จากเด็กว่ายน้ำไม่เป็น สู่ตัวแทนทีมชาติไทยบนเวทีโลก ‘นิธิกร เจียมพิริยะกุล’ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต

จากเด็กว่ายน้ำไม่เป็น สู่ตัวแทนทีมชาติไทยบนเวทีโลก ‘นิธิกร เจียมพิริยะกุล’ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต

จากเด็กว่ายน้ำไม่เป็น สู่ตัวแทนทีมชาติไทยบนเวทีโลก ‘นิธิกร เจียมพิริยะกุล’ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากก้าวเล็กๆ ของคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น วันนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มของเส้นทางที่นำพาไปสู่การเป็น “นักกีฬาทีมชาติไทย” ที่ได้ลงแข่งขันบนเวทีโลก เรื่องราวการฝึกฝน ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจของเขา คือบทพิสูจน์ว่าความเพียรสามารถพาเราไปไกลกว่าที่คิดไว้ นายนิธิกร เจียมพิริยะกุล นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคและพัฒนาตัวเอง จนได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำระดับนานาชาติ 20th World Aquatics Championships 2025” ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตนักกีฬาคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและมหาวิทยาลัย

นายนิธิกร เจียมพิริยะกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในวัยเด็กผมว่ายน้ำไม่เป็นเลย การฝึกฝนก็ไม่ได้ง่าย เหนื่อยและยาก ต้องทุ่มเทและใช้เวลาเพื่อปั้นตัวเอง คงเป็นเพราะผมชอบและรักในกีฬานี้ จึงสามารถทำมันต่อเนื่องมาได้จนได้รับโอกาสดีๆ ให้ได้พิสูจน์ตัวเอง ต้องขอบคุณครอบครัวที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผมมุ่งมั่นเดินบนเส้นทางนักกีฬามาจนถึงวันนี้

“ก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยรังสิต ผมเรียนที่โรงเรียนหอวัง (ลาดพร้าว) สายศิลป์ภาษา เอกภาษาญี่ปุ่น และเลือกศึกษาต่อในสาขาภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ด้วยเหตุผลที่ว่ามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในระดับประเทศ มีความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เลือกเรียนในหลากหลายสาขาตามความสนใจ ผมประทับใจความอบอุ่น ความเป็นกันเอง บรรยากาศของทั้งที่คณะ และในชีวิตประจำวันที่ผมได้เข้ามาเรียน ทุกอย่างเป็นกันเอง และผมก็มีความสุขในทุกๆ วัน ผมไม่เพียงเรียน และทำกิจกรรมบ้าง แต่ผมยังได้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมว่ายน้ำด้วย และได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันในนามมหาวิทยาลัย รวมทั้งได้รับโอกาสเป็นผู้ช่วยสอนในรายวิชาว่ายน้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ เป็นความท้าทายที่จะต้องบริหารเวลา บริหารการเรียน การฝึกซ้อม ให้สมดุลกัน”  นายนิธิกร กล่าวและว่า

ในฐานะนักกีฬา “ความมีวินัย” นั้นสำคัญที่สุด หากเราทำได้ทุกอย่างก็จะดำเนินไปควบคู่กันได้ทั้งหมด ตนเองฝึกซ้อม ควบคุมอาหาร และก็พักผ่อน ซึ่งปัจจัยสำคัญทั้งหมดนี้จะทำให้นักกีฬาทุกคนมีศักยภาพในทุกสนาม

สำหรับผมเอง “แมตซ์ระดับโลก” ที่สิงค์โปร์ เป็นประสบการณ์ที่จำไม่ลืม ถึงแม้จะไม่ได้รางวัล แต่ได้ประสบการณ์ และยังได้ของแถมมาเป็นแรงกระตุ้นเพื่อจะที่ต้องพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งมากขึ้น ผมเองก็ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองไว้ เพื่อที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต และคว้าเหรียญทองมาให้ได้

นอกจากความฝันในเส้นทางกีฬาแล้ว ในนามนักศึกษาของ ม.รังสิต ตนเองได้เตรียมตัวที่จะเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น ในแบบที่นักกีฬาต้องอาศัยวินัยในการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาฝีมือ นักภาษาก็ต้องอาศัยวินัยเช่นเดียวกันในการเรียนรู้และใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง ทุกคำที่ฝึก ทุกประโยคที่กล้าสื่อสาร ล้วนเป็นพลังเล็กๆ ที่ค่อยๆ พาเราเปิดโลกกว้าง เชื่อมโยงผู้คน และสร้างโอกาสใหม่ๆได้เสมอ เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด และการสื่อสารก็เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเติบโตในทุกก้าวของชีวิต รวมทั้งตั้งเป้าหมายคว้าเกียรตินิยมในระดับปริญญาตรี เพื่อสร้างความภาคภูมิใจทั้งแก่ตัวเองและครอบครัว

“สำหรับน้องๆ นักกีฬาที่มีความฝันนะครับ เพียงทุกคนพยายาม ฝึกฝน และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่าท้อ และอย่าละทิ้งความฝัน เพราะความสำเร็จจะเป็นของผู้ที่ไม่ยอมแพ้ การได้อยู่ในจุดที่บริหารจัดการทุกเรื่องได้เองนั้น ผมก็อยากขอบคุณมหาวิทยาลัย วิทยาลัยศิลปศาสตร์ด้วยครับ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สถานศึกษา แต่เป็นเหมือนครอบครัวที่มีทั้งพี่ น้อง และอาจารย์ที่พร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุน หากยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรือถนัดด้านใด ลองเปิดใจเข้ามาพูดคุยกับอาจารย์และรุ่นพี่ในรั้วรังสิต เชื่อว่าทุกคนจะค้นพบเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเองเหมือนกัน นายนิธิกร เจียมพิริยะกุล กล่าวทิ้งท้าย

​เปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนฯมันสำปะหลังไทย – จีน ผลักดันความร่วมมือวิทยาศาสตร์เพื่อขจัดความยากจน

​เปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนฯมันสำปะหลังไทย - จีน ผลักดันความร่วมมือวิทยาศาสตร์เพื่อขจัดความยากจน

​เปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนฯมันสำปะหลังไทย – จีน ผลักดันความร่วมมือวิทยาศาสตร์เพื่อขจัดความยากจน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.อโศก พลบำรุง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ผศ.ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี ผศ.ดร.กำไร เบือนสันเทียะ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจโคราช เทคโนธานี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มสมาคมผู้ผลิตและประกอบการมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วมและเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมงานพิธีเปิด “ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังไทย-จีน” หรือ Thailand–China Cassava Technology Transfer Center ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

ผศ.ดร.กำไร เบือนสันเทียะ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจโคราช (Korat Economic Agency : KEA) เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า ศูนย์ฯเกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ มทส. ได้ร่วมกับสถาบันวิจัย Chinese Academy of Tropical Agricultural Sciences (CATAS) และสถาบันต่างๆ ในประเทศจีน ที่มุ่งเน้นผลักดันเรื่องของการเป็น “ศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ วิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังครบวงจร” จนทำให้เกิด “ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลัง ไทย–จีน” เพื่อเป็นกลไกกลางเชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี ทุน และตลาด สู่การใช้จริงในพื้นที่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยโมเดล “4 เสา” ได้แก่ Cluster, SIE, Industry และ Korat Sandbox มุ่งพัฒนาโคราชเป็นต้นแบบเมืองนวัตกรรมเกษตรครบวงจร ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างคลัสเตอร์เกษตรกร–ธุรกิจชุมชน เชื่อมอุตสาหกรรมชีวภาพและนวัตกรรมไทย–จีน สู่การขยายผลในลุ่มน้ำโขง ภายใต้แนวทาง BRI และเศรษฐกิจ BCG

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ กล่าวว่า ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร ที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลังของไทยอย่างมาก และในโครงการ “สะพานนวัตกรรมไทย–จีน” ยังสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจ BCG ประเทศไทย เข้ากับโครงการ Belt and Road Initiative นั้น ยิ่งทำให้ภาพของการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมชีวภาพของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่ผ่านกลไกความร่วมมือดังกล่าว

ด้าน ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. กล่าวว่า ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังไทย–จีน แห่งนี้ เป็นหนึ่งใน 5 ศูนย์วิจัย ภายใต้ 6 กรอบความร่วมมือไทย–จีน มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับการแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมชนบทซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสองประเทศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนา ห่วงโซ่คุณค่าการผลิตมันสำปะหลัง ครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์คุณภาพสูง การจัดการดินและน้ำ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ การป้องกันโรคใบด่าง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการบริหารจัดการของเสียและการพัฒนาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่

โดยศูนย์ฯ แห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ และเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการยกระดับรายได้ขจัดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนอย่างยั่งยืนพร้อมแสดงความมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็น “จุดเริ่มต้นของการขยายเครือข่ายวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” ที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การสร้างคุณค่าใหม่ทางสังคม และการเสริมสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนในระยะยาว

ในโอกาสนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์ฯ แห่งนี้จะเป็นต้นแบบของ “ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (Cooperation for Development)” ที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง

วธ.พร้อมจัดงานใหญ่! ‘ลอยกระทง ไท ไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่งชุดไทยไปลอยกระทง’

วธ.พร้อมจัดงานใหญ่! 'ลอยกระทง ไท ไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่งชุดไทยไปลอยกระทง'

วธ.พร้อมจัดงานใหญ่! ‘ลอยกระทง ไท ไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่งชุดไทยไปลอยกระทง’

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.13 น.

วธ.พร้อมจัดงานใหญ่! “ลอยกระทง ไท ไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่งชุดไทยไปลอยกระทง” ปักหมุด 5 พ.ย.นี้ ชวนนุ่ง”ชุดไทยพระราชนิยม”ร่วมลอยกระทงทั่วไทย พร้อมผลักดันส่งมรดกโลก

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวเตรียมจัดงานประเพณีลอยกระทงปี 2568 โดยมุ่งเน้นการจัดงานครอบคลุม 4 มิติสำคัญ คือ มิติด้านวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

ปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมผสานการสืบสานประเพณีดั้งเดิมเข้ากับแนวคิด “วัฒนธรรมเพื่อความยั่งยืน” เพื่อผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” (สตรี 8 แบบ, บุรุษ 3 แบบ) และประเพณีลอยกระทง สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กำหนดจัดงาน “ลอยกระทง ไท ไทย” ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองทัพเรือ วัดอรุณฯ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมขยายผลจัดงานใน 18 จังหวัดวิถีถิ่น และ 5 จังหวัดอัตลักษณ์ทั่วประเทศ

– 006

‘ทรูปลูกปัญญา’ส่งเยาวชนคว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที STEM Racing Thailand National Finals 2025

‘ทรูปลูกปัญญา’ส่งเยาวชนคว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที STEM Racing Thailand National Finals 2025

‘ทรูปลูกปัญญา’ส่งเยาวชนคว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที STEM Racing Thailand National Finals 2025

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

จุดสตาร์ทอนาคตไทย!เครือซีพี-ทรูโดย‘ทรูปลูกปัญญา’ส่งเยาวชนทั้งจากคอนเน็กซ์อีดี เจียรวนนท์อุทิศ มูลนิธิออทิสติกไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่ เวที STEM Racing Thailand National Finals 2025 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Formula 1

22 ตุลาคม2568 เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยโครงการ ทรูปลูกปัญญา ตอกย้ำพันธกิจ “การศึกษาเพื่อโอกาสที่เท่าเทียม” โดย นายประพาฬพงษ์ มากนวล  หัวหน้าฝ่าย ทรูปลูกปัญญา พร้อมด้วย มูลนิธิออทิสติกไทย โดย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมเปิดงานและให้กำลังใจเยาวชนจาก โรงเรียนในมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี, โรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ 2 และมูลนิธิออทิสติกไทย ในการแข่งขัน STEM Racing Thailand National Finals 2025 เวทีที่หลอมรวมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์ (STEM) เข้ากับความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม ผ่านภารกิจออกแบบ ผลิต ทดสอบ “รถฟอร์มูล่าวันขนาดจิ๋ว” โดยเป็นรายการที่พัฒนาจาก F1 in Schools และได้รับการสนับสนุนจาก Formula 1 ทั้งนี้ มีเยาวชนเข้าร่วมรวม 25 ทีม จาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามพรมแดนอย่างคึกคัก ณ Grand Richmond Stylish Convention Hotel จ.นนทบุรี

ตลอดการแข่งขัน 3 วัน เด็ก ๆ ได้ลงสนามครบทั้งการแข่งรถ การนำเสนอผลงานเชิงเทคนิค และการประเมินแฟ้มสะสมงานออกแบบ (Design Portfolio) ต่อคณะกรรมการนานาชาติ สะท้อนการเรียนรู้แบบลงมือทำอย่างแท้จริง (hands-on STEM) ที่หลอมรวมทักษะเทคโนโลยีล้ำสมัย ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งผลการแข่งขันมีดังนี้

#ประเภท Design Portfolio Award

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Vector X จาก โรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ 2 จ.นครราชสีมา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม BK Thunder จาก โรงเรียนบ้านคุ้ม จ.แพร่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Au Stars Racing จาก มูลนิธิออทิสติกไทย กรุงเทพฯ

#ประเภท Team Identity Award

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Au Stars Racing จาก มูลนิธิออทิสติกไทย กรุงเทพฯ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม BK Thunder จาก โรงเรียนบ้านคุ้ม จ.แพร่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Vector X จาก โรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ 2 จ.นครราชสีมา

ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำความเชื่อของทรูปลูกปัญญาและพันธมิตรในโครงการ CONNEXT ED ว่า “นวัตกรรม ความร่วมมือ และความมุ่งมั่น” คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาเยาวชนไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ พร้อมเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืน สนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และพัฒนาเด็กไทยให้เป็น “เด็กดีและเก่ง” อย่างสมบูรณ์ต่อไป

​ศธ.มอบนโยบาย สสวท. เน้นเรียนวิทย์สร้างอาชีพ-พัฒนาประเทศ

​ศธ.มอบนโยบาย สสวท. เน้นเรียนวิทย์สร้างอาชีพ-พัฒนาประเทศ

​ศธ.มอบนโยบาย สสวท. เน้นเรียนวิทย์สร้างอาชีพ-พัฒนาประเทศ

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) มอบนโยบายต่อคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สสวท. ก่อนเริ่มการประชุมคณะกรรมการ สสวท. ครั้งที่ 6/2568 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

โดย นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศธ. กล่าวฝากแนวคิดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ว่า ประการแรก ขอให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาจากผลการทดสอบ PISA ของเด็กไทยที่มีคะแนนลดลงในทุกทักษะ ตามรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) รวมทั้งจะทำอย่างไรให้การเรียนวิทยาศาสตร์สามารถสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้ตรงตามความต้องการและจำเป็นของตลาดแรงงานไทยในอนาคต เช่น ด้านสุขภาพ การช่วยเหลือทางการแพทย์ การสร้างเทคโนโลยีเพื่อป้องกันประเทศ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ ยังได้ประชุมหารือกับ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) หากเกิดการบูรณาการประสานความร่วมมือกันระหว่างสองหน่วยงานนี้ คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่อง PISA ของเด็กไทยได้ พร้อมๆกับการปลูกฝังเด็กและเยาวชนเป็นคนดี มีวินัย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยกระบวนการลูกเสือ เมื่อนั้นเด็กเยาวชน และครูของเรา ก็จะเป็นคนที่ “เก่ง ดี มีสุข”

“ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนนี้ จะสนับสนุนภารกิจงาน และช่วยเหลือทุกหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผลักดันให้การศึกษาไทยก้าวหน้าต่อไปมากขึ้น” รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย

​ศธ.เปิดทางเอกชน ร่วมผลิตกำลังคนคุณภาพ พัฒนาอาชีวะให้ก้าวทันยุค ‘VUCA World’

​ศธ.เปิดทางเอกชน ร่วมผลิตกำลังคนคุณภาพ พัฒนาอาชีวะให้ก้าวทันยุค ‘VUCA World’

​ศธ.เปิดทางเอกชน ร่วมผลิตกำลังคนคุณภาพ พัฒนาอาชีวะให้ก้าวทันยุค ‘VUCA World’

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาอาชีวศึกษา ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” และ “การพัฒนาอาชีวศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค VUCA World” ร่วมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา , นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ กอศ. ,นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการ กอศ. , นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการ กอศ.เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. กล่าวว่า หลายคนเมื่อพูดถึงอาชีวะ มักจะนึกถึงเด็กช่างกล เด็กเทคนิค แต่จริงๆแล้ว อาชีวะมีสายวิชาชีพที่หลากหลายมาก ทั้งสายซอฟต์สกิล เช่น วิชาชีพทางสิ่งทอ การตัดเย็บ อาหาร การโรงแรม และอีกมากมาย ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร โดยอาชีวศึกษาร่วมมือกับกรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ จัดโครงการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เพื่อให้ส่วนราชการมีกำลังคนคุณภาพที่พร้อมปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อบรรจุเข้ารับราชการ ดังนั้น ควรเปิดโอกาสให้วิทยาลัยเอกชนเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย เพราะจะเป็นโอกาสให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการเช่นกัน และหน่วยราชการเองก็จะได้บุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ

“ส.ป.ก.มีตำแหน่งว่างจำนวนมาก โดยเฉพาะสายงาน “ช่างสำรวจ” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเร่งออกโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรในอดีต เมื่อครั้งตนดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ จึงถือเป็นโอกาสทองของอาชีวศึกษาในการผลิตคนตรงสาขา เพื่อรองรับความต้องการของประเทศ” ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่า

สำหรับปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดยระบบการศึกษาไม่จำเป็นต้องเป็นสายสามัญเท่านั้น ทาง สอศ. และ สกร. สามารถเป็นแกนหลักในการค้นหาและตามเด็กๆกลับเข้ามาสู่ระบบได้ ซึ่งการเรียนสายอาชีวะกับการเรียนรู้ของ สกร. เป็นทางอีกทางเลือกที่จะเรียนแล้วมีงานทำแน่ๆ ไม่ใช่เรียนเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาเท่านั้น จึงได้ฝากให้เลขาธิการ กอศ.และอธิบดี สกร. ดำเนินการในเรื่องติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับมาให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวถึงข้อเสนอจากอาชีวะเอกชนเรื่อง สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับภาคเอกชนที่ให้ทุนการศึกษา ซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดไปตั้งแต่ปี 2567 โดยยืนยันว่า จะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ฟื้นสิทธินี้กลับมา เพราะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และภาคเอกชนได้ลดหย่อนภาษี นักศึกษาได้ทุนเรียน ตลาดแรงงานได้คนตรงสาขา วันนี้ขอบคุณผู้บริหารอาชีวศึกษาทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น เรื่องอัตรากำลัง ทรัพยากร และเครื่องมือฝึกที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งตนจะเร่งผลักดันให้ทุกวิทยาลัยมีความพร้อมเต็มที่ในการพัฒนาผู้เรียน

“อาชีวะในวันนี้ไม่ใช่เด็กตีกันอีกต่อไป แต่คือ อาชีวะสร้างชาติ ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วในทุกสถานการณ์ ทั้งภารกิจจิตอาสา ฟิกซ์เซ็นเตอร์ หรือการลงพื้นที่ช่วยเหลือสังคมทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือดินถล่ม อาชีวะอยู่แนวหน้าเสมอ ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาก แต่ภารกิจเหล่านี้ก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงจะผลักดันให้ทุกสถานศึกษามีความพร้อมและได้รับการสนับสนุนอย่างดีที่สุด” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวย้ำ

​ปิดฉาก! ‘Dragonfly Challenge 2025’ เวทีไอเดียเปลี่ยนอนาคตเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีจากอวกาศ

​ปิดฉาก! ‘Dragonfly Challenge 2025’ เวทีไอเดียเปลี่ยนอนาคตเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีจากอวกาศ

​ปิดฉาก! ‘Dragonfly Challenge 2025’ เวทีไอเดียเปลี่ยนอนาคตเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีจากอวกาศ

วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

GISTDA จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Dragonfly Challenge 2025” ภายใต้แนวคิด “Agri Ideas: Space Technology Empowering Smart Farmers for a Better Life” ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้โชว์ไอเดียและความสามารถในการนำ เทคโนโลยีอวกาศ มาใช้ขับเคลื่อนการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ในการแข่งครั้งนี้มีทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 13 ทีม โดยแต่ละทีมได้นำเสนอแนวคิด ฟังก์ชัน และต้นแบบแอปพลิเคชัน “Dragonfly” ที่เน้นการใช้นวัตกรรมภูมิสารสนเทศและข้อมูลจากอวกาศ เพื่อยกระดับชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดวันแห่งการแข่งขันที่เต็มไปด้วยพลังของไอเดีย ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้การพิจารณาอย่างเข้มข้นของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล จาก DEPA ,  เอกราช ปรีชาชน นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ จาก GISTDA และ สวณีย์ โพธิ์รัง เกษตรกรต้นแบบ “ชาวนารักษ์โลก” ประธานศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

และแล้ว…ทีมที่สามารถคว้าชัยในปีนี้ไปครอง ได้แก่ ทีม DO-AE ด้วยแนวคิดที่โดดเด่นจากการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการเกษตรเข้ากับเทคโนโลยีอวกาศผ่านแอปฯ Dragonfly ได้อย่างลงตัว ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท ในขณะที่ทีม AgriSense และ ทีม Ai Hub คว้ารางวัลชมเชย ทีมละ 50,000 บาท ไปครอง จากผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์ด้านเกษตรอัจฉริยะอย่างน่าประทับใจ

การแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการโชว์ศักยภาพของเยาวชนไทย แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแอปพลิเคชัน Dragonfly ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และเกษตรกรต้นแบบ ที่พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลักดันเกษตรกรไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค Smart Agriculture อย่างแท้จริง

“GISTDA Deliver Value from Space to Farmers” เพราะอนาคตของเกษตรไทย…อยู่ไม่ไกลจากอวกาศ

‘ป่อเต็กตึ๊ง’อัญเชิญ‘กิ้วอ๊วงฮุกโจว’เปิดมณฑลพิธี‘ศาลเจ้าไต้ฮงกง’ใน‘เทศกาลกินเจ’ บริการอาหารเจฟรี

‘ป่อเต็กตึ๊ง’อัญเชิญ‘กิ้วอ๊วงฮุกโจว’เปิดมณฑลพิธี‘ศาลเจ้าไต้ฮงกง’ใน‘เทศกาลกินเจ’ บริการอาหารเจฟรี

‘ป่อเต็กตึ๊ง’อัญเชิญ‘กิ้วอ๊วงฮุกโจว’เปิดมณฑลพิธี‘ศาลเจ้าไต้ฮงกง’ใน‘เทศกาลกินเจ’ บริการอาหารเจฟรี

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.45 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีอัญเชิญ‘กิ้วอ๊วงฮุกโจว’ เปิดมณฑลพิธีภายใน‘ศาลเจ้าไต้ฮงกง’ เนื่องใน‘เทศกาลกินเจ’ประจำปี 2568 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้-29 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

20 ตุลาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ  คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยตลอดเทศกาลกินเจ มูลนิธิฯ จัดให้มีบริการอาหารเจ [บรรจุใส่ถุง] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (เช้า และ กลางวัน) เริ่มมื้อเที่ยงของวันที่ 20 ตุลาคม – 29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจ นำถุงหิ้ว/ถุงผ้า มาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 21-29 ตุลาคม 2568 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

ในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี

‘Thailand Space Expo 2025’ เปิดประตูพร้อมเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศภูมิภาคเชื่อมโยงระดับโลก

‘Thailand Space Expo 2025’ เปิดประตูพร้อมเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศภูมิภาคเชื่อมโยงระดับโลก

‘Thailand Space Expo 2025’ เปิดประตูพร้อมเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศภูมิภาคเชื่อมโยงระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประเทศไทยเปิดฉากมหกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Space Expo 2025” ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี งานนี้เป็นงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีอวกาศระดับโลก ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA โดยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มากกว่า 100 หน่วยงาน อาทิ JAXA และหน่วยงานด้านอวกาศจากประเทศญี่ปุ่น /Airbus ประเทศฝรั่งเศส/SSC ประเทศสวีเดน/ KASA สาธารณรัฐเกาหลี / หน่วยงานด้านอวกาศของสาธารณรัฐประชาขนจีน /การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย / บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / บริษัท ไทยคม จำกัด/ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เป็นต้น

งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “United in Space: Building a Global Collaborative Future” เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์การก้าวข้ามจาก “ผู้ใช้งาน” สู่ “ผู้ร่วมพัฒนา” พร้อมแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านอวกาศแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ในปีนี้ Thailand Space Expo ได้ก้าวข้ามจากเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีไปสู่การเป็น “จุดร่วมของความร่วมมือระดับนานาชาติ” อย่างแท้จริง โดยเน้นการสร้างพันธมิตรในระดับโลก โดยมีการจัดแสดงเทคโนโลยีหลากหลาย อาทิ ดาวเทียมสำรวจโลก ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม อากาศยานไร้คนขับ (UAV) เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และนวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคเกษตรกรรม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ พลังงาน ระบบสุขภาพ ระบบการศึกษา และความมั่นคง โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแสดงวิสัยทัศน์ด้านอวกาศของไทยจากภาคพลเรือนและภาคความมั่นคงร่วมกับผู้บัญชาการทหารอากาศ การเสวนาด้านการสำรวจอวกาศในห้วงลึกของจีนกับความร่วมมือระดับโลกเพื่อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ การเสวนาผู้นำด้านกิจการอวกาศระดับโลก การผลักดันการใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศเพื่อสันติ การประชุมเชิงปฏิบัติการนโยบายภูมิสารสนเทศ รวมถึงการแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ Thailand Space Expo 2025 คือ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยไทย นักศึกษา และบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากนานาประเทศ ผ่านการบรรยาย การจัดเวิร์กช็อป และกิจกรรมเจรจาความร่วมมือทางวิชาการ ซึ่งนับเป็นการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในประเทศให้มีศักยภาพแข่งขันในระดับโลก ซึ่งหัวข้อของการสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ จะครอบคลุมหลากหลายประเด็นที่ทันสมัยที่เชื่อมโยงกับการลงทุนและอุตสาหกรรมอวกาศและที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวอีกว่า Thailand Space Expo ในครั้งนี้จะตอกย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเท่านั้น แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “ผู้ร่วมพัฒนา” และจะกลายเป็น “ผู้พัฒนา” ในอีกไม่ช้านี้ ด้วยความร่วมมือร่วมแรงจากหลายภาคส่วนในประเทศไทยที่ผลักดันการมีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศของโลก ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การวิจัย การทดสอบ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในเชิงสังคมและพาณิชย์ Thailand Space Expo 2025 ยังสะท้อนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดัน “อุตสาหกรรมอวกาศ” ให้เป็นหนึ่งใน “อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต” (New S-Curve) โดยมีการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและการผลิต รวมถึงการสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อขยายบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกบทบาทประเทศไทย สู่ผู้ร่วมพัฒนาเวทีอวกาศโลกด้วย

Thailand Space Expo ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย ที่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจอวกาศในภูมิภาค ในยุคที่เทคโนโลยีอวกาศกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมโลก การมีบทบาทเชิงรุกในอุตสาหกรรมอวกาศไม่เพียงช่วยให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ต้องกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ

“ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศระดับโลก งานนี้จึงไม่เพียงเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยี แต่คือจุดเริ่มต้นของการยกระดับศักยภาพและบทบาทของประเทศ สู่เวทีอวกาศโลกอย่างแท้จริง”

ต่อยอด ‘Garena Academy’ ยกระดับ ‘Esports’ สู่เครื่องมือต่อยอดอาชีพแห่งอนาคต

ต่อยอด ‘Garena Academy’ ยกระดับ ‘Esports’ สู่เครื่องมือต่อยอดอาชีพแห่งอนาคต

ต่อยอด ‘Garena Academy’ ยกระดับ ‘Esports’ สู่เครื่องมือต่อยอดอาชีพแห่งอนาคต

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เกมและอีสปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับโลก ข้อมูลจาก Newzoo ผู้ให้บริการข้อมูลและสถิติเชิงลึกด้านเกมและอีสปอร์ต ระบุว่า มูลค่าตลาดเกมทั่วโลกในปี 2567 อยู่ที่ 1.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาดเกมทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1.88 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า  และจะสามารถทำลายสถิติสูงสุดในปี 2564 ซึ่งมูลค่าตลาดเกมทั่วโลกอยู่ที่ 1.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2568 ตลาดเกมในประเทศไทยจะมีมูลค่าอยู่ที่ 36,500 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.8 จากปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งทะยานและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ในระดับโลก

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) เดินหน้าต่อยอดโครงการ “Garena Academy ห้องเรียนอีสปอร์ต 2025” มุ่งส่งต่อความรู้และพัฒนาทักษะด้านการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตแก่เยาวชนไทย เตรียมพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า นับตั้งแต่การต่อยอดโครงการ Garena Academy สู่ “ห้องเรียนอีสปอร์ต” ในปี พ.ศ.2565 โครงการฯ ได้ส่งต่อความรู้ด้านอีสปอร์ตแก่นักเรียนทั่วประเทศแล้วกว่า 100,000 คน ในปีนี้การีนาฯขยายผลหลักสูตรห้องเรียนอีสปอร์ตครอบคลุมสู่ระดับอุดมศึกษา โดยมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 16 โรงเรียน และ 8 มหาวิทยาลัย ได้แก่ รร.กรับใหญ่ว่องกุศลกิจพิทยาคม รร.ควนขนุน รร.แจงร้อนวิทยา รรงด่านสวีวิทยา รร.ดาราสมุทร ฉะเชิงเทรา รร.ตะโหมด รร.ทุ่งศรีอุดม รร.นวมินทราชูทิศ ทักษิณ รร.บางแคเหนือ รร.พลร่มอนุสรณ์ มิตรภาพที่ 50 รร.พุนพินพิทยาคม รร.ราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 รร.สงวนหญิง รร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน รร.ห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รวมจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นกว่า 1,220 คน

โดยเมื่อเร็วๆนี้ การีนาฯ จัดกิจกรรมอบรมออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ครูและอาจารย์จากสถาบันที่สนใจเข้าร่วม ประกอบไปด้วยสามกิจกรรมแกนกลาง ได้แก่ 1.การเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะเกี่ยวกับอาชีพสำคัญในการจัดการแข่งขันอีสปอร์ต 5 อาชีพหลัก ได้แก่ ผู้ประสานงานจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ทีมโค้ชและผู้ฝึกสอนอีสปอร์ต นักพากย์เกม ทีมสื่อสร้างคอนเทนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายทอดสด พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการเกมและอีสปอร์ต รวมถึงเปิดให้ผู้ร่วมโครงการเข้าเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานจริง ณ Garena Esports Studio 2.การจัดการแข่งขันอีสปอร์ต เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมโครงการได้ลงมือจัดการแข่งขันอีสปอร์ตภายในโรงเรียนและระหว่างโรงเรียน และ 3.หลักสูตรห้องเรียนอีสปอร์ต หลักสูตรที่ให้ครูผู้สอนสามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างยืดหยุ่นและสามารถวัดผลได้จริง อาทิ การจัดการเรียนการสอนรายวิชาเสรี และการจัดตั้งชมรมอีสปอร์ตภายในโรงเรียน

