สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

สพสท.จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ 12-14 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย (สพสท.) จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติ ที่ จ.นครปฐม ระหว่าง 12-14 พ.ย.นี้

รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม นายกสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย (สพสท.) เปิดเผยว่า สมาคมฯ ใคร่ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการแห่งชาติ เรื่อง “คุณภาพการ พลศึกษาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Quality Physical Education Toward Sustainable Development Goals) ระหว่างวันที่ 12-14 พ.ย.68 ที่แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจครู อาจารย์ ด้านที่เกี่ยวข้อง หรือนิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยความยินดี

ในงานดังกล่าวจะมีพิธีประกาศเกียรติคุณ รางวัลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้กับบุคคลและโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ได้แก่ รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านการบริหาร, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านวิชาการ, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านปฏิบัติการในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา, รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติด้านปฏิบัติการในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา, รางวัลโรงเรียนดีเด่นแห่งชาติระดับประถมศึกษา และรางวัลโรงเรียนดีเด่นแห่งชาติระดับมัธยมศึกษา

กิจกรรมในวันที่ 12 พ.ย.68 จะมีปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ เพียรชอบ เรื่อง “ธรรมนาวาวัง : หลักสัจจศาสตร์สำหรับครูอาจารย์” โดย พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระธรรมวชิราจารย์ (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ ป.ธ.8), รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการมหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย, รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย การบรรยายจาก ผศ.ดร.มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพรโส รองอธิการบดี และคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ม.บูรพา, ผู้แทนสถาบันผลิตบัณฑิตพลศึกษา, ผู้แทนโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา วิทยากรจากประเทศจีน, สิงคโปร์ และเวียดนาม

ส่วนวันที่ 13 พ.ย.68 การบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และรองศาสตราจารย์ ดร.โยธิน แสวงดี จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา และวิทยากรบรรยาย เรื่อง “ปัญญาประดิษฐ์ (AI.) ในการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา” โดย ดร.สุขยืน เทพทอง ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ)

วันที่ 14 พ.ย.68 ภาคเช้า จะเป็นการนำเสนอผลงานทางวิชาการแบบบรรยาย แบ่งตามห้องผลงานด้านสุขศึกษา พลศึกษา นันทนาการ กิจกรรมทางกาย และนวัตกรรมพลศึกษาและกีฬา จากนั้นเวลา 12.15 น. จะมีพิธีปิดการประชุม โดย รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม นายกสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย และพิธีมอบทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน

สำหรับผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประชุมวิชาการครั้งนี้สามารถติดต่อได้ที่ คุณเฉลิมศรี ไวยรัตน์ 08-1305-5039 หรือที่ ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล 08-1424-2843

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระพันปีหลวง’

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของอุปกรณ์กีฬา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

‘ในหลวง’ พระราชทานหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น ทรงเลี้ยงไอศกรีม แก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระพันปีหลวง” 12 สิงหาคม 2568

6 สิงหาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก และเยาวชน ในสถานศึกษาต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

6 สิงหาคม 2568 เวลา 09.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน  อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่โรงเรียนต่างๆจำนวน 2 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงอินทิรา พลธร เป็นประธานเชิญหนังสือ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งไอศกรีมพระราชทาน ไปมอบแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง จำนวนรวม 2,314 คน และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง จำนวนรวม 3,090 คน

โดยหนังสือต่างๆ ซี่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถกับสิ่งแวดล้อม, สมเด็จแม่กับการศึกษา, สมเด็จแม่กับการศึกษา , ป่ารักน้ำ – ทางเลือกสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ศิลป์แผ่นดิน, ธรรมราชินี, ที่ระลึกครบ 100 ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม พิธีเปิดศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 และพิธีเปิดเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์, ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศราชการ เป็นต้น ฯลฯ 

เพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า และได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จำนวน 100 เล่ม ยาพระราชทาน เป็นชุดยาสามัญประจำบ้านสำหรับไว้ใช้ในห้องปฐมพยาบาท  อุปกรณ์กีฬา 

ได้แก่ ลูกบาสเกตบอลหนัง ลูกฟุตบอลหนังเย็บ ลูกวอลเลย์บอลหนัง ลูกตะกร้อ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและฝึกซ้อมกีฬา สิ่งของที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ในการทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำ สบู่ล้างมือ ถุงขยะ ไม้กวาดดอกหญ้าและไม้กวาดสนาม และตู้เครื่องทำน้ำเย็นเพื่อใช้ในการทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน สำหรับของหวานในวันนี้ ได้แก่ไอศกรีม รวมทั้งน้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา  

ในโอกาสนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ต่างร่วมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย อย่างกึกก้องด้วยความจงรักภักดี.

