มช.เปิดบ้าน ‘CMU OPEN HOUSE 2025’ ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา’ลัย

มช.เปิดบ้าน 'CMU OPEN HOUSE 2025' ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา'ลัย

มช.เปิดบ้าน ‘CMU OPEN HOUSE 2025’ ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา’ลัย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงาน CMU OPEN HOUSE 2025 รูปแบบ Onsite ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศจริงของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบกับกิจกรรมแนะนำหลักสูตรจาก 22 คณะ การให้คำปรึกษาจากรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกิจกรรมเสริมความรู้มากมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอน บรรยากาศภายในคณะ และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาตนเองผ่านกิจกรรมที่แต่ละคณะได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับ

ภายในงานกำหนดให้ลงทะเบียนหน้างานเท่านั้น โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 11.00 น. ณ ลานน้ำพุ หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมจะได้รับสติกเกอร์สำหรับเข้า ร่วมกิจกรรม จากนั้นเวลา 12.40 น. ผู้ลงทะเบียนจะรวมตัวกันที่ลานน้ำพุ ก่อนออกเดินทางไปยังคณะต่างๆ ในเวลา 13.20 น. โดยมหาวิทยาลัยได้จัดรถรับ – ส่งบริการอย่างสะดวกสบาย เพื่อพาผู้เข้าร่วมไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่แต่ละคณะตั้งแต่เวลา 13.30 – 15.30 น.

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับการแนะนำหลักสูตรการเรียนรู้ของแต่ละคณะ การเยี่ยมชมอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ การพูดคุยกับคณาจารย์และรุ่นพี่ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอปและนิทรรศการผลงานที่สะท้อนความโดดเด่นของแต่ละสาขาวิชาอย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและตอบแบบสอบถามจะได้รับ ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ของคณะนั้นๆ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ CMU OPEN HOUSE

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดพร้อมกับ นิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 27 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูลหลักสูตรจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงบูธจาก 22 คณะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาต่ออย่างใกล้ชิด โดยมีรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมให้คำแนะนำและแบ่งปันประสบการณ์จริงในการเรียน การใช้ชีวิต และการเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

กิจกรรม CMU OPEN HOUSE ทั้งในรูปแบบออนไลน์และ Onsite ถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้เยาวชนได้ค้นหาความฝันและแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ผ่านการสัมผัสประสบการณ์จริงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อร่วมค้นหาศักยภาพในตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจ และก้าวสู่เส้นทางแห่งอนาคตไปพร้อมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 รอบคัดเลือก ภาคใต้ “วลัยลักษณ์เกมส์” 8-13 พ.ย.’68 นี้ โดยมี 10 สถาบันการศึกษาชิงตั๋วร่วมศึกปัญญาชนรอบชิงชนะเลิศ “อินทนินเกมส์” ที่ จ.เชียงใหม่ต้นปีหน้า

ผศ.ดร.มาริสา ภูมิภาค ณ หนองคาย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) มีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ในรอบคัดเลือกเขตภาคใต้ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายนนี้ ณ สนามกีฬากลางตุมปัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

โดยจะมีนักกีฬาจาก 10 มหาวิทยาลัยภาคใต้เข้าร่วม ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2.มหาวิทยาลัยทักษิณ 3.มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ 4.มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต 5.มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 6.มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา 7.มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช 8.มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี 9.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ10.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมกว่า 1,200 คน

ผศ.ดร.มาริสา กล่าวว่า มวล.มีสนามกีฬากลางตุมปัง เป็นสนามมาตรฐานที่เคยผ่านการแข่งกีฬาระดับชาติ จึงมีความพร้อม 100% ในการแข่งขันครั้งนี้ทั้ง 6 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล เปตอง วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และเซปักตะกร้อ รวมทั้งมีการเตรียมการต้อนรับทัพนักกีฬา คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ นักเทคนิคกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาชิกทุกสถาบันการศึกษา

ในส่วนของความพร้อมของนักกีฬา มวล.ในฐานะเจ้าภาพเขตภาคใต้ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเกือบทุกชนิดกีฬา โดยมีการวางแผนการฝึกซ้อมและคัดตัวอย่างเป็นระบบ และค่อนข้างมั่นใจจะสามารถคว้าตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้จากกีฬาเปตอง และอื่นๆ เช่น ยูยิตสู เทควันโด ฯลฯ ที่เรามีนักกีฬาทีมชาติเป็นกำลังสำคัญ

“การแข่งขันในครั้งนี้จะสร้างมิตรภาพ สุขภาพที่ดี ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์และขีดความสามารถในการพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพของนักศึกษาในอนาคต คือ เป้าหมายสำคัญ” ผศ.ดร.มาริสา กล่าว

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ม.วลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาสถาบันอุดมศึกษาตัวแทนภาคใต้เข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปและผู้สนใจเข้าชมการแข่งขัน ณ สนามกีฬาตุมปัง ม.วลัยลักษณ์ มาร่วมส่งแรงเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักกีฬา ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 รอบคัดเลือกเขตภาคใต้” https://www.facebook.com/profile.php?id=61581864178717

สอศ.น้อมถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สอศ.น้อมถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สอศ.น้อมถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.44 น.

สอศ.น้อมถวายอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

4 พฤศจิกายน 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยนายวิทวัต ปัญจมะวัติ และนายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประกอบพิธีถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายยศพล กล่าวว่า สอศ. จัดพิธีถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรเข้าร่วม พร้อมน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ ความเมตตา และความเพียรอันยิ่งใหญ่ ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า สถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล อาทิ การจัดพิธีถวายความอาลัยในสถานศึกษา การสอนทำริบบิ้นโบว์ และแจกประชาชน การออกหน่วยบริการตัดผมฟรี การเปิดพิพิธภัณฑ์ศาลาไหมไทย “พระมารดาไหมไทย” เป็นแหล่งเรียนรู้และสืบสานงานในพระราชดำริด้านผ้าไหมมัดหมี่ รวมถึงกิจกรรมอาชีวะอาสาที่ช่วยเหลือประชาชน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เครื่องมือเกษตร และจัดการสอนอาชีพระยะสั้น เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม และแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญู น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณด้วยการทำความดีเพื่อส่วนรวม และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.26 น.

ผู้บริหารช่อง7HD และประชาชนฝ่าสายฝนเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ด้วยความอาลัย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง คณะบุคคล และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ ทยอยเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ตั้งแต่เวลา เวลา 08.30 น.-16.00 น. ถึงแม่ฝนจะตกหนักเป็นระยะๆทุกคนก็ไม่ย่อท้อได้เตรียมร่มกันฝนมาเพื่อให้ได้เข้ากราบสักการะ โดยที่เต้นท์พักคอยหน้าศาลาสหทัยสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ได้เปิดวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติที่ “สมเด็จพระพันปีหลวง“ เสด็จฯทรงงานยังสถานที่ต่างๆให้ได้ชม เพื่อน้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

อาทิ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ,คณะข้าราชการ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์, ธนาคารออมสิน, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน โรงเรียนสีตะบุตรบำรุง, นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฯลฯ

ด้านนางมานิดา ภู่เจริญ อายุ 86 ปี ข้าราชการครูบำนาญ กล่าวว่า ตนเดินทางมาตั้งแต่วันแรกที่มีขบวนเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” จากโรงพยาบาลจุฬาฯมายังพระบรมมหาราชวัง และทุกวันนี้ตนจะนำดอกไม้ พวงมาลัย เดินทางมาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษ์ ในหลวง ร.9 ที่หน้าพระบรมมหาราชวัง และสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคมฯ และไปที่ รพ.จุฬาฯทุกวัน เนื่องจากตนมีความซาบซึ่งในสถาบันพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์จักกรีทุกพระองค์ และยึดมั่นในสถาบันศาสนา สมเด็จพระพันปีหลวง ท่านทรงมีพระเมตตามาก ปกติตนจะมารับเสด็จเวลาท่านเสด็จฯวัดพระแก้วและวัดบวรฯบ่อยครั้ง เพื่อมาชื่นชมพระบารมีมาถวายความจงรักภักดีในฐานะพสกนิกร และตั้งใจจะมาทุกวันจนกว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ

ขณะที่นางทองรักษ์ คงสินทร อายุ 84 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ยายเดินทางมากับเพื่อนโดยรถไฟ เพื่อมาสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

“ยายทองรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงปนร้องไห้ว่า แม่หลวงท่านไม่อยู่แล้ว ยายร้องไห้ทุกคืนเลย คิดถึงพระองค์ท่าน เดี๋ยวถ้าเปิดให้ขึ้นไปกราบบนพระที่นั่งดุสิตฯ ยายก็จะเดินทางมาอีกครั้ง“
 

คณะนศ.‘วัคซีนชีวิต’ร่วมสมาคมตำรวจ มอบอุปกรณ์การศึกษา-กีฬา-ทุน แก่รร.ใน‘ตรัง-กระบี่’

คณะนศ.‘วัคซีนชีวิต’ร่วมสมาคมตำรวจ มอบอุปกรณ์การศึกษา-กีฬา-ทุน แก่รร.ใน‘ตรัง-กระบี่’

คณะนศ.‘วัคซีนชีวิต’ร่วมสมาคมตำรวจ มอบอุปกรณ์การศึกษา-กีฬา-ทุน แก่รร.ใน‘ตรัง-กระบี่’

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.04 น.

คณะนศ.‘วัคซีนชีวิต’ร่วมสมาคมตำรวจ มอบอุปกรณ์การศึกษา-กีฬา-ทุน แก่รร.ใน‘ตรัง-กระบี่’

กิจกรรมเพื่อสังคม Life Vaccine for Social คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1  (วชส.1) ได้ร่วมกับสมาคมตำรวจได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR  ภาคใต้ ( ตรัง-กระบี่ ) เป็นครั้งที่ 4 โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ โรงเรียน ตชด.จังหวัดตรัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัด ตรัง – กระบี่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ  พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลกุล รองประธานหลักสูตร พลเรือเอก

วรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น วชส.1 นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิเวศน์ ประยูรเธียร นายเอนก จงเสถียร พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วัคชีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.1 ) ทุกท่าน ร่วมกับ สมาคมตำรวจโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ บริษัท แอร์เอเชีย โดยคุณธรรศพล เบเลเว็ลด์ CEO และข้าวสารตราสิงห์โตทอง จำกัด โดยคุณธัญญา รุ่งชาญชัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม CSR และศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคใต้ ตรัง-กระบี่ เพื่อสาธารณะประโยชน์

พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ได้มอบถุงยังชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดตรัง-กระบี่และมอบ อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้ โรงเรียน ตชด.ตรัง และโรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด และมอบลำโพงเคลื่อนที่ จำนวน 2 ชุด ให้ ตชด.ตรัง และ ตชด.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องทรัพยากรทางทะเล โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

‘อัสสัมชัญ’ แปรอักษร รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อัสสัมชัญ' แปรอักษร รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อัสสัมชัญ’ แปรอักษร รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.04 น.

