GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

GISTDA เปิดเข้าชม ‘Space Inspirium’ ฟรี รับปีใหม่ 2568

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มอบของขวัญให้ประชาชนในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเปิดให้เข้าชม Space Inspirium ฟรี โดยความพิเศษของปีนี้คือ การเปิดให้เข้าชมสถานีอวกาศแบบเสมือนจริง Lunar Gateway ซึ่งเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกในวงโคจรรอบดวงจันทร์และเป็นโครงสร้างสำคัญสำหรับภารกิจส่งนักบินอวกาศกลับไปดวงจันทร์ รวมถึงการมุ่งหน้าสู่ดาวอังคารและเป้าหมายอื่นในระบบสุริยะ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญภายใต้โครงการ Artemis พร้อมด้วยนิทรรศการด้านเทคโนโลยีอวกาศที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งนี้ Space Inspirium จะเปิดให้เข้าชมฟรีเป็นเวลา 2 วัน คือตั้งแต่วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 และวันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ณ GISTDA ภายในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ปชช.เข้าสักการะ’พระเขี้ยวแก้ว’ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

ปชช.เข้าสักการะ'พระเขี้ยวแก้ว' เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

ปชช.เข้าสักการะ’พระเขี้ยวแก้ว’ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.25 น.

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 บรรยากาศประชาชนเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โดยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) มาประดิษฐานในไทยเป็นการชั่วคราว ในระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 73 วัน ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญและเป็นสิริมงคลยิ่ง ซึ่งรัฐบาลได้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ในปี 2568

– 006

‘คุรุสภา’เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

'คุรุสภา'เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

‘คุรุสภา’เปิดรายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ปี 68

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.06 น.

‘คุรุสภา’ประกาศ 7 รายชื่อผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 ย้ำความสำคัญ’รางวัลคุรุสภา’ต่อยอดขยายผลพัฒนาการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2567 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การส่งเสริม สนับสนุน ยกย่องและผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นหนึ่งในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งในทุกปีคุรุสภาได้ดำเนินการเฟ้นหา คัดเลือก เปิดเวทีทางวิชาการจัดประกวดผลงาน และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหวังว่าผู้ได้รับรางวัลต่าง ๆ จะเป็นแบบอย่างให้บุคลากรทางการศึกษานำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้ประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน และเมื่อมีการขยายผลไปอย่างกว้างขวางก็จะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศได้

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า เนื่องในโอกาสงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้  ฉลาดคิด ฉลาดทำ” คุรุสภาได้ประกาศรายชื่อบุคคล และนิติบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2568 จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย ประเภทบุคคล จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.พระพรหมบัณฑิต ธมฺมจิตฺโต 2. พระเทพปริยัติโสภณ (ปัญญา วิสุทธิปญฺโญ) 3.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล 4. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ 5.นายกมล รอดคล้าย 6.นายประสาน ไตรรัตน์วรกุล และประเภทนิติบุคคล จำนวน 1 ราย ได้แก่ มูลนิธิสมาน – คุณหญิงเบญจา แสงมลิ

นอกจากนี้ได้ประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลของคุรุสภา รวมทั้งสิ้น 1,159 คน ประกอบด้วย 1.รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น รับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ จำนวน 3 คน ซึ่งได้คัดเลือกครูภาษาไทยในสถาบันการศึกษาระดับต่างๆ ทั้งของรัฐ และเอกชนที่มีผลงานดีเด่น ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาไทยที่เหมาะสมกับสถานภาพ และความพร้อมของผู้เรียนแต่ละคน 2. รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น รับเข็มเชิดชูเกียรติจารึก พระนามาภิไธยย่อ กว จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นครูที่มีศักยภาพและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน 3.รางวัลคุรุสภา จำนวน 27 คน แบ่งเป็น ระดับดีเด่น 9 คน ระดับดี 18 คน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานดีเด่นและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ 4.รางวัลครูผู้สอนดีเด่น จำนวน 25 คน แบ่งเป็น ระดับดีเด่น 11 คน ระดับดี 14 คน ซึ่งได้คัดเลือกครูในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 5.รางวัลคุรุสดุดี จำนวน 1,065 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์ และบุคคลทั่วไป

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตื่นตัวในการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบท เป้าหมายการพัฒนา และตามความต้องการของสถานศึกษาอย่างแท้จริง โดยเปิดให้สถานศึกษาทุกสังกัดที่มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึง ระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ทั้งของรัฐและเอกชน ส่งผลงานเข้ารับการคัดสรรรางวัล “ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ซึ่งในปี 2567 มีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ระดับประเทศ รวมจำนวน 21 ผลงาน ประกอบด้วย รางวัลระดับเหรียญทอง 7 ผลงาน ระดับเหรียญเงิน 8 ผลงาน และดับเหรียญทองแดง 6 ผลงาน  และมีรางวัล “ผลงานวิจัยของคุรุสภา”ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และนิสิต นักศึกษาที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ ได้ส่งผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและคุณค่าทางวิชาการเป็นแบบอย่างของการประยุกต์หรือต่อยอดเพื่อการพัฒนาวิชาชีพเข้าประกวด ซึ่งมีผลงานที่ได้รับรางวัล จำนวน 13 เรื่อง

“งานยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพพางการศึกษา เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจ คุณค่า และความศรัทธาแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งคุรุสภามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์และบุคคลทั่วไปสมกับเป็นปูชนียบุคคล ให้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคม พร้อมที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ศิษย์และประเทศชาติยิ่งๆ ขึ้นไป” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.01 น.

‘เจ้าอาวาสวัดสามพระยา’นำตรวจความพร้อมโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง

พระเดชพระคุณพระพรหมดิลก ป.ธ.9 กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร เมตตานำคณะสงฆ์ตรวจความพร้อมของสถานที่เพื่อรองรับโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวงประจำปีพุทธศักราช 2567 จัดโดยสำนักเรียนวัดสามพระยา ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 2567 – 23 ม.ค. 2568 ณ วัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธาในการศึกษาภาษาบาลี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า-เพล แด่พระภิกษุ-สามเณร และนักเรียนบาลีศึกษาประโยค ป.ธ.6-9

ในการนี้ พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายน้อมถวายเครื่องดื่มและน้ำปานะร่วมสนับสนุนโครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวงประโยค ป.ธ.6-9 ตลอดระยะเวลาการอบรม

‘วัดสระเกศฯ’ชวน’สวดมนต์ข้ามปี’ ชมความงดงาม’อุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย’

'วัดสระเกศฯ'ชวน'สวดมนต์ข้ามปี' ชมความงดงาม'อุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย'

‘วัดสระเกศฯ’ชวน’สวดมนต์ข้ามปี’ ชมความงดงาม’อุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย’

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.36 น.

“วัดสระเกศฯ”ชวน”สวดมนต์ข้ามปี”ส่งท้ายปี 2567 เสริมมงคลต้อนรับศักราชใหม่ 2568 ร่วมสักการะบูชา 9 มงคลสถานอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมชม”อุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย”สุดตระการตา

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ชวนประชาชน และนักท่องเที่ยว สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 มงคล ภายในพระอาราม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  ได้แก่ 1) พระพุทธเจ้าน้อย, ต้นพระศรีมหาโพธิ์หรือต้นโพธิ์ลังกา และรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) 2) พระประธานภายในพระอุโบสถ “พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี” 3) พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตรและหลวงพ่อดุสิต 4) พระธรรมเจดีย์คัมภีร์โบราณ 2,000 ปี, ถ้ำหลวงพ่อบามิยัน และรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรํสี) 5) หลวงพ่อดำ 6) หลวงพ่อดวงดี 7) หลวงพ่อโชคดี 8) หลวงพ่อโต 9) พระบรมสารีริกธาตุบนพระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง

สำหรับไฮไลท์ของการจัดงานในปีนี้ คือ การเนรมิต “อุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย” ที่มีความยาวถึง 490 เมตร ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมชมความสวยงาม ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 – 23.00 น.

โดยในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เชิญชวนประชาชนร่วม “สวดมนต์ข้ามปี” เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีรับปีใหม่ ให้ชีวิตรุ่งเรืองก้าวหน้า ร่มเย็นเป็นสุข

เวลา 20.30 น.ประกอบพิธีเวียนเทียนขึ้นไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุบนบรมบรรพต ภูเขาทอง

เวลา 21.30 น.ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากบรมบรรพต ภูเขาทองไปประดิษฐาน ณ มณฑปหน้าพระอุโบสถ (จากศาลาหลวงพ่อดวงดีผ่านหน้าภูเขาทอง เข้าลานพระวิหาร เวียนรอบพระอุโบสถ ณ รอบแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑป) (ในขณะนั้น พระสงฆ์ 9 รูป เจริญบทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณพระสังฆคุณ โดยตลอด)

เวลา 22.00 น.บรรยายธรรม และนำนั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา โดย ท่านเจ้าคุณ พระปัญญาวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

เวลา 22.29 น.ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์รับพรปีใหม่พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาส วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ จุดรูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชาภายในพระอุโบสถ จากนั้นพระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ เจิมเทียนชัย และอธิษฐานจิตจุดเทียนชัยมงคลปีใหม่ (ในขณะนั้น พระสงฆ์สวดคาถาจุดเทียนชัย)

– พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ นั่ง ณ เก้าอี้รับรอง

– พิธีกร อาราธนาศีล

– ประธานสงฆ์ ให้ศีล จบแล้ว

– พิธีกร อาราธนาพระปริตร

– พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ รวมทั้งบทพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

เวลา 23.50 น.พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ พร้อมท่านผู้มีเกียรติ ไปประจำ ณ ระฆังมงคล ด้านนอกพระอุโบสถด้านทิศเหนือ หันหน้าสู่บรมบรรพต ภูเขาทอง

เวลา 00.00 น.พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ ลั่นระฆังมงคลรับปีใหม่ (พระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา) จากนั้น พระสงฆ์เถราจารย์ทั้ง ทิศ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่พุทธศาสนิกชน พุทธศาสนิกชนรับผ้ายันต์มงคล น้ำพระพุทธมนต์ ด้ายมงคล จากพระสงฆ์

เวลา 01.00 น.ประกอบพิธีพุทธาภิเษก “พระพุทธมงคลปีใหม่” สวดอิติปิโส ฯ 108 จบ ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล 2 หน้าบรมบรรพต ภูเขาทอง

เวลา 04.00 น.ทำวัตรเช้า แผ่เมตตา

วันที่ 1 มกราคม 2568 เวลา 07.00 น.ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่จากถนนด้านหน้าบรมบรรพต ภูเขาทอง และถนนเส้นกลางวัดตลอดสาย

จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยสามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดการร่วมกิจกรรมได้ทาง  http://www.watsrakesa.net , เพจ Facebook วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ สำนักงานเลขานุการวัดสระเกศ โทร. 062 3465 632 ,084 635 1452 , 082 959 9359

สำหรับการเดินทาง มาวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สามารถเดินทางด้วย รถประจำทาง สาย 8 , 15 , 37 , 47 , 49 , ปอ.37 / เรือโดยสาร ท่าผ่านฟ้าลีลาศ (คลองแสนแสบ), ท่าภูเขาทอง (คลองผดุงกรุงเกษม)

‘วัดอรุณราชวราราม’จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

'วัดอรุณราชวราราม'จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

‘วัดอรุณราชวราราม’จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.58 น.

‘วัดอรุณราชวราราม’จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกครบ 257 ปี พร้อมเตรียมพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธนฤมิตร รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  สมทบทุนบูรณะกำแพงวัดอรุณฯและสายไฟลงดิน ปรับภูมิทัศน์เตรียมขึ้นทะเบียนมรดกโลก

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกครบ 257 ปี ที่มณฑลพิธีพระพุทธปรางค์ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพมหานคร

โดยเมื่อเวลา 08:00 น. ขบวนแห่อัญเชิญพระป้ายดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นเป็นพิธีสังเวยพระป้ายดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโดยบรรพชิตจีนและพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาพระอาราม พระสงฆ์สมณศักดิ์วัดอรุณราชวรารามจำนวน 136 รูปสวดมาติกาและสดับปกรณ์

เมื่อเวลา 17:09 น. เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ได้เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกครบ 257 ปี ที่วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพมหานคร  โดยมีสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร /สมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี  วัดเครือวัลย์วรวิหาร สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  เข้าร่วมในพิธี พร้อมด้วย พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

โอกาสนี้ประธานฝ่ายฆราวาส เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   พร้อมกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณและถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา

จากนั้นเวลา 17:39 น. เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ขณะที่ประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นเจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมาทานศีล และอาราธนาพระปริตร จากนั้นพระสงฆ์สมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์ ด้านประธานฝ่ายฆราวาสทอดผ้าไตรพระราชทานแด่พระสงฆ์ 258 รูป พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ทั้งนั้นอนุโมทนา ถวายอดิเรก เป็นเสร็จพิธี

ด้าน พระวชิรรัตนาภรณ์ ดร. ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  เลขานุการวัดอรุณราชวราราม เปิดเผยอีกว่าในวาระสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกครบ 257 ปีทางวัดมีข่าวมงคล พระพรหมวัชรเมธี เตรียมจัดทำรูปหล่อพระพุทธนฤมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปรางค์ ทรงจักรพรรดิซึ่งเป็นองค์สำคัญ ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดอรุณฯและรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมหาราชเพื่อจัดหาทุนสมทบทุนบูรณะกำแพงรอบวัดอรุณฯ รวมทั้งนำสายไฟลงดิน ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาโบราณสถารที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งพระพรหมวัชรเมธี ได้นิมนต์พระคณาจารย์จากทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง  ภาคอีสาน ภาคใต้ มาร่วมงานพิธีพุทธาภิเษก จึงขอเจริญพรญาติโยมทุกท่าน ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาในการซ่อมแซมโบราณสำคัญเพื่อที่จะเตรียมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ติดต่อสอบถาม ได้ที่ พระวชีรรัตนากรณ์, ดร. เลขานุการและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม โทร.  085-596 1616  พระเมธีวชิรกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม โทร. 085- 139 9332

‘อาชีวะ-ขนส่ง’ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

'อาชีวะ-ขนส่ง' ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

‘อาชีวะ-ขนส่ง’ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.28 น.

เริ่มแล้ว !! “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน”  มอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ 27ธ.ค- 5 ม.ค. 68    

วันที่ 27 ธันวาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมอาชีวะ–ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 พร้อมปล่อยขบวนคาราวานอาชีวะอาสา ช่วยประชาชน ในกิจกรรมอาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก และเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า ก่อนการเดินทางฟรี  150 จุดบริการ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ  โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายยศพล  เวณุโกเศศ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร สอศ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. , นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก, กองบังคับการตำรวจทางหลวง, นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน ร่วมในพิธีเปิด ณ บริเวณเค้กบ้านสวน สาขา 2 ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก กม.ที่ 76 ตำบล ลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน  เปิดเผยว่า โครงการอาชีวะอาสา ช่วยประชาชน ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้เพิ่มมิติด้วยการมาเปิดที่เค้กบ้านสวน วังน้อย ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนแวะพักรถ จึงเลือกเป็นจุดให้บริการตรวจสภาพรถให้กับประชาชน เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตตามนโยบายรัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา และครู อาจารย์ สาขาวิชาช่างยนต์ และสาขาอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง จากสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมกับกรมขนส่งทางบก และภาคีเครือข่าย ตั้งจุดบริการอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน ครอบคลุม 77 จังหวัด จำนวน 150 ศูนย์บริการ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2567 – 5 ม.ค. 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น. และถึงเวลา 24.00 น. ณ จุดบริการในพื้นที่สำคัญ โดยจุดสังเกตุ คือ เต็นท์สีส้ม ซึ่งจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะก่อนถึงศูนย์บริการ ซึ่งภายในศูนย์จะให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) และรถจักรยานยนต์ รวมถึงการซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การให้บริการพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ฟรี  รวมไปถึงการให้บริการนอกพื้นที่กรณีฉุกเฉินระยะทาง 5 กม. ห่างจากจุดให้บริการด้วยรถโมบาย และรถจักรยานยนต์ Fix it จิตอาสา ตลอดจนแนะนำเส้นทางและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ตั้งจุดบริการ น้ำมันเครื่อง วัสดุอุปกรณ์ จากภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน  ได้แก่ บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท Bangkok ATV Adventures บริษัท เค้กบ้านสวน จำกัด และร้านตี๋ม่อ ท่าพระ มาร่วมกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการบริการประชนชนมากขึ้น

“กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทยในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียน อาชีวศึกษามีจิตอาสาบริการสังคม ทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับได้ฝึกทักษะจากการปฏิบัติงานจริง ส่วนพี่น้องประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้าก็ขอให้สบายใจได้ เพราะศูนย์อาชีวะ สามารถดูแลได้ด้วย และจากที่เดินชมบูธให้บริการถือว่าผ่าน แสดงว่ามาตรฐานการศึกษาของเราใช้ได้ มีมิติที่เปลี่ยนแปลงในรอบปีที่ผมมาบริหารก็ถือว่ากระทรวงเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาตรฐานการศึกษามีมากขึ้น“ รมว.ศธ. กล่าว               

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูล สอบถาม และการขอความช่วยเหลือเบื้องต้น ผ่านช่องทาง Application : อาชีวะอาสา ผ่านระบบ Android / Line Official :ID: @vecrsa /Facebook : อาชีวะอาสา สอศ.และ Website : อาชีวะอาสา ก็จะเห็นว่ามีจุดบริการอาชีวะอาสาอยู่ที่ใดบ้าง

ด้าน นายยศพล  เวณุโกเศศ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และภาคีเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อให้บริการส่งมอบความสุขและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับบ้านในช่วงปีใหม่นี้ และเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา สาขาช่างยนต์ สาขาอื่นๆ และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นร่วมให้บริการ 150 จุด บริการบนถนนสายหลักและถนนสายรอง พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในการให้บริการดูแลรถยนต์สันดาบและรถยนต์อีวีรวมถึงรถจักรยานยนต์ เพื่อให้รถมีความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัย และให้บริการนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้า บริการผ้าเย็น เครื่องดื่ม อาหาร บริการที่พักผ่อนก่อนออกเดินทางต่ออย่างปลอดภัย
 

Fin Lab ปลูกฝังเยาวชนไทย ‘หา-ใช้-ออม-ลงทุน-ปกป้อง’ ต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจเพื่อสังคม

https://www.naewna.com/local/849681

Fin Lab ปลูกฝังเยาวชนไทย  ‘หา-ใช้-ออม-ลงทุน-ปกป้อง’  ต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจเพื่อสังคม

Fin Lab ปลูกฝังเยาวชนไทย ‘หา-ใช้-ออม-ลงทุน-ปกป้อง’ ต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจเพื่อสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ร่วมกับกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่แสดงไอเดียธุรกิจด้านการเงิน การลงทุน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และเทียบเท่าในการประกวดการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการเงินการลงทุน (Capital Market Hackathon) ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า110,000 บาท พร้อมรับ E-Certificate ซึ่งเป็นการประกวดนี้ต่อยอดจากโครงการ“Fin Lab : คาราวานความรู้ตลาดทุนรุกสู่ภูมิภาค และบ่มเพาะต้นแบบคนรุ่นใหม่ (New Gen) เข้าสู่ตลาดทุน” โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 10,000 คน

สำหรับการประกวดการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการเงินการลงทุน (Capital Market Hackathon) ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่16-17 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายบ่มเพาะเชิงลึก (Bootcamp) กว่า 1,000 ราย ได้รับองค์ความรู้ในการ “หา-ใช้-ออม-ลงทุน-ปกป้อง” และต่อยอดไอเดียการเงินสู่การคิด และทำโปรเจกท์โมเดลธุรกิจการเงินเพื่อสังคม พร้อมพัฒนาโปรเจกท์ภายใต้คำแนะนำโดยทีมเมนเทอร์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า ความรู้เรื่องการเงินการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเยาวชนยุคนี้เริ่มหารายได้กันตั้งแต่ยังเรียน สามารถที่จะเก็บเงินออม มีการลงทุน ถ้าเค้ามีวินัยทางการเงิน มีความเข้าใจเรื่องตลาดเงิน ตลาดทุน ก็จะเป็นนักลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ในอนาคต

ด้าน จักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า “เราไม่ลังเลใจที่จะให้ทุนสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม onsite หรือ online เราคาดหวังว่าเด็กๆ จะได้รับรู้เรื่องการออม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับขยายผลในชุมชนของตัวเอง แม้ว่าวันนี้อาจจะยังไม่มีโอกาสได้ลงทุน แต่เมื่อถึงวัยเขาก็จะมีพร้อม เพราะการบ่มเพาะที่ได้รับจะส่งผลให้การคิดวางแผนมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล เมื่อถึงวัยที่เขาสามารถลงทุนได้ ฉะนั้นการบ่มเพาะตั้งแต่ต้นน้ำย่อมนำไปสู่ผลดีซึ่งในอนาคตเราก็มีแผนที่จะส่งเสริมคนในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ในเรื่องของการออม การลงทุน โดยนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามาช่วยเพื่อให้การกระจายความรู้ทั่วถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเน้น และยังมีการจัดการแข่งขันโดยร่วมกับภาคีด้านการเงิน ผลชนะ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างน้อยก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เรื่องการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพยายามผลักดันเรื่องของการออม การลงทุนให้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการศึกษา ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประถม นั่นคือแผนที่ทาง CMDF เตรียมไว้สำหรับปีหน้า”

ด้าน พรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาความรู้ตลาดทุนและหัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า “ความรู้หลักๆ ที่เราเน้นส่งต่อให้กับน้องๆ มี 4 เรื่อง คือ รู้หา รู้เก็บรู้ใช้ รู้ขยายผล สำหรับในงานนี้จะมีพูดถึงเรื่องความเสี่ยงด้วย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนการเงิน ของทุกคนและทุกวัย ซึ่งเด็กในวัยนี้จะรู้เรื่อง รู้เก็บ รู้ใช้ หากมีความเข้าใจ ทำให้เขาต่อยอด รู้หา หรือรู้ขยายผลได้ดี ทำให้วางแผนทางการเงินได้สอดคล้องกับวัยของแต่ละคนได้ นอกจากนี้ทาง SET ยังให้ความรู้กับข้อต่อที่สำคัญ เช่น คุณครู พี่เลี้ยงการเงิน ผ่านทางโครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcampซึ่งคุณครูก็ได้นำความรู้ไปสอนนักเรียน และในวันนี้ก็ส่งนักเรียนและเข้ามาถึงรอบ Final ก็เป็นความภูมิใจของ SET เพราะคุณครูคือข้อต่อสำคัญ ที่อยู่กับเด็กๆ และรู้ว่าเด็กต้องการอะไร”

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในระดับมัธยมต้น เป็นผลงานของทีม “ออมคำ Project” จากโรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับมัธยมปลาย เป็นของ ทีม “isave Application” จากโรงเรียนวิสุทธรังษี และโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้ทีมที่ชนะเลิศพร้อมด้วยรองอันดับ 1 และ 2 จะได้รับรางวัลจากคณะผู้จัดงาน และได้รับโอกาสเข้าไปศึกษาดูงาน และเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุน อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายการเงิน และบทบาทของธนาคารกลางในระบบเศรษฐกิจ, อุทยานการเรียนรู้ TK Park ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นพื้นที่บ่มเพาะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์รวมถึง INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

ศธ.-เครือเซ็นทรัล มอบของขวัญปีใหม่ 2568 เปิดกิจกรรม ‘เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส’ สนับสนุนพื้นที่ให้น้องๆ ‘ปล่อยของ’ อย่างสร้างสรรค์

https://www.naewna.com/local/849678

ศธ.-เครือเซ็นทรัล มอบของขวัญปีใหม่ 2568  เปิดกิจกรรม ‘เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส’  สนับสนุนพื้นที่ให้น้องๆ ‘ปล่อยของ’ อย่างสร้างสรรค์

ศธ.-เครือเซ็นทรัล มอบของขวัญปีใหม่ 2568 เปิดกิจกรรม ‘เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส’ สนับสนุนพื้นที่ให้น้องๆ ‘ปล่อยของ’ อย่างสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน Kick off เปิดกิจกรรม “เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส” ของขวัญปีใหม่กระทรวงศึกษาธิการ กับเครือเซ็นทรัลพัฒนา โดยมี นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล และ น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)พร้อมคณะผู้บริหารเซ็นทรัล ร่วมแถลงความร่วมมือ ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล และเซ็นทรัลพัฒนา ในการดำเนินการด้านการศึกษาซึ่งซึ่งสอดรับกับแนว “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” มิติของการจับมือแล้วไปด้วยกัน จะทำให้เกิดพลังในการทำงานให้สัมฤทธิผลซึ่งในโอกาสเปิดกิจกรรมในช่วงปีใหม่นี้ ก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับน้องๆ นักเรียนที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้มอบให้ และเป็นสิ่งที่ศธ.อยากให้เกิดขึ้น

ด้าน น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า โครงการ “เรียนดีมีความสุข อนาคตที่สดใส” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับเซ็นทรัลพัฒนา และกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ภายใต้แนวคิด “เปิดเวที เปิดโลกเปิดประสบการณ์ และเปิดเส้นทางอาชีพ” เริ่มต้นสนับสนุนเปิด “พื้นที่” จัดกิจกรรมแรกของโครงการ ฉลองคริสต์มาสที่แลนด์มาร์คใจกลางเมือง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แห่งแห่งนี้ เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดเวทีให้เยาวชนรุ่นใหม่จากโรงเรียนต่างๆแสดงศักยภาพโชว์การแสดงที่หลากหลายรวมถึงเวทีการประกวดต่างๆ และการสนับสนุนการจัดงานและเปิดโอกาสทางธุรกิจให้น้องนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจัดซุ้มขาย เค้กปีใหม่ในโซน Food Park 19 สาขาสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศยังพร้อมที่จะร่วมส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้ให้น้องๆ เยาวชน อีก 3 กิจกรรม ได้แก่ เปิดโลกฉายภาพยนตร์รอบพิเศษให้แก่นักเรียนกลุ่มพิเศษ เปิดประสบการณ์เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ทดลองลงสนามจริงเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิต และเปิดเส้นทางเส้นทางอาชีพ ให้โอกาสได้ทดลองทำงานจริงมีรายได้จริงที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทเซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นในการพัฒนาศูนย์กลางการใช้ชีวิตและเป็นพื้นที่ที่จะอำนวยความสะดวกประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนตามวิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เพื่ออนาคตที่ดีและยั่งยืนของทุกคน

สำหรับโครงการ “เรียนดี มีความสุขสู่อนาคตที่สดใส” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิดเปิดเวที เปิดโลก เปิดประสบการณ์ และเปิดเส้นทางอาชีพ โดยเซ็นทรัลพัฒนา จะสนับสนุนพื้นที่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพื่อเป็นเวทีสร้างสรรค์ให้เยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ได้แสดงศักยภาพทางด้านวิชาการ วิชาชีพ และการแสดงออกในทุกมิติ ผ่าน 4 ไฮไลท์ ได้แก่ 1.เปิดเวที ให้เยาวชนแสดงความสามารถ เช่น การแสดงดนตรีและเวทีประกวด 2.เปิดโลก ฉายภาพยนตร์รอบพิเศษให้กลุ่มนักเรียนพิเศษ 3.เปิดประสบการณ์ ทดลองขายสินค้าและบริการ พร้อมแข่งขันโชว์ผลงานและ 4.เปิดเส้นทางอาชีพ ทดลองทำงานจริง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาศูนย์กลางการใช้ชีวิตและเป็นพื้นที่ที่จะอำนวยประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน นับได้ว่าเป็นประโยชน์กับนักเรียนทั่วประเทศอย่างแท้จริง

‘สิริพงศ์’ ปลื้มผลงานธุรกิจชนะเลิศอาชีวศึกษา หวังพัฒนาต่อยอดสู่…‘ธุรกิจเชิงพาณิชย์’

https://www.naewna.com/local/849676

‘สิริพงศ์’ ปลื้มผลงานธุรกิจชนะเลิศอาชีวศึกษา  หวังพัฒนาต่อยอดสู่...‘ธุรกิจเชิงพาณิชย์’

‘สิริพงศ์’ ปลื้มผลงานธุรกิจชนะเลิศอาชีวศึกษา หวังพัฒนาต่อยอดสู่…‘ธุรกิจเชิงพาณิชย์’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีปิดพร้อมกับมอบรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน RRR Award 2024 ในงาน “R Carnival gift for you เรียนดี มีความสุขช้อปสนุก สุขใจ ผลิตภัณฑ์โดนใจจากอาชีวะ” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ เครือเซ็นทรัลพัฒนา โดยมี นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมผลงานทางธุรกิจ ณ ห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ศธ.ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจให้แก่ ผู้เรียนอาชีวศึกษาซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้ร่วมกับเครือเซ็นทรัลพัฒนา และธนาคารออมสิน จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น โดยกิจกรรรมนี้ ถือได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนอาชีวศึกษาให้ได้มีประสบการณ์ในเชิงธุรกิจ ต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ และสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนออกไปเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้ต่อไป

ด้าน นายสง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดแสดงผลงานธุรกิจรอบชิงชนะเลิศ (RRR Award 2024) จำนวน 20 ทีมธุรกิจ ภายใต้โครงการอาชีวะสร้างสรรค์ แปรฝันสู่ธุรกิจ ประจำปี 2567 เริ่มจากคัดเลือกทีมธุรกิจจากสถานศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 85 ทีม เข้ารับการอบรมในระยะที่ 1 และคัดเลือกให้เหลือ 20 ทีมธุรกิจ เข้ารับการอบรมระยะที่ 2 และมีคณะกรรมการให้คำแนะนำ (Coaching) ทั้ง 20 ทีมธุรกิจเพื่อปรับและพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการก่อนนำมาจัดแสดงผลงานธุรกิจรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งต้องขอขอบคุณธนาคารออมสินที่สนับสนุนมอบเงินรางวัล จำนวน 245,000 บาท ในการแข่งขันให้กับทีมธุรกิจทั้ง 20 ทีม และเครือเซ็นทรัลพัฒนา และห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน ที่สนับสนุนพื้นที่จัดงานในครั้งนี้

โดยผลการแข่งขัน มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศมี 3 รางวัล ได้รับเงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท จากธนาคารออมสิน ได้แก่ 1.เครื่องประดับแห่งความศรัทธา MuYARA วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ 2.น้ำพริกสมุนไพรมะเขือมื่นฟรีซดราย วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง 3.ชุดครุยบวชนาค แบรนด์ winrawee วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จำนวน 7 รางวัล ได้รับเงินรางวัล รางวัลละ 15,000 บาท จากธนาคารออมสิน ได้แก่ 1.น้ำพริกนางฟ้าไก่ฉีก ยี่ห้อ แซ่บเลย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย 2.ธุรกิจ R-roi ผลิตภัณฑ์แซ่บซี๊ด นางตานี วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด 3.บ้าบิ่นกรอบ วิทยาลัยเทคนิค กระบี่ 4.Ricenola กราโนล่าข้าวไร่ดอกข่า (บี้ผ้างธัญพืช) วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง 5.ศรีพุนพิน วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี 6. PK LipBalm วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง 7. น้ำพริกไชยาไข่ขาวเค็ม วิทยาลัยการอาชีพไชยา

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 10 รางวัลได้รับเงินรางวัล รางวัลละ 5,000 บาท จากธนาคารออมสิน ได้แก่ 1.พีบูก้าบอดี้โลชั่น วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล 2.JY Jelly Mask เจลมาส์กหน้าสารสกัดเปลือกสับปะรดและว่านหางจระเข้ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตรดิตถ์ 3.ขนมคุกกี้ UD Cookies Bar วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี 4.ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว ARUN ALIVE วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี 5.ปั้นไม้มงคลสุโขทัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 6.เพ็ชร์ทอย ศิลปะหัตถศิลป์อาร์ตทอย เมืองเพชรบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี 7.ผ้าคิวบ์ วิทยาลัยการอาชีพฝาง 8.นํ้าพริกเผามังคุด วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี 9.น้ำพริกสละแผ่นอบกรอบ Salak Crispy Spicy วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี 10.ทูยูสแนค ขนมข้าวไรซ์เบอร์รี่อบกรอบเสริมแคลเซียมจากปลาลูกเบร่ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน