คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ร่วมมือผลิตนักวิจัยชั้นนำของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753374

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ร่วมมือผลิตนักวิจัยชั้นนำของไทย

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ร่วมมือผลิตนักวิจัยชั้นนำของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณบดีจากโรงเรียนแพทย์ 4 สถาบัน ได้แก่ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมลงนามในข้อตกลง (MOU) ผนึกความร่วมมือกันด้านการวิจัยภายใต้ Thailand Hub of Talents in Cancer Immunotherapy (TTCI) หรือศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อสนับสนุนการวิจัยขั้นสูงและการผลิตนักวิจัยที่เป็นผู้นำทางความรู้ของประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อร่วมมือกันในการพัฒนางานวิจัยที่ใช้ระบบภูมิคุ้มกันเพื่อการรักษามะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดเซลล์บำบัดมะเร็ง ความร่วมมือนี้จะเน้นไปที่การสร้างกลไกไปสู่การรักษาจริงในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างแนวทางที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน ประสานงานและร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทยสภา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ การรวมตัวเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญฯ ระดับประเทศยังจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันให้การวิจัยดำเนินไปอย่างก้าวกระโดดโดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละสถาบัน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงงานวิจัยด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งกับสถาบันระดับโลกซึ่งจะเป็นพื้นฐานไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆร่วมกันต่อไปในอนาคต

ศ.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งแห่งประเทศไทย ศ.ดร.เพทาย เย็นจิตโสมนัส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง ศิริราช อ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้าหน่วยวิจัยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.พญ.จักราวดี จุฬามณี รองประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดและการรักษาด้วยเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ผศ.ดร.จุฑารพเพชระบูรณิน ผู้ช่วยฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการทำงานวิจัยและบริการวิชาการทางด้านฟีโนมิกส์ กล่าวสรุปถึงกิจกรรมของแต่ละสถาบันและของ Hub of Talents ว่าขณะนี้ได้มีการรวบรวมฐานข้อมูลของนักวิจัย เครือข่ายนักวิจัยต่างประเทศความเชี่ยวชาญ ทรัพยากรการวิจัย รวมทั้งผลงานและโครงการวิจัยด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง เพื่อเปิดช่องทางในการสร้างความร่วมมือทั้งจากนักวิจัยภายในประเทศและนักวิจัยจากนานาชาติ โดยรวบรวมไว้ใน websitehttps://www.ttci-th.org/และจะมีการจัดประชุมวิชาการและอบรมต่างๆ สามารถติดตามข้อมูลได้ผ่าน Social mediaต่างๆ ได้แก่ Facebook : Thailand Hub of Talents in Cancer Immunotherapy และ Twitter : Thailand Hub of Talents in Cancer Immunotherapy

ฟอร์ดประกวดไอเดียนวัตกรรม ชิงทุนการศึกษา รวม 840,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753368

ฟอร์ดประกวดไอเดียนวัตกรรม ชิงทุนการศึกษา รวม 840,000 บาท

ฟอร์ดประกวดไอเดียนวัตกรรม ชิงทุนการศึกษา รวม 840,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (Population and Community Development Association- PDA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Agency-NIA) และบริษัททีวีบูรพา จำกัด จัดโครงการ Ford+ Innovator Scholarship 2023ปีที่ 9 ให้เยาวชนร่วมประชันไอเดียนวัตกรรมและการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ในหัวข้อนวัตกรรมทางสังคมพลังบวกเพื่อยกระดับโลกให้น่าอยู่ (Social innovation+ for a better world challenge)ชิงทุนการศึกษาจำนวน 12 ทุน รวม 840,000 บาท นักเรียน นักศึกษาในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม-30 กันยายน 2566

ในปีนี้ฟอร์ดและพันธมิตรต้องการต่อยอดโครงการด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนได้นำเสนอนวัตกรรมโดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนและสังคมผ่านมิติที่กว้างขึ้นครอบคลุม 4 ประเด็น ได้แก่ นวัตกรรมความปลอดภัย นวัตกรรมเพื่อคนในสังคมและชุมชน นวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ และนวัตกรรมเพื่อการศึกษาและได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักเรียนระดับมัธยมเพิ่มเติมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนกลุ่มใหม่ๆ ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้

โครงการ Ford+ Innovator Scholarship 2023 จะมอบทุนการศึกษาแก่ผู้ชนะในรอบสุดท้าย จำนวน 12 ทุน และทุนสนับสนุนการพัฒนาโครงงานสำหรับสถาบันการศึกษา จำนวน 4 ทุน รวมทั้งสิ้น 840,000 บาท

งาน NIPPON HAKU BANGKOK 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753366

งาน NIPPON HAKU BANGKOK 2023

งาน NIPPON HAKU BANGKOK 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เจเอ็ดดูเคชั่น สถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น จัดงานมหกรรมเพื่อคนรักญี่ปุ่น “NIPPON HAKU BANGKOK 2023” ในธีม “NIPPON DAISUKI!” #ตะโกนออกมาว่าฉันชอบญี่ปุ่น ในงานมีสถาบันการศึกษาจากญี่ปุ่นกว่า 50 แห่ง มาร่วมงาน และให้ข้อมูลเรื่องการศึกษา ทุนการศึกษาจากสถานทูตญี่ปุ่น และหน่วยงานอื่นๆ สนใจร่วมงานลงทะเบียนเข้างานได้ฟรี งานมี วันที่ 1-3 กันยายน 2566 ชั้น 5 สยามพารากอน เวลา 11.00-20.00 น. ติดตามข่าวสารของงานที่ Facebook Fanpage :NIPPON HAKU BANGKOK

เอ็น.ซี.ซี.จัดงาน‘EdTeX 2023’ โชว์นวัตกรรมยกระดับครู-นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753372

เอ็น.ซี.ซี.จัดงาน‘EdTeX 2023’ โชว์นวัตกรรมยกระดับครู-นักเรียน

เอ็น.ซี.ซี.จัดงาน‘EdTeX 2023’ โชว์นวัตกรรมยกระดับครู-นักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า เอ็น.ซี.ซี. เตรียมจัดงาน “EdTeX 2023” (เอ็ดเท็ค 2023) งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการศึกษา ภายใต้แนวคิด Active Learning โดยจะรวบรวมเทคโนโลยีทางการศึกษากว่า 3,000 รายการ จากภาครัฐและบริษัทเอกชนทั้งในและต่างประเทศกว่า 150 แห่งมาแสดง การจัดพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) จัดแสดง เทคโนโลยีถ่ายทำวีดิทัศน์ตามเกณฑ์ PA เทคโนโลยีจอสัมผัสอัจฉริยะ (Interactive board),VR & AR, การพิมพ์ 3 มิติ, อุปกรณ์ไอทีเพื่อการศึกษา, หุ่นยนต์, เกม, แท็บเลต, อุปกรณ์นวัตกรรมห้องเรียน เป็นต้น ในวันที่ 31 สิงหาคม-2 กันยายนนี้ ณ ฮอลล์ 6-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายในงาน “EdTeX 2023” ยังมีการสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญในวงการกว่า 50 หัวข้อ ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน อาทิ หัวข้อการสื่อสารการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรรม AI/AR จากสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) Active Learning “Pick Me Up” โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) หัวข้อ นวัตกรรมการบริหารสู่สถานศึกษาคุณภาพ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 และหัวข้อ Future of Educationโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากต่างประเทศ เป็นต้น

“นอกจากนี้ จะมีเวทีการแข่งขันหุ่นยนต์ “MRT SUMO ROBOT Competition 2024” จำนวน 2 รุ่นคือรุ่นประถมศึกษา อายุระหว่าง 8-13 ปีและรุ่นมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ระหว่างอายุ 13-18 ปี เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติในรายการแข่งขัน 11th International Youth Robot Competition (IYRC) 2024 และการแข่งขันหุ่นยนต์อัจฉริยะสมองกล “Bangkok Robotic Challenge” ชิงรางวัลมากมาย นอกจากนั้น ยังมีการสาธิตบอร์ดเกม “Food Web” เกมกระดานเพื่อการเรียนรู้ระบบนิเวศ ส่งเสริมการเรียนรู้และร่วม Workshop Automata กลไกกระดาษเพื่อการเรียนรู้” นายสุรพลกล่าวทิ้งท้าย

มอบรางวัลประกวดคลิปส่งเสริมรักการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753363

มอบรางวัลประกวดคลิปส่งเสริมรักการอ่าน

มอบรางวัลประกวดคลิปส่งเสริมรักการอ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศผลและมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศในโครงการ SE-ED Book Review Content Creator Contest การประกวดสุดยอดนักสร้างคอนเทนต์จากการอ่านหนังสือรุ่นเยาวชน (ภาคอีสาน) ภายใต้หัวข้อ “YOU ARE WHAT YOU READ อ่านแบบไหนที่ใช่คุณ” โดยมี นายศุภรัตน์ ตั้งศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารและแขกรับเชิญร่วมมอบรางวัล มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ภายในงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้อุบลราชธานี สุนีย์ทาวเวอร์ จ.อุบลราชธานี

เลขาฯ กพฐ. เปิดงานนิทรรศการโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753370

เลขาฯ กพฐ. เปิดงานนิทรรศการโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ

เลขาฯ กพฐ. เปิดงานนิทรรศการโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดงานนิทรรศการโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและโรงเรียนพื้นที่เกาะ ณ โรงเรียนบ้านโป่งแยงใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 (สพป.เชียงใหม่ เขต 2) พร้อมด้วยผู้บริหาร สพฐ.ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาคณะครู และนักเรียน เข้าร่วมนิทรรศการแบบออนไซต์ 14 โรงเรียน และเข้าร่วมเสวนาในรูปแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ http://www.ssra-exhibition.com

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การจัดนิทรรศการโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษครั้งนี้ มีรูปแบบที่มีความน่าสนใจ คือแบบไฮบริด คือรวมวิธีการทั้งในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ การถ่ายทอดสด และการจัดนิทรรศการในรูปแบบออนไซด์ ซึ่งเป็นการดำเนินการขับเคลื่อนที่น่าสนใจ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงศักยภาพของโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ ตนเองขอขอบคุณและชื่นชมการดำเนินงานของคณะกรรมการทุกฝ่าย การจัดนิทรรศการของทุกโรงเรียนที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการจัดนิทรรศการครั้งนี้ซึ่งกิจกรรมนี้จะพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนจะได้แสดงทักษะและความสามารถ ต่อยอดทักษะในด้านต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไป

นิทรรศการโรงเรียนในพื้นที่ลักษณะพิเศษครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินการของโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ ทั้งในด้านทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ เพื่อขับเคลื่อนทิศทางการจัดการศึกษาผ่านภาคีเครือข่าย ภายในงานมีการเสวนาทางวิชาการ “ทิศทางการขับเคลื่อนโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ” โดยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ นิทรรศการของโรงเรียน การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานอาชีพนักเรียน

‘สส.ก้าวไกล’จี้มท.-ศธ.ถอดบทเรียนปมส่งเด็กนักเรียน 126 คนกลับพม่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753509

'สส.ก้าวไกล'จี้มท.-ศธ.ถอดบทเรียนปมส่งเด็กนักเรียน 126 คนกลับพม่า

‘สส.ก้าวไกล’จี้มท.-ศธ.ถอดบทเรียนปมส่งเด็กนักเรียน 126 คนกลับพม่า

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 22.44 น.

“สส.ก้าวไกล”จี้ มท.- ศธ.ถอดบทเรียนส่งเด็กนักเรียน 126 คนกลับพม่า หวั่นความไม่ชัดเจนตั้ง 3 ข้อสังเกต สำรวจพบเด็กกว่า 20 คนกลับมาไทยแล้ว 7 คนได้เรียนใน รร. ส่วน 4 คน ต้องทำงานเหตุครอบครัวยากจน

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.ระบบบัญชีราชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางการไทยส่งเด็กนักเรียนไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กลับประเทศพม่า ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า ไม่ว่าเด็กกลุ่มนี้จะเข้าเมืองด้วยกระบวนการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  แต่ควรคำนึงถึงสิทธิการศึกษาของเด็กและควรถอดบทเรียนว่าหากมีเหตุการณ์หรือกรณีแบบนี้ และกรณีใด ๆ เกิดขึ้นอีก ควรจัดการและหากระบวนการที่เหมาะสม เท่าที่ทราขณะนี้เด็กหลายคนกลับไปเข้าเรียนในพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านและมีบางรายย้อนกลับเข้ามาเรียนในประเทศไทยผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า มีข้อสังเกต 1.ในกรณีนี้อาจจะไม่สามารถยกขึ้นมาเป็นกรณีชี้กระบวนการว่าถูกหรือผิดได้ เพราะรัฐไทยยังไม่มีกระบวนการถอดบทเรียนว่าหากในสถานการณ์ที่จำเป็นและคำนึงถึงว่าสิทธิใดควรมาเหนือสิทธิใด ๆ และควรมีวิธีการในการปฏิบัติอย่างไร เช่น สิทธิการศึกษาควรที่จะมาก่อนการโยกย้ายถิ่นฐาน ไม่ว่าจะเข้าเมืองมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิที่อพยพมาหนีภัยสงครามเข้าเมืองนั้น ๆ ควรที่จะเหนือการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า 2.ในกรณีนี้ส่งผลกระทบต่อในเชิงลบต่อการจัดการศึกษาเนื่องจากโรงเรียนทั่วประเทศไม่กล้าเปิดรับเด็กไร้สถานทางเบียน และหน่วยงาน คือกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็มีความวิตกกังวลว่าจะเกิดกรณีนี้ขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อการดูและการจัดการศึกษาในกับเด็กจำนวนหนึ่ง ควรเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

3.ในกรณีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียนที่นำเด็กมาเรียน ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสอนและยังไม่เห็นความคืบหน้าในการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการว่ามีการส่งฟ้องหรือไม่ เพราะต้องดูข้อเท็จจริงและเจตนาประกอบสิ่งที่ผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำนั้นเข้าข่ายเป็นเจตนาพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจริงหรือไม่ หรือมีความหวังดีต้องการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียน ซึ่งก็มีข้อเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดี แต่กระบวนการยุติธรรมนั้นได้เดินหน้าไปแล้ว ซึ่งควรช่วยกันติดตามเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างความชัดเจนให้กับหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ ในเมื่อรัฐมนตรี ศธ. ยืนยันเองว่าสิทธิการศึกษาควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ ตามหลักการ Education for all ดังนั้นก็ไม่ควรจะมีประเด็นที่เป็นข้อจำกัดใดๆ และรัฐมนตรี ศธ.ควรที่จะมีนโยบาย หรือมีหนังสือสั่งการให้ทำความเข้าใจว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ใกล้กับชายแดน” นายณัฐวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเด็กนักเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จำนวน 126 คนที่ถูกส่งกลับมายังจังหวัดเชียงรายนั้น มีเพียง 4 คนที่ยังอยู่ในบ้านพักเด็กฝั่งไทย เนื่องจากไม่มีพ่อหรือแม่มารับ เนื่องจากพ่อเป็นผู้หนีภัยการสู้รบ ส่วนเด็ก 122 คนถูกผลักดันกลับฝั่งพม่าแล้ว โดยมี 7 คน ข้ามกลับมาเรียนในโรงเรียนฝั่งไทย 10 คนเรียนในศูนย์การศึกษาฝั่งไทย และอีก 4 คนเข้ามาทำงานรับจ้างเก็บใบชาในฝั่งไทยเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ส่วนเด็กที่เหลืออีกกว่า 100 คน มีเพียงส่วนน้อยที่ได้เรียนในฝั่งพม่าเพราะครอบครัวมีฐานะยากจนเช่นเดียวกัน

ในขณะที่ น.ส.ลาหมึทอ อดีตเด็กไร้สัญชาติริมแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า พ่อแม่เป็นผู้อพยพมาจากประเทศพม่า ครอบครัวยากจนต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งเธอเข้าเรียน และจำเป็นที่จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย เวลาที่เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปโรงเรียนซึ่งต้องผ่านด่านตรวจ ทำให้รู้สึกระแวงทุกครั้ง มีความกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัย ส่วนชีวิตในโรงเรียนถูกคนรอบข้างมองด้วยความแปลกแยก สายตาของคนอื่นที่มองมาคล้ายกับว่าเราคนไม่ปกติ

“ขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรามีโอกาสได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อมหาวิทยาลัยจนจบปริญญาตรี แต่ถูกปฏิเสธทุนการศึกษาเพราะไม่มีสัญชาติไทย ทำให้รู้สึกด้อยค่าและโดนกีดกันทางการศึกษาในเวลาเดียวกัน ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะมาจากฝั่งพม่า แต่เราเองเกิดในไทย ไม่ได้มีความผูกพันธ์กับประเทศต้นทางเลย แต่กลับถูกตีตราว่าเป็นต่างด้าว ปัจจุบันยังมีเด็กไม่มีเอกสารทางทะเบียนอีกจำนวนมากและไม่ได้รับโอกาสตามตามที่ พรบ.ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการระบุ”นางสาวลาหมึทอกล่าว

กรมพลศึกษาชูผลงานเด่นต่อเนื่องตลอดปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753515

กรมพลศึกษาชูผลงานเด่นต่อเนื่องตลอดปี 2566

กรมพลศึกษาชูผลงานเด่นต่อเนื่องตลอดปี 2566

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.00 น.

ชื่อของกรมพลศึกษา โดยทั่วรู้จักกรมพลศึกษาว่าดูแลเรื่องการจัดการกีฬาเท่านั้น ทั้งนี้ในบทบาทการดำเนินงานการพลศึกษาในปัจจุบันนั้น กรมพลศึกษาอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

มีการดำเนินงานด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนานวตกรรมจนได้รับรางวัลในปี 2566 ได้พัฒนานวัตกรรมบริการ “ชุดทดสอบสมรรถภาพทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกรมพลศึกษา” เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 ระดับดี สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม สาขาบริหารจัดการภาครัฐ งานบริการทดสอบความสามารถทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยกลุ่มวิจัยเเละพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา เกิดประโยชน์ทำให้ประชาชนมีเครื่องมือสำหรับประเมินการทำงานรู้คิดของสมองเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอให้สมองมีการทำงานที่ผิดปกติช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสมองและนำไปสู่การป้องกันและรักษาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสมอง สามารถให้บริการประชาชนในการประเมินความสามารถทางสมองในด้านความเร็วในการประมวลข้อมูล(Speed of processing)  ด้านความสามารถของการบริหารจัดการสมองส่วนหน้า (Executive Functions : EF) ด้านความยืดหยุ่น ทางความคิด (Cognitive flexibility) ด้านการควบคุมยับยั้ง (Inhibition) ด้านการเลือกจดจ่อใส่ใจ (Selective attention)  และด้านความสามารถของสมองทางด้านมิติสัมพันธ์

การประเมินความสามารถทางการรู้คิดของสมอง (Cognitive function) มีความสำคัญเนื่องจากมีอิทธิพลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจสำหรับวัยเด็กและเยาวชน การทำงานรู้คิดของสมองจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหา ควบคุมตนเองได้กล้าคิดสิ่งใหม่ๆ และทำสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเก่งในอนาคตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา ช่วงอายุตั้งแต่ 13 – 23 ปี ซึ่งมีจำนวนกว่าแปดล้านกว่าคน

ปัจจุบันมี 262 โรงเรียนทั่วประเทศดาวน์โหลดชุดทดสอบความสามารถทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะ รูปแบบในการให้บริการ ดาวน์โหลดเครื่องมือชุดทดสอบความสามารถทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทั้งในรูปแบบ Offline และ Online   สามารถที่จะพกพาสะดวกใช้ง่าย ซึ่งการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือชุดทดสอบความสามารถทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัย นอกจากการให้บริการประชาชนยังให้บริการทดสอบความสามารถทางสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพทางการกีฬาระดับชั้นนำเช่น การทดสอบฯ สำหรับนักฟุตบอลเยาวชนชั้นเลิศ (Football Exellent Center) รวมทั้งการออกหน่วยให้บริการ เพื่อให้บริการทดสอบ ฯ การนำชุดทดสอบ ฯ ใช้ในการศึกษาวิจัย การทำวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ด้วย

นอกจากนี้ กรมพลศึกษายังได้มีการดำเนินงานด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาพื้นฐาน ประกอบด้วย การแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ การประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ กิจกรรมการประกวด “ต้นแบบบริหารกายหน้าเสาธง โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้   กิจกรรม “ร้อนนี้มีกีฬาและนันทนาการเพื่อลูกรัก  การแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดน   รวมถึงการก่อสร้างสนามกีฬาระดับอำเภอ สนามกีฬาระดับตำบล และการก่อสร้างสระว่ายน้ำชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และทำกิจกรรมนันทนาการอย่างทั่วถึง

ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกาย กีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬาและนันทนาการ เพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต  ประกอบด้วย การจัดกิจกรรม Run for Unity วิ่งรวมใจไทยเป็นหนึ่ง , จัดการอบรมเครือข่ายออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้กับผู้นำการออกกำลังกาย จากชมรมต่าง ๆ ในเครือข่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาจากทั่วประเทศ, กิจกรรมการอบรมเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายขั้นพื้นฐานด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา, กิจกรรมฝึกอบรมผู้นำ“คีตลีลา พฤฒาสราญ”ภายใต้โครงการศูนย์นันทนาการ เติมฝัน ปันสุข

ด้านการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬา ได้แก่ จัดโครงการฟุตบอลสำหรับโรงเรียน(FIFA Football for Schools) โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง FIFA, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และกรมพลศึกษา, จัดการอบรมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย หรือ อสก. และจัดโครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษาในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กบกพร่องทางสติปัญญาในชั้นเรียนร่วมจนก่อให้เกิดสุขภาวะที่ดี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

นอกจากนี้ กรมพลศึกษา ยังได้ดำเนินการที่สำคัญด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ และด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดย ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจมีการดำเนินการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและนันทนาการ ขับเคลื่อนการกีฬาสีขาว ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG  มีผลการประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ระดับมาตรฐานขั้นสูง  ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA ) ในระดับ A 

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้มีการดำเนินการพัฒนาส่งเสริมด้านกีฬา นันทนาการ พัฒนาบุคลากร และวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของสหพันธ์กีฬาโรงเรียนนานาชาติในฐานะประธานประจำภูมิภาคเอเชียของสหพันธ์กีฬาโรงเรียนนานาชาติ (ISF) ,มีการจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบความร่วมมือสาขากีฬาอาเขียน ครั้งที่ 13 (SOMS-13), การประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 7 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง, จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการอาเซียน-ญี่ปุ่น ภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศด้านกีฬา”สำหรับผู้กำหนดนโยบาย, ร่วมลงนามMOUกับคณะกรรมการเยาวชนนานาชาติแห่งเอเชีย สนับสนุนด้านการศึกษา และกิจกรรมด้านการกีฬาระหว่างกันด้วย

ตลอดระยะเวลา 89 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมพลศึกษา ยังคงยึดมั่นที่จะขับเคลื่อนนโยบายด้านการออกกำลังกาย การกีฬา และการนันทนาการ ให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อให้ประชาชนคนไทย มีสุขภาพกายที่ดี มีสุขภาพจิตที่สดใส ตามค่านิยมของกรมพลศึกษาที่ว่า ” มอบความสุขให้มวลชน “

สกสว.-ก.พ.ร. ร่วมมือหน่วยงานภาคีภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน หารือแก้ปัญหาPM2.5 เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753413

สกสว.-ก.พ.ร. ร่วมมือหน่วยงานภาคีภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน หารือแก้ปัญหาPM2.5 เชียงใหม่

สกสว.-ก.พ.ร. ร่วมมือหน่วยงานภาคีภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน หารือแก้ปัญหาPM2.5 เชียงใหม่

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.05 น.

สกสว. – สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมมือหน่วยงานภาคีเครือข่าย ติดตามการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการไฟระดับชุมชนและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ พร้อมหารือแก้ปัญหาการทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนจังหวัดเชียงใหม่ โดย สกสว. พร้อมสนับสนุนงบประมาณวิจัยและข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมสู่การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

สำนักงานคณะกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. คุณวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ คุณนิสากร จึงเจริญธรรม ที่ปรึกษา สกสว. ศ. ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล คณะอนุกรรมการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการจัดการกรอบวงเงินงบประมาณ รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ร่วมสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) นำโดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม และคุณอารีพันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) มูลนิธิธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDi) สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประชุมติดตามการบริหารจัดการไฟระดับชุมชนและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ (Government Innovation Lab) โดยมี คุณชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

โอกาสนี้ รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. มีหน้าที่จัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกรอบงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ รวมถึงบริหารระบบงบประมาณด้าน ววน. ผ่านการจัดสรรงบประมาณจากกองทุน ววน. ให้กับหน่วยงานในระบบทุกมิติ สำหรับปัญหาวิกฤตมลพิษฝุ่น PM2.5 สกสว. ได้เตรียมการสนับสนุนงบประมาณวิจัยผ่านแผนงาน “แก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ” ปีงบประมาณ 2566 แผนงานย่อยรายประเด็น “งานวิจัยและการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเร่งด่วนฝุ่นละออง PM2.5 แบบมุ่งเป้าและบูรณาการ” โดยการมีส่วนร่วม ประสานองค์ความรู้ ร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ การขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานภาคี นั้น ทาง สกสว. พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลด้านวิจัยและนวัตกรรม ที่ได้มีการออกแบบโดยการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์สังเคราะห์งานวิจัยเชิงพื้นที่มาปรับการทำงานให้ตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ปฏิบัติการเป้าหมาย ผ่าน 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1) ภาคเกษตร 2) ภาคป่าไม้ 3) ภาคคมนาคม 4) ฝุ่นควันข้ามแดน และ 5) ระบบข้อมูล เพื่อหนุนเสริมข้อมูลทางวิชาการให้เกิดการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ให้เกิดการดำเนินงานร่วมกันได้ตรงเป้าหมายและมีความยั่งยืน

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม กล่าวถึงการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่ได้มีการดำเนินงานใน 2 พื้นที่ คือ 1) อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เน้นเรื่องการจัดการไฟป่า และ 2) อำเภอแม่แจ่ม เน้นเรื่องการจัดการไฟป่าและไฟในพื้นที่เกษตร ภายใต้แนวคิดให้ชุมชนเป็นแกนหลัก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแกนประสานหน่วยงานในระดับกลาง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นแกนหนุนเสริม ซึ่งจะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เป็นฤดูกาล แต่เป็นการออกแบบบริหารจัดการให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมขยายผลไปสู่จังหวัดอื่น ๆ

ด้าน คุณชัชวาลย์ ปัญญา กล่าวว่า ทาง จ.เชียงใหม่ ได้มีการวางแผนบูรณาการของหน่วยงานภายในจังหวัด โดยในปีนี้จะดำเนินการด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิง บริหารจัดการไฟที่จำเป็น เพื่อลดจุด Hotspot ในแต่ละพื้นที่ ไม่ให้เกิดการลุกลามเข้าไปในป่าที่จะส่งผลให้ควบคุมได้ยาก นับเป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อว่าจะดำเนินการแก้ไขอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน สำหรับ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นพื้นที่ได้เปรียบในการใช้ชีวมวลในการทำมูลค่าเพิ่ม ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก และยังเป็นการลดการเผาในภาคการเกษตร สำหรับการร่วมมือขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ปฎิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ ครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและการจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นอย่างมาก

โดยในที่ประชุมได้มีการหารือในประเด็นต่าง ๆ คือ 1) การทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับภารกิจ การดำเนินงานใน 2 พื้นที่ปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ 2) แนวทางทำงานร่วมกันตามรูปแบบภาคีการพัฒนาร่วม 3 ฝ่าย รัฐ-ชุมชน-เอกชน  และ 3) กิจกรรมการดำเนินงานที่ภาคเอกชนสามารถร่วมสนับสนุนดำเนินการ เพื่อการป้องกันจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เพราะปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่ากำลังของภาครัฐฝ่ายเดียว ซึ่งผลกระทบจากฝุ่นพิษมีผลต่อทุกภาคส่วนและมีต้นทุนมากขึ้นทุกปี ขณะที่การป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 นั้น ต้องใช้เครื่องมือหลายประเภท ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ สังคม รวมทั้งนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ

ทั้งนี้ ได้มีการวางแนวทางการขับเคลื่อน 8 แนวทางหลักสำคัญ ที่สามารถดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน และแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ดังนี้ 1) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเครือข่าย 2) การจัดการไฟในพื้นที่ป่า 3) การจัดการไฟพื้นที่เกษตร 4) การจัดการไฟพื้นที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) 5) การพัฒนาระบบการติดตาม 6) การกำหนดตัวชี้วัด 7) การสร้างกลไกการบริหารจัดการ และ 8) การพัฒนาชุดความรู้และงานวิชาการเกี่ยวกับการจัดการไฟ ไร่หมุนเวียน และการสื่อสารสาธารณะ

สำหรับ การลงพื้นที่แนวกันไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย นั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุมชน ในการป้องกันไฟป่าด้วยการทำแนวป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงของชุมชน การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ การลาดตระเวนตรวจหาไฟป่าในพื้นที่ชุมชน การตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ชุมชน การปฏิบัติงานในฤดูไฟป่า ด้วยการจัดชุดลาดตระเวนร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่าชุมชน การตรวจสอบจุดความร้อน Hotspot ทั้งนี้ หากเกิดไฟป่าขึ้นจะมีการแจ้งให้ชุดดับไฟเคลื่อนที่ที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดเข้าระงับไฟ หากเกินขีดจำกัดของหน่วยดับไฟป่าเคลื่อนที่ จะมีการประสานขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยงานในคณะทำงานของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

กรมพลศึกษา รับมอบโต๊ะกีฬาเทคบอลจากสถานทูตฮังการี พร้อมตั้งเป้าศูนย์กลางกีฬาเทคบอลในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753516

กรมพลศึกษา รับมอบโต๊ะกีฬาเทคบอลจากสถานทูตฮังการี พร้อมตั้งเป้าศูนย์กลางกีฬาเทคบอลในอาเซียน

กรมพลศึกษา รับมอบโต๊ะกีฬาเทคบอลจากสถานทูตฮังการี พร้อมตั้งเป้าศูนย์กลางกีฬาเทคบอลในอาเซียน

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.00 น.

กรมพลศึกษารับมอบโต๊ะกีฬาเทคบอลจากสถานทูตฮังการี พร้อมตั้งเป้าศูนย์กลางกีฬาเทคบอลในอาเซียน

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วย ดร. ชานโดร์ ชีโปช เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวพิธีรับมอบโต๊ะกีฬาเทคบอล โดยสถานเอกอัครราชทูตฮังการี ประจำประเทศไทย และสหพันธ์เทคบอลนานาชาติ ที่ได้ส่งมอบโต๊ะกีฬาเทคบอลจำนวน 112 ตัว ให้แก่กรมพลศึกษา เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐฮังการี มุ่งใช้ประโยชน์เพื่อการฝึกฝนทักษะกีฬาเทคบอลให้กับเยาวชน ประชาชนคนไทยที่สนใจส่งเสริมการเล่นกีฬาเทคบอลในประเทศไทยให้แพร่หลายรวมทั้งตั้งเป้าขยายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการส่งเสริมและเผยแพร่กีฬาเทคบอลในอาเซียนด้วย

ทั้งนี้การร่วมมือพัฒนากีฬาเทคบอลระหว่างไทย-ฮังการี ซึ่งประเทศฮังการีมีนโยบายที่จะสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนากีฬาเทคบอลในภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งให้การสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาเทคบอลเพื่อเป็นการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยหันมาสนใจและเล่นกีฬาเทคบอลมากยิ่งขึ้น และกรมพลศึกษาพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับสหพันธ์กีฬาเทคบอลนานาชาติและสมาคมกีฬา

เทคบอลแห่งประเทศไทย  เพื่อส่งเสริมใช้ประโยชน์ฝึกทักษะเทคบอลนักกีฬาไทยให้แพร่หลาย ตั้งเป้าขยายเป็นศูนย์กลางส่งเสริมและเผยแพร่กีฬาเทคบอลในอาเซียนต่อไป

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า “กรมพลศึกษา เป็นหน่วยงานหลักดูแลกีฬาพื้นฐานและกีฬามวลชน จึงพร้อมสนับสนุนกีฬาเทคบอลกีฬาชนิดใหม่ โดยกรมพลศึกษาได้ร่างหลักสูตรการจัดอบรม

ผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินกีฬาเทคบอลไปเบื้องต้นแล้ว และถ้ามีโอกาสเราก็จะจัดแข่งขันกีฬาเทคบอลระดับนักเรียน เราก็ยังมีความคาดหวังว่า กีฬาเทคบอลที่เป็นการผสมผสานกันของทักษะหลายชนิดกีฬา แต่ที่เราได้เปรียบคือเราพื้นฐานมาจากกีฬาตะกร้อ ทำให้เราเล่นกีฬาเทคบอลได้ดีเป็นระดับแนวหน้าของโลก โดย

อีกไม่นานกีฬาเทคบอล จะมีโอกาสบรรจุเข้าแข่งขันในกีฬาโอลิกปิคได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ประเทศไทยเราก็จะมีโอกาสสูงที่จะได้รับเหรียญใดเหรียญหนึ่งเพิ่มจากกีฬาโอลิมปิคก็เป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้ ”

ทางด้าน ดร. ชานโดร์ ชีโปช เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย ยังได้เปิดเผยว่า “จากความสัมพันธ์อันดีระหว่างฮังการีกับไทย ซึ่งมีระยะเวลายาวนานถึง 50 ปี ในโอกาสอันดีนี้ ทางประเทศฮังการี

ก็อยากที่จะสนับสนุนและร่วมเผยแพร่กีฬาเทคบอลให้เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกีฬาตะกร้อเป็นที่นิยมในประเทศ โดยเราได้เล็งเห็นว่า การที่มีทักษะทางกีฬาตะกร้อดี จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกีฬาเทคบอลได้ แล้วการที่เราส่งมอบโต๊ะเทคบอลจำนวน 112 ตัวให้กับกรมพลศึกษา เราก็มีความตั้งใจอยากจะให้กรมพลศึกษา ที่เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมด้านกีฬา ก็จะสามรถช่วยเผยแพร่กีฬาชนิดนี้ไปให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในประเทศไทย ได้เรียนรู้และหันมาเล่นกีฬาเทคบอล รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รู้จักกีฬาชนิดพิ่มขึ้น

โดยประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันเกาะสมุย เทคบอล ทัวร์ ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2566 ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีที่คนไทยจะได้รู้จักและให้ความสนใจกีฬาเทคบอลต่อไป.