อัสสัมชัญ 1,250 คน รวมใจถวายงานผ่านการแปรอักษร ถวายอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โรงเรียนอัสสัมชัญ จึงจัดพิธีถวายอาลัยและแปรอักษร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยมี ภราดา ดร.เดชาชัย  ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ภราดาพัชรปกรณ์  ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียน บาทหลวงอนุชา  ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิก (ประเทศไทย) คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ร่วมพิธี ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ

โดยนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ จำนวน 1,250 คน ได้รวมใจถวายงานผ่านการแปรอักษรพระบรมฉายาทิสลักษณ์ จากเพลทแปรอักษร 1 ต่อ 25 โดยฝ่ายเชียร์และแปรอักษร โรงเรียนอัสสัมชัญ ภายใต้การดูแลของมิสจันทร์เพ็ญ คุณวัฒนสุขสันติ ครูที่ปรึกษาชมรม แปรอักษรภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และข้อความน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

สำหรับ ภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 2 ภาพ ประกอบด้วย

1. ภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์ “พระทรงเป็นคู่แท้ เทิดเกล้าเหล่าไทย”
2. ภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์ “พระจริยาองค์ไผท ดุจโพธิสัตย์เฮย”

โดยชื่อภาพการแปรอักษรพระบรมฉายาทิสลักษณ์ ทั้ง 5 ภาพ มาจากบทประพันธ์ของ ดร.สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ อัสสัมชนิก รุ่น 102

อดีตนายกฯสิงคโปร์ วางพวงมาลา ถวายสักการะ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง‘

อดีตนายกฯสิงคโปร์ วางพวงมาลา ถวายสักการะ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง‘

อดีตนายกฯสิงคโปร์ วางพวงมาลา ถวายสักการะ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง‘

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.19 น.

อดีตนายกฯสิงคโปร์ วางพวงมาลา ถวายสักการะ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง‘

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2568 เวลา 15.30 น. นาย ลี เซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสสาธารณรัฐสิงคโปร์(และอดีตนายกรัฐมนตรี)  วางพวงมาลา ถวายสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904

นายกเล็ก อบต.ท่ากระดาน ประกาศปิดการเรียนการสอน 5 วัน หลับพบโรค มือ เท้า ปาก ระบาด

นายกเล็ก อบต.ท่ากระดาน ประกาศปิดการเรียนการสอน 5 วัน หลับพบโรค มือ เท้า ปาก ระบาด

นายกเล็ก อบต.ท่ากระดาน ประกาศปิดการเรียนการสอน 5 วัน หลับพบโรค มือ เท้า ปาก ระบาด

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

นายกเล็ก อบต.ท่ากระดาน ประกาศปิดการเรียนการสอน 5 วัน หลับพบโรค มือ เท้า ปาก ระบาด

วันนี้ (3 พ.ย.68) นายปราศาสตร์ การอำนวย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี  ได้ลงนามประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน เรื่อง แจ้งปิดการเรียนการสอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน ระบุว่า ตามที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน เกิดโรคระบาด คือ โรคมือ เท้า ปาก แก่นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งตรวจพบโดยโรงพยาบาลท่ากระดาน เนื่องจากมีเด็กนักเรียนเข้ารับการรักษา นั้น เพื่อมิให้เชื้อโรคกระจายไปสู่เด็กนักเรียนคนอื่น 

องค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน จึงขอแจ้งปิดการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน เพื่อทำความสะอาดห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และภาชนะใช้สอยต่าง ๆ ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ถึงวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เป็นเวลา 5 วัน และทำการเปิดการเรียนการสอนในวัน จันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

‘โอปอ’ยกย่อง’พระพันปีหลวง’ทรงเป็นสไตล์ไอคอน

'โอปอ'ยกย่อง'พระพันปีหลวง'ทรงเป็นสไตล์ไอคอน

‘โอปอ’ยกย่อง’พระพันปีหลวง’ทรงเป็นสไตล์ไอคอน

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.06 น.

