ย้อนศรพรรคส้ม! ณัฐวุฒิ สวน หัวหน้าเท้ง ตอนโหวตให้ ภท. เป็นรัฐบาลตาม MOA เอาวิญญาณใครไปขาย

ย้อนศรพรรคส้ม! ณัฐวุฒิ สวน หัวหน้าเท้ง  ตอนโหวตให้ ภท. เป็นรัฐบาลตาม MOA เอาวิญญาณใครไปขาย

ย้อนศรพรรคส้ม! ณัฐวุฒิ สวน หัวหน้าเท้ง ตอนโหวตให้ ภท. เป็นรัฐบาลตาม MOA เอาวิญญาณใครไปขาย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.48 น.

วันที่ 10 เมษายน 2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เพิ่งเห็นคลิปหัวหน้าเท้งอภิปรายว่าการที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยคือการขายวิญญาณ 

ไม่นึกว่าพรรคประชาชนจะมาแนวนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับวาระการประชุมสภา ไม่ได้สะท้อนคุณค่าของผู้นำฝ่ายค้านในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล 

เพื่อไทยลงเลือกตั้ง ประกาศนโยบาย ต่อสู้กับทุกพรรคสุดกำลัง จุดยืนเรื่องการร่วมรัฐบาลที่ประกาศไว้ คือรอฟังเสียงพี่น้องประชาชน และพร้อมร่วมงานกับทุกพรรค

เมื่อผลเลือกตั้งได้อันดับ 3 และพรรคภูมิใจไทยซึ่งได้อันดับ 1 มาชวนร่วมรัฐบาลก็ตอบตกลง ทุกอย่างชัดเจนตามระบบรัฐสภา ในทางกลับกันถ้าพรรคสีส้มได้ที่ 1 แต่คะแนนไม่เกินครึ่งก็ต้องตั้งรัฐบาลโดยชวนพรรคสีแดงหรือไม่ก็น้ำเงินเข้าร่วม ไม่ผิดไปจากนี้ 

ถ้าหัวหน้าเท้งบอกว่าเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลคือการขายวิญญาณ ก็ควรอธิบายด้วยว่าการโหวตให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลตาม MOA ของพรรคส้มคืออะไร เอาวิญญาณใครไปขาย

เท้งคือหัวหน้าพรรคการเมืองที่ทำสิ่งที่ไม่เคยมีในรอบเกือบร้อยปีของประชาธิปไตยไทย เอาการต่อสู้ไป Grand Compromise ยกอำนาจให้เขาแล้วก็ไม่ควรกล่าวหาคนอื่น แต่ถ้าคิดว่าการเมืองแบบตอนนี้พรรคส้มควรเร่งมือซัดพรรคอื่นโดยเฉพาะเพื่อไทยก็เอาที่สบายใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หัวหน้าเท้ง เปิดวอร์ ซัดเพื่อไทย ขายวิญญาณร่วมรัฐบาล จุลพันธ์ ทนไม่ไหว ประท้วงบี้ถอนคำพูด

เจษฎ์ ชี้ทางรอดรัฐบาล ปราบโกงคือหัวใจ แนะน้อมนำ เศรษฐกิจพอเพียง ฝ่าวิกฤตชาติ

เจษฎ์ ชี้ทางรอดรัฐบาล ปราบโกงคือหัวใจ แนะน้อมนำ เศรษฐกิจพอเพียง ฝ่าวิกฤตชาติ

เจษฎ์ ชี้ทางรอดรัฐบาล ปราบโกงคือหัวใจ แนะน้อมนำ เศรษฐกิจพอเพียง ฝ่าวิกฤตชาติ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.36 น.

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาล พร้อมจับตาการแถลงนโยบาย 5 ด้าน โดยเน้นย้ำว่า แม้ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจ แต่กุญแจสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลอยู่รอดและนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งได้แท้จริง คือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด โดยระบุถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ว่า การแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นหลายฝ่ายพอจะมองเห็นทิศทางอยู่แล้ว แต่โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งวางโครงสร้างคือ การแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืน

​ทั้งนี้ นายเจษฎ์ ยังเสนอให้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาเป็นเข็มทิศในการฝ่าวิกฤต แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมาขุดดินกินหญ้า หรือต้องไปปลูกพืชปลูกผักกันทุกคน แต่มันคือการใช้ความพอเพียงในการดูแลกันและกัน ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนตระหนักและจัดวางให้ได้

เจษฎ์ โทณะวนิก

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องเศรษฐกิจ นั่นคือการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะ สนิมที่เกิดแต่เนื้อใน ซึ่งหากรัฐบาลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ รัฐบาลก็ไม่อาจไปรอด รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ล้ม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน หรือถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันทั้งสิ้น 

นายเจษฎ์ ยังกล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถทำตามนโยบายปราบปรามการทุจริตได้สำเร็จ 1 เรื่องจะส่งผลดีเป็นโดมิโนไปยังด้านอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง โดยจะทำให้คนการเมืองต้องทำงานอย่างจริงจังและซื่อสัตย์สุจริต เมื่อปัญหาการโกงกินถูกขจัด ความแตกแยกในสังคมและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจะลดลง เนื่องจากข้ออ้างหลักที่มักใช้โจมตีกันคือเรื่องทุจริต ซึ่งจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ของคนในชาติ ทำให้ทุกฝ่ายสามารถพูดคุย หาทางออกร่วมกันได้ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างยั่งยืนต่อไป

เจษฎ์ โทณะวนิก

‘รัฐสภา’ ถกนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ วันแรก ลากยาวเกือบ 18 ชม.

‘รัฐสภา’ ถกนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ วันแรก ลากยาวเกือบ 18 ชม.

‘รัฐสภา’ ถกนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ วันแรก ลากยาวเกือบ 18 ชม.

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.33 น.

วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาวาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา162 วันแรก(9เม.ย.) ซึ่งเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. การอภิปรายเป็นไปด้วยความราบรื่น สส.พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชนได้มุ่งเน้นการอภิปรายไปที่กระทรวงแรงงาน เช่น การบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม การดูแลสิทธิ์สวัสดิการผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ค่าครองชีพสูง เนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนอภิปรายเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด ที่จะต้องครอบคลุมทุกมิติเพื่อลดปัญหาการเสพติดซ้ำ รวมไปถึงปัญหางบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ซึ่งมีการจ่ายเงิน ในอัตรา ต่ำกว่าค่ารักษาจริง เป็นต้น

จากนั้นในเวลา 02.18 น. นายโสภณ ในฐานะประธานที่ประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดหมายประชุมอีกครั้งในเวลา เวลา 08.00 น.

ทั้งนี้ ในการแถลงนโยบาย ของครม. อนุทิน 2 ในวันแรกใช้เวลาไปทั้งสิ้น 17.30 ชั่วโมง เบื้องต้นมีในการแถลงนโยบายวันสุดท้าย มึกำหนดปิดเวลา 23.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ตามกรอบระยะเวลาที่วิป 3 ฝ่าย และครม. ได้ตกลงกันไว้

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 1 พลโท 4 นายทหารสัญญาบัตร

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 1 พลโท 4 นายทหารสัญญาบัตร

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 1 พลโท 4 นายทหารสัญญาบัตร

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.31 น.

วันที่ 10 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พลโท จักรกริศน์ หรือยงยุทธ เจริญโชติกาญจน์ หรือเหล่าเขตรการ หรือเหล่าเขตร์การ นายทหารนอกราชการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2568 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในความผิดฉ้อโกงประชาชน คดีถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และข้อ 4 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ที่ได้รับพระราชทานตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548

ทั้งนี้ พลโท จักรกริศน์ หรือยงยุทธ เจริญโชติกาญจน์ หรือเหล่าเขตรการ หรือเหล่าเขตร์การ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 4 ราย ออกจากยศทหาร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และข้อ 4 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 4 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ดังนี้

สังกัดกองทัพบก

1. ร้อยเอก พันธุ์เทพ นกแก้ว ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

2. ร้อยตรี กิตติศักดิ์ นามโสม ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เนื่องจากกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ และเรียกคืนเหรียญราชการชายแดนและเหรียญทองช้างเผือก

สังกัดกองทัพเรือ

3. เรือโท ลิขิต หรือธีวิชญ์ศรุต สำเร็จทรัพย์ หรือกุลธีร์ธนธรณ์ ออกจากยศทหาร

ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

4. เรือโท เอกวัสส์ หรือสุริยันต์ หรือเสฎฐวุฒิ ไพศาลอัครพล หรือไปแดน ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตรทั้ง 4 รายดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

อนุทินฟีเวอร สส. สว. ต่อแถวขอลายเซ็น กลางห้องประชุมรัฐสภา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.25 น.

วานนี้ 10 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางกลับมาที่รัฐสภา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ ในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 โดยทันทีที่นายอนุทิน เดินกลับเข้ามาในห้องประชุมรัฐสภา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้เข้ามาขอให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเซ็นลายเซ็นที่หน้าปกหนังสือคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งนายอนุทินก็ได้เซ็นให้  

หลังจากนั้น นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เข้ามาขอให้นายอนุทิน เซ็นบนปกหนังสือเช่นกัน จากนั้นบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ต่างพากันต่อแถวเข้ามาขอลายเซ็นกับนายอนุทิน นอกจากนี้ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็ได้เข้ามาขอลายเซ็นด้วยเช่นกัน

อนุทิน ชาญวีรกูล

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทักทายและพูดคุยกับบรรดารัฐมนตรี อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรดา สส. ที่ยังอยู่ในห้องประชุมรัฐสภา 

ผู้สื่อรายงานอีกว่า นายอนุทินยังร่วมถ่ายภาพหมู่กับบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมถ่ายภาพด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

ศุภจี ผุดไอเดีย รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ ยอมรับน่ากังวล ไทยเหลือปุ๋ยยูเรียใช้ถึงกลางเดือน พ.ค.

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.21 น.

‘ศุภจี’ ดัน ‘รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์’ ส่งสินค้าราคาถูก-บัตรเติมนํ้ามัน รุก ‘ชุมชนห่างไกล’ ช่วยลดค่าครองชีพ รับไทยเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย หลังกลางเดือน พ.ค. เผยเรือขนปุ๋ยไทย ติดค้างที่ช่องแคบฮอร์มุซ 5 ลำ ชี้หากผ่านมาได้ สถานการณ์จะดีขึ้น ยันน้อมรับทุกข้อชี้แนะ ขอสมาชิกช่วยกัน ไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว อย่าสร้างความตระหนก  

วันที่ 9 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 20.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน ยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักดีว่า วิกฤติที่เรากำลังเผชิญอยู่ มีความซับซ้อนหลายมิติ ทำเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบต่อภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบเศรษฐกิจในประเทศ ที่ต้องมีการปรับโครงสร้าง รัฐบาลพยามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วนในส่วนที่ตนดูแล เรื่องของค่าครองชีพ เราคงดูมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องดูในเรื่องของการประหยัดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และการกระจายโอกาส โดยรัฐบาลจะดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทันถ่วงที รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่สร้างทางเลือกสินค้าราคาจับต้องได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ ด้วยการใช้กลไกภาครัฐ นำเอาสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี มาทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ทั้ง มอก.และ อย. เพื่อให้ส่งถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศได้ 

นางศุภจี กล่าวถึงผลงานในอดีตของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการธงฟ้าว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าโครงการธงฟ้าได้ ก็จะมีโครงการ “ธงฟ้าโมบายล์“ หรือรถธงฟ้าเคลื่อนที่ และ ”รถพุ่มพวง“ ที่จะนำสินค้าไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยจะมีทั้งสินค้าราคาพิเศษ ที่ลดราคาสูงสุดถึง 58% และบัตรเติมน้ำมัน โดยรายละเอียดของโครงการนี้จะออกมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ 

นางศุภจี ชี้แจงถึงรายการสินค้าควบคุม ของกระทรวงพาณิชย์ว่า สินค้าควบคุมก็มีอยู่หลายมาตรการ สินค้าบางรายการเราควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่สินค้าบางประเภทก็ใช้วิธีเจรจาไม่ให้ขึ้นราคา ทั้งนี้ การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ความสมเหตุสมผล เป็นธรรมกับผู้ผลิตและผู้บริโภค เราไม่สามารถบังคับได้ทุกเรื่อง ในส่วนของน้ำมันปาล์ม สส.บางคนกังวลที่ ครม.มีมติควบคุมการส่งออก ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจสนับสนุนให้มีการใช้ไลโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม หากเราไม่ควบคุมปริมาณ อาจจะเกิดการขาดแคลน ส่วนที่มีคนกังวลว่า ราคาผลปาล์มจะตก ยืนยันว่า ราคาผลปาล์มขณะนี้อยู่ที่ 8.10 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว อยู่ในช่วงขาขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า ขณะที่มาตรการควบคุมราคาน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ บริการด้านขนส่ง หรือน้ำตาลทรายเราใช้มาตรการบริหาร ไม่ได้ดูในเรื่องการขึ้นราคาหรือไม่ เพราะสินค้าทั้ง 4 อย่างนี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ไปดูในเรื่องของราคา โดยเฉพาะนํ้ามัน ที่มีกลไกของกระทรวงพลังงานดูแลอยู่ หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือดูว่าขายตามราคาที่ประกาศไว้หรือไม่ 

นางศุภจี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ปุ๋ยที่อาจจะมีปัญหาการขาดแคลน คือปุ๋ยยูเรีย เพราะต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่ขณะนี้มีปัญหาขนส่งไม่ได้ แต่ปุ๋ยตัวอื่นเรายังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งมีปุ๋ยที่ยังใช้ได้ตามปกติถึง 64% ไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดจะขาดแคลนทั้งหมด 

ทั้งนี้ ตอนที่ตนเคยชี้แจงว่า ปุ๋ยยูเรียจะมีเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เพราะขณะนั้นเรามีสต๊อก 340,000 ตัน และคาดว่าจะนำเข้ามาในเดือนเมษายน อยู่ที่ 2 แสนตัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ก็พบว่าไทยจะมีปุ๋ยยูเรียพอใช้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม สำหรับตนมองว่าน่ากังวล ทั้งในด้านราคาและการขาดแคลน หากปุ๋ยยูเรียมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องใช้กลไกการตลาดมาดูว่าจะต้องปรับราคาแล้วหรือยัง แต่ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายใด ส่งเรื่องขอขึ้นราคามา

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำ ที่ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ปล่อยเรือเหล่านี้ออกมา หากเรือ 5 ลำนี้ออกมาได้ เราก็สามารถอยู่ได้อีกพอสมควร สำหรับสถานการณ์เม็ดพลาสติก ภายหลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลาง เราได้นำเม็ดพลาสติกมาเป็นสินค้าควบคุม โดยเฉพาะในเรื่องปริมาณความเพียงพอ ซึ่งในอนาคต จะมีการบูรณาการหลายกระทรวงให้อยู่ในคณะทำงาน เพื่อช่วยกันพุ่งเป้าและแก้ปัญหาผลกระทบจากการขาดแคลนเมล็ดพลาสติก นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน 

“ขอให้สมาชิกรัฐสภาช่วยกัน วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ข้อชี้แนะของทุกคนดิฉันน้อมรับ ไม่เคยเกี่ยงว่าจะเป็นคำแนะนำจากใคร แต่ก็ขอให้ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าสร้างความตระหนก แต่ช่วยกันสร้างให้ทุกคนตระหนักว่าเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว” นางศุภจีกล่าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัดเกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.32 น.

ภคมน ย้อนเกล็ด อนุทิน รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัด รบ.บริหารแบบผิวเผิน เกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว ด้าน ศุภชัย ลุกป้องโต้เดือด หลังถูดพาดพิงลามปม พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สิ่งที่ตนอยากได้รับการยืนยันคือ นโยบายของรัฐบาลที่เสนอวันนี้ ผ่านการทบทวนและถอดบทเรียนจากวิกฤติที่ผ่านมาแล้วหรือยัง แน่ใจใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย จะสามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤติและความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และอยู่ในวิกฤตมาหลายครั้ง ทั้งโรคระบาดโควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ รวมถึงวิกฤติราคาน้ำมัน ซึ่งประชาชนได้เห็นแล้วว่า การบริหารของนายอนุทิน สร้างความเสียหายไว้ขนาดไหน แล้วสิ่งที่นายอนุทินมั่นใจว่าเคยจัดการวิกฤตต่างๆ มาแล้วนั้น ต่างกับความรู้สึกของประชาชนลิบลับ ดังนั้น รัฐบาลอนุทินสองกำลังถูกจับตาและตั้งคำถาม ว่า 4 ปีหลังจากนี้ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

