สจล. – มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ร่วมมือส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ

สจล. - มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ร่วมมือส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ

สจล. – มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ร่วมมือส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ส่งเสริมอาชีพ – รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ โดยพลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร รองประธานมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ (รักษาการแทนประธานกรรมการ) ในโครงการส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม และร่วมกันส่งเสริม สนับสนุนทุกภาคส่วนในระบบนิเวศของกฎหมายจ้างงานคนพิการ ให้สามารถร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ นำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม งานวิจัย และทรัพย์สินทางปัญญา ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสังคม

มมส สืบสานประเพณีฮีตเดือน 5 จัดพิธีสรงน้ำ ‘พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก’

มมส สืบสานประเพณีฮีตเดือน 5 จัดพิธีสรงน้ำ ‘พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก’

มมส สืบสานประเพณีฮีตเดือน 5 จัดพิธีสรงน้ำ ‘พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก’

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการ “ฮีตเดือน 5 สรงน้ำพระ สักการะบูชา พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม และนำผู้บริหาร บุคลากร นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ร่วมงาน ณ บริเวณหน้าหอพระ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)

ก่อนเริ่มพิธี ประธานในพิธีได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะ ดอกไม้ และน้ำสรง บริเวณอาคารอเนกประสงค์ 50 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีขบวนฟ้อนรำจากนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ และขบวนกลองยาวจากวงศิลป์อีสาน โดยนิสิตวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ แห่เครื่องสักการะไปยังหอพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก เพื่อถวายปัจจัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (ต้นเงินจากแต่ละคณะ/หน่วยงาน) พระครูวินัยวรญาณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม(ธ)เจ้าอาวาสวัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

จากนั้น ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” ตามลำดับพิธี ประกอบด้วย พิธีสรงน้ำพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก บนหอพระ พิธีอาราธนาพระเจ้าลงสรง ณ มณฑลพิธีด้านหน้าหอพระ พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเจ้า (ตามแนวโบราณ) และพิธีรวมน้ำศักดิ์สิทธิ์สรงพระ ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงฟ้อนรำสักการะสมโภช โดย คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ตลอดจนประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันสรงน้ำพระพุทธกันทรวิชัยฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ มายังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม (ในขณะนั้น) เพื่อทรงเททองหล่อพระพุทธรูป โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถระ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้พระราชทานนามว่า “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” พร้อมทั้งพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” ประดับบนผ้าทิพย์ด้านหน้าขององค์พระ ต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ หอประชุม มศว มหาสารคาม

ปัจจุบัน “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” ได้ประดิษฐานอย่างสง่างาม ณ หอพระ ข้างสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง) และในโอกาสเดียวกัน จังหวัดมหาสารคามได้จัดสร้างพระพุทธกันทรวิชัยจำลอง ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อพระราชทานแก่จังหวัดและหน่วยราชการในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างทั่วถึง รวมทั้งสร้างจำลองอัญเชิญประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม และประดิษฐานบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามจนถึงปัจจุบัน

เหล่าทัพพร้อมใจ! ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

เหล่าทัพพร้อมใจ! ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

เหล่าทัพพร้อมใจ! ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.45 น.

เหล่าทัพพร้อมใจ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ที่ท้องสนามหลวง กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 โดยทำการยิงพร้อมกันทั้ง 3 เหล่าทัพ เวลา 12.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยจัด 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิงตามจังหวะของเพลงสรรเสริญพระบารมี จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที

ที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง ด้วยปืนใหญ่ขนาด 76/40 มม.จำนวน 21 นัด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล

ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม 2568

วันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม ของทุกปี) เป็นวันที่ปวงพสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมรำลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ดังนั้น วันฉัตรมงคลในปัจจุบัน จึงตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ โดยคำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

สำหรับในประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน กองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิม ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

– 006

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี2568

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี2568

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี2568

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.39 น.

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี2568

4 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 4 – 9 พฤษภาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568  สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊)  โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น  ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

‘ศุภชัย’ชี้ ‘มหาวิทยาลัย’ไม่ใช่แค่‘แหล่งสอนหนังสือ’ แต่ต้อง‘ลงไปอยู่ในใจชุมชน’

‘ศุภชัย’ชี้ ‘มหาวิทยาลัย’ไม่ใช่แค่‘แหล่งสอนหนังสือ’ แต่ต้อง‘ลงไปอยู่ในใจชุมชน’

‘ศุภชัย’ชี้ ‘มหาวิทยาลัย’ไม่ใช่แค่‘แหล่งสอนหนังสือ’ แต่ต้อง‘ลงไปอยู่ในใจชุมชน’

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

‘ศุภชัย’ชี้ ‘มหาวิทยาลัย’ไม่ใช่แค่‘แหล่งสอนหนังสือ’ แต่ต้อง‘ลงไปอยู่ในใจชุมชน’ สร้างโอกาสใหม่ เป็นศูนย์กลางแก้ปัญหา 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วย รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่มอบนโยบาย ในหัวข้อ “การนำ อววน. เพิ่มศักยภาพพื้นที่ จ.ภูเก็ต” ในโอกาสลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานด้าน อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน. ) เมื่อวันที่2พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษาฯ นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นางสาวปัทมา แจ้งใจ ผู้จัดการโครงการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ดร.พรสรรค์ โรจนพานิช รองผู้อํานวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจยุทธศาสตร์ อววน. การพัฒนาเศรษฐกิจไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ให้การต้อนรับ ซึ่งจากสถานการณ์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงสําคัญของโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการอุดมศึกษาและการพัฒนากําลังคน ทั้งเรื่องรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเป็นแบบหลายช่วง (Multistage Life) การเปลี่ยนโครงสร้างประชากรซึ่งประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) รวมถึงแนวโน้มความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัล ก่อให้เกิดกระบวนทัศน์ทางการศึกษาและการจ้างงานในรูปแบบใหม่ สู่กลุ่มผู้เรียนบบ Non-age group บทบาทการอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศจึงจำเป็นต้องมีการกําหนดยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.พัฒนาศักยภาพคน (Capacity Building) 2.ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษา (Research Ecosystem Building) และ 3.จัดระบบอุดมศึกษาใหม่ (Higher Education Transformation) 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า มุ่งเน้นนโยบายหลัก (Flagship Policies) ที่ครอบคลุม 3 มิติ ประกอบด้วย 1.ด้านการจัดการศึกษา มุ่งเน้นการผลิตกําลังคนตามความต้องการของประเทศ 2.ด้านการวิจัย สร้างนวัตกรรม และบริการวิชาการ โดยกลไกการส่งเสริมความร่วมมือในการวิจัยและบริการวิชาการ การนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และสร้างผู้ประกอบการใหม่ การเคลื่อนย้ายแลกเปลี่ยนบุคลากร และการดึงดูดบบุคลากรความสามารถสูงจากต่างประเทศมาร่วมดําเนินการวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศ และ  3.ด้านการบริหารจัดการ มุ่งเน้นให้เกิดธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา การยกระดับคุณวุฒิและตําแหน่งวิขาการอาจารย์ Digital Transformation และการปฏิรูประบบการเงินให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า นอกจากนี้ จําเป็นต้องมีกฎหมายและเครื่องมือสนับสนุนในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ

ผู้ช่วยรมว.อว. กล่าวด้วยว่า หัวใจของกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต คือการเตรียมคนไทยให้พร้อมกับศตวรรษที่ 21 และการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบให้กับประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิดว่ามหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยต้องไม่ใช่แค่ ‘แหล่งสอนหนังสือ’ แต่ต้องเป็นศูนย์กลางของการแก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน และเพื่อให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง กระทรวง อว. จึงมุ่งเน้นการปฏิรูป 3 ด้าน คือ ระบบบริหาร กฎหมาย และงบประมาณ เพื่อให้สถาบันในพื้นที่มีอิสระในการคิด แต่มีความรับผิดชอบในการลงมือทํา 

“นี่คือ Transformation Code ที่จะพาเราสู่ Thailand 5.0 อย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระทรวง  อว. ได้มีการผลักดันในเรื่อง ‘University Holding Company’ หรือ ‘บริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย’ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างใหม่ในการบริหารจัดการธุรกิจนวัตกรรม จากงานวิจัยและองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย” โดยมีเป้าหมายให้เป็นสะพานนวัตกรรมที่ต่อยอดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง กระทรวง อว. มุ่งเน้นให้มหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เพียงในรั้ว แต่ ‘ลงไปอยู่ในใจของชุมชน’ ให้ได้จริง เป็นพื้นที่ที่สร้างนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เปิดกว้างสําหรับทุกวัย และเป็นระบบการศึกษาที่เปิดให้คนเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต” นายศุภชัย กล่าว

สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร จัดพิธีปั้มเหรียญรัชกาลที่ 5

สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร จัดพิธีปั้มเหรียญรัชกาลที่ 5

สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร จัดพิธีปั้มเหรียญรัชกาลที่ 5

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.37 น.

สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร จัดพิธีปั้มเหรียญนำฤกษ์เหรียญที่ระลึก เหรียญรัชกาลที่ 5 ประจำปีพุทธศักราช 2568

วันที่ 3 พฤษ ภาคม 2568 มีรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เม.ย. 68 เวลา 10.49 น.ณ  โรงงานปั๊มเหรียญพุทธสำเร็จ คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานีพระครูสุวรรณโชติวุฒิ (หลวงพ่อตี๋) วัดหูช้าง จ.นนทบุรี เป็นประธานสงฆ์พิธีปั๊มเหรียญนำฤกษ์ “เหรียญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)”

มี พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร และ ดร.โสภิต พิสิษฐบรรณกร ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะ ร่วมในพิธีจัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบให้แด่ผู้ที่มีจิตศรัทธาและร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจการของสมาคมฯ ซึ่งมีภารกิจในการให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจะครบรอบปีที่ 33ในวันที่ 8 พ.ค. 68

หลังจากนี้จะนำเหรียญไปทำพิธีที่สำคัญอีก 2 วาระ

วาระที่ 1 พิธีเจริญเมตตาภาวนา ในวันพุธที่ 21 พ.ค.68 เวลา 17.15 น. ณ พระอุโบสถวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร  มีท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานในพิธีฯ

วาระที่ 2 พิธีพุทธาภิเษกในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิ.ย.68 เวลา 14.00 น. ณ ที่พักสงฆ์ธรรมอุทยาน “หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ป. (เปรียญ) (ธ.)” อ.เมืองกาฬสินธุ์ มีพระเกจิ และพระเถราจารย์ภาคอีสานเข้าร่วมพิธีฯ ดังนี้

1. พระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) วัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีฯ

2.พระราชวชิรปัญญาภรณ์ (พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปญโญ) วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) จ.มหาสารคาม

3. พระราชวัชราวิทยาคม (พระอาจารย์ต้อม) วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด

4. พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) วัดบูรพาโคกเครือ จ.กาฬสินธุ์

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจการของสมาคมฯ จะเปิดรับบริจาคผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 พ.ค. 2568 
 
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง เฟซบุ๊คเพจ “สมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนเตรียมทหาร”

สั่งจองออนไลน์ผ่านลิงค์ https://forms.gle/uQiK4qcqFgu1CUHL8
 

คิกออฟ TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ ประกาศความพร้อม เป็นกำแพงพิงหลังใน ‘สังคมสูงวัย’

คิกออฟ TU Care & Ageing Society 'ธรรมศาสตร์' ประกาศความพร้อม เป็นกำแพงพิงหลังใน 'สังคมสูงวัย'

คิกออฟ TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ ประกาศความพร้อม เป็นกำแพงพิงหลังใน ‘สังคมสูงวัย’

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.32 น.

มธ. เปิดโครงการ “TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ เพื่อนร่วมทางสังคมสูงวัย” ประกาศ ระดมทรัพยากรทั้งมหา’ลัย เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้บริการวิชาการ-บริการสังคม ดูแลประชาชนรับมือสังคมผู้สูงอายุ พร้อมเปิดแผนปฏิบัติการเฟสแรก จับมือ ‘จ.ปทุมธานี’ กำหนดพื้นที่ sandbox ยกระดับกำลังคนด้านสุขภาพ คลี่คลาย Pain Point นทำงานด่านหน้า-ชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันประชาชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานแถลงข่าว KICK OFF โครงการ TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ เพื่อนร่วมทางสังคมสูงวัย เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ประกาศความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชนและรับใช้สังคมท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายสังคมสูงวัย ด้วยการบูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายคณะและหน่วยงานเป็นหนึ่งเดียวตามค่านิยม ONE TU เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนทางด้านบริการวิชาการ บริการสังคม ตลอดจนการสื่อสารสังคม ณ มิวเซียมสยาม กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมีสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน และคาดการณ์กันว่าในอีก 10-15 ปีข้างหน้า ประชากรไทยราว 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 20 ล้านคนจะเป็นผู้สูงอายุ เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่อัตราการเกิดใหม่ลดต่ำลง ประเทศไทยก็จะมีประชากรวัยทำงานน้อยลงตาม ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย นำไปสู่ความท้าทายทางการคลัง การจัดเก็บภาษี การพัฒนาประเทศ การจัดสวัสดิการให้ประชาชน ฯลฯ

