จุฬาฯ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ พร้อมเปิดให้ชมในวันเด็กแห่งชาติ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779462

จุฬาฯ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์  พร้อมเปิดให้ชมในวันเด็กแห่งชาติ 2567

จุฬาฯ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ พร้อมเปิดให้ชมในวันเด็กแห่งชาติ 2567

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาประถมศึกษา และสาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในวันเด็กแห่งชาติ 2567 Children’s Day @Chula “สร้างสรรค์-เรียนรู้-เล่นสนุก” (Create-Learn-Play) ในวันเสาร์ที่13 มกราคม 2567 เวลา 09.00-15.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และลานพิพิธศิลป์

กิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในวันเด็กแห่งชาติ 2567 (Children’s Day @Chula 2024) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์-เรียนรู้-เล่นสนุก” (Create-Learn-Play) เด็กๆ และครอบครัวจะได้เรียนรู้ด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ผ่าจระเข้วาดภาพระบายสี เพ้นท์ก้อนหิน กิจกรรมโรยทรายประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ เล่นที่ Loose parts play space และฟังเพลงเพราะๆ กับศิลปินเด็กที่ร่วมกับวง CU Chamber

กิจกรรมดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการเล่นและเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ในแง่มุมใหม่ให้กับเด็กและเยาวชนไทย รวมทั้งการสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน เปิดโลกทัศน์ให้เด็กและเยาวชน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.02-2183645-6

‘ซีเอ็ด’ จับมือ ‘กองทัพบก’ มอบหนังสือ โรงเรียนในกำกับดูแลของกองทัพบก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779458

‘ซีเอ็ด’ จับมือ ‘กองทัพบก’ มอบหนังสือ  โรงเรียนในกำกับดูแลของกองทัพบก

‘ซีเอ็ด’ จับมือ ‘กองทัพบก’ มอบหนังสือ โรงเรียนในกำกับดูแลของกองทัพบก

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” โดย นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่หน่วยงานของ “กองทัพบก” มูลค่า 8,000,000 บาท โดย พลเอกกิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานรับมอบหนังสือ โดยในครั้งนี้ ซีเอ็ดได้สนับสนุนหนังสือและสื่อการศึกษาร่วมกับ “กองทัพบก” ในโครงการ “ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา” ที่จะส่งต่อความรู้ให้กับโรงเรียนในความอนุเคราะห์ของกองทัพบก จำนวน 289 โรงเรียน รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

ซีเอ็ดและมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้นทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการส่งต่อความรู้ พัฒนาศักยภาพคนไทยทุกเพศ ทุกวัย เพื่อให้คนไทยเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะได้ใช้ศักยภาพของตนเองช่วยพัฒนาประเทศต่อไป ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้สนับสนุนหนังสือและสื่อการศึกษาให้กับองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม มูลนิธิต่างๆไม่ต่ำกว่าปีละ 40 ล้านบาท ในทุกๆ ปีที่ผ่านมา เช่น มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช, หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ, กรมราชทัณฑ์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) รวมไปถึงองค์กรในท้องถิ่นที่ร้านซีเอ็ดไปเปิดให้บริการ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดหนองคาย และจังหวัดสระบุรี เป็นต้น

มทร.ล้านนาปี’67 รับนศ.เพิ่ม 2,000 คน เตรียมผลิตบุคลากรสาขา S-CURVE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779460

มทร.ล้านนาปี’67 รับนศ.เพิ่ม 2,000 คน  เตรียมผลิตบุคลากรสาขา S-CURVE

มทร.ล้านนาปี’67 รับนศ.เพิ่ม 2,000 คน เตรียมผลิตบุคลากรสาขา S-CURVE

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มทร.ล้านนา ปี 2567 ตั้งเป้าเพิ่มยอดนักศึกษาจำนวน 2,000 คน พร้อมเดินหน้าจับมือกับสถานประกอบการร่วมจัดทำหลักสูตร ผลิตบัณฑิตนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการ มุ่งเน้นสาขา S-CURVE อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เปิดเผยว่า มทร.ล้านนา จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มสอง หรือมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ซึ่งแต่ละปีนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ สถานประกอบการ มีความต้องการวัยแรงงานที่สามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้ โดยในปีที่ผ่านมา มทร.ล้านนา จึงได้ทำความร่วมมือกับสถานประกอบการกว่า 20 แห่ง เพื่อจัดทำหลักสูตรร่วมกัน ในกลุ่มสาขา S-CURVE อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รักษาการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดทำหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ ทำให้สถานประกอบการมีการจัดส่งพนักงาน บุคลากรมาเรียนร่วม Upskill Reskill เพื่อให้มีทักษะตรงความต้องการของตลาดแรงงาน 1,200 คน และขณะนี้มีการขยายความร่วมมือกับสถานประกอบการมากขึ้นโดยล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้มีการเปิดโอกาสให้แรงงานในโรงงานมาเรียนหลักสูตรวิศวกรรมการเกษตร จำนวน 30 คน ดังนั้นปี 2566 มทร.ล้านนา มีจำนวนนักศึกษา 15,000 คน และในปี 2567 ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนักศึกษาอีก 2,000 คน เป็น 17,000 คน

ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับความร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดทำหลักสูตรนั้น จะเน้นในกลุ่มสาขา S-CURVE 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ New S-curve ประกอบด้วย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) โดยมีการเปิดโอกาสให้แรงงานที่จบการศึกษาวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีได้มาศึกษาต่อ ให้มีคุณวุฒิที่สูงขึ้น และมีทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการมากขึ้นปรับตัวทำงานร่วมกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้

รักษาการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาที่เข้าร่วมจำนวนมาก และยังมีการพัฒนางานด้านนี้ต่อ ๆ ไปในอนาคต เพื่อพัฒนาคนให้สอดคล้องความต้องการของตลาด เทคโนโลยี และเพิ่มโอกาสในการมีงานทำของนักศึกษาต่อไป โดยความร่วมมือกับสถานประกอบการนี้ มทร.ล้านนา ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) ในการเข้าร่วมโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูงสำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับภาคประกอบการ ทั้งนี้นักศึกษาที่เข้าร่วมในหลักสูตรต่างๆกับสถานประกอบการ เมื่อจบการศึกษาพวกเขาจะได้รับฐานเงินเดือนที่สูงกว่าเดิม

SPU คว้ารางวัลประกวดสร้างไอเดีย รับงบฯสนับสนุน 4.5 แสน จากอว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779461

SPU คว้ารางวัลประกวดสร้างไอเดีย  รับงบฯสนับสนุน 4.5 แสน จากอว.

SPU คว้ารางวัลประกวดสร้างไอเดีย รับงบฯสนับสนุน 4.5 แสน จากอว.

วันอังคาร ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมคณะอาจารย์และนักศึกษา จากคณะบริหารธุรกิจ บัญชี เทคโนโลยีสารสนเทศ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SILK ROAD TEAM) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากผลงาน AR SILK ROAD GAME @Ayutthaya ในการประกวดการสร้างไอเดีย (Ideation) ยุวชนอาสาสู่การสร้างพลังสร้างสรรค์ (Soft Power) ของประเทศไทย พร้อมรับโล่รางวัลและงบประมาณสนับสนุนการดำเนินโครงการยุวชนอาสา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 450,000 บาท จัดโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ซึ่งมีทีมจากสถาบันการศึกษาต่างๆ จากทั่วประเทศส่งเข้าร่วมประกวดแข่งขันจำนวน 49 ทีม

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ดำเนินโครงการยุวชนอาสา มาตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อจัดการประกวดการสร้างไอเดีย (Ideation) ยุวชนอาสาสู่ การสร้างพลังสร้างสรรค์ (Soft Power)ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิต นักศึกษา ได้แสดงผลงานในการสร้างสรรค์ Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสูงขึ้น เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำ Soft Power ของโลกโดยใช้แนวทาง กลไกของโครงการยุวชนอาสา

‘เศรษฐา’มอบสาร’วันเด็กแห่งชาติ’ เด็ก-เยาวชนมีความสำคัญต่ออนาคตประเทศชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779422

'เศรษฐา'มอบสาร'วันเด็กแห่งชาติ' เด็ก-เยาวชนมีความสำคัญต่ออนาคตประเทศชาติ

‘เศรษฐา’มอบสาร’วันเด็กแห่งชาติ’ เด็ก-เยาวชนมีความสำคัญต่ออนาคตประเทศชาติ

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.30 น.

