นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746204

นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย  ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาหลักสูตรดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้แก่ ทีม Powerpoint ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1และทีม To be creator ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดเวที ETDA Digital Citizen Pitching ภายใต้หัวข้อ “Digital in Hand จุดแคมเปญ เค้นไอเดีย ศิลปะป้องกันตัวจากภัยออนไลน์”จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย พร้อมด้วยศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท และ บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (Dek-D) ร่วมกันจัดขึ้น

ทีม Powerpoint Girls รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มีสมาชิกในทีมคือ นางสาวสริดาแซ่ตัน, นางสาวสุธาสินี ขาวทอง และนางสาวอรินดา ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัล รางวัลชมเชย ได้แก่ทีม To be creator สมาชิกในทีม นางสาวอัมนี หมัดอาด้ำ,นางสาวดีน่า คินาซิ อัตตา ชาคิฟ และนายอธิษฐ์ งอกคำ ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

โดยทั้ง 2 ทีมมี ผศ.ดร.สิริวัจนาแก้วผนึก เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และ นายเมธัส อินทร์ทองปาน นักวิชาการประจำหลักสูตรเป็นผู้ควบคุมทีม

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746205

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน) โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746202

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน)  โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน) โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เปิดตัว “GreenTien” (กรีนทีน) แบรนด์เครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกใหม่ สกัดจากถั่วเขียว 100% สำหรับตลาดกลุ่มผู้รักสุขภาพ ผู้แพ้กลูเตน-แลคโตส และวีแกน ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่มีสารประกอบที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ท้องอืด ท้องเสียอาหารไม่ย่อย ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในห้องแล็บและทดสอบรสชาติพบ “GreenTien ดื่มง่ายกว่านมถั่วเหลือง ด้วยรสสัมผัสที่หวานน้อยไม่แต่งกลิ่น-รส แคลอรี่ต่ำ ที่ได้รับการันตีคุณภาพจากรางวัลเหรียญทอง จากการประกวดและแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “The 34th International Invention, Innovation& Technology Exhibition” (ITEX 2023) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ด้วยเงื่อนไขของการพัฒนานวัตกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ในเป้าหมายที่ 2 (SDG 2 : Zero Hunger)ที่มุ่งขจัดความหิวโหยและความอดอยากทุกรูปแบบ

“GreenTien” เครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกสกัดจาก “ถั่วเขียว”ผลิตเพื่อทดแทน “ถั่วเหลือง” ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่มีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่าง “ถั่วเขียว” มีกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติ มีปริมาณโปรตีนประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ (ถั่วเหลืองมีโปรตีนประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่หลากหลายใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม “สารประกอบฟีนอลิก”(Phenolic Compounds) รวมถึงยังปราศจากกลูเตน เป็นธัญพืชที่มีฤทธิ์เย็นและเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นที่นำมาใช้เป็น “อาหารยาตำรับโบราณ”ที่สอดแทรกวัฒนธรรมอาหารในหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ จีน และเกาหลี

ใน GreenTien หนึ่งขวด (240 มล.) มีโปรตีน 5.3 กรัม ด้วยกรรมวิธีผลิตที่ทำให้มีแคลอรี่ต่ำมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 1.7 กรัม และไขมันเพียง 0.2 กรัม ซึ่งน้อยกว่านมวัวที่มีคาร์โบไฮเดรต 12 กรัม และไขมัน 9 กรัม และผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีเอนไซม์เพื่อให้ดูดซึมได้ง่าย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้ว ภายใต้ความร่วมมือกับทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. และ รองศาสตราจารย์ ดร.สร้อยสุดาพรภักดีวัฒนา คณะอุตสาหกรรมเกษตร (สาขาวิชาเทคโนโลยีการหมัก) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบัง (สจล.)

GreenTien เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้การพัฒนาของสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. ที่มุ่งผลิต“นักเทคโนโลยีชีวภาพ” ให้มีหลักคิดแบบผู้ประกอบการ ผ่านการเชื่อมโยงหลักการพื้นฐานของเทคโนโลยีชีวภาพสู่การสร้างสรรค์ผลงานเชิงนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ” เนื่องจากพัฒนาได้รวดเร็ว ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากการก้าวสู่เส้นทางผู้ประกอบการแล้ว ปัจจุบันตลาดงานในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) ยังมีความต้องการนักเทคโนโลยีชีวภาพจำนวนมาก อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746207

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน  เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิวเอส ควัคควา เรลลี ซีมอนด์ส (QS QuacquarelliSymonds) สถาบันวิเคราะห์ข้อมูลด้านการอุดมศึกษาระดับโลก ประกาศรายชื่อเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา (QS Best Student Cities) ครั้งที่ 11โดยเป็นการเปรียบเทียบเมืองจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาชั้นนำ 160 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 26 แห่งที่เข้ามาติดอันดับเป็นครั้งแรก

ลอนดอนครองตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาห้าสมัยติดต่อกัน โตเกียวทะยานขึ้นสู่อันดับสอง ตามมาด้วยโซลในอันดับสาม ส่วนเมลเบิร์นไต่ขึ้นมารั้งอันดับสี่ ในขณะที่มิวนิคหล่นไปอยู่อันดับห้า

ลอนดอนเป็นผู้นำของโลกด้วยเหตุผลคือ มีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอยู่หนาแน่นโดยมีคะแนนดัชนีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก (Rankings) สูงสุดเป็นอันดับสอง เป็นรองแค่โซลเท่านั้น ได้รับคำชมดีเยี่ยมจากนักศึกษาในปัจจุบันและนักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว ด้วยคะแนนเสียงสะท้อนของนักศึกษา สูงถึง 98.4 จากเต็ม 100 คะแนน เป็นรองแค่เบอร์ลินเท่านั้น นักศึกษามีความหลากหลายโดยมีคะแนนสัดส่วนของนักศึกษา (Student Mix) สูงเป็นอันดับหกของโลก (94.7 จากเต็ม 100 คะแนน) โอกาสในการทำงานที่โดดเด่นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษา ด้วยคะแนนกิจกรรมของนายจ้าง (Employer Activity) สูงเป็นอันดับแปด (91.7 จากเต็ม 100 คะแนน)

สำหรับเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าดีที่สุดสำหรับนักศึกษาตั้งแต่อันดับ 1-10 ปี 2567มี 11 เมือง ได้แก่ 1.ลอนดอน 2.โตเกียว 3.โซล 4.เมลเบิร์น5.มิวนิค 6.ปารีส 7.ซิดนีย์ 8.เบอร์ลิน9.ซูริค และ 10.บอสตัน

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746235

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.58 น.

อาชีวะจัด “ตัวแม่ Influencer” พัฒนากลุ่มครูภาคอีสาน สู่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK หวังขยายผลเครือข่ายพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาที่ยั่งยืนในอนาคต

วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายภารกิจให้ ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสร้างผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล (Influencer) ด้านอาชีวศึกษาบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยมีนายธาตรี พิบูลมณฑา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ ร่วมด้วย นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นายลิขิต  พลเหลา  ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ผู้บริหารสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี   รองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี คณะครู บุคลากรทางการศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผู้ประสานงานโครงการ และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 30 คน เข้าร่วมงาน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  25-27 กรกฎาคม 2566  ณ  โรงแรมเซ็นทาราอุบล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

 สำหรับหลักสูตรการจัดอบรม ประกอบด้วย  การสร้างแรงบันดาลใจ ที่มา พลัง และโอกาสดีๆในการใช้โซเชียลมิเดียโดย ดร.วรพล  อิทธิคเณศร (เชฟธอมัส) เจ้าของเพจตำรับข้างวัง มาเรียนรู้การทำช่อง youtube / TIKTOK กันเถอะ เรียนรู้การตัดต่อ VDO ด้วยมือถือ  รู้จักหลังบ้านช่องยูทูป และไอเดียน่ารู้ พร้อมแนวทางทำคลิปให้ปัง  (App Kinemaster)โดยครูเกศริน คุ้มพุฒ เจ้าของเพจสอนทำยูทูปสร้างรายได้ สไตล์เกศ และเพจKate Variety บนแพลดฟอร์ม Youtube /Tiktok/Instagram/ Facebook และ ผศ.สมประสงค์ รุ่งเรือง คณะสถาปัตยกรรมฯ มจพ.ลาดกระบัง เทรนด์การเล่าเรื่องผ่านโซเชียล Storytelling การรับมือกับข้อเสนอความคิดเห็น (Comment) ต่าง ๆ โดยคุณปุ้ม เปรมสุดา  สันติวัฒนา พิธีกรและผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7  อภิปรายแนวทางการสร้างเนื้อหา (Content) พร้อมแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการการเปิดช่อง Youtube / TIKTOK การสร้างเนื้อหา (Content) ตัดต่อวีดีโอลงใน youtube/TIKTOK จากนั้นร่วมกันวิพากษ์ผลงานร่วมกันระหว่างวิทยากรและผู้รับการอบรม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำไปสู่การพัฒนางานที่ดีมีคุณภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี กล่าวว่า โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสร้างผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล (Influencer) ด้านอาชีวศึกษาบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK วันนี้ เป็นการอบรมในภาคกลาง ภาคตะวันออก และกทม. เพื่อพลิกโฉมภาพลักษณ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและทัศนคติเชิงบวกต่อองค์กร สร้างการรับรู้ และความสำเร็จของการศึกษาด้านอาชีวศึกษา เสริมศักยภาพการคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำมาพัฒนางานประชาสัมพันธ์ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อตนเองและหน่วยงาน โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ได้ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี จัดโครงการอบรมฯ เป็นระยะเวลา 3 วัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 30 คน ประกอบด้วย ครูและบุคลากรอาชีวศึกษาในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ รวมไปถึงบุคลากรจากส่วนกลาง ตลอดจนเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

โดยการอบรมดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรและผู้ทรงอิทธิพลบนสื่อ Online เพื่อเป้าหมายให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก และมีใจรักในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งมีใจพร้อมในการสร้างคอนเทนต์ช่องตนเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล โดยคาดหวังว่าจะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดแรงบันดาลใจในการเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลด้านอาชีวศึกษา “อาชีวะ Influencer” บนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK เกิดเครือข่ายการประชาสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่และถ่ายทอดสู่ครู บุคลากรและนักศึกษาอาชีวศึกษา ก่อให้เกิดการสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษาที่ดีต่อไป

ผอ.สำนักวิจัยฯปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746232

ผอ.สำนักวิจัยฯปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา

ผอ.สำนักวิจัยฯปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.50 น.

ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมอาชีวะอุบลฯ  สถานศึกษา 86ปี สร้างสรรค์ภาพลักษณ์ที่ดีให้อาชีวศึกษาไทย

วันที่ 26 ก.ค.66 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ 4 ฝ่าย คณะครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ให้การต้อนรับ  ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ในโอกาสเดินทางเยี่ยมชมและและให้กำลังใจในการทำงานแก่คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมมอบนโยบายหลักคิดในการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษาที่ดีสู่สังคมไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 11 นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ที่ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความสำคัญ ทั้งนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้านยาวนานกว่า 86 ปีของการก่อตั้ง  ที่มุ่งพัฒนาสถานศึกษาสู่คุณภาพตามวิสัยทัศน์ (Vision) ของสำนักงานคณะกรรมการการอาขีวศึกษา ที่ว่า “ผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง เพื่อการพัฒนาประเทศ”

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’เมตตาเป็นองค์ปธ.ประชุมขับเคลื่อน’โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746231

'สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี'เมตตาเป็นองค์ปธ.ประชุมขับเคลื่อน'โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5'

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’เมตตาเป็นองค์ปธ.ประชุมขับเคลื่อน’โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.48 น.

“สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี”เมตตาเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา”หมู่บ้านรักษาศีล 5″ ต่อยอดสู่”หมู่บ้านศีลธรรม” เพื่อความยั่งยืน

วันนี้ (26 ก.ค.66) เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” กระทรวงมหาดไทย เมตตาเป็นประธานกล่าวสัมโมทนียกถาเปิดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” โดยได้รับความเมตตาจากพระเถรานุเถระผู้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ได้แก่ พระพรหมเสนาบดี พระธรรมวชิรานุวัตร พระเทพเสนาบดี พระสุธีรัตนบัณฑิต พระศรีสมโพธิ พระปัญญาวชิรโมลี พระพิพัฒน์วชิโรภาส พระครูพิพิธวรกิจจาทร พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ ร่วมประชุม  โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม มี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายพรพจน์ เพ็ญพาส นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายเอกวิทย์ มีเพียร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย อาทิ นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ สมมาตย์ พงศ์พิชญามาตย์ เลขาธิการพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นางสาวเพียรใจ โรจนสินวิไล (คุณหลีทวีกิจ) กรรมการบริหารห้างทวีกิจคอมเพล็กซ์ และประธานชมรมสระบุรีร่มเย็น และผู้แทนจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมฯ

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวสัมโมทนียกถา ความว่า ขอขอบคุณท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ช่วยสานต่องานตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5”  หลังจากได้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ที่มีอาตมาภาพเป็นประธานขับเคลื่อนตามคำสั่งมหาเถรสมาคมที่ 3/2566 โดยได้มีการจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ณ หอประชุมพุทธมณฑลแล้วนั้น โดยท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กลับมาประชุมหาแนวทางขับเคลื่อนตามกลไกฝ่ายบ้านเมืองร่วมกับฝ่ายสงฆ์และได้ตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นมาช่วยกันขับเคลื่อนให้บังเกิดผลดีเพิ่มมากขึ้น

“การขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” นี้ มหาเถรสมาคมมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อมุ่งหวังปลุกจิตใจสำนึกและสร้างความตระหนักรู้ รักและเชิดชู สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นสถาบันหลักของประเทศอย่างมั่นคง โดยศีล 5 ข้อ คือข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานทางพระพุทธศาสนาเพื่อควบคุมความประพฤติทางกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม มีความปกติสุข ก่อให้เกิดความสุข ความรักสามัคคี เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเป็นข้อปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีความสามัคคีเกิดขึ้นในชุมชน และยังช่วยสร้างบรรยากาศความสงบสุขเรียบร้อยเพื่อนำพาความสงบสุขมาสู่ประเทศชาติ”

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนโดยใช้กลไกทางพระพุทธศาสนา “หลักศีล 5” เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ สันติสุข ทำให้คนในหมู่บ้านปฏิบัติโดยยึดหลักการรักษาศีล 5 จะสำเร็จได้นั้น คนทุกคนต้องเป็นผู้มีความตั้งใจจริง มีใจอยากเห็นคนในสังคมรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือเป็นคนดีที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข มีชีวิตที่อยู่ในชุมชน หมู่บ้าน ที่มีความสงบสุขอย่างยั่งยืน และขยายผลหมู่บ้านรักษาศีล 5 ไปสู่ “หมู่บ้านศีลธรรม” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยยึดหลักไตรสิกขา ผู้ที่มีสมาธิและปัญญา มีความมุ่งมั่นทำความดี ตั้งใจดี ที่ยึดหลักสามัคคีเป็นพลัง ถ้าสามารถยึดหลักไตรสิกขาให้ครบถ้วนได้ ก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ “หมู่บ้านศีลธรรม” ทั้งนี้ ภายใต้ภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่หวังให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ทุกท่านต้องทุ่มเทสติปัญญา ความรู้ความสามารถ ไปช่วยกันขับเคลื่อนโครงการร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเริ่มที่ “ครอบครัวของเราเอง ที่ทำงาน หน่วยงานของเรา” ควบคู่กับการไปเชิญชวนให้ทุกหมู่บ้านใน 878 อำเภอ ทั้ง 76 จังหวัด ได้ช่วยกันสร้างความรัก สามัคคี ความสุข ให้เกิดขึ้นตามแนวทางของโครงการฯ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นอย่างสูงที่เมตตามอบสัมโมทนียกถาอันเป็นหลักชัยที่สำคัญให้พวกเราได้มีแนวทางการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษา ศีล 5” โดยประการที่สำคัญ คือ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จได้เมตตาประทานแนวทางให้ร่วมการพัฒนายกระดับของหมู่บ้านรักษาศีล 5 สู่ “หมู่บ้านศีลธรรม” โดยเน้นย้ำว่า “ศีลธรรมมีในทุกศาสนา” จึงขอให้ทุกคนทุกฝ่ายได้ช่วยกันสื่อสารขยายผลว่า โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นี้มีเป้าหมาย คือ “การเป็นหมู่บ้านศีลธรรม” เพราะว่าศีลธรรมในทุกศาสนาย่อมสอนให้เป็นคนดี โดยถือเอาสัมโมทนียกถานี้เป็นโอกาสวาระที่เป็นมงคลที่เราร่วมกันขับเคลื่อนในเดือนกรกฎาคม 2566 ที่เป็นเดือนมหามงคลเป็นเดือนพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ด้วยการเชิญชวนให้คนไทยทุกหมู่เหล่าช่วยกันทำความดี ช่วยกันขับเคลื่อนงานซึ่งจะทำให้พสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีความสุข มีสันติสุขและทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้หมู่บ้านศีลธรรมนี้มีครบทั้ง 80,000 กว่าหมู่บ้าน/ชุมชนใน 7,255 ตำบล 878 อำเภอ 76 จังหวัด โดยถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นแนวทางเป็นแสงสว่างสาดส่องให้เราได้ช่วยทำกันต่อไป

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวต่ออีกว่า หลักสำคัญของการประชุมฯ ในครั้งนี้ คือการที่จะทำอย่างไรให้ทุกหมู่บ้านที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรได้รับประโยชน์จากการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วน โดยทางกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2145/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2146/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ”  โดยมีแนวทางการขับเคลื่อน บูรณาการการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ร่วมกับโครงการของ กระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการในระดับพื้นที่ เช่น โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ของกรมการปกครอง โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โครงการหมู่บ้านแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้านอยู่เย็น) ของกรมการพัฒนาชุมชน  พร้อมแนวทางการความมั่นคงทางอาหาร เช่น “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางมีผลผู้คนรักกัน” ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร การทำขยะเปียกลดโลกร้อน การจัดการขยะหมู่บ้าน/ชุมชน และสุดท้ายความมั่นคงปลอดภัย (หมู่บ้าน/ชุมชน) เพื่อร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนอย่างยั่งยืน

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวสัมโมทนียกถาในช่วงท้ายว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 มีกำหนดกรอบ ทิศทาง แนวนโยบาย และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนโครงการฯ เชิงคุณภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจของพุทธศาสนิกชน โดยยึดหลัก “ไตรสิกขา” ธรรมะแห่งการพัฒนาชีวิตให้ประสบความสำเร็จตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นหัวใจสำคัญ อันได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันกับโครงการต่าง ๆ และพันธกิจส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงมหาดไทย ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ถวายเป็นพระราชกุศล “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” แก่ราษฎรอย่างแท้จริง มีผลสำเร็จเชิงประจักษ์ เป็น มรรค มีการประเมินผลตามหลักตัวชี้วัด (KPI) สามารถวัดค่าดัชนีของกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนทุกหน่ยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาเป็นจำนวนสถิติ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาและประเมินผลการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 สืบไป

– 006

31 ก.ค.นี้ ‘ศิริราช’เปิดบริการตามปกติ แม้ ครม. ประกาศหยุดราชการเป็นพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746090

31 ก.ค.นี้ 'ศิริราช'เปิดบริการตามปกติ แม้ ครม. ประกาศหยุดราชการเป็นพิเศษ

31 ก.ค.นี้ ‘ศิริราช’เปิดบริการตามปกติ แม้ ครม. ประกาศหยุดราชการเป็นพิเศษ

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 21.29 น.

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 แฟนเพจเฟซบุ๊กของฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เมื่อวันอังคาร (25 ก.ค.) ว่าวันจันทร์ที่ 31 ก.ค. นี้ โรงพยาบาลศิริราชจะยังให้บริการตามปกติ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคนไข้

“เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและลดผลกระทบต่อผู้ป่วย โรงพยาบาลศิริราชจึงเปิดให้บริการคลินิกในเวลาราชการและคลินิกนอกเวลาราชการในวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 ตามปกติ” โรงพยาบาลศิริราชโพสต์

การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้วันจันทร์ (31 ก.ค.) เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ

การเพิ่มวันหยุดราชการดังกล่าวสร้างกังวลว่าอาจกระทบต่อการให้บริการคนไข้ที่นัดล่วงหน้าไว้แล้ว ซึ่งบางคนมีนัดสำคัญ เช่น ผ่าตัด เพราะประกาศนี้เกิดขึ้นก่อนวันหยุดจริงแค่ 6 วันเท่านั้น

อดีตผอ.รร.ร่ำไห้นำเด็กต่างด้าวมาเรียนหนังสือ แต่ถูกดำเนินคดี สภาทนายฯยื่นมือช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746074

อดีตผอ.รร.ร่ำไห้นำเด็กต่างด้าวมาเรียนหนังสือ แต่ถูกดำเนินคดี สภาทนายฯยื่นมือช่วย

อดีตผอ.รร.ร่ำไห้นำเด็กต่างด้าวมาเรียนหนังสือ แต่ถูกดำเนินคดี สภาทนายฯยื่นมือช่วย

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 20.26 น.

อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐ 6 ร่ำไห้นำเด็กชาติพันธ์ุมาเรียนหนังสือเพื่อหวังให้การศึกษา แต่กลับถูกตำรวจแจ้งความดำเนินคดีและโดนสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่สภาทนายความยื่นมือเข้าช่วยเหลือทางกฎหมายตามขั้นตอน ชี้เป็นเรื่องใหญ่ครู-พวกโดนฟ้องไปถึง 5 ราย เผยเคยมีแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาที่มีการพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องลักษณะเดียวกันว่าไม่เป็นความผิดเป็นแนวทางการต่อสู้คดีต่อไป

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน   ดร.วิเชียร ชุปไธสง นายกสภาทนายความฯ  นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการฯ  นายกวี เจริญเศรษฐี ทนายความฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ดร.ศิวนุช สร้อยทอง หน.คลีนิคทางกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา นำ น.ส.กัลยา ทาสม อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จ.อ่างทอง ร่วมแถลงข่าวว่า กรณีครูและเจ้าหน้าที่ ของโรงเรียนรวม 5 คน ถูกพนักงานสอบสวน สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ดำเนินคดีฐานพาบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง และข้อหาให้ที่พักพิง ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยสรุปสำนวนส่งให้ สำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง พิจารณาโดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฎิเสธ และร้องขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากสภาทนายความฯ

น.ส.กัลยา กล่าวว่า ตนขอคุณสภาทนายความที่รับเรื่องร้องทุกข์ แล้วก็เข้ามาช่วยเหลือ ตอนนี้นอกจากคดีความตนโดนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทองตั้งกรรมการสอบวินัย โดยกล่าวหาว่าตนไม่ได้ดําเนินการตามขั้นตอน ซึ่งจริงๆแล้วในการดําเนินการครั้งนี้มันมีระเบียบที่รองรับไว้ก็คือระเบียบของการรับนักเรียนว่าด้วยหลักฐานการศึกษา จะมีบัญญัติไว้ว่าการที่เราจะรับนักเรียนจะต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง แต่นักเรียนเหล่านี้ที่เขาได้รับโอกาสจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา เขาได้แจ้งไว้ว่าเขาไม่มีเอกสารหลักฐานอะไรเลยในวันที่เรารับ แล้วก็ผู้ปกครองเขาพามาสมัครเรียนก็สามารถทําได้โดยที่เราใช้แบบบันทึกทะเบียนประวัติบุคคลเข้าไปเพื่อที่จะแนบในการขอรหัสเพื่อที่รับค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาเราได้ทําตามระเบียบตรงนี้

ส่วนอีกข้อกล่าวหาที่คือให้การศึกษาเด็กที่ไม่มีสิทธิ์ในการมารับการศึกษาใน มารับโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทย เด็กที่เรียนกับเรา ต้องทําความเข้าใจว่ามีอยู่ก่อนแล้วช่วงหนึ่งเมื่อปีการศึกษา 2565 โดยที่เขาได้รับการศึกษาได้รับการดูแลจากมูลนิธิให้ที่อยู่ให้อาหาร ตนก็เห็นว่าตรงนี้มันเป็นโอกาสเป็นสถานที่จะ ให้การศึกษา ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาในการเรียนของกลุ่มเด็ก ๆ เเต่ที่มามีปัญหาปีนี้อาจป็นผลที่จะดูว่าเราขอยื่นขอรหัสมันมีจํานวนเยอะขึ้นกว่าเดิม ก็เลยลงมาตรวจสอบ โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาได้ปรึกษากับต้นสังกัดหรือไม่  เเต่ในวันดังกล่าวมันเหมือนกับการมาจับกุมหรือมาตั้งว่าให้ตนเป็นคนผิด เป็นจําเลยของสังคมว่าทําผิดกฎหมายพาเด็กต่างด้าวเข้ามาในวันนั้น

น.ส.กัลยา กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนเด็กเราได้ขออนุญาตหนังสือแจ้งไปที่ต้นสังกัดว่าเราจะไปรับเด็กมาเรียนโดยค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายต่อหัว เป็นเด็กอนุบาลเนี่ย 1,700 บาท ต่อปี เเต่ถ้าเป็นเด็กประถมก็คือ 1,900 บาทต่อคนต่อปี โดยเด็กส่วนมากก็จะเป็นชนเผ่าไม่ใช่คนพม่าทั้งหมด เป็นคนชนเผ่าเป็นคนไทยก็มี เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนซึ่งตอนนี้เด็กได้ถูกส่งกลับไปพม่าเกือบหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเด็กที่อยู่ในบ้านพักอยู่ 4 คน ซึ่งยังไม่มีผู้ปกครองมารับ ตนเป็นคนจังหวัดเชียงราย แล้วเป็นคนที่ฐานะยากจน ในสมัยก่อน ได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยที่ได้รับทุนเรียนมาตั้งแต่มัธยมจนถึงระดับปริญญาตรี ในวิชาชีพครู  ก็ได้เล็งเห็นว่าโอกาสที่เราได้รับเราควรจะแบ่งปันให้กับคนอื่นบ้างก็ได้ตั้งปณิธานกับตนเองว่าวันนึงอะเราจะแบ่งปันโอกาสที่เราได้รับเนี่ยให้กับคนอื่นพอได้มาเป็นครูก็ได้บรรจุในอยู่บนดอยก็ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเขาของเด็กเหล่าที่มันมีอยู่แล้วตามตะเข็บชายแดนเกือบทุกโรงเรียน

“ตอนนี้ที่โดนเเจ้งข้อหา ก็มีผอ.มีผู้ใหญ่บ้าน มีครู เเละก็ภารโรง เป็นคดีที่ สภ.อ.ป่าโมก  ส่วนเด็กเขาก็พยายามที่จะถามว่า ผอ.ว่าหนูจะได้กลับไปเรียนไหมแล้วเมื่อไหร่จะได้กลับ สงสารเด็กๆค่ะ อยากฝากไปถึงคุณครูทั่วประเทศที่มีเด็กเหมือนเด็ก 126 คนนี้ค่ะ หากได้รับผลกระทบในวงกว้างอยากให้ท่านได้ใช้เวทีนี้ได้ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องการทํางานของท่านเองนะว่าทุกวันนี้ท่านอาจจะกังวลว่าฉันจะผิดหรือไม่ฉันจะถูกจับ ฉันจะถูกดําเนินคดีหรือไม่ อยากให้มาช่วยกันว่ากระทรวงศึกษาธิการเนี่ยเขาทําไมถึงไม่ ไม่ช่วยครู ในวันนี้แจ้งความดําเนินคดียังไม่พอแจ้งสอบสวนวินัยร้ายแรงด้วย”อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 ระบุทั้งน้ำตา

นายกวี ทนายความน.ส.กัลยา กับพวกกล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่โดนเเจ้งข้อหาว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตามพ.ร.บ.คนเข้าเมืองในเรื่องของการนําพาคนต่างด้าวเข้ามาถึงราชอาณาจักร เเละเรื่องของการให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวในชั้นสอบสวนก็ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแล้วก็จะทําอ่าเอกสารชี้แจงเอกสารผ่านทางพนักงานสอบสวนเเละในชั้น อัยการ  โดยวันนี้ยื่นผ่านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเเละขอชะลอการส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการ แล้วเราก็จะเสนอพยานหลักฐานต่างๆให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้อยู่ในสํานวนส่งต่อให้กับอัยการต่อไป ซึ่งวันนี้ทางพนักงานสอบสวนก็ชะลอตามที่เรานัดต่อไปวันที่ วันที่ 8 ส.ค. โดยผู้เเจ้งความร้องทุกข์คือสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) กระทรวงศึกษาธิการ

นายกวี กล่าวต่อว่า น.ส.กัลยารับเด็กมาจากโรงเรียนราษฎร์พัฒนา เชียงรายซึ่งอยู่ในประเทศไทย มีผู้ปกครองของเด็กเป็นผู้นําพาเข้ามาในประเทศเพื่อส่งมอบตัวให้กับโรงเรียน น.ส.กัลยาซึ่งเป็นผู้อำนวยการเเละเป็นคณะกรรมการของโรงเรียนอํานวยความสะดวกซึ่งรับเด็กไว้ เนื่องจาก น.ส.กัลยา ก็เคยเป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนราษฎร์พัฒนาอยู่แล้วสมัยที่เคยใช้ชีวิตเป็นครูดอยอยู่ตามตะเข็บชายแดนมาตลอดก่อนที่ได้สอบบรรจุเป็น ผ.อ.ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จังหวัดอ่างทอง

ด้าน ดร.วิเชียร กล่าวว่า ในเบื้องต้นสภาทนายความได้รับเรื่องและจัดทนายความอาสาสอบข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมหลักฐานในการ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายตามขั้นตอนต่อไป สภาทนายความยินดีให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องนี้ ส่วนการผลักดันเด็กนักเรียนต่างด้าวกลับประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่สถานการณ์ยังมีการสู้รบกันอยู่ อาจส่อไป ในทางผิดหลักสิทธิมนุษยชน ในส่วนคดีได้มีทนายความได้เข้าไปให้การช่วยเหลือเบื้องต้นระดับหนึ่งแล้วแต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากทราบว่าทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.กัลยา กับพวกทั้ง 5 คน เเละขณะเดียวกันก็ปรากฏว่ามีการผลักดันให้เด็กที่ไร้สัญชาติและก็ด้อยโอกาสกลับไปยังประเทศซึ่งตอนนี้ทราบว่าตกอยู่ในสภาวะที่ยังไม่สงบเท่าที่ควรยังมีการสู้รบกันบานปลาย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กที่ถูกผลักดันให้ออกไป ซึ่งเรื่องสิทธิ มนุษย์ชนเป็นเรื่องที่สภาทนายความต้องให้การดูแลอยู่แล้ว ถือว่าเป็นภาษาสากลแบบที่ทุกคนในโลกนี้ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ และในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องคํานึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย

โดยหลังจากรับเรื่องขอความช่วยเหลือในวันนี้เราจะมีการสอบข้อเท็จจริงในทุกรายละเอียดแต่ว่าเท่าที่สอบถามกับเบื้องต้นมองว่าการรับเด็กต่างด้าวไม่ใช่คนสัญชาติไทย และก็ไม่มีทะเบียนบ้านซึ่งเด็กเหล่านี้ อาจจะเกิดอยู่ไม่เอาตะเข็บชายแดนที่มาเรียนหนังสือเพื่อเป็นการเสริมสร้างชีวิตของเขาให้ดีขึ้นให้ดีกว่าเพื่อเป็นอนาคตของไม่ใช่ประเทศไทยมันเป็นอนาคตของโลกต่อไปมิฉะนั้นแล้วถ้าปล่อยปละละเลยน่ะให้อยู่ตามธรรมชาติเด็กอาจจะเสียชีวิตในทางภัยสงครามก็ได้การที่น.ส.กัลยา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 ขอตัดสินใจให่เด็กมาเรียนที่โรงเรียนก็มีเหตุมีผล ทั้งยังได้พิจารณาหลักกฎหมาย ระเบียบ ภาคปฏิบัติต่างกัน ซึ่งเบื้องต้นพบว่าการกระทําลักษณะที่ถูกกล่าวหาแบบนี้เคยมีแนวคําพิพากษาศาลฎีกาพิพากษาว่าไม่เป็นความผิด ทางสภาทนายถ้าพิจารณาเเล้วเข้าเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือก็จะจัดทนายอีกส่วนหนึ่งเข้าไปดําเนินการช่วยเหลือแก้ต่างทางคดีให้

“ในส่วนรูปของคดี อย่างที่เรียนไปเบื้องต้นว่าเนื่องจากเคยมีแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาที่มีการพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องลักษณะเดียวกันว่าไม่เป็นความผิดแนวทางการต่อสู้คดี ทนายความเห็นก็ได้เบื้องต้นทนายความเห็นก็ได้วางเเผนในการที่จะต่อสู้คดีเป็นลักษณะตามคําพิพากษาของศาลฎีกาที่ผ่านมาเเต่ตอนนี้จำเป็นต้องสอบข้อเท็จจริงให่ครบถ้วน และพิจารณาโดยรูปแบบของคณะกรรมการว่ามันเข้าข่ายที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ หากไม่ได้รับเราก็จะให้การช่วยเหลือต่อไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาทนายความ”นายกสภาทนายความระบุ

นายสุนทร เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า กรณีเด็กนักเรียนที่ไม่มีทะเบียนราษฎรหรือว่าไม่มีสัญชาติไทยปัญหานี้สภาทนายความเนี่ยเคยทําคู่มือร่วมกันกับทางหน่วยราชการ ส่วนราชการและบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางปฏิบัติคู่มือและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของบุคคลที่อ่าไม่มีทะเบียนราษฎรและไม่มีสัญชาติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดมานานแล้วไม่ใช่เกิดเฉพาะที่โรงเรียน ดังกล่าว ตนขออนุญาตยกตัวอย่าง คือโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนกมีโรงเรียนสอนเด็ก เเบบนี้ สอนโดยที่ไม่มีหลักฐานเเบบกรณีนี้  เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของกติกาสากล เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีคนอพยพมา โดยที่เข้าไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็ให้การศึกษา เขาไม่ได้ผลักดันเด็กออกไปต่างประเทศเลย กลับครูมาสอน ซึ่งก็ได้รับความชื่นชมอยู่ทั่วโลก

“คราวนี้ในส่วนของเราไม่ใช่เฉพาะที่นี่ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดน มีอยู่มากมายที่ทําอยู่เพราะถ้าจับที่นี่ ต้องจับที่อื่นอีกเยอะเลย คู่มืออันนี้นะครับ มันเป็นเรื่องของการที่ทําขึ้นโดยที่ยกเว้น พรบ.คนเข้าเมืองฯในบางเรื่อง บางมาตรา ตอนนี้เนี่ยทางผ.อ.ก็เข้าเขตโรงเรียนไม่ได้ ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกแจ้งความดําเนินคดี และยังมีครูผู้ช่วยฯ อีกซึ่งจากการสอบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเห็นว่าท่านทําไปโดยที่ไม่ได้มีเจตนาทุจริตเลย ทําไปโดยที่เพื่อประโยชน์กับเด็กที่ได้ศึกษาเล่าเรียน การที่ตํารวจตั้งข้อหาตาม พรบ. คนเข้าเมืองฯ มาตรา63 เเละ64 ในเรื่องของการนําพาคนต่างด้าวเข้ามาถึงราชอาณาจักร เเละเรื่องของการให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่ได้เป็นคนนําเข้ามา แต่เป็นผู้ปกครองซึ่งเป็นคนไทยเป็นคนนํามา ให้ศึกษาเล่าเรียนในประเทศไทย ให้ศึกษาเล่าเรียน ส่วนในเรื่องของให้ที่พํานักตามมาตรา 64 จะต้องให้พำนักเพื่อที่จะหลบหนีทํานองนั้นแต่อันนี้มันไม่ใช่  เเต่เป็นการให้พำนักเพื่อให้การศึกษาเจตนาในการกระทําความผิดไม่มี” เลขาธิการสภาทนายความระบุ.

เด็กไทยทำได้! คว้า 1 ทอง 2 เหรียญเงิน 1 ทองแดง เคมีโอลิมปิกจากสวิส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746038

เด็กไทยทำได้! คว้า 1 ทอง 2 เหรียญเงิน 1 ทองแดง เคมีโอลิมปิกจากสวิส

เด็กไทยทำได้! คว้า 1 ทอง 2 เหรียญเงิน 1 ทองแดง เคมีโอลิมปิกจากสวิส

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.38 น.

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566  รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า  ตามที่ได้จัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันไปเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2566 ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2566 ณ เมืองซูริก สมาพันธรัฐสวิส จำนวน 4 คน  โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 356 คนจาก 90 ประเทศทั่วโลก ผลปรากฎว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ดังนี้

นายจิรโรจน์ ชวนะสุนทรพจน์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร(ฝ่ายมัธยม) เหรียญทอง    นายคณิศร กีรติพงษ์วุฒิ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม  เหรียญเงิน    นายพีรดนย์ แซ่จึง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม  เหรียญเงิน   นางสาวอมาษญา เลี้ยงบำรุง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญทองแดง 

สำหรับคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีมประกอบด้วย ผศ. ดร.ณัฐพงศ์ ไพบูลย์วรชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หัวหน้าทีม  รศ.ดร.ไพบูลย์ เงินมีศรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองหัวหน้าทีม  ผศ. ดร.ไชยา ประสิทธิชัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม  ผศ.ดร.ศรัญพงศ์ ยิ้มกลั่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้แทนศูนย์ สอวน.อาจารย์กฤชพล นิตินัยวินิจ สสวท. ผู้จัดการทีม 

โดยการแข่งขันครั้งนี้ผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถทำคะแนนเป็นอันดับที่ 1 ทั้งคะแนนรวม คะแนนการสอบภาคปฏิบัติ และคะแนนการสอบภาคทฤษฎี

คณะผู้แทนจะเดินทางกลับถึงไทยวันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2566 TG 971 เวลา 05.30 น. สสวท.จะมีพิธีแสดงความยินดีเวลา 06.30 น. บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ

ติดตามข่าวสารเด็กไทยเวทีโอลิมปิกวิชาการที่เฟซบุ๊ก Olympic IPST โครงการโอลิมปิกวิชาการ สสวท. https://web.facebook.com/Olympic-ipst-486688764733943