เชื่อมข้อมูลพระ! ‘พวงเพ็ชร-ชลน่าน’จับมือ สนอง‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778778

เชื่อมข้อมูลพระ! ‘พวงเพ็ชร-ชลน่าน’จับมือ สนอง‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’

เชื่อมข้อมูลพระ! ‘พวงเพ็ชร-ชลน่าน’จับมือ สนอง‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.43 น.

“พวงเพ็ชร-ชลน่าน”จับมือ สนอง”ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์” เดินหน้าเชื่อมข้อมูลพระ รักษาพยาบาลตามสิทธิ สำเร็จแล้ว 1.8 แสนรูป เร่งให้ครบใน พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ร่วม “ปวารณา” สานพลังการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พุทธศักราช 2566 “ธรรมมรรคาสู่ระบบสุขภาพที่สมดุล” โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม องค์ประธานในพิธี

กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์กรพระพุทธศาสนาและหน่วยงานองค์กรภาคี ในการ “ปวารณา” หรือแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือดำเนินงานร่วมกัน ระหว่างองค์กรพระพุทธศาสนา หน่วยงานองค์กรทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนธรรมนูณสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2566  รวมถึงการขับเคลื่อนสถานชีวาภิบาลโดยองค์กรพระพุทธศาสนา และการจัดทำฐานข้อมูลพระสงฆ์ โดยมีการการบูรณาการดำเนินงานตามภารกิจด้านสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ และการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนากับการดำเนินงานด้านสุขภาพและสุขภาวะ ร่วมกับหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติฉบับนี้ เป็นฉบับที่ 2 เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกต่อคณะสงฆ์โดยร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะสงฆ์ เรากำลังจัดทำฐานข้อมูลพระสงฆ์ ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้พระภิกษุและสามเณรได้เข้าถึงการบริการสาธารณสุขและสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้อย่างทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ได้จัดทำฐานข้อมูลพระภิกษุและสามเณรเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 180,000 รูป เหลืออีกประมาณ 100,000 รูป ซึ่งคาดว่าข้อมูลทั้งหมดจะเรียบร้อยภายในเดือนพฤษภาคม 2567 และยังได้มีการจัดทำโครงการสังฆาภิบาลเพื่อพระสงฆ์อาพาธ ซึ่งวัดควรมีสถานที่สำหรับดูแลพระที่อาพาธ โดยเน้นสนับสนุนส่งเสริมวัดให้มีกุฏิ อาคาร สถานที่ในการสังฆาภิบาลดูแลพระสงฆ์ ภายใต้แนวคิดสถานชีวาภิบาล

– 006

พระธรรมยาตราถึงอนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778741

พระธรรมยาตราถึงอนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี

พระธรรมยาตราถึงอนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 12.05 น.

พระธรรมยาตราถึงอนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์) นักเรียนพื้นที่สุพรรณบุรี ร่วมกิจกรรม – ส่งเสริมศีลธรรม บ้าน-วัด-โรงเรียน ในชุมชน

3 มกราคม พ.ศ. 2567 เวลา 14.00 น. พระธรรมยาตรา จำนวน 1,140 รูป ธรรมยาตราจากวัดอัมพวัน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ไปยังมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมตตาเดินนำคณะพระธรรมยาตรา โครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 12 เข้าสู่มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์)

พระธรรมยาตราออกจากวัดอัมพวันโดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3422 เลี้ยวขวาไปยังตลาดบางลี เข้าสู่ถนนราษฏร์อุทิศ  เพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ รวมระยะทางทั้งสิ้น 7.15 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมโปรยกลีบดอกเบญจทรัพย์ต้อนรับพระธรรมยาตรา และมีครู นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี มาร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย โรงเรียนเทศบาล 3 (วัดอัมพวัน), โรงเรียนคี่ตี้, โรงเรียนวัดบ้านทึง, โรงเรียนวัดป่าพฤกษ์, โรงเรียนวัดหนองหลุม, โรงเรียนโรงเรียนวัดคณฑี, โรงเรียนเทศบาล 5, โรงเรียนเทศบาล 4, โรงเรียนเทศบาล 3, โรงเรียนวัดสองพี่น้อง, โรงเรียนวัดหัวกลับ, โรงเรียนวัดหนองโพ และโรงเรียนบ้านหนองโพธิ์ รวม 13 โรงเรียน เพื่อเป็นการส่งเสริมศีลธรรมแก่เยาวชนในชุมชน ปลูกฝังให้เยาวชนรักวัดในท้องถิ่น ตามหลัก “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ด้วย

โครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 12 จัดขึ้นโดยความร่วมมือจาก คณะสงฆ์ องค์การพุทธโลก(พล) ร่วมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก และภาคีเครือข่าย 20 องค์กร ระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม พ.ศ. 2567 ณ อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ประกอบด้วย ลำดับที่ 1 อนุสรณ์สถานมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (โลตัสแลนด์) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ ลำดับที่ 2 คลองบางนางแท่น อ.สามพราน จ.นครปฐม สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต ลำดับที่ 3 วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สถานที่เกิดใน เพศสมณะ

ลำดับที่ 4 วัดโบสถ์บน บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สถานที่เกิดด้วยกายธรรม ลำดับที่ 5 วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก ลำดับที่ 6 วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สถานที่ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย และลำดับที่ 7 วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียง เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเครือข่าย บวร บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ

ตลอดเดือนมกราคม พระธรรมยาตราทั้ง 1,140 รูปจะดำเนินกิจวัตรตามบทฝึกพระใหม่ และร่วมกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจัดพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ถวายมหาสังฆทานแด่วัดในชุมชน เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, มอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาและเยาวชนในชุมชน ปลูกฝังให้เยาวชนรักวัดในท้องถิ่นด้วยกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามหลัก “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) การรณรงค์รักษา ศีล 5 ในหมู่ประชาชน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบกิจกรรมทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5 ) ของคณะสงฆ์ไทย และจะได้นำบุญที่เกิดขึ้นน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

ปีนี้ กิจกรรมสำคัญของธรรมยาตราที่สอดคล้องกับหลัก “บวร” ได้แก่ พิธีถวายมหาสังฆทาน จำนวน 3 ครั้ง รวม 368 วัด ได้แก่ วันเสาร์ที่ 6 ม.ค. 140 วัด ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมพระมงคลเทพมุนี จ.สุพรรณบุรี, วันพุธที่ 10 ม.ค. 121 วัด ณ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม และวันเสาร์ที่ 20 ม.ค. 107 วัด ณ วัดตะเคียน จ.นนทบุรี พิธีทอดผ้าป่าทำนุบำรุงวัด 31 วัด ได้แก่ วันศุกร์ที่ 5 ม.ค. วัดอัมพวัน, วัดสองพี่น้อง, วัดใหม่พิบูลผล, วัดใหม่นพรัตน์ จ.สุพรรณบุรี วันอังคารที่ 9 ม.ค. วัดสรรเพรญ, วัดบางช้างใต้ จ.นครปฐม วัดภาวนาภิรตาราม กทม. วัดศรีเมือง จ.นนทบุรี วันเสาร์ที่ 13 ม.ค. วัดพรสวรรค์, วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี วัดตรีพาราสีมาเขต จ.พระนครศรีอยุธยา วัดนราภิรมย์ จ.นครปฐม วันพุธที่ 17 ม.ค. วัดอัมพวัน วัดบัวแก้วเกษร วัดบ่อทอง, จ.นนทบุรี วัดบางขัน, วัดเกิดการอุดม จ.ปทุมธานี วันพฤหัสบดีที่ 18 ม.ค. วัดโบสถ์บน, วัดโพธิ์เอน วัดสิงห์, วัดตะเคียน, วัดปรางค์หลวง จ.นนทบุรี วันศุกร์ที่ 19 ม.ค. วัดบางรักใหญ่, วัดลำพญา, วัดผาสุการาม, วัดศิลามูล วันอังคารที่ 23 ม.ค. วัดบางเลน, วัดบางปลา, วัดบางไผ่นารถ, วัดรางกำหยาด จ.นครปฐม วัดคู้สลอด พระนครศรีอยุธยา และเยาวชนในพื้นที่ไปร่วมบำรุงวัดด้วยกิจกรรม ความดีสากล UG5 ในวัดต่าง ๆ ตามเส้นทางมหาปูชะนียาจารย์

นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมกิจกรรมธรรมยาตราได้ตลอดเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับประเทศชาติ รวมถึงเผยแพร่วัฒนธรรมชาวพุทธแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ พิธีต้อนรับพระ 7 ครั้ง ในวันที่ 2, 3, 7, 11, 15, 21, 28 พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และจุดประทีป 7 ครั้ง วันที่ 6, 10, 14, 20, 24, 26, 31 พิธีตักบาตร 5 ครั้ง วันที่ 7, 11, 15, 21, 25 โดยติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่ http://www.ธรรมยาตรา.com, http://www.dhammakaya.net, http://www.gbnus.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.02-831-1234

จุฬาฯ ปั้น‘จุฬาฯ-บรรทัดทอง-สามย่าน’ เป็นแหล่งรวม Thai Street Food แบบใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778630

จุฬาฯ ปั้น‘จุฬาฯ-บรรทัดทอง-สามย่าน’  เป็นแหล่งรวม Thai Street Food แบบใหม่

จุฬาฯ ปั้น‘จุฬาฯ-บรรทัดทอง-สามย่าน’ เป็นแหล่งรวม Thai Street Food แบบใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปลุกพลัง Soft Power ปั้นบรรทัดทอง-สามย่าน เป็นสวรรค์ Thai Street Food รวมความโดน-เด่น-ดังของร้านอาหารหลากหลาย เน้นสุขอนามัย คุณภาพและความอร่อยแถมอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เชื่อสามารถดึงดูดผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ และผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) กล่าวว่าการพัฒนาบรรทัดทอง-สามย่านให้เป็นสวรรค์ของนักชิม ได้รวมความอร่อยหลากหลาย ทั้งอร่อยระดับตำนาน ระดับมิชลินไกด์ และอร่อยตามกระแสว่า ที่นี่จะเป็นอีกย่านหนึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้สยามสแควร์ หรืออาจจะมากกว่าก็ได้ เพราะนอกจากนักชิมจะได้ลิ้มรสความอร่อยที่หลากหลายและถูกหลักอนามัยแล้ว ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศThai Street Food แบบใหม่ ที่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี ร้านอาหารเป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางสัญจร ปลอดภัย ลูกค้าเดินทางมาง่ายและมีจุดจอดรถสะดวก

ความอร่อยสไตล์ street food ที่ย่านจุฬาฯ บรรทัดทอง สามย่าน มีให้ได้ลิ้มลองกัน 3 แนวด้วยกัน ได้แก่ ร้านดังในตำนาน เป็นร้านอาหารดั้งเดิมที่เคยอยู่ในพื้นที่นี้ ขายกันตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก เช่น ร้านโจ๊กสามย่าน ร้านเจ๊แดง ร้านน้ำเต้าหู้เจ้วรรณ ร้านดังระดับมิชลินไกด์ เช่น ข้าวต้มปลากิมโป้ ร้านเอลวิสสุกี้ & ซีฟู้ด ร้านล้งเล้งลูกชิ้นปลา และร้านอร่อยตามกระแส เช่น ร้าน CQK Mala Hotpot ร้านหนึ่ง-นม-นัว ร้านฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ร้านขนมไทยแม่เดือน อื่นๆ

“ย่านบรรทัดทอง-สามย่านมีต้นทุนที่ดีมากอยู่แล้ว คือ เป็นถนนที่มีร้านอาหารหลากหลายทั้งร้านดั้งเดิมและร้านอาหารที่ย้ายมาจากตลาดน้อยและเยาวราช” จากต้นทุนที่ดีดังกล่าวPMCU ได้ยกระดับทั้งพื้นที่ให้เป็นย่าน street food ยุคใหม่ เน้นให้ร้านอาหารต่างๆ ปรุงอาหารตามสุขลักษณะและมีการจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย สะดวกและปลอดภัย แตกต่างจากภาพลักษณ์อาหารริมทางแบบเดิม นอกจากต้นทุนด้านผู้ประกอบการอาหารริมทางที่มีอยู่แล้ว สามย่าน-บรรทัดทอง ยังเป็นทำเลทองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ทั้งนิสิต คนทำงานออฟฟิศ และนักท่องเที่ยว ที่มีความต้องการบริโภคอาหารตั้งแต่มื้อเช้าจรดมื้อค่ำ เมื่อมาชิมอาหารที่บรรทัดทอง-สามย่าน ก็จะสัมผัสถึงบรรยากาศที่คึกคักและพลังของคนหนุ่มสาว และอาจหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่นมีความสนุกสนานและมีชีวิตชีวาอีกด้วย”รองศาสตราจารย์ ดร.จิตติศักดิ์ กล่าว

‘สหพัฒน์ให้น้อง ปี 7’ ลงพื้นที่ รร. ปลูกฝังคุณธรรมและการจัดการขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778629

‘สหพัฒน์ให้น้อง ปี 7’ ลงพื้นที่ รร. ปลูกฝังคุณธรรมและการจัดการขยะ

‘สหพัฒน์ให้น้อง ปี 7’ ลงพื้นที่ รร. ปลูกฝังคุณธรรมและการจัดการขยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) สานต่อ “โครงการสหพัฒน์ให้น้อง” ปีที่ 7 ลงพื้นที่โรงเรียนมูลนิธิภูมิตะวันวิทยา จ.ปทุมธานี ตามหาน้องๆ ที่เป็นเด็กดี มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตย์ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนในสังคมไทย พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการธนาคารขยะออมทรัพย์ ปลูกฝังให้ได้เรียนรู้เรื่องการแยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะ ผ่านการเรียนรู้จากวิทยากรประจำฐาน พร้อมทั้งสอน DIY สิ่งของจากขยะเหลือทิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองโรงเรียนและชุมชน

นอกจากให้ความรู้แล้ว สหพัฒน์ยังพาน้องๆ นักเรียน ไปทำความดีรอบๆ ชุมชน โดยมีกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดที่รอรถประจำทางของชุมชน (ปากซอยโรงเรียน) เพราะเชื่อว่าโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่สามารถบ่มเพาะเยาวชนคุณภาพได้ รวมไปถึงกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การร่วมกันทำเมนูซื่อสัตย์ กิจกรรมร้องเพลงและแสดงความคิดสร้างสรรค์ประกอบเพลง “ความซื่อสัตย์” โดยได้มีการมอบประกาศนียบัตรให้เด็กๆ ที่ทำกิจกรรมร้องเพลง รวมถึงการมอบผลิตภัณฑ์ของสหพัฒน์อุปกรณ์กีฬาให้ อีกด้วย

กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778628

กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพิ่มการสนับสนุนสถานศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนทำงานใน 3 สาขา คือ สาขาเป้าหมายหลักของการพัฒนา ตามนโยบายผลักดันเศรษฐกิจและพัฒนาไปสู่เป้าหมายนโยบายประเทศ 4.0 ของรัฐบาล สาขาที่ขาดแคลนด้านสายอาชีพในท้องถิ่นจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด และอุตสาหกรรมซอฟต์ พาวเวอร์ 11 สาขา ที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ และด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เพื่อร่วมผลิตกำลังคนสายอาชีพ 2,500 คนในปี 2567 สถาบันการศึกษาสายอาชีพที่มีคุณสมบัติเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สามารถยื่นข้อเสนอโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.eef.or.th ตั้งแต่วันนี้- 9 มกราคม 2567

