Eye Level ประเทศไทย มอบทุน นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779899

Eye Level ประเทศไทย มอบทุน  นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

Eye Level ประเทศไทย มอบทุน นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Eye Level ประเทศไทย มอบทุนการศึกษานักเรียนจากโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก จำนวน 10 ทุน ประกอบด้วยการเรียนคณิตศาสตร์ 5 ทุน และภาษาอังกฤษ 5 ทุน

ทุนการศึกษาดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนทั้ง 10 คนได้เข้ามาได้พบกับระบบการศึกษาแบบใหม่ของ Eye Level ที่มุ่งสร้างนักเรียนที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเป็น (Self-Directed Learning) รู้วิธีคิดวิเคราะห์ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

Eye Level คือ ผู้นำด้านการศึกษาชั้นนำด้านคิดวิเคราะห์ระดับโลก ระบบการเรียนที่ทันสมัย Self-Directed Learning พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากทีมวิจัยในสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์การศึกษาเสริมอันดับ 1 ของประเทศเกาหลี 24 ปีติดต่อกัน โดยยึดปรัชญาที่ว่า เรามองทุกอย่างในระดับสายตาของเด็ก เด็กคือกุญแจ “I am the Key.” เรามุ่งสร้างให้เด็กให้เป็นนักแก้ปัญหา นักคิดวิเคราะห์ และผู้ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779898

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ประธานเปิดงานเลี้ยงสร้างสรรค์ “SPU Happy New Year 2024” ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณบุคลากรและร่วมอวยพรปีใหม่ ซึ่งได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ปีนี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีอายุ 54 ปี ด้วยทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมทั้งผู้บริหาร บุคลากร ในอดีตทุกรุ่น ที่ร่วมกันสร้างให้ศรีปทุม พัฒนา เติบโต และปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ ที่มีคุณภาพแก่สังคม พร้อมทิ้งท้ายสิ่งที่ขอเป็นพิเศษเพิ่มจากบุคลากรในปีนี้คือ “ขอให้ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี แข็งแรงของตนเอง”

ภายในงาน ได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแสดงโชว์จากบุคลากรครอบครัว SPU การจับสลากลุ้นรางวัล การมอบรางวัลประกวดแต่งกาย, การแสดง Grand Opening Show “Welcome to The Happy New Year @ SPU” ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี เมื่อวันก่อน

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779892

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา  โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ International Peace Foundation จัดการปาฐกถา Chulalongkorn University BRIDGES Nobel Laureate Talk Series ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “Why globalization has failed to reduce inequality” (ทําไม Globalization ถึงล้มเหลวในการลดความเหลื่อมล้ำ) โดย Prof. Eric S. Maskin ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Adams University Professor at Harvard’s Department of Economics in Cambridge ในวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมจุฬาฯจัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ International Peace Foundation จัดการปาฐกถาในหัวข้อต่างๆ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี และการแพทย์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566-มีนาคม 2567 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนและยกระดับการพัฒนาในอนาคตผ่านการศึกษา

ผู้สนใจร่วมฟังปาฐกถาในหัวข้อดังกล่าว สอบถามโทร.02-2183126 ผู้สนใจสอบถาม 02-2183126,www.inter.chula.ac.th หรือรับชมผ่าน Facebook : Chula OIA

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779988

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 20.34 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ บริหารงานบุคคล โปร่งใส เป็นธรรม ห้ามซื้อขายตำแหน่ง

