โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

โรงเรียนโพธิสารพิทยากร-จัดยิ่งใหญ่! PS. Open House 2026 ‘NEW ERA’ ชูหลักสูตรเตรียมสู่อาชีพและนวัตกรรม AI พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

วันที่ 10 ม.ค. 69 นายวสันต์ กิวัฒนา รองผู้อำนวยการ สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1 เป็นประธานเปิดงาน PS. Open House 2026 ‘NEW ERA’ ณ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร เขตตลิ่งชัน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางการจัดการศึกษา และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยมีนายวุฒิชัย วรชิน ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ภูมิสิษฐ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

นายวุฒิชัย วรชิน ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานนักเรียนตามหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมสู่อาชีพ โดยเปิดบ้านให้ผู้ปกครองและนักเรียนชั้นประถมในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าเยี่ยมชม 4 หลักสูตร 11 แผนการเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ในปีการศึกษา 2569

ผลงานที่โดดเด่นและได้รับความสนใจอย่างมาก คือ ‘โต๊ะเขียนแบบอัจฉริยะ (Chameleon Table)’ ผลงานของนักเรียนชั้น ม.4 ภายใต้หลักสูตรนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการศึกษาจากทีมงานบริษัท เอ็มม่า อลิส โดยนายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ ประธานกรรมการผู้จัดการ ซึ่งผลงานชิ้นนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจและการศึกษาระดับสูงต่อไปได้

นอกจากนิทรรศการแล้ว ภายในงานยังมีการแข่งขันทักษะที่หลากหลาย อาทิ การแข่งขันหุ่นยนต์ Sumo, การแข่งขันอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์, การประกวดวงดนตรีสากล และการแข่งขันทักษะการชงเครื่องดื่ม ซึ่งสะท้อนถึงการจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งวิชาการและทักษะวิชาชีพยุคใหม่

/////////////-026

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.05 น.

คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ร่วมตัดสินผลงานนวัตกรรมนักประดิษฐ์ระดับมัธยมศึกษา ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

เมื่อวันที่ 5–7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้รับเกียรติจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินผลงานนวัตกรรมนักประดิษฐ์ระดับมัธยมศึกษา รอบตัดสิน ในกิจกรรมโครงการ “I New Gen Junior Award 2026”  ภายใต้งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมจากฝีมือเยาวชนไทย    

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร ได้ร่วมเดินชมผลงาน พูดคุย ซักถาม และให้กำลังใจแก่นักเรียนเจ้าของผลงานอย่างใกล้ชิด โดยมีผลงานเข้าร่วมการตัดสินกว่า 1,000 ผลงาน จากทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 กลุ่มสาขา โดยในรอบนี้รับผิดชอบมากกว่า 300 ผลงาน ในการพิจารณา 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ( นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเกษตร  กลุ่มอาหาร กลุ่มการแพทย์  ) ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชน ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ยังได้ร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการบนเวทีการนำเสนอผลงาน (Pitching) ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้งสามวัน

ผลงานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมแสดงในครั้งนี้ สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และศักยภาพในการนำนวัตกรรมความคิดมาพัฒนาเป็นชิ้นงานประดิษฐ์ที่สามารถแก้ไขและป้องกันปัญหา ตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนสอดรับกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนกรอบแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และโมเดลเศรษฐกิจ BCG  

ตลอดระยะเวลาการตัดสิน มีการสรุปผลคะแนนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะกรรมการอย่างรอบคอบ แม้ในช่วงเวลานอกการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้กระบวนการตัดสินเป็นไปตามมาตรฐาน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ สะท้อนบทบาทของหน่วยงานระดับชาติอย่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) ได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติที่ให้เกียรติเชิญร่วมเป็นกรรมการ พร้อมทั้งขอบคุณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้และติดตามพัฒนาการด้านนวัตกรรมของเยาวชนไทย ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการออกแบบการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและประเทศต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ ‘สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ’ พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ 'สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ'พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ ‘สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ’พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ” ให้พรรคการเมืองร่วมสะท้อนปัญหาซ้ำซากของคนเมือง พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวทางแก้ไขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง นโยบาย ผ่านรายการพิเศษ สถานีประชาชน : รีเซ็ตคนกรุงเทพฯ เลือกตั้ง 69 เพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนปัญหา และหาทางออก รับฟังแนวคิดและนโยบายในการแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ แบบตรงจุด ตรงประเด็น ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 2569 รวม 4 ครั้ง ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ในชื่อตอน “คนกรุงเทพฯ ไม่ทน! ปัญหาซ้ำซากที่คนกรุงเทพฯ ต้องเจอ” ดำเนินรายการโดย ธีรเดช งามเหลือ และธิดารัตน์ อนันตรกิตติ และมีผู้แทนจาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ หาทางออกของปัญหาให้คนกรุงเทพฯ

วราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ผู้สมัครพรรคเบอร์ 49 นำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด “เลิกทน เลิกจน เลิกจม” โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการปลูกสาหร่ายแนวตั้งทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมผ่านระบบระบายน้ำใต้ดิน และการใช้เทคโนโลยีสร้างคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย

ด้าน ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครเบอร์ 4 เขต 5 ห้วยขวาง–วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงการสานต่อนโยบายคนละครึ่งพลัส ควบคู่กับงานด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันภัยต่าง ๆ ทั้งปัญหายาเสพติด สินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การสร้างแนวกำแพงป้องกันประเทศด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายผังเมืองเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

ขณะที่ บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครเบอร์ 4 เขต 4 คลองเตย พรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตในเมือง เช่น การพัฒนา Universal Design เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการปรับพื้นที่รกร้างให้เป็น Shared Space สำหรับการใช้ประโยชน์ของประชาชน

ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัครเบอร์ 8 เขต 21 ประเวศ–สะพานสูง พรรคประชาชน นำเสนอนโยบายด้านการเสริมสุขภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพเป็น 1,500 บาท พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในบทบาท Care Giver เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน กิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัครเบอร์ 14 เขต 21 ประเวศ–สะพานสูง พรรคประชาธิปัตย์ เสนอนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยแนวทางฝายชะลอน้ำในภาคเหนือ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ด้วยการเพิ่มสะพานข้ามแม่น้ำและสะพานลอยในจุดสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้ชมสามารถติดตามรายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ” ได้ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 2569 โดยวันที่ 14 ม.ค. เป็นตอน “Scammer – ทุนเทา ภัยไซเบอร์, วันที่ 21 ม.ค. ตอน “เศรษฐกิจ ปากท้อง กระตุ้นชีวิต กทม.” และวันที่ 28 ม.ค. ตอน “ประชันนโยบายดาวเด่น ผู้สมัคร ส.ส. กทม.” ในเวลา 14.05–15.30 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกช่องทางออนไลน์ของไทยพีบีเอส และมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามผ่าน LINE ID : @RongTookThaiPBS

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'  'พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน'

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

ศธ.จัดงานวันครู 16 ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ”สมเด็จพระพันปีหลวง“  “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน”

9 มกราคม 2569 ที่หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ  จัดแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู เป็นประธานแถลงข่าว โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. พร้อมด้วย ผศ.ดร.อมลวรรณวีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา  ร่วมแถลงข่าว และมีผู้บริหารหน่วยงานหลักขของกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการจัดงานวันครู ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและนักเรียน เข้าร่วมงาน โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าว ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที

นายองอาจ วงษ์ประยูร  รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครูเสมอมา การจัดงานวันครู ประจำปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 70 กระทรวงศึกษาธิการ โดยคุรุสภา องค์กรหลัก และองค์กรในกำกับ ร่วมจัดในหัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม โดยจัดงานพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ  ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online ซึ่งกิจกรรมในส่วนกลาง ได้กราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ 

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับครู เพื่อร่วมมือกันจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”  โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็น แก้ปัญหาหนี้สิน ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน พัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้

และจากนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดก็คือ “ครู” ผู้ซึ่งจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแนวหน้าที่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด ดังนั้น ครู คือผู้ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

“งานวันครู ครั้งที่ 70 นี้ ขอให้ศิษย์ทุกคน ร่วมกัน ‘น้อมจิตคารวะ และระลึกถึงพระคุณครู’ ร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น ที่จัดขึ้นโดยคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ เพื่อให้ ‘วันครู’ เป็นวันที่ครูทุกท่านภาคภูมิใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ครู ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทกายใจ ในการสั่งสอนศิษย์ และเป็นการเชิดชูผู้เป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ อุทิศตน เพื่อสร้างอนาคตของชาติ ให้มีขวัญและกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง สืบไป”  รมช.ศธ. กล่าว

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. กล่าวว่า รูปแบบงานวันครู วันที่ 16 มกราคม 2569 ส่วนกลาง จัด ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา มีกิจกรรมทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีคารวะครูอาวุโส พิธีมอบรางวัล และการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 เป็นต้น

สำหรับส่วนภูมิภาค โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดจัดงานวันครู  ซึ่งนอกจากรูปแบบการจัดงานหลักแล้ว จะมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม ระหว่างครูและความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน  ดังนี้ 1. กิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือ จิตอาสา 2. การกำหนดคำขวัญวันครู เป็นคำขวัญประจำสถานศึกษา ตลอดปี 2569 “หนึ่งคำขวัญ หนึ่งสถานศึกษา” เพื่อกระตุ้น ให้เกิดความตระหนักในความสำคัญของวันครู และความภาคภูมิใจในความเป็นครู 3. จัดชุมนุมครู เพื่อให้ครูทุกคนได้มีโอกาสกล่าวคำปฏิญาณตนต่อผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อแสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพ และการรับผิดชอบต่อเยาวชน และการศึกษาของชาติ  และ 4.จัดกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก การเยี่ยมเยือนครูในสัปดาห์วันครู

ขณะที่ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า วันครูปีนี้ในพิธีประกาศเกียรติคุณจะมีการมอบรางวัลโดยนายกรัฐมนตรี ในภาคเช้า และ รมช.ศธ ในภาคบ่าย จำนวนรวมทั้งสิ้น 16 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,198 คน และคุรุสภายังได้รับความร่วมมือในการจัดงานเพื่อระลึกถึงพระคุณครู และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมงานวันครู ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ บริเวณสนามหญ้า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ 14 – 16 ม.ค.  จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ คุรุสภาได้เตรียมมอบของขวัญวันครู โดยเปิดอบรมการบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกทางวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆจำนวน 8,000 คน และสนับสนุนทุนอุดหนุนโครงการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 70 คน ๆละ 28,500 บาท รวมจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 1,995,500 บาท และพร้อมเปิดระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโฉมใหม่ ที่ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกท่าน สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา โดยมุ่งหวังให้ ผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับความประทับใจมากที่สุด

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวอีกว่า นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมานั้น คุรุสภาได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในงานวันครู เช่น จัดกิจกรรมประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู การเขียนการ์ดคาราวะครู การส่งบัตรคาราวะครูออนไลน์ การนำคณะนักเรียน คณะครูและผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามอบดอกกล้วยไม้แก่ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานวันครู

“ขอเชิญชวน นักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ น้อมจิตคาราวะ และระลึกถึงพระคุณครู กลับไปคารวะครูของทุกท่านด้วยตนเอง หรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุรุสภา เพื่อให้วันครูปีนี้ เป็นวันที่มีคุณค่า เปี่ยมด้วยความหมาย อบอวลด้วยความกตัญญูกตเวทีและเป็นพลังใจสำคัญในการเชิดชูเกียรติคุณครู ผู้เป็นรากฐานแห่งการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวฯ รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลการประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 จำนวน 6 รางวัล ดังนี้  รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 60,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “พระผู้ทรงถักทอชีวิต” ของทีม มิดมี่โปรดักชั่น ,  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “โขนของแม่…ลมหายใจของแผ่นดิน” ของทีม NMR.S.W Studio, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “แสงแรก” ของทีม โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม  และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัลละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “โอกาสเล็ก ๆ จากหัวใจครู” ของทีม มุจลินทาราม Film  ผลงาน “ครูผู้ดูแลด้วยหัวใจ” ของทีม BTJ STUDIO โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร และผลงาน “แม่ ในวันที่ฉันเป็นครู” ของทีม กล้วยไข่เอ็นเทอร์เทนเมนท์
 

‘ในหลวง’โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่’ครูบาบุญชุม’

'ในหลวง'โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่'ครูบาบุญชุม'

‘ในหลวง’โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่’ครูบาบุญชุม’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญผ้าไตร น้ำสรง พุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ไปถวายแด่ ครูบาบุญชุม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

9 มกราคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี 42 พรรษา ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานอัญเชิญผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน โดยได้มีการจัดขบวนเชิญน้ำสรงพระราชทาน อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนจาก 4 ประเทศ ไทย-พม่า-ลาว-จีน โดยเฉพาะศรัทธากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

