คุณแหน : 1 เมษายน 2569

คุณแหน : 1 เมษายน 2569

คุณแหน : 1 เมษายน 2569

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

๐๐พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงเป็นประธานในพิธีประทาน “ทุนสมเด็จเจ้าฟ้าฯ” ปีที่ 14 และประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำการศึกษา 2567-2568 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 3 เมย. 14.00-16.00 น. ณ SIBA Convention พหลโยธิน 24..๐๐

๐๐ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน เป็นประธานการประชุมคณะอำนวยการนโยบายด้านผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขึ้นสูง ATMPs ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ภญ.สุภัทรา บุญเสริม และ ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข ร่วมด้วย เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน มุ่งสู่เป้าหมายของการเป็น ATMPs Hub ในภูมิภาคเอเชีย โดยส่งเสริมการพัฒนาและใช้การแพทย์มูลค่าสูง อาทิ CAR T-cell เซลล์บำบัดมะเร็ง ถึงผลักดันให้ มีการรับรองมาตรฐาน GMP เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน..๐๐

๐๐ อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานประจำปีสักการะศาลหลักเมือง สืบสานประเพณีของดีน้ำเกลี้ยง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 เพื่อสืบสานประเพณีของดีน้ำเกลี้ยง ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจสู่ชุมชน..๐๐

๐๐เพื่อนๆชาว Digital CEO# 5 ร่วมยินดีกับ นพ.อดิศร วิตตางกูร ที่ได้เป็น ผอ.รพ.กลาง สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร..๐๐

๐๐ ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผอ. สง.เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (TILSNA) ร่วมลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาการประเมิน ตรวจสอบ และทดสอบด้านสมรรถนะและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์รวมถึงเครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนง.คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในงาน “AISaMD Demo Day: The First Step” เพื่อประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการยกระดับผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ สู่มาตรฐานสากล พร้อมผลักดันสู่การใช้งานจริงและเชิงพาณิชย์..๐๐

๐๐ ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรอง ผอ. ดีป้า ประกาศเปิดตัวโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) อย่างเป็นทางการ เพื่อเดินหน้าสลายความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี พร้อมสนับสนุนงบประมาณแก่กลุ่มชุมชนและ ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ใน 8 จังหวัดยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจฐานรากไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี..๐๐

๐๐นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พล.อ.ท.นพ. พงษ์เดช พงษ์สุวรรณ และนพ.อิทธิกร โถสุวรรณโชต เป็นตัวแทนเพื่อนๆ ปธพ. 1 ไปร่วมแข่งขันกอล์ฟการกุศล มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์..๐๐

๐๐ สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#7 มาอัพเดทชีวิตพร้อมทานหม้อไฟอร่อยๆ ที่ร้านสู่ต้าเสีย หม้อไฟหม่าล่าต้นตำรับจีนเสฉวน โดยมี ทรงศักดิ์ พุ่มสวัสดิ์ ต้อนรับอย่างอบอุ่น งานนี้ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์, ไพศาล หงษ์ทอง, สร้างรัฐ หัตถวงษ์, ธีระทัศน์ เกิดช่วย, ณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์, ธนนริศร์ พิสิทธิ์ธนโชติ, ไพโรจน์ ต้นศิริอนุสรณ์, ชานนท โตวิกกัย, ชัยภัทร เขมาภิรักษ์, ฐานนท์ เรืองวิวัฒนพันธุ์ ไม่พลาด..๐๐

๐๐สมพงษ์ ศักดาไกร มอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนกองทุนห้องส่องกล้อง Surgical Endoscopy มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โดยมี ผศ.นพ.สุภกิจ ขมวิลัยและ ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ รับมอบ..๐๐

๐๐พญ.ชญานิน นิติวรางกูร พร้อมเพื่อนๆ DJS#3 มาสังสรรค์ โดยมี ดร.รัชลิตา  นาราธิภานนท์, ชวิศ ยงเห็นเจริญ, ศิรสิทธิ์ ประทีปมงคล, พัทธนันท์ กองบุญมา, อรุชิดา- จิรวัฒน์ เด่นแดนโดม ร่วมด้วย..๐๐

น้องใหม่

ศิริราชประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 แก่แพทย์ผู้เสียสละ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ศิริราชประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 แก่แพทย์ผู้เสียสละ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ศิริราชประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 แก่แพทย์ผู้เสียสละ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานในงาน “ประกาศผลและพิธีมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568″ โดยมี ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท และนพ.เดชา แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมคณะฯ ตึกอำนวยการ ชั้น 2 รพ.ศิริราช

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จัดตั้ง “รางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท” รางวัลอันทรงเกียรติที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2516 เพื่อสรรหาแพทย์ผู้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล โดยมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบแก่บัณฑิตแพทย์ในการสร้างประโยชน์แก่วงการสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งได้รับเกียรติแสดง “ปาฐกถาอุดม โปษะกฤษณะ” เพื่อรำลึกถึง ศ.เกียรติคุณ นพ.อุดม โปษะกฤษณะ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการผลักดันงานสาธารณสุข แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านยังคงถ่ายทอดความรู้และจิตวิญญาณแพทย์ชนบทให้แก่ศิษย์เสมอมา จนเป็นที่มาของการก่อตั้ง “ทุนศาสตราจารย์นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ” โดยบรรดาศิษย์และญาติมิตร เพื่อสนับสนุนรางวัลนี้ให้คงอยู่สืบไป

ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท กล่าวถึงเกณฑ์การคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทในกระบวนการสรรหาเมื่อปีที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้พิจารณารายชื่อแพทย์ผู้ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ ซึ่งแต่ละท่านได้มีผลงานเชิงประจักษ์ในแต่ละพื้นที่ เมื่อคณะกรรมการฯ ได้ประชุมพิจารณาแล้ว จึงลงพื้นที่เยี่ยมชมการปฏิบัติงานในสถานที่จริง พร้อมทั้งสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้แก่ แพทย์ ผู้ร่วมงาน และผู้มารับบริการ ตลอดจนการเยี่ยมชมผลงานและโรงพยาบาล อีกทั้งได้นำผลงานแพทย์ที่คณะกรรมการฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมและสัมภาษณ์เมื่อปีก่อนมาพิจารณา ซึ่งนับเป็นภารกิจที่น่าหนักใจ เนื่องจากแพทย์ทุกท่านล้วนอุทิศตนทำงานภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด และสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม

ภายหลังการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 ได้เสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้วนั้น ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จึงได้ประกาศผลให้ นพ.เดชา แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา เป็นผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ประจำปี 2568 พร้อมกล่าวประกาศเกียรติคุณว่า “ในฐานะที่แพทย์ในชนบทคือเสาหลักของระบบสาธารณสุขไทย การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเพียรพยายามเพื่อเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่ นพ.เดชา แซ่หลี ควรได้รับการสดุดี ซึ่งท่านไม่เพียงแต่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังมีทัศนคติที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สุขให้แก่ส่วนรวม โดยท่านได้อุทิศตนเป็นผู้นำด้านสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชนพื้นที่เสี่ยงมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี พร้อมทั้งยังได้สร้างผลงานที่โดดเด่นที่เข้ากับสถานการณ์ความเป็นอยู่ อีกทั้งยังเข้าใจบริบทและความต้องการของชุมชน ทำให้ท่านกลายเป็นกลไก ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่การสร้างสุขภาวะในแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง”

ต่อมา ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล ได้มอบโล่เกียรติยศจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ให้กับแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 พร้อมด้วยเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมด้วยบริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เทอรูโม (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินรางวัล 50,000 บาท และ 40,000 บาท ตามลำดับ

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999’ (PC-1999) สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999' (PC-1999)  สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999’ (PC-1999) สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ บริษัท ปานะโอสถ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999” (PC-1999) นวัตกรรมจากสมุนไพรไทย เพื่อใช้บรรเทาอาการไข้ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและอาคารสถานที่ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ คณะผู้บริหารบริษัท ปานะโอสถ จำกัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ทำไมต้องเป็นฟ้าทะลายโจร PC-1999” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายธุรการวิทยาศาสตร์ และผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวิจัยเภสัชวิทยา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสยมพร ศิรินาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงจิตต์ พนมวัน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหน่วยวิจัยเพื่อการประยุกต์ใช้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และ พิษณุ อุชุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปานะโอสถ จำกัด ร่วมถ่ายทอดแนวคิดกระบวนการวิจัยและการพัฒนาจากห้องปฏิบัติการสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัดและเทคโนโลยีการผลิตต้นแบบของผลิตภัณฑ์มาตรฐานฟ้าทะลายโจรแก่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งเน้นการยกระดับนวัตกรรม และสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ฯ ในเชิงพาณิชย์ได้ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอวีดิทัศน์แนะนำผลิตภัณฑ์ฯ พร้อมความเป็นมาของการดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ PC-1999 ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นหน่วยงานแห่งแรกของประเทศไทย ที่ทำการพัฒนาและผลิตสารสกัดฟ้าทะลายโจรโดยการใช้ “น้ำ” เป็นตัวทำละลายในการสกัด โดยได้พัฒนาและต่อยอดจากองค์ความรู้ดั้งเดิมของการแพทย์แผนไทย ในการต้มยาสมุนไพรด้วยน้ำ และได้พัฒนาวิธีการสกัดดังกล่าวให้เหมาะสม เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีปริมาณสารออกฤทธิ์หลัก Andrographolide ตามที่ต้องการ ซึ่งกระบวนการสกัดด้วยน้ำ ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตเมื่อเทียบกับการสกัดด้วยแอลกอฮอล์ อีกด้วย ทั้งนี้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้จดอนุสิทธิบัตรกรรมวิธีการเตรียมสารสกัดน้ำ จำนวน 2 ฉบับ และยังได้พัฒนาวิธีวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ในฟ้าทะลายโจรที่สำคัญพร้อมกัน 4 ชนิด ได้แก่ Andrographolide (AP1), 14-Deoxy-11, 12-didehydroandrographolide (AP3), Neoandrographolide (AP4) และ14-deoxyandrographolide (AP6) เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมปริมาณสารสำคัญในฟ้าทะลายโจร และได้สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ โดยเฉพาะ Andrographolide ให้ได้มากที่สุด จนสามารถนำไปสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999 (PC-1999)” ที่มีปริมาณสารสกัด  230 มิลลิกรัมต่อแคปซูล เทียบเท่าสารสำคัญ Andrographolide 10 มิลลิกรัม  ซึ่งการศึกษาการละลายของสารสำคัญจากผลิตภัณฑ์ (Dissolution testing) พบว่า พืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสามารถละลายได้ดีมากด้วยเทคโนโลยีการสกัดด้วยน้ำ ทำให้ปลดปล่อยสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ มีผลงานวิจัยของคณะผู้วิจัยจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน รวม 18 เรื่อง และได้รับรางวัลผลงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในระดับ “ดีมาก” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในหัวข้อ “ฟ้าทะลายโจร: จากงานวิจัยพื้นฐานสู่การประยุกต์ใช้”

ความสำเร็จในการศึกษาค้นคว้างานวิจัยพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ครั้งนี้ เป็นการสนองพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงวางรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงน้อมนำพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาพระราชทานเป็นพระนโยบายให้แก่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นับตั้งแต่การก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ในปี พ.ศ. 2530 และดำรงมาจนถึงปัจจุบัน

อนึ่ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ริเริ่มดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาสมุนไพรเพื่อการวิจัย ณ หมู่บ้านทับทิมสยาม 05 จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน โดยได้นำพืชสมุนไพรจากโครงการฯ มาต่อยอดสู่งานวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้มาตรฐาน และปัจจุบัน สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัดน้ำฟ้าทะลายโจรและแคปซูลสารสกัดน้ำฟ้าทะลายโจร ให้แก่ บริษัท ปานะโอสถ จำกัด นับเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิจัยและเอกชนเพื่อการพัฒนาและผลิตเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การผลิตจริง และได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999” (PC-1999) นับเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ระดับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ (ต้นน้ำ) การควบคุมปริมาณสารสำคัญในสารสกัด (กลางน้ำ)  และการผลิตแคปซูลสารสกัดน้ำฟ้าทะลายโจร (ปลายน้ำ) อันเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรมการสกัด พร้อมทั้งยกระดับยาสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานระดับโลก

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประชุม 6 เมืองต้นแบบ พลิกวัฒนธรรมสู่พลังขับเคลื่อนเมือง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประชุม 6 เมืองต้นแบบ พลิกวัฒนธรรมสู่พลังขับเคลื่อนเมือง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประชุม 6 เมืองต้นแบบ พลิกวัฒนธรรมสู่พลังขับเคลื่อนเมือง

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านโครงการ Thailand Culture 2030 โดยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การระดมสมองระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเมืองและพันธมิตร เพื่อการขับเคลื่อนเมืองด้วย Culture 2030 Indicators ระหว่างวันที่ 26 – 30 มีนาคม 2569 ณ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเสริมศักยภาพเมืองต้นแบบในการนำ “วัฒนธรรม” มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมือง ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)


 
การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจาก 6 เมืองต้นแบบ ได้แก่ เทศบาลตำบลบางปลา จังหวัดสมุทรสาคร เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา จังหวัดภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้เชิงลึก ทั้งการบรรยาย เวิร์กชอป และการศึกษาดูงานในพื้นที่จริง เพื่อพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนเมืองด้วยวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม 

ตลอดระยะเวลา 5 วัน เมืองต้นแบบได้ต่อยอดองค์ความรู้สำคัญ ตั้งแต่การทำความเข้าใจกรอบ Culture 2030 Indicators การวิเคราะห์ศักยภาพและช่องว่างของเมือง การค้นหาอัตลักษณ์และคุณค่าของพื้นที่ ไปจนถึงการออกแบบแนวทางการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับ SDGs อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการนำไปใช้ได้จริงในบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมกันนี้ การประชุมยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาในรูปแบบ “Ecosystem” ที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ และสามารถสื่อสาร “คุณค่าของเมือง” (City Value Proposition) ได้อย่างชัดเจนและมีพลัง 

นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาเมืองในรูปแบบ “Ecosystem” ที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความร่วมมือ (Partnership) และการสื่อสารคุณค่า (City Value Proposition) ของแต่ละเมืองให้สามารถเข้าถึงและดึงดูดการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หัวใจสำคัญ คือการนำกรอบแนวคิด Culture 2030 มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองใน 4 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมและพลังเข้มแข็ง (Environment & Resilience) ความมั่งคั่งและความเป็นอยู่ที่ดี (Prosperity & Livelihood) ความรู้และทักษะ (Knowledge & Skills) การไม่แบ่งแยกกีดกันและการมีส่วนร่วม (Inclusion & Participation) ซึ่งช่วยให้เมืองสามารถมองเห็นภาพรวมของการพัฒนาอย่างรอบด้าน และสามารถเชื่อมโยง “ทุนทางวัฒนธรรม” เข้ากับการสร้างคุณค่าใหม่ในทุกมิติของการพัฒนา 

ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวปิดการประชุม พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้แทนทั้ง 6 เมืองต้นแบบ เพื่อยืนยันถึงความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านการพัฒนาด้วยมิติวัฒนธรรมในระดับประเทศ 

การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ต้นแบบการพัฒนาเมือง” ที่ใช้วัฒนธรรมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อสร้างเมืองที่ยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างสมดุลในระยะยาว 

พร้อมกันนี้ ในเดือน มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังเปิดโอกาสให้เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนครั้งสำคัญ ผ่านเวที Thailand Culture for SDGs Awards ซึ่งจะเป็นพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนแนวคิด และยกระดับการพัฒนาเมืองไทยสู่มาตรฐานสากล เมืองที่มีความพร้อมและต้องการต่อยอดศักยภาพ สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Thailand Culture 2030 เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของ “เมืองไทยยุคใหม่” ที่เติบโตอย่างมีเอกลักษณ์และยั่งยืนในระยะยาว ติดตามข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook : Thailand Culture for SDGs

‘หนิง ปัทมา’ คว้า ‘มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026’ ตัวแทนชิงมงกุฎ MGI2026 ที่ อินเดีย

‘หนิง ปัทมา’ คว้า ‘มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026’ ตัวแทนชิงมงกุฎ MGI2026 ที่ อินเดีย

‘หนิง ปัทมา’ คว้า ‘มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026’ ตัวแทนชิงมงกุฎ MGI2026 ที่ อินเดีย

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ในที่สุด  มงกุฎ “The evolution” มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026  ก็ตกเป็นของ “มิสแกรนด์ชลบุรี” หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์   ตามความคาดหมาย พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ ประเทศอินเดีย ปลายเดือน ตุลาคม นี้

เพราะความพยายาม มุ่งมั่น อดทน และใช้ความสามารถอย่างสุดพลัง ในทุกรอบการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 มาตลอดการเก็บตัว  ทำให้  หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์  สานฝันคว้ามงกุฎ “The evolution” มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026  มูลค่า 1.2 ล้านบาท ไปครอง มาครองท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่น MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravoo BKK  ในการประกวดมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 : Grand Evolution รอบตัดสิน  ซึ่งสาวงามทุกคนโชว์ความสามารถกันเต็มที่ โดยเฉพาะการตอบคำถามในรอบ 5 คนสุดท้ายที่ต้องใช้ “สมอง”  ช่วงชิงคะแนนจากคณะกรรมการ  กับคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมทางการเมืองและวิกฤตราคาน้ำมัน โดย หนิง ปัทมา แสดงทัศนคติอย่างเผ็ดร้อนว่าสิ่งนี้คือ “อำนาจมืดที่ประชาชนไม่เคยได้เห็น…และอยากให้ประชาชนรวมตัวกันขับไล่กลุ่มอำนาจที่เอารัดเอาเปรียบ”  ทำให้เธอเฉือนเอาชนะคู่แข่งอย่าง “มิสแกรนด์บุรีรัมย์”  แองเจ ปนัสยา แองเจลิกา ดีมากด์  ไปได้อย่างขาดลอย   

 ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ “มิสแกรนด์บุรีรัมย์” แองเจ ปนัสยา แองเจลิกา ดีมากด์ ,รองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต “ไอลิน ไอลิน เเนบสุข”,  รองอันดับ 3  ได้แก่ มิสแกรนด์สระบุรี “ผ้าแพร ณัฐกฤตา เกิดแก่นจิโรจ”,  รองอันดับ 4 ได้แก่ มิสแกรนด์สุโขทัย “เนย  นฤมล เฉลิมฤกษ์” สำหรับตำแหน่งรองอันดับ 5 ทั้ง 6 สาวงาม ได้แก่ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา “เหมยลี่  พัชรมนต์ เทพรักษา”มิสแกรนด์ตราด “ทีน่า อซุนทีน่า ชูศักดิ์” มิสแกรนด์แพร่ “เจสสิกา คริสตินา นีนนิมาร์” มิสแกรนด์อุดรธานี “คะนิ้ง  ศิริกานต์ พรรณมาตย์” มิสแกรนด์ตรัง “ขนมเนย  วรินรัตน์ วรรณศิลป์” และ มิสแกรนด์กรุงเทพฯ “ยีนส์ พิชญาวี โยโกยาม่า”

หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์   มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026   อายุ 32 ปี เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์  จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรังสิต  ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ  เข้าสู่วงจากการประกวดร้องเพลงในรายการ “ศึกวันดวลเพลง” ทางช่องวัน 31 และได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดค่ายแกรมมี่โกลด์ เคยมีผลงานเพลงสร้างชื่อ “คำฮักลบบ่ได้” และได้คัฟเวอร์เพลงมากมาย

ก่อนหน้านี้เธอเคยได้รับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สชลบุรี 2025 แต่ต้องสละตำแหน่งเนื่องจากติดปัญหาเรื่องคิวงาน จนมาปี 2026 ทุกอย่างลงตัว  จึงตัดสินใจลงสมัครประกวดมิสแกรนด์อีกครั้ง  ได้เป็น “มิสแกรนด์ชลบุรี”  มาคว้ามงใหญ่ “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งคือบทพิสูจน์ของคุณสมบัติ “4B” (Beauty, Body, Brain, Business) ที่สมบูรณ์แบบของเธอบนเวทีประกวดปีนี้ และจะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ประเทศอินเดีย  ปลายเดือนตุลาคม 2569 กับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิตเธอ

ท่านทูตออสเตรเลีย เปิดงาน ‘Australia Fair’ ประสบการณ์ช้อประดับโลกที่บิ๊กซี

ท่านทูตออสเตรเลีย เปิดงาน ‘Australia Fair’ ประสบการณ์ช้อประดับโลกที่บิ๊กซี

ท่านทูตออสเตรเลีย เปิดงาน ‘Australia Fair’ ประสบการณ์ช้อประดับโลกที่บิ๊กซี

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.21 น.

บิ๊กซี ชวนเปิดประสบการณ์ชอประดับโลกกับงาน “Australia Fair” ยกทัพสินค้านำเข้าคุณภาพจากออสเตรเลีย พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มลดสูงสุด 50% ให้คนไทยได้ชอปอย่างจุใจในที่เดียว

ฯพณฯ ดร. แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “Australia Fair” อย่างเป็นทางการ โดยมี นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพันธมิตรคู่ค้า ต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภายในงาน “Australia Fair” บิ๊กซีได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย คัดสรรสินค้านำเข้าคุณภาพและสินค้าเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลีย ครอบคลุมทั้งอาหารสด อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งคุณภาพและความหลากหลาย

ไฮไลต์สำคัญคือการรวบรวมสินค้าชั้นนำจากออสเตรเลียมาไว้ในงานเดียว อาทิ Australian Grape, Beef, Lamb รวมถึงแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Sanitarium Weet-Bix, So Good, Vitasoy, Continental, Carmans, Real Food, San Remo, Madura, The Natural และ Bundaberg ให้ได้เลือกชอปอย่างเต็มอิ่ม พร้อมเพลิดเพลินกับบูทแสดงสินค้ากว่า 11 บูท ที่ยกประสบการณ์ “ออสเตรเลีย” มาไว้ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ ลดสูงสุดถึง 50% ให้ลูกค้าได้ชอปสินค้าคุณภาพระดับโลกในราคาสุดคุ้ม ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ผ่านแอป Big C PLUS เพิ่มความสะดวกสบายให้สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา

งาน “Australia Fair” จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 10 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เอกมัย พระราม 4 แฟชั่นไอส์แลนด์ หัวหิน-มาร์เช่ พัทยา 2 (โฮเรก้า) พัทยา 3 เกาะสมุย ภูเก็ต 1 ภูเก็ต 2 และเชียงใหม่ 2 ขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ชอปปิงระดับโลก สัมผัสคุณภาพสินค้าและนวัตกรรมจากออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณเลือกได้ ที่บิ๊กซีทุกสาขาที่ร่วมรายการ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบิ๊กพอยต์ ยิ่งสะสมมาก ยิ่งได้รับมาก ทุกการใช้จ่าย 25 บาท = 1 คะแนน และสามารถใช้คะแนนแลกรับส่วนลดได้ทันที ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

เช็คโปรโมชันดี ๆ ทุกวันเพิ่มเติมได้ที่  เว็บไซต์ www.bigc.co.th  เฟซบุ๊ก Big C https://www.facebook.com/BigCBigService  บิ๊กซีคอลแชทชอป ไลน์หรือโทรมาชอป จัดส่งภายในวัน สามารถคลิกแอดไลน์สาขาใกล้บ้านได้ที่ https://corporate.bigc.co.th/callchatshop

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือปาระเบิดปลูกต้นไม้

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือปาระเบิดปลูกต้นไม้

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือปาระเบิดปลูกต้นไม้

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

             เมื่อไม่นานมานี้ ที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี มี เด็กลูกเสือ กลุ่มหนึ่งที่มาเข้าค่าย ได้รับมอบภารกิจให้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชน พวกเขาเดินสำรวจรอบๆ หมู่บ้าน ใกล้ค่ายลูกเสือ พบว่ามีบางพื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยกองขยะ และวัชพืช

             “พวกเราลูกเสือต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!” หัวหน้าหมู่ลูกเสือกล่าว แล้วใช้ทักษะวิชาชาวค่ายสร้าง “ระเบิดต้นไม้” ขึ้นมา โดยใช้ของที่มีอยู่ในท้องถิ่น

             ลูกเสือทุกคนช่วยกันขอเมล็ดพันธุ์มาจากแม่ในครัว จากพ่อในสวน เก็บของฟรีจากข้างทาง หรือใช้เงินซื้อจากร้านค้า

             • สายดอกไม้ปลูกง่ายตายยาก : บานเย็น บานไม่รู้โรย, ดาวกระจาย, เทียน, อัญชัน, ชวนชม, บานชื่น 

             • สายผักสวนครัวริมรั้ว: กะเพรา, โหระพา, แมงลัก,พริกขี้หนู . พริกชี้ฟ้า , มะเขือเปราะ ,มะเขือยาว, ผักบุ้ง 

             • สายเถาเลื้อยจอมพลัง: ตำลึง, ถั่วพู, ฟักเขียว, ฟักทอง, มะระขี้นก, แตงกวา, แตงร้าน, แตงโม 

             • สายไม้ยืนต้นกินได้: แคบ้าน, ขนุน, มะละกอ, พุทรา, มะกรูด, มะนาว, มะม่วง, ชะอม , กระถิน, มะรุม,  สะเดา

             เหล่าลูกเสือใช้ดินถุงแห้งผสมขี้ไก่ ขี้วัว แล้วโรยเมล็ดพันธุ์ ต่อจากนั้นใช้ “ใบตองกล้วย” มาห่อดินแบบที่แม่ทำขนม และใช้ “เชือกกล้วย” มัดปมด้วย เงื่อนพิรอด อย่างแน่นหนาสวยงาม

            เมื่อถึงวันเดินทางไกล เหล่าเด็กลูกเสือไม่ได้เดินผ่านพื้นที่รกร้างไปเปล่าๆ แต่พวกเขาโยน “ระเบิดเมล็ดต้นไม้ห่อใบตอง” เข้าไปในกองขยะและที่ดินว่างเปล่า พร้อมกับร้องเพลงลูกเสือ“อย่าเกียจคร้าน”  และ “ความซื่อสัตย์”

            เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เมื่อฝนเริ่มตก เมล็ดต้นไม้ ดอกไม้ก็เริ่มงอก เติบโต ห่อใบตองย่อยสลายกลายเป็นดิน พื้นดินที่เคยมีแต่ขยะ กลับกลายเป็นสวนดอกไม้ ต้นไม้ ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

            ต้น มะละกอ และ แคบ้าน เติบโตขึ้น  เถา ตำลึง และ แตงกวา เลื้อยพันกันเป็นรั้วธรรมชาติที่กินได้ กลิ่นหอมของ กะเพรา และ มะกรูด ดับกลิ่นเหม็นของขยะเดิมไปจนสิ้น ดอกดาวกระจาย เทียน บานไม่รู้โรย  และ บานเย็น ออกดอกสีสวยสด ชาวบ้านต่างพากันมาชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของเด็กลูกเสือที่รู้จักใช้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ

             ตั้งแต่นั้นมา พื้นที่รกร้างของหมู่บ้านก็กลายเป็น “สวนลูกเสือ” ที่ใครๆ ก็มาเก็บผักผลไม้ไปกินได้ฟรี เหล่าลูกเสือได้เรียนรู้ว่า “การทำความดี ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครสั่ง และความคิดริเริ่มสามารถเปลี่ยนกองขยะให้กลายเป็นสวนต้นไม้ได้”

             การกระทำความดีของลูกเสือกลุ่มนี้ ตรงกับความดีในบุญกิริยาวัตถุ 10 เรื่อง การแบ่งปัน อุทิศผลงานที่ตนทำไว้ให้ผู้อื่น (ปัตติทานมัย)

             เรียบเรียงจากวิธีการ Seed Bomb ของสหรัฐอเมริกา แต่ปรับเปลี่ยนใช้ใบตองและเชือกกล้วย

อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 31 มีนาคม 2569

คุณแหน : 31 มีนาคม 2569

คุณแหน : 31 มีนาคม 2569

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ควันหลงกรณี ประธานาธิบดีทรัมป์ เรียก “พันธมิตร” รวมพลเพื่อไปเปิดช่องแคบ “ฮอร์มุซ” แล้วไม่มีใครมา ! เหล่าคนใกล้ชิด ฯพณฯถึงกับออกปากว่าไม่เคยเห็นเขาโกรธและผิดหวังเช่นนี้ เหตุผลคือ เขาเชื่อในบารมีของสหรัฐฯว่าจะสามารถรวมตัวพันธมิตรให้ส่งเรือพิฆาตและ/หรือเรือกวาดทุ่นระเบิด รวมถึงเครื่องบินตรวจหาแหล่งของทุ่นระเบิดมาเข้าร่วมทีม…ทรัมป์ระบายอารมณ์โดยพุ่งเป้าไปที่ประเทศมหาอำนาจขนาดกลาง (MIDDLE POWER) อาทิ อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, จีน และ ญี่ปุ่น ถึงขนาดกล่าวไล่ทวงบุญคุณตามทัศนะของเขาว่า ประเทศเหล่านี้ติดค้างสหรัฐฯมากมาย ทรัมป์ดูผู้นำพันธมิตรแต่ละคนด้วยสายตาติดลบอยู่แล้ว อาทิ สตาร์เมอร์ เป็นญาติที่ไม่ญาติดีกันแล้ว, มาครง วางตัวใหญ่เกินเบอร์, โอลาฟ ซอลซ์ ไม่สำนึกในบุญคุณ, สี จิ้นผิง ผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่แต่ไม่รับผิดชอบ และ ทาคาอิจิ ทรัมป์หงุดหงิดแต่ถูกชะตามากที่สุด จึงอยู่ในวิสัยให้อภัยได้…
  • แม้ว่าการจัดสรรตำแหน่ง ครม.ลงตัวไปเรียบร้อย ผู้นำพรรคการเมืองก็ยังถวิลหา “ซุปเปอร์เนติบริกร” เช่น ดร.วิษณุ เครืองาม ผู้มีความสามารถหลากหลายเป็นที่ประจักษ์ตลอดเส้นทางอำนาจของท่านอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลายท่านอาจถามว่าท่านอดีตรองนายกฯมีความสามารถเด่นกว่ามือกฎหมายคนอื่นตรงไหน อันนี้ตอบไม่ยาก เพราะสิ่งเหล่านี้สื่อมวลชนและคอการเมืองได้รู้เห็นมาหลายปี ประการแรก ความรู้กฎหมายด้านการบริหารราชการแผ่นดินถูกสะสมจนตกผลึก 2) พรสวรรค์ในการอธิบายเรื่องยุ่งยากให้ชาวบ้านเข้าใจได้ 3) ปฏิสัมพันธ์ที่ผสมผสานดีกับเหล่าสื่อมวลชนจนเป็น “ยากลางบ้าน” 4) ท้ายสุด, ความมี “กึ๋น” (ที่ฝรั่งมักเรียกว่า “TAKE THE BULL BY THE HORNS”)…ท่านอดีตรองนายกฯเคยฝากวลีเด็ดที่กลายเป็นอมตะไปแล้วว่า “จะลงเรือแป๊ะก็ต้องตามใจแป๊ะ!”…
  • งานฉลอง 30 ปี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และมีการมอบรางวัลให้แก่ศิษย์เก่ายอดเยี่ยมหลายราย หนึ่งในนั้นคือ อรช บุญ-หลง ผู้เข้ารับรางวัล สาขาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม …ขอแสดงความยินดีด้วย…
  • กรมการขนส่งทางบก ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้นก่อนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยไม่คิดค่าบริการ เช่น ตรวจสอบระบบเบรก สภาพยาง การทำงานของเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง หม้อน้ำและรอยรั่ว ใส้กรองอากาศ เป็นต้น…ทั้งนี้ เจ้าของรถยนต์และจักรยานยนต์สามารถนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 เม.ย.นี้…ใครชอบของฟรีเชิญได้…
  • นับเป็นไวน์ expert คนหนึ่ง กิตติศักดิ์ จารยะพันธ์ เปิดร้านขายไวน์ สมกับความสามารถไปเรียบร้อยแล้ว…
  • นิยมท่องเที่ยวเป็นนิจ สุพจน์ ผจญยุทธ์ เตรียมไปทัวร์ที่ชิงเต่าอีกเดือนหน้านี้กับสวัสดีฮอลิเดย์ทัวร์…หลังเพิ่งกลับจากทัวร์ต่างประเทศมาหยกๆ…ได้ใช้ชีวิตอย่างตามใจตัวเอง ครื้นเครงดีแท้…
  • เตือนใจ สินธุวณิก มีกำหนดบินไปซิดนีย์ เพื่อเยี่ยนเยียนครอบครัวพี่สาว และหลานสาวคนสวย มุมีนา นาน1 เดือน เดินทางต้นเม.ย.นี้…ขอให้เที่ยวแสนสนุกและเดินทางปลอดภัย !!…

บารอนเนส

ปลุกตำนานพริกไทยตรัง ‘พันธุ์ปะเหลียน’ ในงาน ‘วันพริกไทยตรัง’ นำเทรนด์อีเว้นท์แบบ Carbon Neutral

ปลุกตำนานพริกไทยตรัง 'พันธุ์ปะเหลียน' ในงาน 'วันพริกไทยตรัง' นำเทรนด์อีเว้นท์แบบ Carbon Neutral

ปลุกตำนานพริกไทยตรัง ‘พันธุ์ปะเหลียน’ ในงาน ‘วันพริกไทยตรัง’ นำเทรนด์อีเว้นท์แบบ Carbon Neutral

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

พาณิชย์ตรัง ปลุกตำนานพริกไทยตรัง พันธุ์ปะเหลียน ราชาเครื่องเทศระดับโลก ในงาน “วันพริกไทยตรัง : Trang Pepper Day 2026” นำเทรนด์อีเว้นท์แบบ Carbon Neutral (Self-declaration) ชูจุดขาย GI และสาร GLA เจาะตลาด High-End

