อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737418

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.12 น.

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

15 มิถุนายน 2566 ความคืบหน้ากรณี “หยก” เยาวชนหญิงวัย 15 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 ที่มีอายุน้อยที่สุด นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกโรงเรียนไล่ออกนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอบนี้ชาวเน็ตไม่เข้าข้าง’หยก’ ชี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว แห่ให้กำลังใจครู-โรงเรียน)

ล่าสุดนายปรีชา จิตรสิงห์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลงนามในแถลงการณ์ เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว เนื้อหาระบุว่า…

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตามสื่อต่างๆ และช่องทางโซเชียลมีเดียนั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน สมาคมนักเรียนเก่า ชมรมครูเก่า เครือข่ายผู้ปกครอง รวมถึงสภานักเรียน ขอแถลงการณ์ ดังนี้⁣

1. น้องหยก สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย วันที่ 1 เม.ย.2566 มารดาของน้องหยก มาบันทึกขอเลื่อนการมอบตัวเพื่อศึกษาต่อระดับชั้น ม.4 ⁣

ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 2566 โรงเรียนได้รับรายงานตัวน้องหยกไว้ก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการศึกษาต่อ (หลังจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี จ.นครปฐม ได้ปล่อยตัวในคดี ม.112)⁣

ซึ่งในการรายงานตัวดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการมอบตัวตามประกาศการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ซึ่งโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนเข้าเรียนก่อน และเน้นย้ำให้นำผู้ปกครอง (มารดา) มามอบตัวนักเรียนให้สมบูรณ์ภายในวันที่ 10 มิ.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่โรงเรียนจะต้องยืนยันข้อมูลจำนวนนักเรียนในระบบ DMC ของกระทรวงศึกษาธิการ⁣

แต่นักเรียนไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ทำให้ไม่มีฐานข้อมูลในระบบ จึงไม่ได้เป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ในปีการศึกษา 2566⁣

2. หลังจากน้องหยก เข้าเรียนในวันที่ 22 พ.ค. 2566 โรงเรียนได้ชี้แจงให้รับทราบระเบียบแนวปฏิบัติตามคู่มือนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ที่ผ่านการประชาพิจารณ์โดยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และนักเรียนทุกคนได้ปฏิบัติตามระเบียบนี้ แต่น้องหยก ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เช่น ไม่แต่งกายชุดนักเรียน การทำสีผม การมาเรียนตามเวลา/รายวิชาตามความพอใจของนักเรียน รวมทั้งขอไม่เข้าร่วมกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการไม่ยอมรับกฎระเบียบและไม่เข้าสู่กระบวนการของโรงเรียน⁣

3. โรงเรียนขอเน้นย้ำให้ทราบว่า ไม่เคยปฏิเสธการรับนักเรียนเข้าเรียน และได้ให้การดูแลตามระบบ ดูแลการช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ถึงแม้นักเรียนไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปรับปรุงพฤติกรรม ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น⁣

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737304

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737305

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี  สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลายเป็นกระแสการพูดถึงและแชร์ต่อในโลก Social Media เมื่อ Page Facebook “สังคมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม” โพสต์ภาพรายวิชาเลือกเสรีที่ระบุชื่อวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ คือ วิชา “ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นหูจากนิยายและภาพยนตร์เรื่อง “แฮร์รี่พอตเตอร์” หลายคนคงสงสัยว่าวิชาที่ชื่อสะดุดตานี้ จะสอนเกี่ยวกับอะไร และจะสอนร่ายเวทมนตร์คาถาเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่?

อาจารย์พรพรหม ไชยฉัตรพรสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และรองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการออกแบบหลักสูตรว่า เดิมนักเรียนจะต้องเรียนในวิชาที่กำหนด จึงมีข้อเสนอแนะที่อยากมีวิชาที่ตนสนใจ ในปี 2562 โรงเรียนจึงปรับหลักสูตรเพิ่มวิชาเลือกเสรี นอกจากวิชาพื้นฐานที่เข้มข้นแล้ว จะมีวิชาเลือกเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคตของนักเรียน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มวิชาที่เป็นสมรรถนะสำคัญ และเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ด้านสุขภาพ มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร ด้านกีฬา มีวิชาที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ตัดสินกีฬา ส่วนวิชา “ป้องกันตัวในศาสตร์มืด”เป็นอีกวิชาหนึ่งซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีที่โรงเรียนเปิดสอนมาเป็นปีที่ 3 แล้ว  

อาจารย์กมลชนก สกนธวัฒน์ อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม เจ้าของรายวิชานี้อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของวิชาประกอบด้วย 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรก คือมีโอกาสได้คุยกับนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนแต่ละคนมีโจทย์ในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคืออยากจะก้าวข้ามผ่านโจทย์ในชีวิตไปให้ได้ ประกอบกับช่วงนั้นสังคมกำลังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับด้านจิตใจ ความเครียด โรคซึมเศร้าจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นครู เราจะช่วยนักเรียนได้อย่างไร

เหตุการณ์ที่สอง เกิดจากโลก Social Media ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ มีการสร้าง Hate Speech สร้างความเกลียดชัง หรือแม้กระทั่งคนที่ใช้ความรู้ในทางที่ผิด ใช้กลโกงทำร้ายผู้อื่น จึงมีความคิดว่า ถ้านักเรียนออกไปเจอกับสังคมที่โหดร้าย เราทำอย่างไรให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงอยากให้มีวิชาที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียน

อ.กมลชนก เล่าต่อไปว่า ตอนคิดชื่อวิชา อยากได้ชื่อวิชาที่มีองค์ประกอบ 3 ประการ ประการแรกคือสะท้อนจุดมุ่งหมายของวิชา เมื่อนักเรียนเห็นชื่อวิชาแล้วพอจะรู้ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร ประการที่สองอยากได้ชื่อวิชาที่มีความคิดสร้างสรรค์ แตกต่างจากชื่อวิชาเดิมที่เคยมี ส่วนประการสุดท้ายคือต้องเป็นชื่อที่เป็น First Impression ที่ดี จึงนึกถึง “วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” จากเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ซึ่งชื่อนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากนำเสนอทั้ง 3 ประการ  

“ศาสตร์มืด” หมายถึง ปีศาจตัวหนึ่งที่เข้ามาขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเราในวิชานี้เกี่ยวโยงกับความมืด 2 ด้านด้วยกัน อย่างแรกคือ ความมืดในใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความท้อแท้ใจการไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเป็นปีศาจตัวหนึ่งที่ขัดขวางไม่ให้เรามีความสุขในชีวิต เป็นความมืดภายในตัวที่เราต้องจัดการมันให้ได้ ส่วนด้านที่สองคือ ความมืดจากภายนอกในสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยการแสดงออกหรือการใช้คำโดยเฉพาะใน Social Media ที่มีส่วนสร้างความเกลียดชังใช้ความรู้เอาเปรียบผู้อื่น เราจึงควรสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีแก่เด็ก มีเครื่องมือที่จะออกไปเอาชนะได้

สำหรับการเรียนการสอนรายวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ประกอบด้วยการทำกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การจำลองเหตุการณ์ และมีการสะท้อนความคิด สะท้อนการเรียนรู้ สะท้อนคุณค่าของตนเอง เช่น ในอนาคตนักเรียนเจอกับเหตุการณ์ที่กระทบกับตนเอง เมื่อนักเรียนเคยเจอครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าเจอกับเหตุการณ์เดียวกันนี้อีก จะสามารถย้อนนึกถึงในสิ่งที่เคยเรียน วิธีการที่ใช้ในการป้องกัน เมื่อเจอกับสิ่งนี้สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้

“ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากยุคสมัยก่อนมากโดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูล สังคมที่ต้องเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่สังคมในชีวิตประจำวัน มีสังคมอีกโลกหนึ่งคือใน Social Media ทำอย่างไรให้นักเรียนใช้ชีวิตทั้งสองอย่างได้อย่างมีความสุข” อ.กมลชนก กล่าวในที่สุด

นางสาวจิณห์จุฑา เปรมประชา, นายธรรศ อินทรารักษ์สกุล, นายวรดร โกศลพิศิษฐ์กุล และนายธัญฑ์ กฤษณะเศรณี ตัวแทนนักเรียนที่เรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด กล่าวว่า สนใจเพราะชื่อวิชาน่าสนใจ ส่วนใหญ่วิชาเรียนจะตั้งชื่อค่อนข้างวิชาการ เมื่อได้อ่านรายละเอียดรายวิชาแล้วก็ชอบ เพราะสอนเกี่ยวกับทักษะการใช้ชีวิตประจำวันของเราที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป หลังจากได้เรียนแล้วก็สนุก เนื้อหาไม่เครียด กิจกรรมสับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เช่น การแสดงละครที่มีบทเกี่ยวกับการปฏิเสธ ต้องปฏิเสธอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่เสียใจ สอนเรื่องการเลือกใช้คำพูดการเป็นผู้พูด และการเป็นผู้ฟังที่ดี  กิจกรรมดูภาพยนตร์ โฆษณา แล้วถอดบทความออกมาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตว่าได้บทเรียนอย่างไร นำทักษะไปใช้ชีวิตในอนาคตอย่างไร เป็นต้น

ทีมนักศึกษานิเทศฯ ม.ศรีปทุม กวาด 5 รางวัลจาก 2 เวทีประกวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737301

ทีมนักศึกษานิเทศฯ ม.ศรีปทุม  กวาด 5 รางวัลจาก 2 เวทีประกวด

ทีมนักศึกษานิเทศฯ ม.ศรีปทุม กวาด 5 รางวัลจาก 2 เวทีประกวด

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เวทีแรก คือการประกวดโครงการ EXAT Viral Clip Contest 2023 ภายใต้แนวคิด “Special Life Special Way ชีวิตพิเศษ เส้นทางพิเศษ” จัดโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยทีมนักศึกษา ชั้นปีที่ 1-2 จากสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม 3 ทีม ได้รับ 4 รางวัล จากการประกวดโครงการ EXAT Viral Clip Contest
2023 ภายใต้แนวคิด “Special Life Special Way ชีวิตพิเศษเส้นทางพิเศษ” และเข้ารับรางวัลจากคุณสุรเชษฐ์ เกล่าพูนสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ณ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566

ทีมที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ทีม Threenity222 สมาชิก คือ นายเมืองแมน พระเมือง, นางสาวพันพัสษา จันทร์พวง,นายชลิศ วารีรำพึงเพลิน, นายรติพงษ์ แก้วสิมมา และนายศุภกฤต สว่างแสง คว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงาน“วันพิเศษ ของคนพิเศษ” พร้อมรับเงินรางวัล 30,000 บาท, ทีม DITTO FILM ที่ประกอบด้วย นางสาวรุจีศรี นัคเรศ,นายดุลย์ชัยภณ ทองเปี่ยม, นางสาวศศิธร ภู่ป้อม, นางสาวยินดี เพ็งขยัน และ นายรัฐภูมิ รบช้าง คว้า 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 และรางวัล Popular Vote จากผลงาน “เพราะนายคือคน “พิเศษ” สำหรับเรา” พร้อมรับเงินรางวัลรวม 30,000 บาท และทีม อิ๊วอยากกินยำ ที่ประกอบด้วย นายวัลลภ ทองแดง, นายปรมินทร์ นกจิบ, นายศิรวัสส์ จรูญโสภณสวัสดิ์ และนายธีรวุฒิ ถมทอง คว้ารางวัลชมเชย จากผลงาน “การเดินทางของชีวิต” พร้อมรับเงินรางวัล 2,000 บาท

อีกรายการหนึ่งคือคว้ารางวัลชนะเลิศ ผลงานประเภทคลิปชื่อ “วันนี้คุณฟังแล้ว” ในการประกวดสื่อเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้สังคมตระหนัก เรื่อง ความเท่าเที่ยมทางเพศ ภายใต้หัวข้อ “ทุกเพศ ทุกคน เท่ากัน All genders are equal” จัดโดยกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และได้เข้ารับมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัล 30,000 บาท จาก นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปเรียบร้อยแล้ว

นักศึกษา ทีมอัพสตอรี่ ที่สมาชิกประกอบด้วย นายทัตเทพ พลเยี่ยม นักศึกษาสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล, นายกฤติน จันทรกุล และนางสาวอาภัสรา สมานทรัพย์ นักศึกษาสาขาการออกแบบสื่อสารออนไลน์ คณะนิเทศศาสตร์

นวัตกรรมแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รับรางวัลเลิศรัฐประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737298

นวัตกรรมแพทยศาสตร์ จุฬาฯ  รับรางวัลเลิศรัฐประจำปี 2566

นวัตกรรมแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รับรางวัลเลิศรัฐประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลงาน “นวัตกรรมเครื่องบำบัดโรคระบบทางเดินหายใจอัตราการไหลสูงในภาวะฉุกเฉิน การระบาด COVID- 19
ใน พ.ศ.2564” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านเกณฑ์การประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้รับรางวัลเลิศรัฐ พ.ศ.2566 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ “ระดับดี”

นวัตกรรมดังกล่าว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA และ บริษัท อินทรอนิคส์ จำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาถือว่าเป็น “เครื่องแรกที่ผลิตได้โดยคนไทย” และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถลดการนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งได้เริ่มส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ แล้วกว่า 500 เครื่อง พร้อมเตรียมแผนขยายสู่สถานพยาบาลที่มีความพร้อมต่อไป

วันปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737299

วันปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ

วันปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พร้อมผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดร่วมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2566 ณ สวนเศรษฐกิจพอเพียง สพป.พิษณุโลก เขต 2

มข. จับมือ ลิลลี่ ฟาร์มา ปฏิวัติอุตสาหกรรม Nanoemulsion technology อวดโฉม เครื่อง Nanoemulsion Homogenizer ครั้งแรกในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737384

มข. จับมือ ลิลลี่ ฟาร์มา ปฏิวัติอุตสาหกรรม Nanoemulsion technology อวดโฉม เครื่อง Nanoemulsion Homogenizer ครั้งแรกในอาเซียน

มข. จับมือ ลิลลี่ ฟาร์มา ปฏิวัติอุตสาหกรรม Nanoemulsion technology อวดโฉม เครื่อง Nanoemulsion Homogenizer ครั้งแรกในอาเซียน

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.09 น.

มข. จับมือ ลิลลี่ ฟาร์มา ปฏิวัติอุตสาหกรรม Nanoemulsion technology อวดโฉม เครื่อง Nanoemulsion Homogenizer ครั้งแรกในอาเซียน

14 มิ.ย.2566 มหาวิทยาลัยขอนแก่นจับมือลิลลี่ ฟาร์มา ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Lily Nanoemulsion Homogenizer machine เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ปฏิวัติรูปแบบวงการอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพอาหาร ยา และเครื่องสำอาง โดยการใช้เทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่น ที่สามารถนำสารออกฤทธิ์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงนโยบายของมหาวิทยาลัย ขอนแก่น ในการสร้าง startup โดยร่วมทุนกับภาคเอกชน ซึ่งให้ภาคเอกชนเป็นผู้ริเริ่ม โดยเริ่มจากมุมมองความต้องการของตลาดในผลิตภัณฑ์นั้นๆ และย้อนกลับมาดูกระบวนการผลิตว่าสามารถแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีได้หรือไม่ หากเป็นไปได้ก็จะกลับมาค้นหากระบวนการวิจัยที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราเรียกแนวคิดนี้ว่า เป็นการวิจัยสู่ตลาด โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้ทำการวิจัย การผลิต และนำออกสู่ตลาด ส่วนบทบาทของมหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการวิจัยและการทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงจัดทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละฝ่าย เพื่อ ให้คำปรึกษาแก่ภาคเอกชน ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีใหม่ในการทำ startup ของมหาวิทยาลัย โดยดำเนินการร่วมมือกับทางบริษัท มิส ลิลลี่  และได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในปี 2565 ซึ่งบริษัทร่วมทุนได้เน้นเทคโนโลยีทางด้านนาโนอิมัลชั่น ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น N-Dro care mouth spray

นอกจากนี้บริษัทร่วมทุนได้นำความรู้มาต่อยอดสู่การผลิตเครื่องจักรนาโนอิมัลชั่นจนประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยเพื่อนำความรู้จากงานวิจัยออกสู่ตลาด

ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึง
ทิศทางของเทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่น และงานวิจัยในหลายสาขาได้ให้ความสำคัญกับการนำส่งสารในรูปแบบ
นาโนอิมัลชั่น ซึ่งเป็นการนำสารออกฤทธิ์ให้อยู่ในส่วนของน้ำหรือน้ำมันที่มีขนาดอนุภาคนาโน โดยถูกผสานเข้าด้วยสารอิมัลซิไฟเออร์ ซึ่งเป็นการนำส่งสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และใช้สารในปริมาณน้อย
ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม มนุษย์ และสัตว์ ซึ่งปัจจุบันในหลายอุตสาหกรรมได้พยายามที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นออกสู่ท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเกษตร เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืช อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหารและยาสัตว์ และอื่นๆ แต่ประเทศไทยยังมีปัญหาในการผลิตเนื่องจากเครื่องจักรดังกล่าวมีราคาที่สูงมาก

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมมือกับบริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด ในการสร้างกระบวนการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง
นาโนอิมัลชั่น โฮโมจีไนเซอร์ จากห้องปฏิบัติการสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยฝีมือ
คนไทย จากทีมงานนักวิจัยและวิศวกรของบริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด ที่สามารถนำข้อมูลและประสบการณ์จากห้องวิจัยที่มีข้อจำกัด มาพัฒนาใช้ในเชิงอุตสาหกรรม (Production Scale) มุ่งหมายเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับวงการอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่น ซึ่งสามารถนำสารออกฤทธิ์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเรากำลังทำการวิจัย ทั้งยาสัตว์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และยากำจัดวัชพืช รวมไปถึงอาหารเสริมที่อยู่ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่น

นายเรวัต จินดาพล  CEO บริษัท เคเคยู มิสลิลลี่ โฮลดิ้ง จำกัด (KKU Miss Lily Holding Co.,Ltd.)  เปิด เผยว่า “จากการทํางานร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งเน้นในการพัฒนาเทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่น โดยเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เราได้มี Technical know how ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบในห้องปฏิบัติการ จนสามารถนำไปสู่การผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรที่สามารถทำให้สารแตกตัวเป็นอนุภาคระดับนาโน โดยทั่วไปในต่างประเทศจะใช้เครื่อง High pressure nano homogenizer ซึ่งจะมีราคาแพงมาก เช่น ขนาด 300-500 ลิตร จะมีราคาหลักร้อยล้านบาท ทำให้อุตสาหกรรมทั่วไปมีข้อจำกัดในการลงทุนเครื่องจักรเหล่านี้ ทางทีมวิศวกรของบริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ KKU Miss Lily Holding ได้พัฒนาเครื่องจักรในรูปแบบ High speed nano homogenizer และเครื่องจักรพ่วง จนทำให้เราเป็นผู้นำในการผลิตเครื่องจักรนาโนอิมัลชั่นในกลุ่มอาเซียน เรามีนโยบายที่จะนำเครื่องจักรนี้ไปร่วมมือกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่น โดยบริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นและนำไปสู่การผลิตในเชิงอุตสาหกรรม โดยการสนับสนุนของทางบริษัทและมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้ประเทศไทยได้กลาย เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนี้ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในทางเศรษฐกิจ สำหรับองค์กรที่สนใจสามารถติดต่อ บริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด คุณศิรินทร์ ใต้ชัยภูมิ โทร. 086-319-0270

นายฐาปกรณ์ อุประ Chief of Technology officer บริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด  กล่าวว่า จุดเด่นของเครื่อง High speed nano homogenizer คือ เทคนิคการเฉือนอนุภาค (Shearing) ด้วยใบพัดปั่นที่มีความเร็วสูง และมีหัวปั่นพร้อมกัน 3 หัว (Vertical Multiple Rotor Stator Head) ซึ่งทำให้อนุภาคมีขนาดที่เล็กลงกว่า 100 นาโนเมตร และมีความสม่ำเสมอของขนาด เนื่องจากมีหัวปั่นที่เรียงตัวอยู่ 3 ระดับในถัง นอกจากนี้เครื่องจักรพ่วงอื่นๆ เช่น Oil mixer และ Water mixer ยังมีถังน้ำควบคุมอุณหภูมิในระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถผลิตในระบบสุญญากาศได้ ทำให้เครื่องจักรดังกล่าวสามารถผลิตสารนาโนอิมัลชั่นให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่ห้องวิจัยได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ เทคโนโลยี High speed nano homogenizer ยังช่วยให้ประหยัดเวลาและพลังงานในการผลิต รวมถึงประหยัดต้นทุนในการบำรุงรักษาน้อยลงกว่าระบบอื่นมาก

รอบนี้ชาวเน็ตไม่เข้าข้าง’หยก’ ชี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว แห่ให้กำลังใจครู-โรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737281

รอบนี้ชาวเน็ตไม่เข้าข้าง'หยก' ชี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว แห่ให้กำลังใจครู-โรงเรียน

รอบนี้ชาวเน็ตไม่เข้าข้าง’หยก’ ชี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว แห่ให้กำลังใจครู-โรงเรียน

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.42 น.

14 มิ.ย.66 ความคืบหน้ากรณี “หยก” เยาวชนหญิงวัย 15 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 ที่มีอายุน้อยที่สุด นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกโรงเรียนไล่ออกนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘หยก’เยาวชนหญิงอายุ 15 ปี ผู้ต้องหาคดี ม.112 โพสต์โรงเรียนไล่ออกแล้ว)

ขณะที่เมื่อเวลา 10.44 น. หยกไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เหตุการณ์หน้าโรงเรียน หลังจากทางโรงเรียนได้ปิดประตูรั้ว จึงเกิดการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูโรงเรียน ต่อมาหยกได้ปีนรั้วเข้าโรงเรียนได้สำเร็จ

ล่าสุด บนหน้าเพจของ“หยก” ปรากฏว่ากระแสตีกลับมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยบางส่วนเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจหยก แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย อาทิ  เราชื่นชมที่น้องต่อสู้อย่างทรหดเข้มแข็งนะ แต่อันนี้ไม่เห็นด้วยกับน้องเลย…”ประชาธิปไตย”กับ”เอาแต่ใจ”นี่แค่เส้นบางๆกั้นไว้เองนะ, นี่คือเหตุผลที่เยาวชนควรอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง เพราะมันแยกประชาธิปไตยกับความเอาแต่ใจยังไม่ออก,รอบนี้ไม่เข้าข้างนะน้อง รู้สึกน้องเริ่มเอาแต่ใจเยอะขึ้นจริงๆ บางอย่างให้อยู่ในขอบเขตบ้าง,เอาแต่ใจเกินไปไหมอะ มองโลกความเป็นจริงหน่อยค่ะน้อง,กฎมีไว้ปฎิบัติตามนะสาว แยกให้ออก,ไม่เคารพกฎระเบียบเลย,

เรียกร้องประชาธิปไตยแต่ไม่เคารพเสียงส่วนมาก,อันนี้ขอไม่เข้าข้าง เริ่มเอาแต่ใจแล้ว,พี่ว่าน้องต้องใจเย็น เเละอ่านคอมเม้นเยอะๆ เเละคิดให้เยอะกว่านี้นะคะ สิ่งที่น้องทำอยู่มันไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง หรือไปในทางที่ดีขึ้นเลยค่ะ มันมีแต่จะแย่ลง, ปกติจะเข้าข้างน้องหยกนะครับ แต่เคสนี้ พี่ขอเข้าข้างโรงเรียนครับ เพื่อนส่วนใหญ่เค้าทำตามกฎของโรงเรียนน้องหยกก็ควรจะเคารพกฏของโรงเรียนเหมือนเพื่อนๆนะครับ (ประชาธิปไตย…เสียงส่วนมาก),สงสารบุคลากรในโรงเรียน เป็นกำลังใจให้คุณครู กับ บุคลากรโรงเรียนทุกคนค่ะ,ชื่นชมโรงเรียนค่ะ เป็นกำลังใจให้คณะครูทุกท่าน เป็นต้น ( อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ตรีนุช’เผย‘หยก’ยังไม่ถูกไล่ออก อบรมใส่ไปรเวตไปเรียน ต้องเคารพระเบียบองค์กร)

วิทยาลัยเทคนิคนครนายกจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737282

วิทยาลัยเทคนิคนครนายกจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

วิทยาลัยเทคนิคนครนายกจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.26 น.

วันที่ 14 มิ.ย.66 ที่อาคารอเนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคนครนายกรมเย็น 77 ปี ดร.สุกัญญา สุขสถาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนครนายก จัดกิจกรรมการประชุมการสร้างภูมิคุ้มกันการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา วัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนและดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางที่กำหนด โดยบูรณาการความร่วมมือดำเนินงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้นักเรียน นักศึกษา ตระหนักและปลุกจิตสำนึก ได้รู้ถึงโทษ และพิษภัยของยาเสพติด โดยมีนักเรียน นักศึกษา ระดับชั้น ปวช.ของวิทยาลัยเทคนิคนครนายก เข้าร่วมประชุมจำนวน 300 คน พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนครนายก มาเป็นผู้แนะนำให้ความรู้ ในการป้องกัน และเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษา ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษพิษภัยของยาเสพติดให้มีทักษะชีวิต และมีจิตสำนึกที่ดีไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จฯทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ต 28 มิ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737270

'ในหลวง-ราชินี'เสด็จฯทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ต 28 มิ.ย.นี้

‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จฯทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ต 28 มิ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.56 น.

“ในหลวง-ราชินี”เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตวันที่ 28 มิ.ย.นี้  ทร.เตรียมงานยิ่งใหญ่ครบรอบ100ปีสิ้นพระชนม์กรมหลวงชุมพรฯ “เบิร์ด-ธงชัย  ก้อง -สหรัถ นำทีมนักร้องเสียงทรงพลังขับร้องร่วมกับวงออร์เคสต้าร์ราชนาวี

14 มิ.ย.66 ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.เชิงชาย  ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานในการแถลงข่าวการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 49 “แสงทิพย์แห่งอาภากร เสียงทิพย์จากราชนาวี” เทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งทหารเรือไทย พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และเพื่อเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิกให้นิยมแพร่หลาย รวมทั้งจัดหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและสาธารณภัย โครงการศูนย์มะเร็งเต้านม กิจการอาสายุวกาชาด ศูนย์รับบริจาคอวัยวะต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งได้มีการจัดแสดงเป็นประจำทุกปี 

ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ว่ากองทัพเรือจะเป็นองค์กรกลางนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวาย โดยพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย โดยการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ จะจัดขึ้นสองวัน คือวันที่ 27 มิ.ย. และ 28 มิ.ย. (รอบเสด็จพระราชดำเนิน) ในเวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 49 “แสงทิพย์แห่งอาภากร เสียงทิพย์จากราชนาวี” จะบรรเลงเพลงคลาสสิคและเพลงร่วมสมัย โดยวง Symphony orchestra ดุริยางค์ราชนาวี กองดุริยางค์ทหารเรือ และขับร้องโดยนักร้องรับเชิญ ได้แก่ ธงไชย แมคอินไตย์ สหรัถ สังคปรีชา ปิยนุช เสือจงพรู (จิ๋ว นิวจิ๋ว) กิต The Voice อาร์ม กรกันต์ เป็นต้น โดย เบิร์ด ธงชัย ได้เลือกเพลง วอลซ์นาวี มาขับร้องด้วย 

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ผ่านบัญชี ธนาคารไทยธนชาต บัญชีเลขที่ 115-1-07541-115 และบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 662-3-43960-9 ชื่อบัญชี “กาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 49” ทั้งนี้ ผู้บริจาคเงิน จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสภากาชาดไทยและกองทัพเรือ นอกจากนั้น ใบเสร็จรับเงิน ยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ Facebook Fanpage : กองทัพเรือ Royal Thai Navy และกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ และกรมการเงินทหารเรือ โทรศัพท์ 02-4755683

พล.ร.ท.ชาติชาย ทองสะอาด รองเสนาธิการทหารเรือ ประธานกรรมการเตรียมการจัดการแสดงฯ กล่าวว่า ในห้วง 8 เดือนได้จัดเตรียมการอย่างพิถีพิถันภายใต้กรอบแนวคิด ของ ผบ.ทร. ประธานจัดงานฯ ทำให้งานปีนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง อีกทั้งเป็นการจัดงานในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ ของพล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ สำหรับ ทร.ได้เตรียมวง Symphony orchestra ดุริยางค์ราชนาวี  นักดนตรี90 คน นักร้องประสานเสียง 40 คน มีนักร้องที่มีชื่อเสียง 7 คน และมีการนำเพลงที่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในบรรเพลงที่ทรงนิพนธ์ องค์อาภากร มาขับร้อง  ทั้งนี้ ทร.ได้ประชุมร่วมกับสำนักพระราชวังในการสำรวจ จัดเตรียมสถานที่ และกำหนดมาตรการถวายรักษษความปลอดภัย และการใช้มาตรการในการป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ย้ำการใส่หน้ากากอนามัยของผู้เข้าร่วมงานด้วย 

นายโกวิท  ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กองทัพเรือใช้สถานที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 49 ปีพุทธศักราช 2566 ในครั้งนี้ ในปีนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ให้การสนับสนุนสถานที่หอประชุมใหญ่ อาคารอเนกประสงค์ และห้องประชุมต่างๆ ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยกองทัพเรือ กำหนดเข้าใช้สถานที่ระหว่างวันที่ 25-29 มิถุนายน 2566  

หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีความพร้อมของสถานที่ในการจัดการแสดงดนตรีรูปแบบต่างๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายในและภายนอกหอประชุม สามารถรองรับการจัดงานได้อย่างสมพระเกียรติ และมีความพร้อมในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 49 ในวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2566 เวลา 20.00 น. นี้