วธ.เตรียมเสนอยูเนสโก ขึ้นทะเบียน ลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769211

วธ.เตรียมเสนอยูเนสโก ขึ้นทะเบียน ลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

วธ.เตรียมเสนอยูเนสโก ขึ้นทะเบียน ลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.20 น.

วธ.เตรียมเสนอยูเนสโก ขึ้นทะเบียน ลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ชวนปชช.แต่งไทย ไปลอยกระทง ส่งเสริมผ้าไทย

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17.00 น. นายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง พ.ศ.2566 “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture” โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดวธ. นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พร้อมผู้บริหารวธ. และหน่วยงานร่วมจัดได้แก่  พล.ร.ท.พาสุกรี วิลัยรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นายสุรพล  เศวตเศรนี ประธานการจัดงาน Bangkok River Festival 2566 นางอาทินันท์  พีชานนท์ รองประธานกรรมการ บริหารบริษัทไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยปี 2566 นี้ วธ.ได้จัดทำแนวทางขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชนร่วมกันปฏิบัติ ดังนี้ 1.ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างสรรค์สามารถพัฒนาต่อยอดจากคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทงเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ 2.จัดกิจกรรมตามประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้ง่าย ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.จัดสถานที่จัดงานให้เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด พร้อมให้มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางการจราจรทางบกและทางน้ำ ตลอดจนบริเวณท่าน้ำให้มีความมั่นคง สะดวก และปลอดภัย  4.ควรงดการจำหน่ายสุรา และเครื่องดื่มมึนเมา และห้ามดื่มกินในบริเวณงานหรือใกล้เคียง งดการเล่นดอกไม้ไฟ พลุ หรือวัสดุที่ก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะหรือชุมชน 5.การจัดการแสดงต่าง ๆ สามารถทำได้ตามความเหมาะสม 6.ขอเชิญชวนให้ประชาชน “แต่งไทย ไปลอยกระทง” เพื่อร่วมกันส่งเสริมการใช้ผ้าไทย

 “สำหรับปีนี้ วธ.ได้กำหนดจัดงาน “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture” ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดกระทงสวยงาม-สร้างสรรค์ การแสดงทางวัฒนธรรม นิทรรศการให้ความรู้คุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง การจัดแสดงผลงานของเด็กและเยาวชนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสื่อแนวคิดสร้างสรรค์ ยกระดับวันลอยกระทงท้องถิ่น จาก Local สู่เลอค่า เป็นต้น“ นายเสริมศักดิ์ กล่าว 

ด้าน นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ปี 2566 นี้ วธ.จัดกิจกรรมเพื่อสืบสานคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง ภายใต้แนวคิดการรณรงค์ให้แต่ละท้องถิ่นรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เน้นเผยแพร่คุณค่าสาระของวัฒนธรรมอันดีงาม ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ให้แต่ละครอบครัวใช้กระทงร่วมกัน 1 กระทง สร้างจิตสำนึกรักษาความสะอาดให้แหล่งน้ำหลังจากจัดกิจกรรม “กิจกรรมที่จะจัดให้คำนึงถึงความสอดคล้องต่อการที่ประเทศไทยเตรียมเสนอประเพณีลอยกระทง เป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567 เนื่องด้วยประเพณีลอยกระทงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทยมายาวนาน สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยที่มีความผูกพันกับน้ำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานริมน้ำ การใช้น้ำในการทำเกษตรและอุปโภคบริโภคประจำวัน ใช้เป็นเส้นทางสัญจรและเป็นพื้นที่เพื่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน”นายโกวิท กล่าว 

นายโกวิท กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการศึกษาประเพณีลอยกระทงในเชิงลึกพบว่า เป็นประเพณีที่บ่งบอกวิถีชีวิตคนไทยในหลายมิติ ได้แก่ -ด้านการเกษตร โดยในเดือน 12 ของทุกปีเป็นช่วงเวลาน้ำมาก ชาวนารอเก็บเกี่ยวผลผลิต ลอยกระทงจึงเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้  -ด้านสังคม ประเพณีลอยกระทงทำให้มีการรวมตัวของผู้คน ร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรมตามความเชื่อและศาสนา ก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี  -ด้านศาสนา เป็นการสร้างจิตสำนึกในการแทนคุณ บำเพ็ญกุศลทำความดีให้จิตใจเบิกบาน  -ด้านวัฒนธรรม สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี คติความเชื่อ และนิทานเรื่องเล่า  -ด้านศิลปกรรม เกิดการคิดค้นประดิษฐ์กระทงในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยภูมิปัญญางานดอกไม้ ใบตอง เครื่องหอม และเกิดงานสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เช่น กระทงรักษาสิ่งแวดล้อมย่อยสลายง่าย อีกด้วย

ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ประธานการจัดงาน River Festival 2o23 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย กล่าวว่า งาน Bangkok River Festival 2o23 จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 แล้ว มีกำหนดการจัดงานในระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2566 ภายใต้แนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” เน้นหลัก ESG รักษาสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนใกล้เคียงพื้นที่จัดงาน จัด ณ 1o ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร / วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / ท่ามหาราช / ท่ายอดพิมาน / เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ / สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และ ล้ง 1919 และต่างจังหวัดจัด ณ บริเวณถนนรถแก้ว จังหวัดลำพูน ในชื่องาน “Lamphun River Festival 2023” ที่นักท่องเที่ยวจะได้ไหว้พระ ทำบุญ ร่วมกิจกรรมลอยกระทงรักษ์โลก ชมการแสดงทางวัฒนธรรม และดนตรีหลากหลาย ในบรรยากาศความงดงามของสายน้ำยามค่ำคืน ร่วมอุดหนุนสินค้าและเมนูอาหารอันเลื่องชื่อของชุมชน ถือเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการผลักดัน Soft Power ความเป็นไทยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อีกด้วย

ในส่วนผู้สนับสนุนการจัดงาน Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย นางอาทินันท์  พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งาน “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กระทรวงวัฒนธรรม และบริษัท ไทยเบฟฯ จัดงานเพื่อสืบสานประเพณีทรงคุณค่าที่เป็นอัตลักษณ์ของไทย ให้อยู่คู่สังคมไทย พร้อมสร้างการตระหนักรู้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมโลก ปีนี้ได้สร้างสรรค์พื้นที่บริเวณ “ลานอรุณ” เป็นลานแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ในรูปแบบของจิตรกรรม การแสดงดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย โดยได้เชิญ อาจารย์สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2565 มานำเสนอผลงานเพลงที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานลอยกระทงครั้งนี้ บรรเลงโดยวงออเคสตร้า 35 ชิ้นดนตรี ในแบบเพลงร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังพร้อมให้การสนับสนุนและงานเทศกาลและประเพณีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ และผลักดันให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย Soft Power ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2566 ในงาน “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture” วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และในจังหวัดต่าง ๆ ที่จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม สืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.culture.go.th หรือ เฟสบุ๊กกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ สายด่วนวัฒนธรรม 1765
 

‘กัน จอมพลัง’พานักเรียนพร้อมแม่ ร้องศธ. เหตุรุ่นพี่บังคับฉีดอวัยวะเพศจนเน่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769175

'กัน จอมพลัง'พานักเรียนพร้อมแม่ ร้องศธ. เหตุรุ่นพี่บังคับฉีดอวัยวะเพศจนเน่า

‘กัน จอมพลัง’พานักเรียนพร้อมแม่ ร้องศธ. เหตุรุ่นพี่บังคับฉีดอวัยวะเพศจนเน่า

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.22 น.

“กัน จอมพลัง” พานร.พร้อมแม่ ร้องศธ.เหตุรุ่นพี่บังคับฉีดอวัยวะเพศเน่า ด้านสพฐ.สั่งสพม.นครศรีธรรมราชตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงไม่เกิน7 วันรู้ผล 

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 กัน จอมพลัง หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ได้พา ดช.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกรุ่นพี่ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช แกล้งบังคับฉีดขอเหลวเข้าที่อวัยวะเพศ จนเน่สปริแตกเกือบขาดสองท่อน  มาพร้อมมารดา เพื่อมาร้องขอความเป็นธรรมจาก พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ให้ช่วยเหลือเรื่องการย้ายโรงเรียน และให้ลงโทษรุ่นพี่ และครูที่ไม่ช่วยแก้ไขปัญหาทั้งที่เรื่องเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว โดยมีนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ได้รับมอบหมายให้รับเรื่องแทน 

โดย กัน จอมพลัง กล่าวว่า ตนได้ช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาลเนื่องจากแผลติดเชื้อรุนแรงอัตรายถึงเสียชีวิตได้ ทางโรงพยายบาลเลอลักษณ์จึงรักษาให้ฟรีจนกว่าจะหาย ตนจึงหมดความกังวลใจ ซึ่งตนมีความกังวลใจเรื่องความเป็นธรรมเรื่องการเรียนของ ดช.เอ เนื่องจากที่ผ่านมาแม่ของ ดช.เอได้ไปข้อความช่วยเหลือกับทางโรงเรียน เพราะเหตุเกิดขึ้นในโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ให้กระเช้ากับเงิน 1 พันบาท ตนมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่พร้อม และในโรงเรียนมีการปล่อยคริปภาพของน้องถือเป็นการอนาจารทำให้เด็กเกิดความอับอายเรียนที่เดิมไม่ได้ จึงมาขอให้ทางรมว.ศึกษาธิการ ให้ช่วยเหลือหาที่เรียนใหม่ให้กับดช.เอ และฝากตรวจสอบครูที่บอกว่าถ้าดช.เอ ไปแจ้งความก็จะเรียนที่เดิมไม่ได้ เท่ากับเด็กไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรมหรือ ทางโรงเรียนห่วงชื่อเสียโรงเรียนกับสุขภาพเด็กห่วงอะไรมากกว่ากัน ครูควรจะปกป้องเด็ก และเรื่องเกิดขึ้นมากว่า 3 เดือนทำไมโรงเรียนไม่แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯให้ทราบเรื่อง ทางโรงเรียนควรห่วงเด็กมากกว่าชื่อเสียงโรงเรียน 

นายพัฒนะ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการย้ายโรงเรียน ตนก็จะสอบถามผู้ปกครองและนักเรียนว่าสะดวกย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนใด ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราชกำลังหาที่เรียนให้แล้วทั้งดช.เอ และน้อง ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องครูที่ข่มขู่ ดช.เอ นั้น ในวันนี้(14 พ.ย.2566)ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว และจะหาข้อสรุปให้เสร็จโดยเร็วที่สุดอาจจะไม่ถึง 7 วันก็จะทราบผล เพราะเรื่องไม่ได้สลับซับซ้อน ว่ามีใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครข่มขู่เด็ก และมีความผิด หรือมีความบกพร่องในหน้าที่บ้าง ก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ร่วนรุ่นพี่ก็จะมีระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนอยู่แล้ว ก็ต้องไปสืบข้อเท็จจริงว่ามีการบังคับข่มขู่รุ่นน้อง หรือมีการยินยอมอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องทางคดีอาญาก็ต้องแยกไปอีกเรื่องหนึ่ง           

ด้านนางจุฑามาศ แม่ผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ไปถามคุุณครูถึงเหตุที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ในวันนั้นคุณครูเงียบไปพักหนึ่ง แล้วบอกกับแม่ว่า ถ้าแม้เด็กไปแจ้งความบันทึกประจำวันหรือไปแจ้งความ เด็กชายเอ ก็จะไม่ได้เรียนที่เดิม เพราะมีปัญหากับรุ่นพี่ พูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่ให้เหตุผลอะไรอีก หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้ให้กระเช้าและเงิน 1 พันทบาท และไปเยี่ยม 1 ครั้งก็ไม่ได้ไปเยี่ยมอีกเลย 

“แม่รู้สึกเสียใจ เคลียดมากไม่รู้จะไปพึ่งใคร ลูกก็ต้องผ่าตัด บ้านก็ต้องเช่า ทำงานก็เคลียด ลูกผ่าตัดไป 2 ครั้งเพราะแผลมีหนองไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว จึงหาคุณกันซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้าย ก็อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย อย่าเกิดกับลูกใครอีกเลย จึงอยากให้ทางกระทรวงฯหาที่เรียนใหม่ให้กับลูกทั้งสองคน เพราะลูกคนเล็กก็เรียนที่เดียวกับดช.เอ เพราะเขาอายเพื่อนในโรงเรียน”

ขณะที่ ดช.เอ กล่าวว่า เหตุเกิดวันที่ 1 ส.ค.2566 ในวันเกิดเหตุ ตนเดินไปเข้าห้องน้ำทำธุระเสร็จตนก็เดินออกมา แต่มีรุ้นพี่มาดึงข้อมือตนกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกแล้วสั่งให้ตนนั่นในห้องน้ำแล้วรุ่นพี่ก็เอายาใส่ช้อนแล้วเอาไฟแช็กรนและเอาไซลิ้งค์ฉีดใส่อวัยวะเพศ และขู่ตนว่าถ้าเสียงดังจะเอาเข็มแทงให้ตาย ตอนนั้นตนรู้สึกกลัวเข็มมากจึงไม่กล้าขัดขืน ก็มีรุ่นพี่หนึ่งคนช่วยห้าม แต่ตอนนี้ไปเข้าข้างรุ่นพี่ด้วยกันแล้ว  ซึ่งในวันเกิดเหตุมีรุ่นพี่อยู่ในที่เกิดเหตุ 2-3 คน ส่วนตนไปเข้าห้องน้ำคนเดียว

‘รมว.ศธ.’หารือกับ’กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ’ วุฒิสภา เตรียมชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาเป็นรร.ต้นแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769120

'รมว.ศธ.'หารือกับ'กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ' วุฒิสภา เตรียมชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาเป็นรร.ต้นแบบ

‘รมว.ศธ.’หารือกับ’กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ’ วุฒิสภา เตรียมชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาเป็นรร.ต้นแบบ

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.16 น.

‘รมว.ศธ.’หารือกับ’กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ’ วุฒิสภา เตรียมชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาเป็นรร.ต้นแบบ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา (กมธ.) วานนี้ (13 พ.ย.)  นำโดย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการฯพร้อมด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรหลักและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 

โดยนายสังศิต ได้นำเสนอแนวคิดการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ที่สอนให้เด็กมีความรู้ทางวิชาการ ร่วมคิดร่วมจินตนาการ เน้นคุณธรรมจริยธรรม มีความกตัญญู รวมทั้งมีวิชาชีพ มีรายได้ตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน ช่วยแก้ความยากจนให้ครอบครัว ชุมชน จึงขอฝากให้ ศธ.นำหลักการของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง เรียนเป็นเล่น เล่นเป็นเรียน เรียนให้สนุก ซึ่งถือเป็นหัวใจของคนไทย และการปลูกฝังเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยบูรณาการกับนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ บนพื้นฐานของความพร้อมและความสมัครใจจากโรงเรียน เด็ก ครู ผู้บริหาร และผู้นำชุมชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการปรับกระบวนทัศน์ทั้งในส่วนของครูผู้สอน และนักเรียน ที่เป็นผู้เรียน การทำงานร่วมกันของเครือข่ายโรงเรียนร่วมพัฒนา และงบประมาณสำหรับตั้งกองทุนสนับสนุนการประกอบกิจการและสร้างอาชีพให้กับเด็ก

ด้า่น รมว.ศธ. กล่าวแสดงความขอบคุณที่ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ของวุฒิสภา ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ทั้งยังเล็งเห็นว่านโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่ช่วยพัฒนากำลังคนสอดรับกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ถือเป็นแนวทางที่ดีและสอดคล้องกับนโยบายโรงเรียนคุณภาพของ ศธ. ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ กล้าคิดกล้าจินตนาการ ทั้งยังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ความกตัญญู และสร้างวิชาชีพให้กับเด็กตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน ต่อยอดสู่การลดปัญหาความยากจนในครัวเรือนและชุมชนด้วย

“ผมมีความตั้งใจจะไปเยี่ยมโรงเรียนมีชัยพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำมาปรับใช้กับโรงเรียนตามบริบทและความพร้อมในแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับข้อเสนอของ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ในครั้งนี้ ที่ต้องการให้ ศธ.สนับสนุนแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนาไปยังโรงเรียนต่าง ๆ มากขึ้น

จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบด้าน เพราะรูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้ สามารถนำไปใช้ได้กับหลายโรงเรียน แต่จะดูบริบทของแต่ละโรงเรียนเป็นหลัก ทั้งในเชิงพื้นที่และวัฒนธรรม โดย ศธ.พร้อมที่จะร่วมดำเนินการกับหน่วยงานหลักที่ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น ในรูปแบบขององค์ประกอบการทำงานร่วมกัน” รมว.ศธ.กล่าว 

รมว.ศธ.หารือ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาต้นแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769115

รมว.ศธ.หารือ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาต้นแบบ

รมว.ศธ.หารือ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ชูโรงเรียนมีชัยพัฒนาต้นแบบ

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.11 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา (กมธ.) วานนี้ นำโดย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการฯพร้อมด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรหลักและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ด้าน นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้นำเสนอแนวคิดการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ที่สอนให้เด็กมีความรู้ทางวิชาการ ร่วมคิดร่วมจินตนาการ เน้นคุณธรรมจริยธรรม มีความกตัญญู รวมทั้งมีวิชาชีพ มีรายได้ตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน ช่วยแก้ความยากจนให้ครอบครัว ชุมชน จึงขอฝากให้ ศธ.นำหลักการของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง เรียนเป็นเล่น เล่นเป็นเรียน เรียนให้สนุก ซึ่งถือเป็นหัวใจของคนไทย และการปลูกฝังเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยบูรณาการกับนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ บนพื้นฐานของความพร้อมและความสมัครใจจากโรงเรียน เด็ก ครู ผู้บริหาร และผู้นำชุมชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการปรับกระบวนทัศน์ทั้งในส่วนของครูผู้สอน และนักเรียน ที่เป็นผู้เรียน การทำงานร่วมกันของเครือข่ายโรงเรียนร่วมพัฒนา และงบประมาณสำหรับตั้งกองทุนสนับสนุนการประกอบกิจการและสร้างอาชีพให้กับเด็ก

รมว.ศธ.กล่าวแสดงความขอบคุณที่ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ของวุฒิสภา ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ทั้งยังเล็งเห็นว่านโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่ช่วยพัฒนากำลังคนสอดรับกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ถือเป็นแนวทางที่ดีและสอดคล้องกับนโยบายโรงเรียนคุณภาพของ ศธ.ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ กล้าคิดกล้าจินตนาการ ทั้งยังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ความกตัญญู และสร้างวิชาชีพให้กับเด็กตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน ต่อยอดสู่การลดปัญหาความยากจนในครัวเรือนและชุมชนด้วย

“ผมมีความตั้งใจจะไปเยี่ยมโรงเรียนมีชัยพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำมาปรับใช้กับโรงเรียนตามบริบทและความพร้อมในแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับข้อเสนอของ กมธ.แก้ปัญหาความยากจนฯ ในครั้งนี้ ที่ต้องการให้ ศธ.สนับสนุนแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีชัยพัฒนาไปยังโรงเรียนต่างๆ มากขึ้น จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบด้าน เพราะรูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้ สามารถนำไปใช้ได้กับหลายโรงเรียน แต่จะดูบริบทของแต่ละโรงเรียนเป็นหลัก ทั้งในเชิงพื้นที่และวัฒนธรรม โดย ศธ.พร้อมที่จะร่วมดำเนินการกับหน่วยงานหลักที่ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น ในรูปแบบขององค์ประกอบการทำงานร่วมกัน” รมว.ศธ.กล่าว

– 006

เด็กป.4 รร.ราชินีบน คว้าเหรียญทองการแข่งขัน ‘International Exhibition INVENTCOR 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769083

เด็กป.4 รร.ราชินีบน คว้าเหรียญทองการแข่งขัน 'International Exhibition INVENTCOR 2023'

เด็กป.4 รร.ราชินีบน คว้าเหรียญทองการแข่งขัน ‘International Exhibition INVENTCOR 2023’

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.54 น.

เด็กไทยไม่แพ้ชาติใด! ‘ด.ญ.อุ่นธารา สารอต’ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนราชินีบน คว้าเหรียญทองการแข่งขัน ‘International Exhibition INVENTCOR 2023’ ณ ประเทศโรมาเนีย จากผลงาน ‘Car Air Purifier Bottle’ 

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ญ.อุ่นธารา สารอต นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/4 โรงเรียนราชินีบน ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการส่งผลงานชื่อ “Car Air Purifier Bottle” เข้าร่วมการแข่งขัน “International Exhibition INVENTCOR 2023” ระหว่างวันที่ 14 – 16 ก.ย. 2566 ที่ประเทศโรมาเนีย โดยมีประเทศที่เข้าร่วม แข่งขัน 39 ประเทศ จำนวนผู้เข้าแข่งขัน 334 ทีม 1,374 คน ทั้งนี้ ดร.เย็นฤทัย จงถนอม ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบน ดร.พิรุณ ศิริศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และคุณครูประจำชั้น ได้ร่วมแสดงความยินดี —017

แก้เด็กตีกัน?! ศธ.รับลูกรื้อฟื้นวิชา’จริยธรรม-ประวัติศาสตร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769065

แก้เด็กตีกัน?! ศธ.รับลูกรื้อฟื้นวิชา'จริยธรรม-ประวัติศาสตร์'

แก้เด็กตีกัน?! ศธ.รับลูกรื้อฟื้นวิชา’จริยธรรม-ประวัติศาสตร์’

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.08 น.

ศธ.รับลูกรื้อฟื้นวิชา”จริยธรรม-ประวัติศาสตร์” แก้ปมเด็กยกพวกตีกัน มองเหตุเกิดจากนักเรียนอยากได้รับการยอมรับจากสังคม

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการเยียวยา “ครูเจี๊ยบ” ครูโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ซึ่งเป็นเหยื่อลูกหลงจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงเด็กนักเรียนช่างกล ว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการเยียวยาแน่นอน และสิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ การดูแลไม่ให้เด็กนักเรียนในสังกัดของกระทรวงฯ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ซึ่ง นายเพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ก็ให้ความสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมหารือเรื่องของโมเดลป้องกันเหตุความรุนแรงของนักเรียนใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้แต่ละคนได้มีตัวตนในสังคมทางที่ถูกต้อง เพราะมองว่า ส่วนหนึ่งที่เกิดความรุนแรงต่างสถาบัน อาจเป็นเพราะเด็กแต่ละคนอยากได้รับการยอมรับจากสังคม

เมื่อถามถึงการรื้อฟื้นวิชาจริยธรรม วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมือง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วย และแล้วเราได้มีการพูดคุยกันในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถึงแนวทางของการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ โดยวันที่ 17 พฤศจิกายน พรรค ภท.จะแถลงผลงาน 4 กระทรวง และจะมีเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวด้วย

กสทช.-กทปส.โชว์ผลงานนวัตกร นักวิจัย ต่อยอดเทคโนฯสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768914

กสทช.-กทปส.โชว์ผลงานนวัตกร นักวิจัย  ต่อยอดเทคโนฯสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะ

กสทช.-กทปส.โชว์ผลงานนวัตกร นักวิจัย ต่อยอดเทคโนฯสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะ

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จัดงาน “กสทช. ส่งต่อความรู้ ส่งทุนสร้างสิ่งดีดี” เชิญชวนนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และประชาชน เข้าชมสุดยอดไอเดียสร้างสรรค์ของนวัตกรและนักวิจัยไทยที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีด้านการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมมาต่อยอดประโยชน์เชิงสาธารณะที่ครอบคลุมด้านต่างๆ อาทิ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา ชีวิตดิจิทัล ฯลฯ จัดขึ้นวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30-17.30 น. ที่โดมหน้าอาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก อารีย์ กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมไฮไลต์ในงาน ได้แก่เสวนาหัวข้อไฮไลต์ กทปส. เส้นทางสู่จักรวาลนฤมิตร (Metaverse) โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หัวข้อ การออกแบบสำหรับทุกคนด้วยแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อสร้างสังคมที่เข้าถึงได้ทุกคน หัวข้อ การจัดการปัญหาเมือง ด้วยแพลตฟอร์ม Traffy Fondue โดย รองศาสตราจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.ชัยวุฒิ วิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ NECTEC และ หัวข้อ ความต้องการของผู้พิการทางสายตาที่มีต่อระบบเสียงบรรยายภาพประกอบรายการโทรทัศน์ นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจขอรับทุนสนับสนุนด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ยังสามารถร่วมศึกษาแนวทาง และรับคำปรึกษาที่เป็นประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ของ กทปส. ได้โดยตรง

‘ตราเสือ’ ยกเครื่องสถาบันเทคโนฯผนังและพื้น หวังมาอัปสกิลฝีมือแรงงานไทย แข่งขันเวทีโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768913

‘ตราเสือ’ ยกเครื่องสถาบันเทคโนฯผนังและพื้น  หวังมาอัปสกิลฝีมือแรงงานไทย แข่งขันเวทีโลก

‘ตราเสือ’ ยกเครื่องสถาบันเทคโนฯผนังและพื้น หวังมาอัปสกิลฝีมือแรงงานไทย แข่งขันเวทีโลก

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ตราเสือ” ยกเครื่อง สถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้น ตราเสือ (Tiger Wall and Floor Technology Center) ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ให้ทันสมัย หวังแก้ปัญหาการขาดแคลนช่างฝีมือแรงงานและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพงานปูนซีเมนต์ชั้นสูง เสริมทักษะให้ช่างก่อสร้างไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับเวทีโลก อีกทั้งร่วมมือพันธมิตรธุรกิจนำเสนอนวัตกรรมผ่านเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีดิจิทัล และความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ

นายนพพร กีรติบรรหาร Deputy Chief Marketing Officer-Marketing and Branding Cement and Green Solutions Business-เอสซีจี เปิดเผยว่า ตราเสือ ยกเครื่องสถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นตราเสือ (Tiger Wall and Floor Technology Center) ให้ทันสมัย เข้าถึงสื่อสาร และรองรับพฤติกรรมความสนใจของช่าง ผู้รับเหมารุ่นใหม่ ทั้งการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเอง ร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมองค์ความรู้ต่างๆ หลักสูตรการฝึกอบรมทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และโปรแกรมจำลองเสมือนจริง อีกทั้งยังเป็นสถาบันเทคโนโลยีด้านผนังและพื้นปูนซีเมนต์รายแรกในอาเซียน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและส่วนปฏิบัติการ รวมถึงเป็นศูนย์เก็บตัวเสริมสร้างทักษะให้กันเยาวชนอาชีวะเป็นตัวแทนของประเทศไทยในหมวดสาขาก่ออิฐ ฉาบผนัง ในการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานระดับโลก (World Skill Competition)

หลักสูตรอบรมในเบื้องต้น มี 15 หลักสูตร ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และการใช้งานปูนซีเมนต์ มาตรฐานการทำงานก่ออิฐ-ฉาบปูน มาตรฐานการทำงานเทปรับพื้น มาตรฐานการทำงานปูกระเบื้องขนาดใหญ่ งานตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับงานฉาบและงานฉาบ Décor and Loft Wall และมาตรฐานงานก่ออิฐ ฉาบปูนตามมาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษา อบรม สาธิต และบริการที่ไซต์งานก่อสร้าง ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ และอีก 5 หลักสูตร ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นการทดสอบตามมาตรฐานวิชาชีพในหมวดสาขาอาชีพช่างก่อสร้าง

มช.เปิดศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์ รองรับเป็นMedical Hub ในภูมิภาคอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768917

มช.เปิดศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์  รองรับเป็นMedical Hub ในภูมิภาคอาเซียน

มช.เปิดศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์ รองรับเป็นMedical Hub ในภูมิภาคอาเซียน

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิด “CMEx Lifelong Learning Center ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการช่วยชีวิตให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงเป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในไทยและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ในการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และเครื่องมือเฉพาะด้าน ด้วยแนวคิดที่ว่า “การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต”

อาจารย์นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานคณะทำงานศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต CMEx Lifelong Learning Center หนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว เปิดเผยว่า ถือเป็นครั้งแรกของภาคเหนือที่มีศูนย์ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ สำหรับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ได้เข้ามาฝึกอบรมพัฒนาทักษะด้วยตนเอง หลักสูตรภายในศูนย์แห่งนี้ มีทั้งแบบที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและแบบที่มีค่าใช้จ่ายในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

“ในปีนี้เราได้ขยายขอบเขตการฝึกอบรมไปยังบุคลากรทางการแพทย์ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามที่เราตั้งเป้าไว้ เพื่อรองรับการเป็น Medical Hub ในภูมิภาคอาเซียน หลักสูตรล่าสุดที่เราอบรมคือ CMEx-Philips International Point-of-Care-Cardiac-Ultrasound การฝึกอบรมในการตรวจด้วย อัลตราซาวนด์แบบพกพาPoint of Care Cardiac Ultrasound ได้จนชำนาญพียงพอในการตรวจวินิจฉัยประจำวัน ให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากในภูมิภาค อาทิ สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม เข้ามาร่วมอบรม ด้วยความตั้งใจของเราคือถ่ายทอดความรู้ที่เรามีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์ให้ประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นการแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับวงการสาธารณสุขของแต่ละประเทศ เพราะเราเชื่อว่าองค์ความรู้ทางการแพทย์สามารถแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกันได้ ที่สำคัญ เราหวังว่าหลักสูตรที่มีอยู่ในขณะนี้ และกำลังพัฒนาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นบนพื้นฐานการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต” อ.นพ.รังสฤษฎ์ กล่าวสรุป

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนับสนุน Philips Lumify (ฟิลิปส์ ลูมิฟาย) เครื่องอัลตราซาวนด์แบบพกพา กล่าวว่า นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว เรายังสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถและการให้ความรู้ทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพทั้งแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน และเป็นอีกครั้งที่ฟิลิปส์ได้ทำงานร่วมกับ CMEx Lifelong Learning Center หลังจากช่วยสนับสนุนและผลักดันให้เกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ในภาคเหนือเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น ซึ่งเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปณิธานที่เราตั้งไว้กับกลยุทธ์ที่เราได้ลงมือทำ จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกให้ได้ 2,500 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2030”

ม.ศรีปทุม-4 กูรู ถกโอกาสสร้างนวัตกรรม และธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768911

ม.ศรีปทุม-4 กูรู ถกโอกาสสร้างนวัตกรรม  และธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า

ม.ศรีปทุม-4 กูรู ถกโอกาสสร้างนวัตกรรม และธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดยคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ (SoDA) จัดเสวนา “นวัตกรรมการออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า” (Design Innovation and Creative Business Value Added) ในโอกาสครบรอบ 53 ปี ของ ม.ศรีปทุม เพื่อร่วมหาคำตอบและแชร์แนวคิดการแก้ปัญหาให้กับนักศึกษา คนทำงาน และประชาชนทั่วไป

งานในครั้งนี้มีวิทยากรที่มีองค์ความรู้และความสามารถด้านนวัตกรรมและการออกแบบ 4 คน คือ “ปัทมาวดี พัวพรหมยอด” Innovative Counselling Manager สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) องค์กรที่ส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม, “กัลยา โกวิทวิสิทธิ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง FabCafe Bangkok ดิจิทัลครีเอทีฟฮับ,“นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE องค์กรที่มีพันธกิจจะเพิ่ม 1% GDP ให้กับประเทศไทย และ “จิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์”กรรมการบริหาร บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด ผู้สร้างเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดีสวัสดิ์ (DEESAWAT) ด้วยนวัตกรรมความคิด พร้อมกับ “ธีรบูลย์ พิศาลอภิพงศ์” คณบดีคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย