‘ม.นครพนม’จัดเวทีสรรหาอธิการบดี หลังก่อตั้งมา 18 ปีมีอธิการบดีตัวจริงเพียง 2 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747878

'ม.นครพนม'จัดเวทีสรรหาอธิการบดี หลังก่อตั้งมา 18 ปีมีอธิการบดีตัวจริงเพียง 2 คน

‘ม.นครพนม’จัดเวทีสรรหาอธิการบดี หลังก่อตั้งมา 18 ปีมีอธิการบดีตัวจริงเพียง 2 คน

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.49 น.

วันที่ 4 ส.ค.66 ที่ห้องพนมนาคา ชั้น 5 สำนักงานอธิการอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม ได้จัดเวทีนำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย และแผนบริหารมหาวิทยาลัย ของผู้เข้าสู่กระบวนการสรรหาเป็นอธิการบดี ม.นครพนม ต่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ถือเป็นหัวเรือใหญ่ในการกลั่นกรอง รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้การสรรหาอธิการบดีเกิดความโปร่งใสต่อประชาคมมหาวิทยาลัยฯและสังคมภายนอก โดยการนำของ รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร เป็นประธานกรรมการฯ และมีบุคคลภายในและบุคคลภายนอก เข้าร่วมรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯได้ให้ผู้นำเสนอวิสัยทัศน์ทั้ง 8 คนจับสลากเรียงลำดับ มีรายชื่อดังนี้ 1.รศ.ดร.กรไชย พรลภัสรชกร 2.ผศ.ดร.กัญลยา มิขะมา 3.ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ 4.ศ.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร 5.ผศ.ดร.วิชัย  พัฒนพล 6.รศ.ดร.คำรณ สิระธนกุล 7.รศ.ดร.จำนง วงษ์ชาชม และ 8.นายสมยศ สีแสนซุย

เวทีการแสดงวิสัยทัศน์ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.โดยทางคณะกรรมการฯให้เวลาแก่ผู้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯคนละ 20 นาทีและเปิดโอกาสให้ตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมรับฟังในห้องประชุม และผู้ที่รับชมทางออนไลน์อีก 10 นาที รวมแล้วไม่เกิน 30 นาที โดยตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเข้มข้น เรียกได้ว่าแต่ละคนทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะการตอบคำถามเรื่องแผนการพัฒนามหาวิทยาลัย และการดำเนินงานด้านความโปร่งใสขององค์กร ที่เป็นคำถามยอดฮิตจากผู้ชมที่อยู่ในห้องประชุม และคนดูที่รับชมผ่านระบบทางออนไลน์ โดยผู้นำเสนอทั้ง 8 คน ได้นำเสนอทางออก หรือที่เรียกว่าแนวปฏิบัติแตกต่างกันออกไป

เช่นเดียวกับลีลาการนำเสนอบนเวทีที่แต่ละคนนำมาโชว์เพื่อแสดงถึงสปิริตความเป็นผู้นำ โดย 1 ใน 8 คือ รศ.ดร.จำนง วงษ์ชาชม หลักจากจบการนำเสนอได้เดินเข้ามาจับมือและทักทายผู้ที่มาร่วมให้กำลังใจภายในห้องประชุม ก่อนจะเดินออกไปด้านหลังห้องประชุม ส่วนนายสมยศ สีแสนซุย ซึ่งเป็นรักษาราชการแทนอธิการบดีฯ วันนี้ที่ห้องรับรองมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมชูสองนิ้ว เพื่อแสดงถึงความมั่นใจ ก่อนจะเดินเข้ามายังห้องประชุมแสดงวิสัยทัศน์เป็นคนสุดท้าย

ด้าน รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร ประธานกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า การสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมไม่ได้เกิดขึ้นนานแล้วในกระบวนการเช่นนี้ ขณะเดียวกันก็เป็นที่ทราบกันดีว่ามหาวิทยาลัยต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งวันนี้มีการรับชมจากผู้ชมภายนอกเป็นจำนวนมากผ่านทางระบบออนไลน์ นั่นก็หมายถึงทุกคนยังให้ความสำคัญ เพราะมหาวิทยาลัยนครพนมเป็นองค์กรหนึ่งที่สำคัญของจังหวัด ส่วนเรื่องกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ คณะกรรมการสรรหาทุกคนยึดมั่นในกระบวนการที่ถูกต้อง ทำตามข้อบังคับ ข้อระเบียบ  และไม่มีการแทรกแซงกระบวนการ เพราะต้องการให้เกิดความโปรงใสต่อประชาคมทุกภาคส่วน

“ทุกครั้งที่มีการประชุมสรรหาผมจะย้ำเสมอขอให้กรรมการฯ วางตัวเป็นกลาง พยายามหลีกเลี่ยงการพบปะจำนวนทั้ง 8 คน ยกเว้นในกรณีจำเป็น นั่นก็หมายความว่าเจตนารมณ์ของเราทุกคน ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อความถูกต้องโปร่งใส แม้ว่าเราจะหนักใจแต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้อง และเราทำได้ดีที่สุด หวังว่าครั้งนี้ มนพ. จะลุกก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนกันพวกเราทุกคนคาดหวัง รวมทั้งกรรมการสรรหาทุกคนอยากให้เป็นเช่นเดียวกัน”

โดยเวทีการแสดงวิสัยทัศน์มีขึ้น 2 วันคือ วันที่ 3 ส.ค.66 เป็นการเปิดตัวผู้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯ แสดงวิสัยทัศน์ แนวคิด นโยบาย และแผนบริหารมหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) วันที่ 4 ส.ค.66 เป็นรอบสัมภาษณ์ โดยไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ารับฟัง จะมีเฉพาะกรรมการฯกับผู้เข้ารับการสรรหาเท่านั้น และผู้เข้ารับการสรรหาจะถูกยึดโทรศัพท์ไว้ และต้องอยู่ในห้องรับรองเพียงอย่างเดียว จนกว่ากระบวนการสรรหาจะสิ้นสุด  จากนั้นในวันที่ 5 ส.ค.66 คณะกรรมการฯจะเข้าประชุมประมวลผล และทำการคัดเลือกให้เหลือเพียงจำนวน 3 คน ก่อนที่จะสรุปกระบวนการสรรหาอธิการบดีฯ เสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยนครพนมที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 ส.ค.66นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้ง ม.นครพนม เข้าสู่ปีที่ 18 มีอธิการบดีตัวจริงเพียง 2 คนเท่านั้นคือ 1.รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ และ 2.รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ ส่วนอีก 11 คนเป็นรักษาการทั้งสิ้น อีกทั้งตำแหน่งระดับผู้อำนวยการ (ผอ.) ในกองต่างๆ ก็มีตำแหน่งเป็นรักษาการเช่นเดียวกันทำให้การบริหารหรือการพิจารณาขั้นเงินเดือนมีปัญหาจนกลายเป็นช่องโหว่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส ทำให้ ม.นครพนมประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ มีช่วงปีการศึกษาปีหนึ่ง ม.นครพนม มีนักศึกษาแค่ 904 คนถือว่าต่ำที่สุด ส่วนในการเรียนการสอน มี 46 หลักสูตร บางหลักสูตรไม่มีนักศึกษาเรียนเลย ดังนั้น การสรรหาอธิการบดีฯครั้งนี้ ผู้เสนอตัวถ้าได้รับการสรรหาต้องทำงานหนักหลายเท่าตัว เนื่องจาก ม.นครพนม ไม่มีเงินเพียงพอในการบริหาร พัฒนา และขับเคลื่อน รวมทั้งการแตกแยกกันในองค์กร ล้วนเกิดจากเนื้อในที่สะสมมานานกว่า 10 ปี – 003

ข่าวจริง! ประกาศพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพครู ที่ลงโทษนักเรียนด้วยการตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747654

ข่าวจริง! ประกาศพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพครู ที่ลงโทษนักเรียนด้วยการตี

ข่าวจริง! ประกาศพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพครู ที่ลงโทษนักเรียนด้วยการตี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.09 น.

วันที่ 3 สิงหาคม 2566 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand แจ้งว่า กรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความระบุเกี่ยวกับเรื่องประกาศพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพครูที่ลงโทษนักเรียนด้วยการตี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกลุ่มสารนิเทศ สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ลงโทษนักเรียนด้วยการตี ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ในการสอน มีบุคลิกภาพไม่เหมาะสมกับการเป็นครู ถือเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอันเป็นเหตุให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่

1. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 (มาตรา 51)

2. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 (ข้อ 5 และข้อ 6)

3. ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2548 (ข้อ 14 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 และข้อ 19)

4. ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. 2553 (ข้อ 56 (2))

มีการนำเสนอคดีผู้ประกอบวิชาชีพครู ได้ถูกกล่าวโทษว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เนื่องจากมีพฤติกรรมหลายประการที่ไม่เหมาะกับการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้แก่ ลงโทษนักเรียนรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล มีพฤติกรรมในทำนองลวนลาม และใช้คำพูดไม่เหมาะสมกับนักเรียนหญิง ไม่เตรียมการสอน ไม่ให้ความรู้แก่นักเรียน มีพฤติกรรมบุคลิกภาพไม่เหมาะสมกับการประกอบวิชาชีพครู ซึ่งต่อมาคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพได้มีคำวินิจฉัยให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของผู้ฟ้องคดีเป็นเวลา 1 ปี

พฤติกรรมการทำโทษนักเรียนด้วยวิธีการตีนักเรียน เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อ 5 และข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและ
นักศึกษา พ.ศ. 2548 เป็นการกระทำที่ส่งผลต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของนักเรียนหรือนักศึกษา

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกลุ่มสารนิเทศ สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.ops.moe.go.th หรือ โทร. 02-628-6346

หน่วยงานที่ตรวจสอบ กลุ่มสารนิเทศ สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ

ขอบคุณ เพจ Anti-Fake News Center Thailand

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FAntiFakeNewsCenter%2Fposts%2Fpfbid02CtJyRbgFUNi1EWUq19eg6dWQiDCK8gQiy1hJDvN6THWd42N8DLZq8h76KZn3c7XZl&show_text=true&width=500

ทีเซลส์ จัดงาน ‘Bio Asia Pacific 2023’ ปั้นไทยเป็นศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747531

ทีเซลส์ จัดงาน ‘Bio Asia Pacific 2023’  ปั้นไทยเป็นศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก

ทีเซลส์ จัดงาน ‘Bio Asia Pacific 2023’ ปั้นไทยเป็นศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือทีเซลส์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการจัดงาน Bio Asia Pacific 2023 ว่า เพื่อเป็นการยกระดับและส่งเสริมอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์ และสุขภาพ โดยเน้นที่เครือข่ายหน่วยงานความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ และทีเซลส์ เองก็พร้อมเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่าง นักวิจัยกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่ม Startup กลุ่มSMEs และ กลุ่มนักลงทุน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดระบบนิเวศ (Life SciencesEcosystem) ที่เอื้อต่อการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งระดับประเทศและนานาชาติ ผลักดันให้ชีววิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ รวมถึงในมิติทางสังคมที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยด้วยการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพที่สามารถรองรับกับทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุได้ในทุกมิติ

ด้าน นายวัณณะวัฒน์ โอภาสวัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนส่งเสริม SMEs สำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกล่าวว่า สสว. พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจ SMEs ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพ ด้านการตลาด และทำ BusinessMatching โดยหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ภาวะโลกร้อน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พฤติกรรมและวิถีของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป จากการสำรวจของ สสว. พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจในอุตสาหกรรม Life Science ช่วยตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

“ทาง สสว. ได้ทำแผนปฏิบัติการเป็นการเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ Life Science โดยให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสม และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยพร้อมสนับสนุนทำธุรกิจแมทชิ่งและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ธุรกิจ โดยนำระบบ Business Development Service หรือ BDS แพลตฟอร์มออนไลน์มาตอบโจทย์ของธุรกิจ SMEs เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง”

งาน Bio Asia Pacific 2023 จะมีขึ้นในวันที่ 6-8 กันยายน 2566 ณ ไบเทค กรุงเทพมหานคร ในงานมีกิจกรรม อาทิ การจัดนิทรรศการและการประชุมสัมมนา, กิจกรรม Pitch & Partnerประกวดแนวคิด ผลงานและแผนธุรกิจ ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท และอัปเดตความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทที่ทำ MOU ร่วมกัน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน จากกว่า 20 ประเทศ สามารถสร้างยอดจากการเจรจาธุรกิจภายในงานไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

มูลนิธิอาเซียน-เมย์แบงก์ต้อนรับ อาสาสมัครเยาวชนโครงการ EYAA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747532

มูลนิธิอาเซียน-เมย์แบงก์ต้อนรับ อาสาสมัครเยาวชนโครงการ EYAA

มูลนิธิอาเซียน-เมย์แบงก์ต้อนรับ อาสาสมัครเยาวชนโครงการ EYAA

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิอาเซียนและมูลนิธิเมย์แบงก์ต้อนรับอาสาสมัครเยาวชนจากโครงการ Empowering Youths Across ASEAN (EYAA) Cohort 3 ประจำปี 2566 จำนวน 120 คน จาก 5 ประเทศ คือกัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) และกิจการเพื่อสังคม (SEs) จากทั่วภูมิภาค จำนวน 10 คน ที่จะมาร่วมงานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระดับภูมิภาคโครงการ eMpowering Youths Across ASEAN (EYAA) : Cohort 3ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันอาเซียน 8 สิงหาคม 2566

โครงการดังกล่าว ก่อตั้งขึ้นเพื่อร่วมกันจัดการกับปัญหาในประเด็นต่างๆ อันได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม การเสริมสร้างพลังชุมชน การศึกษา และความหลากหลายทางสิ่งแวดล้อมใน 5 ประเทศ เยาวชนผู้เข้าร่วมโปรแกรม EYAA จะมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 900,000 บาท (27,000 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งจะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการชุมชนต่างๆ

ม.มหิดล จัดงาน ‘เปิดบ้านมหิดล’ กลางเดือนกันยายน ที่ศาลายา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747534

ม.มหิดล จัดงาน ‘เปิดบ้านมหิดล’ กลางเดือนกันยายน ที่ศาลายา

ม.มหิดล จัดงาน ‘เปิดบ้านมหิดล’ กลางเดือนกันยายน ที่ศาลายา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล จะมีกิจกรรมเปิดบ้านมหิดล-มหิดลวิชาการ “Ignite the future” วันที่ 16-17 กันยายน 2566 เวลา 08.30-17.00 น. ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ในงานจะได้พบกับกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กิจกรรม “เวทีทอล์ก” พูดคุยเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี แนะนำคณะ/วิทยาลัย/วิทยาเขต กิจกรรม Mahidol Admission การแสดงของนักศึกษา ตลาดนัดหลักสูตร และร่วมเปิดประสบการณ์ของรุ่นพี่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ในวิทยาเขตต่างๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้ปกครอง ครูแนะแนว และผู้สนใจร่วมงานมหิดลวิชาการ ติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานที่ https://openhouse.mahidol.ac.th/

ม.ศรีปทุม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747539

ม.ศรีปทุม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลฯ

ม.ศรีปทุม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา (28 กรกฎาคม 2566) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดย ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นประธาน ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

มมส ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติฯ 71 พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747540

มมส ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต  เฉลิมพระเกียรติฯ 71 พรรษา

มมส ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติฯ 71 พรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับโรงพยาบาลมหาสารคามและโรงพยาบาลสุทธาเวช ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 และร่วมในโครงการ กยศ.รวมใจปันโลหิต ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ ปีที่ 10โดย รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี นำผู้บริหาร นิสิต บุคลากร เข้าร่วมพร้อมส่งมอบโลหิตให้แก่ 2โรงพยาบาลที่ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ อาคารศูนย์กีฬาและนันทนาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

การรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ทั้งการสำรองโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ และทันต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย โดยยอดบริจาคโลหิตในวันนี้ มีจำนวน 810 คน คิดเป็น 324,000 ซีซี

มจธ. ผ่านประเมิน ระดับ 4 ดาว ‘มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747533

มจธ. ผ่านประเมิน ระดับ 4 ดาว  ‘มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ’

มจธ. ผ่านประเมิน ระดับ 4 ดาว ‘มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการประเมินมหาวิทยาลัยสุขภาพระดับ 4 ดาว ผ่านระบบประเมิน Healthy University Rating System (HURS) ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน-เครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพ (AUN-HPN)โดยได้รับคะแนนจากการประเมินในช่วง 600-799 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงคะแนนที่สูงที่สุดของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่เข้าร่วมประเมินดังกล่าว ในการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 7 (7th Thai UniversityNetwork for Health Promotion Network Committee Meeting) เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

ศ.ดร.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประธานที่ประชุมกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน-เครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพ หรือASEAN University Network-Health Promotion Network (AUN-HPN) คือ เพื่อให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคได้พัฒนาศักยภาพและการเป็นผู้นำด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ให้มีความเข้มแข็ง สามารถนำกรอบแนวทางมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพไปปฏิบัติได้อย่างทั่วถึง เพื่อมุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ” ในระดับนานาชาติ การที่ มจธ.ในฐานะสมาชิกใหม่ของมหาวิทยาลัยสมทบของเครือข่าย AUN-HPNได้รับคะแนนการประเมินในระดับ 4 ดาว แสดงถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นในการมุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพระดับนานาชาติ” ของ มจธ.รวมไปถึงสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ของไทย

การที่ มจธ. ได้รับการรับรองเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาพ ในระดับ 4 ดาว ในครั้งนี้ นับเป็นความประสบความสำเร็จในการดำเนินงานเพื่อการสร้างเสริมและส่งเสริมสุขภาพของ มจธ. ในทุกภาคส่วนรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของศูนย์การจัดการด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (EESH) สำนักบริหารอาคารและสถานที่ กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย สำนักงานกิจการนักศึกษา องค์การนักศึกษา และ ประชาคม มจธ.

ระบบประเมิน HURS นี้ จะใช้คะแนนจากการประเมินที่พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1) ระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี (System and Infrastructure) 2) การมีพื้นที่ปลอดการกระทำความผิด (Zero tolerance area) และ 3) การมีพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพ (Health promotion area) ที่มีคะแนนรวมกัน 1,000 คะแนน โดยหากประเมินได้คะแนน 1-199 จะได้ 1 ดาว, 200-399 ได้ 2 ดาว, 300- 599 ได้ 3 ดาว, 600-799 ได้ 4 ดาว, 800-899 ได้ 5 ดาว และ 5 Star Plus สำหรับสถาบันที่ได้ 900 คะแนนขึ้นไป

โครงการ ทิพยสืบสานฯ เชิญครูอาจารย์ ตามรอยพ่อขุนรามคำแหง ที่สุโขทัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747538

โครงการ ทิพยสืบสานฯ เชิญครูอาจารย์  ตามรอยพ่อขุนรามคำแหง ที่สุโขทัย

โครงการ ทิพยสืบสานฯ เชิญครูอาจารย์ ตามรอยพ่อขุนรามคำแหง ที่สุโขทัย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ทิพยสืบสาน รักษาต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ ๓๒” รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ และผู้สนใจประวัติศาสตร์ ร่วมตามพ่อขุนตามคำแหง ในวันเสาร์ที่ 19-วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2566 (2 วัน 1 คืน) ณ ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย วัดพิพัฒน์มงคล วัดตระพังทอง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย

ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาวิถีชีวิตจากศิลปวัฒนธรรม เยือนชุมชนวิถีไทยถวายเทียนพรรษา จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ณ วัดพิพัฒน์มงคลวัดตระพังทอง ศึกษาแนวคิดโครงการแก้มลิงจากเกาะกลางรูปหัวใจบริเวณทุ่งทะเลหลวง โครงการตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง การทำกิจกรรมลงสีนกคุ้มที่ทำจากไม้สัก และเรียนรู้วิธีการถนอมอาหารด้วยการทำขนมไทยโบราณพื้นบ้าน “ข้าวแดกงา”

นอกจากนี้จะได้ร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมครบทุกมิติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดีและนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 Interactive Board Game โดยอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และการพัฒนานวัตกรรมแบบก้าวกระโดดสำหรับองค์กร พร้อมการเร่งผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่ UN SDG 2030

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณจารุกัญญ์โทรศัพท์ 099-3975333 FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE : The King’s Journey

‘ม.มหิดล’วิจัย‘ซีอิ๊วกลิ่นน้ำปลา’ ทางเลือกรักสุขภาพ-ดูแลกลุ่มเสี่ยง‘NCDs’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747289

‘ม.มหิดล’วิจัย‘ซีอิ๊วกลิ่นน้ำปลา’  ทางเลือกรักสุขภาพ-ดูแลกลุ่มเสี่ยง‘NCDs’

‘ม.มหิดล’วิจัย‘ซีอิ๊วกลิ่นน้ำปลา’ ทางเลือกรักสุขภาพ-ดูแลกลุ่มเสี่ยง‘NCDs’

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้นกำเนิดของ “ซีอิ๊ว (Soy Sauce)” เครื่องปรุงรสที่อยู่คู่อารยธรรมโลกมานานนับหลายพันปีอยู่ที่ประเทศจีน จากการหมักของถั่วเหลืองกับเกลือจนกลายเป็นเครื่องปรุงรสสำคัญของ “ตำรับอาหารจีน” ที่ยังสืบทอดกันมาในปัจจุบัน ในขณะที่ “น้ำปลา (Fish Sauce)” คือองค์ประกอบสำคัญที่จะขาดไม่ได้สำหรับ “ตำรับอาหารไทย” ซึ่งปรากฏในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ตั้งแต่สมัยอยุธยา

ด้วยนวัตกรรมอาหาร “ซีอิ๊วกลิ่นน้ำปลา (PB Healthy Sauce หรือ Plant Based Healthy Sauce)” ผลงานโดยน.ส.ญาณิศา ทับเจริญ นักศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ร่วมกับ น.ส.ศิริกัญญา ลับแล นักศึกษาจากภาควิชาและคณะเดียวกัน และ น.ส.มณีรัตน์เตชะวิเชียร ผู้ช่วยวิจัย จะทำให้การปรุงอาหารกลายเป็นเรื่องง่าย โดยใช้เครื่องปรุงรสเพียงขวดเดียว พร้อมด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ

จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีตอบแทนสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนสู่การมีสุขภาวะที่ดี ภายหลังจากการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และประกอบวิชาชีพ“นักกำหนดอาหาร” ในโรงพยาบาล นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการพัฒนาเครื่องปรุงรสจากการหมักของพืชจากธรรมชาติ แต่งกลิ่นน้ำปลาเพื่อให้ถูกปากคนไทย

โดยมีส่วนผสมหลักที่อุดมไปด้วยถั่วเหลืองเกษตรอินทรีย์ จากแหล่งปลูกที่สำคัญทางภาคเหนือของประเทศไทย และเสริมด้วยวิตามินธรรมชาติ บี12 จากสาหร่ายวางเป้าหมายการสร้างสรรค์นวัตกรรมไว้ที่ผู้บริโภคในกลุ่มเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทั้งที่เป็นความดันโลหิตสูง รวมทั้งผู้ที่บริโภคอาหารจากพืช ซึ่งได้แก่ชาววีแกน(Vegan) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่ผ่านการทดสอบรสชาติแล้วร่วมกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบุคคลทั่วไป พบว่าส่วนใหญ่พึงพอใจให้ 7 คะแนนขึ้นไป

ปัจจุบัน PB Healthy Sauce อยู่ระหว่างการทดลองระดับห้องปฏิบัติการ (LabScale) ก่อนจะวิจัยและพัฒนาให้มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่อยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินการโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมต่อไป ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ PB Healthy Sauce สามารถคว้าถึง 2 รางวัลซ้อน

ได้แก่ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดโครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดแสดงในงาน FI Asia Online Event และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากงานประกวด Food Innopolis
Innovation Contest ระดับบัณฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยมี ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล และ ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์สรรพ่อค้า คณาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศลได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำวิจัยที่สร้างสรรค์ และมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น หากเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ และทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต แม้ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนการวิจัยจะสามารถทำให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้นได้เรื่อยๆ และนำกลับมาต่อยอดเป็นโจทย์วิจัยให้ได้สร้างสรรค์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

โดยนวัตกรรมอาหาร PB Healthy Sauce ตอบโจทย์ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงผู้ที่กังวลเกี่ยวกับการได้รับโซเดียมจากเครื่องปรุงรส และผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ เนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ผลิตจากพืช 100% และมีการปรับลดปริมาณโซเดียมลงโดยปราศจากการใช้สารทดแทนเกลือ ซึ่งผู้ที่นิยมรับประทานอาหารไทยมักมีน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหาร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารประเภทยำที่ไม่สามารถใช้ซีอิ๊วขาวมาทดแทนการใช้น้ำปลาได้ เนื่องจากมีกลิ่นและรสที่แตกต่างกัน จึงทำให้ PB Healthy Sauce อาจสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์น้ำยำสำเร็จรูป ที่มีซีอิ๊วกลิ่นน้ำปลาเป็น ส่วนผสมหลัก ได้ต่อไปอีกด้วย อย่างไรก็ดี นอกจากในแต่ละช่วงวัยมีความจำเป็นในการรับประทานวิตามินบี 12 ที่แตกต่างกันแล้ว ยังขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลในแต่ละช่วงเวลาด้วย

การบริโภคอาหารเสริม หรือเครื่องปรุงรสที่เติมสารสำคัญเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเป็นเพียงทางเลือกเพื่อการรักษาสมดุลให้กับร่างกาย ไม่ใช่การรักษาโรค!!!

มหาวิทยาลัยมหิดล