   ครอบคลุมตลอดแนวชายหาดพัทยาเหนือจรดใต้ ท่ามกลางความคึกคักที่ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมไทยเข้ากับความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว   พร้อมยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

ไฮไลต์สำคัญคือมหกรรมวันไหลริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 17–19 เมษายน 2569 เวลา 12.00–24.00 น. ณ ชายหาดพัทยากลาง เปิดให้เข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้งงาน พร้อมศิลปินชั้นนำของประเทศ อาทิ INK Waruntorn, Tattoo Colour, 4EVE, Jeff Satur, New Country, Lipta, PROXIE, THX, F.HERO, INDIGO, Maiyarap และ Joeyboy ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความมันส์ตลอด 3 วันเต็ม  พิเศษสุดในวันที่ 19 เมษายน 2569 เตรียมพบกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง Liverpool พบ Everton จากสนาม Hill Dickinson Stadium ให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์อย่างใกล้ชิดริมชายหาด

คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา กล่าวว่า “ขอบคุณ Monomax ที่ปักหมุดแลนด์มาร์คความมันส์ริมหาดพัทยา ในงาน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”  งานนี้ถือเป็นการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับสากล  โดยพัทยามีศักยภาพในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งทำเลที่ตั้งใกล้กรุงเทพมหานคร การเดินทางสะดวกสบาย แหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย  รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้คาดว่าการจัดงานตลอด 3 วัน จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อวัน  และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 100,000 คน สะท้อนถึงความนิยมของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์”

คุณดํารงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวเชิญชวนว่า “งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สาด เชียร์ มันส์” ที่ผสานกิจกรรมเล่นน้ำริมชายหาด การถ่ายทอดสดฟุตบอล และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังไว้ในงานเดียวกัน พร้อมทั้งยังคงเอกลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ไทย ผ่านกิจกรรมทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขบวนแห่บุปผชาติ และกิจกรรม “สาด ศิลป์ ริมทะเล” รวมถึงโซนอาหารท้องถิ่น “หาบ เล แผง ลอย” กว่า 100 ร้านค้า ที่สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรีอย่างครบถ้วน”

ในด้านมาตรการความปลอดภัย  พ.ต.อ.เอนก   สระทองอยู่  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร

เมืองพัทยา   เปิดเผยว่า “ได้มีการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย   พร้อมติดตั้งระบบกล้อง AI และ CCTV ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเมือง  เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด   รวมถึงการจัดเส้นทางจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน”

ขณะที่ คุณหทัยทิพย์ หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจ Monomax บริษัท โมโนสตรีมมิ่ง จำกัด กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ผสานดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน นอกจากคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว เรายังมีไฮไลต์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League ริมชายหาด    ซึ่งถือเป็นการนำเสนอคอนเทนต์กีฬาระดับโลกควบคู่ไปกับบรรยากาศเทศกาลไทยได้อย่างโดดเด่น และสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาอีเวนต์เชิงสร้างสรรค์สู่ระดับนานาชาติ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

โดยการยืนยันความพร้อมในครั้งนี้ คุณพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัทลอตเตอรี่พลัส จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนภาคเอกชน    พร้อมด้วยศิลปิน THX  ได้แก่ แบมแบม-บุตรี กัลย์จารึก, ตาต้า-ปุณณวรรณ ลีลาบูรณธนกูร, เชียร์-จิญาพัฒน์ ตันติกิตติชัยกุล และ ซินดี้-ซินดี ชมิด ตัวแทนศิลปินที่จะร่วมสร้างสีสันความสนุก “สาด เชียร์ มันส์”  ในงาน  “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”  ได้เข้าร่วมตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและความบันเทิงระดับนานาชาติ แต่ยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

#MONOMAXวันไหลพัทยา2026 #MonomaxSongkranPattaya #วันไหลพัทยา2026 #งานวันไหลสุดMax

สลัดลุคหวาน’ใหม่ ดาวิกา’แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

สลัดลุคหวาน'ใหม่ ดาวิกา'แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

สลัดลุคหวาน’ใหม่ ดาวิกา’แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.15 น.

เป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลทันที เมื่อนางเอกสาวแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ลุกขึ้นมาสลัดภาพจำสาวหวานผมยาว สวมวิญญาณศิลปินต่างประเทศขนานแท้ในลุคใหม่ที่ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องขยี้ตา!

