‘มจธ.’เปิดหน่วย‘DSSU@KMUTT’ หนุน‘ผู้พิการ’เข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709003

‘มจธ.’เปิดหน่วย‘DSSU@KMUTT’ หนุน‘ผู้พิการ’เข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม

‘มจธ.’เปิดหน่วย‘DSSU@KMUTT’ หนุน‘ผู้พิการ’เข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากหนึ่งในเป้าหมายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ต้องการทำให้นักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม เป็นที่มาของการเปิด “หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี” (Disability Support Services Unit, King Mongkut’s University of Technology Thonburi) หรือ DSSU@KMUTT) เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย รักษาการแทนอธิการบดี มจธ. กล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาทาง มจธ. มีการดำเนินการตามเป้าหมายเพื่อให้คนพิการและคนทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและเท่าเทียมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการในพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเดิน ทางลาด ราวจับ ลิฟต์ ป้ายสัญลักษณ์ ที่จอดรถ และห้องน้ำสำหรับคนพิการ

ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยจัดให้มีบริการสนับสนุนการศึกษาที่ช่วยให้นักศึกษาพิการสามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกับนักศึกษาทั่วไป ดังนั้น การจัดตั้งหน่วยงานโดยเฉพาะจะช่วยให้การดำเนินการมีความต่อเนื่องและเห็นผลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยหน้าที่หลักของหน่วย DSSU@KMUTT คือ ให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำ ประสานงานและติดตามเพื่ออำนวยความสะดวกกับนักศึกษาพิการ ในรูปแบบ One Stop Service

เพื่อให้นักศึกษาของเราสามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ และบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาของตนเอง นอกจากนี้ DSSU@KMUTT จะประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับนักศึกษาพิการ ติดตามดูแลนักศึกษา และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างนิเวศแวดล้อม (Ecosystem) ของการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ทั้งด้านนโยบาย สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก

“ปัจจุบัน มจธ.มีนักศึกษาพิการที่กำลังศึกษาจำนวน 18 คน จำแนกเป็น ระดับ ป.ตรี 13 คน ป.โท 3 คน และป.เอก 2 คน หน่วย DSSU จะมีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อให้บริการต่างๆ กับนักศึกษาพิการ และการบริหารจัดการข้อเสนอและข้อร้องเรียนที่มีกลไกการหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการ พร้อมทั้งมีระบบการติดตามและแจ้งผลการดำเนินการให้นักศึกษาได้รับทราบ ดังนั้นการดูแล ประสานงาน สนับสนุนความช่วยเหลือแก่นักศึกษาพิการให้ได้เข้าถึงระบบการศึกษาและทรัพยากรทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมมาไว้ ณ จุดเดียวเช่นนี้จะทำให้นักศึกษาของเราได้รับอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น” รศ.ดร.สุวิทย์ ระบุ

รักษาการแทนอธิการบดี มจธ. ยังกล่าวอีกว่า บทบาทสำคัญของหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ (DSSU@KMUTT) คือการทำให้นักศึกษาพิการใน มจธ. ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนให้เข้าถึงระบบบริการทางการศึกษาและทรัพยากรในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข ซึ่งนอกจากโครงการเงินอุดหนุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาพิการระดับปริญญาตรีจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แล้ว มจธ. มีทุนการการศึกษาอื่นอีกหลายประเภท

ทั้งทุนให้เปล่า, ทุนประเภท Active Recruitment, ทุนช่วยเหลือนักศึกษาที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน, ทุนผู้ประสบอุบัติภัย และทุนจ้างงาน เป็นต้น ขณะเดียวกัน มจธ. ยังมีโครงการฝึกอบรมคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการ ที่เป็นการอบรมฝึกอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ ให้สำหรับคนพิการที่เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่นักศึกษา มจธ. ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง หรือ ศศต. มจธ.

“ไม่ว่าคนปกติหรือคนพิการก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ สามารถเรียนรู้และช่วยเหลือซึ่งกันได้ตามบริบทวิถีทางของตนเอง ดังนั้นนักศึกษาปกติและนักศึกษาพิการของ มจธ. จึงมีศักยภาพและความสามารถที่จะเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลง หรือ Social Change Agent ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการให้เกียรติและเห็นคุณค่ากันและกันอย่างเท่าเทียม จับมือและก้าวไปพร้อมกัน (Better Together)” รศ.ดร.สุวิทย์ กล่าว

ด้าน นายภัทรดนัย อิ่มอ่อง (น้องปอม) นศ.ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์-มัลติมีเดีย คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เล่าว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องเรียนออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตนมีโอกาสเข้ามาเรียนในห้องกับเพื่อนได้ไม่นานนัก แต่ก็ได้เห็นความใส่ใจของมหาวิทยาลัยกับการดูแลนักศึกษาพิการ ซึ่งตนประทับใจเพื่อนๆ และอาจารย์ที่สนับสนุนให้ได้เรียนเหมือนปกติกับนักศึกษาคนอื่นๆ

“ผมใช้วีลแชร์ในชีวิตประจำวันพื้นที่มหาวิทยาลัยมีทางลาดเชื่อมต่อระหว่างอาคารต่างๆ ทำให้เราไปในที่ต่างๆ ได้สะดวก ลิฟต์ที่คนพิการนั่งวีลแชร์หรือคนพิการตาบอดสามารถใช้ได้จริง ซึ่งสิ่งที่ผมสัมผัสได้นี้ ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นว่าหน่วย DSSU@KMUTT จะช่วยให้การดำเนินการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเราสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น” นายภัทรดนัย กล่าว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ผู้อำนวยการแจงข้อเท็จจริง ข่าวหามนร.รับ10ส่งรพ. โรงเรียนดังย่านปทุมธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708857

ผู้อำนวยการแจงข้อเท็จจริง ข่าวหามนร.รับ10ส่งรพ. โรงเรียนดังย่านปทุมธานี

ผู้อำนวยการแจงข้อเท็จจริง ข่าวหามนร.รับ10ส่งรพ. โรงเรียนดังย่านปทุมธานี

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.31 น.

จ.ปทุมธานี ผู้อำนวยการโรงเรียนดังชี้แจง กู้ภัยนำส่งนักเรียน 10 คน อุปทานหมู่ล้มฟุบส่งโรงพยาบาล ไม่เป็นความจริง

4 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเวลา 13.00 น. นายอธิปย์ อู่แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้ชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว นำส่งเด็กนักเรียนกว่า 20 คนอุปทานหมู่ล้มฟุบหมดแรงในงานกีฬาสีส่งโรงพยาบาลและต้องนอน รพ.11 ราย

นายอธิปย์ อู่แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากมีการนำเสนอข่าว กู้ภัยในปทุมธานีนำส่งนักเรียนโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา ที่เกิดล้มฟุบหมดแรงในงานกีฬาสีโรงเรียนกว่า 20 คน ส่งโรงพยาบาล โดยต้องนอนโรงพยาบาล 11 ราย เผยจู่ๆร่วงกันหมดเหมือนเป็นอุปทานหมู่ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ ซึ่งไม่เป็นความจริง

โดย วันที่เกิดเหตุ ทางโรงเรียนได้จัดงานกีฬาสีจำนวน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ มีกิจกรรมเดินพาเหรด วิ่งแข่งขัน โดยเมื่อวานเป็นวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าวคล้ายว่าฝนจะตก มีการแข่งขันต่อเนื่องหลายรุ่น เพราะว่าเด็กที่เข้าแข่งขันมีจำนวนเยอะ ทางโรงเรียนมีห้องแอร์ที่ธุรการให้เด็กได้พักผ่อนให้เด็กได้สดชื่น มีเด็กบางส่วนอ่อนเพลียตามปกติจากการทำกิจกรรม อยากชี้แจงให้ผู้ปกครองอย่าได้กังวลใจ เพราะว่าเราได้เตรียมการโดยมีรถพยาบาลแอมบูแลนซ์ และเจ้าหน้าที่พยาบาลแพทย์ฉุกเฉิน อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เช้า มี อส.รด. ที่ประสานจากนายอำเภอลาดหลุมแก้ว มีนายตำรวจในพื้นที่ รวมถึงรด.ของโรงเรียน และทีมครูที่ลงพื้นที่ดูแลนักเรียน มีการวางแผนเพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาด เราจึงได้เตรียมการไว้แล้ว ซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากชุมชน แต่เมื่อเกิดเหตุเด็กเป็นลม จึงรีบส่งโรงพยาบาล โดยมีเด็กนักเรียนจำนวน 10 คน ที่ไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างละเอียด โดยมีเจ้าหน้าที่โรงเรียนและคุณครูดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก มีแค่ 1 ใน 10 คน ที่มีโรคประจำตัว จึงต้องให้น้ำเกลือ เพื่อดูอาการและเย็นวันนั้นทุกคนก็มีผู้ปกครองมารับกลับบ้านตามปกติ

เราเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของโรงเรียน เพราะว่ามีการนำเสนอข่าวว่ามีการดื่มน้ำแล้วทำให้ทุกคนหมดเรี่ยวหมดแรงเกิดอุปทานหมู่ ซึ่งไม่เป็นความจริง สาเหตุที่แท้จริงมาจากแดดจัดอากาศร้อน จึงทำให้นักเรียนอ่อนเพลียเหงื่อออกเยอะจนทำให้เด็กเป็นลมกัน เราได้วางแผนเตรียมความพร้อมไว้ก่อนแล้วเพื่อไม่ให้กระทบการสอบ โอเน็ต เอ็นที ของโรงเรียนที่ใกล้จะถึงนี้ รวมถึงใกล้จะมีการเข้าค่ายเขาชนไก่ ของนักเรียน รด. และจะมีการสอบไล่ เราจึงมีการรวบในการจัดกิจกรรมและกิจกรรมกีฬาสีเป็นการจัดกิจกรรมครั้งแรกตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอยากเรียนผู้ปกครอง ผู้บังคับบัญชาที่มีความเป็นห่วง ผมจึงอยากสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองและผู้บังคับบัญชา ว่าทางโรงเรียนดูแลลูกๆ บุตรหลานของทุกท่านเป็นอย่างดี การที่มีรถพยาบาลมารับส่งนักเรียนเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เห็นถึงความพร้อม หากไม่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ อาจจะสร้างความวิตกกังวลมากกว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสา ที่มาช่วย รวมถึงสิ่งที่เราเตรียมไว้ถือว่าเป็นการดีทั้งหมด ไม่อยากให้ตื่นตระหนก เพราะว่าเป็นเรื่องของความปลอดภัย

-009

ทัพเยาวชนจากเหนือจรดใต้นับหมื่น หลั่งไหลเข้าชมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708852

ทัพเยาวชนจากเหนือจรดใต้นับหมื่น หลั่งไหลเข้าชมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

ทัพเยาวชนจากเหนือจรดใต้นับหมื่น หลั่งไหลเข้าชมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.20 น.

“ทัพเยาวชนจากเหนือจรดใต้นับหมื่น หลั่งไหลเข้าชมงานวันนักประดิษฐ์ 2566 ในวันที่สอง ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้  สนุกสนานกับการร่วมคิดประดิษฐกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ในการเป็นนักประดิษฐ์รุ่นใหม่

งาน “วันนักประดิษฐ์ 2566” (Thailand Inventors’ Day 2023) จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00-17.00 น. ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงานจัดให้มี นิทรรศการ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ  นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลจากนานาชาติ จำนวน 110 ผลงาน นิทรรศการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ จำนวน 29 ผลงาน  นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์สร้างมูลค่า นิทรรศการพื้นที่เรียนรู้กับนวัตกรรมโดรน ขบวนการผู้พิทักษ์ป่าไม้ ขุมทรัพย์ป่าชายเลน นิทรรศการ U2T นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์สู่นวัตกรรม นิทรรศการนักประดิษฐ์วิจิตรศิลป์ นิทรรศการจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์จากหน่วยงานเครือข่าย 6 กลุ่มเรื่อง จำนวน 249 ผลงาน ประกอบด้วย ด้านความมั่นคง ด้านการเกษตรเพิ่มมูลค่า ด้านอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ด้านนวัตกรรมสังคมผู้สูงวัยและผู้พิการ และด้านนวัตกรรมสีเขียว มหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ จำนวน 470 ผลงาน จาก 24 ประเทศ อาทิ แคนาดา  จีน โครเอเชีย ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์โปแลนด์ โรมาเนีย รัสเซีย 

ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ซูดาน ไต้หวัน อังกฤษ เวียดนาม อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  เป็นต้น การประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ : โครงการ Bangkok International Intellectual Property, Invention and Technology Exposition (IPITEx) การประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน โครงการ Thailand New Gen Inventors Awards 2023 : I-New Gen Award 2023 มาร่วมจัดแสดงจำนวน 446 ผลงาน ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาจำนวน 245 ผลงาน ระดับอาชีวศึกษา จำนวน 103 ผลงาน และ ระดับอุดมศึกษาจำนวน 98 ผลงาน และยังจัดให้มีการเสวนาและฝึกอบรมอาชีพในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีตลาดสินค้าและนวัตกรรมอย่างครบครันมาให้ได้เลือกชมและเลือกซื้ออีกด้วย

ขอเชิญชวนทุกท่านผู้มีความสนใจเข้าร่วมชมงาน “วันนักประดิษฐ์ 2566” (Thailand Inventors’ Day 2023) ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00-17.00 น. ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือ สามารถชมงานผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ http://inventorsdayregis.com
#อว #วช #วันนักประดิษฐ์2566 #ThailandInventorsDay2023

‘ตรีนุช’ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708790

'ตรีนุช'ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

‘ตรีนุช’ลงนามประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ-มัธยมฯทั้ง 245 เขตแล้ว

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.45 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ได้ลงนามประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ต้ัง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  จำนวน 183 เขตพื้นที่ฯ และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขตพื้นที่ฯแล้ว 

ดูรายละเอียดเต็ม : ประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

ให้อำนาจ ผอ.! ‘ตรีนุช’สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708705

ให้อำนาจ ผอ.! 'ตรีนุช'สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

ให้อำนาจ ผอ.! ‘ตรีนุช’สั่งโรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.42 น.

“ตรีนุช”ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 โรงเรียนพื้นที่สีส้ม เบื้องต้นให้อำนาจ ผอ.โรงเรียนปิดเรียนได้ หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียนวัดอมรินทราราม กรุงเทพมหานคร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ว่า เนื่องจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคกลาง มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานหลายแห่ง ศธ.มีความเป็นห่วงนักเรียนอย่างมาก และที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัยต่อนักเรียนในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติด้านสุขภาพ โดย PM 2.5 ส่งผลกระทบกับร่างกายของเด็ก และครูอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทราราม พบว่าโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่สีส้ม หรือ เป็นค่าฝุ่นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว แต่ทางโรงเรียนสามารถเตรียมการรับมือได้ดี เช่น ให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอด กรณีที่พบเด็กมีอาการระคายเคือง ก็จะล้างจมูกให้เด็กทันที ประกอบโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลศิริราชที่ให้เครื่องฟอกอากาศมาติดในห้องเรียนด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ.ได้ประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกำหนดมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน และตนจะกำชับให้แต่ละสถานศึกษาดูว่าในพื้นที่ของตนเองนั้น ค่าฝุ่นเป็นเช่นไร และขอให้แต่ละพื้นที่ดูแล เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีแดง และสีส้ม ก็ขอให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้ไม่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของนักเรียน

“แต่ละพื้นที่จะมีบริบทไม่เหมือนกัน มีความรุนแรงของ PM 2.5 ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอให้สถานศึกษาติดตามข่าวสาร และคอยอัพเดตข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ อยู่เสมอ ทั้งนี้ ศธ.ได้ให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียน พิจารณาว่าควรจะปรับรูปแบบการเรียรการสอนหรือไม่ เช่น หากพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง หรือ สีส้ม ก็อาจจะสั่งหยุดเรียออนไซต์ และให้เรียนออนไลน์แทน เป็นต้น แต่การพิจารณาหยุดเรียน หรือปรับการเรียนการสอนนั้น ขอให้ประสานและทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองด้วย โดยให้ดูว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่ง และมีมาตรการรับมืออย่างไร และขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนใดหยุดเรียนบ้าง” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้าน นางภารดี ผางสง่า ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอมรินทราราม กทม. กล่าวว่า โรงเรียนเปิดสอนระดับอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 1,396 คน ที่ผ่านมาโรงเรียนเน้นย้ำให้ครูและนักเรียนใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอด อีกทั้งได้รับการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องเติมอากาศ จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเครื่องนี้จะเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นก๊าชออกซิเจน โดยโรงพยาบาลศิริราชได้ดำเนินการติดเครื่องนี้ตั้งแต่ช่วงที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แพร่ระบาดแล้ว จากการติดเครื่องดังกล่าวพบว่ามีจำนวนเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก ทางโรงเรียนจึงเชื่อว่าเครื่องดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาเรื่อง PM 2.5 ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าอากาศในห้องเรียนไม่มี PM 2.5 แน่นอน

“โรงเรียนติดตามค่าอากาศอยู่ตลอด หากค่าฝุ่นสูงมาก จนเด็กไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ทางโรงเรีนนก็จะหยุดการเรียนออนไซต์ และปรับเรียนแบบออนไลน์แทน ซึ่งทางโรงเรียนและนักเรียนได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และ รมว.ศธ.ก็เน้นย้ำว่า ขอให้โรงเรียนดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ให้ใส่หน้ากากอนามัย ปิดหน้าต่าง และเลี่ยงจัดกิจกรรมกลางแจ้ง” นางภารดี กล่าว

– 006

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708622

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ศธ.ออกประกาศมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.46 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์  2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) เมื่อวันที่ วันที่ 18 มกราคม 2566 เพื่อให้การดำเนินงานด้านป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติกระทรวงศึกษาการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) ในส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งกำหนดมาตรการมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกันต่อไป

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ ‘พล.อ.สุรยุทธ์’ ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708588

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้ 'พล.อ.สุรยุทธ์' ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ ‘พล.อ.สุรยุทธ์’ ผู้แทนวางพวงมาลา วันทหารผ่านศึก

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.33 น.

ในหลวง-ราชินี” โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี​ ผู้แทนวางพวงมาลา เนื่องใน วันทหารผ่านศึก เชิดชูเกียรติทหารกล้า

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566​ เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้  พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี 2566 ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  โดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงของชาติ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรม​ ความกล้าหาญของทหารผ่านศึก ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกปักรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติให้คงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้

และเป็นการเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย โดยมีผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย สมาคม ชมรม มูลนิธิ ตลอดจนทหารผ่านศึกนอกประจำการกรณีสงครามต่าง ๆ ร่วมวางพวงมาลา

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า เวลา 07.45 น. องค์การฯ ได้จัดพิธีจุดตะเกียงโบราณ และเวลา​ 08.00 น. ได้จัดพิธีจุดตะเกียงตามประทีปและสักการะอัฐิ เวลา 08.20 น. พิธีเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกดีเด่น    ประจำปี​ 2566 โดยมี พลเอก สัณทัศน์  นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นประธานในพิธี 

และเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของทหารผ่านศึก ผู้ยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเป็นชาติพลี รวมทั้งให้การยกย่อง เชิดชูเกียรติแก่ทหารผ่านศึกทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นผู้ปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง รวมทั้งขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวผู้ยากไร้ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ชื่อบัญชี “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” เลขที่ 038 -​731193-9หรือบริจาคผ่าน QR Code ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02 3548587 ต่อ​41235  และ 41236 สำหรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

‘ตรีนุช’จี้โรงเรียนเป็น’เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า’ หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708567

'ตรีนุช'จี้โรงเรียนเป็น'เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า' หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

‘ตรีนุช’จี้โรงเรียนเป็น’เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า’ หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.45 น.

“ตรีนุช” จี้โรงเรียนเป็น “เขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” หวั่นเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่ ทำลายสุขภาพ

3 ก.พ.2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งหญิงและชายกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าได้เข้าถึงกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีแล้ว โดยมีนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมเงินกันซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาแบ่งกันสูบถึง 20 คน ด้วยความอยากรู้อยากลอง และเด็ก ๆ หลายคนอาจมองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเท่ มีรูปลักษณ์สวยงาม ซื้อหาง่าย ทั้ง ๆ ที่บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นภัยร้ายที่จะนำไปสู่การเสพติดนิโคตินระยะยาว และเป็นการเปิดประตูสู่การสูบบุหรี่ธรรมดา และอาจนำไปสู่การเสพติดสิ่งเสพติดอื่น ๆได้ง่าย ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการไปยังต้นสังกัดของสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชนทุกแห่ง ให้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยที่มาจากบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา โดยยึดกฎระเบียบเช่นเดียวกับการห้ามสูบบุหรี่ธรรมดา และต้องตรวจตราอย่างเคร่งครัดด้วย

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเข้มงวด กวดขัน เคร่งครัด และป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ขณะนี้เด็ก ๆหลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตราย ซึ่งการดำเนินการห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สามารถทำได้ทันที โดยอ้างอิงประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาตามความ พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ที่ได้กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษา เป็นสถานที่สาธารณะต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีการกำหนดนโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่  ให้สถานศึกษาบริหารจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จัดสภาพแวดล้อมให้โรงเรียนปลอดบุหรี่  สอดแทรกเรื่องบุหรี่ในการจัดการเรียนรู้  ให้นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเพิ่มนโยบายเรื่องให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปด้วย  ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่ และช่วยป้องกันรักษาสุขภาพของเด็ก ๆได้”นางสาวตรีนุช กล่าว

หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708523

หนีฝุ่นพิษ! 'โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม' ประกาศปิดเรียน 1 วัน

หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.21 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม” โพสต์ข้อความระบุว่า เรียน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เรื่อง ประกาศปิดเรียน

จากรายงานดัชนีคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม พบว่า มีค่าฝุ่นละอองในอากาศขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในปริมาณที่เกินกว่าค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โรงเรียนมีความห่วงใยสุขภาพของนักเรียน รวมถึงเพื่อเฝ้าสังเกตสถานการณ์และแนวโน้มของค่าฝุ่นละอองในอากาศ จึงขอปิดเรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 รวมเป็นเวลา 1 วัน และเปิดเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ในการนี้โรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนออนไลน์ตามตารางเรียนปกติของนักเรียนผ่านระบบ CUD Smart School ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเป็นการทำกิจกรรมหรือทบทวนบทเรียนผ่านสื่อการเรียนรู้ต่างๆ และไม่มีการนับจำนวนผู้เข้าเรียน เมื่อเปิดเรียนตามปกติอาจารย์ประจำวิชาจะเป็นผู้สอนและติดตามงานกับนักเรียนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียนแต่ละระดับชั้น โรงเรียนขอแจ้งกำหนดการ ดังนี้ 1) กิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ยังคงจัดในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ตามปกติ 2) กิจกรรมการอยู่ค่ายกลางวันของลูกเสือและเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากเดิมจัดในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปจัดในวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 3) นักเรียนที่เรียนในโครงการเพิ่มพูนสมรรถนะการเรียนรู้นอกเวลาเรียนและโครงการพัฒนาทักษะกีฬาเชิงรุก (After School) จากเดิมที่เรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปเรียนในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน โทรศัพท์ 02-218-0529 หน่วยประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-218-2746 หน่วยสารบรรณ โทรศัพท์ 02-218-2783 เข้าสู่เว็บไซต์โรงเรียน https://satite.chula.ac.th/ปิดเรียน-03-02-2566/

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FSatitChula%2Fposts%2Fpfbid037YvcJ8GcstEA2NM5GSdxU5Bzj6tnZQEzrwErQrxdKZcQmjhMkME5hK9oWMSRm2Awl&width=500&show_text=true&height=582&appId

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708520

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง'ผอ.โรงเรียน'เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.01 น.

กทม.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมสั่งพักราชการ ผอ.โรงเรียน ทุจริตเรียกรับเงินผู้รับเหมาโครงการอาหารเด็ก จนถูกจับกุมคาเงินของกลาง

จากกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) วางแผนจับกุม ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านบางชัน มีพฤติกรรมใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่  2/2565 ของโรงเรียนฯ เป็นเงิน 329,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปปรับปรุงวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ภายในโรงอาหารของโรงเรียน และเรียกเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินรายเดือนอีกเดือนละ 9,000 บาทนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปปป.ให้ประกัน’ผอ.ร.ร.ย่านบางชัน’คดีทุจริตเงินอาหารเด็กนักเรียน)

ล่าสุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ในการดำเนินการสอบวินัย เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เนื่องจากเป็นความผิดที่ชัดแจ้ง และจะมีคำสั่งให้พักราชการไว้ก่อน โดยกรอบของกรรมการสอบจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งโทษสูงสุดก็คือการไล่ออก

โดยขั้นตอนการประมูลการได้งานของบริษัทดังกล่าวก็เป็นไปตามขั้นตอน E-bidding ผ่านกระบวนการหาตัวผู้รับจ้างตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปตามมาตรฐานตามโครงการอาหารของเด็ก ซึ่งโรงเรียนก็จะต้องเป็นผู้ตรวจตรา ส่วน กทม.มีการส่งที่ปรึกษาลงไปตรวจตราความถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเคสนี้เป็นการกระทำผิดโดยบุคคลไม่ได้ทุจริตจากขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าจะเอาเงินมาซื้อโต๊ะเก้าอี้ก็คนละเรื่องกัน คนละงบประมาณกันอยู่แล้ว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และได้มีการสั่งเน้นย้ำมาโดยตลอด เชื่อว่าคนที่ทำผิดเป็นส่วนน้อยก็อยากจะให้กำลังใจคนส่วนใหญ่ คุณครูทั่วทั้ง กทม. เป็นคนดีและตั้งใจทำงาน