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์กันตามสถิติ ในอนาคตอีก 10-15 ปีข้างหน้า นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาและเข้าสู่โลกของการทำงาน จะต้องเหนื่อยกว่าคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะจากสัดส่วนประชากรบ่งชี้ว่า นอกจากเขาจะต้องดูแลชีวิตของตัวเองแล้ว เขายังจะต้องหารายได้สำหรับดูแลผู้สูงอายุ รวมไปถึงการทำหน้าที่พลเมืองอย่างจ่ายภาษีให้กับภาครัฐ

“นี่จึงนับเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ต้องพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พวกเขามีความเข้มแข็งมากที่สุด และในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน ธรรมศาสตร์มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงต่อโจทย์ใหญ่ของประเทศ เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะระดมสรรพกำลัง ตลอดจนทรัพยากร เพื่อเข้ามาเป็นกำแพงพิงหลังให้กับประชาชนในการรับมือกับปัญหานี้    ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านการเมืองการปกครอง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยแล้ว ทุกวันนี้ธรรมศาสตร์กล้าที่จะประกาศว่าเรามีความเป็นเลิศและเข้มแข็งในทุกกลุ่มสาขาวิชา ซึ่งภายใต้ภารกิจ TU Care & Ageing Society กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมฝ่ามรสุมสังคมสูงวัย โดยมีทรัพยากรในระดับโครงสร้าง อาทิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ ที่กำลังอัพเกรดเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยให้ได้ถึง 1,000 เตียง ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ ศูนย์ให้การดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้ายแห่งแรกของประเทศที่ให้การดูแลโดยโรงเรียนแพทย์ โครงการ EEC Md บนเนื้อที่กว่า 585 ไร่ ที่จะนำไปสู่ The Health and Wellness Innopolis และจะเป็นต้นแบบ Medical Valley ของประเทศ ศูนย์พัฒนาธุรกิจและการดูแลสังคมสูงอายุ (ABCD Centre) ฯลฯ ที่ให้การสนับสนุน

รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงรายละเอียดโครงการ TU Care & Ageing Society ตอนหนึ่งว่า ภายใต้โครงการจะมีการผสานความเป็นธรรมศาสตร์ลงไปเพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ ผ่านทั้งการให้บริการวิชาการ การให้บริการสังคม การฝึกอบรมพัฒนาทักษะต่างๆ และการสื่อสารสังคม โดยในปี 2568 ซึ่งเป็นเฟสแรกของการดำเนินโครงการ ธรรมศาสตร์จะทำงานร่วมกับ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมี ACTION PLAN ดังนี้

ในระดับนโยบาย ธรรมศาสตร์จะให้บริการวิชาการ โดยจับมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) กำหนดพื้นที่ Sandbox แสวงหาความต้องการตลอดจน Pain Point การดูแลผู้สูงอายุระดับชุมชน จากทั้งผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าและชุมชน จากนั้นจะนำความต้องการดังกล่าวเข้าสู่เวทีสนทนานโยบาย หรือ Policy Dialogue เพื่อตกผลึกเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับ อบจ.ปทุมธานี และเป็นโจทย์ให้ธรรมศาสตร์นำทรัพยากรเข้าไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่อไป

ในระดับพื้นที่ ธรรมศาสตร์จะนำองค์ความรู้ คณาจารย์ และงานวิจัย เข้าไปสร้างคน กล่าวคือจะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร จ.ปทุมธานี ในการดูแลผู้สูงอายุ Up-Skill ให้ผู้ที่มีบทบาทดูแลผู้สูงอายุในชุมชนโดยตรง อาทิ Care-giver, กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตลอดจนการให้องค์ความรู้-การเตรียมความพร้อมสำหรับดูแลผู้สูงอายุพื้นฐานให้กับประชาชนในชุมชน ด้วยหลักสูตรที่กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ออกแบบ

ขณะเดียวกัน ธรรมศาสตร์ทราบดีว่าผู้ปฏิบัติงาน-เจ้าหน้าที่ด่านหน้า มีความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน โครงการจะเข้าไปสนับสนุนการจัดกระบวนการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ช่วยปลุกไฟให้กับผู้ดูแล ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุต่อไป พร้อมกันนี้ภายใต้โครงการ TU Care & Ageing Society ยังจะสนับสนุนให้เกิดการสื่อสารสังคม และขยายความร่วมมือไปยังเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันบอกเล่าความสำเร็จ โมเดลต้นแบบ และดอกผลการทำงาน และนวัตกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนของธรรมศาสตร์ และ จ.ปทุมธานี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสังคม และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ลุ้นต่อ! ผู้ชิงตำแหน่ง ผอ.ส.ส.ท.6 รายเตรียมแสดงวิสัยทัศน์สดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ 12 พ.ค.นี้

ลุ้นต่อ! ผู้ชิงตำแหน่ง ผอ.ส.ส.ท.6 รายเตรียมแสดงวิสัยทัศน์สดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ 12 พ.ค.นี้

ลุ้นต่อ! ผู้ชิงตำแหน่ง ผอ.ส.ส.ท.6 รายเตรียมแสดงวิสัยทัศน์สดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ 12 พ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.57 น.

ไทยพีบีเอส ประกาศรายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. 6 ราย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. พร้อมเชิญชวนรับฟังวิสัยทัศน์ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ สู่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.คนใหม่ วันที่ 12 พ.ค.นี้

คณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศฉบับที่ 4/2568 เรื่อง รายชื่อผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ระบุว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาตรวจสอบและกลั่นกรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ ประวัติ พฤติการณ์ หรือความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ของผู้สมัครจากสาธารณะ ใบสมัคร และเอกสารประกอบการสมัคร

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาผู้สมัครเป็นรายบุคคล โดยคำนึงถึง 1. ประวัติผลงาน ความรู้ ความสามารถ 2. วิสัยทัศน์และแนวคิดเชิงกลยุทธ์ของผู้สมัคร และ 3.วิสัยทัศน์และแนวคิดเชิงกลยุทธ์ของผู้สมัครรายประเด็น จึงประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ จำนวนทั้งสิ้น 6 คน (เรียงตามตัวอักษร) ดังนี้
1. นายนพพร วงศ์อนันต์ 
2. รองศาสตราจารย์ปัทมาวดี โพชนุกูล
3. นายรัฐศาสตร์ กรสูต
4. นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
5. นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์
6. นายอรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ

โดยให้คำวินิจฉัยและมติที่ประชุมของคณะกรรมการสรรหาฯ ให้ถือเป็นที่สุด ส่วนการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ผ่านการคัดเลือกตามลำดับจากการจับสลาก จะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ห้องคอนเวนชันฮอลล์ ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้ ไทยพีบีเอส ซึ่งจะดำเนินการถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของไทยพีบีเอส

นอกจากนี้ ประกาศยังมีรายละเอียดแนบท้าย หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้เหมาะสมได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. พิจารณาจากการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครใน 4 ประเด็น รวม 100 คะแนนประกอบด้วย 1.ประวัติ ผลงาน ความรู้ ความสามารถ 2.ภาวะผู้นำและความสามารถในการบริหาร 3.วิสัยทัศน์และแนวคิดเชิงกลยุทธ์ของผู้สมัคร 4.การนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ และพิจารณาจากข้อบังคับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการรับสมัคร และการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  จากนั้นคณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ไปยังคณะกรรมการนโยบาย ทั้งนี้ ไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน เพื่อพิจารณาต่อไป
 

ครบ 6 ปี สอวช.!‘ดร.สุรชัย’เดินหน้า‘อววน.’ปี 68-71 รับมือโลกเปลี่ยนไว ใช้ Foresight นำไทยสู่อนาคต

ครบ 6 ปี สอวช.!‘ดร.สุรชัย’เดินหน้า‘อววน.’ปี 68-71 รับมือโลกเปลี่ยนไว ใช้ Foresight นำไทยสู่อนาคต

ครบ 6 ปี สอวช.!‘ดร.สุรชัย’เดินหน้า‘อววน.’ปี 68-71 รับมือโลกเปลี่ยนไว ใช้ Foresight นำไทยสู่อนาคต

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.51 น.

ครบ 6 ปี สอวช. ‘ดร.สุรชัย’เดินหน้าวางยุทธศาสตร์‘อววน.’ปี 68-71 วางหมากขับเคลื่อนนโยบาย รับมือโลกเปลี่ยนไว เลือกทำเรื่องใหญ่ ใช้เครื่องมือ Foresight นำประเทศสู่อนาคต

2 พฤษภาคม 2568 ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เผยทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงาน ในโอกาสที่ สอวช. ก้าวสู่ปีที่ 6 ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 โดยมุ่งวางบทบาทเชิงรุกในฐานะผู้นำด้านนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ สานต่อความแข็งแกร่งที่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคที่เป็นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สวทน. รวมอายุการทำงานครบ 16 ปี

ดร.สุรชัย กล่าวย้อนถึงจุดเริ่มต้นของ สอวช. ว่าเกิดจากการเปลี่ยนผ่านจาก สวทน. ที่มีบทบาททางนโยบายที่มีพื้นฐานจากวิชาการอย่างชัดเจน โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เลขาธิการ สวทน. คนแรก เป็นผู้วางรากฐานและนำผลงานเชิงนโยบายเข้าสู่ระดับชาติ เช่น Talent Mobility และ Food Innopolis ต่อมา ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการฯ คนถัดมา ก็ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และพาเข้าสู่ยุค สอวช. อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้อำนวยการคนแรก ได้สร้างความเชื่อมั่นจากภาคเอกชนอย่างกว้างขวาง

ภายใต้การนำของ ดร.สุรชัย เขาย้ำว่า สอวช. ยุคนี้ จะไม่จำกัดการทำงานเฉพาะประเด็น แต่จะเน้นการ ปรับตัวให้ทันโลกปัจจุบันและเตรียมการสำหรับโลกอนาคต โดยมี “เครื่องมือ Foresight” หรือการคาดการณ์อนาคต เป็นเรดาร์คอยจับสัญญาณล่วงหน้า และส่งต่อให้ทีมงานกำหนดนโยบายให้เสร็จภายใน 3 เดือน พร้อมนำเสนอได้ทันที ลดการทำงานที่กระจายหรือที่ไกลตัว และเน้น “งานใหญ่ งานหลัก” ที่เป็นความจำเป็นของประเทศ

หนึ่งในประเด็นที่ต้องเร่งรับมือ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ไม่เพียงกระทบการส่งออกผ่านกำแพงการค้าใหม่ แต่ยังสร้างความท้าทายแก่ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมไทย ดร.สุรชัย ย้ำว่า เทคโนโลยีที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะต้องถูกผลักดันมาใช้แทนระบบเดิม พร้อมออกแบบเครื่องมือเตือนภัย และแนวทางป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำแล้ง ไปจนถึงการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งมีแนวโน้มกระทบพื้นที่ชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ สอวช. ยังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นหนึ่งในกลไกหลักในการปฏิรูประบบ ววน. รอบใหม่ หลังจากใช้งานระบบเดิมมา 5 ปี ซึ่งพบจุดที่ควรปรับปรุง อาทิ การจัดทำนโยบายและแผนที่ต้องคมมากขึ้น งานวิจัยที่ต้องตอบโจทย์ประเทศ การจัดสรรทุนวิจัยและบริหารจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อกันระหว่างงานวิจัยของหน่วยงานให้ทุนและลดการซ้ำซ้อน การติดตามและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ และมีประโยชน์ต่อการจัดทำนโยบายในรอบใหม่ พร้อมทั้งย้ำเป้าหมายใหม่ของ สอวช. ว่าจะไม่ทำทุกเรื่อง แต่จะเลือกเรื่องที่ “ประเทศไทยเก่งพอ แข่งขันได้จริง” เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว อาหาร การแพทย์ และอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน โดย สอวช. จะจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. ปี 2571–2575 เพื่อกำหนดทิศทางระดับชาติร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป. อว.)

#วางยุทธศาสตร์ 4 ปี ย้ำบทบาทหนุนเศรษฐกิจไทยสู่รายได้สูง

ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้เปิดเผยถึงแผนและทิศทางการดำเนินงานของ สอวช. พ.ศ. 2568 – 2571 โดยมุ่งขับเคลื่อนพันธกิจตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับระบบ ววน. และการอุดมศึกษาไทยให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“ในระยะ 4 ปีข้างหน้า สอวช. จะมุ่งเน้นการดำเนินงานตามบทบาทที่กำหนดใน พ.ร.บ. สภานโยบาย พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ส่งเสริม ววน. พ.ศ. 2562 โดยครอบคลุมทั้งการเสนอแผนยุทธศาสตร์ด้าน ววน. และการอุดมศึกษา การบูรณาการข้อมูล การติดตามผล และการเสนอกรอบงบประมาณประจำปี พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ” ผอ.สอวช. ย้ำ

ดร.สุรชัย กล่าวด้วยว่า สอวช. ให้ความสำคัญกับการวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) การแพทย์เชิงท่องเที่ยว เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยแผนยุทธศาสตร์ใหม่ของ สอวช. จะครอบคลุมประเด็นเร่งด่วนในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การปฏิรูปมหาวิทยาลัย (University Transformation) และการใช้เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio) และควอนตัมเทคโนโลยี (Quantum Technology)

#HASS มีบทบาท ขับเคลื่อนชาติด้วยพลังมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ที่เพิ่มบทบาทของสาขามนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ (HASS) ให้เป็นส่วนสำคัญในการออกแบบนโยบายและพัฒนาประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาว หนุนให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สร้างระบบถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูง โครงการเร่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนจะถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยีขององค์การสหประชาชาติ (NDE Thailand) โดย สอวช. วางเป้าหมายเพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมบทบาทของไทยในเวทีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) และสร้างพันธมิตรนโยบายทั่วโลก

นอกจากนี้ สอวช. ยังเตรียมขยายบทบาทศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค หรือ APEC Center for Technology Foresight (APEC CTF) ให้เป็นกลไกสนับสนุนการออกแบบนโยบายเชิงคาดการณ์ (Foresight) ทั้งระดับชาติและระหว่างประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำอย่าง OECD, ASEAN และ UN ขณะเดียวกัน ได้ตั้งเป้าจัดตั้ง Thailand Foresight Alliance การประชุมวิชาการประจำปี และรางวัลนักนโยบาย ววน. ดีเด่นแห่งชาติ รวมถึงการจัดตั้ง NXPO Consultancy Unit เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้านนโยบายที่เข้มแข็งและเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ดร.สุรชัย ได้สรุปกรอบการดำเนินงานของ สอวช. โดยขับเคลื่อนด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง 2. Digital Transformation เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และ 3. Carbon Neutrality Transformation สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานยิ่งใหญ่ เชิดชูเกียรตินักเรียนทุนดีเด่นและดาวรุ่ง

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานยิ่งใหญ่ เชิดชูเกียรตินักเรียนทุนดีเด่นและดาวรุ่ง

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานยิ่งใหญ่ เชิดชูเกียรตินักเรียนทุนดีเด่นและดาวรุ่ง

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

30 เมษายน 2568 สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (TGS) ได้จัดงาน “DINNER TALK: DREAM TO FUTURE สานฝัน สร้างสรรค์อนาคตไทย” ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายนักเรียนทุนฯ และเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนฯ รุ่นใหม่ ได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิดกับรุ่นพี่นักเรียนทุนฯ ที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ในการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกันระหว่างนักเรียนทุนฯ และร่วมกันเป็นพลังในการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป โดยบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม มีนักเรียนทุนรัฐบาลไทยและผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน จากกว่า 200 หน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งนักเรียนทุนฯ รุ่นเก่า รุ่นใหม่ เพื่อนฝูง ได้มาพบปะกัน ขยายเครือข่าย เกิดมิตรภาพใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจดีๆ เติมความรู้และพลังใจกลับไปให้ทุกคนพาตัวเองไปสู่อนาคตที่อยากจะสร้างสรรค์อนาคตให้กับสังคมไทย

โดยภายในงานประกอบด้วย การบรรยายพิเศษในหัวข้อ Future of AI โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย และการเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิดและแรงบันดาลใจ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง “Dream to Inspire : Vision to Action” โดยนักเรียนทุนฯที่เป็นผู้นำองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลง ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมและนายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน โดยมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการและเติมสีสันภายในงาน ต่อด้วยพิธีประกาศเกียรติคุณนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่นและดาวรุ่ง ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อเชิดชูเกียรตินักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2567 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่

