ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749047

ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด  ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ม.อ.ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นภายใต้โครงการ “การจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี” ครั้งที่ 3 โดยใช้กระบวนการ SEA ตามแนวทางการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ของ สศช. เพื่อทำแผนให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยคำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

การประชุมระดมความคิดเห็นครั้งนี้จะนำความคิดเห็นของทุกภาคส่วนต่อกรอบอ้างอิงเชิงยุทธศาสตร์ ข้อมูลพื้นฐานและทุนทางทรัพยากร การระบุประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าหมายการพัฒนาและวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการระบุผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีผู้แทนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่อาศัยในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 300 คน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้

“โครงการการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ม.อ. มุ่งหวัง จะเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญเพื่อร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืนเนื่องจากจังหวัดสงขลา นับว่ามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่วนเศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีขึ้นอยู่กับภาคเกษตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการทำประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง” ผศ.ดร.พงค์เทพกล่าว

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748957

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.39 น.

กรมศิลปากรส่งนักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบปืนใหญ่ วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราชพบจารึกอักษรยาวี ระบุปีที่สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

9 ส.ค.66 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2566 ได้มอบหมายให้นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ร่วมกันตรวจสอบสภาพความชำรุดของปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอก ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รื้อย้ายจากบริเวณโดยรอบวิหารพระกัจจายนะ (วิหารพระแอด) มาเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์วัด

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปืนใหญ่ที่เก็บรักษาไว้ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหารนี้ บางกระบอกมีลักษณะพิเศษ เช่น มีจารึกอักษรยาวี ระบุปีที่สร้างซึ่งตรงกับสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือปืนใหญ่ของฮอลันดาที่มีตราสัญลักษณ์ VOC R รวมทั้งยังได้ตรวจสอบสภาพความชำรุดของพระพุทธรูปโบราณ ภายในวิหารทับเกษตร และวิหารโพธิ์ลังกาเพื่อเตรียมการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ ซึ่งจะเป็นการปกป้องคุ้มครองโบราณวัตถุดังกล่าวให้ยั่งยืนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า ปืนใหญ่เหล่านี้ รวมทั้งโบราณวัตถุ และโบราณสถาน ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ล้วนเป็นหลักฐานแสดงถึงประวัติศาสตร์ และความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราชที่มีมาแต่ครั้งอดีต

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748871

ปลัดมหาดไทย  จัดงานศิลปาชีพ  ประทีปไทย OTOP

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.50 น.

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP 12-20 สิงหาคมนี้

ปลัดมท. จับมือ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย แถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” ชวนชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่าและสุดยอดสินค้า OTOP ทั่วไทย ชม ช้อป ชิม แชะ เช็คอิน 12-20ส.ค.66 ณ ชาเลนเจอร์1-3อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 8สิงหาคม2566 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” โดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมแถลงข่าว โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชูชีพ พงษ์ไชย นายวิฑูรย์ นวลนุกูล นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางพนิตาวดี ปราชญ์นคร นายวสันต์ สุภาภา รองอธิบดีกรมที่ดิน นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน ร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า การจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย โดยทรงเพียรพยายามปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างยาวนานมากกว่า 50 ปี นับเนื่องตั้งแต่ที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนมในปี 2513 ก่อกำเนิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพัฒนาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และยิ่งเป็นความโชคดีของพวกเราคนไทยทุกคนที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการทรงเข้ามาสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้วยพระองค์ท่านทรงมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่านให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทรงศึกษา ทั้งเรื่องของแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ การตลาด มาต่อยอดสิ่งที่สมเด็จย่าของพระองค์ได้ทำไว้ให้กับช่างทอผ้าและคนไทยทุกคน และการจัดงานฯ ในครั้งนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

“ผู้ร่วมงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” ในครั้งนี้ จะได้ร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณนิทรรศการเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ ต่อยอดการพัฒนาลายผ้าพระราชทาน ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”และทรงโปรดให้อาจารย์ผู้มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ดีไซเนอร์ทั้งระดับประเทศและระดับสากล เป็นทีมในการโค้ชชิ่งพัฒนาศักยภาพแก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตผ้าไทย ทุกเทคนิค ทุกแขนง และในหลายโอกาส พระองค์ท่านจะทรงทำการโค้ชชิ่งด้วยพระองค์เองในการเสด็จทรงงานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ การจัดงานในครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการผ้าไทย และผู้จัดจำหน่ายสินค้าโอทอปจำนวนมากจากทั่วประเทศ และงานในครั้งนี้ยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลชุดความรู้ระหว่างผู้ประกอบการผ้าไทยและสินค้าโอทอปทั่วทุกภูมิภาค ยังผลให้เกิดการขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดในด้านช่องทางการตลาด อันจะเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า การจัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2566 ในครั้งนี้ เป็นงานแห่งความหวังของพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ ช่างทอผ้าที่อยู่ในกระบวนการผลิต ผู้ประกอบการของชุมชน ที่ได้นำเอาสินค้าของตนเองมาแสดงกว่า 2,000 บูธ ซึ่งหากเราจะโฟกัสไปที่จำนวนครัวเรือนของผู้ประกอบการที่มาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ มีมากถึง 10,000 ครัวเรือน ที่มาจากทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ที่ต่างมีความตั้งใจจะนำสินค้าอันเกิดจากแรงกาย แรงใจ และ 2 มือของผู้ประกอบการ ของช่างทอผ้า มาให้พวกเราได้ชื่นชมและเลือกซื้อเลือกหา ดังนั้น งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการตั้งตาคอยเท่านั้น แต่ยังเป็นความฝันและการรอคอยของผู้ที่ชื่นชอบ ชื่นชมในสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป หรือ FC ผลิตภัณฑ์โอทอปที่ต่างตั้งตารอให้มีกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะงานนี้ได้รวบรวมสินค้าจากทั่วประเทศไว้ได้ในคราวเดียว ถือว่าเป็นงานแห่งความหวัง ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ที่จะได้มาพบกันเพื่อเลือกซื้อ เลือกชมสินค้า และให้กำลังใจพี่น้องผู้ประกอบการ

“งานครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านได้ร่วมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการต่อยอดลมหายใจผ้าไทย เพราะหากไม่มีพระองค์ท่าน คงไม่มีผ้าไทยได้สวมใส่กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ซึ่ง “ผ้าไทย” ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องลวดลายสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงการมีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตที่สอดแทรกอยู่ในผ้าไทย ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาทิ ที่บ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ได้พบกับบรรยากาศแห่งการน้อมน้อมนำพระดำริมาขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง มีการนำเอาสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็นวัตถุดิบในการทำเป็นสีย้อมผ้า จนทำให้ในเวลาเพียง 1 ปี จากราคาผ้าเมตรละ 250 บาท ตอนนี้เป็นราคาประมาณ 1,200 – 1,500 บาท และมียอดสั่งซื้อไม่ขาดสาย และที่สำคัญ คือ เราได้เห็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ที่เป็นศิลปินการออกแบบ (Designer) ได้มาร่วมกันลงพื้นที่ไปให้ความรู้ แนะนำ แนะแนว สื่อสาร ตลอดไปทั่วทุกทิศในพื้นที่ห่างไกล จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพี่น้องในชนบทให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเนื่องในเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมางานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2566 เลือกซื้อของขวัญเพื่อมอบให้กับคุณแม่ในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี2566” ดร.วันดีฯ กล่าวเพิ่มเติม

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748800

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย  เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รับสมัครสอบคัดเลือกนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ปีการศึกษา 2566 เพื่อคัดเลือกเข้ารับ “ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.)” ระดับมัธยมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 และ “โครงการห้องเรียน พสวท.
(สู่ความเป็นเลิศ)” ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งการคัดเลือกนักเรียนรอบแรกดำเนินการพร้อมกับการคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์โดยใช้ข้อสอบเดียวกัน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค. 2566

สมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.mwit.ac.th สอบถามเกี่ยวกับระบบสมัครสอบที่อีเมล admission@mwit.ac.th ทั้งนี้ ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.) ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 40 ทุน สำหรับโครงการห้องเรียน พสวท. (สู่ความเป็นเลิศ) ประจำปีการศึกษา 2567 จัดสรรให้ศึกษา ณ ศูนย์โรงเรียน พสวท.จำนวน 10 แห่ง ศูนย์ละไม่เกิน 30 คน คือ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา และโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้สนใจดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/dpstcenter สอบถามเกี่ยวกับทุน พสวท. ที่อีเมล scholarship@ipst.ac.th หรือฝ่าย พสวท. โทร. 02-3924021 ต่อ 2309-2311

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’ ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748802

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’  ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’ ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยวงล้อเศรษฐกิจชาติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล BCG ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกสู่การเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติที่ทุกสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยถือภารกิจสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตของชาติด้วยองค์ความรู้จากการใช้เทคโนโลยี โดย ผศ.ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วิทยาเขตกาญจนบุรีถือเป็นภารกิจสำคัญในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจชาติสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ด้วย “พลังแห่งชุมชน” บนพื้นฐานของ “เกษตรอัจฉริยะ” เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้องค์ความรู้จากการทำเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม

3 ปี ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จัดหลักสูตรเกษตรอัจฉริยะ “นวัตกรรมการผลิตพืชเพื่ออนาคต” แบบ Non Degree ตามนโยบาย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ปัจจุบันพร้อมออกดอกออกผลแล้ว สู่การสร้าง “Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม)” เพื่อชุมชน ด้วยหลักการแห่ง “Precision Agriculture (เกษตรแม่นยำ)” หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างแม่นยำ

ภายใต้การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตที่ปลอดภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตกาญจนบุรี มอบให้ชุมชนที่ผ่านมาปัจจุบันได้เกิดเป็นผลิตผลใหม่ทางการเกษตร จากการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคภายใต้สังคมแห่งสุขภาวะ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของประชาชนในชุมชนและประเทศชาติ

อาทิ “มะเขือเทศควบคุมความหวานระดับสูง” ที่จะทำให้มะเขือเทศไม่ได้ปรากฏเพียงในจานผัก แต่จะสามารถจัดรวมกับจานผลไม้โดยที่ยังคงอุดมไปด้วยสารอาหาร และเพิ่มเติมด้วยความหวานจากธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ หรือการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรผลิต “พืชผักโซเดียมต่ำ” เพื่อคุณค่าที่คู่ควรกับจานสลัด และพร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป

ทั้งนี้ สิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ จะทำอย่างไรให้ Social Enterprise แห่งชุมชน จ.กาญจนบุรี เกิดความยั่งยืนภายใต้การทำงานที่สอดประสานระหว่างม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี (Agriculture and Innovation Center -AIC) พร้อมคืนกำไรสู่ชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง และพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “Eco-Smart Campus” ขับเคลื่อนเศรษฐชาติด้วยพลังแห่งชุมชนต่อไป!!!

‘สกสว.บพข.’จับมือ’มรภ.ลำปาง’ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748838

'สกสว.บพข.'จับมือ'มรภ.ลำปาง'ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

‘สกสว.บพข.’จับมือ’มรภ.ลำปาง’ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.58 น.

กองทุน ววน. โดย สกสว. บพข. จับมือ มรภ.ลำปาง และภาคีเครือข่าย 22 หน่วยงาน ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยการท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

8 สิงหาคม 2566 กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการและการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และภาคีเครือข่ายรวม 22 หน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคตโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้แผนงานวิจัย “การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนเส้นทางรถไฟสายเหนือส่วนขยาย (เชียงใหม่ – ลำปางไปยังพิษณุโลก)” ที่สนับสนุนทุนวิจัยโดย กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ผ่านช่องทางระบบออนไลน์ร่วมกันกับเครือข่ายทั่วประเทศ

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ในฐานะผู้แทนผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. เป็นหน่วยงานที่มีระบบการบริหารจัดการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศครอบคลุมด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาการ วิจัยและพัฒนา ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ทำหน้าที่บริหารจัดการแผนงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 และสนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยเส้นทางรถไฟไปใช้ประโยชน์ นับว่าเป็นผลงานที่มีศักยภาพสอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของประเทศเป็นอย่างมาก 

ขณะที่ ในปี 2567 สกสว.และบพข.มีแผนการส่งเสริม สนับสนุนการท่องเที่ยวทางรถไฟเชิงสร้างสรรค์ทั่วประเทศ          ผ่านมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 แห่งร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ดังนี้

1) ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและ สุโขทัย) แผนงานวิจัย “การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ผ่านการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือ ส่วนขยาย (เชียงใหม่ – ลำปาง ไปยัง สวรรคโลก)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 

2) ภาคใต้ (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช) แผนงานวิจัย “การเชื่อมโยง การท่องเทียวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟในเส้นทางศักยภาพของภาคใต้บนฐานอัตลักษณ์เพื่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (หาดใหญ่ – สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราชและตรัง)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

3) ภาคอีสานตอนบน (ขอนแก่น อุดรธานีและหนองคาย) แผนงานวิจัย “การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟเพื่อสร้างมูลค่าด้วยฐานทุนวัฒนธรรม และความเชื่อมโยงในเส้นทางอีสานตอนบน (ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 

4) ภาคอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) แผนงานวิจัย “การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟเพื่อสร้าง มูลค่าด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและความเชื่อในเส้นทางอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี)” โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

“สกสว. และ บพข.เป็นหน่วยงานสำคัญของรัฐในการจัดทำแผนพัฒนาการวิจัย บริหารจัดสรรงบประมาณการวิจัย รวมทั้ง มีระบบติดตามการใช้ประโยชน์จากการวิจัยของประเทศ จึงได้จัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 สนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์/เชิงสาธารณประโยชน์ หรือ Research Utilization : RU เพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยรถไฟของประเทศไทย จำนวน 25 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางแสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรถไฟ ราว 5,000 คน ใน 19 จังหวัดเป้าหมายทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง มีมูลการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ราว 475 ล้าน ภายในปี 2570 หรือ เฉลี่ยจังหวัดละ 25 ล้านบาท” ผู้แทน ผอ.สกสว. กล่าวสรุป 

การผนึกกําลังกับการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว 6 จังหวัดภาคเหนือ กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 5 และภาค 6 รวมทั้ง 4 มหาวิทยาลัย ที่ร่วม MOU ในวันนี้ สามารถบูรณาการความร่วมมือเพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรถไฟและบนเส้นทางรถไฟ ผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่น สุนทรียทางดนตรี การออกแบบ/ดีไชน์เครื่องแต่งกาย สินค้าและผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกที่เข้ากับการเดินทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งมรดกทางธรรมชาติของประเทศไทยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมทั้ง ยังได้ร่วมกันขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น สร้างโอกาสในการทํางานและสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นตามเส้นทางรถไฟดังกล่าว โดยมี 22 หน่วยงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 2.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 4.การรถไฟแห่งประเทศไทย 5.จังหวัดลำปาง 6.จังหวัดลำพูน 7.จังหวัดเชียงใหม่ 8.จังหวัดแพร่ 9.จังหวัดอุตรดิตถ์ 10.จังหวัดพิษณุโลก 11.กรมการท่องเที่ยว12.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง 13.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน 14.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ 15.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ 16.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ 17.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก 18. ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง (ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5) 19.ตำรวจภูธรภาค 6 20.มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา21.มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และ22.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

‘ศิลปากร’ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748718

'ศิลปากร'ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

‘ศิลปากร’ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.09 น.

ก้าวข้ามผ่านปีที่ 80  มาอย่างสง่างาม ไปเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ถึงเวลาปักหมุด โร้ดแมบ ม.ศิลปากร ยุคใหม่ เน้นผลลัพธ์มุ่งสู่มหาวิทยาลัยนานาชาติ ระดับโลก นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดี พร้อมคณะทีมผู้บริหาร ที่จะช่วยผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อให้ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในทุกด้าน ตอบโจทย์ เพื่อชุมชนและสังคมดี มีรายได้ ให้คุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า มหาวิทยาลัยเป็นทั้งจุดเริ่มต้น จุดที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงสร้างจิตสำนึกที่ดี เพื่อทำประโยชน์ในวงกว้างต่อไป 

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยศิลปากร จะมีการนำพาให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ เพื่อความผาสุกของสังคมอย่างยั่งยืน โดยตัวเป้าหมายของวิสัยทัศน์ เราจะมุ่งสู่การยกระดับมหาวิทยาลัย สู่ระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง QS Star Rating ปัจจุบันเราได้ 5 ดาว ใน 4 ด้าน เราจะยกระดับเป็น 5 ดาว 5 ด้านครับ และเรื่องสำคัญก็คือ เรื่องการติด QS World Ranking ในสาขา Arts and Design ซึ่งเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยศิลปากรเรา ตลอดจนการที่จะยกระดับ การบูรณาการทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยต่างๆ หรือ บริการวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ และศิลป์ โดยเราจะยกระดับให้เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นในอนาคต  อันนี้ก็คือเป้าหมายหลัก ทั้งนี้ ในการทำงานของเราจะมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ ก็คือ ยุทธศาสตร์ 4 สร้าง ได้แก่ สร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างคุณค่าและมูลค่า ตลอดจนสร้างสุดท้ายก็คือการ สร้างความยั่งยืน

เรื่องแรกการสร้างคน เราจะดูเรื่องเกี่ยวข้องกับตัวหลักสูตร ของนักศึกษา การพัฒนานักศึกษา ตลอดจน การยกระดับ ความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย  ในส่วนที่ 2 คือการสร้างองค์ความรู้ จะเพิ่มปริมาณของผลงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นผลงานตีพิมพ์หรืองานสร้างสรรค์ ตลอดจน ยกระดับนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญ ก็คือการที่เรา จะพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยโลก เราก็จะต้องมีการยกระดับ QS World Ranking โดยเฉพาะสาขาของ Arts and Design ซึ่งเน้นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในเรื่องที่ 3 ก็คือการสร้างคุณค่า และมูลค่า  ส่วนนี้ เราจะใช้ศักยภาพสำคัญของมหาวิทยาลัย ก็คือการ  บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ มายกระดับการทำงานไม่ว่าจะเป็นการบริการ วิชาการสู่ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้หลักการของ Creative Economy ที่จะมายกระดับตรงนี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิด จะเป็นศูนย์ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น Arts and Design Center ที่จะดูแลงานบริการวิชาการ ดู Database ทางด้านศิลปะ ต่างๆ ของประเทศ ก็จะมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ของเรา

นอกจากนี้ เราก็จะมีการสร้างจุดสุดท้าย เรื่องที่ 4 คือ สร้างความยั่งยืน  การสร้างความยั่งยืนตรงนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับการ บริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ ด้วยระบบธรรมาภิบาล การบริหารเพื่อความเป็นเลิศ และการบริหารเพื่อให้คล่องตัว สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ในการพัฒนา เราจะใช้ ระบบการจัดการ ไม่ว่าจะเป็น การที่เราอาจจะต้องดูผลลัพธ์เป็นหลักในการทำงาน อาจจะใช้ Out Source มาช่วยในเรื่องที่เรายังไม่ถนัด จะมีการพัฒนาแผนต่างๆ ที่จะมาตอบสนองกับวิสัยทัศน์ ผมก็จะใช้หลักการนำทีมในรูปแบบของ Servant Leadership ก็คือการเป็นผู้นำ ที่เป็นผู้รับใช้กับทุกๆ คนครับ ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงตัวผมได้  ตลอดจนผมก็จะเข้าใจการทำงานของทุกคน และพยายามแก้ปัญหา ตลอดจนที่จะรับฟัง และมาช่วยกันทำงาน ผมคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะนำพามหาวิทยาลัยเราไปสู่วิสัยทัศน์ ที่ว่า เราจะเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ เพื่อความผาสุกของชุมชน อย่างยั่งยืน” 

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “โร้ดแมบ และยุทธศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่กล่าวมานี้ หลักๆ จะเป็นเรื่องของการยกระดับการศึกษาในทุกมิติ ที่เชื่อมโยงเข้าหากัน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของเยาวชนและนักศึกษาที่จะศึกษาต่อในทุกสาขาวิชา ให้สามารถบูรณาการทั้งศาสตร์ และศิลป์ เป็นองค์รวม กับมาตรฐานที่มุ่งสู่มหาวิทยาลัยนานาชาติ ระดับโลก อยากให้ ทุกคนได้มาร่วมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศิลปากรไปด้วยกันนะครับ”

ได้ฟังวิสัยทัศน์ ของท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  แล้ว บอกได้คำเดียวว่า “สุดยอด” เพราะการพัฒนาระบบการศึกษา โดยเฉพาะระดับมหาวิทยาลัย สามารถต่อยอดองค์ความรู้ อาชีพ รายได้ สู่สังคมได้ในวงกว้าง และด้วยความมุ่งมั่น ที่จะยกระดับ QS Star Rating สู่ 5 ดาว ใน 5 ด้าน ก็ยอดเยี่ยมมากๆ แม้จะเป็นงานหนักของมหาวิทยาลัย แต่เชื่อว่าผลลัพธ์นั้นทำได้แน่นอน  ทั้งนี้ปลายทาง ก็เพื่อให้เยาวชนเราได้ศึกษาในสถาบันที่เป็นความภาคภูมิใจของไทยเรามายาวนานถึง 80 ปี ในเวอร์ชั่นที่พัฒนาดีขึ้นในทุกยุคสมัย และไปไกลถึงระดับโลก แม้ว่าวันนี้อาจไม่ได้เป็นทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน แต่ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ไทยเราก็มีมหาวิทยาลัยคุณภาพติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง และหนึ่งในนั้น  ก็คือมหาวิทยาลัยศิลปากรนั่นเอง..   

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748538

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิม
พระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748539

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ  คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ คว้าสองรางวัลใหญ่ Grand Prize และรางวัลต่างๆ รวม 22 รางวัล จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ “12th World Invention Creativity Olympic 2023” (WICO 2023) จัดโดย Korea University Invention Association (KUIA) and World Invention Intellectual Property Association (WIIPA) ที่ SETEC Convention Hall กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้ส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 311 ผลงาน จาก 22 ประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

ผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ นวัตกรรม “OxyRock” ได้รับรางวัล Grand Prize เหรียญทอง และ Special Award ผลงานของ อ.จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ Mr.Robert Armstrong อาจารย์โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม และนายปรินทร แจ้งทวี นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้คิดค้นร่วมกับ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ “OxyRock” คือนำเส้นพลาสติกที่ทำจากเศษพลาสติก (PLA) เหลือทิ้งจากการปริ้นท์งาน 3D รวมกับทรายประกายมุกที่ผลิตจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้ง มาขึ้นรูปทรงตามแล้วเคลือบด้วยไทเทเนียมที่ผสมกับทรายประกายมุกอีกครั้ง มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยในการฟอกอากาศ

นวัตกรรม “SAS Smart Alert Sensor” ได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง ผลงานของ ด.ญ.รวินท์ ชูจารุกุล ด.ช.ภาสันต์ สันพนวัฒน์ ด.ญ.แทนหทัย จิตธรรม และ ด.ช.ภาวิน รุ่งโรจน์ชัยพร “SAS Smart Alert Sensor” เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิตที่ออกแบบเป็นของตกแต่งบ้าน ภายในติดตั้งกล้องวงจรปิด และเซ็นเซอร์ขั้นสูงที่สามารถตรวจจับเหตุอันตราย ได้แก่ แผ่นดินไหว เพลิงไหม้ แก๊สรั่ว ขโมย มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5 VOCs และมลพิษทางเสียง โดยข้อมูลจะแจ้งเตือนผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ใช้งานตอบสนองได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลต่างๆ จากการประกวดครั้งนี้อีกหลายรางวัลได้แก่ ผลงาน “Happiness of Color” โดย อ.สุภิญญา สมทา ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก Indonesian Invention and Innovation Promotion Association (INNOPA), ผลงาน “CuDough” โดย อ.น้ำผึ้ง ทวีพรปฐมกุล ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก INNOPA, ผลงาน “Happy Pill Dispenser”โดย ด.ช.ณธันย์ โฉลกพันธ์รัตน์ และ ด.ช.ณกันต์ โฉลกพันธ์รัตน์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก World Invention Intellectual Property Association (WIIPA), ผลงาน “Specialized Cleaning and Residue Unveiling Bot” โดย น.ส.วริณศยา เสรีภาพงศ์ น.ส.พิชญ์ภณิตา เมธาสุริยะพงษ์ น.ส.พิมพ์พิศา พิศาลบุตร โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นายแทนธรรม จิตธรรม CATS Academy Boston (USA) ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก Research Institute of Creative Education , ผลงาน “Germ Guard Goo” ผลงาน “Ice Seperated” โดย น.ส.ชมฉัน สิทธิกิจ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก WIIPA, ผลงาน “Metal Hub” โดย น.ส.ภิญญดา ธัญญวรรณ์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “Oh my back” โดย ด.ญ.พัทธวรรณ พิบูลธรรม ด.ญ.พัทธ์ธีรา อรพิมพันธ์ ด.ช.พิชชากร อรพิมพันธ์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “O-NE CASE” โดย ด.ญ.สิรรินทร์ ประสิทธิ์ดำรง โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด.ช.ธนินกิตติ์ ประสิทธิ์ดำรง โรงเรียนสาธิตปทุมวันด.ช.ปรานต์ อุดมแสวงทรัพย์ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “WAJA” โดย อ.พรศิริ สันทัดรบ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “Handy Dandy Mat” โดย ด.ญ.ภัสญา ฤกษ์พิทักษ์พาณิช, ด.ญ.อรณิชชา พิบูลย์รัตนกิจ, ด.ญ.สุพิชญา พรวิลาศสิริ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และผลงาน “5-in-1 Page Turner” โดย ด.ญ.ปัณณภรณ์ ทองเจริญ ด.ญ.ณิชชา วิทูราภรณ์ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด.ญ.ณทักษพร อภิเกษมสันติ์ โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ด.ญ.อลิสา ครามาเชค โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748533

สพป.พิษณุโลก เขต 2  ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนู แก่ 96 ครูผู้ช่วย พร้อมให้โอวาท มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ ปฏิบัติหน้าที่เต็มความรู้ ความสามารถ ทุ่มเท เห็นความสำคัญกับนักเรียนทุกคน สั่งสอนศิษย์ให้มีวินัย เก่ง ดี มีสุข นำเทคโนโลยี ช่วยในการเรียนการสอน ศึกษางาน4 งาน ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี รักษาวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ปรับเปลี่ยนตนเองตามบริบทในแต่ละพื้นที่ มีจิตอาสา

ทั้งนี้ ให้เตรียมพร้อมรับการประเมินอย่างเข้ม มีวินัย วางแผนทางการเงิน และพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพอย่างต่อเนื่องก่อนส่งตัวปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2