ในภาพเซตนี้ ใหม่ ดาวิกา มาในลุคผมสั้นสีบลอนด์สว่าง เซตทรงแบบ Messy Hair ที่ให้ความรู้สึกดิบและเท่ ผสานกับการแต่งหน้าที่เน้นงานผิวและริมฝีปากสีแดงสด ตัดกับแจ็กเก็ตหนังสีดำตัวโคร่ง และเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน เสริมความไฮเอนด์ด้วยดีเทลสร้อยคอโลหะที่คอเสื้อ บอกเลยว่าลุคนี้ “เท่สุดใจตัวจริง” และดูอินเตอร์แบบสุดๆด้วยโครงหน้าที่คมชัดและดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้การแปลงโฉมครั้งนี้ดึงเสน่ห์ของความเป็น ลูกครึ่งไทย-เบลเยียม ออกมาได้อย่างเต็มพิกัด ไม่ว่าจะโพสต์ท่าไหนก็ดูเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสารดนตรีระดับโลก หรือมิวสิกวิดีโอของศิลปินสากลแถวหน้า “ลุคนี้คือที่สุด! ใหม่ ดาวิกา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือ ‘กิ้งก่าเปลี่ยนสี’ แห่งวงการบันเทิงที่ไม่ว่าจะหยิบจับสไตล์ไหนก็เอาอยู่ทุกลุคจริงๆ”

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.52 น.

คนน่ากลัวคือเพื่อนเราทั้งหมด! ใบเตย อาร์สยาม ออกมาเปิดหมดเปลือกถึงชีวิตที่ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า พร้อมเผยถึง ‘มิตรภาพ’ และ ‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย!จนกลายเป็น“โรคกลัวคนรวย” ถ้าเจอใครรวยผิดปกติคือถอยหนี!

โดยงานนี้ ‘ใบเตย’ยอมรับกลางรายการว่าตอนนี้มีอาการ ระแวงคนรวย โดยเฉพาะใครที่ดูรวยแบบไม่มีที่มาที่ไป เธอขอปฏิเสธงานพรีเซนเตอร์ไปนับไม่ถ้วน เพราะเข็ดกับภาพลวงตา!“พี่มดดำรู้ไหม…คนที่น่ากลัวที่สุดคือเพื่อนเราทั้งหมดในชีวิต!”ประโยคนี้ทำเอาสะดุ้งกันทั้งสตูดิโอ เมื่อเธอเผยว่าบทเรียนที่ได้รับมันสอนให้รู้ว่า ‘หน้ากาก’ ของคนรวยและคำว่าเพื่อน บางทีมันก็มาพร้อมกับคดีความ!ส่วนเรื่องเตียงหักเพราะสมองไม่เหมือนเดิมหลายคนสงสัย ทำไมถึงไปต่อไม่ได้ทั้งที่รักกัน ‘ใบเตย’ขอพูดชัดถึงสภาวะ กลายพันธุ์ หลังออกจากเรือนจำ!พฤตินัยคือจบไม่ใช่แค่หย่าตามกฎหมาย แต่สภาพจิตใจมันพังจนจูนกันไม่ได้”ระบบนิเวศในสมองมันไม่เหมือนเดิม” การต้องอยู่ข้างในนานๆ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปจนคนข้างนอกจินตนาการไม่ถึงฝั่งพี่แมนเองก็ยอมรับว่าความเครียดที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มมีคดี มันทำลายความสุขในครอบครัวจนหมดสิ้นกว่าจะกลับมายิ้มได้ ใบเตยเผยว่าเคยคิด #ไม่อยากอยู่บนโลกนี้ ร้องไห้ทุกวัน ตื่นมาร้องไห้ ก่อนนอนร้องไห้ และยังคงต้องพบแพทย์เพื่อรักษาอาการซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง”หนูสัญญาว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงข้างใน… ว่าเราทุกคนเริ่มใหม่ได้”

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.50 น.

แม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ Show Me The Money ซีซัน 12 แต่ “MILLI (มิลลิ)” ก็คว้าแชมป์ในใจคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง! 

3 เมษายน 2569 รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Show Me The Money ซีซัน 12 ซึ่งแรปเปอร์สาวชาวไทยจากค่าย YUPP! อย่าง MILLI ก็สร้างประวัติศาสตร์ เป็นแรปเปอร์ต่างชาติคนแรกที่ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (2 เมษายน 2569) เธอก็คว้าอันดับ 1 สำหรับ Global Vote หลังจากนั้นโชว์ในรอบไฟนอลของเธอก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ในห้องส่งและทีมหน้าจอได้ตกตะลึงกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท่อนแร็ปสุดดุเดือด มากับคอนเซ็ปต์ “MSG” นั่นก็คือ Money Stage Glory และ Master Still Growing การใส่ดนตรีสามช่าแบบไทยสไตล์สุดครื้นเครงลงไปในบีต ให้ได้เซิ้งให้ได้แดนซ์กันแบบยับๆ ได้ Omega Sapien แรปเปอร์หนุ่มสุดซ่าชาวเกาหลีใต้มาร่วมสเตจ แถมยังมาพร้อมคอสตูม “เชฟมิลลิ” ที่ขอเสิร์ฟรสชาติใหม่ในการแร็ปแบบสุดขั้วให้ทุกคนได้ทึ่งแบบอ้าปากค้าง!

