ม.ศรีปทุม จัดงานวันฮาโลวีน กิจกรรมสร้างสรรค์และสนุกสนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769491

ม.ศรีปทุม จัดงานวันฮาโลวีน  กิจกรรมสร้างสรรค์และสนุกสนาน

ม.ศรีปทุม จัดงานวันฮาโลวีน กิจกรรมสร้างสรรค์และสนุกสนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์พนรัญชน์ ยังสุข ผู้อำนวยการ กลุ่มงานกิจการสัมพันธ์ มอบรางวัลและของที่ระลึก แก่นักศึกษาที่ชนะการประกวดแต่งหน้าผีฮาโลวีน “SPU Halloween Party 2023” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ผีอีเม้ย” No.1 (85) นายปฏิมา บำรุงกิตติคุณ นักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย สาขาวิชาการออกแบบกราฟิก, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “มาลี ฟิเซ้น” นายธนายุทธ วิขัมภจิตร นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการแสดง, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “ผีตู้เซฟ” นายเกียรติศักดิ์ ถาบัวคำ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล และรางวัลชมเชย ได้แก่ “ผีย่าบาหยัน” นายจิรเดช จันทร์ถา นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการแสดง

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดให้มี BOOTH แต่งหน้าผี 3 Style 5 Booth สำหรับเลือกแต่งหน้าผีได้ตามใจชอบในรูปแบบต่างๆ โดยทีมนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากสาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ ที่มาบริการแต่งหน้าให้กับน้องๆ ในงานฟรีจัดบูธสำหรับให้นักศึกษาได้ถ่ายภาพสติ๊กเกอร์ฟรี เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งบรรยากาศภายในงานเด็กๆ สนุกสนานและชื่นชอบกันมากที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน) จัดโดยกลุ่มงานกิจการสัมพันธ์ SPU

มูลนิธิเฮอริเทจมอบเครื่องบริโภค ชุมชนบ้านกาใส จ.น่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769488

มูลนิธิเฮอริเทจมอบเครื่องบริโภค ชุมชนบ้านกาใส จ.น่าน

มูลนิธิเฮอริเทจมอบเครื่องบริโภค ชุมชนบ้านกาใส จ.น่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ ส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้เครือเฮอริเทจ ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำนมอัลมอนด์ จำนวน 504 กล่อง, ถั่วพรีเมียมอบพร้อมทาน, ผลิตภัณฑ์อัลมอนด์ จำนวน 720 ซอง ให้แก่ชุมชนบ้านกาใส โดยมี นายเดี่ยว เสนาวงศ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านกาใส เป็นตัวแทนรับมอบ ณ วัดพระธาตุเจดีย์ศรีกาใส จังหวัดน่าน เมื่อวันก่อน

สมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา จัดงานวัฒนาแฟร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ART BEAT’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769496

สมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา จัดงานวัฒนาแฟร์  ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ART BEAT’

สมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา จัดงานวัฒนาแฟร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ART BEAT’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และ สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา เตรียมสานต่อ วัฒนธรรมชาววัฒนา จัดงานวัฒนาแฟร์ “WWA FAIR 2023 ART BEAT” ในบรรยากาศงานคริสต์มาส ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยงานศิลปะกลางแจ้ง Art in the Garden และสวนสนุกเต็มรูปแบบ รวมถึงบูธสินค้า อาหาร เครื่องดื่มกิจกรรมจัดเต็มกว่า 200 บูธ และเสียงเพลงเติมเต็มความสนุกสนานจากโชว์ประสานเสียงคริสต์มาสแครอลสุดพิเศษ คับคั่งด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินดังตลอดทั้งคืน พบกัน 16 ธันวาคม 2566 นี้เริ่มเวลา 11.00-23.00 น. ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สุขุมวิท 19 (เดินทางลง BTS อโศก)

ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา เปิดเผยว่า WWA FAIR หรือวัฒนาแฟร์ จัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่กว่า 100 ปีก่อน ในอดีตที่โรงเรียนวัฒนาฯ ยังใช้ชื่อเรียกว่าโรงเรียนวังหลัง งานวัฒนาแฟร์ถือเป็นงานใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีการบันทึกไว้ว่าเป็นงานปีของโรงเรียนที่จัดเลี้ยงนักเรียนที่จบการศึกษา มักจัดในฤดูหนาวเดือนธันวาคมช่วงเทศกาลคริสต์มาส มีการเชิญเพื่อนมาเยี่ยมชมงาน และมีการออกร้านขายของที่มาจากผลงานของนักเรียน ทั้งงานเย็บ, ปัก, ขนมเค้ก,
ลูกกวาด, ผลไม้กวน รวมถึงมีการแสดงละครสั้นหลายเรื่องเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแขกที่มาร่วมงานอีกด้วย

“WWA FAIR 2023” จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ART BEAT” ที่จะแต่งแต้มให้บรรยากาศงานอบอวลด้วยความสร้างสรรค์ของงานศิลปะกลางแจ้ง Art in the Garden จากผลงานของนักเรียนวัฒนาฯ ที่เคล้าคลอกับบทเพลงจังหวะสนุกสนานต้อนรับช่วงส่งท้ายปีในสีสันของธีมเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งภายในงาน อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์ อดีตอาจารย์ใหญ่และศูนย์รวมความรักของชาววัฒนา ให้เกียรติมาร่วมส่งความรักในพิธีกดปุ่มเปิดไฟต้นคริสต์มาส พร้อมร่วมแขวนเครื่องประดับกับศิษย์เก่าบนต้นคริสต์มาส “TREE OF GIVING” ที่เป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญภายในงาน

WWA FAIR 2023 ART BEAT ภายในงานจะเป็นสวนสนุกเต็มรูปแบบ มีชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุนยิงเป้า ปาโป่ง และซุ้มเกมต่างๆ บูธสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมจากของนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า รวมกว่า 200 บูธ มีโชว์พิเศษ การร้องเพลงคริสต์มาสจากวงประสานเสียงที่ชนะรางวัลระดับโลกโดยนักเรียนโรงเรียนวัฒนาฯ กว่า 100 คน ซึ่งถือเป็นการร้องเพลงคริสต์มาสแครอลที่มีจำนวนคนร้องมากที่สุดในประเทศไทย คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ Sarah
Salola, DEPT, สาว สาว สาว,บุปฝา กิ่งชัชวาล (ธรรมบุตร), ผิงผิง-สรวีย์, โรส-ศิรินทิพย์, จันทนีย์ พงศ์ประยูร (อูนากูล)

ผู้สนใจเปิดบูธแสดงสินค้าภายในงาน สามารถจับจองพื้นที่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 095-8929456 (คุณต่าย)

ธรรมศาสตร์ รับสมัครอาจารย์ด้านการเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769494

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับสมัครอาจารย์ด้านการเงิน 1 อัตรา ตั้งแต่นี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก หรืออยู่ระหว่างศึกษาระดับปริญญาเอกโดยผ่านการสอบประมวลวัดผล Ph.D. Candidate ทางด้านหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียด ได้ที่ https://www.tbs.tu.ac.th/aboutus/job-opportunities สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.085-5636355 ในวันและเวลาราชการ

ม.ปักกิ่งติดอันดับ 1 ดีที่สุด 2ปีซ้อน ไทยมีอาจารย์ต่างประเทศสัดส่วนสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769497

ม.ปักกิ่งติดอันดับ 1 ดีที่สุด 2ปีซ้อน  ไทยมีอาจารย์ต่างประเทศสัดส่วนสูง

ม.ปักกิ่งติดอันดับ 1 ดีที่สุด 2ปีซ้อน ไทยมีอาจารย์ต่างประเทศสัดส่วนสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเอเชีย 2567 โดยคิวเอส (QS World University Rankings : Asia 2024) คือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยพิจารณาจากการเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการและในหมู่ผู้จ้างงาน ความสามารถในการวิจัย ทรัพยากรในการเรียนการสอน และความเป็นสากล มหาวิทยาลัยปักกิ่งรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชียเป็นปีที่สองติดต่อกัน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยฮ่องกงเป็นอันดับที่สอง และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์เป็นอันดับที่สาม และไทยมีความโดดเด่นในด้านการมีคณาจารย์จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง

การจัดอันดับปีนี้ ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีมหาวิทยาลัย 857 แห่ง จาก 25 ประเทศ และดินแดนต่างๆรวมถึงมหาวิทยาลัยใหม่ๆ 149 แห่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อการจัดอันดับมาก่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วถึง 30 แห่ง อินเดียเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับมากที่สุดถึง 148 แห่งจีนแผ่นดินใหญ่ติดอันดับ 133 แห่ง และญี่ปุ่น 96 แห่ง นอกจากนี้แล้วยังมีมหาวิทยาลัยจากเมียนมา, กัมพูชา และเนปาล รวมอยู่ในการจัดอันดับเป็นครั้งแรกอีกด้วย

จีนเป็นผู้นำเอเชียในฐานะศูนย์กลางการวิจัย โดยมีมหาวิทยาลัย 24 แห่ง ติด 50 อันดับแรกในด้านจำนวนครั้งที่งานวิจัยแต่ละฉบับได้รับการอ้างอิง (Citations per Paper)
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่างานวิจัยของมหาวิทยาลัยเหล่านี้มีอิทธิพลในระดับสูงอินเดียมีความโดดเด่นในด้านปริมาณงานวิจัย โดยมีมหาวิทยาลัย 7 แห่ง ติด 10 อันดับแรกในด้านจำนวนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อจำนวนอาจารย์(Papers per Faculty) และอินเดียยังขึ้นชื่อว่ามีสัดส่วนบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกเป็นจำนวนมากอีกด้วย ญี่ปุ่นยังคงมีชื่อเสียงที่ดีในระดับสากลทั้งในหมู่ผู้จ้างงานและแวดวงวิชาการ

ในขณะที่คาซัคสถานเป็นผู้นำในเอเชียกลาง โดยมีมหาวิทยาลัย 1 แห่ง ที่ติด 100 อันดับแรก สิงคโปร์รักษาตำแหน่งแนวหน้าในด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเอเชีย โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่ง ติด 5 อันดับแรกและมีอิทธิพลอย่างมากในด้านงานวิจัย ขณะที่เกาหลีใต้ก็มีความเป็นเลิศในด้านวิชาการ โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่ง
ก้าวขึ้นมาอยู่ใน 10 อันดับแรก มหาวิทยาลัยในมาเลเซียได้รับการยอมรับว่าโดดเด่นด้านความเป็นสากล ส่วนอิหร่านเป็นผู้นำของเอเชียในด้านผลิตภาพของงานวิจัยและจำนวนบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก อินโดนีเซีย และไทยมีความโดดเด่นในด้านการมีคณาจารย์จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง และเวียดนามทำผลงานได้ดีที่สุดในแง่ชื่อเสียงในหมู่ผู้จ้างงาน

เบสท์ เอ็กซ์เพรส-มหาวิทยาลัยเกริก ร่วมมือส่งเสริมการจัดการสหกิจศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769495

เบสท์ เอ็กซ์เพรส-มหาวิทยาลัยเกริก  ร่วมมือส่งเสริมการจัดการสหกิจศึกษา

เบสท์ เอ็กซ์เพรส-มหาวิทยาลัยเกริก ร่วมมือส่งเสริมการจัดการสหกิจศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.อีริค เหลียง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจเบสท์ โกลบอล (Deputy General Manager of BEST Global) ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทั่วไทย BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) และ รศ.สุพัฒน์ ธีรเวชเจริญชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยเกริก ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในโครงการ “แนวทางการส่งเสริมการจัดการสหกิจศึกษา และการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and work integrated Education)” ณ มหาวิทยาลัยเกริก เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จะได้เรียนรู้ พัฒนาตนเองให้มีความพร้อมในการประกอบวิชาชีพ การก้าวสู่ระบบการทำงาน รวมถึงมีทักษะที่พร้อมในการให้ความรู้และทำงานจริงทางด้านโลจิสติกส์และธุรกิจการขนส่ง พร้อมส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงาน และการปฏิบัติงานจริง

มมส-มูลนิธิบัวหลวง จัดแสดงผลงาน จิตรกรรมบัวหลวงสัญจร ที่มหาสารคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769489

มมส-มูลนิธิบัวหลวง จัดแสดงผลงาน  จิตรกรรมบัวหลวงสัญจร ที่มหาสารคาม

มมส-มูลนิธิบัวหลวง จัดแสดงผลงาน จิตรกรรมบัวหลวงสัญจร ที่มหาสารคาม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับมูลนิธิบัวหลวง จัดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวงสัญจร (Bualuang Paintings Exhibition On Tour)

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยรศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายอภิชาต รมยะรูป เลขานุการคณะกรรมการตัดสินรางวัลจิตรกรรมบัวหลวง ร่วมเปิดนิทรรศการ ณ หอศิลป์พระพิฆเนศวร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

งานแสดงจิตรกรรมบัวหลวงสัญจรครั้งนี้ มีกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์คือ ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ศิลปินอาชีพกับการตลาด ในอดีตและปัจจุบัน” โดย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2554 และนอกจากจะแสดงผลงานศิลปินจิตรกรรมบัวหลวงแล้ว ยังเปิดให้ศิลปินอื่นๆ นำผลงานเข้าร่วมแสดง เยาวชน และประชาชน ในท้องถิ่น และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมชมงานศิลปะดังกล่าวได้ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2566 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

‘บพข.’กองทุน’ววน.’หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769508

'บพข.'กองทุน'ววน.'หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

‘บพข.’กองทุน’ววน.’หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.45 น.

บพข. กองทุน ววน. หนุนงานวิจัยท่องเที่ยวไทย ชูประเด็นท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ผนึกกำลังผู้ประกอบการ นักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวไทย ร่วมงาน WTM 2023 ณ กรุงลอนดอน มุ่งเป้าดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเน้นท่องเที่ยวยั่งยืน

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (บพข.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว คณะนักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของไทย ร่วมงาน WTM 2023 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2566 ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ชูประเด็นการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล พร้อมผนึกกำลังผู้ประกอบการ นักวิจัย และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวไทย ร่วมงาน WTM 2023 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และมีความสำคัญที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมายาวนานถึง 42 ปี มุ่งเป้าดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเน้นท่องเที่ยวยั่งยืน พร้อมเร่งผลักดันตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดยุโรปที่มีการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวสูง และมีระยะเวลาพำนักนาน ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2566 ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.นำทีมคณะนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวมูลค่าสูง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และททท.สำนักงานลอนดอน เชิญให้เข้าร่วมงานมหกรรมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ WTM LONDON 2023 ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมผู้บริหาร คณะนักวิจัย ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ร่วมเดินทางในครั้งนี้

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากการวิจัย ให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน ซึ่งขณะนี้มี 9 แห่ง รวมไปถึงสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนส่งเสริม ววน. ไปยังมหาวิทยาลัยและหน่วยงานระดับกระทรวง/กรมต่างๆในฐานะหน่วยรับงบประมาณราว 190 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ หน่วยบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมี รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ เป็นผู้อำนวยการ บพข. โดยแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ โดยแผนววน.ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระยะ 5 ปี (ช่วงปี 2566-2570) กำหนดเป้าหมายในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในประเทศไทยในระยะเวลา 10 วันขึ้นไป โดยมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป และที่สำคัญ คือ จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น ตัวชี้วัดนี้จะไม่รวมกรณีไทยเที่ยวไทย      จึงเป็นเหตุที่เราจะต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชน ปัจจุบันมีนักวิจัยกว่า 1,000 คนจากหลากหลายมหาวิทยาลัย แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคเอกชนจะสามารถช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง อาทิ สมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย ( TEATA) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) เป็นต้น ซึ่งสมาคมดังกล่าวยินดีร่วมลงทุน/In cash ในสัดส่วน 12 % -15% จากงบประมาณที่บพข.สนับสนุน ทั้งนี้ มีข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน มีเป้าประสงค์เดียวกัน เช่น ร่วมกันกำหนดการส่งมอบผลการวิจัย อาทิ ตัวชี้วัดในเรื่อง เศรษฐกิจ รายได้ของประเทศ รายได้ของผู้ประกอบการ ที่เน้นการทำงานคู่ขนานกัน

เรื่องของ Carbon Neutral Tourism เราได้รับความกรุณาจากสมาคม TEATA เป็นอย่างมาก ที่นำผลผลิตจากการวิจัย สินค้าและบริการที่เป็นผลผลิตการวิจัยมาร่วมกันออกแบบโปรแกรม/กิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการขายจริง จากปี 2564 ที่มีความร่วมมือกับองค์กร 8 พันธมิตร คือ อบก. ททท. สสปน. อพท. หอการค้าไทยและสมาคมหอการค้าไทย รวมทั้ง TEATA โดยมี อบก. หรือ  TGO องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านเทคนิคการวัดการปล่อยคาร์บอน การลด การชดเชย ซึ่งขณะนี้ บพข.ได้จัดทำ แอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” เพื่อใช้ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอนจากกิจกรรม/โปรแกรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะมีการแถลงผลงานความสำเร็จในวันที่ 23 พฤศจิกายน  ที่จะถึงนี้

ผศ.สุภาวดี กล่าวเสริมว่า การออกแบบแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก คือ การเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พยายามที่จะทำในเรื่องของคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ตอนนี้เรายังอยู่ในขั้นของการวัด การลด และชดเชยอยู่ คาดว่าราวปี 2568-2569 TEATA ร่วมกับคณะนักวิจัย จะสามารถออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว Net Zero Emmission Route โดยมีเครือข่ายผู้ประกอบการร่วมหนุนเสริม กลุ่มที่ 2 คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอนนี้มีเรื่องของ SPA และ SPORT เช่น มวย ปั่น วิ่ง กอล์ฟ ซึ่งในปีนี้มีการพัฒนา มวยไทย ซึ่งจัดเป็น Soft Power ชั้นนำของไทยไปสู่มวยในเมตาเวิร์สได้สำเร็จแล้ว กลุ่มที่ 3 คือ การวิจัยเชิงนโยบายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่บางประเด็นอาจเป็นข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยวของประเทศ จึงจำเป็นต้องศึกษาหาทางออก ในรูปแบบข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วน อาทิ ผลกระทบของโควิดต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้งด้านเศรษฐกิจโดยรวม ผู้ประกอบการ รวมทั้งแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (ผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ผู้ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพผสมผสานการท่องเที่ยว เป็นต้น) โดยในกลุ่มนี้ มีพันธมิตรคือ ผู้ประกอบการนัตตี้แอดเวนเจอร์ ที่คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 นี้ร่วมเสนอขายผลผลิตจากงานวิจัยเส้นทางเพื่อคนทั้งมวลอย่างน่าประทับใจ และกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับ Soft Power พร้อมแนวคิดในเรื่องของความยั่งยืน ตานโยบายของรัฐบาล

ด้านของ ททท. โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศในการแถลงข่าวของ ททท.ในงาน WTM 2023 ว่า “การเข้าร่วมงาน WTM ในครั้งนี้ ททท.ได้เปิดตัวแคมเปญ Meaningful Relationship ซึ่งเป็นแคมเปญสื่อสารตลาดต่างประเทศ มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่เปี่ยมด้วยความหมายทั้งกับผู้คน ชุมชนท้องถิ่น ธรรมชาติ หรือแม้แต่กับตัวตนภายในของนักท่องเที่ยวเอง ที่จะทำให้การเดินทางนั้นเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและอยู่ในความทรงจำ นอกจากนี้ ททท. ยังมุ่งที่จะตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่วมกับพันธมิตรในการเสนอขายเส้นทางการท่องเที่ยวแบบ Carbon-Neutral สู่ตลาดยุโรป ซึ่งกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ ผ่าน กิจกรรม Carbon Neutral Tourism in Thailand by TEATA & Tourlink เชิญผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วม 25 ราย เพื่อนำเสนอขายกว่า 20 เส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด ปรับ ลด ชดเชย ในตลาดยุโรป

วสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) เผยว่า สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย เป็นสมาคมที่เกิดขึ้นมาประมาณ 25 ปี เป็นบริษัทนำเที่ยว โรงแรมหรือ Outdoor Activity ในการนำภาคเอกชนการท่องเที่ยวมารวมตัวกันให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย ทำเรื่องของความยั่งยืนมาโดยตลอด เป็นโอกาสดีอย่างมากที่ผู้ประกอบการอย่างเราได้รับการหนุนเสริมทางวิชาการ ผ่านกระบวนการวิจัยจาก หน่วยทุน บพข. กองทุน ววน. ทำให้มีเข็มมุ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการที่ประเทศไทยไม่เคยมีใครทำเรื่องนี้มาก่อนก็ได้มีการเข้าไปหาองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีการชดเชยคาร์บอนในทางท่องเที่ยว ทำให้ได้แนวคิดขึ้นมาที่จะทำการวิจัยเมื่อปี 2564 ที่จังหวัดน่าน นับเป็นจุดเริ่มต้น เป็นจุดกำเนิด ทำให้เราได้กระบวนการ “วัด ลด ชดเชย และบอกต่อ” การวัด ในที่นี้หมายถึง การประเมินการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนปี 2565 ได้นำกระบวนการที่ได้มาออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยว และได้มีการทดสอบการท่องเที่ยวมาทดสอบความเชื่อมั่นว่าน่าเชื่อถือไหม ได้ผลจริงไหม ภายใต้งานวิจัยเราต้องทำให้ถูกต้องเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น  จึงได้รับความร่วมมือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเป็นพี่เลี้ยงให้ นำศึกษาองค์ความรู้ต่างๆ และทำให้เส้นทางต้นแบบกว่า 50 เส้นทาง มาพัฒนาและยกระดับให้สูงขึ้น และในปีนี้ 2566 ได้มีการทำงานร่วมกับ Tourlink หน่วยงานจากยุโรปที่ทำเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้มี Camacal เป็นเครื่องมือวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกิจกรรมการท่องเที่ยวระดับสากล ผ่านการวิเคราะห์รูปแบบการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทำเรื่องของ PCRs (Product Category Rules) คือ การจัดทําข้อกําหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละ ผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

ในโอกาสนี้ Tourlink โดย คุณ Peter Richards Project Manager at TOURLINK Project (SWITCH ASIA) ได้เชิญ Tour Operator ในภาคพื้นยุโรปจับมือในการทำเรื่องของการตลาด โดย 7 เส้นทางไฮไลต์ที่นำเสนอขายจริง รวมกับ 13 เส้นทางที่เกิดขึ้นจากกระบวนการวิจัยของ บพข.นั้นสามารถขายได้จริง มีการนำเส้นทางเดิมมาทำให้เป็น CNT หรือ Carbon Neutral Tourism ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ TEATA สามารถเผยแพร่ตรงนี้ได้อย่างมั่นใจ เพราะตลาดยุโรปและตลาดอังกฤษให้ความสนใจเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในงาน WTM 2023 นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากหลากหลายบริษัททั้งที่ติดต่อมาทั้งออนไลน์และมาที่บูธ รวมราวๆ 35 บริษัท โดยคณะกรรมการ TEATA ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ได้แก่ คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น คุณปาริชาต สุนทรารักษ์ คุณสุภาวดี ฤทวิรุฬห์ คุณกุสุมาและคุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ในฐานะสมาชิกของ TEATA

นายก TEATA เสริมต่อว่า เรื่องของการชดเชยคาร์บอนแต่ก่อนเราจะต้องมีการซื้อโครงการจากต่างประเทศ    เพื่อมาชดเชยแต่วันนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยจะมีแพลตฟอร์มในการชดเชยคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้น ซึ่งทางบพข.
ได้สนับสนุนการจัดทำแอพพลิเคชันเกิดขึ้น ชื่อว่า “Zero Carbon” สามารถคำนวณในมือถือได้เลยและจะได้ Certification เบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการการท่องเที่ยวไทย

นิธิ สืบพงษ์สังข์ ซีอีโอ นัตตี้แอดเวนเจอร์ อยุธยาโบท จากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวกับเราว่า การร่วมงานเจรจาธุรกิจที่ WTM2023 LONDON โดยภาพรวม เราได้พบกับ ตัวแทนจากบริษัทคู่ค้า 49 ราย มี 13 รายที่ให้ความสนใจเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All ซึ่งเป็น โปรแกรมหลักที่ Nutty’s Adventures นำไปเผยแพร่ในงานนี้ และมุ่งเน้น Destination for All ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่รับการสนับสนุน จาก บพข. กองทุน ววน. มาอย่างต่อเนื่อง เท่าที่มีการพูดคุยกับคู่สนทนาทางการค้า เห็นชัดว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคพื้นยุโรปมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างเป็นระบบโดยผ่านงานวิจัยที่มีการทำงานร่วมกันทั้งทางภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการที่หนุนเสริมกันอย่างต่อเนื่อง และการทำงานวิจัยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งโมเดลการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ของ บพข.นี้ สร้างประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นการร่วมมือทำงานที่ลงลึกทั้งในเชิงวิชาการและวิชาชีพ ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นคล่องตัวขึ้นและครบมิติมากขึ้น

นอกจากนี้ ผศ.สุภาวดี ได้นำทีมผู้บริหาร ผู้อำนวยการแผนงานวิจัยและคณะนักวิจัย ร่วมหารือการส่งเสริมด้านการตลาดและส่วนที่เกี่ยวข้องในงาน WTM London 2023 กับนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการททท. ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกา โดย ททท.ได้ขอให้ทาง บพข. ซึ่งเข้มแข็งเชิงวิชาการ/การวิจัยด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้การสนับสนุนการวิจัยเพื่อกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจำนวนมากตามเป้าหมายของรัฐบาล หรือ Thailand Tourism Carrying Capacity เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนกับศักยภาพความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยอาจจะเริ่มจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมทั้ง ข้อมูลเชิงลึกของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาทิ สไตล์  ความชื่นชอบ การใช้จ่ายเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของททท. ยังได้กรุณาแนะนำประเด็นวิจัยในการจัดทำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆเพื่อให้ความรู้กับตัวแทนนำเที่ยวในต่างประเทศ ก่อนดำเนินการทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวในระยะต่อไป จึงนับเป็นประเด็นวิจัยที่บพข.ต้องเร่งดำเนินการสนับสนุนหน่วยงานสำคัญของประเทศ

ในวันที่สามของการจัดงาน ททท. ได้เปิดพื้นที่ให้ทางคณะนักวิจัย บพข. และผู้ประกอบการของสมาคม TEATA ได้เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมทั้งการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์กับตลาดยุโรป คณะนักวิจัยได้นำเสนอข้อมูล Thai Wellness Andaman และตัวอย่างกิจกรรมและโปรแกรมการท่องเที่ยว Wellness รวมถึง Thailand Carbon Neutral Tourism และ Agro Tourism ให้กับตัวแทนนำเที่ยว และองค์กรต่างๆ ในประเทศสหราชอาณาจักรและภาคพื้นยุโรป และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับการดำเนินงาน คณะผู้วิจัยประกอบด้วย ศ.ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผอ.แผนงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บพข. รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผอ.แผนงานการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ บพข. รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ และผศ.ดร.พิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ด้านการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว และรศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้านการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร พร้อมด้วยคุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก และ คุณกุสุมา กิ่งเล็ก เจ้าของโรงแรมอ่าวนาง ปริ้นซ์วิลล์ รีสอร์ต แอนด์ สปา, กระบี่ โรงแรมแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานการบริการเชิงสุขภาพ WellHotel ในระดับ World Class พร้อมด้วย ผศ.อนพัทย์ หนองคู ผู้ประสานงานแผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. และคุณปาริชาต สุนทรารักษ์ อุปนายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัยเป็นผู้ดำเนินรายการและแนะนำภาพรวมของ CNT ที่กำลังดำเนินการ

ด้าน ดร.ฉัตรฉวี คงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักพัฒนากองทุนและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สกสว. กล่าวเสริมถึงบทบาทของกองทุน ววน. ว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งบริหารจัดการกองทุนโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน ขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดย ผู้อำนวยการ สกสว. รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล พร้อมให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น เพื่อประเทศไทยที่แข็งแกร่งกว่าเดิม โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนั่นเอง

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769484

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.42 น.

ศธ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม “ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย” ศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมประสานภารกิจ ครั้งที่ 6 โดยมี พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน และมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยข้าราชการการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลัก องค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมราชวัลลภ 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ.ฯ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบทุกหน่วยงานของ ศธ.ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “ความร่วมมือผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2566 นี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) 

 นอกจากนี้ รมว.ศธ. ได้มอบองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ จัดเตรียมประชาสัมพันธ์ผลงานตามนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้กับประชาชนคนไทย พร้อมทั้งได้เน้นย้ำแนวทางการทำงานของ ศธ. ให้ตอบโจทย์นโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา “Anywhere Anytime” เรียนฟรีมีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มุ่งสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการ Upskill (ยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น) และ Reskill (สร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน) ให้กับนักเรียนนักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ให้สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการนำเสนอ การหาความรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานขององค์กรหลักและองค์กรในกำกับ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ การดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ความคืบหน้าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. การเตรียมแผนพัฒนาสมรรถนะครูสู่มืออาชีพ การพัฒนาแพลตฟอร์มและพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (coaching) แก่เด็กอาชีวะ การจัดการเรียนรู้รองรับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 การทดสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และการนำผลโอเน็ตไปใช้จัดการเรียนการสอนและพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นต้น 

‘ปธ.ศาลฎีกา’พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769440

'ปธ.ศาลฎีกา'พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

‘ปธ.ศาลฎีกา’พร้อมขรก.-ปชช.ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.46 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ศาลยุติธรรม เพื่อนำไปถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาณวัดมหาพฤฒาราม วรวิหาร แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมี นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศาลยุติธรรม คณะผู้พิพากษา ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี

สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้รวบรวมจตุปัจจัย ซึ่งข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ลูกจ้างและพนักงานราชการศาลยุติธรรมในสังกัด รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญถวาย โดยมียอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,228,299 บาท ในโอกาสนี้ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ได้ร่วมทำบุญมหากุศลครั้งนี้

ทั้งนี้ วัดมหาพฤฒาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เติมเรียกว่า วัดท่าเกวียน ต่อมาได้แปลงเป็นวัดตะเคียน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเมื่อทรงพระผนวชอยู่ได้ทรงทราบถึงกิตติคุณของพระอธิการแก้ว เจ้าอาวาสจึงมีพระราชศรัทธาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าป่าที่วัดนี้ในคราวนั้นพระอธิการแก้วจึงได้ถวายพยากรณ์ว่า จะได้ครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน หลังจากนั้นไม่นานพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์พระอธิการแก้วเป็น “พระมหาพฤฒาจารย์” กับทั้งโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดตะเคียนขึ้นใหม่ทั้งพระอารามให้งดงามแล้วพระราชทานนามว่า “วัดมหาพฤฒาราม” ดังกล่าว

– 006