โรงเรียนการเมืองศูนย์สันติวิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746708

โรงเรียนการเมืองศูนย์สันติวิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โรงเรียนการเมืองศูนย์สันติวิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.17 น.

โรงเรียนการเมืองศูนย์สันติวิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566

บรรยากาศการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกีบรติ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566  โดยมีพสกนิกรทั้งชาวพุทธมุสลิม เครือข่ายทหารผ่านศึกและเยาวชนจากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมกิจกรรม

โอกาสนี้ คุณนภศร ศิริมังคะโล ผู้แทนพสกนิกรชาวพุทธจากจังหวัดยะลา เปิดกรวยถวายราชสักการะ กล่าวถวายราชสดุดี และพิธีดูอาร์นำโดย ฮาบีบ ฮาซัน อัลอะดัร ผู้นำศาสนาอิสลามจากประเทศเยเมน โดยร่วมรับฟังการบรรยายถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อชาติไทย ผู้แทนพสกนิกรชาวพุทธมุสลิมและเยาวชนกล่าวถึงความรู้สึกของการได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีจอมราชา ต้นไม้ของพ่อ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สำหรับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 จัดขึ้นโดยโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี เพื่อที่จะสื่อสารให้สังคมได้ทราบถึงจิตสำนึกความเป็นคนไทยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักหวงแหนในแผ่นดินมาตุภูมิที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินไทย

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746674

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล 'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 20.14 น.

28 กรกฎาคม 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส  คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ผู้นำเหล่าทัพ ข้าราชการพลเรือน ทหาร-ตำรวจ และประชาชน จัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2566 พระชนมายุครบ 71 พรรษา

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในนามพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จบแล้ว นายกรัฐมนตรีนำประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส  คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ผู้นำเหล่าทัพ ข้าราชการพลเรือน ทหาร-ตำรวจ และประชาชน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และร้องเพลงสดุดีจอมราชา  จบแล้ว ผู้ร่วมพิธีทุกหมู่เหล่าต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้องท้องสนามหลวง 3ครั้ง

MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023 แข่งขันหุ่นยนต์ที่มันส์ที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746670

MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023 แข่งขันหุ่นยนต์ที่มันส์ที่สุด

MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023 แข่งขันหุ่นยนต์ที่มันส์ที่สุด

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 19.36 น.

MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023 ห้ามพลาดกับการแข่งขันหุ่นยนต์ที่มันส์ที่สุด   พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก

การแข่งขัน MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023  จัดโดย บริษัท อิมเมจิเนียริ่ง เอ็ดดูเคชั่น  Technology Education ของไทยร่วมกับ MakeX ประเทศจีน ผนึกกำลังกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยพันธมิตร ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง , คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และชมรมหุ่นยนต์ IRAP มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. และหน่วยงานต่างๆ อีกมากมาย ร่วมกันจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ทุกทีมต้องพิสูจน์ความชำนาญและความสามารถของหุ่นยนต์ด้วยการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ในการสั่งงานระบบอัตโนมัติสมองกล

การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับสากลในรายการ  MakeX  ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ที่การันตรีว่ามันส์ที่สุดในนาทีนี้กับคอนเซ็ปท์หลักคือ สนุก แบ่งปัน ทำงานเป็นทีม และความคิดสร้างสรรค์ เหล่านี้สามารถพัฒนาเด็กไทยให้เรียนรู้เกี่ยวกับ Coding  Robotics  และกลไกอิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ เพื่อก้าวสู่เส้นทางในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการวางแผน และการพัฒนาสมองกลโดยกระบวนการคิดเชิงคำนวณเพื่อสร้างพวกเขาให้เป็นนวัตกรให้กับประเทศในอนาคต โดยการแข่งขันครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 รุ่นด้วยกันคือ Make X Starter สำหรับผู้แข่งขันอายุ 8 – 13 ปี, Make X Explorer สำหรับผู้แข่งขันอายุ 8 – 15 ปี และ Make X Challenge สำหรับผู้แข่งขันอายุ 11-18 ปี เพื่อร่วมชิงเงินรางวัลกว่า 300,000 บาท

เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เกิดการแทรกแซง Disruption เข้ามาในชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งการรู้เท่าทันและใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นอีกทางออกของเยาวชนในยุคต่อไป ซึ่งการพัฒนาให้ทุกคนสามารถแข่งขันได้ตั้งแต่เยาว์วัย จึงเสมือนการสร้างพื้นฐานให้สามารถอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อพัฒนาทักษะทางด้าน Coding โดยเรียนรู้ในเรื่อง Ai IoT หรือ Maker จึงเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยให้เยาวชนของเราเติบโตไปอย่างแข็งแรงมั่นคง ซึ่งเป็นอีกตัวช่วยให้สามารถกำหนดทางเลือกในอาชีพต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งการพัฒนาให้เยาวชนสามารถเป็นนวัตกรหรือนักคิดนักประดิษฐ์เป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

  •                 ในหัวข้อ Coding IOT AI Maker ให้เยาวชนไทยได้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมโดยหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเพื่อให้โรงเรียน ครูผู้สอนและนักเรียนตระหนักเห็นความสำคัญของการนำสื่อหุ่นยนต์ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและบูรณาการในสาระการเรียนรู้ที่หลากหลายได้อย่างมีคุณค่า รวมไปจนถึงพัฒนาทักษะความคิดอย่างเป็นระบบให้กับนักเรียน ให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาให้ทันต่อโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต เพื่อค้นหาและพัฒนาอัจฉริยะภาพเด็กไทยด้านหุ่นยนต์ เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันในเวทีระดับโลกต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนและบุคคลทั่วไป อายุ 8-17 ปี ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ทุกสังกัด

สุมิตรา  นิ่มกรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมเมจิเนียริ่ง เอ็ดดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า “กว่า 5 ปีที่เราสั่งสมประสบการณ์จากการแข่งขัน MakeX Thailand 2018-2022 ที่ผ่านมา เราได้ทีมตัวแทนของประเทศไทย จากการคัดเลือกจากโรงเรียนหลากหลายสังกัด เพื่อส่งไปทำการแข่งขันในระดับโลกที่ประเทศจีน และช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาแล้ว ในปีนี้หลังจากผ่านสถานการณ์ Covid-19  ทำให้มีหลายๆ ประเทศสนใจ ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จึงได้พิจารณาเห็นสมควรที่จะจัดสนามนานาชาติขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นสนามให้เด็กๆ ได้มีโอกาสซ้อมและเพิ่มเติมประสบการณ์กับทีมจากประเทศอื่นๆ ทั้งยังทำงานเป็นทีมและสื่อสารกับทีมต่างชาติเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันอีกด้วย และจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้พัฒนาและเรียนรู้การใช้ Coding และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังนำไปสู่การสร้างสำนึกในการแบ่งปัน รู้แพ้รู้ชนะ ทีมเวิร์ค การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับนักคิดนักประดิษฐ์ในด้านเทคโนโลยีต่อไปในอนาคตได้”

โดยการแข่งขันหุ่นยนต์ MakeX Robotics Competition Asian Intercontinental Tournament 2023 นี้ รวมผู้เข้าแข่งขันกว่า 500 คน  เพื่อร่วมลุ้นแชมป์ระดับอินเตอร์  และไปแข่งต่อใน World Champion ปลายปีนี้ โดยการแข่งขันนี้มีรูปแบบและกิจกรรมที่หลากหลาย  ให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุกลุ้นของรางวัลอีกมากมาย จัดขึ้นภายในวันที่ 28 -30 กรกฎาคมนี้  ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.  ณ บางนาฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา

สอศ. เพิ่มศูนย์อาชีวะ จิตอาสา รวม 36 ศูนย์ รองรับหยุดยาวบริการประชาชนเดินทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746607

สอศ. เพิ่มศูนย์อาชีวะ จิตอาสา รวม 36 ศูนย์ รองรับหยุดยาวบริการประชาชนเดินทาง

สอศ. เพิ่มศูนย์อาชีวะ จิตอาสา รวม 36 ศูนย์ รองรับหยุดยาวบริการประชาชนเดินทาง

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.58 น.

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพิ่มศูนย์อาชีวะ จิตอาสา ช่วยประชาชน (Fix it Center) เป็น 36 ศูนย์ ทั่วประเทศ บริการประชาชนเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน 6 วัน ตามมติรัฐบาล ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ถึงถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น. พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะเดินทาง บริการจุดพักรถ ตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ “ฟรี” จุดพักคน บริการน้ำดื่ม ชา กาแฟ ลูกอม ผ้าเย็น ที่นั่งพักผ่อน นวดผ่อนคลาย บริการข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน และซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ในเบื้องต้น 

โดยมีสถานศึกษา 36 แห่ง คอยให้บริการตามจุดที่ตั้งศูนย์ฯ บนถนนสายหลัก และสายรอง (ขาขึ้นและขาล่อง) สามารถตรวจสอบศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน (Fix it Center)ได้ทาง QR Code  หรือ Page Facebook : ประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา https://citly.me/VZfge

นายกฯพร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746558

นายกฯพร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง’

นายกฯพร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง’

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.50 น.

นายกฯพร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่าพร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง’ เนื่องในวันเฉลิม พระชนมพรรษา 28 ก.ค. 

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 สำนักพระราชวังเปิดให้สมาชิกราชสกุล องคมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ ผู้นำเหล่าทัพ บุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 พร้อมลงนามถวายพระพร ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ศาลาสหทัยสมาคมฯ และสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. อาทิ คณะองคมนตรี พร้อมภริญา , ราชสกุลทุกมหาสาขา, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส,  ประธานรัฐสภา,  ประธานวุฒิสภา,  ประธานศาลฎีกา, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก,  ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สมาชิกวุฒิสภา, 

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), เดอะมอลล์ กรุ๊ป, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คณะผู้บริหาร และพนักงานบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด,  พรรคเพื่อไทย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคเพื่อไทย, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย, สมาคมไหหนำ  แห่งประเทศไทย, บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์, กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง จ.เพชรบูรณ์  เป็นต้น 

ขณะที่ ประชาชนจากทุกสารทิศต่างนำแจกันดอกไม้และตระกร้าสิ่งของ เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไม่ขาดสาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนร่วมลงนามถวายพะพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ระหว่างวันที่ 23-29 กรกฎาคม 2566 

กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746550

กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล'ในหลวง'

กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง’

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.51 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 06.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายปรีชา เดชพันธุ์ นายอำพล พงศ์สุวรรณ นายสมภพ สมิตะสิริ นายปรีชา ทองคำ นายพิริยะ ฉันทดิลก นางสาวสิริมา วัฒโน นายสุภกิณห์ แวงชิน นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวัชรเดช เกียรติชานน รักษาการที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายมานะ สิมมา รักษาการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง นายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร รองประธานกรรมการองค์การตลาดทำการแทนผู้อำนวยการองค์การตลาด นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี 

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณภายในวัดราชบพิธ และนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพี่น้องพุทธศาสนิกชน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช รองเจ้าคณะภาค 6-7 ที่ปรึกษาแม่กองธรรมสนามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำคณะสงฆ์เดินรับบิณฑบาต

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้ร่วมพิธี ถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความสำคัญว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นับเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด ศาสตร์ของพระราชาแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการในพระราชดำริที่หลากหลายครอบคลุม เช่น “ด้านการสาธารณสุข” ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งยังทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษา “ด้านการศึกษา” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดีและมีความสามารถในด้านการศึกษา ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรในยามที่ประสบเหตุเภทภัย ให้พ้นผ่านความยากลำบากไปได้ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณได้นำมาซึ่งความปีติซาบซึ้งประทับอยู่ในใจของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตลอดไป”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ นำพี่น้องประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมทั้งบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด ด้วยความจงรักภักดี และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ได้ร้อยใจรักรวมพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ปฏิบัติบูชา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรชาวไทยโดยพร้อมเพรียงกัน

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746361

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.33 น.

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. ให้ข้อเสนอแนะ สกสว.เพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนการลงทุนในระบบ ววน. สร้างความเชื่อมั่น ตอบสนองความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณชน โดยเน้นการสื่อสารงานวิจัย จัดเวทีสาธารณะเร่งด่วน และยกระดับความสามารถในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศได้ทันเหตุการณ์ ขณะที่การติดตามและประเมินผลงานวิจัยต้องมีคณะทำงานร่วม และหานักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญมาร่วมทีม พร้อมสร้างนักประเมินรุ่นใหม่

ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ครั้งที่ 5/2566 โดยมีวาระสำคัญคือ แนวทางการดำเนินงานของ สกสว. ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ สกสว. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนการลงทุนในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยมีเป้าหมายให้เกิดการตอบสนองความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบ ววน. รวมถึงการอภิบาลที่ดีของระบบ ววน.ทุกระดับ และรวมพลัง ววน. เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้มีเอกภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

ตัวอย่างกลไกหรือเครื่องมือที่จะดำเนินการที่สำคัญ คือ  แผนงานเพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤตเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าจะต้องถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพราะอาจเกิดโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ขึ้นอีก ซึ่ง สกสว.จะต้องเรียนรู้และยกระดับความสามารถของบุคลากรในการทำงานร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น ตั้งคณะทำงานที่ไม่เป็นทางการมากนักเพื่อจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีหน่วยงานร่วมให้ข้อคิดเห็นในเชิงรุก อีกประเด็นที่สำคัญคือ การตอบสนองต่อความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณชน อาจจะสร้างความคาดหวังใหม่ของเราเองที่ถูกใจคนทั่วไปคู่ขนานกันไป เช่น สร้างงานสำคัญเพื่อให้ทำงานเชิงรุกได้ง่ายขึ้น 

ขณะที่การสื่อสารผลงานของกองทุน ววน. จะเพิ่มงบประมาณและหาทีมงานที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงสร้างร่วมมือกับองค์กรสื่ออย่างใกล้ชิดและมีความเข้มข้นมากขึ้น สามารถพัฒนาและสื่อสารเนื้อหางานวิจัยและเทคโนโลยีให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ส่วนการปรับปรุงทักษะเชิงการเมืองและเชิงการทูต ควรมีทักษะการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือบทความ รวมทั้งหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์และได้ผลงานสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องทำให้คนเกิดความเชื่อมั่นเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนด้าน ววน. ซึ่งจะต้องทำให้เห็นวิสัยทัศน์ของการนำ ววน. ไปตอบโจทย์สำคัญของประเทศที่ชัดเจน เช่น การขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจ 

สำหรับการติดตามและประเมินผลงานวิจัย ที่ประชุมเห็นว่าควรกำหนดตัวชี้วัดหรือเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญ (OKRs) ที่เหมาะสม ทำให้เห็นคุณค่าและผลกระทบสำคัญของระบบ ววน. โดย สกสว.ควรจัดให้มีคณะทำงานร่วมประกอบด้วยผู้แทนคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมกับหาผู้ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะนักเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ประเมิน โดยมีหน่วยบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา ววน. ช่วยติดตามสถานการณ์ 

ทั้งนี้ควรสร้างองค์ความรู้ด้านการประเมินผลลัพธ์ในองค์กรต่าง ๆ ที่หลากหลายมากกว่าการรวมศูนย์ เช่น ในมหาวิทยาลัย หรือคณะที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องพัฒนาแนวคิดและระเบียบวิธี เพื่อให้เป็นโปรแกรมสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ด้านการประเมินคุณค่าของผลกระทบ ซึ่ง รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสนับสนุนทุนแก่นักศึกษาปริญญาโทหรือวิทยานิพนธ์เพื่อสร้างนักประเมินรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นศาสตร์ที่พัฒนาไปเร็วแต่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรส่วนนี้ หรือสนับสนุนทุนผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ดูแลโครงการพัฒนากำลังคน 

“เราต้องวางแผนตั้งแต่แรกว่าจะเก็บข้อมูลใดบ้าง หรือเลือกตัวชี้วัดที่มีแหล่งข้อมูลอยู่แล้ว เพื่อจะตอบว่าเป็นไปตามผลงานที่วางแผนหรือไม่ ซึ่งควรกำหนดระยะเวลาของขั้นตอนการติดตามและประเมินผลที่เข้มข้นและใกล้การนำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยตนเห็นด้วยว่าต้องพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างนักประเมินงานวิจัย ส่วนการจัดทำเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญ (OKRs) ต้องรวมต้นทุน เวลา และกำลังคนที่ต้องใช้เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้ได้ด้วย” ศ. ดร.ปิยะวัติกล่าวทิ้งท้าย

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746350

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.47 น.

กองทัพบกจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 โดยมี พลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และผู้บังคับบัญชาชั้นสูงร่วมพิธี กิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหารจำนวน 99 รูป บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5, พิธีถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคลและกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินไทย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร จำนวน 10 รูป, พิธีไถ่ชีวิตกระบือถวายเป็นพระราชกุศล, พิธีมอบบัตรประจำตัวสัตว์ โดยไถ่กระบือ จำนวน 6 ตัว ส่งมอบให้แก่ กรมการสัตว์ทหารบก เพื่อนำไปเลี้ยงดู และนำเข้าโครงการเกษตรรวมใจ ณ โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดนครนายก

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชา ได้ลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ ห้องรับรอง 211-213 อาคาร 2 ชั้น 1 กองบัญชาการกองทัพบก
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่น กองทัพบกในฐานะหน่วยงานความมั่นคงที่มีภารกิจสำคัญสูงสุด คือ การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงพร้อมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งในส่วนกลางและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทั่วประเทศ อาทิ การบริการทางการแพทย์ การบริจาคโลหิต กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมทั้งการจัดนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติและสง่างาม นอกจากนี้กองทัพบกได้จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. – 4 ส.ค.66 ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่า พระบรมราโชบายมาสู่การปฏิบัติ โดยร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วย การสนับสนุนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยทำความสะอาดชุมชนพื้นที่สาธารณะ แหล่งน้ำลำคลองทั่วประเทศ กองทัพบกขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

– 006

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746341

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 09.20 น.

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวรัชดาฯ เผย นายกชื่นชมผลงานเยาวชนไทย ในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 (53rd International Physics Olympiad 2023) และการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่55 (55th International Chemistry Olympiad 2023)

27 กรกฎาคม 2566) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมผลงานของทีมเยาวชนไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในรายการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 (53rd  International Physics Olympiad 2023) ระหว่างวันที่ 10 – 17 กรกฎาคม 2566 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง และรายการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 55 (55th International Chemistry Olympiad 2023) ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2566 ณ เมืองซูริก สมาพันธรัฐสวิส ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแข่งขันทั้ง 2 รายการ ทีมเยาวชนไทยสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยในรายการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 ณ ประเทศญี่ปุ่น มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 394 คน จาก 82 ประเทศ ซึ่งมีเยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมกันแข่งขัน 5 คน และได้รับรางวัลทุกคน ได้แก่ 1. นายณัฏฐ์เดช เผด็จสุวันนุกูล ได้รับรางวัลเหรียญทอง 2. นายธนัชสรศ์ จันทร์เกษมสัตย์ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 3. นายภัทรพล พันธ์เลิศระพี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 4. นายธงไชย อาชาบุณยเสก ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง และ 5. นายนพรุจ สอดศรี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ทำให้จากการแข่งขันในรายการนี้ ทีมเยาวชนไทย ได้รับเหรียญรางวัลทั้งหมด 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง

ในขณะที่การแข่งขันรายการ เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 55 ณ สมาพันธรัฐสวิส มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 356 คน จาก 90 ประเทศ โดยมีตัวแทนทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมกันแข่งขัน 4 คน และได้รับรางวัลทุกคนเช่นกัน ได้เเก่ 1. นายจิรโรจน์ ชวนะสุนทรพจน์ ได้รับรางวัล เหรียญทอง 2. นายคณิศร กิรติพงษ์วุฒิ ได้รับรางวัล เหรียญเงิน 3. นายพีรดนย์ แซ่จึง ได้รับรางวัล เหรียญเงิน และ 4. นางสาวอมาษญา เลี้ยงบำรุง ได้รับรางวัล เหรียญทองแดง โดยจากการแข่งขันรายการนี้ ทีมเยาวชนไทยทำผลงานไปได้ทั้งหมด 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

“นายกรัฐมนตรี ชื่นชมความสามารถของทีมเยาวชนไทย ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการแข่งขันทั้ง 2 รายการ เยาวชนไทยมีความสามารถที่หลากหลายทั้งด้านกีฬา และในด้านวิชาการ ทักษะและศักยภาพของเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเยาวชนไทยจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’ ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746201

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’  ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’ ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.14 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเสวนาวิชาการ Chula the Impact ครั้งที่ 19 เรื่อง “จุฬาฯ มุ่งหน้าด้วย GENERATIVE AI” ความว่า จุฬาฯ เป็นผู้นำในการบุกเบิกในการนำนวัตกรรม AI มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบผ่านแพลตฟอร์มและเครื่องมือต่างๆเช่น ChatGPT มีการจัดกิจกรรม Chula Lunch Talk เพื่อเผยแพร่ความรู้ในแง่มุมต่างๆ โดยคณาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญการนำ AI และ CHAT GPT มาใช้ในการเรียนการสอนและกำลังจะให้ทุนสนับสนุนแก่คณาจารย์จำนวน 100 คน เพื่อนำ AI และ CHAT GPT ไปใช้ในการเรียนการสอน ตั้งแต่สิงหาคม-ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ โดยภาพรวมและนโยบายของการใช้ GENERATIVEAI จะมุ่งเน้นไปที่ 2 หลักการ คือEmbrace และ Understanding โดยจะสนับสนุนการใช้งานด้วยความเข้าใจ ไม่มีการบังคับ

“จุฬาฯ มุ่งหน้าสนับสนุนการใช้ Generative AI โดยให้นิสิต คณาจารย์ และบุคลากรใช้อย่างเต็มที่ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง ในส่วนของผู้เรียนจะต้อง “ปรับใช้” AI เพื่อพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มที่ “เข้าใจ” ว่า AI มีความสามารถและข้อจำกัดอะไร “อ้างอิง” การใช้งาน AI ให้ชัดเจน ถูกต้อง “ระมัดระวัง” ไม่นำข้อมูลลับเข้าระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับผู้สอนจะต้อง “ปรับใช้” AI ในการเรียนการสอน “เข้าใจ” ถึงความสามารถและข้อจำกัดของ AI “ออกแบบ” กระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลที่เหมาะสม และ “ระบุ” ขอบเขตและแนวทางการใช้ AIในประมวลรายวิชา” ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว

รศ.ดร.โปรดปราน บุณยพุกกณะ Chief Learning InnovationOfficer กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคมจุฬาฯว่าได้จัดทำหลักการและแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ไว้แล้ว ได้แก่ สนับสนุนให้นิสิตและบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างเหมาะสม, ให้มีการปรับกระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลตลอดจนการทำงานให้เหมาะสม สร้างสรรค์และถูกหลักจริยธรรม และให้ความสำคัญและเข้มงวดกับเรื่องจริยธรรมทางวิชาการ

เช่นเดียวกับ รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล ผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทยสิรินธร ที่นอกจากจะกล่าวถึงข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังของการใช้ ChatGPT, GENERATIVE AI แล้ว ยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องของหลักการและแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้ได้วางแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาไว้แล้ว ทั้งการเรียนการสอนและการประเมินผลการใช้งานเครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ และด้านการปกปิดความลับและข้อมูลส่วนบุคคล

Generative AI (Gen-AI) คือ AI ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะให้มีความสามารถใการ “สร้างใหม่” จากชุดข้อมูลที่มีอยู่ ด้วยอัลกอริทึมแบบ Generative Model เช่น Generative adversarial network : GANs), Variational autoencoders : VAEs, Autoregressive models โดยนำมาใช้งานหลากหลาย เช่น การสร้างภาพการประมวลผล การสร้างเสียงดนตรี กล่าวง่ายๆ การสร้างเนื้อหาขึ้นใหม่จากข้อมูลที่มีอยู่เดิมนั่นเอง