กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.55 น.

วันที่ 10 เมษายน 2569 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจง กรณีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด ความว่า

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เว็บไซต์ข่าวสด online ได้เผยแพร่ข่าว สมชัย – 2 ผู้เชี่ยวชาญไอที แฉข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีมีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ปกติคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ แต่วันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว และมีคนเอาไปชายในตลาดมืดมานานแล้ว โดยรั่วไหลมาจากระบบการตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครอง เป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะทำการแก้ไขเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รั่วไหลจากระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ใช้งานต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชนจึงจงจะสามารถตรวจสอบข้อมูล ชื่อตัว (ไม่มีนามสกุล) สถานที่/หน่วยเลือกตั้ง และลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้

ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ชุดปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง) มิได้ระบุเลขประจำตัวประชาชนไว้ จึงไม่อาจมีกรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะใช้รายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าว มาตรวจสอบกับระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้

ประกอบกับได้ตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงข้อมูลไม่พบว่ามีการสุ่มเลขประจำตัวประชาชนกับระบบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด

ดังนั้น ตามที่มีการกล่าวอ้างถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อ ที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองมีการรั่วไหลออกไปและมีการเจาะระบบ

กรมการปกครอง จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตให้ประชาชนตื่นตกใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มาตรา 328 และมาตรา 384 และความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกรมการปกครองจะได้พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเคร่งครัด มีการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยผ่านศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำนักบริหารการทะเบียน(BORA CERT) ตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้นระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จึงมีมาตรการความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นไปตามกรอบมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework (NIST CSF).

อนุทิน เข้าสภาฯ ถกนโยบายวันที่ 2 ก่อนเดินทางออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงาน ก.พ.

อนุทิน เข้าสภาฯ ถกนโยบายวันที่ 2 ก่อนเดินทางออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงาน ก.พ.

อนุทิน เข้าสภาฯ ถกนโยบายวันที่ 2 ก่อนเดินทางออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงาน ก.พ.

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.47 น.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 9.16 น. เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่2 หลังจากนั้นเดินทางออกเพื่อไปภารกิจที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ถ.ติวานนท์

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ข้ามห้วยช่วยรัฐบาล ครูจวง อดีต สส.ก้าวไกล ร่วมทีม รมช.ศึกษาฯ

ข้ามห้วยช่วยรัฐบาล ครูจวง อดีต สส.ก้าวไกล ร่วมทีม รมช.ศึกษาฯ

ข้ามห้วยช่วยรัฐบาล ครูจวง อดีต สส.ก้าวไกล ร่วมทีม รมช.ศึกษาฯ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.28 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปารมี ไวจงเจริญ หรือ ครูจวง อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) มาร่วมในพิธีเข้ากระทรวงศึกษาธิการ อย่างเป็นทางการกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ด้วย

โดย ครูจวง จะเข้ามาเป็นทีมงาน ของนายอัครนันท์  รมช.ศธ. เพื่อขับเคลื่อนการศึกษา ทั้งนี้ ครูจวง ระบุว่ายังไม่ลาออกจากพรรค ปชน. แต่จะยื่นลาออกจากการเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ปชน. อย่างเป็นทางการต่อไป

ครูจวง

ดีเดย์ 7 วันอันตราย อนุทิน ย้ำ เมาไม่ขับ Car Pools ทางเดียวกันไปด้วยกันช่วยประหยัด

ดีเดย์ 7 วันอันตราย อนุทิน ย้ำ เมาไม่ขับ Car Pools ทางเดียวกันไปด้วยกันช่วยประหยัด

ดีเดย์ 7 วันอันตราย อนุทิน ย้ำ เมาไม่ขับ Car Pools ทางเดียวกันไปด้วยกันช่วยประหยัด

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.21 น.

วันนี้ 10 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา เพื่อไปเป็นประธานการประชุมเฝ้าระวังติดตาม 7 วันอันตราย ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะต้องไปเปิดประชุม 7 วันอันตรายที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมเข้าร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการกำชับอะไรประชาชน ในเรื่องการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เมาไม่ขับ ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม” ก่อนย้ำถึงมาตรการ ”Car pools“ เพื่อประหยัดพลังงานด้วย ก่อนเดินทางออกไป

อนุทิน ชาญวีรกูล

แฟ้มภาพ

วีระยุทธ รอดูท่าทีศาลฎีกา อุบตอบปมนั่ง หน. พรรคประชาชน

วีระยุทธ รอดูท่าทีศาลฎีกา อุบตอบปมนั่ง หน. พรรคประชาชน

วีระยุทธ รอดูท่าทีศาลฎีกา อุบตอบปมนั่ง หน. พรรคประชาชน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.49 น.