ครูบาบุญชุ่ม เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2508 ที่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของพ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดช่วงเวลาที่เป็นสามเณร ได้สร้างธรรมนุสรณ์ที่เกิดจากจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายแห่ง ทั้งพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระธาตุงำ พระธาตุดอยดอกคำ พระธาตุจอมสวรรค์บ้านโปร่ง ประเทศพม่า พระธาตุจอมยอง ประเทศพม่า และอีกหลายๆ แห่ง เคยธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาไทย อ.งาว จ.ลำปาง โดยมีศรัทธาชาวบ้านแวะเวียนมากราบไหว้ท่านมาก มีชาวบ้านเคยเรียนท่านว่ามีอีกถ้ำหนึ่งมีน้ำไหลผ่าน ท่านจึงเสาะหาจนเจอถ้ำราชคฤห์และได้บำเพ็ญเพียร

ปี 2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน โดยเฉพาะตอนท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเนปาล ท่านได้พบพุทธศาสนิกชนในต่างแดนท่านก็ได้แผ่เมตตาและแนะนำให้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นจึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนหลายแผ่นดิน รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน ในปี 2560 ท่านเดินทางไปที่เมืองสาด รัฐฉาน เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่ถ้ำเมืองแกส ห่างจากเมืองสาดไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตลอดช่วงพรรษา โดยก่อนเข้าถ้ำก็มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอกราบไหว้เป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้นท่านจะไม่พูด ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ทั้งนี้ หลังจากได้รับผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน พระครูบาบุญชุ่ม ได้กล่าวเจริญพรขออนุโมทนา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยไปตลอดกาลยิ่งนานเท่านาน

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.

สำนักโฆษกฯ ทำเนียบ เผยข้อความจากโปสการ์ด สิ่งที่น้องๆ “อยากบอกประเทศไทย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ทึ่ง เด็กอยากเห็นประเทศสงบ ไม่มีสงคราม ขอทุนเทา ยาเสพติด การพนัน หมดประเทศ พร้อมขอทุกคนเคารพกฎหมาย

เมื่อ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีการเผยแพร่โปสการ์ดข้อความและคลิป ที่บรรดาเด็กๆ น้องๆจากโรงเรียนทั่วประเทศส่งถึงรัฐบาล ภายหลังจากทางสำนักโฆษกฯ ได้เชิญชวนให้น้องๆ ส่ง “เรื่องที่อยากบอกประเทศไทย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 รวมกว่า 100 ข้อความทั้งการ์ดและคลิป 

โดยมีข้อความที่น่าสนใจที่น้องๆ ส่งมาถึงรัฐบาล เช่น อยากให้ประเทศไทย มีความสงบ ไม่ทะเลาะกัน, อยากให้ประเทศไทยมีความยุติธรรม , อยากให้ถนนปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ, อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย, อยากให้ประเทศไทย อยู่ดีมีสุข ขอให้ธุรกิจสีเทา ยาเสพติด การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้า หายไปจากประเทศไทย, อยากให้ผู้ใหญ่รับฟังเสียงเด็ก, อยากให้ประเทศไทยพัฒนาแต่ไม่ทำลายธรรมชาติ, อยากให้อากาศดี ไม่มีฝุ่น ควัน ฯลฯ

ทั้งนี้ ข้อความเหล่านี้ทางสำนักโฆษกจะนำไปเผยแพร่ ในช่องทางโซเชียลมีเดียผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งจะมีกระเป๋าไทยคู่ฟ้าแจกให้น้องๆที่ข้อความที่ส่งมาได้รับการพิจารณาด้วย

3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.38 น.

3 เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

8 มกราคม 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 มีนักเรียน นักศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 66 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 3 คน และเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 63 คน จะได้เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่เกียรติคุณให้แก่เด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ รวมทั้งสิ้น 1,462 คน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ https://www.moe.go.th 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้รับการคัดเลือกเป็นเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ด้านกีฬาและนันทนาการ จำนวน 3 คน แบ่งเป็น ประเภทบุคคล ได้แก่ นายนวพล ชลเจริญ จากวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเยาวชนทีมชาติและได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาคาราเต้ และนางสาวเพชรศิริรักษ์ อภิธนาภิรักษ์ จากวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ส่วนประเภททีม ได้แก่ นายธรรมภพ แสงกระโทก จากวิทยาลัยนครราชสีมา ได้รับรางวัลจากการแข่งขันซูโดกุ นับเป็นความภาคภูมิใจของวงการอาชีวศึกษาไทยที่นักเรียน นักศึกษาสามารถแข่งขันและครองความเป็นเลิศในเวทีต่าง ๆ สำหรับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 63 คน จาก 60 วิทยาลัย ทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่ดี มีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน พัฒนาทักษะฝีมือและความสามารถของตนเอง จนได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย 