“เศรษฐา” มอบสาร “วันเด็กแห่งชาติ” เด็กและเยาวชนมีความสำคัญในการร่วมกำหนดอนาคตของสังคมและประเทศชาติ

8 ม.ค.2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบสาร เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช 2567 วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567  ความว่า เด็กและเยาวชนมีความสำคัญในการร่วมกำหนดอนาคตของสังคมและประเทศชาติ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยเด็กและเยาวชนที่จะต้องได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทุกมิติอย่างเหมาะสม ทั้งด้านสุขภาวะทางกาย จิตใจ รวมทั้งมีประสบการณ์และทักษะการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบัน และมีความพร้อมสำหรับการโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต โดยรัฐบาลมุ่งมั่นสร้างโอกาสในทุกด้านให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย มีคุณธรรมและจริยธรรม ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม 

วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ผมได้มอบคำขวัญว่า “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์  เคารพความแตกต่าง  ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย ” เพื่อให้เด็ก เยาวชนรวมถึงผู้ปกครองทุกคนตระหนักว่า โลกปัจจุบันเชื่อมโยงกันไร้พรมแดนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีมุมมองที่กว้างขวางเป็นสากล มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมทั้งเป็นผู้ที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเป็นพลเมืองที่เคารพและยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายในทุกมิติ มีความคิดและจิตใจที่เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อันเป็นรากฐานในการสร้างสังคมแห่งประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและเป็นพลังในการพัฒนาสังคมและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เหนือสิ่งอื่นใดเป็นผู้ที่ธำรงไว้และนำอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่สากล 

เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ” ประจำปีพุทธศักราช 2567 ผมขออวยพรให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรงสมบูรณ์เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเพียบพร้อมไปด้วยความสุขและความมั่นคงในการดำรงชีวิต เพื่อร่วมกันสร้างสรรคสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ศธ.เตรียมชงซี10 เข้า ครม. ปลัดศธ.ลงนามสรรหาซี9แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779407

ศธ.เตรียมชงซี10 เข้า ครม. ปลัดศธ.ลงนามสรรหาซี9แล้ว

ศธ.เตรียมชงซี10 เข้า ครม. ปลัดศธ.ลงนามสรรหาซี9แล้ว

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.34 น.

ศธ.เตรียมชงซี10 เข้า ครม. ปลัดศธ.ลงนามสรรหาซี9แล้ว

8 มกราคม 2567 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ลงนามในคำสั่งอนุมัติการสรรหาผู้บริหารระดับต้นของศธ. ซี9 จำนวน 13 ตำแหน่ง ได้แก่ รองศึกษาธิการภาค (ศธภ.)      7 อัตรา, รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 2 อัตรา, รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) 1 อัตรา ,รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) 1 อัตรา ,ผู้ช่วยปลัดศธ.1 อัตรา และผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) 1 อัตรา โดขั้นตอนจากนี้คณะกรรมการสรรหาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ หลังจากประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการประกาศรับสมัคร เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาอย่างเป็นทางการต่อไป โดยจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์และประกาศรับสมัครให้ได้ภายในเดือนมกราคม คาดว่าจะได้ผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งผู้บริหารต้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

“หลังประกาศหลักเกณฑ์และรับสมัครเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการ  ทั้ง การตรวจสอบคุณสมบัติ หากใครคุณสมบัติไม่ครบ  ซึ่งการสรรหาผู้บริหารต้น จะต้องผ่านการประเมินสมรรถนะ จากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ด้วย หากใครยังไม่มี หรือหมดอายุแล้วก็จะต้องประสานกับก.พ.เพื่อเข้ารับการประเมินใหม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินเพื่อคัดเลือก ส่วนการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) นั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ประกาศรับสมัครสรรหาผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว คาดว่า จะได้เลขาธิการสกสค.คนใหม่ ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้า ของสกสค.นั้น ต้องรอให้การสรรหาเลขาธิการสกสค.ดำเนินการแล้วเสร็จก่อน ” นายสุเทพ กล่าว

ด้านนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี  รองปลัดศธ.ในฐานะรักษาการแทนเลขาธิการสกสค. กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามประกาศศธ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.  เรียบร้อยแล้ว และได้ประกาศรับสมัครผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการสรรหาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 17 มกราคม 2567 ส่วนจะได้เลขาธิการสกสค.ตัวจริงเมื่อไรนั้น ตนไม่สามารถบอกได้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาฯ ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่ตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ10 ของศธ.นั้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้ส่งหนังสือ รับทราบการแต่งตั้งระดับ 10 ของหน่วยงานที่มีอัตราว่าง โดยไม่ระบุรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้ง โดยคาดว่า จะเสนอรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 9 มกราคม นี้ อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ คาดว่า จะมีการย้ายสลับระดับ 10 หลายตำแหน่ง อาทิ ศธภ. มาเป็นผู้ตรวจ เพื่อให้เรียนรู้งานศธ. ขณะที่ผู้ตรวจ ขยับมาเป็นรองเลขาธิการในแท่งต่าง ๆ เพื่อให้เรียนรู้งาน

โคราชพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติยิ่งใหญ่ขนอาวุธอุปกรณ์โชว์หน้าศาลากลางจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779404

โคราชพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติยิ่งใหญ่ขนอาวุธอุปกรณ์โชว์หน้าศาลากลางจังหวัด

โคราชพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติยิ่งใหญ่ขนอาวุธอุปกรณ์โชว์หน้าศาลากลางจังหวัด

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.17 น.

โคราชพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติยิ่งใหญ่ขนอาวุธอุปกรณ์โชว์หน้าศาลากลางจังหวัด

วันที่ 8 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด เพื่อหารือเตรียมความพร้อมในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้ร่วมกับส่วนราชการ ทุกภาคส่วนร่วมกันจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยจะมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ กิจกรรมตอบปัญหาชิงของรางวัล แจกของขวัญ อาหารว่าง การแสดงบนเวที ของเด็กๆและเยาวชน การเต้น การร้อง และรำ  

อีกทั้งยังมีการนำอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยงานทางทหาร ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 มาจัดแสดง ให้เด็กได้สัมผัส อย่างใกล้ชิด รวมทั้งการแสดงอุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจทางด้านตำรวจ ของตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา การแสดงอุปกรณ์ เครื่องจักรในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจน มาร่วมเที่ยวสวนสนุก เล่นเครื่องเล่นนานาชนิด จากต่างประเทศจำนวน 15 ชนิดที่ยังคงตั้งให้บริการประชาชน จนถึงวันเด็กแห่งชาติ อย่างไรก็ตามอยากจะขอเชิญชวนผู้ปกครอง นำบุตรหลานมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ในช่วงเย็นเวลา 16.00 น เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาชมรมคนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน เป็นประธานจัดกิจกรรมโครงการคนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน พร้อมมอบเสื้อวันเด็กและวันครู ประจำปี 2567 โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและกรรมาธิการงบประมาณ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงสาธารณสุข อดีต ส.ส.นครราชสีมา และนายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ร่วมมอบให้กับเด็กนักเรียนและครูโรงเรียนต่างๆในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อาทิ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา , โรงเรียนเมืองนครราชสีมา , โรงเรียนสุรนารีวิทยา , โรงเรียนวัดสระแก้ว , โรงเรียนวัดสุทธจินดา , โรงเรียนเทศบาล 1-4 , โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เป็นต้น สำหรับเสื้อเป็นเสื้อยึดคอกลมแขนสั้น และครูอาจารย์เป็นเสื้อคอปรก ด้านหน้า “ สกีนสีขาวรูปคุณย่าโม เขียนว่า 555 ปี คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ส่วนด้านหลังเป็นรูปประตูชุมพล หรือประตูเมืองนครราชสีมา 555 ปี “ สีแดง , สีฟ้า , สีน้ำเงินเข้ม , สีน้ำทะเล , สีเทา และสีดำ

ส่วนด้านภาคเอกชนมีการขานรับกำหนดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ที่ห้อง MCC HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นำโดยนายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ทั่วไปฯ พร้อมด้วย น.ส.นลินี ป้อมสินทรัพย์ ผจก.ฝ่ายการตลาดศูนย์การค้า บจ.เดอะมอลล์ราชสีมา และน้องโอ้..น.ส.สุวรรณอัมพา ไชยฉลาด ผจก.ส่วนสื่อมัลติมีเดีย ร่วมทั้งสถานศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมกิจกรรมฯ อาทิ ชมการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ และวัตถุประสงค์การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 การอ่านสารวันเด็ก ประจำปี พ.ศ. 2567 การจับฉลากมอบของรางวัลพิเศษ กิจกรรมเล่นเกมส์

ด้านศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ เนรมิตความสุข มอบความสนุก สุดมันส์ทั่วศูนย์การค้าฯ ในงาน Central Kids’ Day 2024 คิด(ส์) สนุกสุดมันส์ FunFest พร้อมแจกของเล่นเด็กๆมากกว่า 10,000 ชิ้นเอใจวันเด็กยกทัพความสุขเต็มพื้นที่ศูนย์การค้า สนุกสนานไปกับ Passport Kid Day ที่ให้เด็กๆ ได้ไปสะสมแสตมป์กับฐานต่างๆภายในงาน เพื่อเลือกรับของรางวัลสามารถเข้าร่วมสนุกในทำภารกิจต่างมากมาย การแสดงยุทโธปกรณ์ ขนยุทโธปกรณ์ โชว์อย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมเพ้นท์บอลจากกองทัพภาคที่ 2 ณ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าฯ,  Dino Discovery เปิดประสบการณ์ตะลุยโลกล้านปีกับ Dino Discovery สัมผัสใกล้ชิดกับฝูงไดโนเสาร์ หลากหลายสายพันธุ์เสมือนจริง • Strider Racing สุดมันส์กับการแข่งขันจักยานทรงตัว Strider Racing & Adventure  • Tamiya การประชันความเร็ว ภายในงาน TAMIYA คืนชีพเด็กยุค 90’s กับการแข่งขัน ทามิย่า ที่เร็วแรงที่สุด • Kids Market ร่วมกับ CuriooKids ตลาดนัดนักธุรกิจวัยจิ๋ว – มาร์เก็ต ครั้งแรกของโคราช กับงานอาหารและสินค้าที่พร้อมเสิร์ฟ ในรูปแบบ MONOGRAM  • เชฟจิ๋ว Workshop เปิดประสบการณ์ความสนุก ครัวของเล่นจิ๋ว ทำอาหารได้จริง ได้ฝึกทำอาหารตามสไตล์ตัวเองชื่นชอบ  • Education Zone Activities กิจกรรมเสริมทักษะความสนุกให้น้องๆ Workshop กับสถาบัน Education Zone มาพบกันไปจนถึงวันที่ 28 ม.ค. 67 และมาสัมผัสกับความสนุกสนานไฮไลท์พิเศษแบบจัดเต็มในวันที่ 13-14 ม.ค. 67 ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช – 003

สอวช.ปลดล็อกมหา’ลัย สร้าง‘ธุรกิจนวัตกรรม’กระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779285

สอวช.ปลดล็อกมหา’ลัย สร้าง‘ธุรกิจนวัตกรรม’กระตุ้นเศรษฐกิจ

สอวช.ปลดล็อกมหา’ลัย สร้าง‘ธุรกิจนวัตกรรม’กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดสัมมนา “ปลดล็อกมหา’ลัยขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมไทย สู่เป้าหมาย 1,000 x 1,000 ร่วมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท” ณ โรงแรมพูลแมนคิง เพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมี ดร.กิติพงค์พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช.เป็นประธานเปิดการสัมมนาและบรรยายในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมไทย”นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ธัญญานุภาพอานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และนายราเมศวร์ ศิลปพรหม CEO บริษัท CU Enterprise จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ในฐานะตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมและการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนหรือ Holding company

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผอ.สอวช. กล่าวว่า สอวช. มีส่วนในการสนับสนุนให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ “ธุรกิจนวัตกรรม” Innovation Driven Enterprise หรือ IDE ผ่านการปลดล็อกอุปสรรค และการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และได้วางเป้าหมายที่จะสร้างธุรกิจนวัตกรรมที่มีมูลค่าเฉลี่ย 1,000 ล้านบาท จำนวน 1,000 ราย หรือมูลค่าเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570

“สอวช. มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการร่วมลงทุนผ่านกลไกการจัดตั้ง Holding Company ซึ่งจะเป็นบริษัทนิติบุคคลที่เข้ามาทำการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมในรูปแบบที่มีความคล่องตัวและเป็นมืออาชีพ โดย สอวช. ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติหรือ Guidelineรวมไปถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการร่วมลงทุนฯ ในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างความชัดเจนในส่วนนี้ โดยจะเป็นการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยสามารถร่วมลงทุนและสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมด้วยทรัพยากรของตนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังได้ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สนับสนุนให้มีหน่วยงานตัวกลาง เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ให้บริการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ iBDS (Innovation Business Development Service) ซึ่งที่ปรึกษาเหล่านี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านนวัตกรรมของธุรกิจได้อย่างตรงจุด” ดร.กิติพงค์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บรรยายในหัวข้อ “อุทยานวิทยาศาสตร์ กับหุบเขาแห่งความท้าทาย Valley of Challenge” โดยระบุว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ คือพลังของมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เป็นนิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ สร้างธุรกิจนวัตกรรม สตาร์ทอัพ เพื่อทำให้งานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจากการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคตั้งแต่ปี 2556-2565 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีจำนวนผู้ประกอบการที่ให้บริการ12,384 ราย ผู้ประกอบการเทคโนโลยี 1,123 รายสร้างฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ 58,038 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 54,294 คน นอกจากนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ยังสร้างคนให้เป็นเจ้าของกิจการ สนับสนุนนักศึกษาให้เป็นเจ้าของกิจการ พัฒนาผู้ประกอบการเป็น IDE และพัฒนานักวิจัยและนวัตกร

“มช. ให้ความสำคัญกับการเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างผู้ประกอบการ เนื่องจากทักษะของผู้ประกอบการจำเป็นต่อทักษะในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ Tech Spin-off จาก มช. เกิดการจ้างงานทักษะสูงในพื้นที่มากขึ้น และที่สำคัญเป็นเครื่องมือช่วยเร่งการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นได้ นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการระดับโพนี่ (Pony) คือมีรายได้ 300 ล้าน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ในเกณฑ์หลายราย” รองอธิการบดี มช. ระบุ

ด้าน นายราเมศวร์ ศิลปพรหม CEO บริษัท CU Enterprise จำกัด บรรยายในหัวข้อ “ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” โดยระบุว่า เป้าหมายของ CU Enterprise คือสร้างรายได้จากธุรกิจนวัตกรรมให้ได้ 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่ออาจารย์ มหาวิทยาลัย และประเทศชาติโดยอาจารย์สามารถใช้ Spin-off เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำสอนนิสิตยุคใหม่ สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากผลงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้ มีผลกระทบต่อสังคม และมีทุนวิจัยต่อเนื่อง ส่วนมหาวิทยาลัยก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตได้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมและประเทศ และจะทำให้มีนักวิจัยเพิ่มขึ้น

สัมผัสความสุขไร้เสียง ผ่าน‘ละครใบ้หน้าขาว’จากเด็กพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779286

สัมผัสความสุขไร้เสียง ผ่าน‘ละครใบ้หน้าขาว’จากเด็กพิเศษ

สัมผัสความสุขไร้เสียง ผ่าน‘ละครใบ้หน้าขาว’จากเด็กพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ และโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสความสุขในโลกเงียบกับ “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ที่ได้รับการฝึกสอนจากทีมมืออาชีพประเทศฮังการี เพื่อนำรายได้ซ่อมแซมห้องดนตรี และห้องศิลปะสำหรับเด็กพิเศษในการเรียนการสอน พร้อมชมโชว์มายากลที่ฝึกสอนโดย ทีมทักซิโด้ พัทยา และการแสดงดนตรีน้องๆ มูลนิธิพระมหาไถ่พัทยา วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 ณ โรงละครอัลคาซ่าร์คาบาเร่ต์โชว์ พัทยา จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการแสดงด้วยการบริจาค หรือซื้อบัตรเข้าชม“ละครใบ้ หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้ที่ เลขที่บัญชี 591-6-00135-5ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์นำไปลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า

น.ส.วรรณวนัช กันพรมผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์กล่าวว่า โรงเรียนฯเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550 เพื่อบริหารจัดการศึกษาและฝึกอาชีพเด็กพิเศษ ซึ่งได้แก่ เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ที่มีอายุระหว่าง 7-30 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้บริการช่วยเหลือคนพิการในทุกมิติทุกเรื่อง ได้มีทักษะทางด้านวิชาชีพ และทักษะทางสังคมซึ่งปัจจุบันมีเด็กพิเศษที่มารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและฝึกอาชีพกว่าจำนวน 170 คน

ล่าสุด ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ ในมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เปิดโครงการศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้และฟื้นฟูเด็กพิเศษกลุ่มต่างๆ ที่มารับบริการให้มีทักษะด้านศิลปะการแสดงอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงออกในทักษะด้านศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งร่วมรณรงค์หารายได้เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษฯอีกด้วย “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กพิเศษได้แสดงออก ซึ่งทักษะความสามารถทางด้านศิลปะการแสดงนี้ โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการกระตุ้นพัฒนาการสำหรับเด็กพิเศษทางด้านต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งนี้ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ตอบสนองความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก

สำหรับโครงการศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ”นับเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กพิเศษและนำไปสู่การสื่อสารที่ดี เป็นการแสดงที่ใช้สีหน้าและท่าทางในการสื่อสารแทนคำพูด เป็นละครที่ทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ สามารถเข้าใจได้เนื่องมาจากทางโรงเรียนเด็กพิเศษพ่อเรย์ได้รับการสนับสนุนจากทีมอาสาสมัครจากประเทศ Hungary (ฮังการี) มาเป็นวิทยากรฝึกสอน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและบำบัดฟื้นฟูเด็กพิเศษกลุ่มที่มารับบริการ ให้มีการพัฒนาด้านสติปัญญา การเรียนรู้อารมณ์ สังคม และทักษะความสามารถด้านศิลปะการแสดง

“โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์มองว่าศิลปะการแสดง เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งในงานศิลปกรรม เป็นงานที่สร้างรากฐานของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละชุมชน สังคม จะขาดซึ่งงานทางด้านศิลปะเสียมิได้ เนื่องจากงานศิลปะการแสดงเป็นตัวบ่งบอกถึงวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่สะท้อนภาพวิถีการดำเนินชีวิตและยกระดับจิตใจของคนในสังคม ซึ่งในขณะเดียวกัน “ศิลปะ” ยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในการนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตของคนพิเศษ ในต่างประเทศมีการใช้ในการบำบัด มานานนับร้อยปี ทั้งสำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษหรือคนที่ได้รับผลกระทบจากบาดแผลในอดีต

การนำเอาศิลปะการแสดงในรูปแบบของการเล่นสมมุติ ที่ได้ผ่านกระบวนการจัดเตรียมข้อมูลและวางแผนการเล่นให้เหมาะสมกับวัย และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เล่น นับว่าเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กพิเศษและนำไปสู่การสื่อสารที่ดีนั้นก็คือ “การแสดงละครใบ้” ศิลปะที่มากกว่าการแสดงละครใบ้หรือ Pantomime เป็นการแสดงที่ใช้สีหน้าและท่าทางในการสื่อสารแทนคำพูด ละครที่ทุกเพศ ทุกวัยทุกชาติ สามารถเข้าใจได้ สามารถแสดงออกมาให้คนดูเข้าใจและสร้างเสียงหัวเราะผ่านทางสีหน้าและท่าทางได้เป็นอย่างดี และยังคงเป็นศาสตร์ในการแสดงที่ต้องเข้าใจบทละครอย่างถ่องแท้ ก่อนจะมาแสดงให้คนดูสนุกได้โดยไม่มีบทสนทนา” ผู้จัดการโรงเรียนฯ กล่าว

ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ และโรงเรียนเด็กพิเศษพ่อเรย์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการแสดงด้วยการบริจาคและซื้อบัตรเข้าชม “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้ที่เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยจะจัดแสดงละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 13.00น.-15.00 น. ณ โรงละครอัลคาซ่าร์ คาบาเร่ต์โชว์ พัทยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณอัจจิมา 081-7235949, 083-4111384

สถาบันขงจื๊อ มบส. ร่วมโชว์ศักยภาพในการประชุมภาษาจีนโลก ครั้งที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779287

สถาบันขงจื๊อ มบส. ร่วมโชว์ศักยภาพในการประชุมภาษาจีนโลก ครั้งที่ 1

สถาบันขงจื๊อ มบส. ร่วมโชว์ศักยภาพในการประชุมภาษาจีนโลก ครั้งที่ 1

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) พร้อมด้วย ดร.สุทิพย์พร โชติรัตนศักดิ์ รองอธิการบดี และนายชวลิต จูเจี่ย ผู้อำนวยการ สถาบันขงจื๊อฝ่ายไทยและฝ่ายจีน มบส. ได้เข้าร่วมการประชุมภาษาจีนโลก ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน กรุงปักกิ่ง ซึ่งจัดโดยศูนย์ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศ (CLEC) มูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ และสมาคมการสอนภาษาจีนสากล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานราชการ องค์กรการศึกษา สถาบันการศึกษา และสถาบันขงจื๊อทั่วโลกกว่า 5,000 คน

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มบส. กล่าวว่า งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนและแสวงหาแนวทางการจัดการศึกษาภาษาจีนทั่วโลกให้มีมาตรฐานและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนการประชุมครั้งนี้ครอบคลุมในหลายประเด็น เช่น การจัดการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ การพัฒนาศักยภาพผู้สอนภาษาจีน การพัฒนาการสอนภาษาจีนเชิงบูรณาการ การจัดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างองค์กร เและการพัฒนาสถาบันขงจื๊อ เป็นต้น

ด้าน ดร.สุทิพย์พร โชติรัตนศักดิ์ รองอธิการบดี มบส. กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ผศ.ดร.ลินดา ยังได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนผู้บริหารสถาบันการศึกษาจากประเทศไทยแสดงปาฐกถาในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายและมาตรฐานการจัดการศึกษาภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ โดยผศ.ดร.ลินดาได้กล่าวถึงนโยบายที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เด็กไทยทุกระดับการศึกษาได้มีทักษะสื่อสารภาษาจีนอีกหนึ่งภาษา ซึ่งจะทำให้การเรียนภาษาจีนเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในประเทศไทย ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาในเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศมีความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในการดำเนินการ และเชื่อว่าในอนาคตจำนวนคนไทยที่สื่อสารภาษาจีนได้จะมีจำนวนมากขึ้นด้วย