ทว่าท้ายที่สุด เมื่อรวมคะแนนจากการโหวตทุกช่องทาง MILLI คว้าอันดับที่ 4 Show Me The Money ซีซัน 12 ไปครองอย่างน่าภาคภูมิใจ

และ MILLI ยังไม่หยุดอยู่แค่ที่เกาหลีใต้ รอเซอร์ไพรส์ต่อไปจากแรปเปอร์สาวคนนี้… เร็วๆ นี้

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

2 เมษายน 2569 ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาวมากฝีมือ “จอย รินลณี” ที่ล่าสุดปล่อยภาพเซตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กับลุคสบายๆ พร้อมถือดอกบัว ตามเทรนด์ยอดฮิตของวัยรุ่นยุค Gen Z

ภาพเซตดังกล่าวมาในโทนแสงแดดอ่อนๆ บรรยากาศละมุน ผสานกับความสวยแบบคลาสสิกของเจ้าตัวได้อย่างลงตัว จนแฟนๆ ต่างพากันชื่นชมในความออร่าพุ่ง และความหน้าเด็กที่แทบไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

ภาพจาก : จอย รินลณี ศรีเพ็ญ

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.52 น.

 สัปดาห์นี้ “คุณน้ำผึ้ง – ดร.หม่อมหลวงณฐภา” ยังอยู่ที่ จ.ปัตตานี    คราวนี้จัดเต็มทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และของอร่อยเมืองปัตตานี!…เริ่มจากย้อนรอยอดีตที่ “วังเก่าจะบังติกอ” ชมร่องรอยประวัติศาสตร์ของ 1 ใน 7 หัวเมืองปัตตานีในอดีต ถ่ายรูปกับกำแพงวังเก่า และชมอาคารที่ถูกปรับปรุงใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิก ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะมลายู อินเดีย ชวา และจีนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ฟินกับ “ขนมอาเก๊าะ” สูตรโบราณ แวะร้านเด็ดหน้าวังเก่า ชิมขนมพื้นเมืองยอดฮิตในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ยังคงความออริจินัลด้วยการอบจากเตาถ่านเปลือกมะพร้าว (ใช้ไฟบน-ล่าง) จนขนมสุกเป็นสีเหลืองทอง หอมกรุ่นน่าทานสุดๆ ตะลุย “ตลาดรอมฎอน ซี.เอส.ปัตตานี” สัมผัสวิถีชีวิตและสีสันของเดือนแห่งการถือศีลอด เดินช้อปเพลินๆ ละลานตากับอาหารคาว หวาน และขนมพื้นเมืองที่มีให้เลือกแบบจุใจกว่า 200 ร้านค้า!.. ห้ามพลาดเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟและวิถีชีวิตสุดโลคอลทั้งหมดนี้ ในรายการ เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เวลา 04.55 น. ทางช่อง 3กด33 ดูทีวี กด33 ดูมือถือกด 3 Plus

#เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ #ปัตตานี #วังเก่าจะบังติกอ #ขนมอาเก๊าะ #ตลาดรอมฎอน #เที่ยวไทย #UnseenThailand

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.23 น.

กระแสฮือฮาในวงการเพลงและกีฬา เมื่อมีรายงานว่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BlackPink ศิลปินเคป็อประดับโลกชาวไทย มีลุ้นเข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่ ด้วยการขับร้องเพลงประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย

รายงานระบุว่า เพลงที่ใช้ชื่อว่า “GOALS” ถูกนำไปจดทะเบียนกับ ASCAP องค์กรดูแลลิขสิทธิ์ด้านดนตรีในสหรัฐอเมริกา โดยมีรายชื่อศิลปินระดับโลกอยู่ในเครดิต ไม่ว่าจะเป็น Anitta, Rema และ Tropkillaz รวมถึงลิซ่าที่มีชื่อร่วมอยู่ด้วย

ที่น่าสนใจคือ ในข้อมูลเครดิตของเพลงยังปรากฏชื่อของ FIFA ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า “GOALS” อาจถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเพลงอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งนี้

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการขยายจำนวนทีมเข้าร่วมแข่งขันเป็น 48 ชาติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการจาก FIFA ว่าเพลงดังกล่าวจะถูกใช้ในฟุตบอลโลก 2026 จริงหรือไม่ แต่หากโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง ลลิษา มโนบาล จะมีโอกาสกลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้มีส่วนร่วมในเพลงประกอบมหกรรมฟุตบอลโลก สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีโลกอีกครั้ง