สกสว.ชู4ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707228

สกสว.ชู4ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง

สกสว.ชู4ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.17 น.

สกสว. พบสื่อมวลชน สื่อสาร สร้างความเข้าใจ ต่อบทบาทหน้าที่ และ พันธกิจสำคัญต่อการ ยกระดับศักยภาพและขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) อย่างมีส่วนร่วม เพื่อส่งมอบคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนนำไปสู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชน เพื่อสื่อสารบทบาทหน้าที่ของ สกสว. ภายใต้พันธกิจการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างสหวิทยาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ พัฒนานโยบายสาธารณะและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยการกำหนดแผนกลยุทธ์องค์กร และ วิสัยทัศน์ ให้ สกสว. “เป็นองค์กรหลักในการยกระดับศักยภาพและขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) อย่างมีส่วนร่วม เพื่อส่งมอบคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนนำไปสู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว” เป็นกรอบแนวทางในการนำองค์กรไปสู่องค์กรสมรรถนะสูงในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน ววน. และจัดการงบประมาณของกองทุน ววน. ให้เกิดความคุ้มค่าอย่างมีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล

โอกาสนี้ รศ.ดร.ปัทมาวดี  โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครั้งสำคัญ ทั้งในมิติของการพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้มีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) รวมถึงปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ ของ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย”  หรือ “สกว.” มาเป็น “สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อรับภารกิจสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรม (ระบบ ววน.) ของประเทศ ให้ครอบคลุมทุกสาขาการวิจัยและวิทยาการทุกแขนง ตลอดจนสร้างองค์ความรู้พัฒนานโยบายสาธารณะ และสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

โดยการจัดทำแผนด้าน ววน. เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดเป้าหมายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนา “พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และยกระดับคุณภาพชีวิต ก้าวเข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้ว และพร้อมสำหรับโลกอนาคต ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย โดยการสานพลังหน่วยงานในระบบ ววน. รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม” ซึ่งปัจจุบัน คณะรัฐมนตรี ได้มีการอนุมัติ แผนด้าน ววน. ปี 2566-70 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มี ความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรม 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม 

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต และ 

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม
รวมถึงการบริหารและจัดสรรงบประมาณ ววน. อย่างมีธรรมาภิบาล ภายใต้การกำกับทิศทางของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) โดยการจัดทำกรอบงบประมาณด้านววน. ของประเทศ ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 2567 จำนวน 31,100 ล้านบาท เพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund) จำนวนร้อยละ 60-65 ที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของประเทศ ตามแผนด้าน ววน. แก่หน่วยบริหารจัดการทุน (PMU) ทั้ง 9  แห่ง และ งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) จำนวนร้อยละ 35-40 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานตามพันธกิจการพัฒนาประเทศ ทั้ง 188 หน่วยงาน ตามที่ สกสว. เสนอผ่านสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ  

นอกจากนี้ สกสว. ยังได้พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดทำกลไกและมาตรการเพื่อพัฒนาระบบ ววน. กลไกและมาตรการสำคัญด้านการพัฒนาระบบ ววน. ที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาหลักการของมาตรการสนับสนุนทุนสำหรับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของภาครัฐหรือตามอุปสงค์ของตลาด (Thailand Business Innovation Research, TBIR / Thailand Technology Transfer Research, TTTR) เพื่อเป็นกลไกการให้ทุนไปยังภาคเอกชนโดยอาศัยหลักการของการแข่งขัน (Competitive based) ส่งเสริมให้ได้โครงการที่มีคุณภาพและมีศักยภาพสูง ภายใต้โจทย์ความต้องการจากภาครัฐ หรือภาคเอกชนที่มีตลาดขนาดใหญ่ ให้เกิดผลลัพธ์และผลกระทบสูงต่อประเทศ 

ตลอดจนการผลักดันพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ อันจะเป็นประโยชน์ทั้งการต่อยอดการวิจัย และต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศในภาพรวม และท้ายสุดแล้ว การจัดแผนและกรอบงบประมาณด้าน ววน. และการพัฒนากลไกในการดำเนินการต่างๆ จะช่วยชี้นำ และ ขับเคลื่อนให้ประเทศไทย ก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง และกับดักความไม่สมดุลของการพัฒนา ทั้งในประเด็นการพัฒนาเชิงพื้นที่และการพัฒนาที่ตอบโจทย์สังคม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยื่น การพัฒนาคนและองค์ความรู้สู่อนาคต 

อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จจากการดำเนินงานของ สกสว. ในปีที่ผ่านๆ มานั้น เกิดขึ้นจากการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากระดับนโยบาย อันได้แก่ สภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และคณะกรรมการอำนวยการ สกสว. และพลังความร่วมมือจากภาคีหน่วยงานในระบบ ววน. ร่วมขับเคลื่อน สนับสนุนส่งเสริม และขับเคลื่อนระบบ ววน. ให้เกิดการส่งมอบผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบจากงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

‘กลุ่มคนไทยรักสถาบัน’-‘นก สินใจ’ คณะสงฆ์45รูป ร่วมลงนามถวายพระพร’พระองค์ภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707204

'กลุ่มคนไทยรักสถาบัน'-'นก สินใจ' คณะสงฆ์45รูป ร่วมลงนามถวายพระพร'พระองค์ภา'

‘กลุ่มคนไทยรักสถาบัน’-‘นก สินใจ’ คณะสงฆ์45รูป ร่วมลงนามถวายพระพร’พระองค์ภา’

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.43 น.

“กลุ่มคนไทยรักสถาบัน” “นก สินใจ” พร้อมคณะ สงฆ์ที่อุปสมบทหมู่ 45 รูป ร่วมเจริญจิตภาวนาและลงนามถวายพร ถวายพระพร “พระองค์ภา” 

27 ม.ค.2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตลอดวันนี้ได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น พระสงฆ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษาพร้อมใจนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง อาทิ  เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช, พลอากาศโท สุชาติ ผิวสอาด เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ, ดร.ฐิติ์ผาสุข จรัสเจษฎา นายกสโมสรโรตารีสายไหม, คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก, คณะครู นักเรียนโรงเรียนไผทอุดมศึกษา เขตหลักสี่, คณะผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ, คณะผู้บริหารเทศบาลบางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี, นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และคณะ,  คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนม่วงสามสิบอัมพวันวิทยา จ.อุบลราชธานี, องค์การบริหารส่วนตำบลตะเสะ และคณะกรรมการศูนย์พัฒนาครอบครัว ต.ตะเสะ จ.ตรัง,  เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน เขตสวนหลวง, คณะพระสงฆ์และสามเณรวัดหนองหูช้าง จังหวัดกาญจนบุรี ที่บรรชาและอุปสมบทถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ร่วมเจริญจิตภาวนาและลงนามถวายพร, 

ท่านผู้หญิงวรามาส สุนทรภัค คุณข้าหลวงในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นายอัศวิน  นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี,  คณะพยาบาล สมาคมศิษย์เก่า วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, หม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย สำนักนายกรัฐมนตรี, หม่อมหลวง สุภสิทธิ์ ชุมพล, โรงเรียนม่วงสามสิบอัมพันวิทยา จ.อุบลราชธานี, นายทวีป ผูกโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบนบ้านหม้อ จ.สิงห์บุรี, สมาคมนักรบนิรนาม 333 เขตสายไหม กรุงเทพฯ, กลุ่มคนไทยรักสถาบัน นำโดย นก สินใจ เปล่งพานิช พร้อมคณะ และพระสงฆ์ที่อุปสมบทหมู่ 45 รูป ถวายเป็นพระกุศล “พระองค์ภา” มาร่วมเจริญจิตภาวนาและลงนามถวายพร และถวายพระพร เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้  ซึ่งประชาชนสามารถลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน
 

สป.ตท.ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนารร.เตรียมทหาร-งานเกียรติยศจักรดาวปี66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707200

สป.ตท.ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนารร.เตรียมทหาร-งานเกียรติยศจักรดาวปี66

สป.ตท.ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนารร.เตรียมทหาร-งานเกียรติยศจักรดาวปี66

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.37 น.

