สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สทน. เปิดตัว ‘ลำอิเล็กตรอน’ ฆ่าเชื้อระดับนาโน ปฏิวัติวงการสมุนไพรไทยสู่ Medical Grade เทคโนโลยีรังสีขั้นสูง ปลอดเชื้อ 100% โดย ‘ไม่ใช้ความร้อน’ แก้ปัญหาเชื้อดื้อความร้อน ยกระดับ สมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.  ประกาศความพร้อมในการนำ “เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอน (Electron Beam Irradiation)” ซึ่งเปรียบเสมือน นวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยชี้ว่านี่คือ ทางออกเดียวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่จะช่วยผลักดันสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่ระดับ Medical Grade

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. เปิดเผยถึงศักยภาพของตลาดสมุนไพรไทย ซึ่งก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 ในอาเซียน และมีมูลค่าตลาดเมื่อปี 2567 กว่า 60,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจนี้ สถาบันฯ เน้นย้ำว่า การยกระดับความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

“เราต้องยอมรับว่า วัตถุดิบสมุนไพรมีความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์สูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการตรวจวิเคราะห์เชื้อในห้องปฏิบัติการของ สทน. เราพบว่าปัญหาหลักคือการพบเชื้อทนทานต่อความร้อนสูง (Heat-Resistant Spores) เช่น Clostridium spp. และ Bacillus spp. ซึ่งเป็นเชื้อที่ฆ่าไม่ตายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานจึงเป็นวาระแห่งชาติ” รศ.ดร. ธวัชชัย กล่าว

ทั้งนี้ สทน. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา ภายในศูนย์ฉายรังสี ที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างแม่นยำทั้งก่อนและหลังการฉายรังสี ข้อมูลเชิงลึกจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า ปัญหาที่พบบ่อยและเป็นอุปสรรคต่อการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ จำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด (Total Plate Count) , จำนวนยีสต์และราทั้งหมด, และ จำนวนเชื้อชนิด Coliform ที่เกินค่ามาตรฐาน

สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ การพบเชื้อทนทานต่อความร้อนสูง ซึ่งได้แก่ เชื้อก่อโรคชนิด Clostridium spp. และ Bacillus spp. ที่มักพบมากในสมุนไพร รศ.ดร. ธวัชชัย ชี้ว่า เชื้อเหล่านี้มีความสามารถในการอยู่รอดภายใต้กระบวนการฆ่าเชื้อทั่วไปแบบดั้งเดิม เช่น การตากแดด การอบด้วยความร้อน หรือการฆ่าเชื้อด้วยยูวี ซึ่งวิธีการเหล่านี้ ไม่สามารถกำจัดสปอร์ของเชื้อเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่ในบางกรณีที่ผลการตรวจวิเคราะห์พบค่าจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดต่ำ (น้อยกว่า 10 CFU/g) แต่ยังคงตรวจพบเชื้อชนิด Clostridium spp. อยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น การฉายรังสี มาใช้เพื่อฆ่าเชื้อในผลิตภัณฑ์สมุนไพร

“เทคโนโลยีการลำอิเล็กตรอน คือวิธีที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด ณ ปัจจุบันสำหรับการฆ่าเชื้อสมุนไพร เพราะได้เปรียบเหนือกว่าทุกเทคโนโลยีที่มีอยู่” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวและว่า

รักษาคุณภาพได้ 100% : เป็นการฆ่าเชื้อแบบ “ไม่ใช้ความร้อน” ทำให้ไม่ทำลายคุณค่าทางยา สี กลิ่น และสารสำคัญของสมุนไพร ซึ่งแตกต่างจากการใช้ความร้อนแบบดั้งเดิม , ไม่มีรังสีตกค้าง/ปลอดภัยสูง กระบวนการนี้สะอาดและปลอดภัยเหมือนกับการฆ่าเชื้อด้วยรังสี X-ray ไม่มีสารเคมี หรือรังสีตกค้างใดๆในผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้อย่างแท้จริง , ใบเบิกทางสู่ตลาดโลก การฆ่าเชื้อด้วยลำอิเล็กตรอนเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายจากองค์การระดับโลก เช่น WHO, FAO และ IAEA การใช้เทคโนโลยีนี้จึงเป็นการรับประกันมาตรฐานสากลให้แก่ผู้ซื้อทั่วโลก และต้นทุนคุ้มค่าต่อผลตอบแทน  การลงทุนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานสินค้าส่งออกนี้ เพิ่มต้นทุนเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 5%) แต่เพิ่มความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจได้มหาศาล

ปัจจุบันผลการดำเนินงานของ สทน. ปัจจุบัน ศูนย์ฉายรังสี สทน. ให้บริการฉายรังสีสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 200–500 ตัน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และยาดมสมุนไพร โดยมีการใช้ปริมาณรังสีที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว (อย่างน้อย 15–20 kGy) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

“ตนเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอนนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับโลก ผมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการทุกท่านมาใช้บริการ หากท่านยังไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถปรึกษาหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที เรามีห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาที่พร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างแม่นยำ และสามารถฉายรังสีด้วยลำอิเล็กตรอนได้ปริมาณมากกว่า 5 ตันต่อวัน สทน. พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของท่าน และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสมุนไพรไทย” รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ กล่าวทิ้งท้าย

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ’พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ'พระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ’พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.57 น.

กลุ่มแบงคอกเฟิร์ส ร่วมกับ สมาคมวินจักรยานยนต์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ที่ตั้งใจเดินทางไปถวายสักการะ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง เนื่องในโอกาสสำคัญที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมีการจัดรถจักรยานยนต์ จำนวน 50 คัน บริการรับ-ส่งฟรี ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา14:00 น. เป็นต้นไป บริเวณจุดรับ-ส่ง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (จุดรวมพล)  สนามหลวง (จุดส่งใกล้บริเวณงาน) เพื่อแสดงความอาลัยและน้ำใจของคนไทย ทีมงานและรถทุกคันจะสวมใส่เสื้อ “แบงค็อกเฟิร์ส” สีดำ และพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความเต็มใจ

เรียนเชิญพี่น้องประชาชนทุกท่านมารับบริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พวกเราขอทำหน้าที่เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยที่สุด

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.19 น.

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงาน ลอยกระทงประจำปี 2568 ที่จัดขึ้น ณ วัดบัวแก้วศรัทธาธรรม เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยความเคารพและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่นเรียบง่าย โดยกิจกรรมต่างๆ ถูกจัดขึ้นอย่างเหมาะสมในห้วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ต่อไป

‘แม่ทัพกุ้ง’รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

'แม่ทัพกุ้ง'รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

‘แม่ทัพกุ้ง’รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

“แม่ทัพกุ้ง” รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เชิดชู “นักรบผู้พิทักษ์ชาติ-นักพัฒนา” ผู้มีความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.68 พล.ท.ดร. บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เข้ารับพระราชทาน ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธาและการบริหารงานก่อสร้าง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ (วิทยาเขตอุเทนถวาย) จากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี  ที่หอประชุมภายในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (คณะเกษตรศาสตร์บางพระ) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 

พล.ท.บุญสิน จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ทางสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวายมีมติมอบ ปริญญา สาขาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง) เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติในคุณูปการที่ได้ทำให้แก่ประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เพียงบทบาท “นักรบผู้พิทักษ์ชาติ” แต่ยังเป็น “นักพัฒนา” ที่มีความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้างอีกด้วย

ไทยพีบีเอสร่วมงาน TIFFCOM 2025 เปิดตัว ‘Sanctuary’ ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

ไทยพีบีเอสร่วมงาน TIFFCOM 2025 เปิดตัว 'Sanctuary' ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

ไทยพีบีเอสร่วมงาน TIFFCOM 2025 เปิดตัว ‘Sanctuary’ ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.38 น.

ไทยพีบีเอส ร่วมแสดงศักยภาพในงาน TIFFCOM 2025 ตลาดคอนเทนต์นานาชาติ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัวซีรีส์ “Sanctuary” ผลงานสร้างสรรค์ สะท้อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะหนึ่งในองค์กรหลักที่ร่วมผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ในต่างประเทศ ประจำปี 2568 ที่จัดขึ้นโดยกองภาพยนตร์และวีดีทัศน์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ณ เทศกาลภาพยนตร์นานานาชาติแห่งโตเกียว ครั้งที่ 38 หรือ TIFFCOM 2025 ระหว่างวันที่ 29–31 ตุลาคม 2568 ณ Tokyo Metropolitan Industrial Trade Center กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ผลิตสื่อไทยบนเวทีนานาชาติ พร้อมเปิดตัว “Sanctuary” ซีรีส์แนวดรามา แฟนตาซี ที่สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นายคริษ อรรคราช ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า “Sanctuary เป็นซีรีส์ที่เราตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ชมทั้งในไทยและต่างประเทศได้เห็นพลังของเรื่องเล่าที่มีคุณค่า และสะท้อนปัญหาที่ทุกสังคมเผชิญร่วมกัน อย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงในสังคมไทยและทั่วโลก การถ่ายทอดความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ในมิติของมนุษย์เท่านั้น แต่รวมถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและทุกชีวิตบนโลก  ซีรีส์ Sanctuary จึงไม่ได้เป็นเพียงผลงานเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นการตั้งคำถามต่อบทบาทของมนุษย์ในยุคที่ภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนบนโลกนี้ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากตลาด TIFFCOM”

ด้าน นางสาวปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน TIFFCOM และงาน Thailand Night ในปีนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของไทยพีบีเอสในการขยายพื้นที่ของสื่อสาธารณะไทยไปสู่ระดับโลก ทั้งในมิติของการสร้างคุณค่าร่วมในวงการอุตสาหกรรมบันเทิงระหว่างประเทศ และการขยายฐานผู้ชมไปยังตลาดสากล ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการผลักดันให้คอนเทนต์ของไทยพีบีเอสได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ แต่ยังเป็นส่วนช่วยเสริมให้วัฒนธรรมไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

TIFFCOM เป็นงานแสดงคอนเทนต์บันเทิงระดับนานาชาติ มีผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อคอนเทนต์จากทั่วโลกเข้าร่วม ไทยพีบีเอสจึงใช้โอกาสนี้ในการแสดงบทบาทในฐานะหนึ่งในองค์กรหลักที่ร่วมผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ระดับสากล เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจากนานาประเทศ ผ่านการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

ราชสกุล-พสกนิกร เข้าถวายสักการะพระบรมศพ และ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ราชสกุล-พสกนิกร เข้าถวายสักการะพระบรมศพ และ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ราชสกุล-พสกนิกร เข้าถวายสักการะพระบรมศพ และ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.17 น.

ราชสกุล-พสกนิกร เข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ด้วยรักและอาลัย

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่ ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง  มีคณะบุคคล จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดทั้งวันด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

อาทิ ราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา, ราชสกุล เกษมศรี, ราชสกุล ชุมพล, ราชสกุลทินกร, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากรมการขนส่งทหารบก, กรมบังคับคดี, คณะผู้บริหาร พนักงาน บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), ประธานกรรมการ บริษัทบางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย, ครอบครัวอภิธนาคุณ เป็นต้น     

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีหญิงปัณณทัต ลัดใหม่ อายุ 57 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมสามี คือ นายพงศกร ยุกตะเวทย์ มาจาก จ.ปทุมธานี วันที่รู้ข่าวว่า สมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคต ตกใจและเสียใจมาก ถึงแม่จะทราบว่าท่านประชวรอยู่ ตนไม่เคยได้รับเสด็จแม้แต่ครั้งเดียว ในวัยเด็กคุณแม่จะเล่าให้ฟังว่า แม่เคยเย็บผ้าม่านในห้องบรรทมของ “ในหลวง ร.9” และของ ”สมเด็จพระพันปีหลวง“ 

“ส่วนตัวก็ชอบดูข่าวในพระราชสำนัก เห็นทั้งสองพระองค์เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆทุกวัน ภาพความทรงจำพระองค์ท่านจะส่งเสริมการสร้างอาชีพ ส่งเสริมการทอผ้าไหม ส่งเสริมผลิตภัณฑ์โอท็อป ตอนนี้ไม่มีภาพนั้นแล้ว มีแต่ลูกของพระองค์ท่านเสด็จไปช่วยเหลือพสกนิกรแทน ครอบครัวเรารักในราชวงศ์ เกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว วันนี้ตนและสามีตั้งใจมากราบสังการะถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้พระองค์เสด็จอยู่บนสรวงสวรรค์และมองลงมา คิดว่าพระองค์ท่านไม่ทอดทิ้งประชาชน ยังรู้สึกว่าพระองค์ยังมีพระชนชีพอยู่“

ขณะที่ นางวัลงาม นวลอินทร์ ชาวอุบลราชธานี กล่าวว่า ในช่วงวัยเด็กหมู่บ้านของเราเคยได้มีโอกาสรับเสด็จ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านเกิดของตน ท่านทรงเห็นว่าพื้นที่ที่เราอยู่แห้งแล้งมาก จึงพระราชทานโอ่งน้ำ ให้แก่ครอบครัวเพื่อใช้เก็บน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี หลังจากนั้น ความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็ดีขึ้นเรื่อย ๆเพราะมีโครงการต่างๆ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ยากของราษฎร ได้อยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข จวบจนถึงปัจจุบันนี้  ถึงแม้มีระบบชลประทานและระบบน้ำประปาดีขึ้นแล้ว แต่ครอบครัวก็ยังเก็บรักษาโอ่งพระราชทานใบนั้นไว้เป็นที่ระลึก ในวันนี้ ตั้งใจเดินทางมากราบสักการะและลงนามถวายความอาลัย ”สมเด็จพระพันปีหลวง“ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกรให้กินดีอยู่ดีมีความสุข

ด้านนายเฮนรี่ โก๊ะ ชาวเนเธอร์แลนด์ สามีของนางวัลงาม กล่าวว่า ชาวเนเธอร์แลนด์เทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีประชาชนชาวฮอลแลนด์ที่ทราบข่าวต่างพากันไปเฝ้าฯรับเสด็จ ที่พระราชวังหลวงอัมสเตอร์ดัมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ชาวฮอลแลนด์ ยังได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระแงค์ท่านมาโดยตลอด ส่งผลให้มิตรภาพของสองประเทศแน่แฟ้นเรื่อยมา ครั้งนี้ ตนตั้งใจมากราบสักการะและลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความซาบซึ้งใจ และขอแสดงความเสียใจกับคนไทยทุกคนในการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ 

มช.เปิดบ้าน ‘CMU OPEN HOUSE 2025’ ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา’ลัย

มช.เปิดบ้าน 'CMU OPEN HOUSE 2025' ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา'ลัย

มช.เปิดบ้าน ‘CMU OPEN HOUSE 2025’ ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงในรั้วมหา’ลัย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงาน CMU OPEN HOUSE 2025 รูปแบบ Onsite ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศจริงของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบกับกิจกรรมแนะนำหลักสูตรจาก 22 คณะ การให้คำปรึกษาจากรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกิจกรรมเสริมความรู้มากมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอน บรรยากาศภายในคณะ และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาตนเองผ่านกิจกรรมที่แต่ละคณะได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับ

ภายในงานกำหนดให้ลงทะเบียนหน้างานเท่านั้น โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 11.00 น. ณ ลานน้ำพุ หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมจะได้รับสติกเกอร์สำหรับเข้า ร่วมกิจกรรม จากนั้นเวลา 12.40 น. ผู้ลงทะเบียนจะรวมตัวกันที่ลานน้ำพุ ก่อนออกเดินทางไปยังคณะต่างๆ ในเวลา 13.20 น. โดยมหาวิทยาลัยได้จัดรถรับ – ส่งบริการอย่างสะดวกสบาย เพื่อพาผู้เข้าร่วมไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่แต่ละคณะตั้งแต่เวลา 13.30 – 15.30 น.

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับการแนะนำหลักสูตรการเรียนรู้ของแต่ละคณะ การเยี่ยมชมอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ การพูดคุยกับคณาจารย์และรุ่นพี่ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอปและนิทรรศการผลงานที่สะท้อนความโดดเด่นของแต่ละสาขาวิชาอย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและตอบแบบสอบถามจะได้รับ ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ของคณะนั้นๆ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ CMU OPEN HOUSE

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดพร้อมกับ นิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 27 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูลหลักสูตรจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงบูธจาก 22 คณะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาต่ออย่างใกล้ชิด โดยมีรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมให้คำแนะนำและแบ่งปันประสบการณ์จริงในการเรียน การใช้ชีวิต และการเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

กิจกรรม CMU OPEN HOUSE ทั้งในรูปแบบออนไลน์และ Onsite ถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้เยาวชนได้ค้นหาความฝันและแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ผ่านการสัมผัสประสบการณ์จริงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อร่วมค้นหาศักยภาพในตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจ และก้าวสู่เส้นทางแห่งอนาคตไปพร้อมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

มวล.พร้อมจัดกีฬาฯรอบคัดเลือกภาคใต้ ‘วลัยลักษณ์เกมส์’ 10 สถาบันร่วมชิงชัย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 รอบคัดเลือก ภาคใต้ “วลัยลักษณ์เกมส์” 8-13 พ.ย.’68 นี้ โดยมี 10 สถาบันการศึกษาชิงตั๋วร่วมศึกปัญญาชนรอบชิงชนะเลิศ “อินทนินเกมส์” ที่ จ.เชียงใหม่ต้นปีหน้า

ผศ.ดร.มาริสา ภูมิภาค ณ หนองคาย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) มีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ในรอบคัดเลือกเขตภาคใต้ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายนนี้ ณ สนามกีฬากลางตุมปัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

โดยจะมีนักกีฬาจาก 10 มหาวิทยาลัยภาคใต้เข้าร่วม ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2.มหาวิทยาลัยทักษิณ 3.มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ 4.มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต 5.มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 6.มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา 7.มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช 8.มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี 9.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ10.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมกว่า 1,200 คน

ผศ.ดร.มาริสา กล่าวว่า มวล.มีสนามกีฬากลางตุมปัง เป็นสนามมาตรฐานที่เคยผ่านการแข่งกีฬาระดับชาติ จึงมีความพร้อม 100% ในการแข่งขันครั้งนี้ทั้ง 6 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล เปตอง วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และเซปักตะกร้อ รวมทั้งมีการเตรียมการต้อนรับทัพนักกีฬา คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ นักเทคนิคกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาชิกทุกสถาบันการศึกษา

ในส่วนของความพร้อมของนักกีฬา มวล.ในฐานะเจ้าภาพเขตภาคใต้ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเกือบทุกชนิดกีฬา โดยมีการวางแผนการฝึกซ้อมและคัดตัวอย่างเป็นระบบ และค่อนข้างมั่นใจจะสามารถคว้าตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้จากกีฬาเปตอง และอื่นๆ เช่น ยูยิตสู เทควันโด ฯลฯ ที่เรามีนักกีฬาทีมชาติเป็นกำลังสำคัญ

“การแข่งขันในครั้งนี้จะสร้างมิตรภาพ สุขภาพที่ดี ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์และขีดความสามารถในการพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพของนักศึกษาในอนาคต คือ เป้าหมายสำคัญ” ผศ.ดร.มาริสา กล่าว

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ม.วลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาสถาบันอุดมศึกษาตัวแทนภาคใต้เข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปและผู้สนใจเข้าชมการแข่งขัน ณ สนามกีฬาตุมปัง ม.วลัยลักษณ์ มาร่วมส่งแรงเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักกีฬา ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 รอบคัดเลือกเขตภาคใต้” https://www.facebook.com/profile.php?id=61581864178717

สอศ.น้อมถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สอศ.น้อมถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สอศ.น้อมถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.44 น.

สอศ.น้อมถวายอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” รำลึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

4 พฤศจิกายน 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยนายวิทวัต ปัญจมะวัติ และนายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประกอบพิธีถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายยศพล กล่าวว่า สอศ. จัดพิธีถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรเข้าร่วม พร้อมน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ ความเมตตา และความเพียรอันยิ่งใหญ่ ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า สถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล อาทิ การจัดพิธีถวายความอาลัยในสถานศึกษา การสอนทำริบบิ้นโบว์ และแจกประชาชน การออกหน่วยบริการตัดผมฟรี การเปิดพิพิธภัณฑ์ศาลาไหมไทย “พระมารดาไหมไทย” เป็นแหล่งเรียนรู้และสืบสานงานในพระราชดำริด้านผ้าไหมมัดหมี่ รวมถึงกิจกรรมอาชีวะอาสาที่ช่วยเหลือประชาชน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เครื่องมือเกษตร และจัดการสอนอาชีพระยะสั้น เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม และแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญู น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณด้วยการทำความดีเพื่อส่วนรวม และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

ประชาชนฝ่าสายฝน ถวายสักการะพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.26 น.

ผู้บริหารช่อง7HD และประชาชนฝ่าสายฝนเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ด้วยความอาลัย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง คณะบุคคล และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ ทยอยเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ตั้งแต่เวลา เวลา 08.30 น.-16.00 น. ถึงแม่ฝนจะตกหนักเป็นระยะๆทุกคนก็ไม่ย่อท้อได้เตรียมร่มกันฝนมาเพื่อให้ได้เข้ากราบสักการะ โดยที่เต้นท์พักคอยหน้าศาลาสหทัยสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ได้เปิดวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติที่ “สมเด็จพระพันปีหลวง“ เสด็จฯทรงงานยังสถานที่ต่างๆให้ได้ชม เพื่อน้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

อาทิ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ,คณะข้าราชการ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์, ธนาคารออมสิน, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน โรงเรียนสีตะบุตรบำรุง, นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฯลฯ

ด้านนางมานิดา ภู่เจริญ อายุ 86 ปี ข้าราชการครูบำนาญ กล่าวว่า ตนเดินทางมาตั้งแต่วันแรกที่มีขบวนเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” จากโรงพยาบาลจุฬาฯมายังพระบรมมหาราชวัง และทุกวันนี้ตนจะนำดอกไม้ พวงมาลัย เดินทางมาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษ์ ในหลวง ร.9 ที่หน้าพระบรมมหาราชวัง และสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคมฯ และไปที่ รพ.จุฬาฯทุกวัน เนื่องจากตนมีความซาบซึ่งในสถาบันพระมหากษัตริย์พระราชวงศ์จักกรีทุกพระองค์ และยึดมั่นในสถาบันศาสนา สมเด็จพระพันปีหลวง ท่านทรงมีพระเมตตามาก ปกติตนจะมารับเสด็จเวลาท่านเสด็จฯวัดพระแก้วและวัดบวรฯบ่อยครั้ง เพื่อมาชื่นชมพระบารมีมาถวายความจงรักภักดีในฐานะพสกนิกร และตั้งใจจะมาทุกวันจนกว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ

ขณะที่นางทองรักษ์ คงสินทร อายุ 84 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ยายเดินทางมากับเพื่อนโดยรถไฟ เพื่อมาสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

“ยายทองรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงปนร้องไห้ว่า แม่หลวงท่านไม่อยู่แล้ว ยายร้องไห้ทุกคืนเลย คิดถึงพระองค์ท่าน เดี๋ยวถ้าเปิดให้ขึ้นไปกราบบนพระที่นั่งดุสิตฯ ยายก็จะเดินทางมาอีกครั้ง“