@All ร.ร.วัดโคกทองราชบุรีโมเดลต้นแบบนวัตกรรม’จิตศึกษา’ฉีดวัคซีนใจให้เด็กสู่การพัฒนาชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778174

@All ร.ร.วัดโคกทองราชบุรีโมเดลต้นแบบนวัตกรรม'จิตศึกษา'ฉีดวัคซีนใจให้เด็กสู่การพัฒนาชุมชน

@All ร.ร.วัดโคกทองราชบุรีโมเดลต้นแบบนวัตกรรม’จิตศึกษา’ฉีดวัคซีนใจให้เด็กสู่การพัฒนาชุมชน

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.27 น.

มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี และ จังหวัดนครปฐม เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรม “จิตศึกษา” แบบบูรณาการ PBL และ PLC ต้นแบบของโรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทยในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ 14,000 แห่งทั่วประเทศ นำร่องโรงเรียนวัดโคกทอง จังหวัดราชบุรี

นางสาวชนิตา พิลาไชย อดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดโคกทอง (ปริปุณอินทรประชาวิทยา) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีและในฐานะประธานเครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา (ภาคกลาง) กล่าวถึงผลความคืบหน้าการใช้นวัตกรรม “จิตศึกษา” การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน หรือ “PBL” (Problem-Based Learning) และการใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ  “PLC” (Professional Learning Community)  ซึ่งมีการใช้นวัตกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการยุบ-ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 1,400 แห่งทั่วประเทศ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการนำนวัตกรรม PBL และ PLC มาใช้จากการไปดูงานที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เด็กนักเรียนในโรงเรียนวัดโคกทอง ซึ่งมีอยู่ 107 คน ได้รับวัคซีนทั้งทางจิตใจให้มีสมาธิ และมีสติ ด้วยกิจกรรมภายใต้นวัตกรรมดังกล่าว รวมทั้งยังพบว่า เด็กนักเรียนที่จบชั้นระดับประถมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังในเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้กว่า 80% 

“เครื่องมือนวัตกรรมจิตศึกษา PBL และ PLC เป็นเครื่องมือที่ป้องกันการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก หรือ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ในจำนวนโรงเรียนเล็ก 1,000 กว่าแห่งทั่วประเทศที่ถูกยุบและควบรวมโรงเรียนนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กที่ต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ซึ่งไกลบ้านมากขึ้น และทำให้วิถีชีวิตของผู้ปกครองต้องเปลี่ยน โดยต้องส่งลูกหลานไปเรียนไกลบ้าน ซึ่งพบว่าผู้ปกครองประสบปัญหาด้านรายได้ที่ลดลง หลายครอบครัวไม่สามารถส่งลูกหลานไปโรงเรียนได้ หากต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น” นางสาวชนิตา กล่าว 

ในอดีตเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โรงเรียนวัดโคกทองประสบปัญหาหลายด้าน จนแทบถูกปิดโรงเรียน ทั้งปัญหาขาดแคลนบุคลากรครูที่มีคุณภาพในการสอนและการเข้าใจเด็ก โดยนางสาวชนิตา พิลาไชย ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโคกทองในเวลานั้น เร่งนำนวัตกรรม “จิตศึกษา ” มาใช้ โดยมีการไปศึกษาต้นแบบที่โรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนวัดโคกทองเปลี่ยนเป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพในการผลิตนักเรียนให้มีคุณภาพทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย รวมทั้งมีการพัฒนาด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องทำให้มีผู้ปกครองส่งลูกหลานเข้ามาเรียนเพิ่มขึ้น และในส่วนของโรงเรียนวัดโคกทองพร้อมเปิดรับนักวิจัย เพื่อศึกษาข้อมูลการพัฒนางานด้านการศึกษาในพื้นที่โรงเรียนวัดโคกทอง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อระบบการศึกษาของประเทศไทยในระยะยาว 

ปัจจุบันโรงเรียนวัดโคกทอง จังหวัดราชบุรี ได้รับการสนับสนุนด้านทุนทรัพย์โดยนายจิราวุฒิ แซ่ตั้ง นายกสโมสรโรตารีราชบุรี ซึ่งมีแนวคิดนำเสนอแนวทางป้องกันการยุบและควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใช้หลัก 4 คำ ได้แก่ “บ้าน วัด โรงเรียน และองค์กร” (บวร + อ) ซึ่ง “อ” เป็นแหล่งเงินทุนให้งานด้านการพัฒนาการศึกษาขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมามีภาคเอกชนได้มาร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของโรงเรียนวัดโคกทอง ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง,โครงการเกษตรอินทรีย์วิถีโคกทอง และ โครงการสองล้อเพื่อน้องด้อยโอกาส (มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน) เพื่อสนับสนุนจักรยานให้นักเรียน โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้,โครงการรีสตาร์ทไทยแลนด์ ปี 2 เพื่อสนับสนุนการจ้างอัตราผู้ช่วยสอน 

สำหรับโมเดลนวัตกรรมจิตศึกษา PBL และ PLC ยังได้เป็นนวัตกรรมต้นแบบที่นำไปใช้กับโรงเรียนบ้านหนองขาม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยนางปิยนันท์ ทั่งปราณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองขาม กล่าวว่า นวัตกรรมดังกล่าวทำให้เสริมศักยภาพเด็กให้มีวิธีคิดที่มีสมาธิและมีสติ สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ และยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาชุมชนที่แวดล้อมโรงเรียน ภายใต้เครื่องมือชุด PBL และ PLC 

“โรงเรียนบ้านหนองขามต่างจากโรงเรียนวัดโคกทองจังหวัดราชบุรี ตรงที่สังคมสิ่งแวดล้อมรอบๆโรงเรียน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตกรรม ผู้ปกครองเด็กไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับลูกหลาน และไม่ได้มีปัญหาเรื่องรายได้ในครัวเรือนมากนัก ทำให้นวัตกรรมจิตศึกเป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพให้เด็กนักเรียน ขณะที่โรงเรียนวัดโคกทอง จะเห็นชัดเจนว่า นวัตกรรมจิตศึกษาเข้าไปแก้ไข และลดความรุนแรงต่างๆ จนทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองขาม กล่าว 

ทั้งนี้ ในส่วนของต้นแบบนวัตกรรมจิตศึกษา PBL และ PLC มีจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมคือ ครูวิเชียร ไชยบัง ครูใหญ และผู้ก่อตั้งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมนุษย์ให้มีความเท่าเทียมกัน การใช้นวัตกรรมจิตศึกษา PBL และ PLC นั้นเริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีเป้าหมายพัฒนามนุษย์และศักยภาพของผู้เรียนให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางจิตใจและร่างกาย รวมทั้ง “ใส่โปรแกรม” ให้นักเรียนมีทักษะการใช้ชีวิต การประกอบอาชีพ พึ่งพาตนเอง และ มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นและพัฒนาสังคม ทำให้ตารางเรียนประกอบไปด้วยหัวใจหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างปัญญาภายใน (Emotional and Spiritual Quotients) และปัญญาภายนอก (Intellectual Quotients)

สำหรับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ โครงการ “แอ็คเซส สคูล” (ACCESS School) ภายใต้แนวคิด “ชุมชนสร้างโรงเรียน โรงเรียนสร้างชุมชน” โดยสหภาพยุโรป (European Union) ให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยเน้นการลดปัญหายุบและควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการบริหารจัดการการศึกษาทั้งในระดับพื้นที่และเชิงนโยบาย เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้าน 

อำเภอคลองหลวง ร่วมวัดพระธรรมกาย และผู้นำชุมชน ปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778062

อำเภอคลองหลวง ร่วมวัดพระธรรมกาย และผู้นำชุมชน ปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล

อำเภอคลองหลวง ร่วมวัดพระธรรมกาย และผู้นำชุมชน ปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.46 น.

อำเภอคลองหลวง ร่วมวัดพระธรรมกาย และผู้นำชุมชน ปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567 – ลงนาม MOU ประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

28 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ที่ห้องสัมมนา SPD 7 E สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอคลองหลวง เป็นประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ เพื่อชี้แจงข้อราชการ และดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ

ในการประชุมฯ พระครูภาวนาสุธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ในการบรรยายธรรมจากหนังสือหยุดโลก หยุดวุ่นวาย หยุดได้ด้วยสติ จากนั้น เป็นการนำปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนาถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567 น้อมรวมบุญรวมใจอธิษฐานจิตถวายพระพร ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ปกอภิบาลประทานพร ให้พระองค์ทรงเจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากอุปัทวันตรายใดๆ ทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนาน

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ยังได้มีการประดับเครื่องหมายให้ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อน “ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เป็นตำบลที่มีความเข้มแข็ง 3 มิติ คือ ด้านความมั่นคง ด้านความมั่งคั่ง และด้านความยั่งยืน ยึดพื้นที่ตำบลเป็นฐานรากการพัฒนา ภายใต้กลไกเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร กลุ่ม/องค์กร และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนโดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน.

‘พวงเพ็ชร’ร่อนหนังสือสั่ง’พศ.’สอบด่วน’หลวงพี่โจ’โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777909

'พวงเพ็ชร'ร่อนหนังสือสั่ง'พศ.'สอบด่วน'หลวงพี่โจ'โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

‘พวงเพ็ชร’ร่อนหนังสือสั่ง’พศ.’สอบด่วน’หลวงพี่โจ’โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.29 น.

จีวรร้อนแล้ว!! “พวงเพ็ชร”ร่อนหนังสือด่วนที่สุดสั่ง พศ.ตรวจสอบ”หลวงพี่โจ”โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่นว่อนโซเชียล เตรียมประชุมพิจารณาบทลงโทษ

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการนำเสนอเนื้อหาพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งอัดคลิปในขณะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และสื่อโซเชียล Tiktok ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ( อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จ่อโดนปลด! ‘หลวงพี่โจ’เที่ยวญี่ปุ่น7วัน7 คืน เล่นหิมะพิชิตความหนาว สั่งลบคลิป-ตั้งกรรมการสอบ)

28 ธ.ค.66นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ หลังปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการนำเสนอเนื้อหาพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งอัดคลิปในขณะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ผ่านรายการดัง และสื่อโซเชียล Tiktok ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงได้สั่งการด่วนให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รีบดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบพบว่า พระที่ปรากฏในภาพข่าวชื่อ พระมหาศรนริน หรือ หลวงพี่โจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่พรุ ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประสานนายสุขพิชัย เชาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ลงพื้นที่พร้อมด้วยพระมหาสุวรรณ วิชฺชาธโร เจ้าคณะอำเภอเมืองตรัง เดินทางไปยังวัดดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงทันทีที่ปรากฏเป็นข่าว โดยได้ประสานไปยังพระครูเมธากร เจ้าอาวาสวัดไร่พรุ ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลและติดต่อพระมหาศรนริน หรือ หลวงพี่โจ เพื่อตักเตือนและให้ดำเนินการลบคลิปทั้งหมดออกจากสื่อโซเชียล ซึ่งหลวงพี่โจดำเนินการทันทีหลังจากได้รับการติดต่อ และได้ให้ข้อมูลว่า คณะจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 นี้

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ในส่วนของสำนักพุทธฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการสนองงานคณะสงฆ์ อีกทั้งเป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา หากมีสิ่งใดทำให้คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย จะต้องรีบเข้าดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขอย่างทันท่วงที ซึ่งในกรณีที่คณะสงฆ์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและตกเป็นข่าวเช่นนี้ ทางสำนักพุทธฯ ได้ประสานเจ้าคณะอำเภอเมืองตรัง และทราบว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพระสังฆาธิการจังหวัดตรัง เพื่อให้พิจารณา ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ด้วย ซึ่งบทลงโทษจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับทางคณะสงฆ์จะพิจารณา กรณีดังกล่าวถือเป็น “โลกวัชชะ” โลกตำหนิติเตียนว่าไม่เหมาะสมในสมณสารูป แต่ไม่ถึงกับเป็นอาบัติหนักแต่อย่างใด

‘เสมา1’สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777807

'เสมา1'สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

‘เสมา1’สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

“เสมา1”สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯเรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

28 ธันวาคม 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ครั้งที่ 13/2566 ว่า สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้ดำเนินการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (ว 16/2557)ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากกรณีการสอบคัดเลือกดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาก็ได้เน้นย้ำให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดนั้น วันนี้ที่ประชุมมีมติให้ยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 (อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2) และผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 อีก 1 คน  เพราะถือว่าท้าทายนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากสืบข้อเท็จจริงแล้วเชื่อว่ามีมูลเรื่องการรับผลประโยชน์ในการสอบคัดเลือกครั้งดังกล่าวจริง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ปรับวิธีการสอบคัดเลือกมาไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า เนื่องจากประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้เกษียณอายุราชการเป็นเวลา 3 ปีแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ ดังนั้นผู้เสียหายต้องฟ้องดำเนินคดีทางอาญาเอง ส่วนข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ก็จะดำเนินการสอบสวนทางวินัย 
ขณะที่ผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไม่ได้เป็นกรรมการออกข้อสอบ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีการปล่อยปะละเลยหรือไม่ ทำไมปล่อยให้คนภายนอกทำเรื่องที่มีแนวโน้มส่อไปในทางไม่สุจริตเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องสืบสวนกันต่อไป โดยตนจะสั่งการให้ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต2 ออกจากพื้นที่ไว้ก่อน

51Talk พาเด็กดาว TikTok จากไทย ร่วมประชุมสหประชาชาติ COP28

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777614

51Talk พาเด็กดาว TikTok จากไทย  ร่วมประชุมสหประชาชาติ COP28

51Talk พาเด็กดาว TikTok จากไทย ร่วมประชุมสหประชาชาติ COP28

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด.ญ.วชิรญาณ์ พุฒิโรจนกุล (น้องมิรา) วัย 6 ขวบเป็นตัวแทนของ 51Talk จากประเทศไทย ร่วมงานการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 (the United Nations Climate Change Conference) หรือ COP28 น้องมิรา ถือเป็นผู้เข้าร่วมงานที่อายุน้อยที่สุดในปีนี้โดยการประชุม COP28 มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 70,000 คน และยังเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้มีตัวแทนจาก 167 ประเทศ ที่เป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรี ผู้เจรจา นักเคลื่อนไหว และผู้นำทางความคิดระดับเยาวชนทั่วโลกเข้าร่วมพร้อมกัน ซึ่งกล่าวได้ว่างานที่จัดขึ้นเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์นี้เป็นการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นายมาร์ติน หม่า ผู้จัดการทั่วไป ของ 51Talk (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ กล่าวว่า 51Talk มุ่งมั่นกับการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากการสนับสนุนอย่างจริงจังที่เรามอบให้แก่ผู้นำเยาวชนที่เป็นแรงบันดาลใจเหล่านี้ การอบรมบ่มเพาะผู้มีความสามารถอันโดดเด่นในระดับสากลนี้ ไม่เพียงสอดคล้องกับภารกิจหลักขององค์กรเรา แต่ยังเน้นถึงความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย แพลตฟอร์มของเราเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนให้มีทักษะที่แข็งแรงเพื่อจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับโลกได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังมอบโอกาสให้คนที่สนทนาภาษาอังกฤษได้ดีแสดงความสามารถของตนเองในระดับนานาชาติอีกด้วย การส่งเสริมนักเรียนของเราเช่นนี้ช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมที่มีความหมายกับโลกใบนี้ ยิ่งกว่านั้นประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศเป็นสิ่งที่อยู่เหนือพรมแดน และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกเราทุกคนในการรับมือกับปัญหานี้

นายมาร์ติน กล่าวต่อไปว่า 51Talk (ไฟฟ์วันทอล์ก) ส่งนักเรียนดาวรุ่งของ 51Talk จากสี่ประเทศเข้าร่วมงานการประชุมแห่งสหประชาชาติ COP28 ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สี่คนเป็นนักเรียนที่มาจากไทย เขตปกครองพิเศษฮ่องกง มาเลเซีย และซาอุดีอาระเบีย และในปีนี้มีนักเรียนของเราจาก2ใน5 ประเทศได้ขึ้นไปแสดงมุมมองและความคิดเห็นบนเวที ได้แก่ แดเนียล แลมตัวแทนนักเรียน 51Talk จากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แสดงมุมมองของเธอบนเวทีในเรื่อง  “วัยรุ่นฮ่องกงกำลังตื่นตัวกับการอนุรักษ์นกอพยพ”(Hong Kong teenagers are activelyadvocating the conservationof migratory birds) และ นาวาฟอะโลทาอิบี ตัวแทนนักเรียน 51Talk จากประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีในหัวข้อ “นำให้เป็นตัวอย่าง วัยรุ่นทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ด้านสิ่งแวดล้อมได้” (Leading byExample, Every Child Can Be an Environmental Hero) 

“ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา นักเรียนจาก 51Talk ร่วมงานของสหประชาชาติ ด้วยทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยม นักเรียนได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีระดับโลก ผู้เข้าร่วมงานล้วนแต่ประทับใจกับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ฉะฉาน มั่นใจ และความคิดที่ลึกซึ้งต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของโลก ในปีนี้ ตัวแทนรุ่นเยาว์เหล่านี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่มี หากแต่ยังเผยให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งและมีเสน่ห์ของนักเรียนจาก 51Talk อีกด้วย”นายมาร์ตินกล่าวทิ้งท้าย

น้องมิรา ตัวแทนเยาวชนอายุน้อยที่สุดที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ได้แสดงความคิดเห็นถึงความสำคัญในการร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม และได้แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านช่องทาง TikTok(@miramarvelfamily) ของเธอว่า ถึงแม้หนูจะยังเด็ก แต่หนูคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรจะทำในสิ่งที่เราพอจะทำได้ในทุกๆ วัน เพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและยังขอให้คนอื่นช่วยกันทำสิ่งที่ดีขึ้นได้เช่น ประหยัดไฟ ทิ้งขยะให้เป็นที่ และเลือกเดินทางด้วยวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษหนูเชื่อว่าเราสามารถปกป้องโลกของเราได้แค่เริ่มลงมือทำวันละนิดวันละหน่อย”

ทางด้านคุณแม่ของน้องมิรา กล่าวเสริมว่า “เราขอขอบคุณ 51Talk เป็นอย่างมากที่ให้โอกาสเราได้มาร่วมงาน COP28 ในปีนี้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับน้องมิราเองและยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมีเป้าหมายในอนาคตที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเขาเองและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ และทดลองเรียนได้ที่เว็บไซต์ 51Talk Thailand หรือกด https://wap.51talk.com/landing/unonlinecampaign.html

ธรรมศาสตร์รับพนักงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777615

ธรรมศาสตร์รับพนักงาน

ธรรมศาสตร์รับพนักงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับสมัครบุคลากรเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงาน สายสนับสนุนวิชาการตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ ระดับปริญญาตรี 1 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 7 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้ที่สนใจสมัครได้ที่ http://app.bus.tu.ac.th/project07/Jobtbs.aspx หรือ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-6132252 ในวันและเวลาราชการ

ม.ศรีปทุม รับมอบรางวัลสถานศึกษาดีเด่น และผู้บริหารดีเด่นรางวัล PEF Award

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777612

ม.ศรีปทุม รับมอบรางวัลสถานศึกษาดีเด่น  และผู้บริหารดีเด่นรางวัล PEF Award

ม.ศรีปทุม รับมอบรางวัลสถานศึกษาดีเด่น และผู้บริหารดีเด่นรางวัล PEF Award

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์เปรมจิต เสาวคนธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย เข้ารับมอบโล่รางวัล PEF AWARD FOR ALL ของมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน ประจำปีการศึกษา 2566 ประเภท สถานศึกษาดีเด่น และ ดร.วรสรวง ดวงจินดา ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เข้ารับมอบโล่รางวัล ประเภท ผู้บริหารดีเด่น จากนายสุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ดร.ชาติชายพุคยาภรณ์ ประธานมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน นางสาววรเวียร์ ลุมูลพันธ์ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ ประธานจัดงานร่วมที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน ได้ก่อตั้งและดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 33 ปี ปัจจุบัน มี ดร.ชาติชายพุคยาภรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวิชาชีพครูและพัฒนานักเรียนโรงเรียนเอกชนให้มีความก้าวทันเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปีการศึกษา 2565 ได้จัดทำโครงการ Out of the Box เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนเอกชนและเครือข่ายทางการศึกษาในทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและโอกาสในการพัฒนาเยาวชน มุ่งส่งเสริมในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและการสร้างทักษะที่จำเป็นเพื่อการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ให้แก่เด็กและเยาวชนของประเทศ

ปัจจุบันปีการศึกษา 2566 ได้จัดทำโครงการ Out of the Box ต่อเนื่อง และโครงการสื่อออนไลน์สร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลที่ทันสมัย ในการส่งเสริมเด็กและเยาวชน ให้เป็นบุคคลที่ก้าวทันเทคโนโลยี รวมถึงโครงการ PEF Award for ALL เพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจให้กับผู้บริหาร ครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเครือข่ายทางการศึกษา ในการขับเคลื่อนภารกิจของการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติต่อไป

ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777616

ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

ประสาทปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ ราชบัณฑิต เป็นประธาน ในพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประจำปีการศึกษา 2565 รุ่นที่ 52 ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยมี ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวรายงานกิจการของมหาวิทยาลัย ณ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม อาคาร ดร.สุขพุคยาภรณ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) ระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคม 2566

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777611

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว  เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

นักวิจัยจุฬาฯ แปรรูปเศษวุ้นมะพร้าว เป็นสารเติมแต่งใช้ในอาหาร ยา เครื่องสำอาง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร บริษัท อำพลฟู้ดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด แปรเศษวุ้นมะพร้าวเหลือทิ้งนับเป็นตันๆ ต่อวัน โดยใช้องค์ความรู้ด้านแบคทีเรียเซลลูโลส ให้กลายเป็น “เซลโลกัม : Cello-gum” สารเติมแต่ง Stabilizer and Emulsifie ที่นำกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ลดการนำเข้าสารเติมแต่งที่ประเทศไทยต้องจ่ายปีละกว่าหมื่นล้านบาททีมนักวิจัยมั่นใจว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จะเป็นโมเดลให้กับการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่จะเพิ่มมูลค่าเศษเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร เพื่อสังคม Zero Waste ที่จะไม่มีอะไรเหลือทิ้งให้ถูกกำจัดด้วยการเผาอีกต่อไป

ศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และอาจารย์ประจำวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมวิจัย ได้แก่ รศ.ดร.ศรุต อำมาตย์โยธิน, นายวรุณ วารัญญานนท์,ปิยะวัฒน์ สาธิตวงศ์กุล และ ดร.พงษ์พัฒน์ ศุขวัฒนะกุล คือเจ้าของไอเดียที่นำไปสู่นวัตกรรมดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้โจทย์ปัญหาเรื่องขยะอาหารโดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของเสียจากกระบวนการผลิตอาหารอีกด้วย

ศ.ดร.หทัยกานต์ เล่าต่อไปว่า จุฬาฯ มีองค์ความรู้ในการนำเอาแบคทีเรียเซลลูโลส มาเข้าสู่กระบวนการทางเคมี โดยใช้โบโอเทคโนโลยีและผลิตเป็นสารเติมแต่งซึ่งสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยา และเครื่องสำอางได้ โดยคุณสมบัติของสารเติมแต่งเหล่านี้ ใช้เป็นสารช่วยควบคุมความข้นหนืดของตัวผลิตภัณฑ์และเพิ่มเนื้อในผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านมาทีมวิจัยมักใช้แบคทีเรียเซลลูโลสมาขึ้นรูปเป็นเมมเบรน เป็นฟิล์มถนอมอาหาร หรือฉลากต่างๆ แต่เมื่อได้รู้จักกับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อย่าง บริษัทอำพลฟู้ดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ส่งออกวุ้นมะพร้าวในระดับโลก ก็เกิดแนวคิดและความร่วมมือที่จะใช้องค์ความรู้แบคทีเรียเซลลูโลส ในการทำสารเติมแต่งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศษวุ้นมะพร้าว

วุ้นมะพร้าว หรือ Nata de Coco เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีลักษณะโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์เป็นแบคทีเรียเซลลูโลส (bacterial cellulose, BC) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ เช่น มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี รูพรุนมาก ดูดซับน้ำได้มาก ขึ้นรูปได้ง่าย ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ และไม่มีความเป็นพิษ เมื่อนำวุ้นมะพร้าวมาใช้เป็นวัสดุผสมหรือสารเติมแต่ง จึงช่วยให้สามารถเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ทำให้อะตอมหรือโมเลกุลของสารอื่นๆ สามารถยึดเกาะได้ดี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย

โครงการวิจัยนี้เป็น 1 ใน12 โครงการ ที่ได้ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายโครงการปั้นดาวของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) เมื่อปี พ.ศ.2563 ซึ่งทำให้ได้รับทุนสนับสนุนการสร้างโรงงานนำร่อง (pilot plant) เพื่อนำเอาเศษวุ้นมะพร้าวมาผลิตเป็นสารเติมแต่งในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง และจากความสำเร็จของโรงงานนำร่อง ทีมวิจัยเห็นโอกาสที่จะขยายกำลังการผลิตในเชิงพาณิชย์ จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอเน็กซ์จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ spin-off มาจากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) จุฬาฯ โดยการบ่มเพาะของ CU Enterprise เพื่อทดลองพัฒนางานวิจัย และเสนอโครงการตามบริษัทใหญ่ๆ ต่อไป

ปัจจุบัน เซลโลกัม อยู่ในช่วงของการหาผู้ร่วมทุน และความช่วยเหลือในด้านวิศวกรรม ทั้งเรื่องของการออกแบบเครื่องจักรและโรงงานเพื่อพัฒนากำลังการผลิตในรูปแบบของอุตสาหกรรมเต็มตัวในอนาคต พร้อมๆกับการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากเซลโลกัมแล้ว ทีมวิจัยภายใต้การนำของ ศ.ดร.หทัยกานต์ยังมีแผนที่จะพัฒนาแบคทีเรียเซลลูโลสเพื่อใช้เป็น binder ในอุตสาหกรรมการตอกยาเม็ด สารเติมแต่งในอาหารเสริม และ hydrogel ในเครื่องสำอางต่อไป

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ ‘No Gift Policy’ ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777557

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ 'No Gift Policy' ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

สพฐ.เอาจริง! ประกาศ ‘No Gift Policy’ ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกชนิด

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.29 น.

สพฐ. เอาจริง ประกาศ “No Gift Policy” ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด กำชับเขตพื้นที่ฯ โปร่งใสไร้ทุจริต

27 ธันวาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกประกาศ เรื่อง “นโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567” แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษทุกแห่ง ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรงตามนโยบายของรัฐบาล

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อไปว่า “สพฐ. ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขจัดให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ดังนั้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ สร้างวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี จึงได้ประกาศเน้นย้ำกับบุคลากรและประกาศต่อสาธารณชนว่า สพฐ. เป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ทุกคนจะไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด ที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในขณะก่อน และหลังการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาทุกระดับพร้อมปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี กำกับดูแลบุคลากรให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ตามมาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเคร่งครัด”

“สพฐ. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้นักเรียนกว่าหกล้านคน จึงขอย้ำให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมถึงสถานศึกษาทั่วประเทศ ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบที่ดีในการผลักดันให้เกิดสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ไม่กระทำพฤติกรรมใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงจะเข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบ และขอประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกทราบถึงนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) อย่างทั่วถึง

ซึ่งหากจะมีการอำนวยอวยพรใดๆ ตามประเพณีนิยมปีใหม่นี้ อาจใช้บัตรอวยพร หรือ ใช้การอวยพรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแทน หรือ หากจำเป็นต้องให้หรือต้องรับของขวัญ ก็ขอให้บุคลากร สพฐ. ทุกคน ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้หรือการรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ สพฐ. เป็นองค์กรที่โปร่งใสไร้ทุจริต เป็นที่ไว้วางใจของสาธารณชนสืบต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว.012