‘ตรีนุช’ เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว-นักเรียนถูกไฟไหม้ในกิจกรรมลูกเสือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709687

'ตรีนุช' เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว-นักเรียนถูกไฟไหม้ในกิจกรรมลูกเสือ

‘ตรีนุช’ เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว-นักเรียนถูกไฟไหม้ในกิจกรรมลูกเสือ

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.11 น.

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อม นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และคณะผู้บริหาร  ได้เดินทางไปให้กำลังใจผู้ปกครองและเยี่ยมนักเรียนจำนวน 5 ราย ที่ถูกไฟไหม้ขณะเข้าค่ายลูกเสือ ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งขณะนี้เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น 

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวที่เกิดขึ้น ตนก็ได้สั่งการให้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบเหตุไฟไหม้ และวันนี้ตนและผู้บริหารกระทรวงก็ได้มาให้กำลังใจกับครอบครัวของนักเรียน และนักเรียนที่ประสบเหตุไฟไหม้ พร้อมได้ประสานงานในการช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนทั้ง 5 ครอบครัว ทั้งนี้  จากการสอบถามแพทย์เกี่ยวกับอาการของนักเรียนที่ประสบเหตุ เบื้องต้นทราบว่าร่างกายบาดเจ็บประมาณ 45% ส่วนอวัยวะภายในของนักเรียนยังปลอดภัยดีอยู่ แต่ต้องรักษาแผลภายนอก  อย่างไรก็ตาม ศธ.จะดูแลช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนรวมถึงตัวนักเรียนทั้ง 5 คน พร้อมกับประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกานดูแล และการฟื้นฟูหลังกลับไปอยู่บ้านจนกว่าเด็กจะสามารถกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า วันนี้นอกจากมาให้กำลังใจครอบครัวของนักเรียนและเยี่ยมอาการของนักเรียนแล้ว ตนจะประชุมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา หนองบัวลำภู และผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมกำชับบนโยบาย เพราะ ศธ.เน้นย้ำนเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญมาโดยตลอด และเหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่ควรเกิดขึ้นอีก  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะด้วยเหตุที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของครู หรือเหตุใดก็ตาม  แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีมาตรการในการดูแลและการให้ความช่วยเหลือต่างๆต้องมีความรวดเร็ว  เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงไปมากกว่านี้  โดยตนจะได้กำชับให้เขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนทบทวนมาตรการป้องกันในการสร้างความปลอดภัยให้ชัดเจนอีกครั้ง

“ส่วนจะให้มีการทบทวนเรื่องการเข้าค่ายลูกเสือหรือไม่  มองว่าต้องแยกกัน การเข้าค่ายเป็นเรื่องของการพัฒนาเด็กในหลายๆมิติ ทั้งการเป็นผู้นำ การช่วยเหลือตนเอง เพียงแต่ขบวนการและรายละเอียดในการจัดกิจกรรมจะต้องระมัดระวัง และมีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น กิจกรรมรอบกองไฟ กิจกรรมอยู่ในพื้นที่สูง อาจจะเกิดอันตรายได้ ดังนั้นกิจกรรมที่มีความสเสี่ยงจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยกำกับดูแล  ส่วนผู้บริหารและครูก็จะต้องรอบคอบมากขึ้น และสอบถามผู้รู้ให้ดี ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่หากเกิดเหตุการขึ่นก็จะต้องมีกลไกในการแก้ไขปัญหาให้ทันต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว”  รมว.ศธ. กล่าว 

ขณะที่ นายอัมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งจัดเป็นปกติอยู่แล้ว และเหตุที่เกิดมาจากกิจกรรมรอบกองไฟ  จึงต้องมีการจุดไฟ  และจากการสืบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเตรียมน้ำมันโซล่าเพืาอจุดไฟไว้ั้งแต่กลางวัน  แต่พอจะจุดไฟจุดไม่ติด  จึงไปนำแอลกอฮอล์มาช่วยจุดไฟ  ซึ่งรงนี้อาจจะไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร จึงเกิดปัญหาข้อผิดพลาดขึ้นเป็นเหตุให้ไฟไหม้นักเรียน  ซึ่งการเรียนลูกเสือสมัยใหม่ เราไม่เน้นให้จุดไฟจากไม้อยู่แล้ว เราต้องการให้ใช้ไฟเทียมแทน ดังนั้นต่อไป สพฐ. จะหามาตรการและแจ้งให้โรงเรียนถือปฏิบัติต่อไป 

“ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกือบจะสรุปได้แล้ว รอให้คณะกรรมการสืบข้อเท็จริงสรุปและรายงานมาว่าความผิดมาจากการเจตนาหรืออะไร” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ด้านนางเสา  ไชยยะ  มารดาของ ด.ช.สุวัฒชัย ผงทอง กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ทุกฝ่ายให้ความช่วยเหลือ มีกำลังในดีขึ้นกว่าวันแรกที่รู้ว่าลูกโดนไฟคลอก ส่วนอาการของลูกตอนนี้หมอบอกว่าต้องรอให้น้องหายใจเองได้ก่อน ถึงจะปลอดภัย อีกประมาณ 2 สัปดาห์อาการอาจจะดีขึ้น.-008

‘บิ๊กป้อม’หารือ’ออทคิวบา’ดึงความร่วมมือส่งเด็กไทยเรียนต่อแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709663

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.04 น.

“พล.อ.ประวิตร” หารือ ออทคิวบา แข็งขันสานต่อดึงความร่วมมือส่งเด็กไทยเรียนต่อแพทย์ 3,000 คน เล็งนำร่อง 500 คน ในพื้นที่ จชต.

เมื่อเวลา 09.30 น.ทำเนียบฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเอกเตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา  ออท. สาธารณรัฐคิวบา เข้าเยี่ยมคำนับ ณ ห้องรับรองทำเนียบรัฐบาล  โดยทั้งสองฝ่าย ได้ชื่มความสัมพันธ์และความก้าวหน้าของความร่วมมือทั้งสองประเทศด้านต่างๆ เช่น สาธารณสุขและการวิจัยทางการแพทย์ กีฬา วิชาการ โดยเฉพาะเฉพาะมิติด้านสาธารณสุข และเห็นพ้องร่วมกันที่จะสานต่อและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดและครอบคลุมหลายมิติมากขึ้น 

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึง ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต.ต่อเนื่องที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กและเยาวชน ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแก้ปัญหาดังกล่าวต่อเนื่องมา  และยินดีอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลคิวบาโดย สถาบัน อิก-ร่า เข้ามาร่วมพิจารณาสนับสนุนทุนการศึกษาด้านการแพทย์แก่นักเรียนไทยที่เรียนดีทั่วประเทศ จำนวน 3,000 ทุน โดยเร่งนำร่องกับเด็กเรียนดีในพื้นที่ จชต. 5 จว.รวม 1000 ทุน เพื่อให้มีแพทย์ประจำโรงพยาบาลตำบลในพื้นที่  ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลด้านสาธารณสุข ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ที่ยังขาดแคลนอยู่  พร้อมขอบคุณการทำหน้าที่อย่างแข็งขันของ นายเอกเตอร์ฯ และฝากสานต่อการทำงานร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

นายเอกเตอร์ กล่าวว่า รัฐบาลคิวบา พร้อมร่วมมือและให้การสนับสนุน การผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุข รวมทั้งสาขาวิชาต่างๆในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยเตรียการสอนภาษาสเปนรองรับ มุ่งเน้นผลิตแพทย์ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดหลักมนุษยธรรม เพื่อชุมชน และถือเป็นประวัติศาสตร์ฉลองความสัมพันธ์ แน่นแฟ้น 65 ปี และถือเป็นทูตสันถวไมตรีร่วมกัน

‘ตรีนุช’ ย้ำสถานศึกษาตรวจเข้ม หลังรุ่นพี่ ป.5 หลอกให้น้อง ป.1 กิน กินน้ำกระท่อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709410

'ตรีนุช' ย้ำสถานศึกษาตรวจเข้ม หลังรุ่นพี่ ป.5 หลอกให้น้อง ป.1 กิน กินน้ำกระท่อม

‘ตรีนุช’ ย้ำสถานศึกษาตรวจเข้ม หลังรุ่นพี่ ป.5 หลอกให้น้อง ป.1 กิน กินน้ำกระท่อม

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.52 น.

‘ตรีนุช’ ย้ำสถานศึกษาตรวจเข้ม หลังรุ่นพี่ ป.5 หลอกให้น้อง ป.1 กิน กินน้ำกระท่อม

7 ก.พ.66 จากกรณีนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด นำน้ำใบกระท่อมให้นักเรียนหญิงชั้น ป.1 กิน โดยหลอกว่าเป็นน้ำโออิชิ หลังจากน้อง ป.1 ดื่มน้ำใบกระท่อมแล้วมีอาการมึนหัว อยากอาเจียน และหลับสนิทหลังจากขึ้นรถตู้กลับบ้านหลังเลิกเรียน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ชาวโซเชียลต่างเข้าไปต่อว่าการกระทำของรุ่นพี่ ป.5 ที่นำน้ำกระท่อมไปโรงเรียน พร้อมเรียกร้องให้โรงเรียนที่เกิดเหตุ และโรงเรียนอื่น ๆมีมาตราการคุมเข้มเกี่ยวกับยาเสพติด กัญชา หรือน้ำกระท่อม และให้มีความเข้มงวดในการดูแลเด็กนักเรียนให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้นั้น

ล่าสุด นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวว่า  ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ  ได้เน้นย้ำและกำกับสถานศึกษามาโดยตลอด ว่า จะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากสารเสพติดทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดา บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา สารเสพติดทั้งหลาย ศธ.ได้พยายามกำกับมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่าปัจจุบันเด็กเข้าถึงสื่อต่าง ๆได้ง่ายขึ้น ดังนั้น สถานศึกษาจะต้องทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน  ทั้งครู ผู้ปกครอง ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน                

“ศธ.ก็จะเน้นย้ำให้สถานศึกษาดูแลตรวจสอบเรื่องนี้ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และให้เฝ้าดูแลให้ได้มากที่สุด รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับการเข้าถึงสื่อต่างๆด้วย เพราะเด็กเล็กก็สามารถเข้าถึงสือได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ศธ.อยู่ระหว่างจัดทำโครงการให้ความรู้เท่าทันสื่อออนไลน์กับนักเรียนด้วย”  น.ส.ตรีนุช กล่าว.-008 

กรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา สัมมนา ระดมสมองจัดทำ‘หนังสือทิศทางกีฬาไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709224

กรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา สัมมนา  ระดมสมองจัดทำ‘หนังสือทิศทางกีฬาไทย’

กรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา สัมมนา ระดมสมองจัดทำ‘หนังสือทิศทางกีฬาไทย’

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำ หนังสือทิศทางกีฬาไทย เอกสารอ้างอิงทางวิชาการเพื่อเป็นแนวทางการศึกษาด้านการพัฒนากีฬาไทย เป็นประธานจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำหนังสือทิศทางกีฬาไทย” เพื่อระดมสมองเพื่อหาแนวทางการจัดทำหนังสือฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

การสัมมนาครั้งนี้ ประกอบด้วยคณะทำงานประมาณ 50 คน มีการนำเสนอรูปแบบและกรอบแนวทางการจัดทำหนังสือ กลวิธีในการนำเสนอข้อมูล ข้อเสนอแนะให้มีการสรุปงานและผลการศึกษาในทุกๆด้าน เพื่อที่จะนำมาพัฒนากีฬาด้านต่างๆ โดยมีคำนึงถึงแง่กฎหมายที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง และเห็นควรมีการรวบรวมความเห็น มุมมอง แนวคิด ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาการกีฬา จากภาคเอกชนที่สนับสนุนและส่งเสริมกีฬาด้านต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานด้านการกีฬาเพราะกีฬาเป็นของทุกคน หนังสือเล่มนี้จึงอยากให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วม

คณะทำงานจัดทำหนังสือดังกล่าว กำหนดจัดการสัมมนา“การจัดทำหนังสือทิศทางกีฬาไทย” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 10 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานครเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานจัดทำหนังสือต่อไป

‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709225

‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในยุค “ประเทศไทย 4.0” รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2580) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาด้านวัฒนธรรม โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ในส่วนกระทรวงวัฒนธรรมก็มีบทบาทใหม่เพิ่มเติมจากกระทรวงสังคม มาเป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ ที่ต้องขับเคลื่อนวัฒนธรรมด้านมิติเศรษฐกิจเพิ่มเติม จากเดิมที่ดูแลด้านมิติทางสังคมเป็นหลัก

การท่องเที่ยววิถีชุมชน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของกระทรวงวัฒนธรรมที่พึ่งมามีบทบาทด้านหารายได้ให้ประเทศชาติแสดงผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม คือสามารถนำเสน่ห์ของความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ประเพณีอันดีงาม วิถีชีวิตในท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ความงดงามธรรมชาติของไทย มาส่งเสริมและต่อ
ยอดสู่การท่องเที่ยววิถีชุมชน จนสามารถสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