วันที่ 10 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 08.40 น. ที่อาคารรัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอกสารร้องต่อศาลฎีกากรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งในจำนวนนี้มี 10 คนที่เป็น สส.พรรคประชาชน ตรงนี้ได้เตรียมกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อรองรับเหตุการณ์หรือยัง ว่า การประชุมใหญ่พรรคประชาชนเป็นวาระตามปกติในช่วงเดือนเม.ย. ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ส่วนการจะปรับโครงสร้างหรือไม่นั้นขอรอดูท่าที ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อถามว่า นายวีระยุทธ มีโอกาสได้นั่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนคนต่อไปหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เดี๋ยวว่ากันไปทีละขั้น ตอนนี้ขอชวนให้ทุกคนฟังการอภิปราย โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่อภิปรายเรื่องสแกมเมอร์ และตามต่อด้วยเรื่องเศรษฐกิจและสังคมที่จะอภิปรายวันนี้ด้วยเช่นเดียวกั

วีระยุทธ

ยศชนัน เข้ากระทรวง อว. วันแรก ไหว้ศาลพระภูมิ-ราชานุสาวรีย์ ร.4 จุลพันธ์ นำสส.เพื่อไทยร่วมยินดี

ยศชนัน เข้ากระทรวง อว. วันแรก ไหว้ศาลพระภูมิ-ราชานุสาวรีย์ ร.4  จุลพันธ์ นำสส.เพื่อไทยร่วมยินดี

ยศชนัน เข้ากระทรวง อว. วันแรก ไหว้ศาลพระภูมิ-ราชานุสาวรีย์ ร.4 จุลพันธ์ นำสส.เพื่อไทยร่วมยินดี

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.46 น.

“ยศชนัน” เข้ากระทรวง อว. วันแรก ไหว้ศาลพระภูมิ-ราชานุสาวรีย์ ร.4  ”จุลพันธ์“นำสส.เพื่อไทยร่วมยินดี ย้ำ แรงงานพร้อมเชื่อม อว. ดัน “เรียนได้ งบ จบได้ งาน” บูรณาการไร้ตะเข็บ

วันที่ 10 เมษายน 2569  เวลา 07.50 น. ที่กระทรวง อว. ถนนโยธี  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าปฏิบัติงาน ณ ห้องทำงานรัฐมนตรี (อาคารโยธี) มีคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด รอให้การต้อนรับ

ศ.ดร.ยศชนัน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง อว. ประกอบด้วย ศาลพระภูมิ กระทรวง อว. (ถนน โยธี) พระราชานุสาวรีย์ ร.4 และ ศาลพระภูมิ กระทรวง อว. (ถนนศรีอยุธยา)  จากนั้น ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงร่วมแสดงความยินดี  นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย สส.พรรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเข้าปฏิบัติงานวันแรกที่กระทรวง อว. ด้วย

นายจุลพันธุ์ กล่าวว่า อาจารย์เชน ในฐานะที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ซึ่งก็เป็นหัวใจของพรรคเพื่อไทย วันนี้ ตนในฐานะหัวหน้าพรรค รวมถึง สส. อีกหลายท่าน มาร่วมให้กำลังใจก่อนที่จะเข้าไปทำงานที่สภา ซึ่งมีการแถลงนโยบายอยู่ เราก็ต้องเดินทางเข้าสภาโดยด่วน

นายจุลพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงกระทรวงแรงงานกับกระทรวง อว. ว่า ตั้งแต่ตอนเลือกตั้ง อาจารย์เชนได้พูดถึงคำว่า Synergistic Government คือการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียวระหว่างกระทรวง วันนี้กระทรวง อว. เป็นหัวใจสำคัญสำหรับประเทศอยู่แล้ว ในการที่จะเชื่อมโยงเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นหัวใจในการเชื่อมโยง

