ขอเชิญเข้าร่วมงาน Sasin Research Seminar “Inspire. Connect. Transform: The ‘Schooling’ Role of Business Schools in Tackling Social Enterprise Dilemmas – A Collaboration Between Sasin and Restart Academy” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 12:00-13:00 น. ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารศศปาฐศาลา ห้อง 502 ชั้น 5
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI เสนอแนะว่า แผน AI ไทยควรเปลี่ยนจากการมุ่งสร้างปัจจัยพื้นฐาน ไปสู่การตั้งต้นจาก “โจทย์จริง” หรือปัญหาเร่งด่วนของประเทศ โดยเน้นการนำ AI ที่มีอยู่และราคาเข้าถึงได้มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับทักษะและต่อยอดจุดแข็งของประเทศ เช่น การแพทย์ การเกษตร และการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนาในสิ่งที่จำเป็นและไม่มีใครทำแทนได้ การพัฒนา LLM ภาษาไทยที่มีคุณภาพ การสร้างคลังข้อมูลภาษาไทย การทำให้ AI เข้าใจบริบทความเป็นไทย เป็นต้น
ด้าน ดร.พชร อารยะการกุล ซีอีโอ บลูบิค กรุ๊ป เผยอินไซต์จากประสบการณ์ตรง 3 อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ AI ยังไม่เวิร์กเต็มที่ ประเด็นแรก ดร.พชร เปรียบ AI เป็น ‘สมอง’ การลงทุนด้าน AI โดยไม่พัฒนาองค์ประกอบด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ควบคู่เหมือนคาดหวังให้สมองทำงานโดยไม่มีแขนขา ดังนั้น การลงทุนใช้ AI ระบบนิเวศเทคโนโลยีโดยรวมต้องพร้อม ทั้งแอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพของข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นต้น ประเด็นต่อมา คือ การขาด Process ที่ใช่ ด้วยการนำ AI มาปรับใช้ในองค์กรจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงาน และออกแบบกระบวนการดูแล AI ให้เหมาะสม เพื่อให้โมเดล AI ยังคงประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กร และท้ายสุด ‘คน’ ยังเป็นคีย์แมน แม้ AI เก่งขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพึ่งพาทักษะและการกำกับดูแลโดยมนุษย์
ด้าน AIS โดย วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ Head of Nationwide Operations and Support Business Unit ได้แชร์ Blueprint for Success ของการทำ AI Transformation ในสเกลใหญ่ จากวิสัยทัศน์ของ AIS ‘Cognitive Tech-co’ สู่การสร้าง Autonomous Network ที่ไม่ได้ทำแค่ตั้งไข่ แต่ทำอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล มีการประเมิน ตั้งเป้า พัฒนา และวัดผลชัดเจน ที่สำคัญคือการทำ Talent Transformation ควบคู่กันไป เพื่อลดความกังวลและสร้างสกิลใหม่ให้พนักงาน จนเกิดเป็น Use Case ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง ตั้งแต่ Predictive Maintenance, Self-Optimizing Network, การจัดการพลังงานอัจฉริยะ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำ AI มาสร้าง Impact ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลกระทบต่อคนและแรงงานจาก AI เป็นอีกประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษา และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Vialink มองว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค AGI หรือ AI ที่เก่งเทียบเท่ามนุษย์ได้เร็วกว่าที่คิด ซึ่งจะปฏิวัติโลกการทำงานในฐานะ “ทุนทางปัญญา” และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานครั้งใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถาม คือ ไทยจะทำอย่างไรให้ AI เข้ามา ‘ส่งเสริม’ มากกว่า ‘ทดแทน’ คน
คำตอบอยู่ที่การพัฒนาทักษะใหม่ที่ AI ทำแทนไม่ได้ หรือ ‘Y-Shaped Skills’ ที่ผสมผสานความเข้าใจ AI (AI Literacy) เข้ากับ ทักษะซอฟต์สกิล เช่น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การจัดการคน และ ทักษะทางอารมณ์และสังคม ซึ่ง AI ยังทำแทนไม่ได้ ข้อเสนอสำหรับประเทศไทยจึงเน้นไปที่ การลงทุนในมนุษย์แบบนอกกรอบ พัฒนาคนให้กว้างกว่าแค่การศึกษาแบบเดิม โดยเน้นปัจจัยพื้นฐานอื่นที่สำคัญ เช่น สุขภาพ โอกาสทางสังคม เพื่อสร้างคนให้เก่งและพร้อมปรับตัวทันยุค AI รวมถึงการทำให้ตลาดแรงงานยืดหยุ่น เอื้อต่อการปรับตัวและเรียนรู้ตลอดชีวิต
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 นับเป็นความสำเร็จที่สร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ความสำเร็จของการจัดงาน “มหกรรมสงกรานต์ระดับโลก” ซึ่งจัดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานรวม 1,106,999 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจและกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากจำนวนผู้ร่วมงานทั้งหมด พบว่าเป็นชาวไทยจำนวน 999,810 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีก 107,189 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการดึงดูดความสนใจจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างยอดเยี่ยม
“งาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ถือเป็นต้นแบบของการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่สามารถผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยเข้ากับการส่งเสริมเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศได้อย่างลงตัว และยังเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ๆ ในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายอนุกูล กล่าว