วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

วุฒิสภาเปิดงาน พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ ขับเคลื่อน Soft Power และสร้างความเท่าเทียมในสังคม

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘พลังแห่งศิลป์ (The Power of Art)’ โดยมีนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน

นางเอมอร กล่าวว่า ศิลปะเป็นรากฐานสำคัญของงานสร้างสรรค์และเป็นกลไกในการสร้าง Soft power ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั้งกลุ่มผู้พิการและไม่พิการได้ทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียมผ่านกิจกรรมศิลปะ เพื่อส่งเสริมการยอมรับความแตกต่างและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการใช้พลังของศิลปะเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายตลอดวัน โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและชื่นชมผลงานของเยาวชนที่สะท้อนให้เห็นถึงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนาระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ครู-อาจารย์ และผู้ปกครองจากต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น ‘ศิลปะและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม’ และ ‘พลวัตแห่งศิลป์’

นับเป็นการจัดงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยในตอนท้ายได้มีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นเกียรติแก่ความมุ่งมั่นและความพยายามของทุกคน ///-026

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ความเป็นไทย’ จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น 'ความเป็นไทย' จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

รัฐบาลมอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ความเป็นไทย’ จุดประกายเยาวชนสืบสานเอกลักษณ์ชาติ

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.

15 สิงหาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนที่ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้น Short Film Contest “ความเป็นไทย : Thainess สืบสาน อนุรักษ์ สร้างสรรค์เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย” ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568

โครงการนี้จัดโดยคณะอนุกรรมการดำเนินโครงการอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของเอกลักษณ์ไทย เกิดความรัก ความศรัทธา และความภูมิใจในความเป็นไทย โดยปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 108 ทีม และมีทีมที่ได้รับรางวัลรวม 13 ทีม ผลงานทั้งหมดมีความยาว 10 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ

ทั้งนี้ ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เผยแพร่ผลงานที่ได้รับรางวัลผ่านช่องทางต่าง ๆ ของโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจในความสามารถของเยาวชนไทย สามารถติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/thainess.opm และ http://www.youtube.com/@Thainess_opm

รัฐบาลยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและปกป้องเอกลักษณ์ของชาติไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า เพื่อให้ความเป็นไทยคงอยู่และงดงามสืบไปในทุกยุคสมัย.

012

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.14 น.

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย คิดค้น ‘ตาปลอม 3 มิติ’ ฝีมือจากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก-เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานอันทรงเกียรติเพื่อมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติถึง 11 เวที ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีฯ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมมอบรางวัล

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม คือผลงานนวัตกรรม ‘การสร้างดวงตาปลอมจากเครื่องพิมพ์สามมิติให้ผู้ป่วยได้ภายในหนึ่งวัน’ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของทีมจากศูนย์ดวงตาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่นำโดย รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ และ ผศ.ทพญ.จิตพิมล ศิริพันธ์ุ

นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับโลกด้วยการคว้ารางวัลสำคัญมากมาย อาทิ JDIE Best Invention Award จากงาน Japan Design, Idea and Invention Expo ที่ประเทศญี่ปุ่น, รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จาก World Invention Intellectual Property Associations และถ้วยรางวัล NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ทีมวิจัยระบุว่า นวัตกรรมนี้ได้เริ่มนำมาใช้จริงเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องสูญเสียดวงตาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตาอื่นๆได้ในอนาคต ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลดีต่อสังคมอย่างแท้จริง ///-026

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย'Thailand Insight'และ'ศรีเทพฯ'ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ไทยพีบีเอส จับมือกองทุนพัฒนาสื่อฯ สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัว 2 สารคดี ส่งเสริม Soft Power ของไทย “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” เริ่มสตรีมครั้งแรกที่ VIPA 23 ส.ค. และออกอากาศทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3 เริ่ม 30 ส.ค.นี้ พร้อมเตรียมส่งออกสู่ตลาดสารคดีระดับโลก        

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2568 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัวสารคดี “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” สารคดีที่ลงลึกในระดับจิตวิญญาณของคนไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร สมุนไพร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชน ความงดงามที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของผู้คนจะถูกถ่ายทอดผ่านสารคดีไปสู่เวทีระดับโลก

นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับสารคดีคุณภาพทั้งด้านเนื้อหา การถ่ายทอดที่ละเมียดละไม ซึ่งจากผลการสำรวจระดับการจดจำสื่อสาธารณะของคนไทย (Public Perception Survey) ปี 2567 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส พบว่า ไทยพีบีเอส เป็นสื่อที่โดดเด่นในด้านสารคดี ที่ประชาชนนึกถึงเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านการส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมความเป็นไทย ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ และสะท้อนความหลากหลายทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สารคดีทั้งสองเรื่องนี้จึงไม่ได้เพียงเล่าเรื่องราว แต่จะพาผู้ชมสัมผัสถึงความคิด ความตั้งใจ และคุณค่าลึกซึ้งของคนไทย ไทยพีบีเอส ภูมิใจนำเสนอ Thailand Insight และศรีเทพฯ บนแพลตฟอร์ม VIPA เป็นแห่งแรก เพื่อส่งเสริม Soft Power ของไทย ถ่ายทอดความงดงามไปสู่สายตาผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ

สำหรับสารคดีชุด “Thailand Insight” มีจำนวน 8 ตอน ถ่ายทอดเรื่องราวอันงดงามและลึกซึ้งของประเทศไทย ในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก หรืออาจมองข้าม โดยจะเผยแพร่ตอนแรกทาง VIPA วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศต่อทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ เริ่มตอนแรกวันที่ 30 ส.ค.นี้ ส่วนสารคดี ศรีเทพฯ ความยาว 55 นาที จะเผยแพร่ครั้งแรก ทาง VIPA วันที่ 25 ต.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ในวันที่ 30 ต.ค. 2568

ดร.ธนกร ศรีสุขใส  ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ทำงานร่วมกันสร้างสรรค์สื่อมาอย่างยาวนาน  ขณะที่สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เป็นแหล่งของนักผลิตสารคดีฝีมือดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อฯ อยากสนับสนุนให้เป็นโรงเรียนของนักผลิตสารคดี ซึ่งเรามีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดัน Soft Power ไทย ซึ่งความร่วมมือผลิตสารคดี Thailand Insights และศรีเทพฯ เป็นสารคดีเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมได้ และมั่นใจในศักยภาพของสมาคมผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย ในการผลิตคอนเทนต์ที่สามารถนำเรื่องราววัฒนธรรมไทยไปสู่เวทีโลก

นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า VIPA โดดเด่นในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่เน้นทั้งละคร และสารคดีคุณภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีหลากหลายกลุ่มเนื้อหา ซึ่งแบ่งเป็น 7 หมวด มากกว่า 500 รายการ 7,000 วิดีโอ โดยสารคดีไทยและต่างประเทศเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีสัดส่วนสูงสุดถึง 46.3% ของทั้งหมด แบ่งเป็นสารคดีไทย 62.3% และสารคดีต่างประเทศ 37.8% รองรับผู้ใช้ในระบบมากกว่า 200,000 บัญชี และมียอดเข้าชมรวมทุกรายการ 37.8 ล้านเพจวิว ในปี 2568 ได้วางกลยุทธ์เนื้อหาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์องค์การ เน้นสื่อสารประเด็นทางสังคม ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม (Climate Change), สุขภาพจิต (Mental Health), การส่งเสริม Soft Power ไทย VIPA ทำหน้าที่คัดสรรสารคดีที่มีคุณภาพ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการรับรู้และขยายฐานผู้ชมแพลตฟอร์ม ซึ่งสารคดีทั้ง 2 เรื่อง สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของ VIPA และไทยพีบีเอส ในการสร้างคุณค่าส่งเสริม Soft Power ไทยเป็นอย่างดี ทีกทั้ง ยังสามารถรับชมสารคดีแบบ 4K มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษครบครัน นอกจากนั้น ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่พัฒนาผู้ผลิตหน้าใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวโครงการ Pitching Project 2025 ตามหาผู้สร้างสรรค์หน้าใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้