จุดเริ่มต้นของ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เริ่มจากที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มี โครงการชุมชนคุณธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร บ้าน-ชุมชน/วัด-ศาสนสถาน/โรงเรียน-ราชการ ส่งเสริมคนในชุมชนมีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มีคุณธรรมด้วยการปฏิบัติตามหลักศาสนา ปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม ชุมชนคุณธรรมฯดังกล่าว รวมแล้วกว่า 27,000 ชุมชนทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2563 กระทรวงวัฒนธรรมได้คัดเลือก ชุมชนคุณธรรมฯที่ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร ยกระดับขึ้นเป็นเป็นชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ “บวร on Tour” ที่มีศักยภาพความพร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยงหลังโควิด-19 คลี่คลาย โดยได้มีชุมชนดังกล่าว 1,000 ชุมชนทั่วประเทศ

หลังจากนั้นในปี 2564 ได้พิจารณาคัดเลือกจากชุมชนคุณธรรมฯ ทั้ง 2 ประเภทชุมชน ที่มีศักยภาพความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด จังหวัดละ 3 ชุมชน รวมเป็น 228 ชุมชนทั่วประเทศมาส่งเสริมการท่องเที่ยว หลังจากนั้นได้ต่อยอดคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทุกมิติออกมา 10 ชุมชุนยกย่องให้เป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี โดยเข้ารับโล่เชิดชูจากนายกรัฐมนตรี นอกจากเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังทำหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน ขยายความสำเร็จไปชุมชนอื่นๆ อีกด้วย

ในปี 2565 กระทรวงวัฒนธรรมยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจฐานรากในระดับชุมชน/ท้องถิ่น ได้ดำเนินการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทุกมิติ ที่มีผลประกอบการดีเด่นอีก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ

การมอบรางวัล สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นแบบอย่างของความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในการบูรณาการงานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ส่งเสริมอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนาวัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญาของชาติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมเป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจมือใหม่ที่สอบผ่านด้านการสร้างผลงานทางเศรษฐกิจ เพราะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

สำหรับผู้สนใจท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ยลวิถี ดังกล่าวสามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น“เที่ยวชุมชนยลวิถี” ได้ทั้งบน Android และ iOS มีข้อมูลการท่องเที่ยวครบถ้วนทุกด้าน มีช่องทางติดต่อชัดเจน นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามได้ที่ช่องยูทูบ ตามรอยแอป เที่ยวชุมชน ยลวิถี ของสํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่นำเสนอได้อย่างมีคุณภาพ เข้าไปดูแล้วก็จะตื่นตาตื่นใจ และอยากแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวแน่นอน

จากที่ทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกมิติ โดยเฉพาะท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ประเทศไทยเป็นที่ 1 ของเอเชีย และเป็นลำดับที่ 9 ของโลก ในฐานะ “ประเทศที่น่าพำนักอยู่ ภายหลังเกษียณ” ประจำปี 2023 จากการจัดอันดับของ Annual Global Retirement Index อีกด้วย

สุดเจ๋ง! เกาหลีใต้ คว้ารางวัล Grand Prize เวที IPITEx 2023 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709289

สุดเจ๋ง! เกาหลีใต้ คว้ารางวัล Grand Prize เวที IPITEx 2023 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 66

สุดเจ๋ง! เกาหลีใต้ คว้ารางวัล Grand Prize เวที IPITEx 2023 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 66

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.13 น.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition 2023 (IPITEx 2023) ในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566 (Thailand Inventors’ Day 2023)” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. ร่วมมอบรางวัลฯ โดยมีคณะนักประดิษฐ์และนักวิจัยจากนานาชาติเข้าร่วมลุ้นผลรางวัลอย่างเนืองแน่น ณ เวทีกลาง Event Hall 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของนักประดิษฐ์และนักวิจัยนานาชาติ เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและร่วมการประกวดมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition 2023 (IPITEx 2023) ในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566 (Thailand Inventors’ Day 2023)”  เพื่อเป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาผลงานประดิษฐ์คิดค้นและเป็นแรงจูงใจในการประดิษฐ์คิดค้นแก่นักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ตลอดจนเปิดโอกาสในแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากนักประดิษฐ์นานาชาติอีกด้วย ในงานวันนัประดิษฐ์ปีนี้มีการจัดแสดงผลงานจากประเทศต่าง ๆ มากกว่า 20 ประเทศ ซึ่งมีผลงานนำเสนอกว่า 500 ผลงาน ใน 8 กลุ่มเรื่อง ได้แก่ 1. Group A : Medicine and Public Health / Medical Technology / Pharmacy / Hygiene 2. Group B : Health Products / Foodstuffs / Drinks / Cosmetics / Personal Care Products 3. Group C : Modern Agriculture / Horticulture / Forestry and Gardening 4. Group D : Protection of the Environment / Water / Power and Electricity / Green Technology 5. Group E : Building / Construction / Civil Engineering / Architecture 6. Group F : Education / Office / Household Items and Tools 7. Group G : Robotics / Electronics / Automation / IoT and Application / Information, Communication and Technology (ICT) และ 8. Group H : Mechanics / Engines / Machinery / Manufacturing Processes 
โดยเวทีประกวด Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition 2023 (IPITEx 2023) มีการแบ่งรางวัลออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ รางวัล Grand Prize รางวัล The Outstanding International Invention & Innovation Award รางวัล International I-New Gen Award รางวัล ASEAN Excellence Invention and Innovation Award และรางวัล Medal Prize รวมกว่า 473 รางวัล ดังนี้

รางวัล Grand Prize จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “A creating method of flying route of a drone that is for diagnosis of floating solar panels by Geographic Information System analysis” จาก Korea Invention Promotion Association (KIPA)  สาธารณรัฐเกาหลี

รางวัล The Outstanding International Invention & Innovation Award จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “TELEMEDICINE SYSTEM BASED ON SOCIETY 5.0 TECHNOLOGY TO REALIZE SDGS AND RESEARCHED LOCAL CONTENT LEVEL IN THE HEALTH SECTOR” จาก Indonesian Invention and Innovation Promotion Association (INNOPA) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ผลงานเรื่อง “NEUROTERMINAL – a cloud-based scalable system for remote diagnosis and treatment of epilepsy as well as patient consultation and assistance implemented at Neurosphera Center” จาก Association of Polish Inventors and Rationalizers (API&R) สาธารณรัฐโปแลนด์ ผลงานเรื่อง “ECO CPR – ecological manikin for training basic life support” จาก Medical University of Lodz Innovative Business Solutions (IBS) สาธารณรัฐโปแลนด์ และผลงานเรื่อง “Kiap” จาก Singapore Innovation, Design and Entrepreneurship Association (IDEA) สาธารณรัฐสิงคโปร์ รางวัล International I-New Gen Award จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “Soil Texture Analyzer” จาก Malaysian Invention & Design Society (MINDS) สหพันธรัฐมาเลเซีย  รางวัล ASEAN Excellence Invention and Innovation Award จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานเรื่อง “r-CuEC: SUSTAINABLE RECYCLED COPPER EPOXY COMPOSITE AS MOULD INSERTS FOR RAPID TOOLING” จาก Malaysian Research and Innovation (MyRIS) สหพันธรัฐมาเลเซีย รางวัล Medal Prize จำนวน 466 รางวัล ได้แก่ รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จำนวน 114 รางวัล รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) จำนวน 137 รางวัล รางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) จำนวน 215  รางวัล

นายกฯร่วมบันทึกสถิติโลก’มวยไทย’ พร้อมเข้ากอดคอ’บัวขาว’ถ่ายรูปเป็นกันเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709288

นายกฯร่วมบันทึกสถิติโลก'มวยไทย' พร้อมเข้ากอดคอ'บัวขาว'ถ่ายรูปเป็นกันเอง

นายกฯร่วมบันทึกสถิติโลก’มวยไทย’ พร้อมเข้ากอดคอ’บัวขาว’ถ่ายรูปเป็นกันเอง

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.04 น.

นายกฯ’ เปิดงาน ‘Amazing Muaythai Festival 2023’บันทึกสถิติโลก ‘บัวขาว’นำทหาร 3,650 นายไหว้ครูมวยไทยบันทึกสถิติโลก “บิ๊กตู่”ขอบคุณทหาร จัดไหว้ครูมวยไทย ย้ำทำเพื่อชาติ ขณะที่ผช.ฑูตทหารกัมพูชา ร่วมชมพิธีไหว้ครูมวยไทยด้วย

เมื่อเวลา 16.15 น.วันที่ 6 ก.พ.ที่ลานอเนกประสงค์ อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  เดินทางเป็นประธานเปิดงานเฟสติวัลมวยไทย ประจำปี 2566 “Amazing Muay Thai  Festival 2023”  พร้อมคณะประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล  รมช.กลาโหม  นายธนกร  วังบุญคงชนะ  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี   โดยมีนายพิพัฒน์ ราชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้  (ผบ.ทบ.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ รองนายสนามมวยลุมพินี  ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ  และผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ มารอให้การต้อนรับ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทักทาย นายมัวริซิโอ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก WBC  โดยประธานสภามวยโลก กล่าวกับนายกฯ ว่า จะพยายามทำงานร่วมกัน เพื่อให้มวยไทยเป็นของแท้ดั้งเดิมตรงกับที่สภามวยโลกทำอยู่ และในวันที่  7 ก.พ.จะไปพบนายกฯที่ทำเนียบฯ

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายกฯวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์  พร้อมถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าเสือ และถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ก่อนชมการแสดง 3 ชุด คือการแสดงมวยไทย 4 ภาค และประวัติศาสตร์มวยไทย ,การแสดงรำไหว้ครูมวยไทย และนวอาวุธมวยไทย และการแปรขบวนอักษรธงชาติไทย พร้อมชมการไหว้มวยไทย และการแสดงแม่ไม้มวยไทยเพื่อบันทึกสถิติโลก และชมการแสดงชุดที่ 4 มวยไทยกับทหาร และการประลองกำลัง

ทั้งนี้ การแสดงศิลปะไหว้ครูมวยไทยของกำลังพลกองทัพบก จำนวน 3,650 นาย ร่วมแสดงและถ่ายทอดความภาคภูมิใจในศิลปะของชาติ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ และทำการบันทึกสถิติโลก (Guinness world records) โดยมีการนำไหว้ครูมวยไทย โดยร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว นักมวยไทยอาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมด้วยนักมวยไทยจากทั่วประเทศ กำลังพลและนักเรียนทหาร ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์และสมเด็จพระสรรเพชร์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   บรรยากาศหลังจากจบกิจกรรมไหว้ครูมวยไทย ทำลายสถิติโลก ที่อุทยานราชภักดิ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงจากเวที ทักทายและกล่าวขอบคุณนักเรียนนายสิบ และ พลทหารที่ร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้ โดยระบุว่า “ขอบคุณนะ  เหนื่อยหน่อย  ช่วยกันทำเพื่อชาติ” จากนั้นได้กอดคอกับ ร.ท. สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว  พร้อมเรียก ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้ญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก มาถ่ายรูปร่วมกันก่อนขึ้นรถกลับ พร้อมส่งสัญญาณมือและกล่าวกับ  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบกว่า “ดูแลลูกน้องด้วย “ท่ามกลางประชาชนที่เข้ารุมล้อม และ ตะโกนให้กำลังใจ ขอให้สู้ๆ และให้รักษาสุขภาพ

ทั้งนี้ ในงานดังกล่าว มีผู้ช่วยฑูตทหาร และผู้แทนจากสำนักเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยหลายคนเดินทางมาร่วมชมการแสดงด้วย ในฐานะแขกของ กองทัพบก ได้แก่ อังกฤษ เกาหลีใต้ ฟิลิปินส์ ปากีสถาน สิงคโปร์ จีน เชคริพับบลิค รัสเซีย เยอรมันนี ออสเตรเลีย บรูไน อเมริกา  รวมถึงผู้ช่วยฑตทหารกัมพูชาด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บันทึกสถิติโลก! ‘บัวขาว’นำทหาร 3,650 นาย ไหว้ครูมวยไทย

สกสว.จัดประชุม STO Forum วางเป้าหมายปี66 ร่วมกับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709246

สกสว.จัดประชุม STO Forum วางเป้าหมายปี66 ร่วมกับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศ

สกสว.จัดประชุม STO Forum วางเป้าหมายปี66 ร่วมกับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.33 น.

สกสว. จัดประชุม STO Forum วางเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2566 ร่วมกับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดประชุม Science and Technology Organization Forum (STO Forum8)” ครั้งที่ 1/2566 โดยเชิญผู้บริหารหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยจำนวน 12 หน่วยงานที่สังกัดกระทรวง อว.ร่วมรับฟังและให้ความเห็น สรุปการดำเนินงานด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว. ที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน STOs โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว.และ ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการการขับเคลื่อนการยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เริงชัย ตันสุชาติหัวหน้าโครงการวิจัยโครงการการขับเคลื่อนการยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สกสว.ได้ จัดประชุมSTO Forum มาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 8 เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย ที่จะช่วยกันมองไปข้างหน้า พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดย สกสว. จะเก็บเกี่ยวรวบรวมทุกความคิดเห็นนำไปพิจารณาและดำเนินการให้คล้องกับยุทธศาสตร์และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 2566 – 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดด โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ต่อไป

ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว. กล่าวถึงผลสรุปการดำเนินงานด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผ่านมาว่า สกสว.ได้ดำเนินการจัดประชุมSTO Forum เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันระหว่าง สกสว.และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย และ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงการดำเนินงานด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยความเห็นของที่ประชุมนำไปสู่จุดมุ่งเน้นในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดทำแผนด้าน ววน. ของ สกสว. ที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. ให้ใช้ดำเนินการประกอบการจัดสรรงบประมาณในปี 2566-2570  รวมทั้งข้อเสนอแนะจากที่ประชุมเกี่ยวกับข้อจำกัดของการใช้งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐานFundamental Fund (FF)ในหน่วยงานต่างๆ ที่ทาง สกสว. ได้เสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) จนกระทั่งสามารถปลดล๊อคกรอบงบประมาณค่าใช้จ่ายหมวดครุภัณฑ์ เป็นไม่เกิน 20% ของงบประมาณรวมของหน่วยงาน จากเดิมที่ไม่เกิน 10% ของงบประมาณรวมของหน่วยงานนอกจากนั้นยังได้เสนอให้ที่ประชุมได้เห็นความสำคัญของการติดตามประเมินผลเพื่อการเบิกจ่ายงวดเงินงบประมาณ การตรวจสอบการนำเข้าข้อมูลในระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ(NRIIS)และการร่วมนำส่งผลงานเด่นของหน่วยงาน เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานโดยการสนับสนุนของกองทุน ววน. ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณของสำนักงบประมาณ และการพิจารณาคำของบประมาณของกองทุน ววน. โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี (สภาผู้แทนราษฎร) ที่ สกสว.จะนำไปดำเนินการต่อไป ในส่วนนี้ จำเป็นต้องขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ช่วยสื่อสารถึงผลงานของกองทุน ววน. ด้วย เพื่อให้ภาคการเมืองได้ตระหนัก และ เห็นความสำคัญต่อการจัดสรรงบประมาณ เพื่อลงทุนด้าน ววน

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เริงชัย ตันสุชาติ กล่าวถึง โครงการการขับเคลื่อนการยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ ว่า เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของโลก โดยการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานตัวชี้วัดของความสำเร็จ Benchmark Parameters การสร้าง Metrices ที่จะนำไปสู่การยกระดับสถาบันกลุ่มต่างๆ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะในการออกแบบกลไกให้สถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามพันธกิจและเป้าหมายของหน่วยงานที่จะนำไปสู่การยกระดับให้เทียบเคียงกับระดับนานาชาติ ทั้งในส่วนของการเปรียบเทียบผลลัพธ์ (Result Benchmarking) การดำเนินการหรือการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับองค์กรอื่น ที่เป็นทั้งคู่แข่งและที่ไม่ใช่คู่แข่ง เช่นร้อยละของผลผลิตเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทั้งที่เป็นต้นทุนและผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้หาช่องว่าง ประสิทธิภาพ ระหว่างองค์กรของตนเองและคู่แข่ง และ PracticeBenchmarking เกี่ยวกับการรวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับวิธีที่กิจกรรมถูกจัดการผ่านคน, กระบวนการ และเทคโนโลยีว่าต้องการอะไรได้อะไร เพื่อนำมาปรับปรุงองค์กรของตนเอง โดยทั้งหมดนี้ตนในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย และ สกสว.จะนำข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมในวันนี้ไปปรับผลการวิเคราะห์และข้อสรุปจากงานวิจัยเพื่อให้สามารถนำมาใช้ยกระดับการดำเนินงานด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของระบบ ววน. ต่อไป

บันทึกสถิติโลก! ‘บัวขาว’นำทหาร 3,650 นาย ไหว้ครูมวยไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709190

บันทึกสถิติโลก! 'บัวขาว'นำทหาร 3,650 นาย ไหว้ครูมวยไทย

บันทึกสถิติโลก! ‘บัวขาว’นำทหาร 3,650 นาย ไหว้ครูมวยไทย

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.41 น.

นายกฯร่วมงาน Amazing Muaythai Festival 2023 บันทึกสถิติโลก “บัวขาว”นำทหาร 3,650 นายไหว้ครูมวยไทย หนึ่งใน Soft Power ของราชอาณาจักรไทย

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาร่วมงาน Amazing Muaythai Festival 2023 ณ พื้นที่อุทยานราชภักดิ์ ในเวลา 16.30 น.โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

ทั้งนี้ ตามที่รัฐบาลกำหนดให้ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย” ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชร์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระเจ้าเสือ ที่ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย และถ่ายทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติตราบมาจนทุกวันนี้ รวมทั้งจากนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่ต้องการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติและเป็นมรดกของชาติไทย ในวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 กองทัพบก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  จัดงาน Amazing Muaythai Festival 2023 ณ พื้นที่อุทยานราชภักดิ์ รวมทั้งสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบกสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เพื่อส่งเสริมศิลปะการป้องกันตัวหรือ “แม่ไม้มวยไทย” เป็นหนึ่งใน Soft Power ราชอาณาจักรไทย ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เผยแพร่ไปทั่วโลก โดยกิจกรรมในวันนี้ คือ การรำมวยไทยโบราณสืบสานสู่สากล, การแสดงมวยไทยโบราณผสานทหารไทย, รวมพลังแปรขบวนธงชาติไทยน้อมรำลึกเทิดไท้พระเจ้าเสือ และการแสดงศิลปะไหว้ครูมวยไทยของกำลังพลกองทัพบก จำนวน 3,650 นาย ร่วมแสดงและถ่ายทอดความภาคภูมิใจในศิลปะของชาติ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ และทำการบันทึกสถิติโลก (Guinness world records)

โดยมีการนำไหว้ครูมวยไทย โดย ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว นักมวยไทยอาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมด้วยนักมวยไทยจากทั่วประเทศ กำลังพลและนักเรียนทหาร ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์และสมเด็จพระสรรเพชร์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการแสดงมวยไทย 4 ภาค, นิทรรศการวันมวยไทยและประวัติศาสตร์ของมวยไทย, กิจกรรมชกมวยไทยรากหญ้าสู่สากล, การแข่งขันมวยไทยชิงแชมป์โลก, การฝึกซ้อมมวยไทยกับนักมวยกิจกรรมเฟสติวัลมวยไทย, การมอบรางวัลบุคคลดีเด่นในวงการมวย, และการแสดงสินค้า OTOP ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกให้ความสำคัญกับการส่งเสริมมวยไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มปรับรูปแบบศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) การสอนศิลปะมวยไทยให้กับทหาร กองประจำการ จัดตั้งชมรมมวยไทยในค่ายทหาร สำหรับพิธีไหว้ครูมวยไทยในครั้งนี้ กองทัพบกร่วมกับพันธมิตรได้เตรียมงานมาตั้งแต่กลางปี 2565 ฝึกฝนกำลังพลและนักเรียนทหารในศิลปะแม่ไม้มวยไทย เพื่อให้พิธีไหว้ครูมวยไทยถูกบันทึกสถิติโลกด้วยความยิ่งใหญ่สง่างามต่อเบื้องหน้าบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อันจะส่งเสริมคุณค่าของศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกตราบนานเท่านาน

‘นายกฯ’ประชุมจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ’สมเด็จพระสังฆราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709150

'นายกฯ'ประชุมจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ'สมเด็จพระสังฆราช'

‘นายกฯ’ประชุมจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ’สมเด็จพระสังฆราช’

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.45 น.

“นายกฯ” ประชุมความพร้อมจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราช เร่งให้ทันตามกำหนดเวลา

เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ครั้งที่ 1/2566  ว่า ที่ประชุมได้หารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ การกำหนดชื่องาน การจัดพิธีการ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว โดยจะเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนดเวลาในทุกประเด็น ให้ทันในวันที่ 26 มิ.ย.66 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช จะทรงมีพระชนมายุ 96 พรรษาพรรษา