วันที่ 10 มกราคม 2567   พล.ต.อ.เพิ่มพูน   ชิดชอบ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลัง มอบนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ให้แก่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ในการประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา  245 เขตทั่วประเทศ และเปิดตัวระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ออนไลน์ ผ่านโปรแกรมซูม Zoom Meeting  ว่า  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ มีบาบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายเรียนดี มีความสุข ลดภาระครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคล ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบุคคลและกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ทั้งการบรรจุ การแต่งตั้ง การโยกย้าย กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้อาจนำมาสู่ช่องทางของการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์ การซื้อขายตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งต่อองค์กร สังคม รวมไปถึงประเทศ ดังนั้น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ จะต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส  มีธรรมาภิบาล ปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์และการซื้อขายตำแหน่ง โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ หากพบว่ามีการทุจริตจะตรวจสอบข้อเท็จจริง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการและผลประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯถือเป็นส่วนสำคัญทางการศึกษาในพื้นที่ เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานบุคคลสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นกับทั้งตัวผู้เรียน สถานศึกษา รวมไปถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อจะนำไปสู่นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ดังนั้นขอฝากท่านคณะอนุกรรมการทุกท่านให้นำนโยบายในเรื่องของการ “เรียนดี มีความสุข” ไปขับเคลื่อนในเขตพื้นที่การศึกษาของท่าน รวมทั้งต้องสร้างจริยธรรมด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เกิดขึ้นในทุก ๆ ระดับ

“หากทุกภาคส่วนของการศึกษาทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เป็นธรรมในการบริหารงาน ก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งในด้านความสุขของผู้เรียน ขวัญและกำลังใจของครูและบุคลากรทางศึกษา และในท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าด้านการศึกษาของประเทศต่อไป อย่างไรก็ตามวันนี้ยังเป็นการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น TMS ซึ่งผมได้มอบนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการ เพื่อใช้ในการจับคู่ย้ายครูคืนถิ่น เป็นของขวัญวันครู  เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ขอย้ายจะนำไปเป็นข้อมูล เพื่อเสนอให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ใช้ในการพิจารณาย้าย ซึ่งหากไม่ให้ย้ายตามพี่เสนอขอไปอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ก็จะต้องอธิบายให้ได้ว่า เมื่อแอพพลิเคชั่นจับคู่แล้ว ทำไมถึงไม่ให้ย้ายตามที่จับคู่ เพื่อเป็นข้อมูล ตรงนี้เป็นแอพพลิเคชั่นเบื้องต้น ภายใต้กรอบงบดำเนินการ ประมาณ 3 แสนกว่า  ส่วนแอพพลิเคชั่นใหญ่ ซึ่งตามจริงศธ. อยากได้งบประมาณในการจัดทพแอพพลิเคชั่นที่เป็นระบบใหญ่มากกว่านี้ แต่ถูกตัดงบประมาณในส่วนนี้ไปกว่า 20 ล้านบาท” รมว.ศธ. กล่าว 

นายประวิต  เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูแลพะบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  กล่าวว่า สำนักงานก.ค.ศ.ได้พัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่นTMS ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับการดำเนินการย้ายกรณีปกติในรูปแบบของการย้ายสับเปลี่ยน ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างในการทุจริตระหว่างกระบวนการขอย้ายอีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 มกราคม สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการย้ายสับเปลี่ยนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดศธ. (ว 3/2567) เพื่อให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแนวทาง วิธีดำเนินการย้ายผ่านระบบดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอน ลดเอกสาร อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้ครูย้ายกลับภูมิลำเนาได้ง่ายขึ้นด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพื่อให้ทุกโรงเรียน ได้มีบุคลากรซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้ามาทำการสอน โรงเรียนได้ครูครบชั้น และครูมีความสุขกับการสอน ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