ด้าน นายชนินทร์ ชมะโชติ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย และหัวหน้าทีมผู้ผลิตสารคดี Thailand Insight และศรีเทพฯ กล่าวถึงแนวคิด และรูปแบบการผลิตสารคดีชุดนี้ว่า การเล่าเรื่องลงลึกในภูมิปัญญา จิตวิญญาณของคนไทย โดยทีมสารคดีแต่ละเรื่องใช้เวลาค้นคว้าและลงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแบบที่ผู้ชมจะได้ทั้งความรู้และความเข้าใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดย Thailand Insight จะพาไปค้นพบความงดงามและภูมิปัญญาไทยที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดนตรี อาหาร ไปจนถึงพลังของชุมชน โดยมุ่งเน้นให้เห็นว่า “Soft power” ของไทยคือเรื่องราวและความรู้สึกที่สร้างความรักและความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก ส่วนศรีเทพฯ จะพาย้อนเวลาไปสัมผัสเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนเมื่อ 19 ก.ย. 2566 ถ่ายทอดความสำคัญของศรีเทพในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมเชื่อมภาคกลางกับภาคอีสานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงวัฒนธรรมเขมรโบราณ

สำหรับสารคดีจำนวน 9 ตอนนี้ มีกำหนดเผยแพร่ทาง VIPA เริ่มตอนแรก วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ 9 สัปดาห์ต่อเนื่อง ตอนที่ 1. Lovely Garbage band สารคดีการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชนเผ่า วันที่ 30 ส.ค. 2. Saving Hornbill Island สารคดีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และนกเงือก วันที่ 6 ก.ย. 3. Massaman the curry สารคดีเกี่ยวกับแกงมัสมั่นไทย วันที่ 13 ก.ย. 4. Little butterflies สารคดีเกี่ยวกับการส่งเสริมนักเขียนรุ่นเยาว์ วันที่ 20 ก.ย. 5. Farm for life สารคดีเกี่ยวกับสมุนไพรไทย วันที่ 27 ก.ย. 6. On a Thai Note สารคดีความคิด ตัวตนและผลงานของสมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ วันที่ 4 ต.ค. 7. Esan power สารคดีเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางภูมิปัญญา วันที่ 11 ต.ค. 8. Mekong Paddlers สารคดีเกี่ยวกับประเพณีการแข่งเรือในแม่น้ำโขง วันที่ 18 ต.ค. และ 9. ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ ออกอากาศวันที่ 25 ต.ค. เวลา 10.00-11.00 น.

งานเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนพลังของการเล่าเรื่องในแบบสารคดี แต่ยังเป็นการประกาศให้โลกเห็นถึงความหลากหลายและคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ที่รอให้ค้นพบผ่านสายตาและหัวใจของผู้ชมทุกคน ทั้งนี้สามารถติดตาม  “VIPA” ทุกความสุข ดูฟรี ไม่มีโฆษณา ทางแอปพลิเคชัน VIPA ดาวน์โหลดได้ ทั้งในระบบ Android, iOS และและ Android TV หรือรับชมผ่าน http://www.VIPA.me

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! 'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้เป็นผู้ให้กำเนิดและหล่อหลอมลูกให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม

ในปีนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” อันเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และการดูแลเอาใจใส่ผู้เป็นแม่ด้วยหัวใจอันซื่อสัตย์และมุ่งมั่นตลอดมา

การได้รับโล่เกียรติคุณจากพระหัตถ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต หากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าของความกตัญญู ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นคนดีในทุกยุคทุกสมัย นายราเชนกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า จะตั้งมั่นดำรงตนด้วยความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณตลอดไป และมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติให้สมกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

– 006

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ 'หมอลำ' สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

บพข. สร้างปรากฏการณ์ Soft Power เปิดตัวโครงการยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล ในงาน อว.แฟร์ 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.57 น.

กรุงเทพมหานคร – หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ ภายในบูธนิทรรศการของ บพข. ในงาน อว.แฟร์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐและภาควิชาการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจตลอดช่วงกิจกรรม

นายศวัส สังขนันทร์ รักษาการแทนผู้อำนวยการ บพข. กล่าวว่า หมอลำไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงพื้นบ้าน แต่คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ และพร้อมที่จะก้าวสู่เวทีระดับโลก โครงการนี้จึงเป็นภารกิจสำคัญในการนำงานวิจัยเข้ามาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและตระหนักว่า นวัตกรรมจากวิถีไทยนั้นมีพลังมหาศาล

โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแสดงศิลปวัฒนธรรม หากแต่เป็นการวางรากฐานเชิงระบบ เพื่อผลักดันหมอลำให้กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย บพข. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนทุนวิจัยและความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของเราถูกต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงโปงลางบรรเลงบทเพลงเทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน ก่อนเข้าสู่ช่วงการเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ พร้อมฉายวิดีทัศน์แนะนำบทบาทของ บพข. ในการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับศิลปะหมอลำในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของชาติผ่านกระบวนการวิจัยและบ่มเพาะศิลปิน พร้อมการแสดงหมอลำประกอบแสง สี เสียง และยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดง Orchestra อีสาน ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นบ้านกับดนตรีสากลอย่างกลมกลืน, เวทีเสวนาในหัวข้อ “หมอลำก้าวสู่ Soft Power ทั้งในระดับประเทศและสากล” โดยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเอกชน และนักวิจัย พร้อม VTR สะท้อนมุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อหมอลำ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงหมอลำขนานแท้จากคณะเสียงอีสาน และกิจกรรมแจกของที่ระลึกภายใต้แนวคิด “หมอลำรักษ์โลก” ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล

ผู้เข้าชมบูธ บพข. สามารถร่วมสัมผัสนวัตกรรมจากวิถีไทยใน 5 โซนสำคัญ สะท้อนแนวคิด “ภูมิปัญญา 5.0” เริ่มตั้งแต่โซน PMUC Space & Information ที่จัดแสดงภารกิจสำคัญขององค์กร, โซนกีฬาไทยและความเชื่อ (Thai Martial Art & Belief ) ที่นำเสนอ “มวยไทยเวิร์ส” และเกม “Mythophobia” ที่ใช้เทคโนโลยี Metaverse, โซนดนตรีและศิลปะไทย (Music & Art Entertainment ) ที่ผสานดนตรีบำบัดกับภูมิปัญญาอีสาน, โซนอาหารและสมุนไพรไทย (Meta Super Market ) ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น โปรตีนจิ้งหรีด, สุราพื้นบ้าน ไปจนถึงปากกาทดสอบกลิ่น และปิดท้ายด้วยโซนคมนาคมไทย (City Transportation ) ที่จำลองตู้โดยสารรถไฟเพื่อแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไทยทำแห่งอนาคต

นอกจากนี้  บพข.ยังได้มีการจัดงาน “IDE Day 2025: Innovation Exchange”  เพื่อแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และผู้ประกอบการ ในการเปลี่ยน “ทุนวิจัย” ให้เป็น “กลไกระดับประเทศ” ที่สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง “กลไกเชื่อมโยง” ระหว่างทุน กลไก และตลาด เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมียุทธศาสตร์ และตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมได้จริง

บพข. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนแผนงาน Innovation Driven Enterprises (IDEs) ใช้บทบาท Sandbox ระดับประเทศในการทดลองกลไกเชิงระบบเพื่อช่วยให้บริษัทไทยปรับโครงสร้างองค์กร สร้างขีดความสามารถใหม่ และต่อยอดสู่การแข่งขันระดับสากล โดยในช่วง 2 ปีแรก แผนงาน IDEs ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ บริษัท ME/LE หน่วยงานตัวกลาง (IM) และที่ปรึกษาเชิงลึก (IBDS) ส่งผลให้มีบริษัท 230 แห่งเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจฐานนวัตกรรม, 5 บริษัทก้าวสู่รายได้พันล้านบาท, 37 หน่วยงานตัวกลางทั่วประเทศนำกลยุทธ์นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ และมีทีมที่ปรึกษา IBDS กว่า 100 ทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายในงาน อว.แฟร์ ยังมีการจัดกิจกรรมจาก บพข. อีกมากมาย อาทิ ภูมิปัญญาผสานเทคโนโลยี สู่วิถีสุขภาวะแห่งอนาคต กิจกรรม Revitalize & Resonate: The Tech & Tradition of Future Wellness การผสานวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ระหว่างดนตรีอีสานกับศาสตร์ ด้านดนตรีบำบัดสมุนไพรอายุรเวท และประสาทวิทยา ไม่เพียงยกระดับสุขภาพแบบองค์รวม แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เพื่อสื่อสารแนวคิดสุขภาพแบบองค์รวมจากสมุนไพรไทย

