นายกฯปลื้มเด็กชายแดนใต้กว่าพันคน ร่วมวันเด็กที่ ศอ.บต. กระหึ่ม‘ทรงอย่างแบด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703682

นายกฯปลื้มเด็กชายแดนใต้กว่าพันคน ร่วมวันเด็กที่ ศอ.บต. กระหึ่ม‘ทรงอย่างแบด’

นายกฯปลื้มเด็กชายแดนใต้กว่าพันคน ร่วมวันเด็กที่ ศอ.บต. กระหึ่ม‘ทรงอย่างแบด’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.58 น.

นายกฯปลื้มเด็กชายแดนใต้กว่าพันคน ร่วมวันเด็กที่ ศอ.บต. กระหึ่ม‘ทรงอย่างแบด’

12 มกราคม 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 65 โดยมีตัวแทนเด็กๆจากพื้นที่ ประมาณ 1 พันคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กพิเศษ เด็กกำพร้า เด็กยากจน และเด็กที่ผู้ปกครองมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความมั่นคง ซึ่งในงานมีกิจกรรมมากมายอาทิ ท้องฟ้าจำลองเคลื่อนที่ บูธงานศิลปะ ซุ้มอาหาร ร้องเพลง และเพลงที่ชอบกันมากคือ “ทรงอย่างแบด” มากไปกว่านั้น ยังมีการแจกของขวัญกว่า 17,000 ชิ้น และที่เตรียมไว้มอบแก่เด็กทั่วพื้นที่อีก 183 แห่ง

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า การจัดงานวันเด็กที่ศอ.บต.ปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญแก่เด็ก และทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้เด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีความสุข สนุก มีรอยยิ้ม เช่นเดียวกับเด็กในพื้นที่อื่น  สำหรับการพัฒนาและส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นทรัพยากรของชาติต่อไป รัฐบาล โดยศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักประสานความการทำงานกับส่วนราชการต่างๆ ได้ขับเคลื่อนเรืองการแก้ปัญหาเด็กขาดสารอาหาร การส่งเสริมทักษะในเรื่องภาษา ความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เป็นต้น

“ท่านนายกฯดีใจที่ได้ทราบว่า เด็กๆมีความสุขจากการร่วมกิจกรรมของศอ.บต. ได้รับประสบการณ์ที่ดี มีรอยยิ้มและของขวัญกลับบ้าน และได้ฝากอวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตเป็นคนดี มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เพื่อเป็นเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีอนาคตสดใส เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติและสร้าวสันติสุขอย่างยั่งยืน มากไปกว่านั้น ท่านนายกฯยังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที ผู้ให้การสนับจากทุกภาคส่วนที่เป็นส่วนสำคัญในการจัดงานอย่างประสบความสำเร็จเพื่อความสุของเด็กๆเนื่องในวันเด็กครั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาล จะเร่งเดินหน้าการทำงานตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่รัฐบาลพร้อมให้การดูแลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” นางสาวรัชดา กล่าว

จุฬาฯ เปิดห้องปฏิบัติการก.ม.สิทธิมนุษยชน ผสานความรู้ในตำรากับประสบการณ์จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703593

จุฬาฯ เปิดห้องปฏิบัติการก.ม.สิทธิมนุษยชน  ผสานความรู้ในตำรากับประสบการณ์จริง

จุฬาฯ เปิดห้องปฏิบัติการก.ม.สิทธิมนุษยชน ผสานความรู้ในตำรากับประสบการณ์จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.35 น.

ดร.พัชร์ นิยมศิลป คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ก่อตั้งโครงการ “ห้องปฏิบัติการกฎหมายสิทธิมนุษยชน (LawLAB for Human Rights)” กล่าวว่า โครงการเกิดขึ้นครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีนิสิต นักศึกษา และนักเรียนจำนวนมากออกมาแสดงพลังเพื่อเรียกร้องทางการเมือง นำไปสู่เหตุปะทะกับรัฐ รวมถึงการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ประกอบกับกระแสความตื่นตัวเรื่องสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยในประเด็นต่างๆ ทั้งการเมืองสิ่งแวดล้อม ปัญหาปากท้อง ความเป็นธรรม ด้านสาธารณสุข การศึภกษา ความเท่าเทียมทางเพศ ฯลฯ ได้จุดประกายให้ตนเองจัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้นิสิตได้ร่วมยกระดับความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ให้การสนับสนุนโครงการ

โครงการห้องปฏิบัติการกฎหมายสิทธิมนุษยชน (LawLAB for Human Rights) ได้แบ่งพื้นที่การเรียนรู้ ออกเป็น 3 แล็บ 3 พื้นที่การเรียนรู้ ได้แก่ แล็บ 1 การติดตามการทำงานของหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนที่เปิดให้นิสิตชั้นปี 2-4 ได้เข้าฝึกงานกับภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แล็บ 2 : การเรียนรู้จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน นิสิตชั้นปี 2-4 จะได้เข้าอบรมเนื้อหาทางด้านสิทธิมนุษยชนและทำงานร่วมกับภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนโดยจะเน้นให้นิสิตเรียนรู้จากการทำงานร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชน ทำฐานข้อมูล (database) ซึ่งข้อมูลบางส่วนจะนำไปพัฒนาเป็นเนื้อหาเพื่อเผยแพร่ เช่น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) จะมีบันทึกไว้ว่าสืบพยานอย่างไรบ้าง นิสิตก็จะเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงมีโอกาสได้ทำบทความวิเคราะห์ด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมี iLAW ที่นิสิตจะได้ไปร่วมสัมผัสกับเหตุการณ์การชุมนุมจริงแล้วเขียนเป็นบทความเผยแพร่” อ.ดร.พัชร์ อธิบาย แล็บ 3 : เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้เฉพาะเรื่องรับสมัครเฉพาะนิสิตชั้นปีที่ 3-4 ซึ่งในครั้งล่าสุด นิสิตได้เข้ารับการอบรมในประเด็น “Anti-SLAPP Law” (SLAPP ย่อมากจาก Strategic Lawsuit Against Public Participation) หรือการใช้กฎหมายปิดปาก และได้สัมภาษณ์เหยื่อที่ได้รับผลกระทบจาก SLAPP Law

นิสิตในโครงการทั้ง 3 แล็บจะได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปกป้องสิทธิมนุษยชน อาทิ การติดตามทนายไปร้องเรียน ยื่นหนังสือ ร่วมสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ การสังเกตการณ์การชุมนุม กระบวนการพิจารณาคดี การเลือกตั้ง รวมถึงการศึกษาร่างกฎหมายใหม่ เป็นต้น

คุณหญิงกัลยา ลงพื้นที่อมก๋อย ติดตามผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703594

คุณหญิงกัลยา ลงพื้นที่อมก๋อย  ติดตามผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตฯ

คุณหญิงกัลยา ลงพื้นที่อมก๋อย ติดตามผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจ
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา และคณะทำงานโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน (Science Technology Innovation (STI) : Smart Intensive Farming) ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน ณ โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวว่า การติดตามความก้าวหน้าโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน (Science Technology Innovation (STI) : Smart Intensive Farming) โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม โรงเรียนนำร่องแห่งที่ 4 ที่ได้มีการติดตามจากทั้งหมด 6 แห่ง มีผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ในการสร้างองค์ความรู้ทางด้านเกษตรกรรม โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน เข้ามาใช้ประโยชน์ ในภาคการเกษตร หรือเรียกว่า Coding For Farm ซึ่งโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จอย่างชัดเจน ในการสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักเรียน ตั้งแต่กระบวนการคิด วางแผน และลงมือทำอย่างเป็นระบบ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดเป็นทักษะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

โดย ดร.คุณหญิงกัลยา และคณะได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ในโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ STEAM Education และ Smart Farm มาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ไข่ รวมไปถึงการปลูกเมล่อน เพาะเห็ด และการทำเกษตรเนินดิน หรือฮูกูลคัลเจอร์ (Hugelkultur) ซึ่งเป็นแนวคิดทฤษฎีของเยอรมัน ในการทำเกษตรที่เลียนแบบวิถีธรรมชาติบริเวณที่มีต้นไม้ล้มหรือขอนไม้เกิดซากทับถมของเศษอินทรีย์ต่างๆที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้พืชพรรณต่างๆที่ปลูกบนแปลงผักแบบนี้เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งนอกจากจะได้พืชผักที่สวยงามแล้วยังเป็นการช่วยลดการเผาตอไม้เศษไม้ในป่าที่ก่อให้เกิดมลภาวะและฝุ่นละออง PM2.5 ด้วย ถือเป็นการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวต่อว่า โครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตฯเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและเป้าหมายของการศึกษาโลกที่ต้องการออกแบบการศึกษาให้ตอบโจทย์อนาคต และสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ คือ 1.เด็กต้องเรียนอย่างมีความสุข ครูต้องมีความสุขในการสอน 2.ระหว่างเรียนต้องมีรายได้ จบแล้วต้องมีงานทำ 3.ต้องสามารถเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ทันสมัย 4.ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีแข่งขันได้ และ 5.สามารถอยู่ในโลกVUCA World ที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จากความสำเร็จของโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีต ในโรงเรียนนำร่องทั้ง 6 โรงเรียน จนมีการขยายผลโครงการไปสู่โรงเรียนในสังกัดเพิ่มอีก 346 โรงเรียน จากโรงเรียนที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการมากกว่า 600 โรงเรียน ซึ่งทาง สพฐ.จะดำเนินการขยายผลไปสู่โรงเรียนต่างๆทั่วประเทศให้มากที่สุด รวมไปถึงการศึกษาพิเศษที่แสดงความสนใจขอเข้าร่วมโครงการกว่า 100 โรงเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมขยายผลและให้การสนับสนุนต่อไป เพราะการศึกษาไทยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703597

เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา  ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

เซ็นทรัล รีเทล สร้างโอกาสการศึกษา ให้เด็กไทยได้ทำตามความฝันได้สำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการเปิดตัวกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ที่เรียกว่า Equality Marketing ได้นำมาสู่การสานต่อแคมเปญเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “Gift to Gifted เด็กเก่ง แจ้งเกิด” ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้เด็กไทยที่มีความสามารถได้เดินตามฝันและทำเป้าหมายนั้นให้กลายเป็นจริง ตามแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน Green & Sustainable Retail โดยนำเสนอเรื่องราวในรูปแบบไวรัลคลิป เล่าถึงความฝันของเด็ก 4 คน ที่มีพรสวรรค์และเป็นตัวแทนของเด็กไทยทั้งประเทศที่มีความสามารถ ได้แก่

ด.ญ.ศิรินันท์ ตันติเวส (น้องลิ้งค์) อายุ 13 ปี นักไวโอลินตัวน้อย พร้อมความฝันในการเป็นนักไวโอลินที่มีชื่อเสียง ด.ช.ธนาธรณ์ นุกิจ (น้องแมนยู) อายุ 11 ปี จิตรกรวัยจิ๋ว มีความฝันในการได้โชว์ภาพวาดฝีมือของตนเองในงานนิทรรศการศิลปะ ด.ช.นิธิยุทธ วงศ์พุทธ (น้องไมกี้) อายุ 14 ปี สุดยอดนักประดิษฐ์ จากผลงาน“เก้าอี้ช่วยยืน” เพื่อผู้สูงอายุ ที่คว้ารางวัลเหรียญทองจากประเทศจีน และมีความฝันในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนมากมายผ่านงานประดิษฐ์ของตนเอง และด.ช.จิราพันธ์ กำเนิดมงคล (น้องวีวี่) อายุ 10 ปี บาริสต้าชาวม้งตัวน้อย มีความรักและใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์กาแฟรสละมุนที่ชงจากฝีมือของตนเองให้กับทุกคนได้ลิ้มลอง

“เพราะความฝันของเด็กๆ ล้วนมีความหมาย และยังมีเด็กไทยเก่งๆ อีกมากมายที่มีศักยภาพและสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ในอนาคต เซ็นทรัล รีเทล จึงพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางและเป็นอีกหนึ่งพลังในการสนับสนุนทุก
เป้าหมายของเยาวชนไทย เพื่อสานต่อความฝันเหล่านี้ให้เป็นจริง โดยได้จับมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาสไปแล้วกว่า 3 ล้านคน ใน 3 ปี ด้วยการเชิญชวนให้คนไทยร่วมกันสมทบทุน มอบโอกาสให้กับเยาวชนไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม” นางสาวปิยวรรณ กล่าว

ผู้สนใจสามารถรับชมไวรัลคลิป “Gift to Gifted เด็กเก่ง แจ้งเกิด” ได้ที่ Facebook Central Retail และร่วมสมทบทุนให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ ผ่านการสแกน QR Code ได้ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2566 (ทุกการบริจาคผ่านการสแกน QR จะได้สิทธิลดหย่อนเข้าระบบของทางสรรพากรอัตโนมัติ)

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703596

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

สวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ และลงนามถวายพระพร

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 นำคณะ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้อำนวยการกลุ่ม และบุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ร่วมสวดมนต์บท “โพชฌังคปริตร” และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน วันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณหน้าเสาธง สพป.พิษณุโลก เขต 2  

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ 5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703598

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ  5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

ผู้บริหารหลากหลายธุรกิจชั้นนำแนะ 5 ทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปริญญาโทออนไลน์ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ SkillLane ได้ถอดรหัสทักษะสำหรับคนทำงานยุคใหม่จากซีรี่ส์สัมภาษณ์ผู้บริหารของหลากหลายบริษัทชั้นนำ ที่ร่วมกับ 8 บรรทัดครึ่งเพจของ กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ผู้บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) เพื่อให้คนทำงานนำไปปรับใช้ เตรียมความพร้อมรับมือโลกการทำงานในปี 2023 และอนาคตต่อจากนั้น จากมุมมองของผู้นำองค์กรธุรกิจชั้นนำที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อช่วยให้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคตได้อย่างมั่นใจ และมีโอกาสเติบโตได้มากยิ่งขึ้น คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี 5 ทักษะ ดังต่อไปนี้

ทักษะแรกได้แก่ Ability to Learn-Ability to Unlearn (ฮาวทูเลิร์น และฮาวทูทิ้ง) คือการเปิดกว้างในเรื่องการเรียนรู้ และการไม่ยึดติดกับความรู้ก่อนหน้า ตลอดจนรีเฟรชความรู้ที่มีอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้คือทักษะจำเป็นเพื่อให้เราก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต

ทักษะ Digital & Data Literacy (ทักษะเชิงข้อมูล) ความสามารถในการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ โดยพนักงานยุคใหม่ต้องรู้ว่าจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างไร เพื่อมาใช้ในการตัดสินใจในสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการคัดสรรข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ท่วมท้นให้เป็น ตลอดจนการแบ่งปันและการสื่อสารข้อมูลให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้การทำงานรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

ทักษะ Communication (ทักษะการสื่อสาร) ความสามารถในการสื่อสาร ครอบคลุมตั้งแต่การพูดจูงใจ การรับฟังความต้องการของผู้อื่น การเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เป็นต้น หากมีทักษะในการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ทำงานได้อย่างราบรื่นรวดเร็ว ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงเช่นกัน

ทักษะ T-Shaped Skill (รู้รอบ และรู้ลึก) ทักษะการเรียนรู้ที่กว้างขวาง หลากหลายไม่จำเจ ผสานกับทักษะการเรียนรู้เชิงลึก กล่าวคือพนักงานต้องมีทักษะความชำนาญที่ไม่ใช่เพียงแค่ในตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องรู้กว้างขวางในอีกหลากหลายด้านนำไปสู่การต่อยอดการทำงานและการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

ทักษะสุดท้ายได้แก่ Problem-solving skill (ทักษะการแก้ปัญหา) เครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ และนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม เป็นทักษะที่เราจำเป็นต้องใช้ในแทบทุกสถานการณ์

รายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงย้อนชมและย้อนอ่านบทสรุปการสัมภาษณ์ของซีอีโอได้ทางเพจ TUXSA และ 8 บรรทัดครึ่ง

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703595

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา  ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

ม.ศรีปทุมเตรียมความพร้อมนักศึกษา ก่อนเข้าทำงานกับองค์กร บริษัทต่างๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย อาจารย์สำรวย เหลือล้น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมการปฐมนิเทศสหกิจศึกษา รุ่นที่ 41 ผ่านรูปแบบออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาสหกิจศึกษา ก่อนไปปฏิบัติงานกับบริษัทชั้นนำ โดย ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวให้โอวาทและคำแนะนำต่างๆ แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาในครั้งนี้

จากนั้นได้มีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “สุขไม่สุก เตรียมความพร้อมเพื่อการทำงานอย่างมีความสุข” โดยวิทยากร คุณวรวุฒิ
ชุณหพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด มาถ่ายทอดความรู้และแนะนำการปฏิบัติตัวในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาอย่างมีความสุข พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการสร้างประสบการณ์ทำงาน วิธีคิดในการทำงานเชิงบวกและสร้างสรรค์ ซึ่งมีนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาในปีนี้กว่า 1,792 คน เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703667

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

วันเด็กแห่งชาติ ปี 66 GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศที่ Space Inspirium

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.42 น.

GISTDA ชวนน้องๆ ท่องอวกาศในงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 ที่ Space Inspirium จ.ชลบุรี

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ขอเชิญชวนเยาวชนไทยท่องอวกาศกับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ณ GISTDA Space Inspirium อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เข้าชมฟรีตลอดงาน!!! 

วันที่ 11 ม.ค.2566 นางสาวปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายองค์ความรู้ของ GISTDA เปิดเผยว่า  วันเด็กปีนี้ GISTDA ได้จัดกิจกรรมและแคมเปญเพื่อต้อนรับน้องๆ และบรรดาผู้ปกครองที่จะมาร่วมงานอย่างเต็มที่ โดย highlight สำคัญที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การเปิดโซนนิทรรศการใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า GRAVITY ที่จะทำให้ทุกคนได้เสมือนลอยอยู่ในอวกาศที่เวิ้งว้างและไม่มีที่สิ้นสุด แต่มีความสวยงามที่น่าค้นหา ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของอวกาศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การแต่งชุดธีมอวกาศถ่ายรูปและเช็คอิน กิจกรรม Walk rally กับการเก็บฐานกิจกรรมภายในงานให้ครบ 5 ฐาน และกิจกรรมเวทีอวกาศที่ชวนตะลึงไปกับ “โชว์วิทย์ สุดว้าวว”  รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลตลอดงาน 

นางสาวปราณปริยา กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนน้องๆ ที่สนใจเรื่องของอวกาศได้มาเที่ยวชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ทาง GISTDA จัดเตรียมไว้ให้เพื่อต้อนรับวันเด็กแห่งชาติปีนี้ หากท่านใดยังไม่เคยมาหรือมาไม่ถูก ท่านสามารถเปิด google map และพิมพ์ว่า space inspirium รับรองท่านจะถึงที่หมายอย่างถูกต้อง โดยงานจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 09:00 – 15:00 น. @Space Inspirium อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และขอย้ำว่างานนี้เข้าชมฟรีตลอดงาน
 

‘รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า’ รวมใจถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703576

'รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า' รวมใจถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘รมช.มท.-ประชาชนทุกหมู่เหล่า’ รวมใจถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.00 น.

วันที่ 11 มกราคม 2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา พระสงฆ์ และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมใจนำแจกันดอกไม้ พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ  สำนักงาน กศน. จังหวัดเลย, ครอบครัวเข็มทิศ จ.บุรีรัมย์, ดร.พัชรา เบญจรัตนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ, อัยการจังหวัด รุ่น 38, ชมรมผู้สูงอายุ มศว., ครู และนักเรียนชั้น ปวช.1 สาขาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ ที่มาร่วมเป็นจิตอาสาอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาลงนามถวายพระพร,

หม่อมหลวงอุบลวลี อร่ามเลิศรัตน์พร้อมสมาชิกราชสกุล ชยางกูร, พล.อ.ต.คมกริช นันทวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน ทหารอากาศ, พ.ต.อ.สามารถ ตู้จินดา สมาคมศรัทธาธรรมาภิบาล,  นางสันทนี ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด, นางสาวมานิดา ภู่เจริญ, 

ดร.ช่วงระวี กรรณสูต รองประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล, คณาจารย์ นักศึกษา หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิทยการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, คณะจิตอาสาคุณธรรม สวพ.FM 91, พระสงฆ์และกรรมการวัดศรีเกษตราราม จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จ.กำแพงเพชร,  ผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนบ้านสวนหลวง จ.สุมทสาคร, โรงเรียนบ้านโนนไทย จ.นครราชสีมา, นักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองบัญชาการกองทัพไทย รุ่นที่ 14, สถาบันวิชาการจิตวิทยาความมั่นคง และสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ตะกูลพ่วงชูศักดิ์ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ, ผู้บริหาร ครู อาจารย์และนักเรียนโรงเรียนส่องแสงวิทยา จ.สงขลา เป็นต้น 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และจะเปิดให้ลงนามถวายพระพรถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้ โดยประชาชนสามารถลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ 

 เวลา 15.35 น. ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703564

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

วช. ร่วม สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนา-สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.10 น.

วช. ร่วมกับ สอศ. บ่มเพาะเยาวชนสายอาชีวะศึกษา เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่จังหวัดอุบลราชธานี

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)จัดกิจกรรม“การบ่มเพาะเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา : Smart Invention & Innovation ประจำปี 2566 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พัฒนาคน พัฒนาอาชีวะ : เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิวช. และคณะผู้บริหาร สอศ. ให้เกียรติเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 โดยกิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 10 – 12 มกราคม 2566 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวศึกษาให้เกิดแรงจูงใจในการคิดค้นผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรมเพื่อใช้ในประเทศ ณ โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมไทยให้เป็นรากฐานที่เข้มแข็งของประเทศในการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้สู่การร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ.2560 – 2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 ในการมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนด้วย การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งการพัฒนาศักยภาพกำลังคนให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ  โดย วช. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ร่วมวางกลไกและจัดทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและบุคลากรของสถาบันการศึกษาได้พัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีทักษะและคุณลักษณะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของโลก สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ การจะผลิตนักประดิษฐ์สายเทคนิคหรืออาชีวะ ให้เป็นนักประดิษฐ์ที่มีคุณภาพด้วยการบ่มเพาะให้ความรู้และเทคนิคแนวการคิดใช้ระยะเวลา 3 วัน โดยให้นักเรียน นักศึกษานำเอกสารเชิงแนวคิด หรือ Concept Paper มาให้ผู้ทรงคุณวุฒิและคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำ เพื่อนำไปปรับปรุงและเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมจะจัดในทุกภูมิภาคโดยจัดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นที่แรก ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลางและภาคตะวันออก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามลำดับต่อไป
  
ทั้งนี้รูปแบบในการจัดกิจกรรมบ่มเพาะในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการเขียนข้อเสนอโครงการสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ใน หัวเรื่อง การเปลี่ยนขยะให้เป็นสินค้าด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Creative Thinking for Creative Innovation เทคนิคการนำเสนอผลงาน พร้อมกันนี้ได้มีกิจกรรมแบ่งกลุ่มการฝึกปฏิบัติตามกลุ่มเรื่อง ซึ่งได้กำหนดกลุ่มเรื่องผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ดังนี้ 1. ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 2. ด้านสาธารณสุข สุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 3. ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ 4. ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และ BCG Economy Model และ 5. ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ ซึ่งท่านได้มาให้ความรู้ ความเข้าใจ การสร้างแรงบันดาลใจกับทีมนักศึกษาสายอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ที่จะเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนากำลังคนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม การขับเคลื่อน การพัฒนาและสร้างนวัตกรรมในอนาคตต่อไป