หลักสูตรห้องเรียนอีสปอร์ต ครอบคลุมเนื้อหาสามส่วนหลัก ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอีสปอร์ต เจาะลึกอาชีพหลักในวงการเกมและอีสปอร์ต และการวางแผนจัดการแข่งขันอีสปอร์ต โดยเนื้อหาตลอดหลักสูตรเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะทาง อาทิ การใช้เครื่องมือถ่ายทอดสด และการใช้เครื่องมือออกแบบสื่อต่างๆ และทักษะทางอารมณ์และสังคม อาทิ ทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการวิเคราะห์เกม ซึ่งสามารถจัดการเรียนการสอนจนจบหลักสูตรได้ใน 40 ชั่วโมง โดยหลักสูตร “ห้องเรียนอีสปอร์ต” จาก Garena Academy ได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้การประเมินค่าความสอดคล้องระหว่าง “หน่วยการเรียนรู้” และ “การประเมินผลการเรียนรู้” (Index of Item-Objective Congruence: IOC) จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการรับรองหลักสูตรดังกล่าวนี้นอกจากจะช่วยให้แบบประเมินผลการเรียนรู้ อาทิ ข้อสอบ แบบฝึกหัด และภาระงานที่ใช้มีความสอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้แล้ว ยังช่วยในการสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง เมื่อเครื่องมือวัดผลมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ผลการประเมินที่ได้จึงเป็นตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ถูกต้องและยุติธรรม ช่วยลดความจำเป็นในการปรับปรุงเครื่องมือวัดผลซ้ำซ้อนในระหว่างการเรียนการสอนอีกด้วย

สำหรับโครงการ Garena Academy ห้องเรียนอีสปอร์ต 2025 ผู้ร่วมโครงการทั้ง 1,220 คน ได้รับการพัฒนาทักษะทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ทั้งยังได้เยี่ยมชม Garena Esports Studio ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตของการีนา อาทิ การแข่งขัน RoV Pro League (RPL) ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์การแข่งขันเกม Arena of Valor (RoV) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และการแข่งขัน Arena of Valor Premier League (APL)  ทัวร์นาเมนต์เกม Arena of Valor ระดับนานาชาติ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้เยี่ยมชมห้องแข่งขันนักกีฬาอีสปอร์ต ห้องพากย์กีฬาอีสปอร์ต ไปจนถึงห้องควบคุมสื่อและการถ่ายทอดสด ทั้งยังได้ร่วมกิจกรรม Workshop อาชีพนักออกแบบเกมและนักการตลาดอีสปอร์ต ซึ่งถือเป็นสองอาชีพที่มีความสำคัญในวงการเกมและอีสปอร์ต พร้อมรับฟังเสวนาจากมืออาชีพจากการีนาและผู้เชี่ยวชาญ อาทิ คุณวสุ สุนทรกิติ Head of Production บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณวิพลพัฒน์ มูลสภา หรือ “Winzy” นักพากย์กีฬาอีสปอร์ตชื่อดัง คุณอติชาต ตรีโภคา หรือ “Lycan” โค้ชกีฬาอีสปอร์ต คุณสรวิชญ มหาวนากูล หรือ “Isilindilz” นักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต และ คุณสรวิชญ์ ทองอ่อน หรือ “ถุงชา” Content Creator

หนึ่งในกิจกรรมเด่นของโครงการฯ คือ การจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ต ทั้งภายในสถาบันและระหว่างสถาบัน ซึ่งเยาวชนผู้ร่วมโครงการฯ ได้เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม การวางแผนจัดการแข่งขันจากขั้นแรก และลงมือดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การนำเสนอแนวคิดการแข่งขัน กำหนดตารางแข่งขันจริง การสรุปผลการดำเนินงานและการประเมินผลงาน รวมไปถึงการสวมบทบาทเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตและนักพากย์อีสปอร์ต โดยรอบชิงชนะเลิศระดับโรงเรียน จัดขึ้น ณ Garena Esports Studio เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยผลการแข่งขันในปีนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนพุนพินพิทยาคม (ทีม PK Esports)  รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน (ทีม PDS Esports) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง (ร่วม) ได้แก่ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา  

“โครงการ Garena Academy ห้องเรียนอีสปอร์ต 2025 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของการีนาในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่กำลังเฟื่องฟู โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางอาชีพที่หลากหลายและมั่นคงในอนาคต พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับบุคลากรที่จะขับเคลื่อนวงการอีสปอร์ตของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล” พุทธวรรณ กล่าวสรุป