บพข. ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์และค้นพบพลังแห่งงานวิจัยที่พร้อมจะเปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยได้ที่บูธ บพข. ในงาน “อว.แฟร์ 2568” ระหว่างวันนี้ – 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

‘เฉลิมชัย’เปิด‘พระแม่พาติว ซีซัน 2’ ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

“เฉลิมชัย”เปิด”พระแม่พาติว ซีซัน 2” ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุด ย้ำโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา มุ่งมั่นทำต่อเนื่องเพื่ออนาคตเยาวชนไทย

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มีพิธีเปิดโครงการ “พระแม่พาติว ซีซัน 2 จุดไฟฝันการศึกษาไทย” อย่างเป็นทางการ โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรค นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เหรัญญิกพรรค นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสราวุธ อ่อนละมัย นายมนตรี ปาน้อยนนท์ นายยุพราช บัวอินทร์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด ดร.รุจชรินทร์ ทองใหญ่ นายวัชระ เพชรทอง นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต สส. ของพรรค ดร.ฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา อดีตผู้สมัคร อดีตตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนมีผู้ปกครองและนักเรียนเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง

ผศ.ดร.เจนจิรา ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ “พระแม่พาติว” ได้กล่าววัตถุประสงค์ของโครงการว่า เกิดขึ้นจากความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา จึงได้จัดการติวเข้มสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวิชา TGAT TPAT และการทำ Portfolio ซึ่งในซีซันแรกที่ได้จัดในปีที่ผ่านมา ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีนักเรียนทั่วประเทศลงทะเบียนเรียนหลายพันคน และมีนักเรียนจำนวนมากที่ผ่านการติวจากโครงการสามารถสอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยในฝันได้สำเร็จ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สานต่อโครงการอีกครั้งในซีซัน 2

ด้าน ดร.เฉลิมชัย กล่าวในพิธีเปิดว่า โครงการนี้คือการขับเคลื่อนด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตจากนักเรียนสู่การเป็นนักศึกษา ที่เป็นช่วงเวลาของการกำหนดอนาคตที่สำคัญที่สุด “โครงการพระแม่พาติว ซีซัน 2” ถือเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์มอบให้กับเยาวชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีสถานะทางครอบครัวเป็นอย่างไร หรือเรียนอยู่ในโรงเรียนใดใน 77 จังหวัด ซึ่งเป็นการติวสดที่พรรคประชาธิปัตย์ และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ พร้อมกัน 15 จุด ครบทั้ง 4 ภาค จึงเชื่อมั่นว่าในอีกหลายจังหวัดจะได้เข้าร่วมโครงการของเราต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้การดำเนินโครงการสามารถบรรลุผลเป็นความเท่าเทียมทางด้านการศึกษาได้อย่างแท้จริง

“พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาจริง ไม่ใช่พูดอย่างเดียวแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่เขียนหนังสือ เขียนตำรา หรือเขียนเป็นนโยบายอย่างเดียวแล้วก็ไม่มีโอกาสขับเคลื่อน แต่วันนี้คือการลงมือทำ เพื่อให้ทุกคนเห็นเห็นว่า เรามีความตั้งใจจริง” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เฉลิมชัย ยังได้กล่าวขอบคุณ รศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ ที่ปรึกษาโครงการ ได้นำทีมติวเตอร์ชื่อดังระดับประเทศ มาร่วมติวเป็นปีที่ 2 อย่างเต็มที่ ครอบคลุมทุกวิชา โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่โรงเรียนในจังหวัด ที่มี สส.ของพรรคอีกหลายแห่ง ทั้ง 4 ภาค ไปจนถึงการได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดปัตตานี (ปส.กส) อีกด้วย โดยได้ชื่นชมติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศที่มาให้ความรู้ พร้อมกับได้ฝากให้เยาวชน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการ “พระแม่พาติว” เพื่อให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะเป็นการร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กไทยได้อย่างแท้จริง

