เลอโนโว-Google for Education มอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รร.เศรษฐเสถียร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777184

เลอโนโว-Google for Education  มอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รร.เศรษฐเสถียร

เลอโนโว-Google for Education มอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รร.เศรษฐเสถียร

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เลอโนโว ประเทศไทย ร่วมกับ Google for Education มอบอุปกรณ์อัจฉริยะ Lenovo 500e Chromebooks จำนวน 60 เครื่อง ให้แก่ครูผู้สอนและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ ศูนย์จัดการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงหลักสูตรการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสบการณ์การเรียนรู้แบบองค์รวม

นายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโวกล่าวว่า การมอบอุปกรณ์ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยส่งเสริมประสบการณ์การเรียนอันเท่าเทียมแล้ว ยังช่วยขจัดอุปสรรคในการเรียนอีกทั้งช่วยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพของตน เพราะเราเชื่อว่าผู้เรียนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยเฉพาะในด้านการศึกษา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกับ Google for Education ในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”

การใช้งานของ Lenovo 500e Chromebook จะช่วยให้นักเรียนและครูผู้สอนของโรงเรียนเศรษฐเสถียรสามารถเรียนรู้ได้ด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ฟีเจอร์แคปชั่น (Captions) ที่เป็นเครื่องมือสร้างคำบรรยายใต้ภาพอัตโนมัติสำหรับวีดีโอ ที่ยังสามารถเพิ่มไฟล์คำบรรยายเข้าไปได้ในวีดีโอได้เช่นกัน เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถอ่านคำบรรยายได้ระหว่างรับชม

นอกจากการส่งมอบอุปกรณ์อัจฉริยะแล้ว น.ส.อตินุช ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผู้จัดการสายผลิตภัณฑ์เพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เลอโนโว ประเทศไทย ยังได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ของเลอโนโว พร้อมกับตัวแทนองค์กรจาก Google for Education, DEPA, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Loxley Orbit ที่ได้เข้าร่วมโครงการการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีเชิงรุก เพื่อส่งเสริมการไม่แบ่งแยกและการขจัดอุปสรรคทางการศึกษาในครั้งนี้

NITMX มอบคอมพิวเตอร์และทีวี โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 นนทบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777186

NITMX มอบคอมพิวเตอร์และทีวี  โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 นนทบุรี

NITMX มอบคอมพิวเตอร์และทีวี โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 นนทบุรี

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX ต่อยอดโครงการตอบแทนคืนสู่สังคมผ่านโครงการ“NITMX CSR 2023 : เทคโนโลยีนี้เพื่อน้อง” ปีที่ 2 มอบเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน15 เครื่อง พร้อมโปรแกรมและสมาร์ททีวี จำนวน 1 เครื่องเพื่อใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอนณ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 (วัดโบสถ์ดอนพรหม)โดยมี นางสาววรรณชนก มั่นแน่ ผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวมุกดา ธนไมตรีจิตต์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 (วัดโบสถ์ดอนพรหม) ต้อนรับและอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ พนักงานอาสาสมัคร “NITMX Volunteer” ร่วมกันปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ให้พร้อมใช้งาน ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดและทาสี พร้อมทั้งยังมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ระบบการชำระเงินออนไลน์ (Online Payment)อย่างปลอดภัยให้แก่นักเรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

มูลนิธิอิออนมอบทุน 32 ทุน นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษาธรรมศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777187

มูลนิธิอิออนมอบทุน 32 ทุน  นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษาธรรมศาสตร์

มูลนิธิอิออนมอบทุน 32 ทุน นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษาธรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิอิออน ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิอิออน 1% คลับ และกลุ่มบริษัทอิออนในประเทศไทย มอบทุนอิออนเพื่อการศึกษา ประจำปี 2566 แก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยนายโยชิกิ โมริ ประธานกรรมการ มูลนิธิอิออน 1% คลับ นางสุพร วัธนเวคิน ประธานมูลนิธิอิออนประเทศไทยนายซึโทะมุ โอโมะเดะระ กรรมการผู้จัดการบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) นายมาซาโตชิ โอโมะโตะกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน จำกัดและนายเรียวตะ เซกิ กรรมการผู้จัดการบริษัท อิออน ท๊อปแวลู (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษา โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.ปกรณ์ วราจุศุภากุล ผู้ช่วยอธิการบดี งานด้านการพัฒนานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำคณะนิสิตนักศึกษาเข้ารับมอบทุนการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 32 ทุนรวม 2,240,000 บาท

กิจกรรมมอบทุนอิออนเพื่อการศึกษา มูลนิธิฯและกลุ่มบริษัทอิออนในประเทศไทย ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 จวบจนปัจจุบันเป็นปีที่ 14 เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ที่มุ่งเน้นด้านการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนในสังคมให้มีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักประกันในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777188

ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทาน

ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อรับประทาน

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักเรียนหอพักนอน โรงเรียนโมโกรวิทยาคม อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ปลูกผักครบวงจร ตั้งแต่เพาะเมล็ดกล้าผัก การเตรียมดิน การเพาะปลูก ดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูรักสุขภาพปลอดสารพิษ

‘อนุทิน’ เปิดงานซอฟต์พาวเวอร์ศธ. ย้ำต้องปลูกฝังเด็กให้มีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจความเป็นไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777113

'อนุทิน' เปิดงานซอฟต์พาวเวอร์ศธ. ย้ำต้องปลูกฝังเด็กให้มีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจความเป็นไทย

‘อนุทิน’ เปิดงานซอฟต์พาวเวอร์ศธ. ย้ำต้องปลูกฝังเด็กให้มีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.27 น.

‘อนุทิน’ เปิดงาน ‘EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024’ ของศธ. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 ธ.ค.นี้ ย้ำต้องปลูกฝังเด็กให้มีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจความเป็นไทย เชื่อเด็กไทยไม่แพ้ชาติใด ขณะที่ ‘ก.ศึกษาฯ’ แถลงผลงานละเอียดยิบ 10 ข้อ 

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธานพิธีเปิดงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” และแถลงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 ธ.ค.นี้ ที่ ศธ. และพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำศธ. และโฆษกศธ.กล่าวรายงาน มีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ผู้บริหารองกรหลักศธ. ครู นักเรียนจำนวนมากเข้าร่วมงาน

โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดงานตอนหนึ่ง ว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของชาวศธ. ซึ่งวันนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ติดโควิด ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ดังนั้น ตนในฐานะรองนายกฯ จึงถือว่า เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการศธ. ทั้งนี้ศธ.และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมาตนติดตามและเห็นข้อมูลมาตลอดว่า การศึกษาไทยรั้งท้าย ซึ่งก็ต้องถามกลับไปว่า เอาเกณฑ์อะไรมาวัด ตนเชื่อว่า ความสำเร็จทุกอย่างอยู่ที่ความมุ่งมั่น ยกตัวอย่างเช่น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เกิดที่จังหวัดสงขลา ได้เรียนหนังสือเช่นเดียวกันทุกคน แต่มีความมุ่งมั่น จนเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกฯ เป็นประธานองคมนตรี โดยหากย้อนกลับไปมอ ยังเห็นว่า ตัวเองโชคดีกว่า พลเอกเปรม เพราะเกิดในที่มีทุกอย่างค่อนข้างจะพร้อม เชื่อว่า ในที่นี้มีหลายคนเกิดต่างจังหวัด ได้เรียนหนังสือเหมือนนักเรียนทั่วไปแต่ก็พัฒนาได้ ทั้งหมดอยู่ที่ความมุ่งมั่น อย่าดูว่าเขาวัดอะไรอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า เราปลูกฝังอะไรให้กับนักเรียน 

“ผมเห็นนักเรียนที่มาแสดงเปิดงานในวันนี้ ผมรู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดนี้ คือ ซอฟต์พาวเวอร์ เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรม มีการออกกำลังกาย มีการยืดตัว มีความพร้อมมีความมุ่งมั่น ตรงนี้แหละคือ ซอฟต์พาวเวอร์ เพราะมีทั้งความซอฟต์ และมีพาวเวอร์ คือมีพลัง ดังนั้น ขอให้พัฒนาต่อเนื่อง ทิ้งไม่ได้ ระบบการศึกษาก็เช่นกัน อยู่ที่ว่าเราปลูกฝังให้คนเป็นคนดีแค่ไหน ทุกวันนี้แด็กสามารถเรียนรู้ได้โดยง่าย ผ่านโซเชียลมิเดียต่าง ๆโลกมีความเปลี่ยนแปลงไป  ดังนั้น ครูต้องปรับตัวเอง จะให้เด็กกลัวครู เหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้  แต่ก็ต้องให้เด็กเกรงครู จะมาลบหลู่ดูหมิ่นครู อาจารย์ไม่ได้ ความกลัวครูตั้งแต่เด็กทำให้พวกเรามีวันนี้ได้ ทุกวันนี้ผมยังฝันว่า กลัวครูอยู่เลย เพราะความกลัว จะทำให้เกิดความพยายาม และทำทุกอย่างให้ดีขึ้น” นายอนุทิน กล่าว  

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ซอฟต์พาวเวอร์ศธ. มีดีอยู่แล้ว แต่การศึกษาอาจจะต้องเน้นการเข้าถึงให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเด็กสามารถเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น สามารถเรียนรู้ได้ผ่านทางออนไลน์ ผลงาน 3 เดือนของศธ.ที่ผ่านมา ก็มีให้เห็นชัดเจน อย่างเช่น ใครที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะความชำนาญ มีพรสวรรค์ แต่ไม่ชอบเรียน ขาดใบวุฒิบัตร ก็เปิดให้เทียบวุฒิการศึกษาได้ ซึ่งตนดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ดังนั้น ทุกอย่างเป็นองคาพยพเดียวกัน ที่ตนพูดแบบนี้ เพราะอยากปลุกระดม วันนี้การศึกษาทัวร์ลงทั้งระบบ การศึกษารั้งท้าย ผลประเมินตกต่ำ  ก็ต้องปรับปรุงต้องทำให้คนใฝ่ดี ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เด็กไทยทำไม่ได้ แข่งคณิตศาสตร์ วงโยธวาทิตก็คว้าแชมป์มาแล้ว ประกวดนางงามก็ติดอันดัน เด็กเหล่านี้ก็เรียนอยู่ที่ประเทศไทย ไม่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดมาตั้งแต่เด็ก

ดังนั้น อยากขอให้คนไทยช่วยกัน ต้องทำให้เด็กใฝ่ดี เด็กวัยนี้ใส่อะไรเข้าไปเขาก็ซึมซับ ดังนั้น ต้องใส่ความมุ่งมั่น เพื่อพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น  โดยพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบ ไม่นอกกรอบเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านการศึกษา โดยสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไปคือ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งเด็กของเรายังขาดเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะเด็กรุ่นนี้ไม่ได้ดูโทรทัศน์ช่องไทย เหมือนสมัยก่อนจะมีพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้เห็นทุกวัน จึงปลูกฝังให้เราภาคภูมิใจในประเทศไทย ทำให้เรารักประเทศไทย และเห็นว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ บรรพบุรุษต้องทุ่มเทเสียสละขนาดไหน วันนี้เราสู้กันด้วยสงครามเศรษฐกิจ ไม่ได้เสียเลือดเสียเนื้อเหมือนในอดีต ดังนั้น ต้องหวงแหนประเทศไทย ทุกคนในศธ.เป็นนักการศึกษาโดยตรงต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ มอบโอกาส แรงบันดาลใจ และส่งเสริมพวกเขาเหล่านั้นให้มากที่สุด 

“ผมมาวันนี้มาให้กำลังใจ ขาดตรงไหนตามคำวิจารณ์ก็ต้องเติม แต่ไม่ใช่ว่า เราไม่มีอะไรเลย ผมไม่เชื่อว่าเราไม่มีพื้นฐาน ล้าหลังไม่มีทางพัฒนาการศึกษาไปได้  ผมขอให้กำลังใจอย่าได้ท้อถอย พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองในกรอบของประเทศไทย ทิ้งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจในบ้านเมือง เมืองไทยเราสำคัญมาก เพราะทุกคนมีครู มีความยำเกรง มีวิชา สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังในเด็ก เชื่อว่า เราไม่แพ้ใครในโลก ขอมอบเป็นนโยยบายให้ปฏิบัติ และพร้อมสนับสนุน100 เปอร์เซ็นต์“ นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวรายงานการจัดงานดังกล่าว ว่า งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 ธันวาคมนี้ ที่ศธ. และพื้นที่บริเวณโดยรอบ  สำหรับงานงาน “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” จะนำเสนอให้เห็นภาพรวมและความก้าวหน้าการดำเนินงานและพลังของชาวศธ. ที่ได้ร่วมใจนำยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติในระดับกระทรวง เพราะศธ. ไม่ใช่แค่หน่วยงานพัฒนาการศึกษาของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สามารถสร้างซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้ ศธ. มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงซอฟต์เพาเวอร์ด้านการศึกษา เข้ากับวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอผลงานตามแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ 5f ด้านการศึกษาโดยตรง 5 สาขา คือ สาขานวัตกรรมการจัดการ สาขาศิลปวัฒนธรรม สาขาแฟชั่น สาขาอาหาร สาขาดิจิทัลและสื่อสร้างสรรค์ ด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ทำให้เห็นความสามารถของเด็ก และครู บุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้วความสามารถในหลายมิติ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานทั้ง 3 วันมากกว่า 16,500 คน 

นอกจากนี้ยังจัดให้มีการแถลงผลงานในรอบ 3 เดือน ภายใต้นโยบายเรียนดี มีความสุข ดังนี้ 

1. แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมีหน่วยงานในสังกัดและในกำกับกระทรวงศึกษาธิการร่วมขับเคลื่อนดำเนินการ โดยให้สถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่การศึกษาสำรวจสภาพหนี้ครูและจัดกลุ่มครูตามภาระหนี้สิน จัดทำหลักสูตรเสริมสร้างวินัยทางการเงินในรูปแบบe-Learning และอนุมัติจัดสรรวงเงินให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2567 จำนวน 200,000,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาวะหนี้สินของข้าราชการครู ให้สามารถนำไปชำระหนี้ซึ่งส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน อันจะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนดีขึ้น ผู้เรียน เรียนดี มีความสุขตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

2. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้สำรวจจำนวนสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อ 117,852 สื่อ เพื่อเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ดำเนินการจัดเสริมความรู้คู่บทเรียนด้วยวิทยากรออนไลน์ในการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการสอบ TGAT TPAT และ A-Level ตลอดเดือนธันวาคม 2566 – มีนาคม 2567 รวมทั้งในช่วงเดือนมกราคม 2567 ได้จัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEFR ให้แก่นักเรียนผ่านแพลตฟอร์มฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ (CEFR)และหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะดิจิทัล ในรูปแบบ e-Learning เพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคคลทั่วไปสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

3. พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำกรอบหลักสูตรการพัฒนาครูแนะแนวแกนนำและการ Coaching ที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์กับการแนะแนวนักเรียนในปัจจุบัน รวมทั้งจัดทำแนวปฏิบัติการจัดกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมโฮมรูม และการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้านให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีพัฒนาการที่ดี และมีสุขภาวะทางร่างกายและจิตใจที่ดีในทุกช่วงวัย

4. จัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรวิชาชีพในการประกอบอาชีพ กระทรวงศึกษาธิการได้หารือร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเกี่ยวกับการดำเนินงานและทิศทางการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ เพื่อเสริมสร้างโอกาสให้นักเรียนอาชีวศึกษาได้มีคุณวุฒิวิชาชีพ ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพที่เชื่อมโยง กับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ Up-skill Re-Skill 1 หลักสูตร : 1 Certificate และประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ (ปวพ.)5 สาขาอาชีพ รวมทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม

5. จัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่าย กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแนวทางการสะสมหน่วยการเรียนรู้และการเทียบโอนผลการเรียนจากโรงเรียนนอกระบบสู่โรงเรียนในระบบ ดำเนินการยก (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง แนวทางการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิตการอาชีวศึกษา พ.ศ. …. และจัดทำ(ร่าง) คู่ มือแนวทางการดำเนินงาน ทบทวนระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

6.  1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายรวม 1,808 แห่ง เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา 901 แห่ง และระดับมัธยมศึกษา 907 แห่ง โดยจะประกาศรายชื่อโรงเรียนคุณภาพพร้อมทั้งเปิดตัวโครงการ และจัดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการร ภายในเดือนธันวาคม 2566

7. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเข้มข้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เน้นเพิ่มปริมาณผู้เรียนทวิภาคี ปวส. ร้อยละ 25 ปักหมุดจังหวัดทวิภาคีเข้มข้น 22 จังหวัดทั่วประเทศ ทำความร่วมมือกับศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาเพื่อสร้างธุรกิจ สร้างรายได้เพิ่ม พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน 6 โครงการ และฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นให้กับประชาชนทั่วไปตามความต้องการของชุม รวมถึงจัดทำแผนโครงการส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียนในโรงเรียน พื้นที่ชายแดนภาคใต้จำนวน 5 แห่ง และแผนการพัฒนาอาชีพสำหรับผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น 6 หลักสูตร

8. ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้สื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นการประเมินวิทยฐานะผ่านระบบ DPA (Digital.Performance.Appraisal) ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายื่นคำขอประเมินวิทยฐานะผ่านระบบ DPA รวมทั้งสิ้น 67,007 ราย โดยประเมินแล้วเสร็จ 63,429 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการประเมิน 3,578 ราย รวมถึงกำหนดแนวทางการปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เน้นตามสภาพจริง.ลดการทำเอกสาร.ขั้นตอนการประเมินไม่ซับซ้อนและเป็นธรรม โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน คำนึงถึงสภาพบริบทของสถานศึกษา และสอดคล้องกับการเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

9. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น ลดขั้นตอน ลดเอกสาร   

และ 10. จัดหาอุปกรณ์การสอน และสวัสดิการให้เพียงพอเหมาะสม     

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ศธ.ได้มีการพัฒนาหลักสูตรอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมีการหยุดนิ่ง และพยายามหมุนไปตามความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก การจัดงานวันนี้ เพื่อให้กำลังใจและทำให้เด็กทราบว่า เขามีทางเลือกในอนาคตอย่างไร การศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว มีวิธีการแสวงหาความรู้ในหลายช่องทาง ขณะเดียวกันยังพยายามให้เด็กๆ ได้เห็นว่า ถ้ามีความสามารถพิเศษ แต่อาจไม่ชอบเรียนวิชาการ ก็ยังมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเทียบวุฒิรับรองความสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า การศึกษาของไทยไม่ได้ด้อยกว่าใคร โดยนายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ทราบอยู่แล้วว่าภารกิจงาน ของศธ. เป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญมากในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จะต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ซึ่งตนได้แจ้งให้ผู้บริหารศธ. พยายามออกมาประชาสัมพันธ์งานให้ประชาชนได้รับทราบ รวมถึงรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรับ ส่วนเรื่องหนี้สินครู ก็ถือเป็นโจทย์ใหญ่ รัฐบาลกำลังจะมีวิธีการแก้ไข ซึ่งครูก็มีหนี้นอกระบบจำนวนมาก ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ จะเป็นเรื่องดี อย่างพวกส่งดอกทบต้น เสียดอกร้อยละ20 ซึ่งครูถือเป็นอาชีพที่มีรายได้ประจำก็ต้องดูว่า เขามีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในเรื่องที่รัฐบาลพยายามเร่งจะแก้ไข

“ขอย้ำว่า ศธ.จะต้องเร่งให้ความรู้กับนักเรียน ปลูกฝังให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เพื่อเตือนตัวเองว่า ประเทศมีความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ได้เพราะมี 4 สถาบันหลักค้ำจุน รวมถึงจะต้องปลูกฝังขนบธรรมเนียมให้เด็กไทย ส่วนที่จะมีการปรับปรุงเครื่องแบบลูกเสือนั้น ส่วนตัวคิดว่า เครื่องแบบก็มีความสวยงามดีอยู่แล้ว การสวมเครื่องแบบทำให้เกิดความเท่าเทียม และมีความสวยงาม ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่ามีสถาบันมีต้นสังกัด” นายอนุทิน กล่าว
 

—017

‘สอศ.-กรมที่ดิน’ร่วมผลิต’ช่างสำรวจ’แก้ปัญหาขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777108

'สอศ.-กรมที่ดิน'ร่วมผลิต'ช่างสำรวจ'แก้ปัญหาขาดแคลน

‘สอศ.-กรมที่ดิน’ร่วมผลิต’ช่างสำรวจ’แก้ปัญหาขาดแคลน

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.52 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า นายยวสันต์ สุภาภา รองอธิบดีกรมที่ดิน และคณะผู้เชี่ยวชาญ ได้มาหารือถึงกาาผลิตนักเรียนอาชีวศึกษา สาขาช่างสำรวจ เนื่องจากขณะนี้กรมที่ดินขาดแคลนกำลังคนเข้าสู่ระบบการทำงานด้านช่างสำรวจ ซึ่งกรมที่ดินมีช่างสำรวจที่เป็นอัตราข้าราชการทั่วประเทศประมาณ 3,000 กว่าตำแหน่ง แต่เนื่องด้วยจำนวนของผู้เรียนที่เข้าเรียนสาขาช่างสำรวจมีจำนวนน้อยลง ซึ่งขณะนี้สถาบันอาวศึกษาที่เปิดสอนสาขาช่างสำรวจมีอยู่จำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ เช่น วิทยาลัยเทคนิคดุสิต วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ฯลฯ แต่ว่าจำนวนของผู้เรียนสาขาช่างสำรวจมีจำนวนลดลง ซึ่งเด็กอาจอาจจะไม่เข้าใจว่าเรียนแล้วจะมีงานทำหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วนอกจากทำงานที่กรมที่ดินแล้ว ยังมีบริษัทเอกชนที่ยังมีความต้องการผู้ที่จบสาขาช่างสำรวจอีกจำนวนมาก

“เวลาประชาชนจะสำรวจรางวัดที่ดิน ก็จะมาติดต่อที่กรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินบางแห่งก็มีบุคลลากรวัดที่ดินไม่เพียงพอ บางแห่งก็ยังไม่มีคนเข้าสู่ตำแหน่งครบ ดังนั้น รองอธิบดีกรมที่ดิน จึงนำคณะมาหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอีวศึกษา ซึ่ง พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบให้ นายนพ ชีวนันต์ เลขานุการ รมว.ศธ.เป็นประธานในการหารือร่วมกับกรมที่ดิน”

เลขาธิกาา กอศ.กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกันในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อศึกษาในการจัดหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้ผู้เรียนอาชีวะที่จบ ปวช.หรือ ปวส.กลุ่มช่างสำรวจจากสถาบันอาชีวศึกษา 12 แห่ง หรือ สาขาใกล้เคียง เช่น ช่างโยธา ช่างก่อสร้าง เข้ามาอบรมระยะสั้น ก่อนส่งให้กรมที่ดินเพื่อรองรับการให้บริการประชาชนที่กรมทราดิน และบริษัทเอกชนที่เป็นเครือข่ายกรมที่ดินที่เข้ามารอบรับการให้บริการประชนในการรังวัดที่ดินให้กับประชน

“ขณะนี้เราตั้งคณะทำงานร่วมกัน คาดว่าอีกประมาณ 30 วัน น่าจะมีความชัดเจนทั้งเรื่องหลักสูตรและข้อตกลงร่วมกัน เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตาีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมที่ดินมาหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็ถือเป็นข่าวดีที่เด็กอาชีวะฯจะได้เห็นช่องทางว่าเรียนช่างสำรวจแล้วมีงานทำ และหลักสูตรสมัยใหม่จะมีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการเรียนการสอนและทางกรมที่ดินก็มีบุคลากรและมีเครื่องมือเข้ามาช่วยในการเรียนการสอนด้วย” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

อว.มอบ 9 กล่อง‘ของขวัญปีใหม่ 2567’ ส่งสุขคนไทย..‘Upskill-Reskill อาชีพ-เรียนฟรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777002

อว.มอบ 9 กล่อง‘ของขวัญปีใหม่ 2567’  ส่งสุขคนไทย..‘Upskill-Reskill อาชีพ-เรียนฟรี’

อว.มอบ 9 กล่อง‘ของขวัญปีใหม่ 2567’ ส่งสุขคนไทย..‘Upskill-Reskill อาชีพ-เรียนฟรี’

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าว “ของขวัญปีใหม่ อว. 2567 เพื่อประชาชน” ส่งความสุขคนไทย เรียนฟรีกว่า 700 รายวิชา มีใบประกาศนียบัตรนำไปประกอบวิชาชีพได้ พร้อม Upskill-Reskill อาชีพต่างๆ ฟรี! ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและกลุ่มยากจนใน 21 จังหวัด มอบแอปพลิเคชั่นหลากหลายทำชีวิตให้สะดวก ทั้งช่วยผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงยารักษาโรคการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายร้านยา รายงานสถานการณ์น้ำ-เขื่อน-ฝน-พายุทันทุกเหตุการณ์รวมทั้งภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมใช้ แถมมอบอากาศดีให้คนไทยด้วย “DustBoy”เครื่องวัด PM 2.5 ด้วยเซ็นเซอร์ช่วยกรองฝุ่นแก่ประชาชนที่เข้ามารับบริการ  

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว.กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ 2567 เพื่อส่งมอบความสุขให้กับประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา จนถึงผู้ใหญ่ ตามที่รัฐบาลได้ให้ทุกกระทรวงเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดย อว.ได้คัดสรรของขวัญปีใหม่สุดพิเศษ ทั้งหมด 9 กล่อง เพื่อส่งความสุขให้กับคนไทย ดังนี้

กล่องที่ 1 “สู่รั้วอุดมศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” มอบแก่ลูกๆ นักเรียนกว่า 125,000 คนทั่วประเทศ โดย TCAS67 ในรอบแอดมิชชั่นนั้น ทุกคนจะได้รับสิทธิ์เลือกคณะ 10 อันดับ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 900 บาทต่อคน ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

กล่องที่ 2 “ภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมใช้ เพื่อคนไทยทุกคน” โดย อว.ให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมธีออส-2ให้กับประชาชนที่สั่งถ่ายภาพ ในพื้นที่100 ตารางกิโลเมตร ด้วยความละเอียดสูงสุด 50 เซนติเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ได้

กล่องที่ 3 ผูกโบคอร์สออนไลน์เรียนฟรี มอบความรู้ให้คนไทยด้วย “อว. อะคาเดมี่ : สร้างงานสร้างคน สร้างรายได้” กับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ “RTA Thai MOOC” เพื่อ Upskill-Reskill ที่มีให้เลือกตามความสนใจ กว่า 700 รายวิชา ที่เข้าเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีใบประกาศนียบัตร เพื่อนำไปประกอบวิชาชีพได้ ขณะที่ ยังพาเหรดหลักสูตรอบรม Upskill-Reskill อาชีพต่างๆ ฟรี ! ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกลุ่มยากจนใน 21 จังหวัด โดยสถาบันวิทยาลัยชุมชน 21 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังมีหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย

กล่องที่ 4 ของขวัญที่ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยสมาร์ทกว่าที่เคย ด้วย “MHESI APP” แอปพลิเคชั่น ที่ใช้ง่าย สืบค้นไว และตอบโจทย์ผู้ใช้ อันได้แก่ “โอเพ่นไทยจีพีที กับดิกชันนารีภาษาไทยกว่า2 ล้านคำ” ตัวช่วยการสืบค้นข้อมูลการแปลภาษา และการสร้างข้อมูลอัตโนมัติเป็นภาษาไทย “Traffy Fondue(ทราฟฟี่ฟองดูว์)” แพลตฟอร์มรับเรื่องและบริหารจัดการปัญหาเมือง ที่ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาที่พบเจอให้หน่วยงานดำเนินการแก้ปัญหาได้ “A-MED Care Pharma” แพลตฟอร์มหลังบ้านด้านสาธารณสุข ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง เข้าถึงยารักษาโรคกว่า 16 อาการอย่างทั่วถึง ตัวช่วยหลังบ้านเพื่อจัดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ผ่านเครือข่ายร้านขายยา“Thai Water Mobile” แอปฯ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศ สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำ-เขื่อน-ฝน-พายุ ที่ทันทุกเหตุการณ์ และครอบคลุมทุกพื้นที่

กล่องที่ 5 เพื่อให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ค้นหาแรงบันดาลใจ กับ “อว. เปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ด้วยพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมพิเศษ” ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ในช่วงปีใหม่ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ อพวช. คลองห้า จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่รัชดา เชียงใหม่ และนครราชสีมา  Space Inspiruim แหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี กิจกรรมการดูดาวรอบพิเศษยามค่ำคืน ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น ห้องปฏิบัติการแสงซินโครตรอนสุดล้ำ ที่ จ.นครราชสีมา หอปรัชญารัชกาลที่ 9 พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จ.เชียงราย การจัดงาน Coding ERAกิจกรรมพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม หรือ Coding เพื่อพัฒนาศักยภาพคนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เป็นต้น

กล่องที่ 6 “MHESI E- Book” ของขวัญแก่หนอนหนังสือ กับ E- Bookที่สะดวก อ่านง่าย กับแหล่งรวมหนังสืองานวิจัยและนวัตกรรม องค์ความรู้ต่างๆ เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วตั้งแต่วันนี้  

กล่องที่ 7 “นวัตกรรมและงานวิจัยเพื่อสังคม” ของขวัญที่ อว.จะมอบอากาศดีให้คนไทย ด้วย “DustBoy”เครื่องวัด PM2.5 ด้วยเซ็นเซอร์ที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 500 เครื่อง พร้อมจัดพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยกรองฝุ่น แก่ประชาชนที่เข้ามารับบริการ ได้ถึงร้อยละ 60 รวมถึงผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ดูดซึมน้ำสูง วัสดุปลูกพืชประเภทสารอุ้มน้ำเพื่อให้พืชได้รับน้ำในดินแม้เป็นช่วงแล้ง แจกฟรีคนละ 1 กก. จำนวน 1,000 คน นอกจากนี้ ยังขอมอบ“เท้าเทียมไดนามิก “sPace” คุณภาพสูงให้แก่ผู้พิการขาขาดตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้ดีขึ้นอีกด้วย

กล่องที่ 8 “บริการตรวจวัด – สอบเทียบ” ของขวัญที่ อว. ให้บริการตรวจวัด – สอบเทียบฟรี เช่น บริการตรวจวัดอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น บริการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ภาคประชาชน รวมถึงลดค่าบริการกลุ่มบริการอุตสาหกรรมต่างๆ

และของขวัญกล่องสุดท้ายกล่องที่ 9 “บริการจุดพักรถตรวจเช็คสภาพรถฟรี เพื่อการขับขี่ปลอดภัย” เพื่อบริการประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานของ อว.เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว และสถานีวิจัยลำตะคอง เป็นต้น ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ดูแลคนไทย อุ่นใจตลอดเส้นทาง

“ของขวัญปีใหม่ทั้ง 9 กล่องจาก อว. ตั้งใจเพื่อส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ 2567 แก่ทุกท่าน โดยมุ่งเน้นสร้างผลงานเพื่อตอบโจทย์ประเทศและความต้องการของประชาชน และดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ขอให้คำมั่นว่า จะพา อว. เดินหน้าทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้สมกับการเป็นกระทรวงแห่งปัญญา โอกาสและอนาคต” น.ส.ศุภมาส กล่าว

ศุภนิมิตฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แห่งการให้ มอบ 2 แคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777003

ศุภนิมิตฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แห่งการให้ มอบ 2 แคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี

ศุภนิมิตฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แห่งการให้ มอบ 2 แคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กว่า 50 ปีที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้มุ่งมั่นแบ่งปันความรัก ผ่านการให้ในรูปแบบต่างๆ ด้วยการสนับสนุนจากผู้อุปการะ ผู้บริจาค และเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อร่วมกันตอบสนองความต้องการเร่งด่วนให้กับชุมชนที่ยากจนที่สุด และช่วยให้พวกเขาฟื้นจากวิกฤต ด้วยการมอบของขัวญที่มีคุณค่า ตรงต่อความต้องการ ผ่านแคมเปญ Best Gift ในช่วงท้ายปีนี้

ในปีนี้แม้วิกฤตต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ความยากจน การมีรายได้ที่ไม่แน่นอน การขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อซื้อปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การไม่มีงานประจำ ยังคงทำให้เด็กและชุมชนที่เปราะบางในพื้นที่ห่างไกล เกิดความยากลำบากในการดำเนินชีวิต รวมถึงการขาดโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพของชีวิตในด้านต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลของ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับปี พ.ศ. 2564 พบว่าสถานการณ์ความยากจนของเด็กรายตัว โดยใช้ผลชี้วัดในมิติต่างๆ พบว่า มิติด้านการศึกษา เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อความยากจนของเด็กในอนาคตมากที่สุด โดยมีความขัดสนมากถึงร้อยละ 13.96 ของประชากรเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กในวัยเรียนที่มีอายุระหว่าง 5-17 ปีที่มีอยู่เป็นจำนวนมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในการส่งเสริมพัฒนาเด็กที่ถูกต้องของครอบครัว ทั้งที่มีนโยบายเรียนฟรีจากภาครัฐคอยสนับสนุน

ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ เราในฐานะองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับดีเด่น ประจำปี 2565 (Human Rights Awards 2022) ประเภทภาคประชาสังคม ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นทำในสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “การให้” เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางยากไร้ ในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากผู้อุปการะ ผู้บริจาค ซึ่งเปรียบเสมือนฮีโร่ ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังคงมีเด็ก ๆ ที่รอคอยความช่วยเหลือจากสังคมอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้จัดทำแคมเปญ Best Gift แคมเปญที่พวกเราจะมีโอกาสร่วมมอบของขวัญที่ดีที่สุด ที่มีคุณค่า และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 โครงการด้วยกัน ได้แก่ โครงการ “เติมชีวิตด้วยการให้” เพื่อเป็นการส่งมอบของขวัญ ที่ตรงกับความต้องการของผู้รับมากที่สุดในรูปแบบของ Gift Catalogue มูลนิธิศุภนิมิตฯ เชื่อว่ารายการของขวัญเหล่านี้ จะช่วยเสริมพลังให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน สามารถสร้างอนาคตให้กับพวกเขาได้ในระยะยาว และอีกหนึ่งโครงการในแคมเปญนี้ “โครงการอุปการะเด็ก” ซึ่งเป็นโครงการหลักในการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ถือเป็นของขวัญที่ไม่ได้สร้างความสุขเฉพาะในรูปแบบสิ่งของที่จับต้องได้ แต่คือความอยู่ดี กินดี และมีสุขของเด็กเปราะบางยากไร้เพื่อนำไปสร้างโอกาสทางการศึกษา และโอกาสชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำการสำรวจความต้องการ และความจำเป็นของ เด็ก ครอบครัว และชุมชน จากกลุ่มเป้าหมาย 63 โครงการ ใน 39 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนินงานอยู่ เพื่อจัดทำแคมเปญทั้ง 2 นี้ อาทิ แคมเปญที่ 1 โครงการ“เติมชีวิตด้วยการให้” แคมเปญที่ 2 โครงการ “อุปการะเด็ก”ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงได้

สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบของขวัญเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับเด็ก ครอบครัว และชุมชนเปราะบางยากไร้ให้พวกเขาเหล่านี้ สามารถคืนชีวิต และฟื้นฟูความหวังได้ด้วยโครงการ “เติมชีวิตด้วยการให้” โดยการคลิก เติมชีวิตด้วยการให้ – มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (worldvision.or.th) และสนับสนุนโครงการ “อุปการะเด็ก”ได้ที่ https://www.worldvision.or.th/support-us/sponsorachild/

เด็กไทยคว้าทองงานนวัตกรรม‘AEII 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777004

เด็กไทยคว้าทองงานนวัตกรรม‘AEII 2023’

เด็กไทยคว้าทองงานนวัตกรรม‘AEII 2023’

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำทีมนักประดิษฐ์ไทยสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ในการคว้ารางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในงาน AEII 2023 ในระดับต่างๆ โดยส่วนหนึ่งของผลงานที่ได้รับรางวัล ในระดับเหรียญทอง ได้แก่

ผลงานเรื่อง “BioCa : สารเสริมธาตุอาหารแคลเชียมชีวภาพสำหรับพืช” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมได้รับรางวัล The 3rd Prize of Inventions Geneva Award on stage จาก สมาพันธรัฐสวิส, ผลงานเรื่อง “OxyRock” โดย นายจีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ และคณะ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผลงานเรื่อง “วัสดุทดแทนกระดูกชนิดปรับความสามารถในการย่อยสลายได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาทางออร์โธปิดิกส์” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆขันธะชวนะ และคณะ จาก มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมถุงเพาะชำประสิทธิภาพสูงเสริมธาตุอาหารสำหรับพืชเก็บเกี่ยวราก” โดย นายขุนทอง คล้ายทอง และคณะ จาก รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี, ผลงานเรื่อง “เส้นพลาสติกหน่วงไฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับการพิมพ์สามมิติ” โดย ดร.ชุติพันธ์เลิศวชิรไพบูลย์ และคณะ จาก ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.,ผลงานเรื่อง “โดรนกู้ภัยชายหาด” จาก ส.กีฬาเครื่องบินจำลองฯ พร้อมได้รับ Special Prize on stage จาก China Association of Inventions สาธารณรัฐประชาชนจีน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้ร่วมในพิธีมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับนักประดิษฐ์นักวิจัยที่ได้รับรางวัลจากเวที AEII 2023 ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและการยอมรับในมาตรฐานของผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของประเทศไทยในระดับสากลรวมทั้ง วช.จะได้ส่งเสริมและต่อยอดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์และการสร้างโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพและการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

วง 4 EVER โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777056

วง 4 EVER  โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest

วง 4 EVER โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.35 น.

วง 4 EVER  โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest ‘เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์’

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2566 ที่วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ นายธานี หะยีมะสาและ ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหาสุดยอดวงดนตรีเยาวชนจังหวัดกระบี่ MCOT Acoustic Band Contest  “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์”  พร้อมด้วย นายวรรชัย นุราภักดิ์ ผู้จัดการศูนย์บริหารวิทยุกระจายเสียงภาคใต้ อสมท , นายสหัส ทุมรัตน์ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.กระบี่และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน และนางสาวสุเกษร ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ,นางสาวโรจนา บุญชูวงศ์ นายสถานีวิทยุ อสมท จ.กระบี่ คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 

โดยบรรยากาศการประกวดเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน มีวงดนตรีนักเรียนเข้าร่วมประกวดในรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 7 วง จากทั้งหมด 16 วงดนตรีที่สมัครเข้าร่วม  และได้รับเกียรติจากนายครรชิต แต่พันธ์ (ครูขวัญ)  โรงเรียนดนตรีอัจฉริยะ Smart Music ,นายกิตติสหัส ธรรมาภิรักษ์ ( อ.น้อย มือไวโอลิน วงคาราวาน)  และนายศุภวัฒน์ มนต์แก้ว ( ครูนิค) ซึ่งเป็นนักดนตรีมืออาชีพมาร่วมตัดสิน ผลการประกวดปรากฏว่า วง 4 EVER  จากโรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์” รับเงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วงพนมเบญจา จากโรงเรียนพนมเบญจา อ.เขาพนม รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วงปังปอนด์และผองเพื่อน จากโรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล  รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย มี 2 รางวัล ได้แก่ วง KBS Band โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย อ.คลองท่อม และวงรักษ์ไทย โรงเรียนคลองพนสฤษดิ์พิทยา อ.คลองท่อม รับเงินรางวัล 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และรางวัลปลอบใจอีก 2 วง ได้แก่ วงโคม วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ และวง SAALENG BAND วงดนตรีอิสระ รับเงินรางวัล 500 บาท พร้อมเกียรติบัตร 

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้  สถานีวิทยุ อสมท จ.กระบี่ ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.กระบี่ และ สสส ได้จัดขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนจะได้แสดงความรู้ความสามารถ แสดงออกในทางที่ถูกต้อง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้มีความภาคภูมิใจในตัวเองและมีภูมิคุ้มกันจากอบายมุขต่างๆ รวมทั้งเป็นการพัฒนาทักษะทางด้านดนตรี รวมถึงเป็นไปตามนโยบายของ บมจ อสมท ซึ่งเป็นองค์กรสื่อสารมวลชน ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจสื่อที่สร้างสรรค์สังคมไทย ตามแนวคิด สื่อดี สังคมดี  ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมในด้านต่างๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อน สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่อีกด้วย โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่างๆและผู้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี —017

ขอบคุณภาพจาก Mcot