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กสศ. กล่าวว่า หลักสูตรและสาขาที่เปิดรับยื่นขอทุนในปีนี้ ประกอบด้วย สาขาที่หนึ่ง คือเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศ ตามนโยบายผลักดันเศรษฐกิจและพัฒนาไปสู่เป้าหมายนโยบายประเทศ 4.0 ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นหลักสูตรสมัยใหม่ ได้แก่ อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First-Curve) อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) อาทิ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมและเพื่อคุณภาพชีวิต อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์

สาขาที่สองคือ สาขาที่ขาดแคลนด้านสายอาชีพในท้องถิ่นจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งสถานศึกษาตั้งอยู่ในจังหวัดหรืออาจรวมถึงพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง โดยในปีนี้ได้เพิ่มเติมด้านอุตสาหกรรมซอฟต์ พาวเวอร์ 11 สาขาที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ด้วย เช่นสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและแอนิเมชั่นสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่น และเครื่องแต่งกาย สาขาวิชาธุรกิจความงาม สาขาวิชาเชฟอาหารไทย สาขาวิชาการธุรกิจการกีฬา สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก สาขาวิชาศิลปหัตถกรรมรูปพรรณเครื่องถมและเครื่องประดับ สาขาวิชาการถ่ายภาพและมัลติมีเดีย สาขาวิชาเครื่องประดับอัญมณี และสาขาที่สามด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) ซึ่งเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตร 1 ปี ได้แก่หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล สถานศึกษาที่ขอรับทุนต้องได้รับการรับรองจากสภาการพยาบาลอย่างน้อย 3 ปี และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งสถานศึกษาที่ขอรับทุนต้องได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา

น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงกสศ. ได้สร้างโอกาสให้เยาวชนจากครัวเรือนยากลำบาก ได้เรียนต่อสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับในสาขาความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศและท้องถิ่นแล้ว ถึง 11,768 คน โดยกลุ่มนักศึกษาที่เรียนจบแล้วและเข้าทำงานในสถานประกอบการต่างๆ สามารถสร้างรายได้สูงกว่าพ่อแม่ถึง 4 เท่า มีรายได้หลักเฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท เยาวชนกลุ่มนี้เป็นคนแรกของครอบครัวที่หลุดพ้นจากความยากจนข้ามรุ่น

เรืออากาศโทสมพร ปานดำรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า 78% ของนักศึกษาทุนมีผลการเรียนที่มีระดับดีมากเกรดเฉลี่ย 3.00 ถึง 4.00 นักศึกษาทุนรุ่นแรกที่เรียนจบในระดับปวส. มีรายได้เฉลี่ย ถึง 10,800 บาทและมีรายได้เฉลี่ยสูงสุดถึง 32,000 บาทและเกิดความร่วมมือร่วมทุนกับภาคเอกชนผ่านการยกระดับคุณภาพเรื่องหลักสูตรที่ทันสมัยในสถานศึกษาได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร อาหารและโภชนาการแมคคาทรอนิกส์ การซ่อมบำรุงระบบรางเครื่องกลงานเชื่อมยานยนต์ไฟฟ้ายานยนต์สมัยใหม่มีการพัฒนามาตรฐานการฝึกงานมีการพัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาทวิภาคีการพัฒนาเครื่องมือในการเรียนการสอน การพัฒนาครูอาชีวศึกษาในสถานประกอบการ

“การทำงานร่วมกันระหว่างกสศ.และอาชีวะ มีความสอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาเต็มกำลังความสามารถอย่างมีกัลยาณมิตรต่อกันภายใต้แนวการทำงานจับมือไว้แล้วไปด้วยกันและเรียนดีมีความสุข โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรกำลังคนของประเทศหรือทุนมนุษย์” เรืออากาศโทสมพร กล่าว

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778631

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลเกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 9 ท่าน ในงานพิธีประสาทปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นที่ 52 ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความขยันหมั่นเพียรและอดทนจะประสบความสำเร็จในอาชีพ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในด้านการทำงานและสังคม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้งยังเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สมควรยึดถือเป็นแบบอย่าง ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพฯ

รายนามศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2566 ศิษย์เก่าดีเด่น ระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ พลเอกวรวุฒิ วุฒิศิริ รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง รองศึกษาธิการ ภาค 1 สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 1 จังหวัดลพบุรี ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ นายณรงค์ สวรรค์โพธิ์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายอภิวัฒน์ หวังมีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บนกองเงินกองทอง โซลูชั่น จำกัด ศิษย์เก่าดีเด่นด้านธุรกิจ คณะบัญชี

ศิษย์เก่าดีเด่น ระดับปริญญาตรี จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นายจักรี กิจบัญชา รองผู้ว่าการประจำผู้ว่าการ และรักษาการแทนรองผู้ว่าการภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ นางสุภา ศุขภะวัน ผู้ชำนาญการพิเศษ สำนักงานบริหารโครงการเชิงกลยุทธ์ บริษัท บริการภาคพื้น ท่านอากาศยานไทย จำกัด ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะศิลปศาสตร์ นายมารุต ปรียากรนักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์เงินนอกงบประมาณด้านสังคม กองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรงการคลังศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะบัญชี นายยุทธนา นาคเมือง กรรมการผู้จัดการบริษัท POINT ARCHITECT LADN จำกัดศิษย์เก่าดีเด่นด้านพัฒนาวิชาชีพ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ และนางชวลัน อรรถสุวรรณ CEO LEELEYS GROUP ศิษย์เก่าดีเด่นด้านพัฒนาวิชาชีพ คณะบริหารธุรกิจ

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุมเติบโตมาอย่างยาวนาน ปีนี้นับเป็นปีที่ 53 ที่มหาวิทยาลัยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และยังคงพัฒนาต่อไป ภายใต้แนวคิด “ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงที่เปี่ยมด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์” เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ทันที ซึ่งศิษย์เก่าดีเด่นที่ได้รับรางวัลในวันนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านเป็นบัณฑิตของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำความรู้และประสบการณ์จริงไปประกอบอาชีพได้อย่างโดดเด่น ประสบความสำเร็จและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ในนามของมหาวิทยาลัยขอขอบคุณศิษย์เก่าทุกท่านที่ธำรงตนเป็นคนดีและมีคุณภาพขอขอบคุณที่ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศิษย์เก่าทุกท่านจะยังคงสร้างชื่อเสียงยิ่งๆ ขึ้นไป และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการดำเนินการด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม

ปชช.ประทับใจ! ‘ศูนย์อาชีวะอาสา’ Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778632

ปชช.ประทับใจ! 'ศูนย์อาชีวะอาสา' Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

ปชช.ประทับใจ! ‘ศูนย์อาชีวะอาสา’ Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.10 น.

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.66 ถึง 2 ม.ค.67 ที่ผ่านมา โดยออกให้บริการประชาชนในการตรวจสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ก่อนการเดินทาง ฟรี !!! ทั่วประเทศ  จำนวน 101 ศูนย์บริการ พร้อมนำนักเรียน นักศึกษา และครูแผนกวิชาช่างยนต์ ของสถานศึกษาให้การบริการตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ มีเต็นท์สีม่วง ป้ายบอกทางเป็นระยะก่อนถึงศูนย์บริการพร้อมให้บริการ เช่น ตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่าง ๆรวมทั้งบริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ที่นั่งพักผ่อน และแนะนำข้อมูลเส้นทางแก่ประชาชนผู้เดินทาง เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแก่ประชาชน ซึ่งในปีนี้ สอศ.ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ไฟฟ้า จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบางศูนย์บริการกว่า 50 ศูนย์ จากทั้งหมด 101 ศูนย์บริการ

นายยศพล กล่าวต่อว่า ศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ มีประชาชนมารับบริการบริการรวม 18,464 คน แบ่งเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 14,061 คัน เนื่องจากมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวด้วยพาหนะรถยนต์ และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยพาหนะรถยนต์มาใช้บริการตรวจระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่องมากที่สุด รองลงมาเป็นการตรวจสภาพยางรถยนต์ และตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำ ส่วนรถจักรยานยนต์มาใช้บริการตรวจน้ำมันเครื่อง และความสกปรกของน้ำมันเครื่องมากที่สุด รองลงมาเป็นตรวจสภาพยางรถมอเตอร์ไซด์ และตรวจสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและสัญญาณไฟตามลำดับ

ซึ่งกิจกรรมอาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ยังได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในการให้บริการของนักเรียน นักศึกษา อาทิ เป็นโครงการที่ดีมากอยากให้จัดในทุกเทศกาล,ขอขอบคุณและประทับใจนักเรียน นักศึกษาและครู อาชีวศึกษาที่ออกมาช่วยตรวจเช็คและดูแลรถยนต์ให้ก่อนการเดินทาง รวมถึงการบริการพักคน พักรถ เครื่องดื่มชา กาแฟ ที่มีอย่างครบครัน, กิจกรรมนี้ให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นอย่างดี ขอบคุณที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้ออกมาช่วยสังคมในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือในเทศกาลต่างๆ ทุกๆ ปี , เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ครูและนักเรียน นักศึกษา สามารถให้ข้อมูลและคำปรึกษาดีมากเหมือนช่างที่ศูนย์ และบางส่วนอยากให้เพิ่มจุดที่ชัดเจนในตัวเมืองเพื่อการให้บริการอย่างทั่วถึง

“นับได้ว่าเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียน นักศึกษา และครู ที่ร่วมกิจกรรมศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกของนักศึกษาอาชีวศึกษาในการมีจิตอาสา นำความรู้ ความสามารถสาขาวิชาชีพที่เรียนให้เกิดประโยชน์ เป็นผู้ให้ เป็นผู้มีความสละ นับเป็นกิจกรรมให้เด็กช่างมาปลดปล่อยในเรื่องราวดีๆ ในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุอีกด้วย” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

– 006

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778636

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.27 น.

กยศ.ตอบชัดเจน ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้ ส่วนรายที่อนุมัติและทำสัญญาแล้วจะได้รับเงินภายใน 7 วัน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่า ผู้กู้ที่มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามเกณฑ์จะไม่สามารถกู้ได้ ส่วนผู้กู้รายใดที่ได้รับอนุมัติแล้ว เมื่อผู้กู้ลงนามและทำสัญญาเสร็จเรียบร้อย จะได้รับเงินกู้ภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนจริงหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า จากกรณีข่าวนักศึกษาจากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง สอบถามเรื่องการอนุมัติเงินกู้ของผู้กู้ยืมจำนวน 2,178 ราย นั้น ขอยืนยันว่า มีผู้กู้ยืมจำนวน 2,443 ราย เป็นผู้มีงานทำแล้ว ทำให้ขาดคุณสมบัติและไม่สามารถให้กู้ได้ สำหรับรายอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนกองทุนฯได้อนุมัติเรียบร้อยทุกรายแล้ว ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อลงนามและทำสัญญาเรียบร้อยจะได้รับเงินภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า ทาง กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าทางสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

“ทั้งนี้ กองทุนฯ เป็นหน่วยงานที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลน ขอให้มั่นใจได้ว่าหากนักศึกษารายใดอยากเรียนต้องได้เรียน และขอยืนยันอีกครั้งว่าขณะนี้ไม่มีผู้กู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนค้างรออยู่ในระบบแล้ว” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าว

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778609

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.03 น.

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.66 พุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2567” ที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหารพระอารามหลวง โดยมีพระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าคณะแขวงสามพระยา เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โดยเวลา 19.30 น.จะเป็นพิธีการปาฐกถาธรรมพิเศษ มอบหลักธรรมนำทางเป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิต ส่วนพิธีการสวดมนต์ข้ามปีจะเริ่มขึ้นในเวลา 22.00 น.โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต ที่จัดทำไว้ในการทำพิธีสวดมนต์ข้ามปี โดยทางวัดได้มีการจัดเตรียมหนังสือสวดมนต์ข้ามปีให้กับประชาชนที่มาร่วมในในครั้งนี้ด้วย

น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ได้ถวายปัจจัยให้กับทางวัด เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยกล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมพิธีในคืนนี้ บรรยากาศธรรมะสวดมนต์ข้ามปี รับสิ่งดีๆในวันปีใหม่ พิธีสวดมนต์ข้ามปีในปีนี้จะเป็นกิจกรรมสำคัญพี่น้องที่ประชาชนได้ร่วมก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ลดความเสี่ยงจากอบายมุขและอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับชีวิตทั้งทางกาย ทางจิตและทางปัญญา ส่งท้ายปีเก่าด้วยธรรมะ ต้อนรับปีใหม่ด้วยศีล  เริ่มต้นชีวิตด้วยสิ่งที่เป็นสิริมงคลอันจะส่งผลให้ได้พบสิ่งที่เป็นมงคลตลอดทั้งปี รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นเมืองพระพุทธศาสนาและมีประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ควรค่าแก่การสืบทอดอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไป

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778474

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา  บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมง 44 สมาคมในพื้นที่ภาคใต้ และโรงเรียน 11 แห่งรอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมสงขลา รวมทั้งบุตรหลาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาในพื้นที่ปฏิบัติการ

นายธิติ ปรียาณุรักษ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ฐานสนับสนุนฐานพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้นำงบประมาณจากบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.อีดี ในฐานะผู้ดำเนินโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย มาจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษา ปตท.สผ.อีดี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุตรหลานชาวประมงและเยาวชนและช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยได้มอบทุนการศึกษาแก่สมาคมประมงพาณิชย์ในพื้นที่ปฏิบัติการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โรงเรียนและชุมชน ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นฐานส่งกำลังบำรุงหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้ส่งมอบทุนการศึกษาผ่านสมาคมประมงในพื้นที่ปฏิบัติการโครงการ จี1 (G1/61) และโครงการจี 2 (G2/61) รวม 44 สมาคมเพื่อนำไปจัดสรรมอบแก่นักเรียนในครอบครัวของสมาชิกสมาคมฯรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อส่งมอบแก่บุตรหลานชาวประมงที่ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี จำนวน 400,000 บาท และทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ จำนวน 400,000 บาท โดยหน่วยงานที่ได้รับมอบทุนและมหาวิทยาลัยต่างๆ มีอิสระในการพิจารณาบริหารจัดการจำนวนนักศึกษาที่จะได้รับทุนตามความเหมาะสม

สำหรับโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท.สผ.อีดี ได้มอบทุนการศึกษารวมจำนวน 812,000 บาท แก่โรงเรียน 11 แห่ง ในพื้นที่อำเภอสิงหนครได้แก่ โรงเรียนวัดเปรมศรัทธา โรงเรียนบ้านเขาแดง โรงเรียนวัดสถิตชลธารโรงเรียนวัดโลกา โรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ โรงเรียนวัดบ่อทรัพย์ โรงเรียนบ้านหัวเขา โรงเรียนวัดบ่อปาบ โรงเรียนวัดตาหลวงคง โรงเรียนสงขลาวิทยาคม และโรงเรียนเทศบาลเมืองสิงหนคร 1 (บ้านยางงาม) รวมทั้งชุมชน 3 แห่ง รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้แก่ ชุมชนบ้านทะเลนอก หมู่ 1 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ชุมชนบ้านนอกป่า-สภ.สิงหนคร หมู่ 5 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และชุมชนบ้านหน้าเมือง หมู่ 6 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

นอกจากนั้น ยังได้มอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลานข้าราชการทหารเรือ สังกัดทัพเรือภาคที่ 2 และฐานทัพเรือสงขลา ข้าราชการอำเภอสิงหนคร เทศบาลเมืองสิงหนคร สถานีตำรวจภูธรสิงหนคร และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาด้วย