สำหรับโครงการพระแม่พาติว ซีซัน 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 22 สิงหาคม 2568 โดยมีการถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศ 15 จุดทั่วประเทศ ประกอบด้วย

ภาคใต้

– โรงเรียนดรุณศาสตร์วิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยาลัย อ.เมือง จ.ปัตตานี โรงเรียนอุบลรัตน์ราชากัลยาวิทยาลัย อ.เมือง จ.พัทลุง

– ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตร อ.จะนะ จ.สงขลา

– โรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

– โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช

– โรงเรียนร่อนพิบูลย์เกียรติวัดสุทธิ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ภาคเหนือ

– โรงเรียนเจดีย์วิทยา อ.ลี้ จ.ลำพูน

– โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัฒน์ศึกษา” อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

– โรงเรียนเมืองราดวิทยาคม อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

ภาคอีสาน

– โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

ภาคกลาง

– โรงเรียนบางสะพานวิทยา อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับทีมติวเตอร์ระดับประเทศถึง 9 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น เพื่อมาติวฟรี ครอบคลุมทุกวิชา อาทิ อ.หนู – กฤติกา ปาลกะวงศ์ | TGAT 91 Part ภาษาอังกฤษ , อ.ซัน – วิธวินท์ สุทวีทรัพย์ | TPAT1 จริยธรรมทางการแพทย์ , อ.แมค Max A wit – ณัฐพล แซ่โง้ว | TPAT3 ความถนัดวิศวะ , ดร.นริศรา | TCAS เทคนิคการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ , อ.บอส – ดร.กัณวัฒน์ สุขาภิวัฒน์ | TGAT 92 93 การคิดอย่างมีเหตุผล , อ.เกี๊ยว – ณัฐชนก รูปประดิษฐ์ | TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์ , อ.โดม – คมจักร คริมาธัญสร | TCAS เตรียม Portfolio TCAS , ครูพี่น็อต – พี่ต้น | TPAT1 เชาวน์ปัญญาและการเชื่อมโยง , อ.โช่ – ชนินทร์ พรมอยู่ | TPAT3 ความถนัดวิศวกรรมศาสตร์

– 006

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาวแก้ปัญหาน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

‘สุดาวรรณ’ผลักดัน‘อว. For water’เป็นนโยบายชาติ มอบ‘สอวช.-สสน.’จัดทำสมุดปกขาว แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

13 สิงหาคม 2568 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ร่วมกันจัดงานประชุมเสวนาขับเคลื่อนนโยบาย “อว. For Water” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัด อว. และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “อว. For Water” อย่างเต็มกำลัง โดยใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน โดยยึดหลัก “บูรณาการ ต่อยอด และนำไปใช้” และได้มอบหมายให้ สอวช. และ สสน. จัดทำสมุดปกขาว เสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป และดึงกองทุนกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าสนับสนุนการขับเคลื่อน

ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ย้ำถึงแนวคิด “Smart Water Governance” ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายนี้ โดยมี 3 เสาหลักที่ตอบสนองนโยบาย ได้แก่ ข้อมูลที่แม่นยำ จาก “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่พัฒนาโดย สสน. งานวิจัยที่ตอบโจทย์ โดยการสนับสนุนทุนจาก สกสว. และ นโยบายที่เฉียบคม โดยมี สอวช. เป็นสะพานเชื่อมจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยองค์ประกอบหลักคือ ข้อมูล เทคโนโลยีและนโยบายเชื่อมโยงทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ส่วนท้องถิ่น ส่วนกลาง โดยใช้ระบบข้อมูลน้ำขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ และกฎหมายที่รองรับ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม

“จุดแข็งของ อว. คือการมีผู้เชี่ยวชาญ มีเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศ สามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง และมีเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านน้ำ การจัดการน้ำในชุมชนจึงต้องอาศัยการถอดบทเรียนพื้นที่ ว่าแต่ละแห่งมีลักษณะอย่างไร เช่น บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในจุดเดียวกัน ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเสมอไป ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนต้องมีความสามารถรอบด้าน และ สสน. ได้แนะนำให้ใช้แนวคิดสมดุลน้ำในการแก้ปัญหา” ดร.สุรชัย กล่าว