พาณิชย์ตรังเดินหน้าฟื้น “พริกไทยตรัง” พืชเศรษฐกิจระดับตำนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปลุกพริกไทยตรัง “พันธุ์ปะเหลียน” กลับสู่เวทีโลก ในงาน “วันพริกไทยตรัง : Trang Pepper Day 2026” พร้อมยกระดับเป็น Soft Power ด้านอาหารและสุขภาพ ชูจุดเด่น GI – Functional Food – Rare Item ตั้งเป้าลดการนำเข้า และขยายตลาด High-End

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ตั้งเป้าฟื้นอดีตพืชเศรษฐกิจชื่อดังระดับโลกสมัยรัชกาลที่ 5 ปลุกตำนานราชาเครื่องเทศ “พริกไทยตรัง พันธุ์ปะเหลียน”  ในงาน “วันพริกไทยตรัง 2026 : Trang Pepper Day 2026” ให้กลับมาเป็น “Soft Power” ด้านอาหารและสุขภาพ ชูมาตรฐาน GI และสาร GLA ในพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ช่วยบำรุงสมอง ตั้งเป้าลดการนำเข้าและขยายการส่งออกสู่ตลาดสิงคโปร์ จีน และยุโรป

นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการเปิดงาน “วันพริกไทยตรัง : Trang Pepper Day 2026 ว่าจังหวัดตรังเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและยกระดับพืชเศรษฐกิจ “พริกไทยตรัง” จากสวนพริกไทยสู่การเป็นนวัตกรรมอาหารที่คนทั่วโลกต้องรู้จัก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังดำเนินการจัดงาน “วันพริกไทยตรัง Trang Pepper Day 2026” ขึ้น เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดพริกไทยตรังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น  โดยย้ำว่าพริกไทยตรัง ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเทศ แต่เป็น “มรดกทางเศรษฐกิจ” ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ที่กำลังเติบโตในตลาดโลก

“ในยุคที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับสุขภาพ พริกไทยตรังถือได้ว่าตอบโจทย์ เพราะมีทั้งเรื่องเล่า คือประวัติศาสตร์ของพริกไทยตรังที่เริ่มต้นมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ประกอบกับการเป็นพืช Rare Item เพราะมีพื้นที่ปลูกจำกัด จึงทำให้พริกไทยตรังกลายเป็นสินค้า “Exotic” ที่เชฟระดับมิชลินสตาร์ หรือร้านอาหารทั่วโลก ต้องการนำไปใช้เพื่อสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนรับรองสินค้า GI และมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดพรีเมียมในยุโรปและญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดด้วย รวมไปถึงมีงานวิจัยรองรับด้านประโยชน์ทางยา ผลวิจัยพบ Gamma-Linolenic Acid (GLA)  ในพริกไทยตรัง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยสลายลิ่มเลือดในสมอง ทำให้ตอบโจทย์เทรนด์อาหารเป็นยา หรือ Functional Food ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พริกไทยตรังยังมีรสชาติที่เผ็ด ร้อน จึงมีความเป็น Unique  ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนส่งเสริมสำคัญที่จะทำให้พริกไทยตรัง มีความโดดเด่นในตลาดเหนือกว่าคู่แข่งในระบบอุตสาหกรรมอย่างเวียดนามหรือบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเบอร์ต้นของโลกได้อย่างชัดเจน ซึ่งในงาน Thaifex Anuga Asia เราพบว่า ตลาดสิงคโปร์ ไต้หวัน และโซนยุโรป ให้ความสนใจพริกไทยตรังเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นสินค้า Rare Item ที่มีคุณภาพสูงกว่าพริกไทยอุตสาหกรรมทั่วไป”

ด้าน นางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดตรัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน “วันพริกไทยตรัง  : Trang Pepper Day 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ณ ลานร้าน Occur Coffee ถนนศรีตรัง  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและขยายโอกาสทางการตลาดของพริกไทยตรังสู่ระดับสากล และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วยนวัตกรรมตามหลักการตลาดนำการผลิต โดยกิจกรรมภายในงาน จะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพริกไทยตรัง สินค้าเด่น บูทนวดตามภูมิปัญญาท้องถิ่น การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น Trang Pepper Forum : เรื่องเล่าพริกไทยตรัง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านพริกไทยตรังร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับพริกไทยตรัง อาทิ ผศ.ดร.นภัสวรรณ เลี่ยมนิมิตร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, ร.ต.อ.วีศิลป์ กองฤทธิ์ เกษตรกรผู้สืบสานตำนานพริกไทยตรัง พันธุ์ปะเหลียน, คุณกันต์หทัย จิตรไมตรีเจริญ  เจ้าของแบรนด์พริกไทยตรัง Black Gold, คุณบัณฑิต ภิรมย์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัทบ้านสวนมรดกพริกไทยตรัง จำกัด, ดร.ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต ประธานสหพันธ์โลกเวลเนสและนวดไทย, คุณสุวัฒน์ รุ่งเรือง แพทย์แผนไทยชำนาญการ รพ.ห้วยยอด คุณปิยะนุช มุสิกพงศ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง  และตัวแทนจากแบรนด์พริกไทย “ง่วนสูน” และ “ไร่ทิพย์” นอกจากนี้ยังมีบูทให้คำปรึกษาด้านการค้าการส่งออก นิทรรศการเกี่ยวกับพริกไทยตรัง การรังสรรค์เมนูและ Workshop อาหารและสินค้าจากวัตถุดิบพริกไทยตรัง รวมไปถึงกิจกรรมเจรจาการค้าสร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมดนตรีสดบรรยากาศในสวน โดยผู้ร่วมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตได้โดยตรง

“ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าพริกไทยสูงถึง 1,596 ล้านบาท/ปี ในขณะที่พริกไทยตรังยังมีพื้นที่ปลูกจำกัดเพียง 200 ไร่ และให้ผลผลิตพริกไทยแห้งปริมาณ 20 ตัน/ปี จึงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมหาศาล การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ  และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อร่วมผลักดันให้พริกไทยตรังกลับมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดตรังและประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งในงานครั้งนี้เราได้บรรลุเป้าหมายในการทำ MOU จับมือทำตลาดพรีเมียมพริกไทยตรัง ระหว่าง บริษัทบ้านสวนมรดกพริกไทยตรัง จำกัด และบริษัท ง่วนสูน พริกไทยและเครื่องเทศ จำกัด เจ้าของแบรนด์ พริกไทยตรามือที่ 1 แบรนด์พริกไทยชั้นนำของไทยด้วย”

การจัดงาน “วันพริกไทยตรัง  : Trang Pepper Day 2026”  นอกจากจะเป็นการส่งเสริมขยายตลาดให้กับพริกไทยตรังแล้ว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ยังนำเทรนด์ด้วยการส่งเสริมและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการ     จัดงานด้วยการทำ Carbon neutrality หรือการคำนวณค่าความเป็นกลางทางคาร์บอนจากการจัดกิจกรรมแล้วนำไปชดเชยด้วยการซื้อเครดิตคาร์บอนด้วย ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ของการจัดงานแสดงสินค้า หรืออีเว้นท์ในปัจจุบัน ดังนั้น ประชาชน ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ จึงถือได้ว่ามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพริกไทยตรัง พันธุ์ปะเหลียน สินค้า GI ตรังที่โด่งดังระดับโลก ได้ที่ : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง โทรศัพท์ 075211488 เฟซบุ๊ก: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง

วธ.เปิดตำนาน ‘นาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา’ มหากาพย์ ความรัก ความศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะมิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนาน ‘นาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา’ มหากาพย์ ความรัก ความศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะมิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนาน ‘นาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา’ มหากาพย์ ความรัก ความศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะมิวสิคัล’

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.45 น.

กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมสนับสนุน “กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์” ส่งเสริมศักยภาพ พัฒนา และยกระดับบุคลากรในอุตสาหกรรมการแสดงรับศักราชใหม่  ผลิตผลงานละครเวทียิ่งใหญ่แห่งปี “นาคราช  เดอะมิวสิคัล”  ในรูปแบบศิลปะการแสดงร่วมสมัยในสาขาการละคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการส่งเสริมศักยภาพ พัฒนา และสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการศิลปะและอุตสาหกรรมการแสดงในประเทศ โดยมี นายนภาดล กำปั่นทอง เป็นผู้ดำเนินโครงการ

ปี 2569 กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ จัดทำนำเสนอผลงานละครเวทียิ่งใหญ่ “นาคราช เดอะ มิวสิคัล ” เรื่องราวของนาคาธิปดีผู้ปกครองบาดาลและดินแดนแห่งลุ่มน้ำบูรพา ที่ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมรัก และสงครามแห่งนาคภิภพ…เมื่อความรักถูกโหมด้วยไฟริษยา และอสูรลมปะทุ หวังครองบัลลังก์บาดาล มหานาฏกรรมแห่งลุ่มน้ำบูรพา   จากตำนานส่งผ่านจิตวิญญาณสู่ละครเวที… จากความรักสู่ไฟแค้น… จากสันติ… สู่สงคราม  จึงเกิดมหากาพย์  ตำนานรักข้ามภพ  พลังศรัทธาที่อยู่เหนือกาลเวลา  “นาคราช เดอะมิวสิคัล” รวบรวมนักแสดงนำ อาทิ ปีเตอร์แพน ทัศน์พล วิวิธวรรธ์ , บิว จักรพันธ์ พุทธา ,มาริลิน เคท การ์ดเนอร์,  หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ,  ชบา ณัฏฐามณี พิชญสุทธิศีล , สุริยา เยาวสังข์, กวินธร แสงสาคร, พัชรพล สันติพร ฯ  มาร่วมถ่ายทอดบทบาทของตัวละคร ด้วยจิตวิญญาณ แห่งศรัทธา

“นาคราช เดอะมิวสิคัล” พร้อมเปิดจำหน่ายบัตร!!  Early Bird Promotion  สำหรับแฟนละครเวทีตัวจริง !! กับโอกาสสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด!! เริ่ม 1 เมษายน นี้  Early Bird เปิดสิทธิ์จำนวนจำกัด *รับสิทธิพิเศษ VVIP กับของขวัญสุด Exclusive รวมมูลค่ากว่า 5,500บาท

1.รับบัตรชมละคร VIP Zone จำนวน 1 ที่นั่ง พร้อมส่วนลดทันที 500 บาท จากราคา 3,500 บาท

2.รับ Photo Story book “นาคราช เดอะ มิวสิคัล”  จำนวน 1 เล่ม มูลค่า 599 บาท รวบรวมภาพนักแสดงเบื้องหลัง และโมเมนต์สุดพิเศษที่นี่เท่านั้น

 3.รับสร้อยข้อมือ หินมงคล “นาคราช”  จำนวน 1 เส้น  มูลค่า 1,499 บาท   แรงบันดาลใจจากพลังแห่งราชานาค สื่อถึงพลังชีวิต ความกล้าหาญ และการเติบโตของจิตใจ ผ่านการร้อยเรียงหินธรรมชาติอย่างมีความหมาย ทั้งหมด   ในราคาเพียง 3,000 บาท เท่านั้น

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ละครเวที แต่คือ การเดินทางสู่โลกแห่งพญานาคที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เรื่องราวและความรู้สึกที่คุณจะไม่มีวันลืม… มากกว่าการแสดง นั่นคือประสบการณ์ที่ได้สัมผัส

หมายเหตุ : Early Bird เปิดสิทธิ์สุดพิเศษ  เริ่ม 1 – 27 เมษายน 2569 เท่านั้น !!!

จองก่อน ได้ก่อน  ของแถม มีจำนวนจำกัด จองบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา  หรือ โทร 02-2623456