012

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม'ร้องเพลงชาติ'ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.52 น.

ส่งใจจากแดนไกล!! อธิการบดี มรภ.ยะลา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน สวมเสื้อเหลือง ร่วม’เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย’ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ปฏิบัติงานชายแดนไทย กัมพูชา 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน ร่วมกิจกรรม “เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย” เพื่อแสดงพลังแห่งความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ

โดยภายในงานเต็มไปด้วยความพร้อมเพรียง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง แสดงถึงความจงรักภักดีและพลังแห่งความสามัคคี ยังมีการถือป้าย แสดงความรักชาติ ปกป้องอธิปไตย พร้อมโบกธงชาติไทย เพื่อแสดงความหวงแหนในอธิปไตยของชาติไทย และร่วมส่งแรงใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนและประชาชนในการร่วมกันปกป้องและธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผืนแผ่นดินไทย

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล 'สมเด็จพระพันปีหลวง' เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 

6 สิงหาคม 2568 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

.012

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกับ เรือนจำกลางนครพนม จัดกิจกรรมสืบสานประเพณี “ลงแขกดำนา” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ แปลงนาใหญ่ ภายในเรือนจำกลางนครพนม โดยมี  ผศ.ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณบดีคณะเกษตรและเทคโนโลยี และ นายฉลาด อ่อนหัวโทน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่เรือนจำ และนักศึกษาผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง เข้าร่วมกิจกรรมรวม 161 คน

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานะผู้ต้องขัง ได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่นา ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมด้านการเกษตรของไทย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานท้องถิ่น

อาจารย์สรินทรเทพ สายเนตร ภูกฤตธาดา อาจารย์ประจำสาขาวิชาสหวิทยาการศึกษา คณะเกษตรและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กิจกรรมลงแขกดำนา ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในรายวิชาภาคปฏิบัติ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยนครพนมกับเรือนจำกลาง ซึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตร “เกษตรศาสตร์” โดยมีนักศึกษาในระบบจากเรือนจำ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางนครพนม เรือนจำจังหวัดสกลนคร และเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร รวมประมาณ 350 คน ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับผู้เรียนที่มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) และมีโทษไม่ต่ำกว่าระยะเวลาการศึกษา (3 ปี) โดยเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ด้านอาหาร สัตวศาสตร์ พืชศาสตร์ ประมง และด้านช่าง ซึ่งผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาที่สามารถนำไปใช้สมัครงาน หรือแม้กระทั่งสอบเข้ารับราชการได้

สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในระหว่างศึกษา หากมีความประสงค์สามารถโอนย้ายเข้าสู่ระบบการเรียนปกติที่คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ทันที โดยไม่เสียสิทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาในรุ่นแรกของโครงการกำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ของภาคเรียนที่ 2

กิจกรรม “ลงแขกดำนา” ครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จของการบูรณาการการเรียนรู้ควบคู่กับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างของการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและคืนคนดีสู่สังคม

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน 'Future Food  Future Opportunity'

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โชว์ศักยภาพ – นางศิรินันท์  ทับทิมเทศ  นักบริหารพิเศษและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ (ศนอ.) วว. พร้อมคณะนักวิจัย โชว์ศักยภาพของ ศนอ. เนื่องในการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความสำเร็จการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอาหารอนาคต ประจำปี 2568 ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Future Food  Future Opportunity โอกาสใหม่อาหารไทยด้วยพลังพันธมิตร” เพื่อเสริมแกร่ง SMEs ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ  แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงทพฯ

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ จับมือธนาคาร LH Bank และNIDA จัดโครงการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา

รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กล่าวว่า ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและระบบการเงินมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น การมีความรู้ทางการเงิน และการมีวินัยทางการเงินถือเป็นทักษะสำคัญที่ประชาชนทุกช่วงวัยควรมี โดยเฉพาะนักศึกษาและเยาวชน ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงวัยทำงานจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการรายได้ ค่าใช้จ่าย การออม และการวางแผนการเงินในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวและที่สำคัญเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตให้แก่ตนเองด้วย

ดังนั้นทางสาขาวิชาการเงินและนวัตกรรมทางการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ จึงได้ร่วมกับ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA จัดโครงการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม Auditorium อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มทร.กรุงเทพ ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อาจารย์ณัฐพงษ์ อภินันท์กูล  CFP กรรมการและเลขาธิการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ศ.ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน อาจารย์จากสาขาบริหารธุรกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ  NIDA และตัวแทนจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้

“การดำเนินความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง อันจะเป็นรากฐานที่ดีในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันสนับสนุนการพัฒนาสังคมไทยให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับบุคคลและระดับประเทศ รวมทั้งยังเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการเงินส่วนบุคคลแก่ผู้เข้าร่วมอบรม  พร้อมทั้งส่งเสริมวินัยทางการเงิน และการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน  สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการใช้จ่าย การออมเงิน และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมวินัยทางการเงินที่ดีในระยะยาว อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวมด้วย” อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวทิ้งท้าย

‘ในหลวง-พระราชินี’ มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

'ในหลวง-พระราชินี' มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

‘ในหลวง-พระราชินี’ มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.41 น.

‘ในหลวง-พระราชินี‘ ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่บาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว  พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย

วันที่ 5 สิงหาคม 2568  เวลา  11.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่   จ่าสิบโท นฤชา  ศรีเมืองบุญ  และพลทหาร พงษ์เพชร  หมั่นหินราช    กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ  โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

ในการนี้   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์   การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
 

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

5 สิงหาคม 2568 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) มอบหมายให้ นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รอง ผอ.สคทช. เข้าร่วมชี้แจง “(ร่าง) มาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ” ในการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

นายสุริยนฯ รอง ผอ.สคทช. กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะหน่วยงานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เร่งขับเคลื่อนการดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกัน และการพิสูจน์สิทธิในการครอบครองที่ดินจนเป็นข้อพิพาทระหว่างที่ดินของรัฐกับรัฐ หรือที่ดินของรัฐกับประชาชน สำหรับการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐนั้น สืบเนื่องจาก สคทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับวัดหลายแห่งทั่วประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งต่อมาได้ถูกประกาศให้เป็นเขตที่ดินของรัฐ เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือเขตป่าอนุรักษ์ โดยวัดเหล่านี้มักไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากอยู่ก่อนการประกาศเขตที่ดินของรัฐ

วัดส่วนใหญ่จึงไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิได้ตามขั้นตอนปกติ ทำให้เกิดข้อจำกัดทั้งด้านการใช้ประโยชน์ การพัฒนา การปกป้องสิทธิของวัด และเกิดข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรักษาพื้นที่  การแก้ไขปัญหาโดยใช้มาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ โดยใช้วิธีการตรวจสอบร่องรอยการทำประโยชน์ในภาพถ่ายทางอากาศออร์โธสี มาตราส่วน 1:4000 ปี พ.ศ.2545 หรือ พ.ศ.2546 หรือพยานหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบ แต่เนื่องจากพระสงฆ์ธรรมยุตินิกายเป็นพระสงฆ์ที่จาริกปฏิบัติธรรมตามป่าเขา ถ้ำ หรือเพิงหิน จึงไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือสิ่งก่อสร้างในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร  สคทช. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาหลักการ วิธีการและเงื่อนไขการพิสูจน์สิทธิในที่ดินวัด รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา และจัดทำมาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนที่ชัดเจน และสามารถนำไปสู่การออกเอกสารประเภทโฉนดที่ดินเพื่อธรณีสงฆ์ได้ซซึ่งเรื่องนี้ เลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้นำเสนอ  แนวทางแก้ไข ต่อมหาเถรสมาคมและในที่ประชุมรับทราบ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 5/2567 มติที่ 146/2567 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (ร่าง) มาตรการฯ ตามที่ สคทช. เสนอ โดยมอบหมายให้ สคทช. ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคู่มือสำหรับปฏิบัติงานและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) ใช้มาตรการนี้เป็นแนวทางในการพิจารณาพิสูจน์สิทธิให้กับวัดในพื้นที่ทันที..”

นายสุริยน พัชรครุกานนท์  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  “ร่างมาตรการดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาวัดที่ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นที่ดินของรัฐ ทำให้สามารถพิสูจน์สิทธิได้อย่างเป็นธรรม จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดข้อขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พระพุทธศาสนา ไม่เป็นการสร้างภาระเกินสมควรแก่วัด และสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินได้โดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคุ้มครองและสนับสนุนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศาสนาและจิตใจของประชาชน ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีผลทำให้ทุกหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรักษาที่ดินของรัฐ จะต้องอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและรับรองข้อมูลตามอำนาจหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการออกเอกสารสิทธิ์ให้วัดที่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรการนี้ต่อไป..”

ขณะที่ ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมผลักดันเรื่องปัญหาที่ดินวัด และที่พักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในเขตที่ดินของรัฐประมาณ 10,000 กว่าแห่งมาตั้งแต่ต้น กล่าวด้วยความดีใจว่า โดยก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้ทำหนังสือเรียนไปยัง “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีใจความว่า สคทช.ได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำร่างมาตรการการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของวัดในพื้นที่ของรัฐเพื่อออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับวัด(ที่ดินวัด)ในพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้วัดที่มีการตั้งอยู่จริง และมีการใช้ประโยชน์ในลักษณะศาสนกิจมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกรณีที่วัดตั้งอยู่ก่อนที่ที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นที่ดินของรัฐ และมีหลักฐานทางราชการหรือหลักฐานอื่นที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ได้ เช่น แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายเก่า เอกสารทางวัด หนังสือราชการของหน่วยงานรัฐ หรือคำรับรองจากประชาชนในท้องถิ่น ได้รับการพิจารณาออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ปัจจุบันหลักเกณฑ์ในการพิสูจน์สิทธิ์เพื่อออกโฉนดที่ดินยังคงอิงกับร่องรอยการใช้ประโยชน์ในลักษณะเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะการใช้ประโยชน์ของวัดที่มักเป็นพื้นที่ลานหิน ต้นไม้ ทางเดิน หรือศาสนสถานถาวร จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเฉพาะในการรับรองสิทธิ์ของวัดในลักษณะดังกล่าว  การดำเนินการมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

1. สำนักงาน ได้จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำร่างมาตรการดังกล่าวแล้วเสร็จ

2. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างมาตรการ

3. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

4. เดิมกำหนดเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ จึงต้องแจ้งเวียนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความเห็นอีกครั้ง

5. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นยืนยันจากรัฐมนตรีใหม่ หากได้รับครบถ้วนแล้วจะสามารถเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ทันที

เพื่อให้การดำเนินการออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับวัดในพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างถูกต้อง ชอบธรรม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของการใช้พื้นที่ รวมถึงกรณีของวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร ที่ได้ยื่นคำร้องพิสูจน์สิทธิ์ไว้แล้ว

ดร.มหานิยม กล่าวต่ออีก ว่า ล่าสุดจากการดำเนินการเร่งรัดโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” และ “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ครม.ได้อนุมัติแล้ววันนี้ ตามที่ สคทช.เสนอ โดยเฉพาะ วัดดอยธรรมเจดีย์ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ก็ได้รับอนุมัติตามที่ดินที่วัดครอบครองอยู่แล้วด้วย

-(016)

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อเสริมสิริมงคล และจรรโลงพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกลางโคกค้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พระอธิการเด่นพยัคฆ์ ปริปุญฺโน เจ้าอาวาสวัดกลางโคกค้อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางนภสร พระยาลอ วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ครั้งที่ 5 ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

โดยมี นายสยามพัสธ์ ทิพสอน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ ดร.อุมารินทร์  เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ดร.เกษร แสนศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกมลาไสย นายนิมิต รอดภัย ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และอุปนายกฯ คณะกรรมการสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสมเด็จ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด สมาชิกสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ ร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง

โครงการดังกล่าว จัดขึ้นโดยสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  กำหนดการถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด พร้อมเครื่องไทยธรรม ในครั้งนี้ประกอบไปด้วย วัดกลาง (พระอารามหลวง) วัดใต้โพธิ์ค้ำ วัดดอนปู่ตาบูรพาราม วัดสว่างอุทัยดอนยูง วัดบูรพาโคกเครือ วัดกลางโคกค้อ วัดศรีจันทร์พัฒนาราม วัดป่ามะโนวันทุ่งเศรษฐี  วัดหนองขามเหนือ และวัดสว่างหัวนาคำ

อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม โดย ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ///-026