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า เป้าหมายการขับเคลื่อน คือการบริหารจัดการน้ำอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมผลักดันนวัตกรรมน้ำให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ลดผลกระทบและเพิ่มประสิทธิภาพ อว. จึงกำลังดำเนินนโยบาย “อว. for Water” โดยใช้เครือข่ายพันธมิตร อว. ขับเคลื่อนงานเป็น 2 เฟส คือ เฟส 1 ดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง ด้วยกลไกเฉพาะ และเฟส 2 ทำงานเชื่อมโยงข้ามกระทรวง โดยบูรณาการกับสภานโยบายฯ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) กรมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผสานเทคโนโลยี บุคลากร และข้อมูล ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน

ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. ได้นำเสนอศักยภาพของ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ซึ่งเป็นกลไกเทคโนโลยีสำคัญ โดยรวบรวมข้อมูลจาก 54 หน่วยงานใน 12 กระทรวง มาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ครอบคลุมตั้งแต่ “ฟ้าถึงทะเล” ประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีคาดการณ์ สสน. มีระบบแบบจำลองที่ทันสมัย สามารถคาดการณ์ฝน น้ำท่า น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ และกำลังพัฒนา AI/ML เพื่อเพิ่มความแม่นยำ 2. การจัดการน้ำชุมชน โดยขยายผลสู่การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริกว่า 1,847 หมู่บ้าน ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำ ผลผลิตทางการเกษตร และลดความเสียหายจากภัยพิบัติ 3. เครื่องมือที่ใช้ได้จริง โดยประชาชนและหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน ThaiWater Mobile Application และ Mobile War Room สนับสนุนการบัญชาการในพื้นที่ประสบภัย ในอนาคต สสน. ตั้งเป้ายกระดับความมั่นคงด้านน้ำด้วย AI/ML เพื่อเพิ่มความแม่นยำของระบบคาดการณ์ และพัฒนาคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติให้เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงวิทยาศาสตร์ระบบ เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย ได้ยกบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งสร้างความเสียหายราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือ 12% ของ GDP กระทบพื้นที่การเกษตรกว่า 12.8 ล้านไร่ และประชาชนกว่า 13 ล้านคน และหลายภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงัก เป็น “Wake-up Call” ที่ทำให้ภาคธุรกิจตระหนักว่าการจัดการน้ำไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามขอชื่นชมบทบาทของ สสน. ในฐานะ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่พัฒนาแพลตฟอร์ม ThaiWater คาดการณ์ฝน พายุ และปริมาณน้ำได้ล่วงหน้า ได้ตั้งแต่ 3 วัน 7 วัน จนถึงรายเดือน ช่วยภาคธุรกิจวางแผนลดความเสี่ยงทั้งภาคการผลิต ประกันภัย ธนาคาร และเกษตรกรรม

“ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับ สสน. จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ และมีระบบกักเก็บน้ำขนาด 4–6 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงใช้ IoT และเซ็นเซอร์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในไร่อ้อยจาก 7-8 ตันต่อไร่ เป็นกว่า 15 ตันต่อไร่ และการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบติดตั้งบนบก ซึ่งหอการค้าไทยพร้อมใช้เครือข่ายครอบคลุม 76 จังหวัด และกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ (YEC) ร่วมมือกับ สสน. ใช้ข้อมูลวางแผนเชิงพื้นที่เสนอแผนโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปัญหาจริงของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างยั่งยืน”นายวิชัย กล่าว

จากนั้นภายในงานได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็น “การขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการน้ำบนฐานข้อมูลสารสนเทศ” ออกเป็น  4 กลุ่มหลัก ได้แก่  1. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ  2. กลุ่มสารสนเทศด้านบริหารจัดการน้ำ  3. กลุ่มวิจัย และ 4. กลุ่มการจัดทำสมุดปกขาวเชิงนโยบาย

ดร.สุรชัย ได้สรุปสาระสำคัญของการระดมความคิดเห็นว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างองค์ความรู้และวางระบบบริหารจัดการน้ำในทุกระดับ ทั้งชุมชน ภาคเอกชน และเชิงนโยบาย พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายและลดการซ้อนทับอำนาจของหลายหน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยกลุ่มสารสนเทศฯ เห็นความจำเป็นในการพัฒนาข้อมูลให้มีคุณภาพ เน้นการนำไปใช้ประโยชน์ด้านเกษตรเป็นลำดับแรก และต่อยอดสู่การป้องกันภัยพิบัติในระยะยาว

กลุ่มการวิจัย มองว่ามหาวิทยาลัยควรจัดระบบบริหารจัดการน้ำให้บูรณาการและใช้งานได้จริง โดยภาครัฐให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติ ควรพัฒนาเทคโนโลยีระดับชุมชน ส่วนภาคเอกชนเน้นคุณภาพน้ำและการป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่รับน้ำ ชุมชน และผู้ใช้น้ำ พร้อมเรียกร้องการบูรณาการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและได้รับองค์ความรู้ด้านการเตือนภัยเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มการจัดทำสมุดปกขาวเชิงนโยบาย เสนอให้ภาครัฐและมหาวิทยาลัยพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำ ผู้ใช้น้ำต้องการให้พัฒนากำลังคนเพื่อเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยี ส่วนภาคเอกชนเรียกร้องการพัฒนาแบบจำลองเพื่อการบริหารเชิงรุก ตอบโจทย์การจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมการบริหารกำลังคน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และเชื่อมต่อการจัดการน้ำในทุกระดับอย่างมีเอกภาพ

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.อรวรรณ คูหเพ็ญแสง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำคณะนักเรียนนักดนตรีวงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวงโยธวาทิตตัวแทนประเทศไทย โดย สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเทศกาลวงโยธวาทิตนานาชาติ ประเทศเกาหลีใต้ ประจำปี 2568 “Jeju International Wind Ensemble Festival 2025” ระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ เมืองเจจู ประเทศเกาหลีใต้ ตามคำเชิญของผู้จัดงาน โดยมี อาจารย์วิษณุ โห้ไทย เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมวง ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางการแสดงดนตรี สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและเครือข่ายพันธมิตรทางดนตรี

ทั้งนี้ วงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 Thailand World Music Championships 2024 ในประเภท Modern Concert Band – MCB Division 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษ จึงได้รับสิทธิ์ในการแต่งตั้งให้เป็น “ตัวแทนประเทศไทย” เข้าร่วมกิจกรรมวงโยธวาทิตในต่างประเทศอย่างถูกต้องและเป็นไปตามประกาศสมาคมฯ เลขที่ สวยท. ปศ. 65/3 – ข้อกำหนดการรับรองวงโยธวาทิตในนามตัวแทนประเทศไทย ดูรายละเอียดได้ที่ https://mbat.or.th/announcement  , ประกาศราชกิจจานุเบกษา (ข้อ 4.7) https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17179845.pdf

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต  นักบริหารพิเศษ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ปทุมมา ผกาสวรรค์ งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์ ผลงานการเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  โดยได้รับเกียรติจาก นางสุภาพร  โชคเฉลิมวงศ์  ผู้อำนวยการ กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ผู้ก่อตั้งวัดร่องขุน และ ดร.อนันต์  พิริยะภัทรกิจ  นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) เข้าร่วมกิจกรรมและจัดแสดงผลงาน ณ วัดร่องขุ่น อ.เมือง จ.เชียงราย  

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว  วว. ร่วมกับ วช. ผ่านการดำเนินงานโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ และภาคีเครือข่ายวัดร่องขุ่น กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-17 สิงหาคม 2568 ณ วัดร่องขุน เนื่องในเทศกาลวันแม่ ภายในงานจัดแสดงความสวยงามของ ดอกปทุมมา” และการนำไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการประดับตกแต่ง การใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร การแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้ยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ มีกรอบโครงการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การวิจัยเพื่อการผลิต การวิจัยเพื่อการส่งออก การวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว การวิจัยเทคโนโลยี การวิจัยในท้องถิ่น และการวางแผนการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนาตลาดไม้ดอกไม้ประดับมูลค่าสูงภายในประเทศและต่างประเทศอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม