ม.เกษตรฯ จัดพิธีน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ม.เกษตรฯ จัดพิธีน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ม.เกษตรฯ จัดพิธีน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีน้อมถวายความอาลัย พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร  บุคลากร นิสิต  โอกาสนี้ นายเกษม จันทร์แก้ว องคมนตรี เข้าร่วมในพิธีด้วย ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทั้งนี้ เพื่อถวายความอาลัยและถวายพระเกียรติอย่างสูงสุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้กำหนดให้ทุกวิทยาเขตของ มก. ดำเนินการลดธงลงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน และให้บุคลากรแต่งกายไว้ทุกข์เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ ให้มีการประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตกแต่งด้วยผ้าระบายสีขาวและสีดำ พร้อมตั้งเครื่องบูชาเครื่องทองน้อยอย่างสมพระเกียรติ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำระบบถวายความอาลัยออนไลน์ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้บุคลากร นิสิต นักเรียน นิสิตเก่า ประชาคม มก. และประชาชน ได้ร่วมลงนามน้อมถวายความอาลัย ผ่านทาง : https://kuform.ku.ac.th/queenrama9/

กิจกรรมในพิธีถวายความอาลัย จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ประกอบด้วยการฉายวีดิทัศน์ชุด พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การอ่านบทกลอนถวายความอาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ โดยนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ จากนั้นผู้บริหารส่วนงาน บุคลากร และนิสิต กราบถวายอาลัยหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามลำดับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กราบถวายอาลัยหน้าพระฉายาลักษณ์ จากนั้น ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวคำถวายอาลัยพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จบแล้ว ผู้เข้าร่วมพิธี ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และ ผู้เข้าร่วมพิธีลงนามถวายอาลัยในสมุดลงนาม เป็นอันเสร็จพิธี

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวคำถวายอาลัย ใจความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นคู่พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ทองของแผ่นดินไทย พระองค์ทรงเคียงพระบาทในการประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และพระเมตตาธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งพสกนิกรโดยแท้ ในส่วนของพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินเคียงพระบาท มาทรงเป็นพระมิ่งขวัญ และทรงเป็นหลักชัยให้แก่ชาวเกษตรศาสตร์เสมอมา เห็นได้จากพระราชานุสรณ์ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ล้วนเป็นสถานที่เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ พร้อมกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิธ ซึ่งเคยเสด็จมาทรงดนตรี มีต้นนนทรีที่ทรงปลูกอันเป็นที่มาของงานที่ระลึก วันสำคัญของสถาบันแห่งนี้ พระเมตตาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมี แก่พสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่านั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบได้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ จึงได้พร้อมใจกันน้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท พระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยังสถิตในดวงใจของปวงชนชาวไทยและทั่วโลกตลอดกาล ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัย ด้วยความจงรักภักดี และจะปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส เพื่อเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท อย่างมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป

​‘Sahapat Admission’ ติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT พร้อมส่ง #DEK69 ถึงฝั่งฝัน

​‘Sahapat Admission’ ติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT พร้อมส่ง #DEK69 ถึงฝั่งฝัน

​‘Sahapat Admission’ ติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT พร้อมส่ง #DEK69 ถึงฝั่งฝัน

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการ “Sahapat Admission” ปีที่ 28 มหกรรมติวฟรีแห่งปีที่เข้มข้น ครอบคลุมทุกเนื้อหาสำคัญ จัดโดย บมจ.สหพัฒนพิบูล (SPC) ร่วมกับผลิตภัณฑ์มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา พร้อมส่งน้องๆ #DEK69 ให้ถึงฝั่งฝันกับกิจกรรม “ติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT” ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00-17.00 น. โดยถ่ายทอดสดจาก SPC อาคารบางกอกทาวเวอร์ ห้อง Auditorium #DEK69 วัยรุ่น TEST ดี รับชมพร้อมกันทั่วประเทศได้ทาง Facebook Live: Sahapat Admission

สำหรับตารางติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT จะมีด้วยกัน 3 วิชา คือ TPAT1 (ความถนัดแพทย์) เวลา 08.00-09.00 น. Part เชาวน์ปัญญา โดยพี่แท็ป (อ.ภาคภูมิ อร่ามวารีกุล) เวลา 09.00-10.00 น. Part เชื่อมโยง โดยพี่แมน (อ.ชัยรัตน์ กันบุญมา) และเวลา 10.00-11.00 น. Part จริยธรรมแพทย์ โดยพี่วิเวียน (อ.นพ.วีรวัช เอนกจำนงค์พร) TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) เวลา 11.00-12.00 น. และ 13.00-14.30 น. โดยพี่ฟาร์ม (อ.ปิยะวัฒน์ วิรัชวัฒนกุล) และ TPAT5 (ความถนัดครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์) เวลา 14.30-17.00 น. โดยครูไตเติ้ล (อ.จุฑาเทพ จิตวิลัย) และครูคริส (อ.อนุสรณ์ มั่นสัณฐิติ)

#DEK69 วัยรุ่น TEST ดี ติวฟรีทุก TEST ที่ สามารถดาวน์โหลดเอกสาร “ติวเข้มโค้งสุดท้าย TPAT” ได้ที่ www.sahapatadmission.com

พสกนิกรทั่วสารทิศเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

พสกนิกรทั่วสารทิศเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

พสกนิกรทั่วสารทิศเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวัน ได้มี สมาชิกราชสกุล พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก่างแต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

อาทิ ราชสกุลลดาวัลย์ นางสุพร สังฆะภิบาล นักแสดงอาวุโส ฯลฯ โดยประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ จะได้รับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระพันปีหลวง หรือภาพการประดิษฐานพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระราชทาน เป็นที่ระลึกด้วย

ด้าน นายโยซูเกะ อิวาซากิ ชาวญี่ปุ่นเดินทางมากับครอบครัว กล่าวว่า ตนเคยมากราบสักกการะถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ 9 ปีที่แล้ว กระทั่งสมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคต ตั้งใจมากราบสักการะและลงนามถวายความอาลัยด้วยความรักและเทิดทูนพระองค์ท่านเป็นอย่างสูง

ราชวงศ์ไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาช้านาน มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ส่งผลให้เกิดการค้าในหลายด้าน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ปัจจุบันที่ทำงานของผมมีพนักงานชาวญี่ปุ่นราว 6,000 คน ประจำสาขาต่างๆของธนาคารกสิกรไทย คอยทำหน้าที่ประสานงานด้านการลงทุนระหว่างนักธุรกิจของทั้งสองประเทศ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ส่วน นางอายาโกะ อิวาซากิ ภรรยาของ นายโยซูเกะ อิวาซากิ กล่าวว่า ชื่นชอบและประทับใจในพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่นและศิลปวัฒนธรรมของสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นอย่างมาก เพราะท่านสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของชาวบ้านท้องถิ่นต่างๆ เป็นที่รู้จักและชื่นชอบในหมู่ชาวญี่ปุ่นและนานาชาติ

“นอกจากนี้ พระองค์ยังส่งเสริมศิลปะการแสดงโขน ที่มีความสวยงามตระการตา ทำให้ตนและสามีรักเมืองไทย และสนใจศึกษา เรียนรู้เรื่องราวของเมืองไทย และพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระงอค์ท่าน”

ขณะที่ นางวิยะดา จิวานนท์ ชาว กทม.กล่าวว่า สมัยเรียนโรงเรียนเซ็นต์โยเซฟคอนแวนต์ มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ทรงร่วมงานของโรงเรียน ทรงพระดำเนินมาจับแก้มตนและทรงทักทายอย่างไม่ถือพระองค์ ประทับใจในพระราชจริยวัตรอันงดงาม และติดตามข่าวพระราชสำนักอยู่เสมอๆทำให้รู้ว่าพระองค์ท่านทรงช่วยเหลือราษฎรผู้ทุกข์ยากทั่วประเทศ จึงอุทิศตนเข้าทำงานที่มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์มาหลายปี จากนั้น ติดตามสามีไปทำงานที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศญี่ปุ่น

“เมื่อถึงกำหนดวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระพันปีหลวง คนไทยในต่างแดนพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติชุดการแสดงรำถวายพระพร ณ สถานกงศุลใหญ่ ณ เมืองคุนหมิง และสถานทูตไทยในโอซาก้า โดยดิฉันเป็นครูฝึกสอนเด็กไทยและต่างชาติรำไทยด้วยความสวยสดงดงาม เป็นความภาคภูมิใจที่ได้แสดงความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่าน และในวันนี้ ที่เดินทางมากราบสักการะและถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระพันปีหลวง และได้รับพระฉายาลักษณ์เป็นที่ระลึกจะนำไปสักการะบูชา ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เราทำความดีต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด”

นางสุพร สังฆะภิบาล นักแสดงอาวุโส กล่าวว่า วันนี้มากันหลายคน ตั้งใจมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยตั้งใจจะเดินทางมาให้ได้ใน 15 วันแรก  ซึ่งหลังจากนี้ หากทางสำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ตนก็จะเดินทางมาอีกครั้ง

นางสุพร กล่าว่อว่า มีความรู้สึกปลาบปลื้มใจต่อสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นอย่างมาก เพราะเห็นพระองค์ทรงงานหนักตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านข่าวในพระราชสำนักที่ตนดูทุกคืน ซึ่งพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆของพระองค์ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างท่วมท้นต่อปวงชนชาวไทย

“เรื่องที่ประจักษ์ชัดที่สุดในสายตา คือการที่พระองค์เสด็จฯไปยังถิ่นทุรกันดาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่มาก เห็นแล้วก็รู้สึกว่าความลำบากที่เราได้รับในชีวิตไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่พระองค์ทรงลำบากเพื่อคนไทยเลยแม้แต่น้อย” นางสุพร กล่าว

ทั้งนี้ นางสุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับตนในการทรงเป็นต้นแบบของความอดทน ความเข้มแข็งแบะความเสียสละ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งผอง ซึ่งการที่เราเห็นคนไทยมีน้ำใจให้แก่กัน นั่นก็คือการที่มีพระองค์ทรงเป็นต้นแบบ

– 006

สกู๊ปพิเศษ : ชู ‘Amazing Thailand Innovation Gadget’ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่แบบรู้ใจ

สกู๊ปพิเศษ : ชู ‘Amazing Thailand Innovation Gadget’ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่แบบรู้ใจ

สกู๊ปพิเศษ : ชู ‘Amazing Thailand Innovation Gadget’ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่แบบรู้ใจ

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.16 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาแพลตฟอร์ม “Amazing Thailand Innovation Gadget” ซึ่งจะรวมนวัตกรรมด้านท่องเที่ยวไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่าให้นักท่องเที่ยว และสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับให้เข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “Amazing Thailand Innovation Gadget” จะเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์และรวบรวมนวัตกรรมด้านท่องเที่ยว ทั้งนวัตกรรมจาก Travel Tech Startup ของผู้ประกอบการภายใต้โครงการของ ททท. และข้อมูลนวัตกรรมจาก สนช. ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถนำนวัตกรรมที่พร้อมใช้เข้าไปช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมาตรฐานบริการใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และทำหน้าที่เชื่อมผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้ากับนักพัฒนานวัตกรรม รวมถึงอำนวยความสะดวกเพื่อส่งต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวนับจากนี้ไป จะไม่เป็นเพียงแค่การเดินทาง แต่เป็นการส่งมอบประสบการณ์รู้ใจผ่านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า การร่วมมือระหว่าง NIA และ ททท. ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของนวัตกรรม ในฐานะพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีศักยภาพสูงในการต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง แพลตฟอร์ม Amazing Thailand Innovation Gadget จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักพัฒนา และนักสร้างสรรค์นวัตกรรมจากทั่วประเทศให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การทดลองใช้เทคโนโลยี และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันขับเคลื่อน “Amazing Thailand Innovation Gadget” เพื่อรวบรวม เชื่อมโยง และต่อยอดโซลูชันด้านนวัตกรรมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในพื้นที่และห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน และให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่มาประยุกต์ใช้ การยกระดับคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

พิธีลงนาม MOU ในครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงในพื้นที่นำร่อง การเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการด้วยองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนากลไกเพื่อเร่งการเติบโต ทั้งด้านการเงินและการบ่มเพาะธุรกิจ  รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมได้สะดวกยิ่งขึ้น และเกิดการใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างการเดินทาง จนถึงหลังการเดินทาง ขณะที่ประเทศไทยจะมีคลังนวัตกรรมท่องเที่ยวที่สามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยพิธีลงนามดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการผลักดันนวัตกรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

รายงานพิเศษ : ​หนุนหลักสูตร ‘Fortinet Network Security Expert’ เร่งผลิตบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

รายงานพิเศษ : ​หนุนหลักสูตร ‘Fortinet Network Security Expert’ เร่งผลิตบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

รายงานพิเศษ : ​หนุนหลักสูตร ‘Fortinet Network Security Expert’ เร่งผลิตบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฟอร์ติเน็ต ประกาศความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางวิชาการ ภายใต้หลักสูตร Fortinet Network Security Expert (NSE) เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่นักศึกษาและบุคลากร

ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมขีดความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในไทย ฟอร์ติเน็ตมุ่งมั่นในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าถึงหลักสูตรการอบรม การสอบใบประกาศนียบัตรและทรัพยากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกของหลักสูตร Fortinet Network Security Expert เพื่อร่วมผลิตบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีทักษะทั้งด้านการป้องกันและการโจมตีทางไซเบอร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ในฐานะพันธมิตรทางวิชาการระหว่างฟอร์ติเน็ตและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อให้มีทักษะตอบโจทย์กับความต้องการของอุตสาหกรรมในระดับสากล ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงออกสู่ตลาดแรงงานทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช. กล่าวว่า ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายหลักคือการนำมาตรฐานการฝึกอบรมระดับโลกของหลักสูตร Fortinet Network Security Expert บูรณาการเข้ากับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเน้นเนื้อหาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทั้งในหลักสูตรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยเปิดกลุ่มวิชาเลือก Cybersecurity Engineering Track สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป รวมทั้งยังได้ปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทักษะสูง นอกจากนี้ยังได้บูรณาการเนื้อหาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภายในกระบวนวิชาที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักศึกษาได้รับทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและทักษะเชิงปฏิบัติในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้จัดหลักสูตรอบรมออนไลน์ระยะสั้นด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Literacy) ผ่านวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านนี้ให้แก่บุคคลทั่วไป

“ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการเสริมความสามารถให้กับนักศึกษา ไม่เพียงแต่หลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แต่รวมถึงหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล โดยจะเร่งพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีของฟอร์ติเน็ต พร้อมทั้งมีแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ใช้เทคโนโลยีจริงของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริงและส่งเสริมให้มีโครงงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานอุตสาหกรรม” ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ กล่าวและว่า ปัจจุบัน มช.ถือเป็นแหล่งผลิตบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ ไอทีและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สำคัญของประเทศ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาใน 6 หลักสูตรหลัก ได้แก่ 1.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 2.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบสารสนเทศและเครือข่าย (หลักสูตรนานาชาติ) 3.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 4.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 5.หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ 6.หลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งสิ้น 733 คน

ทั้งนี้ มช. ได้เปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เพื่อรองรับตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่มีความสามารถ มีทักษะ ที่โดดเด่นในระดับสากล

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร

วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.27 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว น้อมนำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2568 ไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ คณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เป็นประธานร่วมในพิธี โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (เขตปทุมวัน) นายปสิทธิ์พงษ์ ชินประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดบรมนิวาส นายเจริญ วณิชเจริญพงษ์ ไวยาวัจกรวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ร่วมในพิธี ทั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย บำรุงและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  2,182,514.44 บาท (สองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสองพันห้าร้อยสิบสี่บาทสี่สิบสี่สตางค์) 

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุดยอด’ศรวิชญ์ นาคสุข’ผงาดคว้าแชมป์เรือใบเอเชีย Optimist ที่โอมานนำทัพไทยกวาดความสำเร็จระดับทวีป

สุดยอด'ศรวิชญ์ นาคสุข'ผงาดคว้าแชมป์เรือใบเอเชีย Optimist ที่โอมานนำทัพไทยกวาดความสำเร็จระดับทวีป

สุดยอด’ศรวิชญ์ นาคสุข’ผงาดคว้าแชมป์เรือใบเอเชีย Optimist ที่โอมานนำทัพไทยกวาดความสำเร็จระดับทวีป

วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

นักแล่นใบไทยคว้าแชมป์ในการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์เอเชีย รายการ Optimist Asian & Oceanian Championship 2025 ที่ประเทศโอมาน  โดยประเภทบุคคล ด.ช.เด็กชาย ศรวิชญ์ นาคสุข คว้ารางวัล ชนะเลิศ ในขณะที่ รองชนะเลิศ ได้แก่นักกีฬาจาก สิงคโปร์ และ อันดับสามได้แก่ นักกีฬาจาก สหรัฐอเมริกา

ประเภท Team Racing ทีมไทยคว้ารางวัล รองชนะเลิศ  นักกีฬาประกอบด้วย 
1. เด็กชาย เอดิสัน  ยิน 
2. นางสาว ไพลิน  เจริญผล 
3. เด็กชาย ศรวิชญ์  นาคสุข
4. เด็กชาย รชต  สาดตระกูลวัฒนา
5. เด็กชาย สุธินันท์  นาคผสม
6. เด็กชาย ภัทรกร พูนพัฒน์

สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ฝึกสอนทีมไทย ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นาวาโท ดำรงศักดิ์  วงศ์ทิม (ผู้ควบคุมทีม)  และ จ่าเอก จิรวัฒน์  จาดคล้าย (ผู้ฝึกสอน)

การแข่งขันเรือใบชิงแชมป์เอเชีย รายการ Optimist Asian & Oceanian Championship 2025 ทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองมุสซานาห์ ประเทศโอมาน ซึ่งการแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นเป็น รายการชิงชนะเลิศแห่งทวีปเอเชีย โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และประสบความสำเร็จในการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ  ปตท.สผ. ที่ช่วยสนับสนุนเรือใบไทย มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญระดับทวีป และเป็น “ ก้าวแรกของความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักกีฬา สู่เป้าหมายใหญ่ในการคว้า “ เหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 33 ” ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคมนี้ 

พสกนิกรเข้าถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

พสกนิกรเข้าถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

พสกนิกรเข้าถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.15 น.

‘ในหลวง‘ พระราชทานหนังสือการประดิษฐานพระบรมโกศและพระอภิธรรมภาษาบาลีและคำแปลภาษาไทย ในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร7วัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือการประดิษฐานพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และพระอภิธรรม ภาษาบาลีและคำแปลภาษาไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ รับหนังสือได้ระหว่างวันที่ 6-10 มกราคม 2569 (ในวันและเวลาราชการ) ณ ห้องสมุด กรมราชเลขานุการในพระองค์ สำนักพระราชวัง ศาลาลูกขุนใน ชั้น 1 พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร โทร.02-220 7200 ต่อ 6404

สำหรับบรรยากาศการเข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง

โดยเช้าวันนี้ถึงมีจะมีฝนโปรายปรายลงมาทุกคนไม่ย่อท้อ มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ องคกรการกุศล นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปทั้งที่มาเป็นครอบครัวและมาเป็นหมู่คณะแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เข้าถวายสักการะพร้อมลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างเนืองแน่นด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

อาทิ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมคณะฯ, ดร.คุณหญิญกัลยา โสภณพาณิชย์ ประธรรนพรรคไทยก้าวใหม่ และคณะ เข้าถวายสักการะพร้อมลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ

ดร. ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  กล่าวว่า สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ก่อตั้งมา 69 ปีแล้ว ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ให้รางวัลแก่สตรีไทยดีเด่น ประจำทุกๆปี โดยปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีสุทธิดา ทรงเป็นประธาน พระราชทานรางวัลให้

สมเด็จพระพันปีหลวง พระราชทาน 4 ข้อ เป็นข้อที่พึงปฏิบัติ คือเป็นแม่บ้านที่ดี เป็นภรรยาที่ดีรักษาและอนุรักษ์วัฒนธรรม จริยธรรม และพึงพัฒนาตนเองให้ดีตลอดไป ซึ่งตรงนี้พวกเรารู้สึกทราบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งทางสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทำงานหลากหลายมาก ตนพึ่งมารับหน้าที่ในปีนี้ แต่สิ่งที่คาดหวังและอยากจะทำคือ “กองทุนเพชรน้ำหนึ่ง” ในการให้ทุนแก่องค์กร เพื่อที่เขาจะได้ไปทำงานต่อยอดใน โครงการพระราชดำริ ของ สมเด็จพระพันปีหลวง แล้วเราก็จะให้รางวัล

สำหรับภาพความทรงจำที่มีต่อ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ส่วนตัวได้ทำงานถวายพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด คือ “มูลนิธิกฤตานุสรณ์” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา เพื่อให้ทุนการศึกษากับบุตรและธิดาของตำรวจทหารชายแดนที่เสียชีวิต

“สมัยที่เป็นรองประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯฝ่ายต่างประเทศ ก็ได้พบกับองค์กรสภาสตรีทั่วโลก ได้มีโอกาสเผยแพร่งานของพระองค์ท่านและงานของสภาสมาคมสตรีฯให้ชาวโลกได้เห็น และเผยแพร่กิจกรรมอีกมากมาย เช่น ให้ทุนการศึกษาแก่โรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัด ตามภาคต่างๆ  รวมถึงสืบสานต่อยอดเกี่ยวกับผ้าไหม ซึ่งเป็นงานของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ทางสภาสมาคมฯมีสมาชิกอยู่ 185 องค์กร ที่ทำงานเกี่ยวกับสตรี วัฒนธรรมหญิง สตรีอาสารักษาดินแดน องค์กรผู้หญิงอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทางสภาสมาคมฯ จึงมอบหมายให้ทุกองค์กรขับเคลื่อนสืบสานพระราชปณิทานของพระองค์ต่อไป“

ด้าน นางสาวพจนมาศ รักมณี ชาวศาลายา จ.นครปฐม กล่าวว่า เดินทางมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยพร้อมกับครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย รวม 4 คน สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างในการทำเพื่อส่วนรวม พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมาย เสด็จเยี่ยมราษฎรทุกหนทุกแห่งในถิ่นทุนกันดาร รวมถึงมีกองทุนแม่แห่งแผ่นดินช่วยดูแลชุมชน แก้ปัญหายาเสพติด ช่วยบำบัดผู้ติดยา กลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง อยากชวนให้พสกนิกรทุกคนยึดพระองค์เป็นแบบอย่าง ร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินนี้

ขณะที่ นายฐิติวัชร์ ชยกรอธิพันธ์ ครูผู้กำกับสถานศึกษาโรงเรียนานาชาตินอริชกรุงเทพ  กล่าวว่า วันนี้ครูและตัวแทนนักเรียนวิชาทหาร กลุ่มโรงเรียนนานาชาติจำนวน 22  คน เดินทางมากราบถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวงศ์และประเพณีไทย เนื่องจากหลักสูตรการเรียนการสอนภายในโรงเรียนมุ่งเน้นหลักสูตรตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ การที่เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริง นับเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ  รอบตัว ควบคู่กับการทำหน้าที่เป็นจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในด้านต่างๆ อีกด้วย 

สจล. จัดงาน ‘Dinner Talk’ ขับเคลื่อนอนาคตเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย

สจล. จัดงาน ‘Dinner Talk’ ขับเคลื่อนอนาคตเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย

สจล. จัดงาน ‘Dinner Talk’ ขับเคลื่อนอนาคตเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.31 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในความร่วมมือกับบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “Shaping Thailand’s Next Advanced Technology Leap” ณ ห้องบอลรูมศาลาไทย โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยงานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค โดยเฉพาะในด้านเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์/การเรียนรู้ของเครื่อง (AI/ML) งานนี้เน้นย้ำถึงความก้าวหน้าของโครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เทคโนโลยีเวเฟอร์ และ AI/ML ซึ่งเป็นโครงการระดับชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)

ความร่วมมือแบบ Triple Helix

โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโมเดล Triple Helix ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนากำลังคนที่พร้อมรับอนาคต และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง โดยได้รับเกียรติจากผู้นำระดับสูงจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วม

ศาสตราจารย์ ดร. สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ภายใต้โมเดล Triple Helix ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างในการสร้างอนาคตของภาคเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เทคโนโลยีเวเฟอร์ และปัญญาประดิษฐ์/แมชชีนเลิร์นนิ่งและ ระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน เพราะเราตระหนักถึงความต้องการกำลังคนทักษะสูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ โครงการนี้ สอวช. ได้เข้าไปสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนน้องๆ ที่เรียนจบปริญาตรี หรือทำงานแล้ว ให้กลับมาฝึกอบรม หรือเรียนต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผมขอชื่นชมสจล. และพันธมิตรที่ริเริ่มโมเดลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์แบบนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านนี้ขึ้นมา ได้อย่างมีประสิทธิภาพยั่งยืนระยะยาว”

ดร. จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวถึงบทบาทของโครงการที่ได้รับมอบหมายจาก ววน. ว่า“โครงการนี้เป็นหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์ชาติด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่มุ่งสร้างงานใหม่ที่มีมูลค่าสูงและรายได้ดีในสามอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่คนไทยโดยคาดหวังต่อโครงการนี้ว่าต้องการสนับสนุนพัฒนาทักษะบุคลากรขั้นสูง ทั้งบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายที่จะ พัฒนากำลังคน ภายใน 2 ปี จำนวน 7,500 คน ครอบคลุมการ Reskill และ Up Skill เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทั้ง 3 อุตสาหกรรมสนับสนุนพัฒนากำลังคน ผ่านการมีพันธมิตรเป็นผู้ขับเคลื่อน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันออกแบบหลักสูตรและลงทุนร่วมกัน เพราะเป้าหมายของ บพค. ไม่ใช่แค่การฝึกอบรม แต่คือการสร้างโอกาสการทำงานที่มั่นคง ยกระดับรายได้คนไทยให้สูงขึ้น เพราะนี้คืออนาคตของประเทศ และความมั่นคงของเศรษฐกิจไทย

นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการและผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โครงการ Triple Helix จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งองค์กรและระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทย สร้างรากฐานที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ”

รองศาสตราจารย์ ดร. สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสจล. ในการพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรมบุคลากรให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงว่า“โครงการนี้ต่อยอดจากความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กับภาคอุตสาหกรรม และได้ขยายผลเป็นโครงการระดับชาติ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงในด้านเทคโนโลยีเวเฟอร์และ AI/ML”

“ในปีแรก เราได้ฝึกอบรมบุคลากรกว่า 800 คน ทั้งจากภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม และตั้งเป้าจะพัฒนาให้ครบ 3,000 คนภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ”

มุมมองระดับโลกจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ได้แก่:

•              ดร. หัวชิง ยิน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ซีเกท เทคโนโลยี สหรัฐอเมริกา

•              ศาสตราจารย์ ฮองโชว์ คู อาจารย์รับเชิญ มหาวิทยาลัยแห่งชาติหยางหมิงเจียวตุง (National Yang Ming Chiao Tung University: NYCU) ประเทศไต้หวัน

•              ดร. สถิตีย์ บอม รองประธานฝ่ายข้อมูลและการวิเคราะห์ ซีเกท เทคโนโลยี สหรัฐอเมริกา

•              ศาสตราจารย์ เจมส์ เดวิส รองอธิการบดีฝ่ายไอที (CIO/CTO) กิตติคุณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (University of California, Los Angeles: UCLA)

ผู้เชี่ยวชาญได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ เทคโนโลยีเวเฟอร์ การผลิตชิป การจัดการข้อมูลขั้นสูง และการประยุกต์ใช้ AI/ML ในอุตสาหกรรมจริง ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนากำลังคนเทคโนโลยีในประเทศไทยสู่ ความร่วมมือระดับชาติ เพื่อระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ยั่งยืน โครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

งาน Dinner Talk ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการของสามภาคส่วนหลักในโมเดล Triple Helix และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ก้าวกระโดดครั้งใหม่” ในการสร้างบุคลากรคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมไทยในอนาคต เดินหน้าสู่ “Thailand’s Next Leap”

-(016)

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นราธิวาส  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

วันที่  30  ตุลาคม  2568   เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณา  โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายกฤษณนันท์ กำไร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ไปมอบแก่ สิบตำรวจตรี ภาณุวัฒน์  ทองโอ  ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 41 บ้านดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดบริเวณประตูหน้าฐานปฏิบัติการหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 41 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 และเข้ารับการรักษาพยาบาล  ณ  โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณแก่ สิบตำรวจตรี ภาณุวัฒน์ ฯ รวมทั้งครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้