ในส่วนของกระทรวงแรงงาน เราก็มีแผนที่จะทำงานร่วมกับหลาย ๆ กระทรวงที่มีการพูดคุยไปแล้ว ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการเตรียมที่จะพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะกระทรวงแรงงานมีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเราจะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรในการพัฒนาเกษตรกรให้กลายเป็น Smart Farm

ในส่วนของ อว. ก็มีการพูดคุยกันมาแล้วว่าจะมีการทำงานร่วมกัน เรื่องของ “เรียนได้ งบ จบได้ งาน” เป็นนโยบายหลักนโยบายหนึ่ง และเราจะผลักดันให้เดินหน้า โดยการเข้ามาพัฒนาทุนมนุษย์ในลักษณะที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในเรื่องของ AI, Robotic เรื่องของ Data Center ต่าง ๆ ที่ความต้องการมีสูงมาก วันนี้เราต้องพัฒนาคนไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ เราจะประสานงาน บูรณาการกันอย่างไร้ตะเข็บ เพื่อการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนจะได้ประสบผลสำเร็จ

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวง อว. มีคณะผู้บริหารกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวง เข้าร่วมรับฟังพร้อมเพรียง

ฝ่ายค้าน โวยกลางสภาฯโดนตัดสไลด์ บี้ถามใครคือมือสั่งเซ็นเซอร์

ฝ่ายค้าน โวยกลางสภาฯโดนตัดสไลด์ บี้ถามใครคือมือสั่งเซ็นเซอร์

ฝ่ายค้าน โวยกลางสภาฯโดนตัดสไลด์ บี้ถามใครคือมือสั่งเซ็นเซอร์

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.37 น.

10 เม.ย.2569 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องเป็นวันที่2 ทั้งนี้ก่อนที่จะเข้าสู่กาาอภิปราย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นทวงถามถึงกรณีที่สส.ฝ่ายค้านถูกตัดสไลด์บางส่วน แม้จะเป็นอำนาจของประธาน แต่ตัดตอนไหน และใครเป็นคนตัดเอกสารการอภิปรายได้ให้เหตุผลและแจ้งสส.หรือไม่ แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้นก็บอกว่าไม่ทราบเหมือนกัน จึงอยากทราบเหตุผลว่าตกลงข้าราชการโทรขึ้นไป หรือใครกันแน่ที่ใช้อำนาจในการตัด จึงอยากทราบเหตุผล เพราะขึ้นชื่อบุคคลภายนอกที่อยู่จังหวัดบอใบไม้หรือไม่ ซึ่งนายโสภณรับปากว่าจะไปหาข้อเท็จจริงให้ และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่นายมงคล ชี้แจงว่าไม่ทราบ เรื่องนี้นายโสภณจะเป็นคนตอบ

ฝ่ายค้าน

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ เชื่อดีลหยุดยิง ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก คาดมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เชื่อดีลหยุดยิง ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก คาดมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ เชื่อดีลหยุดยิง ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก คาดมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.30 น.

วันที่ 10 เมษายน 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ไม่อยากหยุดยิง

ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน กำหนด 2 สัปดาห์

ผ่านไปไม่ถึงวันอิสราเอลก็โจมตีเลบานอนทันที

โรงพยาบาลในเลบานอนถูกระเบิด คนเสียชีวิตจำนวนมาก

อิหร่านประท้วงทันทีว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ให้รวมเลบานอนอยู่ในความตกลง

แต่อิสราเอลและอเมริกาเฉย ยืนยันว่า เลบานอนไม่อยู่ในความตกลง

อิหร่าน หันมาปิดช่องแคบฮอร์มุชทันที ไม่สนใจความตกลงที่ให้เปิดฮอร์มุช

ล่าสุดทางการปากีสถาน ซี่งเป็นคนกลางในการเจรจาคร้้งนี้

ออกมายืนยันว่า เลบานอน เป็นส่วนหนึ่งในความตกลงหยุดยิง

มันต้องมีฝ่ายหนึ่งโกหก ความจริงมีหนึ่งเดียว

สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเลวร้ายลงไปมากกว่าเก่าหรือไม่ ยากที่จะประเมิน

แต่มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ประเทศเล็กๆในอ่าวได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจยุโรป

เพื่อสู้กับอิหร่าน ประหนี่ง หนูอยากสู้กับราชสีห์

แต่ละฝ่ายต่างมีมหาอำนาจหนุนหลัง ไม่อยากให้ฝ่ายหนึ่งแพ้

ซึ่งจะทำให้เสียอิทธิพลในภูมิภาค ใครจะตายก็ชั่งมัน

เดือดแต่เช้า โรม ฟาด อนุทิน อย่าสร้างภาพคนดี ซัดพิพัฒน์ ปมน้ำมันเถื่อน

เดือดแต่เช้า โรม ฟาด อนุทิน อย่าสร้างภาพคนดี ซัดพิพัฒน์ ปมน้ำมันเถื่อน

เดือดแต่เช้า โรม ฟาด อนุทิน อย่าสร้างภาพคนดี ซัดพิพัฒน์ ปมน้ำมันเถื่อน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.20 น.

10 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 08.10 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องเป็นวันที่2 โดย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายถึงนโยบายการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมถึงการทุจริต คอร์รัปชันว่า ตนไม่เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เนื่องจากย้อนแย้งกับการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา ซึ่งมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีตรมว.ดีอี  ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

“ผมไม่รู้ว่าคดีนั้นจะรวดเร็วเหมือนคดีของพวกผมหรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมโดยให้เป็นรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนดูเป็นตัวอย่างให้จัดการผู้ทำผิดเป็นอย่างไร การแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันเป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ไม่เกรงใจนายไชยชนก ที่ดำเนินคดีดังกล่าว ขณะที่เมื่อวานนายกฯ แถลงยึดทรัพย์เบน สมิธ คิดหรือไม่ว่ามีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ผมสงสัยต่อการคัดเลือกคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ให้น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี เพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐเรื่องส่งถึงป.ป.ช.แล้ว แต่ได้เป็นรัฐมนตรีได้ ตกลงในเรื่องคดีมีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณ หรือพ่อของน.ส.สุดาวรรณกันแน่” นายรังสิมันต์ กล่าว

โรม

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจับน้ำมันที่จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่ามีเสี่ยตือเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่ามีคลังน้ำมันหลายแห่ง หลายล้านลิตร แต่การดำเนินการรัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการอย่างยากเย็น ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคมรู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาทมีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ที่สำคัญ พ.ย.2568 พบบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาท  ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่าขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ  ซึ่งอาจมีสาเหตุว่าเพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่  

“นายพิพัฒน์ทราบดีว่าเสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อย่างไร เหตุที่รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่ง อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาล ก็เป็นได้ ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามีการติดสินบนไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ทราบว่าเป็นลูกของเสี่ยตือด้วย ดังนั้นกรณีที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน พวกเขาจึงลอยนวลพ้นผิดได้  หากนายกฯ ดูการกระทำไม่ดูชื่อ ทำไมตอนนี้เครือข่ายเสี่ยตือ ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อน สแกมเมอร์ถึงไม่จัดการ หากทำจริงควรดำเนินการเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐ และนายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ว่าไม่เกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนหรือเรื่องทุนเทา เพื่อไม่ให้การปราบทุจริตจะได้ไม่เป็นเพียงลมปากและอย่าสร้างภาพเป็นคนดี แล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤติชาติ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน”  นายรังสิมันต์ กล่าว

โรม

ทั้งนี้ในช่วงท้ายการอภิปรายของนายรังสิมันต์ สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกประท้วงการอภิปรายเนื่องจากมีลักษณะใส่ร้าย แต่นายมงคลยังให้นายรังสิมันต์อภิปรายจนจบ ซึ่งมีสาระตอนท้ายว่า “ไม่รู้ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ เท่าไร แต่ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้คนที่ทำหลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม”

โรม

วัส ติงสมิตร ชำแหละดาบจริยธรรม ล้างบาง 44 สส. ขุนพลพรรคประชาชนจ่อหลุดเก้าอี้

วัส ติงสมิตร ชำแหละดาบจริยธรรม ล้างบาง 44 สส. ขุนพลพรรคประชาชนจ่อหลุดเก้าอี้

วัส ติงสมิตร ชำแหละดาบจริยธรรม ล้างบาง 44 สส. ขุนพลพรรคประชาชนจ่อหลุดเก้าอี้

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.48 น.

วันนี้ 10 เมษายน 2569  นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ร้อน กรณี ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ปมแก้ไข ม.112 โดยมีเนื้อหาต้นฉบับระบุว่า “จาก “ยุบพรรค” ถึง “ดาบจริยธรรม”: ชำแหละยุทธศาสตร์ล้างบางขุนพล 44 สส.

ยุทธศาสตร์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่เข้มข้นที่สุดอีกครั้ง เมื่อ ป.ป.ช. ขยับยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อเอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรงกับอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไข ป.อาญา มาตรา 112 โดยมีจุดเชื่อมโยงสำคัญจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2567 (คดียุบพรรคก้าวไกล) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567

วัส ติงสมิตร

1. หัวใจของคำฟ้อง: “นิติบัญญัติ” ไม่ใช่เกราะกำบังจริยธรรม ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ ป.ป.ช. ยืนยันว่า แม้ สส. จะมีสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่สิทธินั้นไม่ได้อยู่เหนือ “มาตรฐานทางจริยธรรม”
เนื้อหา + พฤติการณ์: ป.ป.ช. มุ่งพิจารณาว่า “เนื้อหา” ของร่างกฎหมาย และ “พฤติกรรม” ของผู้เสนอ มีความไม่สมควรประการใด

พันธะผูกพัน: เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าพฤติการณ์นี้เป็นการ “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” ข้อเท็จจริงนี้จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ผูกพันทุกองค์กร และย่อมมีผลถึงการพิจารณาทางจริยธรรมว่า สส. ได้พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง หรือกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง สส. หรือไม่

2. 10 ขุนพลพรรคประชาชน: ความเสี่ยงหน้างานในสภา จากการตรวจสอบพบว่าในบรรดา 44 คนนั้น มี 10 สส. ที่ยังคงทำหน้าที่อยู่ในสภาปัจจุบันภายใต้สังกัด พรรคประชาชน ได้แก่ สายบัญชีรายชื่อ: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สายเขต: ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผลกระทบที่ต้องจับตา: หากศาลฎีการับคำร้อง ทั้ง 10 ท่านนี้จะต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที” (เว้นแต่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น) ซึ่งจะทำให้ฝ่ายค้านเสียขุนพลระดับมันสมองไปพร้อมกันในคราวเดียว

วัส ติงสมิตร

3. ทางรอดของ 44 สส. ผู้ถูกร้อง

1)หาก สส. สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดจึงไม่ขอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้แทนรัฐต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยจากการถูกหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย (มาตรา 134 ป.อาญา) ทำนองเดียวกับคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย (มาตรา 112) ก็อาจรอดพ้นจากปัญหาการเลือกปฏิบัติ

2) แยกความรับผิดรายบุคคล

ในคดีฝ่าฝืนจริยธรรม ศาลฎีกาน่าจะพิจารณาเป็น “รายบุคคล” ซึ่งต่างจากคดียุบพรรคการเมืองที่ต้องพิจารณาบริบทขององค์กรกลุ่มโดยรวม
ทัศนะการต่อสู้: หาก สส. ท่านใดมีเพียงพฤติกรรมเพียง “เข้าชื่อร่วมแก้ไขกฎหมาย” โดยไม่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงนอกสภา (เช่น การปราศรัยรุนแรง หรือกิจกรรมที่กระทบต่อสถาบันฯ) ก็อาจจะมีโอกาส “รอด” มากกว่า
และเน้นความได้สัดส่วน (proportionality) ซึ่งไม่ได้จบแค่การพ้นตำแหน่ง แต่มันคือการ “เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป” อันเป็นการปิดตายเส้นทางเมืองยิ่งกว่าคดียุบพรรคที่โดนเพียง 10 ปี

4. บทสรุป: บรรทัดฐานใหม่ของการเมืองไทย คดีนี้อาจเป็นการสร้าง “กำแพงจริยธรรม” ชุดใหม่ ที่จะทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “หน้าที่นิติบัญญัติ” กับ “ความรับผิดชอบทางจริยธรรม” เลือนรางลง
การเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต สส. จะต้องระมัดระวังอย่างมหาศาล เพราะ “พฤติกรรมนอกสภา” จะมีผลต่อการนำมาผูกรวมกับ “งานในสภา” อันเป็นเหตุแห่งการตัดสินโทษประหารชีวิตทางการเมืองได้
และอาจเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของหลักนิติรัฐ เสรีภาพฝ่ายนิติบัญญัติ และสมดุลอำนาจทางการเมืองไทย [⚖️] 

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 10/4/69″

วัส ติงสมิตร
วัส ติงสมิตร
วัส ติงสมิตร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร