ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดอบรมหลักสูตร ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร” สร้างเครือข่ายผู้บริหารงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA ร่วมผลักดันการพัฒนาผลงานวิจัยคุณภาพที่มุ่งเน้นการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยให้เกิดวิสัยทัศน์ในการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาภาคอุตสาหกรรมเกษตร สร้างการบูรณาการเครือข่ายและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA โดยได้รับเกียรติจากดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดหลักสูตรฯ

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวจะเน้นการสร้างเครือข่ายงานวิจัยให้ผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สถาบันการศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับ PMU ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงานวิจัย ตั้งแต่การจัดสรรทุน การบริหารงบประมาณ การวางแผนโครงการวิจัย ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

ด้าน นายศิริศักดิ์ เปรมปิยะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรนี้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยรุ่นที่ 1 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 และ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2568 และรุ่นที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 และ 10 – 12 มีนาคม 2568โดยทางผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทุนวิจัยของ ARDA และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการเกษตรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนและให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมตลอดหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.ทิศทางงานวิจัยภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการใช้ประโยชน์งานวิจัยในธุรกิจเกษตร , 2.การปฏิรูประบบวิจัย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างโอกาสในการบริหารงานวิจัยร่วมกัน , 3.การวางแผน การจัดการโครงการวิจัย และการเขียนบทสรุปและรายงานวิจัย , 4.การใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการวิเคราะห์โครงการวิจัย และ 5.การทำงานเป็นทีม

ถึงแม้การลงทุน R&D เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก แต่หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต การอบรมหลักสูตรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างงานวิจัยคุณภาพและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านการเกษตรไปขยายผลสู่ภาคเอกชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศต่อไป  ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พัฒนาหลักสูตร – รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และรศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์ ผ่าน KMITL Masterclass ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 อาคารกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สจล.

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจ ศธ.ว่า ได้มอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวาดภาพระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว ณ ประเทศญี่ปุ่น และนักเรียนได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชียด้วย

“ขอให้นักเรียนทั้ง 3 คน ได้เก็บภาพในวันนี้ เป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง ในการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ พร้อมขอให้นำรางวัลครั้งนี้ สร้างเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ต่อเนื่องต่อไป” รมว.ศธ. กล่าวและว่า…

สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติ และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ คือ 1. ด.ญ.วริศรา สัมฤทธิ์ โรงเรียนอนุบาลวังสามหมอ จ.อุดรธานี ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการแข่งกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว เข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผลงานของเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมคัดเลือกกว่า 90 ประเทศ , 2.ด.ญ.ฐิตาภัทร์ กิจดี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัล All-around ชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships  (การแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และ 3.ด.ญ.พิชญธิดา สมศรี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันประเภทคู่ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships (การแข่งขันกีฬาสแต็ค    ชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี  นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 77 จังหวัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า การประชุม ผอ.สพท. รูปแบบใหม่นี้ นอกจากแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายด้านการศึกษาให้ ผอ.สพท. ได้รับทราบและปฏิบัติแล้ว ต้องการให้เขตพื้นที่ต่างๆ ได้รายงานผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ. ซึ่งเป็นการรายงานผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นแล้ว จนเห็นผลเป็นรูปธรรมตามสภาพจริงในพื้นที่ โดยไม่สร้างภาระให้กับครูและบุคลากรฯ รวมถึงโรงเรียน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเราต้องการวัดสมรรถนะของ ผอ.สพท. ในเรื่องการนำนโยบายของ ศธ. และ สพฐ. ลงสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ ผอ.เขต ทุกคนต้องทำได้ ต้องสามารถสื่อสารกับผู้บริหารและครูของโรงเรียนในสังกัด ให้นำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเชิงประจักษ์ได้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริหาร ครูและบุคลากรฯ ชุมชน และสาธารณชน ได้รับรู้รับทราบว่ามีการดำเนินงานสำเร็จในเรื่องใดบ้าง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง การลดภาระครูและบุคลากรฯ การขับเคลื่อน OBEC Zero Drop out “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” การพัฒนาการศึกษาตามแนวทาง PISA การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และโครงการสุขาดี มีความสุข เป็นต้น

จากนั้น ได้รับชมการนำเสนอผลการดำเนินงานของเขตพื้นที่ต่างๆ อาทิ สพม.นนทบุรี นำเสนอการทำโครงการตามพระราชดำริ และกิจกรรมของนักเรียน ณ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์, สพม.สระบุรี นำเสนอการขับเคลื่อน Learn to Earn การสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค, สพป.นครพนม เขต 1 นำเสนอหุ่นยนต์อัจฉริยะจากฝีมือนักเรียน ณ โรงเรียนสุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา), สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 นำเสนอการนำพระราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในด้านการสร้างอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย, สพม.พิจิตร นำเสนอการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบ Active Learning ณ โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ, สพป.นราธิวาส เขต 3 นำเสนอการขับเคลื่อน Soft Power คีตมวยไทย และการส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาไทย-จีน-อังกฤษ ณ โรงเรียนอนุบาลระแงะ และ สพป.นครราชสีมา เขต 4 นำเสนอโครงการมัคคุเทศก์น้อยแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในชุมชน ณ โรงเรียนบ้านทะเล (เสมาประชาสรรค์) เป็นต้น โดย เลขาธิการ กพฐ. กล่าวชื่นชม ว่าแต่ละเขตพื้นที่สามารถนำเสนอได้ดี เห็นผลงานที่สำเร็จได้ชัดเจน แต่บางเขตยังมีปัญหาเรื่องระบบเสียง จึงขอให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้, การยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET, การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมิน PISA,  ส่วนนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.  เรื่องการนำคะแนนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา, การสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ,  ขณะที่ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน, โครงการ Thai Youth Streets Art, การเสริมสร้างความเข้มแข็งการเยี่ยมโรงเรียน  และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ, โรงเรียนร่วมพัฒนา, โรงเรียน Connext ED, โครงการสุขาดี มีความสุข,  และโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

​สอศ. – กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

​สอศ. - กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

​สอศ. – กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วย นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เปิดโครงการฝึกอาชีพช่างประปาให้ประชาชน ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมี นายศรายุธ แก้วสินธุ์ รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค (ปฏิบัติการ 4) นายสมพงษ์ พนมชัย ผู้อำนวยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดราชบุรี เข้าร่วม ณ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อฝึกอบรมทักษะวิชาชีพช่างประปา หลักสูตร การสำรวจ ติดตั้ง ซ่อมแซมท่อประปาในที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน มีระยะเวลาอบรม 3 วัน รวม 18 ชั่วโมง โดยรุ่นที่ 1 และ 2 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2568 ที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้เพิ่มทักษะที่หลายหลาย และประชาชนได้เข้าถึงทักษะอาชีพช่างประปา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน อีกทั้งยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม

“สอศ. พร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมการฝึกอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชน ตลอดจนให้นักเรียนอาชีวะมีทักษะที่หลากหลาย พร้อมเป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ กอศ.

ด้าน นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า โครงการฝึกอาชีพช่างประปาในปี 2568 มีเป้าหมายจัดฝึกอบรม 20 รุ่น ใน 13 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ระยอง ปทุมธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อุดรธานี มุกดาหาร ยโสธร เชียงราย พิษณุโลก และตาก โดยหลักสูตรการอบรมครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปาและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ความปลอดภัยในการทำงานช่างประปา ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับงานช่างประปาการอ่านแบบระบบสุขาภิบาลเบื้องต้น เทคนิคการซ่อมแซมและติดตั้งระบบท่อประปาภายในอาคาร จากวิทยากรการประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ความรู้ ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรรับรอง สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เพิ่มโอกาสในการทำงาน หรือช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนโดยสามารถซ่อมแซมระบบประปาได้ด้วยตนเอง

4-10 เมษายน นี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 1

4-10 เมษายน นี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 1

4-10 เมษายน นี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 1

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.21 น.

สกร.เปิดรับสมัครสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1 วันที่ 4-10 เม.ย.68 สอบวันที่ 26-27 เม.ย.68 คาดมีเด็กนักเรียน-ประชาชนทั่วไป สนใจเทียบวุฒิประถมฯ ม.ต้น ม.ปลายในครั้งที่ 1-3 ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดเผยถึงการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า ระหว่างวันที่ 4 – 10 เมษายนนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดรับสมัครและรับขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิสอบตามรายวิชาที่ลงทะเบียน ครั้งที่ 1 จากนั้น สกร.จะตรวจสอบความถูกต้องก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบ ในวันที่ 18 เมษายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ที่ http://ekas.dole.go.th และ สกร.จะร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ดำเนินการสอบเทียบระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2568 จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีสัญชาติไทย ซึ่งประสงค์จะมีคุณวุฒิระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สมัครสอบเทียบระบบออนไลน์ได้ที่ http://ekas.dole.go.th หรือ ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองทุกจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตลองเตย กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 77 แห่ง ทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ไม่จำกัดอายุ ในกรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และผู้สมัครต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิในระดับการศึกษาที่ต่ำกว่าระดับที่ประสงค์จะขอสอบเทียบหนึ่งระดับ ยกเว้นขอสอบเทียบวัดระดับในระดับประถมศึกษา

“การจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1 ไม่คิดค่าใช้จ่ายจากผู้สมัครสอบ โดย สกร.จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำหรับศูนย์สอบและสถานศึกษาที่ทำใหน้าที่เทียบระดับ และคาดว่าจะดำเนินการจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 2 ได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2568 ครั้งที่ 3 เดือนกรกฎาคม 2568 ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนักเรียนที่เก่ง มีความพร้อมไม่ต้องการใช้เวลาเรียนในโรงเรียนนาน รวมถึงนักศึกษา และประชาชนทั่วไป สนใจสมัครเข้ารับการสอบเทียบ รวมไม่ต่ำกว่า 3,000 คน” นายธนากร กล่าว

ขณะที่ นายชัยพัฒน์ พันธุ์วัฒนสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะช่วยกำกับดูแลด้านวิชาการ กล่าวว่า ข้อสอบที่ใช้จะเป็นข้อสอบประมวลความรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560 ) ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีขอบข่ายเนื้อหาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ 1.ภาษาไทย 2.คณิตศาสตร์ 3.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4.สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5.สุขศึกษาและพลศึกษา 6.ศิลปะ 7.การงานอาชีพ และ 8.ภาษาต่างประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถเลือกแผนการสอบได้ทั้งแผนทั่วไป และแผนวิทย์ – คณิต และหลังผ่านการทดสอบความรู้แล้ว ต้องเข้าร่วมสัมมนาวิชาการ เพื่อประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้วย จึงจะได้รับวุฒิการศึกษาในแต่ละระดับชั้น ซึ่งการออกวุฒิการศึกษาในแต่ละระดับจะมีเกรดเฉลี่ยและมีค่าคะแนนให้ด้วย การสอบเทียบวัดระดับความรู้นี้เป็นการให้โอกาสทางการศึกษากับทุกคน เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองในทุกรูปแบบ ใครมีความพร้อมก็มาสอบ และวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละระดับที่ได้รับมีศักดิ์และสิทธิ์เช่นเดียวกับการเรียนในสถานศึกษาทุกประการ สามารถนำไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และทำงานได้

‘สว.-คณะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 20’จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ

‘สว.-คณะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 20’จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ

‘สว.-คณะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 20’จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.23 น.

‘สว.-คณะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 20’จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ

ดร.ชญานันท์ ติยะตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 20 สถาบันพระปกเกล้า และ ศ.วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการวัดราชสิงขร พร้อมชาวชุมชนบางคอแหลม ร่วมกันจัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน 40 รูป เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดราชสิงขร ระหว่างวันที่ 5-15 เมษายน โดยมีพระวชิรานุวัตร เจ้าอาวาส เป็นผู้ควบคุมดูอบรมสั่งสอนพระธรรมวินัยให้สามเณรระหว่างบรรพชา

ดร.ชญานันท์ ติยะตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา ประธานในพิธี  กล่าวว่า การบรรพชาสามเณรของเยาวชนถือเป็นการกตัญญูต่อพ่อแม่ และทำให้ห่างไกลจากปัญหาสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ทำให้เยาวชนเกิดความฉลาดนำไปสู่ความเจริญ ไม่ไปในทางเสื่อม ซึ่งจะทำให้เยาวชนเหล่านี้เป็นพลังที่ดีของชาติต่อไป

ขับเคลื่อน‘30บาทรักษาทุกที่’ ‘A-MED Care’ระบบสุขภาพหลังบ้าน

ขับเคลื่อน‘30บาทรักษาทุกที่’ ‘A-MED Care’ระบบสุขภาพหลังบ้าน

ขับเคลื่อน‘30บาทรักษาทุกที่’ ‘A-MED Care’ระบบสุขภาพหลังบ้าน

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เวทีเสวนา A-MED Care ร่วมถกแนวทางต่อยอดเพื่อยกระดับระบบสู่ “แพลตฟอร์มกลาง บันทึกบริการ-เบิกจ่าย หน่วยบริการระดับปฐมภูมิ” ในระบบบัตรทอง ด้าน สปสช. ระบุ เป็นส่วนช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการหลังบ้าน ขับเคลื่อน  “30 บาทรักษาทุกที่” ดูแลประชาชนได้ใช้สิทธิบัตรทองใกล้บ้าน ร่วมสร้างระบบสุขภาพไทยให้เข้มแข็ง

ในการเสวนา “แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในอนาคต” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมในงานสัมมนา “A-MED Care ระบบสุขภาพหลังบ้าน ขับเคลื่อน 30 บาทรักษาทุกที่” จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อมุ่งพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแพลตฟอร์มกลางในการให้บริการดูแลรักษาโรคทั่วไปสำหรับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ภายใต้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา

ในงานสัมมนาครั้งนี้ มีผู้ทรงคุณวุฒิในระบบสุขภาพเข้าร่วมพร้อมร่วมแลกความคิดเห็นและประสบการณ์ในเวทีเสวนา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศไทย อาทิ ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการ กลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพ สวทช. ภญ.ฐานิติ สินชัยกิจ จากร้านยา DD health store นายบุญสาม ศรีตะวัน บุญสามคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ นายศุภวัฒน์ รักซ้อน สายรุ้งคลินิกเวชกรรม พท.ประสพสุข บาลี มังกรสินคลินิกการแพทย์แผนไทย และ นายวัชรากร หนูทอง  หัวหน้าทีมวิจัย กลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช.

ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมเปิดการสัมมนาฯ และกล่าวในเวทีเสวนาฯ ว่า  “A-MED Care” เป็นความร่วมมือระหว่าง สปสช. และ สวทช. ในการพัฒนาระบบหลังบ้านเพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการให้บริการและการเบิกจ่ายค่าบริการ ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และได้ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีการใช้กับหน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ไม่ว่าจะเป็น ร้านยาคุณภาพ คลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เป็นต้น

ซึ่งหน่วยบริการเหล่านี้ ได้เข้ามามีบทบาทเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ด้วยความร่วมมือกันที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วนนี้ภายใต้การพัฒนาระบบ A-MED Care เชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของคนไทยมีความเข้มแข็ง สามารถเข้ารับบริการโดยใช้สิทธิบัตรทอง ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทาง และช่วยลดความแออัดในหน่วยบริการ

ซึ่งประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจในคุณภาพและมาตรฐานบริการของหน่วยบริการนวัตกรรมนี้ได้ เนื่องจากการเข้าร่วมให้บริการนี้ได้ จะต้องผ่านการอบรมและควบคุมคุณภาพการให้บริการจากสภาวิชาชีพทางการแพทย์นั้นๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็น สภาเภสัชกรรม สภาการพยาบาล แพทยสภา เป็นต้น รวมทั้ง สปสช. เองก็มีหลักเกณฑ์ในการประเมินหน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการด้วยเช่นกัน

ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการ กลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพ สวทช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาระบบ A-MED Care ได้สนับสนุนหน่วยบริการนวัตกรรม ตามนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ของ สปสช. เพื่อให้หน่วยบริการสามารถบันทึกข้อมูลการให้บริการและบันทึกเบิกจ่ายผ่านระบบเข้ามาที่ สปสช. ซึ่งที่ผ่านมามีหน่วยบริการนวัตกรรมทำการบันทึกข้อมูลการให้บริการผ่านระบบ A-MED Care แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ร้านยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรม คลินิกแพทย์แผนไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ดีด้วยกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพ สวทช. มีเป้าหมายที่จะต่อยอดระบบเพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลาง ในการบันทึกข้อมูลให้บริการดูแลรักษาโรคทั่วไปสำหรับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ในระบบของ สปสช. ดังนั้นจะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องต่อไป

ขณะที่ ภญ.ฐานิติ สินชัยกิจ ร้านยา DD health store  กล่าวว่า การได้เข้ามาเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมร้านยาคุณภาพในระบบบัตรทองถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทำให้ถึงเป็นเพียงร้านยา แต่ก็มีส่วนในการช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปยังหน่วยบริการประจำของตนเองที่อยู่ไกล เพื่อให้สามารถใช้สิทธิรับบริการสุขภาพกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยใกล้บ้านได้

เพียงแค่มาที่ร้านยาที่มีสติ๊กเกอร์ “30 บาทรักษาทุกที่” พร้อมยื่นบัตรประชาชนเพียงใบเดียว แจ้งอาการของท่าน จากนั้นร้านยาก็จะทำการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยผ่านระบบ A-MED Care ที่ระบบที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ในการส่งข้อมูลไปยัง สปสช. จากนั้นผู้ป่วยก็ได้รับยาตามอาการที่ครอบคลุม 32 กลุ่มโรค/อาการ และกลับบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยร้านยาจะทำการเบิกจ่ายกับ สปสช. ต่อไป

                                                 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

รับสมัครกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

รับสมัครกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

รับสมัครกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกาศรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีกรรมการฯ 8 ด้าน 9 อัตรา แบ่งเป็น ด้านกฎหมาย 1 อัตรา ด้านศิลปวัฒนธรรม 1 อัตรา ด้านการศึกษา 1 อัตรา ด้านสุขภาพจิต 1 อัตรา ด้านคนพิการและผู้สูงอายุ 1 อัตรา ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 1 อัตรา

ด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว 1 อัตรา และด้านสื่อสารมวลชน 2 อัตรา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4 – 25 เมษายน 2568 ผ่านช่องทางการรับสมัครดังนี้ 1.ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือยื่นใบสมัครทางไปรษณีย์จ่าหน้าซองถึง สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เลขที่ 388 อาคารเอส.พี. (ไอบีเอ็ม) ชั้น 6 อาคารเอ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

2.ยื่นใบสมัครทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ tmfcommittee@thaimediafund.or.th และ 3หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เสนอชื่อบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสมสาขาใดสาขาหนึ่ง หน่วยงานละ 1 คน ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดประกาศและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaimediafund.or.th/download/tmf-03042025/

สิ้นราชินีลูกทุ่ง ‘ผ่องศรี วรนุช’ถึงแก่กรรม

สิ้นราชินีลูกทุ่ง  ‘ผ่องศรี วรนุช’ถึงแก่กรรม

สิ้นราชินีลูกทุ่ง ‘ผ่องศรี วรนุช’ถึงแก่กรรม

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สิ้นราชินีลูกทุ่ง

‘ผ่องศรี วรนุช’ถึงแก่กรรม

ข่าวเศร้าวงการเพลงลูกทุ่งไทย สิ้นราชินีลูกทุ่งคนแรก “ผ่องศรี วรนุช” ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ในวัย 85 ปี

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกหนึ่งข่าวเศร้าของวงการเพลงลูกทุ่งเมื่อมีข่าวการจากไปของ แม่ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องลูกทุ่ง) พุทธศักราช2535 ทั้งนี้ เพจกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ นางผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องลูกทุ่ง) พุทธศักราช 2535 ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดพิธีตามประเพณี ทั้งนี้ กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจะประกาศแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป

สำหรับศิลปินแห่งชาติที่เสียชีวิตจะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือตามกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ดังนี้

เงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต จำนวน 20,000บาท ค่าเครื่องเคารพศพ จำนวน 3,000บาท เงินค่าจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิต เท่าที่จ่ายจริง จำนวนไม่เกิน 150,000 บาท นางผ่องศรี วรนุช ถือเป็นตำนานแห่งวงการเพลงลูกทุ่งไทย ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์และบทเพลงอมตะมากมาย ได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างของศิลปินผู้มีคุณูปการต่อวงการวัฒนธรรมไทย ขอร่วมรำลึกถึงผลงานอันทรงคุณค่าและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ที่เคารพรักศิลปินแห่งชาตินาม’ผ่องศรี วรนุช’

แม่ผ่องศรี วรนุช เข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์กาญจนา ย่านพุทธมณฑลสาย 4 น้ำหนักลดลงเหลือไม่ถึง 20 ก.ก.โดยเมื่อวันที่ 4มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ออกจากโรงพยาบาลฯ เพื่อมาพักฟื้นต่อที่บ้าน เนื่องจากร่างกายแข็งแรงขึ้น จนกระทั่ง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 6เมษายน68 แม่ผ่องศรี จากไปอย่างสงบที่บ้านพัก

ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า สำหรับพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรม ผ่องศรี วรนุช จะจัดขึ้นที่ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง, อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม วันที่ 17เมษายน2568 โดยช่วงเวลาระหว่างนี้จะเก็บร่างไว้ที่ อาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชา วัดไร่ขิง