สป.ตท.ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนารร.เตรียมทหาร-งานเกียรติยศจักรดาวปี66

27 มกราคม 2566 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ครบรอบปีที่ 65 และงานเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2566 โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

 ทั้งนี้ พลตรี คม วิริยเวชกุล นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร , พลตรี ดำรงค์ สิมะขจรบุญ , นางธมนภรภคมน สุวรรณทรรภ , นางนิตยา เชิดชู , พันเอก เลิศรบ ศรีกิตตยากรณ์ , พันตำรวจโท ธีระวัฒน์ อ้นกลิ้ง และนายวีรพล บัวชาติ ที่ปรึกษาสมาคมฯ และกรรมการบริหาร ร่วมงานดังกล่าวข้างต้น พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับ พันโท หนุน  ศันสนาคม ที่ปรึกษาสมาคมฯ ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2566

“รางวัลเกียรติยศจักรดาว” ถือเป็นการเชิดชูและยกย่องศิษย์เก่านักเรียนเตรียมทหารที่มีความรู้ ความสามารถ และได้อุทิศกำลังกาย กำลังความคิด ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และสร้างเกียรติยศชื่อเสียงให้แก่สถาบัน สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร ขอแสดงความยินดีกับ รร.ตท.สปท. ที่ครอบรอบ 65 ปี และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวทุกท่าน

นร.ยิ้มรับ! ศธ.ไฟเขียวเรื่องทรงผม รู้สึกมีอิสระ-เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707184

นร.ยิ้มรับ! ศธ.ไฟเขียวเรื่องทรงผม รู้สึกมีอิสระ-เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.04 น.

โรงเรียนเลยพิทยาคมขานรับ ระเบียบใหม่นักเรียนไว้ผมยาว เสียงจากนักเรียนดีใจ รู้สึกเพิ่มความมั่นใจ มีอิสระทางความคิด

26 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงว่า ตามที่ระเบียบใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้เด็กนักเรียนไว้ผมยาวได้ ซึ่งที่โรงเรียนเลยพิทยาคม นักเรียนส่วนใหญ่ จะไว้ผมยาวกันหมด แต่จะต้องรวบแล้วผูกด้วยโบของโรงเรียน

จากการสอบถามไปยัง นายกมล เสนานุช ผู้อำนวยการโรงเรียนเลยพิทยาคม เปิดเผยว่า การไว้ทรงผมของเด็กนักเรียน ถือว่าผ่อนคลายลงมาเยอะ ตามกฎระเบียบของทางกระทรวงศึกษาธิการและมีกฎระเบียบออกใหม่นั้น การไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ซึ่งทางโรงเรียนได้นำมาปฏิบัติซึ่งการไว้สั้นหรือยาวนั้น ทางโรงเรียนเลยพิทยาคม ได้มีกรอบกันอยู่แล้ว นั่นก็คือ ไม่ย้อมสีผม , ไม่โกรกด้านหลัง จะสั้นหรือยาวก็ต้องตัดให้เท่ากัน ห้ามทำสีผมที่ผิดไปจากธรรมชาติ ยาวก็ให้รวบผม ผูกโบว์ให้เรียบร้อย ทางนักเรียนก็ให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบมาด้วยดี

ปลัดกทม.-นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำคณะถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706904

ปลัดกทม.-นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำคณะถวายพระพร 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

ปลัดกทม.-นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำคณะถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.22 น.

วันที่ 26 มกราคม 2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตลอดทั้งวันได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น พระสงฆ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษาพร้อมใจนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน อาทิ  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี,  ผู้บริหาร และครู โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานกูล” จ.สระบุรี, คณะลูกเสือชาวบ้าน จ.สงขลา, นายประสงค์ พันธ์สีมา ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ แขวงมหานาค กรุงเทพฯ,  นายอภิชาติ เชิงสะอาด ข้าราชการบำนาญ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม, โรงเรียนกันทรารมณ์ จ.ศรีสะเกษ,  ผู้ประกอบการตลาด เขตสายไหม กรุงเทพฯ, บริษัทมิลลิเมด จำกัด, กลุ่มบริษัทยิบอินซอย,   สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก(สตน.ทบ.), กองทุนแม่ของแผ่นดิน เขตบางนา กรุงเทพฯ, พล.อ.ต.พัฒนพงศ์ พัฒนะมงคล รองเจ้ากรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ, เหล่ากาชาดชลบุรี, 

นางสาวนฎาประไพ สุจริตกุล ผู้แทนราชินิกุลสุจริตกุล,  นายนิธิศ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ผู้แทนราชสกุล อรุณวงษ์,  นางสมศรี พันธ์เจริญวรกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ,  น.ส.มานิดา ภู่เจริญ เขตตห้วยขวาง กรุงเทพฯ,  มูลนิธิพุทธศาสนา จ.นครราชสีมา, ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร คณาจารย์,  กิ่งกาชาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี, บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวส เทคโนโลยี จำกัด มหาชน, ประชาชนจงรักภักดี วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี, สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยนาฏศิลป์, ชมรมลูกเสือชาวบ้าน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ,  โรงเรียนวัดโพธิ์แจ้ (มาลีราษฎร์บำรุง) จ.ปทุมธานี, ครอบครัวรัตนสุวรรณ,  บริษัทมิสซูบิชิอิเลคทริกไทย ออโต้พาร์ท จำกัด, สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย-นครปฐม, นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานครและนายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ เป็นต้น 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้  ซึ่งประชาชนสามารถลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานวันสถาปนา ครบรอบ 18 ปี วันที่ 18 มกราคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706605

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานวันสถาปนา  ครบรอบ 18 ปี วันที่ 18 มกราคม

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานวันสถาปนา ครบรอบ 18 ปี วันที่ 18 มกราคม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย ในวันพุธที่ 18 มกราคม 2566 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 18 ปี วันที่ 18 มกราคม 2566

พิธีได้เริ่มขึ้นในเวลา 08.00 น. หลังจากนั้น ได้ทำพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน และพิธีถวายราชสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)

ในโอกาสนี้ อธิการบดีได้มอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ และมอบประกาศนียบัตรแก่บุคลากรดีเด่นของมหาวิทยาลัย ที่หอประชุมบัวสวรรค์ มทร.รัตนโกสินทร์

ม.อ.-มฟล.ผนึก 15 สถาบันร่วมยกระดับ งานวิชาการ วิจัย นวัตกรรม สู่นานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706603

ม.อ.-มฟล.ผนึก 15 สถาบันร่วมยกระดับ  งานวิชาการ วิจัย นวัตกรรม สู่นานาชาติ

ม.อ.-มฟล.ผนึก 15 สถาบันร่วมยกระดับ งานวิชาการ วิจัย นวัตกรรม สู่นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ม.อ.ในฐานะผู้นำเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคใต้ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะผู้นำเครือข่ายมหาวิทยา ภาคเหนือ ร่วมกับ 15 สถาบันอุดมศึกษา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ จัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยเหนือ-ใต้ (North-South University Network : NSU-Net) โดยมีสถาบันอุดมศึกษากลุ่มภาคเหนือ6 สถาบัน ได้แก่ ม.เชียงใหม่ ม.แม่โจ้ ม.พะเยา ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนาม.ราชภัฏเชียงราย ส่วนสถาบันอุดมศึกษากลุ่มภาคใต้มี 11 สถาบัน ได้แก่ ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ม.ทักษิณ ม.วลัยลักษณ์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ม.ราชภัฏสงขลา ม.ราชภัฏยะลา ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราชม.ราชภัฏภูเก็ต ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการสู่ความเป็นเลิศ ร่วมกันในระดับมหาวิทยาลัยและระดับภาควิชาหรือคณะต่างๆ และเป็นการบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยเหนือ-ใต้ ครั้งที่ 1 (The 1st NSU-Net Presidents Forum) ภายใต้
หัวข้อ Sustainable Networking for a Better Future Together มีวาระการประชุมกลุ่มย่อยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การพัฒนาและบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ และการบริหารจัดการองค์กรในยุค Digital กลุ่มที่ 2 พัฒนาการเรียนการสอนสมัยใหม่ร่วมกัน การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและทักษะของนักศึกษาในฐานะเป็นพลเมืองโลก การแลกเปลี่ยนบุคลากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านเครือข่ายโครงการ Visiting Scholars แบบ cost sharing การลงทะเบียนเรียนข้ามมหาวิทยาลัย ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และการเทียบโอนผลการเรียนข้ามสถาบันภายในเครือข่าย และ Collaborative Online International Learning (COIL) Program กลุ่มที่ 3 ประเด็นเครือข่ายในต่างประเทศ (International Networking) การลงทะเบียนเรียนข้ามมหาวิทยาลัยภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การสร้างเครือข่ายวิเทศสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดี (best practice) ระหว่าง IROs ของมหาวิทยาลัยเหนือ-ใต้ และการจัด Virtual Mobility หรือ Virtual Camp ร่วมกัน

มจธ.-มก.ร่วมสร้างอาชีพนักชิม แก่ผู้พิการสายตาครั้งแรกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706598

มจธ.-มก.ร่วมสร้างอาชีพนักชิม  แก่ผู้พิการสายตาครั้งแรกของไทย

มจธ.-มก.ร่วมสร้างอาชีพนักชิม แก่ผู้พิการสายตาครั้งแรกของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี นักวิจัยศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หัวหน้าโครงการกล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ในการจัดทำโครงการ “พัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็นเพื่อสร้างรายได้เสริม” ขึ้นโดยใช้เวลา 12 เดือน (กุมภาพันธ์ 2565-กุมภาพันธ์ 2566) เพื่อยกระดับรายได้ให้กับคนพิการทางการเห็น ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหาร และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านที่ 5 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยดำเนินการร่วมกับบุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนสอนคนตาบอด/ศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอด ในพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และ อ.สามพราน จ.นครปฐม

“โครงการ “อาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็นฯ” มีการอบรม 3 หลักสูตรต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจากหลักสูตร Train the Trainer อบรมออนไลน์ 1 เดือน ต่อด้วย หลักสูตรพื้นฐานการชิมอาหาร อบรม 2 เดือน โดยมีผู้ผ่านเข้าอบรมประมาณ 50 คน หลักสูตรออนไลน์ สอนตั้งแต่วัตถุดิบ ลักษณะเด่นของอาหารแต่ละภาค ลักษณะหวานเปรี้ยว เค็ม ขม และการใช้เครื่องเทศต่างๆ สุดท้ายคือหลักสูตรนักชิมเบื้องต้น หรือฝึกงานชิมอาหาร โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์ 25 คน เป็นการชิมอาหารจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ โดยก่อนการชิมอาหารจริง ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของคุณลักษณะวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อบรมการทดสอบการชิมและอบรมการให้คะแนนก่อนเพื่อทดสอบว่านักชิมจะสามารถแยกแยะรสชาติได้จริงหรือไม่ การทดสอบชิมอาหารได้จัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อผ่านการอบรมนักชิมคนพิการทางการเห็น จะได้ใบประกาศนียบัตร เพื่อการันตีความรู้ที่ได้ผ่านการอบรมและการทดสอบประสาทสัมผัสในระดับหนึ่งที่จะเป็นใบเบิกทางในการสมัครงานหรือนำไปประกอบอาชีพนักชิมอาหารได้” ผศ.ดร.ธิติมากล่าวทิ้งท้าย

จิตอาสา 904 มมส ลงพื้นที่พัฒนา รร.ทุรกันดาร ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706595

จิตอาสา 904 มมส ลงพื้นที่พัฒนา  รร.ทุรกันดาร ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

จิตอาสา 904 มมส ลงพื้นที่พัฒนา รร.ทุรกันดาร ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) โดย รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.อาทิตย์ อนุสรณ์ หัวหน้างานพิธีการและกิจการพิเศษ และปฏิบัติหน้าที่จิตอาสา 904 นำบุคลากรและนิสิตจิตอาสา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 30 คน ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านเชิงดอย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ตำบล นาม่อง อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร เมื่อกลางเดือนมกราคม 2566

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อดำเนินโครงการจิตอาสามหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งได้จัดกิจกรรมประกอบด้วย การมอบทุนการศึกษา-ทุนสนับสนุนอาหารกลางวัน มอบอุปกรณ์การเรียน มอบอุปกรณ์กีฬา การจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติแจกขนม ตุ๊กตา ของเล่นและของรางวัล การจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนและผู้ปกครอง

นอกจากนี้ มีการจัดซื้อปั๊มน้ำติดตั้งระบบน้ำเพื่อการเกษตรของโรงเรียน จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัวเพื่อเป็นอาหารกลางวันแก่นักเรียนตามแนวพระราชดำริ การติดตั้งและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในอาคารเรียน ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างภายในบริเวณโรงเรียน โดยภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และการพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ

กลุ่ม 9 ราชมงคลประกาศเจตนารมณ์ ‘ปลอดซื้องานวิจัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706599

กลุ่ม 9 ราชมงคลประกาศเจตนารมณ์  ‘ปลอดซื้องานวิจัย’

กลุ่ม 9 ราชมงคลประกาศเจตนารมณ์ ‘ปลอดซื้องานวิจัย’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวนักวิชาการในไทยจ่ายเงินซื้องานวิจัยที่ตัวเองไม่ได้ทำเพื่อใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของผลงานและตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการนั้น เรื่องนี้กลุ่ม 9 ราชมงคลได้มีการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อวงการการศึกษาของไทย และเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น โดยก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ 9 มทร.เคยมีการหยิบยกถึงประเด็นดังกล่าวมาปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเรื่องงานวิจัย โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของจริยธรรมงานวิจัย

รศ.ดร.สมหมายกล่าวอีกว่า เมื่อมีกระแสข่าวการจ่ายเงินซื้องานวิจัยและเพื่อยืนยันที่ความสุจริตของทั้ง9 มทร. ที่ประชุม ทปอ.มทร. จึงได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ไม่ยอมรับการกระทำผิดต่อจริยธรรมและจรรยาบรรณการวิจัย และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าบุคลากรของ มทร.มีการกระทำผิดต่อจรรยาบรรณดังกล่าว พร้อมทั้งจะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการช่วยเหลือกันนอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการวิจัยของราชมงคลไปหาวิธีการเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของทั้ง 9 มทร.ต่างยึดมั่นในจริยธรรมและจรรยาบรรณการวิจัย โดยมีการกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดที่ชัดเจน

“ทั้งนี้ กลุ่ม 9 ราชมงคลต่างมุ่งหวังที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นกับกลุ่มราชมงคลของเรา เพราะราชมงคลเป็นสถาบันการศึกษาที่มีเกียรติ ดังนั้นจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักศึกษา และประชาชน” รศ.ดร.สมหมาย กล่าว