1.ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน

2.ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

3.ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต

รายชื่อนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี พ.ศ. 2567 จำนวน 6 ท่าน ได้แก่

1.พ.ต.ท. ปริญญา ศรีบุญสม ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

2.ดร.มณีขวัญ จันทรศร ผู้อำนวยการส่วนนโยบายภาษีศุลกากร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

3.ดร.ชิดชนก เทพสุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนามาตรฐานดิจิทัล สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

4.ดร.ธีราพร แก่นทรัพย์ นักวิชาการโรคพืชชำนาญการพิเศษ กรมวิชาการเกษตร

5.นายศิรพันธ์ ยงวัฒนานันท์ นักวิชาการส่งเสริมการลงทุนชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

6.ดร.ภาศิริ มนัสวรกิจ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

นอกจากนั้น ภายในงานมีการเปิดช่องทางรับสมัครสมาชิกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยผ่านเว็บไซต์ https://www.thaigovscholar.org/ เพื่อขยายเครือข่ายสมาชิกของสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดตัว LINE Official Account “TGS Connect” เป็นช่องทางการสื่อสารใหม่ ต่อยอดจาก Facebook ที่มีอยู่เดิม เพื่อกระชับการติดต่อกับนักเรียนทุนทุกกลุ่มให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตบท้ายด้วย Mini Concert จากศิลปินขวัญใจวัยรุ่น Bowkylion และศิลปินวง Pause ที่มาร่วมสร้างความสนุกและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน

ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย กล่าวว่า “การรวมตัวของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรมนุษย์คุณภาพจากหลากหลายสาขา เป็นมันสมองของประเทศในด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จะเป็นสื่อกลางในการสร้างเครือข่ายนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำกับน้องๆ นักเรียนทุนรัฐบาลรุ่นใหม่ที่เพิ่งไปศึกษาต่อแล้วจบกลับมารับราชการ ให้มีที่พึ่ง มีพี่เลี้ยง ช่วยประคับประคองให้มีกำลังใจที่จะยืนอยู่ในระบบราชการอย่างแข็งแรงต่อไป สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จะอยู่เคียงข้างทุกคนเสมอ เป็นพื้นที่ให้พวกเรากลับมาพบกัน เติบโตไปด้วยกัน ร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้เกิดกับประเทศของเรา”

ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ยังกล่าวเสริมอีกว่า “เครือข่ายนักเรียนทุนรัฐบาลไทยต้องไม่ใช่เพียงการรวมกลุ่ม แต่ต้องพัฒนาให้เป็นระบบที่มีชีวิต เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง ผมขอเชิญชวนนักเรียนทุนรัฐบาลไทยทุกท่านที่กำลังอยู่ระหว่างการใช้ทุนหรือสำเร็จการใช้ทุนแล้ว หรือทำงานในองค์รัฐของภาครัฐหรือไม่ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมฯ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์เครือข่ายที่แข็งแรง และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน”

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยเป็นองค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2522 โดยมีพันธกิจในการส่งเสริมความสามัคคีระหว่างนักเรียนทุนรัฐบาลไทย รวมถึงเป็นสื่อกลางระหว่างนักเรียนทุนฯ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน สมาคมฯ ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 46 โดยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน มีความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายนักเรียนทุนฯ ที่เข้มแข็ง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกันระหว่างนักเรียนทุนฯ และร่วมกันเป็นพลังในการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป

แม้ในปัจจุบันยังมีนักเรียนทุนรัฐบาลไทยจำนวนมากที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศกว่า 2,122 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 จากศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้ สำนักงาน ก.พ.) แต่เครือข่ายนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษากลับมาแล้วและปฏิบัติงานอยู่ในประเทศไทยก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อย สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยจึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงนักเรียนทุนทุกกลุ่ม เพื่อสร้างเครือข่ายที่มีชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วน

ช่องทางติดตามข่าวสารและการสมัครสมาชิก

เว็บไซต์สมาคม : www.thaigovscholar.org

Facebook: https://facebook.com/Thaigovscholars

LINE Official Account “TGS Connect” : https://lin.ee/7dx6NbZ