“การย้ายสับเปลี่ยน คือ การย้ายสับเปลี่ยนกับตำแหน่งที่มีคนครอง ซึ่งเป็นการย้ายผู้ดำรงตำแหน่งครูด้วยกัน ที่ทำการสอนในสาขาวิชาหรือกลุ่มวิชาหลักตรงกัน เพื่อไปดำรงตำแหน่งเดิมในต่างสถานศึกษาที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน ภูมิลำเนาของบิดาและหรือมารดา หรือภูมิลำเนาของคู่สมรส และเป็นการย้ายในส่วนราชการเดิม ผ่านระบบ TMS โดยภูมิลำเนาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยนต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน รวมถึงที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของบิดาและหรือมารดาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน หรือ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคู่สมรส ของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยนเท่านั้น และสถานศึกษารับย้ายต้องมีอัตรากำลังสายงานการสอนในภาพรวมไม่เกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยในระยะเริ่มต้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำระบบจับคู่ครูคืนถิ่น TMS ซึ่งมีทั้งในรูปแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://tms.otepc.go.th และแอพพลิเคชั่น TMS ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง android และ ios เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน โดยผู้ที่ต้องการยื่นขอย้ายสับเปลี่ยนผ่านระบบ TMS จะต้องเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว วิชาที่สอน ระบบ จะดำเนินการจับคู่กับครูที่มีคุณสมบัติตรงกันที่กรอกข้อมูลเข้ามาในระบบ จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการย้ายกรณีปกติได้ และในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบสำหรับการย้ายทุกกรณีให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ครูสามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดใช้งานระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) มอบให้เป็นของขวัญวันครู ปี 2567 เพื่อให้ครูได้ยื่นคำขอร้องย้ายสับเปลี่ยนได้ในช่วงระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม”นายประวิต กล่าว 
 

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779916

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.50 น.

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สานต่อแนวคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย” เน้นย้ำ ผู้นำนักเรียนต้องเรียนรู้บทบาทหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ตามหลักวิถีประชาธิปไตย มีจิตอาสา และปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบไป

วันที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สภานักเรียน สพฐ. สานต่อแนวคิดที่สร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย” โดยมี นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพิษณุ พลธี ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพนัส บุญวัฒนสุนทร รองประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วรัญญภรณ์ ชาลีรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะวิทยากร คณะรุ่นพี่ศิษย์เก่าสภานักเรียน คณะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน และตัวแทนสภานักเรียนเขตพื้นที่การศึกษาจากทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร จำนวน 78 คน รวมทั้งสิ้น 222 คน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ร่วมรับชมการแสดงโขน ตอน หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา แสดงโดยนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร และเป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สภานักเรียน สพฐ. สานต่อแนวคิดที่สร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย”

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานสภานักเรียน ซึ่งการดำเนินงานโครงการสภานักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการปลูกฝังให้นักเรียนและเยาวชนไทย ได้รับการปลูกฝังการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเด็กและเยาวชนเป็นความหวังในการดำรงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไว้เหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าเทียบเท่านานาอารยประเทศ 

“เรามีความห่วงใยเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติในการขับเคลื่อนกิจกรรมสภานักเรียนให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง จึงขอฝากให้นักเรียนได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ตามหลักวิถีประชาธิปไตย คือ คารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการมีจิตอาสา และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าว

“เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติที่จะเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นี้ ขออำอวยพรให้เด็กและเยาวชนทุกคน มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็ง มีจิตใจที่งดงาม มีสมองที่เสื่อมแล้ว เป็นคนเก่งคนดีสามารถอยู่ร่วมกัน ในสังคมอย่างมีความสุข ตระหนักในสิทธิและหน้าที่อันชอบธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติสืบไป” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า “สภานักเรียนเป็นกลไกที่สำคัญที่มีบทบาท มีความสำคัญในเรื่องของการขับเคลื่อนกิจกรรมภายในโรงเรียนและเป็นกลไกนำเสนอแนวความคิดต่าง ๆ ที่จะสะท้อนสู่ระดับกระทรวง ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้สภานักเรียนมีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นคิดว่า ทำยังไงให้สภานักเรียนซึ่งปัจจุบันมีบทบาทหน้าที่ในโรงเรียนของเขาเองอยู่แล้ว จะสามารถมีบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้น เช่น เป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการในระดับกระทรวง ระดับประเทศ หรือมีการทำให้สภานักเรียนมีบทบาทเพิ่มเติมอย่างไร”