โอปอ ยกย่อง “พระพันปีหลวง” ทรงเป็นสไตล์ไอคอน ขณะที่ประชาชนชาวไทย-ต่างชาติ ถวายสักการะด้วยรักอาลัยยิ่ง

3 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 08.30 -16.00 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เช้าได้มีคณะบุคคล และประชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดดำไว้ทุกข์เดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวงเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา

อาทิ คณะนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ,มหาวิทยาลัยมหิดล ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (สวตท.), คณะมรดกสยาม, นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พร้อมคณะผู้บริหาร นอกจากนี้ ในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน เข้าร่วมในการนี้ ด้วยสำนึกในน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม พระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในทุกด้าน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความรัก ความเสียสละ และความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยแท้

ด้านนางหทัย โคลเซ อายุ 77 ปี พร้อมด้วยสามี Mr. Knuth klose อายุ 76 ปี ชาวเยอรมัน ข้าราชการบำนาญกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเยอรมนี เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยฯ กล่าวว่า ตนและสามีทำงานที่ประเทศเยอรมัน แต่ตอนนี้เกษียณแล้ว ปกติวันที่ 5 ธ.ค.จะเดินทางมาเมืองไทยทุกปี เพื่อมาถวายพระพรในหลวง ร.9 และสามีก็จะมาเป่าแซกโซโฟน เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น แผ่นดินของเรา รักกันไว้เถิด เพลงชาติ ที่ รพ.ศิริราช และงานพระบรมศพ ร.9 สามีมาเมืองไทยแล้วมีความสุขพาไปดูโครงการหลวงชอบและซาบซึ้งมากๆ

‘สามีรักเมืองไทย ชอบเพลงพระราชนิพนธ์ เขารักในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวงมาก เพราะท่านให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ประชาชน ไม่ถือว่าเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ท่านให้แต่สิ่งดีๆแก่ประชาชน ท่านให้แนวทางหลักเศรษฐกิจพอเพียงตนและสามีก็เรียนรู้และปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นภาพสมเด็จพระพันปีหลวงตามเสด็จในหลวง ร.9 ไปเยี่ยมราษฎรในทุกที่ และภูมิใจเรามีพระราชินีที่สวยที่สุดและเก่งมาก พระองค์ท่านทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี‘

ขณะที่ นางสาวสุนทร กัลยามิตร อายุ 83 ปี และน้องสาว คือนางฉวีวรรณ กัลยามิตร อายุ 72 ปี ชาวบางพัด กทม. กล่าวว่า ตนเคยเฝ้ารับเสด็จ ในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวง งานกฐินพระราชทานที่วัดมหาธาตุฯ หลายปีแล้วแต่ภาพความทรงจำก็ยังคงจำได้ไม่เคยลืม 

‘วันแรกที่ทราบว่าสมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคตตกใจและเสียใจมาก ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย รักท่านตลอดไป ประทับใจทุกอริยาบท ท่านใกล้ชิดกับประชาชนเราเห็นแล้วอยากมีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์แบบนั้นบ้าง ซาบซึ้งที่ทรงอนุรักษ์โขน ซึ่งเป็นศิลปะวัฒนธรรมของชาติ ได้ยินติดหูคือท่านรับสั่งว่า “ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน” พระองค์ท่านมีพระจริยวัตรที่งดงามมากๆท่านสอนประชาชนให้ดูแลรักษาป่า รักษาธรรมชาติ และรักษาน้ำ“

ขณะที่  นางสาวสุชาตา ช่วงศรี มิสเวิลด์ 2025 กล่าวว่า ในฐานะผู้หญิงไทย ”สมเด็จพระพันปีหลวง“ ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมะเร็งเต้านม ที่ทรงมีพระราชดำริในการช่วยเหลือ ทรงพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เพื่อให้เป็นแหล่งพักพิงของผู้หญิงไทย และเรื่องผ้าไทย ชุดไทยพระราชนิยม ทรงส่งเสริมศิลปาชีพ

ในวันนี้ ตนตั้งใจมาถวายสักการะสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องจากวันที่ทราบข่าวสวรรคต ตนติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งตนโตมาก็เห็นพระพันปีหลวงแล้ว พระองค์เปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดิน แม้จะไม่เห็นในช่วงที่พระองค์เสด็จฯ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แต่ก็ได้ยินจากคุณพ่อคุณแม่และครอบครัว นอกเหนือจากนั้นก็ได้อ่านหนังสือ และศึกษาการใส่ผ้าไทยว่าจะสามารถตัดออกมาเป็นรูปแบบใดได้บ้าง ก็ได้เห็นในหนังสือหลายๆ เล่มที่มีภาพฉลองพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ ทรงเป็นเหมือนสไตล์ไอคอน

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้เราหลายด้าน ตั้งแต่ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้หญิงที่เป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านม แล้วก็สนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายตัวเอง ทั้งในเรื่องศิลปาชีพ ในเรื่องของแนวทางการใช้ชีวิต เพราะพระองค์ทรงเป็นลูกทูต ทั้งการยืน การเดิน การนั่ง พระองค์ทรงเป็นผู้หญิงไทยที่มีความคลาสสิก สง่างาม เป็นแรงบันดาลใจของเราทั้งหมด ขอน้อมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ทั้งเรื่องสุขภาพของสตรีไทย โดยเฉพาะการตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านม รวมถึงการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ผ้าไทย และชุดไทย ให้คงอยู่คู่คนไทยและเป็นที่รู้จักในระดับสากลต่อไป” นางสาวสุชาตา กล่าว

‘อสส.-อดีต อสส.’มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานบุคลากร สนง.อัยการสูงสุดที่เรียนดี-รายได้น้อย

‘อสส.-อดีต อสส.’มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานบุคลากร สนง.อัยการสูงสุดที่เรียนดี-รายได้น้อย

‘อสส.-อดีต อสส.’มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานบุคลากร สนง.อัยการสูงสุดที่เรียนดี-รายได้น้อย

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

‘อสส.-อดีต อสส.’มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานบุคลากร สนง.อัยการสูงสุดที่เรียนดี-รายได้น้อย พร้อมให้โอวาท รักษาวินัยความดีเป็นบุคลากรที่ดีชาติ

3 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุม ก.อ. ชั้น 8 สำนักงานอัยการสูงสุด  ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่  29 ตุลาคมที่ผ่านมา  นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ของมูลนิธิอัยการ โดยมี ศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานกรรมการ มูลนิธิอัยการ นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุด ในฐานะรองประธานกรรมการ และคณะกรรมการมูลนิธิอัยการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

ทั้งนี้อัยการสูงสุด ได้แสดงความยินดีและให้โอวาทแก่บุตรหลานของบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดที่ได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิอัยการในครั้งนี้ว่า การที่ได้รับทุนนี้เป็นเพราะความดี มีวินัย มีความพยายาม และความหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียนของทุกคน ขอให้รักษาวินัยที่ดีนี้ต่อไปเพื่อจะได้รับในสิ่งที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปในภายภาคหน้า

สำหรับทุนการศึกษาดังกล่าว มูลนิธิอัยการ ได้มีมติอนุมัติทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา ประจำปี 2568 แก่บุตรหลานข้าราชการธุรการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และลูกจ้าง(จ้างเหมาบริการ) ของสำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 30 ทุน ทุนละ 5,000 บาท และศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานกรรมการมูลนิธิอัยการ ได้มอบทุนการศึกษาเพิ่มอีก 10 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นทุนการศึกษาระดับประถมศึกษาทั้งสิ้นจำนวน 40 ทุน แบ่งเป็นประเภทมีผลการเรียนดีและประเภทผู้มีรายได้น้อย โดยต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากสหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงานอัยการสูงสุดหรือได้รับทุนจากสมาคมภริยาอัยการ

ในช่วงท้าย นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุด ซึ่งพึ่งได้รับเลือกเป็นประธานชมรมฟุตบอลอัยการได้มอบเสื้อกรรมการชมรมฟุตบอลอัยการ ในโอกาสพิเศษให้กับ ศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นที่ระลึกด้วย