น.ส.ภคมน กล่าวว่า วิสัยทัศน์การทำงานของรัฐบาล จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า วิธีคิดในการบริหารประเทศของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย เป็นการแก้ปัญหาแบบผิวๆ ดูแคลนความเดือดร้อนของประชาชน เช่นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ ประชาชนหนีเอาชีวิตรอด ไฟดับทั้งเมือง รอคอยให้คนมาช่วยชีวิต แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ไม่มีแม้กระทั่งศูนย์กลางข้อมูล เพื่อระบุพิกัดผู้ประสบภัย หรือแผนพิบัติงานฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล ประชาชนคาดหวังภาวะผู้นำจากนายอนุทิน แต่สิ่งที่เห็นคือนายกฯ ไปผัดข้าวแจกผู้ประสบภัย ท่านควรคิดให้ละเอียดรอบคอบ ว่าจะแสดงอะไรออกมา

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเยียวยา ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีคนอีกหลายแสนคน ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา และเมื่อตนได้อ่านคำแถลงนโยบายแล้ว ก็พบว่านายอนุทินไม่ได้สรุปบทเรียนอะไรเลย เพราะนโยบายกองทุนภัยพิบัติก็เขียนมาแบบหลวมๆ ตนอ่านก็ทราบทันทีว่า เอาเอไอมาอ้างไว้ก่อนว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วย แต่สุดท้ายก็เป็นวิธีคิดแบบเดิม นอกจากนี้ ในเล่มคำแถลงนโยบาย ก็ไม่มีการระบุตัวเลขเงินค่าประกันภัยไว้ชัดเจน ทั้งที่ในเว็บไซต์นโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีระบุไว้ชัดเจน 

”หากคิดแค่ว่ามีภัยพิบัติเมื่อไหร่ ก็แค่หาเงินมาจ่ายเยียวยาให้เร็วๆ แบบนี้คือการเอาตัวรอด เป็นการลดบทบาทของรัฐ ให้เป็นแค่บริษัทประกันภัย“ น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือขณะนี้ว่า ยังมี สส.พรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายคัดค้าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ทั้งที่ ควรเป็นฉันทามติร่วมกันทั้งสังคม หรือลึกๆ ท่านกลัวนายทุนอุตสาหกรรมจะไม่พอใจ 

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.ภคมน อภิปรายนอกประเด็น เพราะเป็นการอภิปรายเรื่องนโยบายของรัฐบาล รวมถึงพาดพิงถึงตนด้วย พร้อมขออนุญาตประธานในที่ประชุม ว่าจะอภิปรายชี้แจงสิ่งที่ถูกพาดพิง นายโสภณจึงวินิจฉัยว่า น.ส. ภคมนสามารถอภิปรายได้ และอนุญาตให้นายศุภชัย ชี้แจงในลำดับต่อไป 

จากนั้น น.ส.ภคมน อภิปรายถึงวิกฤติราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ยังไม่มีทีท่าว่าจะพร้อมรับมือกับผลกระทบอย่างเป็นระบบ ประชาชนรู้ชะตากรรมตัวเองแบบวันต่อวัน ในวันที่น้ำมันหาเติมไม่ได้ รัฐบาลกลับบอกว่าอย่าตื่นตระหนก ประชาชนโพสต์ภาพปั๊มติดป้ายว่าน้ำมันมีไม่พอ แต่รัฐบาลกลับบอกว่าประชาชนกักตุน แต่หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นข้ามคืน ตอนแรกรัฐบาลก็บอกว่าไม่มีอะไรวิกฤติ แต่ผ่านไปสักพัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับยอมรับว่า กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ต้องลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล สุดท้ายพอเรื่องแดง หนีความจริงไม่ได้ ก็พูดเอาง่ายว่าขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมัน นายอนุทินก็ยังชิวๆ ขับรถไฟฟ้ามาทำเนียบเอง ไม่มีขบวนติดตาม ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า วิธีคิดของผู้นําประเทศ ห่างกับประชาชนที่หาเช้ากินคํ่าราวฟ้ากับเหว 

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ประชาชนต้องปรับตัวเรื่องทัศนคติและการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยระบุว่า เพราะนายไชยชนกรวยถึงพูดแบบนี้ได้ คนเป็นนายกฯ และรัฐมนตรี จินตนาการไม่ออกว่าคนจนเป็นอย่างไร ก่อนเลือกตั้งบอกว่าจะทำให้คนไทยรวยจนร้องขอชีวิต แต่หลังเลือกตั้งบอกว่าขอให้พอเพียง ตนขอถามตรงๆว่า ตอนที่นายอนุทิน บอกว่าจะทำให้รวยจนร้องขอชีวิต ท่านรู้หรือไม่ว่าต้นตอของความจนของประชาชนคืออะไร เพราะในนโยบายไม่มีบรรทัดไหนเลยที่ระบุว่า รัฐบาลมีเจตจำนงลดความเหลื่อมล้ำ และต่อสู้กับทุนผูกขาด 

น.ส.ภคมน กล่าวว่า สุดท้ายสิ่งที่เราได้วันนี้ก็เป็นวิธีคิดที่หากประชาชนก็แค่ปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มทักษะ เพิ่มความรู้ เพิ่มเทคโนโลยี และแจกเงิน แต่ไม่เคยตั้งคำถามกับระบบเศรษฐกิจ สังคมที่กดขี่ให้คนส่วนใหญ่จน และเข้าไม่ถึงโอกาสตั้งแต่แรก และนโยบายเล่มนี้ชัดเจนว่าเป็นนโยบายที่ไม่มีเจตจำนงทางการเมืองใดๆ เลยไม่สามารถสร้างความหวังให้กับประชาชน และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ รัฐบาลชุดนี้ ท่านจะเป็นแค่ผู้ที่จะจัดสรรผลประโยชน์ให้นายทุนและชนชั้นนำเท่านั้น พร้อมฝากทิ้งท้ายว่า อย่าสบประมาทประชาชน

จากนั้นเวลา 19.15 น. นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า ประเด็นที่อภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องปัญหา PM 2.5 วันนั้นมีสมาชิกหลายคนจากพรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในวุฒิสภา รัฐบาลควรจะหยิบยกมา ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วบอกว่าตนไม่เห็นด้วยกับท่าน นี่คือวิถีประชาธิปไตย ตนมีข้อมูล มีเหตุผลของตน ที่คิดว่าถ้าจะหยิบยกร่าง พ.ร.บ. เข้ามาพิจารณาต่อ ผลกระทบมีอยู่มากมาย ตนได้อภิปรายประมาณ 7-8 ประการ และจะไม่ขอพูดซ้ำ ตนคิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ท่านคิดถูกและตนผิด ที่ท่านพูดว่าอย่าคิดในกรอบ ตนก็คิดนอกกรอบ คิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ตนคิดผิดหรือของท่านถูก หรือไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด แต่ตนไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะต้องเอาตามตนหรือไม่ เพราะตนเชื่อว่ารัฐบาลก็มีดุลพินิจในการวินิจฉัย เอาหลักฐานต่างๆ มาประกอบการพิจารณา

นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีอยู่อย่างเดียวคือ เราก็ห่วงใยประชาชนในเรื่องอากาศ ต้องการให้มีกฎหมายดีๆ เพื่อทำให้อากาศสะอาดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราต่อต้าน การมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตนไม่ได้ต่อต้าน เพราะตนได้ร่วมพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ในปี 2562 ตนนี่แหละคือผู้ร่าง พ.ร.บ. และยื่นเข้าสภาแห่งนี้ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ หลังจากนั้นก็มีพรรคการเมืองหลายพรรคก็ร่างเข้ามาประกบ รวมทั้งภาคประชาชน แต่กฎหมายฉบับนั้นไม่ได้มีการพิจารณาต่อ เพราะอยู่ในระเบียบวาระ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภาก่อน

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า วันนั้นมีผู้แสดงความไม่พอใจกับตน ในออนไลน์ก็มีทัวร์ลงเยอะ ที่ตนขอให้เป็นแนวทางคือ วันรุ่งขึ้นมีสมาชิกพรรคประชาชนไปแถลงที่ห้องสื่อมวลชน แถลงข่าวและว่ากล่าววิจารณ์การอภิปรายของตน ตนคิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ประหลาด ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับตนอภิปรายวันนั้น แต่วันรุ่งขึ้นไปพูดว่า ทำไมถึงว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ที่นี่เป็นสภา และก็เป็นเขตของสภา ประธานต้องพิจารณาว่าต่อไปใครล่วงล้ำ ก็ควรจะยอม ชัดเจนว่าทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ท่านพูดสมควรหรือไม่

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

แม่ทัพกุ้ง เตือนภัยเพจปลอม มิจฉาชีพอ้างชื่อทักแชท ขายของระดมทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.19 น.

”แม่ทัพกุ้ง“ เตือนภัย เพจปลอม มิจฉาชีพ อ้างชื่อทักแชท ขายของ ระดมทุน ในสื่อออนไลน์ ขอประชาชนตรวจสอบข้อมูล

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยว่า ตนขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังเพจปลอมที่แอบอ้างชื่อ “FC แม่ทัพกุ้ง พล.อ.บุญสิน พาดกลาง” โดยยืนยันว่าไม่มีการทักแชทไปเสนอขายสินค้า หรือขอระดมเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกกรณี

หากพี่น้องประชาชนพบข้อความหรือการติดต่อที่มีลักษณะน่าสงสัย ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีนโยบายดังกล่าว พร้อมแนะนำให้บล็อก (Block) ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพสร้างความเสียหายหรือหลอกลวงประชาชนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลทางการเงินกับบุคคลหรือเพจที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในสื่อออนไลน์ พร้อมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสหรือรายงานเพจปลอมผ่านระบบของแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมกันสกัดกั้นการกระทำผิดไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลาม ต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.18 น.

เอกนิติ รับสงครามตะวันออกกลางลามต้องเตรียมรับมือเงินเฟ้อ-ศก.ทรุดทั่วโลก ยันลุยเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส อุ้มช่วยคนเดือดร้อน เชื่อจะผ่านวิกฤตไปได้ 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤติโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อลดราคาน้ำมันไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไปกระทบการรักษาพยาบาลด้วย ในวันที่ 11เม.ย.จะประชุมครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะ อาจเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก 

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า วิกฤติพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ 1.วิกฤติความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค 2.วิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันจะไม่ถูกในอีก 1-2 ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤติและเติบโตหลังวิกฤติ ให้คนกลุ่มนี้หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่า เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกันได้ 

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

52.9 ล้านชื่อเสี่ยง! สมชัย แฉฐานข้อมูลเลือกตั้งรั่ว ขายรหัสเจาะบุฟเฟต์วันละร้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.15 น.

9 เมษายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความระบุว่า ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละหน่วย เจาะง่าย ขายคล่อง

ของสำคัญ 1 ใน 3 อย่าง ที่ กกต.บอกว่า จัดเก็บอย่างดี เคยซื้อขายในอินเตอร์เน็ต เป็นให้วิธีเจาะแบบบุฟเฟท์ วันละแค่ 100 บาท นาน 3 สัปดาห์ ก่อนที่จะปิดรูรั่วสำเร็จ

วันนี้ 9 เมษายน 2569 ผมนำผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 2 ท่าน ที่ กกต.ฟ้องปิดปาก มาส่งหลักฐานข้อมูลถึง กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ฐานข้อมูลผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 52.9 ล้านคน เคยมีรูรั่วให้คนเข้าเจาะ นานกว่า 3 สัปดาห์ และซื้อขายรหัสเจาะข้อมูลแบบบุฟเฟท์ อยากได้อะไรก็เจาะเอาเอง ในราคาแค่วันละ 100 บาท จนสุดท้ายเมื่อหน่วยงานรับผิดชอบทราบและปิดระบบ จึงมีการประกาศขายเทคนิคการเจาะระบบ แค่ 200 บาท

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีใครทราบว่า มีข้อมูลหลุดออกไปแล้วเท่าไร และได้ถูกนำไปใช้เพื่อการทุจริตเลือกตั้งอย่างไรบ้าง

การแจ้งให้ กกต.ทราบ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการส่งเรื่องดังกล่าวให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ตรวจสมทบเรื่องนำส่งศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมตามที่ศาลขยายเวลาให้แก่ กกต.และผู้ตรวจ ในการส่งเอกสารเพิ่มอีก 15 วัน