“การคาดหวังในวันนี้ อยากให้น้อง ๆ ที่เป็นตัวแทนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมขยายผลไปสู่เพื่อน ๆ ไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ที่น้อง ๆ ได้เป็นตัวแทนมา  แน่นอนว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นระบอบการปกครองที่เราจะต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อประเทศชาติมั่นคง ประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ด้านนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำโครงการสภานักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งกิจกรรมสภานักเรียนจะช่วยให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคยกับสังคม มีกลไก กระบวนการดำเนินงานของสภานักเรียนและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในโรงเรียน ด้วยกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ นักเรียนทุกคนได้รับการปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยมความเป็นประชาธิปไตย สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสังคมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้ระเบียบ กฎ กติกา เป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

“สำหรับปี 2567 นี้ มีผู้เข้ารับการอบรมสัมมนาเป็นตัวแทนสภานักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 78 คน พร้อมครูที่ปรึกษาสภานักเรียน จำนวน 78 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร คณะวิทยากร คณะทำงาน และรุ่นพี่ศิษย์เก่าสภานักเรียน จำนวน 66 คน รวมทั้งสิ้น 222 คน มีกิจกรรม ประกอบด้วย 1. สภานักเรียนกับความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย 2. การเรียนทำให้มีงานทำ กิจกรรมทำให้ทำงานเป็น รวมทั้งกฎหมายที่เด็กและเยาวชนควรรู้  3. ทักษะที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในยุคดิจิทัล 4. ประวัติศาสตร์กับความรุ่งเรืองในยุคปัจจุบัน และ 5. การเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยจะมีการเลือกตั้งประธานสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567 นี้” นายธีร์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

‘โฆษก ศธ.’แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779813

'โฆษก ศธ.'แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

‘โฆษก ศธ.’แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 11.37 น.

“โฆษก ศธ.”แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน เปิดทางให้ครูจัดการสอนและวัดผลด้วยเครื่องมือหลากหลาย หวังลดเด็กไม่ผ่านเกณฑ์ให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคำสั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 นักเรียนไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ส่งงาน ขอแค่มีตัวตน หากมาวันสอบแต่ไม่ส่งงานเลย ก็ต้องตัดเกรด 1 ให้นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม

โดย โฆษก ศธ.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมาจากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการสอนซ่อมเสริม ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่าง สพฐ.ส่วนกลาง ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษาเกิดความเข้าใจชัดเจนในการกำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริม ดำเนินการวัดและประเมินผลกรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส.) ให้มีผลการเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส.และให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ

ซึ่งเจตนาคือเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ.ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้สอน โดยซักซ้อมแนวทางการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย รายงานความก้าวหน้า จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงให้แก่ผู้เรียน วางแผนออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตัดสินผลการเรียนตามบริบทแต่ละพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อสอบเพียงอย่างเดียว อาจพิจารณาจากผลงาน ชิ้นงาน แฟ้มสะสมงาน การสอบปากเปล่า ผ่านซูม ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางอื่น ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การตัดสินผลการเรียนจะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ 1) เวลาเรียน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ 2) คะแนนการประเมินระหว่างเรียนและคะแนนปลายปี/ปลายภาค ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม จะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนอย่างทันท่วงที ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดบทบาทการปฏิบัติของผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย ทั้งด้านของสถานศึกษา ครู และผู้เรียน

“ในอดีต อาจมีการติด 0 ร มส. ค้างเทอม ค้างปี ทำให้เด็กเสียโอกาส เป็นภาระผู้ปกครอง สถานศึกษาจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด ให้เด็กได้แก้ไขจนผ่านเกณฑ์ก่อนจบปีการศึกษา ดังนั้น การกล่าวว่า ศธ.สั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 ร มส. จึงไม่เป็นความจริงทั้งหมด โดยผมขอยืนยันว่า สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรฐาน มีเกณฑ์ ในการประเมินผู้เรียนอยู่แล้ว และสามารถให้เกรดผู้เรียนได้ตามปกติ เพียงแต่ ศธ.ต้องการกระตุ้นให้สถานศึกษาและครู ติดตามเด็กอย่างใกล้ชิด สามารถใช้เครื่องมือ วิธีการสอน สื่อการสอน การเก็บคะแนนที่มีความหลากหลายและทันสมัย เพื่อลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส. ซึ่งหากสถานศึกษาทุกแห่งสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ ไม่มีผู้เรียนที่สอบตก หรือติด ร มส. ก็จะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สูงขึ้น สร้างบุคลากรที่มีเข้ามาพัฒนาประเทศได้ต่อไป” โฆษก ศธ.กล่าว

เปิด 5 อันดับ!!! ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779801

เปิด 5 อันดับ!!! ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567

เปิด 5 อันดับ!!! ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 10.00 น.

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับ “สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา” สำรวจความคิดเห็นของครูและนักเรียนทั่วประเทศ เรื่อง “ความสุขของครูและนักเรียนในปี 2567” จำนวนทั้งสิ้น 1,184 ตัวอย่าง (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2566 – 8 มกราคม 2567 สรุปผลได้ ดังนี้

1. “5 อันดับความสุข” ที่ครูอยากได้มากที่สุดในปี 2567 คือ

อันดับ 1 คืนครูสู่ห้องเรียน ลดภาระงานอื่นที่นอกเหนือจากงานสอน 65.77%

อันดับ 2 ปรับเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ 62.18%

อันดับ 3 ลูกศิษย์ตั้งใจเรียน ประสบความสำเร็จ 56.20%

อันดับ 4 หน้าที่การงานมั่นคง มีความก้าวหน้า 55.46%

อันดับ 5 มีชีวิตที่ดี สุขภาพดี ครอบครัวมีความสุข 44.39%

2. “5 อันดับความสุข” ที่นักเรียนอยากได้มากที่สุดในปี 2567 คือ

อันดับ 1 ครอบครัวมีเงินส่งค่าเล่าเรียน ไม่ลำบาก 57.08%

อันดับ 2 ครูและผู้ปกครองมีความสุขกับการเรียนของบุตรหลาน 52.50%

อันดับ 3 ครอบครัวสุขภาพแข็งแรง 50.21%

อันดับ 4 พ่อแม่มีเวลา ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พาไปเที่ยว 48.54%

อันดับ 5 ครูเข้าใจเด็ก ให้อิสระ ได้คิด ตัดสินใจเอง 41.04%

*หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)

‘คารม’เชิญชวนผู้ปกครอง พาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กกับกระทรวงศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779790

'คารม'เชิญชวนผู้ปกครอง พาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กกับกระทรวงศึกษาธิการ

‘คารม’เชิญชวนผู้ปกครอง พาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กกับกระทรวงศึกษาธิการ

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.30 น.

“คารม”รองโฆษกรัฐบาล เชิญชวนผู้ปกครอง พาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในสังกัด ศธ.ทั่วประเทศ เสาร์ที่ 13 มกราคม นี้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการร่วมฉลองวันเด็ก ประจำปี พ.ศ.2567 โดยมอบของขวัญวันเด็ก มุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาส เข้าถึงประสบการณ์อันดีผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย จากทุกหน่วยงานในสังกัด ในกำกับ และหน่วยงานระดับจังหวัดทั่วประเทศ

นายคารม กล่าวว่า กิจกรรมที่กระทรวงศึกษาธิการเตรียมไว้ให้กับเด็กๆ ประกอบด้วย กิจกรรมฉลองครบรอบ 60 ปี เด็ก เยาวชน ชมท้องฟ้าจำลอง ฟรี 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-12 มกราคมนี้ (สกร.) กิจกรรมฝึกอาชีพระยะสั้น โดย สกร.อำเภอ/เขต จำนวน 928 แห่ง แก่เด็กและเยาวชนฟรี เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่สนใจได้เรียนรู้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครอบครัว (สกร.) กิจกรรมท่องโลกการเรียนรู้เสมือนจริงด้วย Metaverse โดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษา ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2567 (สกร.) กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพที่ 2 (หลักสูตรระยะสั้น) ฟรี ให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ 10,000 คน ฟรี ตลอดเดือนมกราคมนี้ (สอศ.) บริการทดสอบภาษาอังกฤษ CEFR ระดับ A1–A2 ฟรี โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 2,000 ที่นั่งสอบ มูลค่าที่ได้รับคนละ 300 บาท รวมเป็นเงิน 6 แสนบาท (สทศ.) กิจกรรม สกร.ทุกจังหวัด ส่งความสุขให้น้อง ปี 2567 โดยจัดคาราวานมอบของขวัญบริจาคให้แก่เด็กด้อยโอกาส 77 จังหวัดๆ ละ 20,000 คน เป็นเงิน 1.5 ล้านบาท (สกร.) ลดราคาหนังสือ e-Book ของ สสวท. ทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและเผยแพร่ ลดราคาสูงสุด 30% เช่น ร้านนายอินทร์ SE-ED CU และ e-Bookstore (สสวท.) ลดราคาสื่อเสริม และบอร์ดเกมของ สสวท. สูงสุด 15% ที่ร้านหนังสือ สสวท. @IPSTbookstore และศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ suksapanmall.com (สสวท.) ลดราคาสินค้าอุปกรณ์การเรียนสำหรับเด็ก สูงสุด 10% ที่ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ตลอดเดือนมกราคมนี้ (สกสค.) เป็นต้น

“ขอเชิญชวนผู้ปกครอง พาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กกับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นอกจากจะได้รับประสบการณ์ ความสนุกสนาน ยังได้รับรับความรู้ รวมถึงของรางวัลอีกมากมาย” นายคารม ย้ำ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779786

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานพระคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2567

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2567

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.12 น.

“สมเด็จพระสังฆราช”ประทานพระคติธรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2567 ขอให้ผู้ใหญ่เร่งปลูกฝังและสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้หนักแน่นในจักร 4

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2567 สำหรับลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ปี 2567 ความว่า “รถยนต์ที่วิ่งเป็นปรกติทั่วไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัย มักถูกออกแบบให้มี 4 ล้อเป็นอย่างน้อย ล้อนั้นเรียกอีกอย่างว่า “จักร” เป็นองค์ประกอบสำคัญซึ่งช่วยนำพาให้ผู้ขับขี่รถยนต์นั้นสามารถเดินทางไปสู่ที่หมายได้สำเร็จ ถ้าขาดล้อใดล้อหนึ่ง หรือยางล้อใดแบนหรือแตกไป ก็อาจไม่ถึงที่หมาย หรือกว่าจะไปถึงก็เนิ่นช้าเสียเวลา หรืออาจเป็นอันตรายไปกลางทางได้ การดำเนินชีวิตของผู้หวังความสำเร็จก็อุปมาดุจกัน ย่อมจำเป็นต้องมี “จักร 4” เป็นหลักธรรมนำไปสู่ความเจริญ ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปเทสวาสะ หมายถึง การอยู่ในถิ่นอันเหมาะสม 2.สัปปุริสูปสังเสวะ หมายถึง การเข้าไปคบหากับคนดี 3.อัตสัมมาปณิธิ หมายถึง การตั้งตนไว้ชอบด้วยสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ  และ 4.ปุพเพกตปุญตา หมายถึง ความเป็นผู้สั่งสมความดีไว้ก่อนแล้ว

เด็กและเยาวชนเป็นกำลังสำคัญที่จะพาบ้านเมืองไทยให้รุ่งเรืองสืบไป จึงขอให้ผู้ใหญ่เร่งปลูกฝังและสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้หนักแน่นในจักร 4 และขอให้เด็กๆ จงรักษาตนให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมอันสมควร ห่างไกลอบายมุข คบหาทำความสนิทสนมแต่เฉพาะมิตรที่ชักพาไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ไม่ประพฤติชั่ว ไม่พูดชั่ว ไม่คิดชั่ว อีกทั้งหมั่นสั่งสมความดี ด้วยการตั้งใจพากเพียรศึกษาเล่าเรียนเป็นต้น เพื่อเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต

ขออำนวยพรให้เด็กและเยาวชนทุกคน มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์จักร 4 ให้ครบถ้วนสมบูรณ์นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอจงรักษาเพิ่มพูนคุณลักษณะความเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม เพื่ออนาคตของตน และสังคมไทยที่รักของเราทุกคน.”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

รมว.กห. ร่วมกิจกรรม‘เอิ้นน้องมาติว’ โครงการพี่สอนน้องมีที่เรียนที่ มมส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779760

รมว.กห. ร่วมกิจกรรม‘เอิ้นน้องมาติว’  โครงการพี่สอนน้องมีที่เรียนที่ มมส

รมว.กห. ร่วมกิจกรรม‘เอิ้นน้องมาติว’ โครงการพี่สอนน้องมีที่เรียนที่ มมส

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวให้โอวาทนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรม “เอิ้นน้องมาติว” ภายใต้โครงการพี่สอนน้องมีที่เรียน จัดโดยกลุ่มนิสิตอิสระ ไทมอ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และยุวชนประชาธิปไตย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวต้อนรับ ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชนซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาชาติ
บ้านเมืองให้ก้าวหน้า กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ จะทำให้เยาวชนได้รับความรู้ในระบบ TCAS โดยเฉพาะการทำPortfolio ที่เป็นทางลัดเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้มากยิ่งขึ้น ขอให้เยาวชนทุกคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติเตรียมตัวให้พร้อมกับภาระหน้าที่อันสำคัญ ด้วยการตั้งใจใฝ่หาความรู้ ขยันศึกษาเล่าเรียน หมั่นพัฒนาตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและประสบการณ์ เพื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยต่อไป

นายอิทธิพล หลวงโปธา ประธานไทมอ กลุ่มนิสิตอิสระ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรมเอิ้นน้องมาติว ภายใต้โครงการพี่สอนน้องมีที่เรียน เพื่อเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ จากวิทยากรจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สู่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของระบบ TCAS โดยเฉพาะในรอบที่ 1 (Portfolio) ผ่านกิจกรรมเชิงบรรยายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตอบคำถามเพื่อไขข้อสงสัย มุ่งสร้างเสริมทักษะปลูกฝังการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง และประยุกต์ใช้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ตามแนวทางการรับเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯกว่า 200 คน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการฯ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “ทำความรู้จักระบบ TCAS” โดยนางสาวจิรภา สีหนาท นักวิชาการศึกษาชำนาญการ จากกองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมทั้งรับฟังหัวข้อ “Portfolio ทางลัดสู่มหาลัย”, “เสริมสร้างพลังบวกเติมไฟเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย” และรับฟังการบรรยายหัวข้อ “เปิดเคล็ดลับวิชามารกับพี่มหาลัย” โดย นายธนกฤต ใจแน่น คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเอกคณิตศาสตร์ศึกษา ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายวุฒิชัย ลาภไธสง คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น,นายประมาณ สิทธิวงษา คณะรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนาศาสตร์ สาขาการเมืองและการปกครอง ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นางสาวศริญญา คลองสี คณะวิจิตรศิลป์ สาขาการออกแบบชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นางสาวจุฬาลักษณ์ รัตนวรรณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายเมฆา ไชยภาลี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการภาพยนตร์ดิจิทัล ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้