นอกจากนี้ มีนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่จะได้รับเกียรติบัตรจากนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 20 คน แบ่งเป็น ด้านวิชาการ ประเภทบุคคล จำนวน 1 คน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ ด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ ประเภทบุคคล จำนวน 2 คน จากวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ และวิทยาลัยเทคนิคตาก ประเภททีม จำนวน 16 คน จากวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี และด้านศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ประเภทบุคคล จำนวน 1 คน จากวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นเลิศของการจัดการศึกษาไทย ที่สามารถผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทียบเคียงมาตรฐานสากล

นายยศพล กล่าวทิ้งท้ายว่า วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ขอเชิญชวนน้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองมาร่วมสร้างความสุขในงาน “วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” และแนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรมให้น้อง ๆ หนู ๆ ร่วมสนุกและได้เรียนรู้ 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. บ้านเด็กศิลป์ น้อง ๆ จะได้ระบายสีปูนปั้นโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี การทำสติ๊กเกอร์ไลน์ และภาพถ่ายสติ๊กเกอร์จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ  2. บ้านเด็กเกษตร น้อง ๆ จะได้ปลูกต้นไม้ในกระถางจิ๋ว ตกแต่งสวนถาดจิ๋วจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และยังมีซุ้มคาวบอยจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี  3. บ้านเด็กเชฟ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้การแต่งหน้าเค้กจากวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร 4. บ้านเด็กช่าง น้อง ๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์จากการประกอบและการแข่งขันหุ่นยนต์ โดยวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี และพบกับเกมคอมพิวเตอร์และการตอบคำถามผ่านคอมพิวเตอร์จากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร 5. ซุ้มขนม เครื่องดื่ม และของที่ระลึก พบกับเวทีการแสดงความสามารถของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา พร้อมกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัล และชมการแสดงที่หลากหลายโดยสำนักอำนวยการ รวมทั้งอิ่มอร่อยกับขนมและเครื่องดื่มจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ และวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร นอกจากนี้ยังมีการร้อยลูกปัดจากวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง ของขวัญและของรางวัลมากมายจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารอน้อง ๆ อยู่ ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานคณะ

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.51 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์โอกาสวันคล้ายวันประสูติ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 08.28 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน  สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวน 24 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย)  และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง)  อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางศรินดา จามรมาน  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เขตราชเทวี  โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร  สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด  สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด  ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก  และสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท)  อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธารารัตน์ เกษนาวา เชิญเงินพระราชทาน ไปมอบแก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม  สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อผู้ป่วยยากไร้ และบุคลากร  ณ ตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน  และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธันย์ชนก ฟักอุดม  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค (บ้านบางแค 1 ) เขตภาษีเจริญ  บ้านผู้สูงอายุบางแค 2 เขตบางแค  สมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร  และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต  อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวพัชรินรุจา จันทโรนานนท์  เชิญเงินพระราชทาน ไปมอบแก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก)  และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ในพระบรมราชูปถัมภ์  เขตราชเทวี  กับเชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และเจ้าหน้าที่ ณ สถานพักฟื้นคนชราบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ  เชิญชุดสังฆทานกับภัตตาหารเพลไปถวายแด่พระสงฆ์ พร้อมเชิญเงินพระราชทานไปมอบแก่ โรงพยาบาลสงฆ์ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และเชิญเงินพระราชทาน พร้อมด้วยชุดสังฆทาน และผ้าไตร ไปถวายแด่พระสงฆ์  ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักสงฆ์ ป่ามะขาม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงรับเป็นพระราชภารกิจ และพระภารกิจที่สำคัญ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข  ดูแลประชาชนทุกหมู่เหล่า ให้มีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรง  และมีโภชนาการที่ดี  อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน  สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด  การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
 

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี’69 ชูแนวคิด ‘สนุกเปลี่ยนโลก’ มอบของขวัญ ‘เที่ยวฟรี’ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี'69 ชูแนวคิด 'สนุกเปลี่ยนโลก' มอบของขวัญ 'เที่ยวฟรี' สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี’69 ชูแนวคิด ‘สนุกเปลี่ยนโลก’ มอบของขวัญ ‘เที่ยวฟรี’ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.01 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบความปรารถนาดีถึงเยาวชนไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยเน้นย้ำคำขวัญวันเด็กที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” มุ่งปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างภาคภูมิใจในความเป็นไทย ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นกำลังหลักในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.รวีวรรณ เปิดเผยว่า ในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “สนุกเปลี่ยนโลก” ณ บริเวณลานน้ำพุ หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ต้องการให้วันเด็กปีนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวเล่น แต่เป็นก้าวแรกที่เด็กๆ ได้สัมผัสถึงความสำคัญของธรรมชาติผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และลงมือทำจริง โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ เกมแยกขยะกู้โลก เกมพฤกษาพาเพลิน และกิจกรรมป่าหรรษา นับเป็นการส่งมอบความสุขควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้มอบของขวัญพิเศษเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในต่างจังหวัด โดยเปิดให้เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร หรืออายุไม่เกิน 12 ปี เข้าชมสวนสัตว์ 7 แห่งทั่วประเทศฟรี ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 10 – 11 มกราคม 2569

พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาทั้ง 5 แห่ง และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต ฟรีในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อปลูกจิตสำนึกและให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเอง

กระทรวงฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมวันเด็กในปีนี้จะช่วยสร้างรอยยิ้ม ส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้เด็กๆ และเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง “ฮีโร่ตัวน้อย” ที่จะช่วยดูแลรักษาโลกใบนี้ เพราะพลังเล็กๆ ของเด็กทุกคน คือแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต จึงขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่พาบุตรหลานมาร่วมสนุกเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว “I-New Gen Junior Award 2026”  จุดประกายความคิดสร้างสรรค์เยาวชนไทย สู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026 ซึ่งจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” (Thailand Inventors’ Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation” ณ Event Hall 102–103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

โครงการที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้จินตนาการและความคิดริเริ่มในการออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หรือโครงงานใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การลงมือปฏิบัติจริง และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นหรือวัสดุเหลือใช้ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืน
การประกวดดังกล่าวมุ่งปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะสมกับบริบทของชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะ เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงและสร้างคุณค่าแก่สังคมในอนาคต

ทั้งนี้ การประกวด I-New Gen Junior Award 2026 แบ่งผลงานออกเป็น 5 กลุ่มเรื่อง ได้แก่ เกษตรและอาหาร สิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์หรือแนวคิดด้านอาหารและเครื่องดื่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยรักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุจากธรรมชาติอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิต ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์ที่ส่งเสริมจินตนาการและกระบวนการสร้างสรรค์ ในงานศิลปะและงานฝีมือทุกรูปแบบอย่างมีเอกลักษณ์สื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการศึกษา สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย โดยอาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์ร่วมด้วย
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ฝึกทักษะการสื่อสารและการนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหา ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการทำโครงงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปีนี้ ผลงานที่มาร่วมประกวดเต็มไปด้วยจินตนาการที่ล้ำเลิศเกินวัย สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก 

อาทิ เครื่องตัดหญ้าพลัง ECO ที่นำพลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน ลดเรื่องเสียงรบกวน และมลพิษทางอากาศ อีกทั้งยังมีแสงสว่างที่เครื่องทำให้สามารถตัดหญ้าในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ผลงานของน้องๆจากโรงเรียน บุญสมวิทยา เปลือกไข่ฮีโร่กอบกู้โลก โรงเรียนบ้านนา กล่องพัสดุจากเปลือกลูกยางพารา โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ปัญหาขยะจากการผลิตอาหารปัญหาของโลกที่ถูกมองข้าม สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถาดพลาสติกรังผึ้งบรรจุอาหารสด สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครนทรวิโรฒ ฟิล์มชีวภาพจากผักในท้องถิ่น (ผักเปราะ) พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานของนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านปราสาท อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ  และยังมี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลตำบลหนองหงส์ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี นครศรีธรรมราช นำผลของพืชพื้นเมืองภาคใต้ ลูกประ เป็นวัตถุดิบหลักในการทำเต้าหู้ ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ผลิตเป็นเต้าหู้ไข่ ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนแพ้ถั่วเหลือง ฯลฯ 

ผลงานดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จัดแสดงภายในงาน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งกำลังใจให้เยาวชนไทย ว่าผลงานใดจะเข้าตาคณะกรรมการ พร้อมร่วมรับฟังการประกาศผลในวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา