วธ. จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779762

วธ. จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม

วธ. จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับ โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทรงพระกรุณาพระราชทานแบบลายผ้าแก่ชาวทอผ้า ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” อีกทั้งยังทรงแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านศาสนา ทรงเป็นแบบอย่างแก่ศาสนิกชน มีความศรัทธามั่นคง นำหลักธรรมคำสอนมายึดถือปฏิบัติ ทรงอุปถัมภ์บำรุงศิลปวัฒนธรรมทางศาสนา ในปี พ.ศ. 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร วัดสุวรรณดาราราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเสด็จไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานโบราณราชประเพณี 

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกภูมิภาค จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยการบำเพ็ญคุณความงามดีถวายพระกุศล กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้างสติ สมาธิ และปัญญา อีกทั้งเสริมสร้างความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ด้วยการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนา และประชาชน อันจะก่อให้เกิดความสงบร่มเย็นอย่างยั่งยืน โดยในส่วนกลาง กรมการศาสนา
ร่วมกับวัดสุทัศนเทพวราราม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ถวายพระกุศล ในวันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2567 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ในส่วนภูมิภาคร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด 76 จังหวัด จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จัดนิทรรศการหรือจัดทำวิดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากจะให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกันทำความดีถวายพระกุศล อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว ยังส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ให้คงอยู่สืบต่อไป

OKMD- ธพส. ส่งเสริมการอ่าน เปิด Read Café แห่งแรกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779761

OKMD- ธพส. ส่งเสริมการอ่าน  เปิด Read Café แห่งแรกของไทย

OKMD- ธพส. ส่งเสริมการอ่าน เปิด Read Café แห่งแรกของไทย

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ลงนามความร่วมมือกับ บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ผู้บริหารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เปิดศูนย์การเรียนรู้ “พื้นที่ส่งเสริมการอ่าน (Read Cafe)” ภายในอาคารจอดรถ D (DEPOT) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ยกระดับความรู้เข้าสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มช่องทางการเข้าถึงและส่งเสริมการอ่านให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD กล่าวว่า Read Café ต้นแบบร้านกาแฟรักการอ่านแห่งแรกของไทยในย่านแจ้งวัฒนะ เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ OKMD ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชน สร้างกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ ผ่านการให้บริการความรู้ในแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่มีความทันสมัย สร้างวัฒนธรรมการอ่าน พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความรู้ในสาขาต่างๆ ให้กับประชาชนไทยในทุกช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดเราจึงจับมือกับ ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ดำเนินโครงการดังกล่าว สร้างให้ Read Café เกิดบรรยากาศการส่งเสริมการอ่านในรูปแบบร้านกาแฟเป็นเวลา 3 ปี ตกแต่งแบบโล่ง โปร่งสบายตา ผสมผสานกลิ่นหอมของกาแฟ

Read Café บริการความรู้ในรูปแบบทันสมัยบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง แอปพลิเคชั่น TK Read แอปพลิเคชั่นห้องสมุดดิจิทัล ซึ่งบรรจุหนังสือและสื่อการเรียนรู้กว่า 50,000 เล่ม เพียงสมัครเป็นสมาชิกก็สามารถใช้งานได้ฟรี ตอบสนองเทรนด์การอ่านและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รองรับการใช้งานทุกอุปกรณ์ มี E-book Audio book และ คอร์สเรียนออนไลน์หลากหลายหมวดหมู่ ทั้งการท่องเที่ยววรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ธุรกิจและการลงทุน คอมพิวเตอร์ หนังสือเด็ก ฯลฯ โดยปัจจุบันจากข้อมูลในปี 2566 แอปพลิเคชั่น Tk Read มีจำนวนสมาชิกกว่า 455,779 คน และมีจำนวนการใช้งานกว่า 1,547,707 ครั้ง โดยมีจำนวนการยืมคืนกว่า 673,772 ครั้ง และจากการขยายผลสู่ Read Café เชื่อมั่นว่าจะเพิ่มพูนต่อยอดจำนวนประชาชนที่เข้าถึงองค์ความรู้และเพิ่มมูลค่าสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ต่อไป

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ธพส. หรือ DAD กล่าวว่า ความร่วมมือกับ OKMD ในครั้งนี้ นับเป็นการพัฒนาและจัดสรรพื้นที่อาคารของส่วนราชการ ต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เป็นพื้นที่ส่งเสริมการอ่าน (Read Cafe) เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรกับ OKMD ผ่านการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เป็นระยะเวลา 3 ปี สร้างสรรค์พื้นที่ถึง50 ตารางเมตร ภายในอาคารจอดรถ D (DEPOT) บริเวณชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และส่งเสริมการอ่าน ตลอดจนพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่ทันสมัยแก่ประชาชนทุกช่วงวัย

ม.ศรีปทุม จัด YOUNG CEO CAMP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779758

ม.ศรีปทุม จัด YOUNG CEO CAMP

ม.ศรีปทุม จัด YOUNG CEO CAMP

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม รับสมัครนักเรียนระดับชั้น ม.5-ม.6 ปวช. หรือ เทียบเท่า เข้าร่วม “YOUNG CEO CAMP by SE-SPU” แคมป์ที่จะฝึกฝนให้ความรู้เตรียมตัวก้าวสู่ YOUNG CEO เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 27-28 มกราคม 2567 นี้ ในค่ายมีการ Workshop อาทิ ด้าน Business Creative Thinking เรียนรู้การสร้างธุรกิจยุคใหม่ สร้างสรรค์พัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด Brand Communication สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่าน Social Media ด้วยเครื่องมือ Marketing Online เพื่อมูลค่าให้กับธุรกิจ วิเคราะห์แบรนด์หาจุดเด่นของสินค้าได้อย่างแม่นยำ ด้าน Photoshoot Product เริ่มต้นการสร้างแบรนด์ของตัวเอง เรียนรู้การถ่ายภาพสินค้าให้น่าสนใจ กระตุ้นยอดสั่งซื้อด้าน ADS for Business เรียนรู้การทำ ADS เพื่อโฆษณาสินค้าของคุณให้น่าสนใจ เพิ่มภาพลักษณ์ของสินค้าให้มากขึ้น และ Content VDO for Business เรียนรู้ Platform “TikTok” สร้าง Content ขายสินค้าให้น่าสนใจผ่าน ShortVDO รับจำนวนจำกัด! ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/5ipazgkwoXNj5fvQ8

SPU เตรียมความพร้อมนศ.สหกิจศึกษา ก่อนออกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779759

SPU เตรียมความพร้อมนศ.สหกิจศึกษา  ก่อนออกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ

SPU เตรียมความพร้อมนศ.สหกิจศึกษา ก่อนออกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนปฏิบัติงานสหกิจศึกษาจัดปฐมนิเทศนักศึกษาสหกิจศึกษารุ่นที่ 43 โดย ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษา

อาจารย์สำรวย เหลือล้น ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ ได้ให้คำแนะนำและความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน เพื่อให้นักศึกษาได้รับทราบข้อมูลและเตรียมความพร้อมก่อนออกไปปฎิบัติงานจริงในสถานประกอบการต่างๆ เพราะการที่นักศึกษาสหกิจศึกษาที่กำลังจะออกปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในสถานประกอบการในฐานะพนักงานคนหนึ่งขององค์กร ต้องมีความรู้เข้าใจและสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกทั้งเข้าใจแนวทางในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้นมีการบรรยายพิเศษ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายวรวุฒิ ชุณหพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด ได้ถ่ายทอดความรู้และแง่คิดในการทำงาน ในหัวข้อ “สุขไม่สุก
เตรียมความพร้อมเพื่อการทำงานอย่างมีความสุข” ซึ่งมุ่งเน้นให้นักศึกษาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีความหมาย (ตามปรัชญาของอิคิไก) ผ่านระบบ ออนไลน์ ZOOM สำหรับการปฐมนิเทศสหกิจศึกษาฯในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักศึกษาจากทุกคณะและวิทยาลัย เข้าร่วมกว่า 1,500 คน เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 23.4 ล้านบาท มอบของขวัญเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779652

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 23.4 ล้านบาท มอบของขวัญเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 23.4 ล้านบาท มอบของขวัญเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.25 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 23.4 ล้านบาท มอบของขวัญเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

9 มกราคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กระปุกออมสิน เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,400,000 บาท 

ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ณ ห้องรับรอง ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 65 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วยเด็กดีในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต รวมทั้งขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2567 ที่มอบให้ คือ “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์  เคารพความแตกต่าง  ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย”

‘ศุภมาส’สั่ง’อุเทนถวาย-ปทุมวัน’หามาตรการป้องกัน เหตุยกพวกตีกันบนสกายวอล์กแยกปทุมวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779643

'ศุภมาส'สั่ง'อุเทนถวาย-ปทุมวัน'หามาตรการป้องกัน เหตุยกพวกตีกันบนสกายวอล์กแยกปทุมวัน

‘ศุภมาส’สั่ง’อุเทนถวาย-ปทุมวัน’หามาตรการป้องกัน เหตุยกพวกตีกันบนสกายวอล์กแยกปทุมวัน

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.47 น.

“ศุภมาส” สั่ง “อุเทนถวาย – ปทุมวัน” หามาตรการป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุ หลังยกพวกตีกันบริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า ด้าน “อุเทนถวาย” ออกประกาศงดการจัดการเรียนการสอนและการสอบตั้งแต่  9-11 ม.ค.นี้ ขณะที่ “ปทุมวัน” ห้าม นศ.ทุกหลักสูตร ทุกชั้นปีเข้าสถาบันฯ 9 ม.ค.-4 ก.พ.นี้ 

วันที่ 9 มกราคม 2567 น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะโฆษกกระทรวง อว. เปิดเผยถึงถึงกรณีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก) วิทยาเขตอุเทนถวาย ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติและบริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (sky walk) ว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. มีความห่วงใยต่อผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบที่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการไปยังสำนักงานปลัดกระทรวง อว.ให้ตรวจสอบและหารือกับทั้งสองสถาบันให้หามาตรการป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาและบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้ มทร.ตะวันออก ได้ออกประกาศ งดการจัดการเรียนการสอนและการสอบ แก่นักศึกษาทุกระดับและทุกชั้นปี ภายในเขตพื้นที่อุเทนถวาย ตั้งแต่วันที่ 9-11 ม.ค.นี้และไม่อนุญาตให้นักศึกษาเข้ามาภายในเขตพื้นที่อุเทนถวายโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามระเบียบฯ ของทางมหาวิทยาลัยต่อไป

เลขานุการ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ด้านสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ก็ได้ออกประกาศมาตรการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาและแนวทางจัดการเรียนการสอนเช่นกัน โดยห้ามนักศึกษาทุกหลักสูตรและทุกชั้นปีเข้ามาภายในบริเวณสถาบันฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.- 4 ก.พ. โดยเด็ดขาด หากนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนสถาบันจะพิจารณาลงโทษตามข้อบังคับของสถาบัน และให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ทั้งรายวิชาบรรยายและรายวิชาที่ต้องมีการฝึกปฏิบัติ โดยให้อาจารย์ผู้สอนลงเวลาปฏิบัติราชการในรูปแบบออนไลน์ รวมถึงให้อาจารย์ผู้สอนควบคุม ดูแลตลอดจนตรวจสอบรายชื่อของนักศึกษาที่เข้าเรียนและให้รายงานให้สถาบันทราบ ทั้งนี้ กรณีนักศึกษาคนใดมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาภายในสถาบันให้ทำหนังสือเพื่อขออนุมัติต่ออธิการบดีเป็นรายกรณี
 

‘สุรศักดิ์’ เผย ครม.เห็นชอบตั้งซี 10 9 รายตามที่ ศธ.เสนอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779634

'สุรศักดิ์' เผย ครม.เห็นชอบตั้งซี 10 9 รายตามที่ ศธ.เสนอ

‘สุรศักดิ์’ เผย ครม.เห็นชอบตั้งซี 10 9 รายตามที่ ศธ.เสนอ

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.16 น.

“สุรศักดิ์” เผย ครม.เห็นชอบตั้งซี 10 9 รายตามที่ ศธ.เสนอ

9 มกราคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า วันนี้ ครม.ได้เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับ 10 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ จำนวน 9 ราย ดังนี้

นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นายธนู ขวัญเดช รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นรองปลัด ศธ.  นายวรัท  พฤกษาทวีกุล ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็น รองปลัด ศธ.  นายนิติ นาชิต ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็น รองเลขาธิการ สกศ.  นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการ ศธ.  เป็นรองเลขาธิการ สกศ. นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ ศึกษาธิการภาค 7 เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.  นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการภาค 15 เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.  นายชูสิน วรเดช ศึกษาธิการภาค 6 เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ. ว่าที่ร้อยตรีเจษฎาภรณ์ พรหนองแสง ศึกษาธิการภาค 17 เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.  

‘เพิ่มพูน’ชี้ตั้ง‘ธนากร’นั่งอธิบดีสกร.คนแรก เหตุเป็นลูกหม้อรู้จักคน-ระบบการทำงานดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779612

‘เพิ่มพูน’ชี้ตั้ง‘ธนากร’นั่งอธิบดีสกร.คนแรก เหตุเป็นลูกหม้อรู้จักคน-ระบบการทำงานดี

‘เพิ่มพูน’ชี้ตั้ง‘ธนากร’นั่งอธิบดีสกร.คนแรก เหตุเป็นลูกหม้อรู้จักคน-ระบบการทำงานดี

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.09 น.

‘เพิ่มพูน’ชี้ตั้ง‘ธนากร’นั่งอธิบดีสกร.คนแรก เหตุเป็นลูกหม้อรู้จักคน-ระบบการทำงานดี

9 มกราคม 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  กล่าวถึงเหตุผลที่แต่งตั้งนายธนากร เป็นอธิบดี กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)คนแรก เนื่องจากนายธนากรเป็นลูกหม้อน่าจะรู้จักคนและระบบการทำงานของสกร.ดี  จึงน่าจะทำงานได้เร็ว เพื่อมาช่วยผลักดันเรื่องโครงสร้าง เรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะนโยบายของรัฐมนตรี คือ เรื่องการสอบเทียบที่จะต้องเร่งผลักดัน ส่วนเรื่องทุจริตใน สกร.ก่อนหน้านี้ ก็อยู่ในกระบวนการตั้งคณะกรรมการซึ่งยังไม่เสนอมาที่ตน

สำหรับการแต่งตั้งนายวรัท กับ นายธนู ที่มาเป็นรองปลัดศธ. ก็เพราะเคยอยู่ที่สำนักปลัดกระทรวงมาก่อน อย่างไรก็ตาม กระบวนการสรรหาตนได้ให้ทุกคนเขียนวิสัยทัศน์และแสดงความประสงค์ว่าต้องการไปอยู่ที่ไหน แล้วเรียกมาสัมภาษณ์ว่าทำอะไรได้บ้างและความสามารถส่วนตัวด้วยว่ายังมีไฟและอยากทำหรือไม่

นอกจากนี้ ตนจะให้เขียน KPI หรือ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของแต่ละคนด้วย ถ้าไม่เป็นไปตาม KPI ก็จะมีการปรับย้ายอีกครั้ง โดยให้เวลาทำงาน 1 ปี เพราะคนที่จะเปลี่ยนตำแหน่งเราต้องเรียกมาสัมภาษณ์เพื่อดูวิธีคิด และเขียนวิสัยทัศน์เองหรือไม่ จะอ่านแค่เอกสารไม่ได้  

ม.มหาสารคาม ทำบุญวันขึ้นปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779465

ม.มหาสารคาม ทำบุญวันขึ้นปีใหม่

ม.มหาสารคาม ทำบุญวันขึ้นปีใหม่

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักเรียน ร่วมในกิจกรรมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 เพื่อความเป็นสิริมงคล

มทร.รัตนโกสินทร์โชว์วิสัยทัศน์ มุ่งสู่การเป็น ‘มหาวิทยาลัยระดับโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779464

มทร.รัตนโกสินทร์โชว์วิสัยทัศน์  มุ่งสู่การเป็น ‘มหาวิทยาลัยระดับโลก’

มทร.รัตนโกสินทร์โชว์วิสัยทัศน์ มุ่งสู่การเป็น ‘มหาวิทยาลัยระดับโลก’

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มทร.รัตนโกสินทร์ เตรียมพร้อมสู่การเป็นกรีนยูนิเวอร์ซิตี้ (Green University) เพื่อปูเส้นทาง “มหาวิทยาลัยระดับโลก” โดยเร่งพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ ลดการใช้พลังงานโดยใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก ลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) เน้นนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน และเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า “มหาวิทยาลัย” ในยุคต่อจากนี้ไป ต้องเป็นสถาบันที่สร้างนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงสุด ไปพร้อมๆ กับสร้างชุมชน สังคม และประเทศชาติ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน และไม่เพียงแค่การสร้างจุดเปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้นกับบุคลากร และการบริหารกิจการภายในของมหาวิทยาลัย เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความหมายมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนหลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนแนวทางในการนำมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มุ่งสู่มาตรฐานของการเป็นมหาวิทยาลัยระดับสากล

รศ.ดร.อุดมวิทย์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องของพลังงานทดแทน เป็นอีกเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยให้ความใส่ใจ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ในวันนี้ประเทศไทยของเรา มีก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างเยอะ ซึ่งหลังจากนี้ไป มทร.รัตนโกสินทร์จะพยายามลดเรื่องการใช้พลังงาน โดยการนำโซลาร์รูฟ (Solar Roof) มาใช้ รวมถึงการลดปริมาณขยะในมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) เช่นเดียวกับ นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ ท่านของสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ของมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่าต้องใช้จ่ายปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณที่รัฐบาลจัดมาให้นั้น มีเพียง 15 ล้านบาท นั่นทำให้เราต้องมาคิดกันว่า จะทำอย่างไรเพื่อลดการใช้พลังงาน เรื่องของการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไม่ได้เกี่ยวพันแค่ค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกด้วย

อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ ย้ำด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ไม่เพียงจะทำให้ มหาวิทยาลัยเป็น กรีนยูนิเวอร์ซิตี้ (Green University) ที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังมีแนวคิดการทำงาน เพื่อนำไปสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับโลก โดยภาพในอนาคต มทร.รัตนโกสินทร์ จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่สังคมการเป็นผู้ประกอบการ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จากนี้ 4 ปีข้างหน้านักศึกษาทุกคน ทุกคณะ จะได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ไม่เพียงแค่เกิดประโยชน์กับตัวของเขาเองเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์และพัฒนาประเทศชาติให้มากขึ้น ซึ่งความเจริญก้าวหน้าจากนี้เป็นต้นไป มทร.จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเทคโนโลยี และนวัตกรรมอีกมาก ที่จะนำมาเผยแพร่ และช่วยกันพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศต่อไป