ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครหนอ ใครกันให้เราขี่คอ

โพลพรรคส้มนั้นขี่คอพรรคน้ำเงินมาตลอด แต่กูรูที่อาจไม่รู้จริงหลายคนกลับให้น้ำเงินนั้นขี่คอส้ม วันนี้ เลยยังไม่รู้ใครขี่คอใคร

พรรคน้ำเงินได้ความเป็นรัฐบาลเป็นแต้มต่อ เติมด้วยกระแสรักชาติที่โถมเข้ามาช่วงก่อนยุบสภา ถมด้วยการย้ายมาร่วมของพรรคอื่นและบ้านใหญ่ แถมความเป็นมืออาชีพของเทคโนแครตบางคนที่เข้ามาช่วย ทำให้กูรูต่างทายว่า น้ำเงินขี่คอส้ม

แต่ตลอดเดือนที่ผ่าน น้ำเงินไม่มีมุกใหม่ ไม่มีนโยบายหวือหวา กระแสชาตินิยมเริ่มหดตัว ความเป็นมืออาชีพยังอยู่เท่าเดิมไม่มีเติมเพิ่ม แถมหัวหน้าพรรคยังหลบทุกดีเบต มีแต่การขายความเป็นตัวแทนหมู่บ้านฝ่ายอนุรักษ์ ราคาหุ้นจึงดูทรง ๆ ไม่ขึ้นให้เห็น คนเลยเบนเข็มไปเล่นหุ้นตัวใหม่ ที่อาจเสี่ยงกว่า แต่น่าสนใจกว่า กำไรมากกว่า

โอกาสชนะของพรรคนี้ จึงอยู่ที่ gen X ตอนปลาย และ Baby boomer ตอนดึก จะระดมใช้สิทธิ เอาชนะเสียงของ gen Y และ gen Z ที่นิยมผลไม้รสหวานเปรี้ยวได้

โอกาสชนะยังมี แต่หืดขึ้นคอ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.37 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลิโดคอนเน็ค สยามสแควร์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดงาน “Roadshow การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 69” เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง , นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง คณะผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยศิลปินและนักแสดง นำโดย เกรท – สพล อัศวมั่นคง และ ไบร์ท – รพีพงศ์ ทับสุวรรณ นักแสดงจาก GMMTV , แจม – รชตะ หัมพานนท์ นักแสดงจากช่องวัน 31 , มิ้วส์ – อรภัสญาน์ สุกใส ศิลปินจากจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมด้วย มอส – ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ แพรซัน – แพรงาม สุนทระศานติก เข้าร่วมทำกิจกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Voice Of People” เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงมีความหมายผ่านกำแพงสติกเกอร์แสดงพลังของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.2569 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569

นอกจากนี้ ยังมีบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และกิจกรรมเกมลุ้นของที่ระลึก พร้อมช่วงพูดคุยกับศิลปินตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมอง เรื่องสิทธิและพลังเสียงของประชาชน ปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษจาก มอส – ปฏิภาณ กับบทเพลง “เสียงของเรานั้นสำคัญ” และ แพรซัน – แพรงาม กับบทเพลง “My Voice My Choice อนาคต เราเลือกเอง” ที่จัดทำโดยสำนักงาน กกต.เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกัน

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.31 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก หากพรรคประชาชาติได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยนโยบายเร่งด่วนที่ 1.คือ การแก้ปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยเฉพาะหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบาย “การสร้างคน” เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เราจะระงับการชำระคืนหนี้ กยศ. สำหรับผู้ที่ครบกำหนดชำระแล้ว เพื่อลดภาระของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้สามารถตั้งตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อผู้กู้กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วน 2.การปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยพรรคประชาชาติจะผลักดัน การนิรโทษกรรมกรณีพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชนบท ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ประชาชนจำนวนมากอยู่กับที่ดินนั้นมานาน แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก เราจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปกดทับชีวิตคน ซึ่งพรรคจะผลักดันให้เกษตรกร ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

“รวมถึงเดินหน้านโยบาย ยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเมื่อเกษตรกรมีที่ดิน มีสิทธิ และมีราคาผลผลิตที่เป็นธรรม เขาจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐตลอดเวลา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วน 3.พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการ เสริมสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยมุ่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อยกระดับระบบธรรมาภิบาลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม พรรคตั้งเป้าหมาย ขจัดคอร์รัปชันให้เหลือ 0% โดยจะใช้ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบที่มาของรายได้และทรัพย์สิน เพื่อปิดช่องโหว่การสะสมความมั่งคั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากใครมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ต้องตอบให้ได้ว่าเงินมาจากไหน หากชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางภาษีและกฎหมาย นี่คือการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจัง

“แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนจากการปราบปรามเชิงรับ มาเป็นการตรวจสอบความมั่งคั่งเชิงรุกในระดับโครงสร้าง เพื่อทำให้รัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นโยบายทั้ง 3 ด้านนี้ถูกกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนของพรรคประชาชาติ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่หนี้การศึกษาของคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปจนถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประเทศกูจะไปรอดไหม

พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ตอนแรกก็ดูดีอยู่หรอกครับ พอหาเสียงไปกลับแปลกมากขึ้นตามลำดับ เช่น ชอบแรงงานต่างด้าวมากกว่าคนไทย ถึงขั้นหนุนให้เข้ามาเป็นบอร์ดประกันสังคม! หนุนให้มีการแยกดินแดน!

ที่แปลก คือ เป็นกลุ่มคนที่ไม่มี “ครู” ..ไม่ชอบทหาร ..ไม่เคยเคารพพ่อแม่ (นอกจากเวลาขอเงิน) ..เป็นกลุ่มคนที่สร้างวัฒนธรรมที่ก้าวร้าว ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย (อยู่สิงคโปร์ติดคุกกันหมดแล้ว) และ พูดโกหก ปลิ้นปล้อนได้ตลอดเวลา พอผิดก็ขอโทษ ซึ่งก็ผิดประจำ ฯลฯ

คนประเภทนี้จะเอามารับผิดชอบบ้านเมืองได้อย่างไร โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ด้วย มันน่าเป็นห่วงนะครับ

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

“ลุงป้อม” ปล่อยคลิป ชวนชิม “ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด” ย้ำ ขอเป็นสื่อกลาง แนะนำอาหารอร่อย กระตุ้นเศรษฐกิจ-ช่วยหนุนเพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

30 มกราคม 2569 ในช่วงเวลาที่กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาวะฝุ่น PM 2.5 มีความเข้มข้นสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ จนกทม.ต้องออกมาเตือนให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และขอความร่วมมือให้ทำงานอยู่ที่บ้าน WFH ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคมนี้ 

โดยวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้าแสนยอด ซึ่งในคลิปพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นราดหน้าหมูหมัก ที่เส้นนุ่ม ผักก็อร่อย

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ชิม มะม่วงเจ๊เพ็ญ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยระบุว่า เพื่อเป็นการช่วยเกษตรกรไทย โดยได้นำมะม่วง มาจิ้มกับน้ำปลาหวาน รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย และแนะนำให้พี่น้องประชาชนให้ทดลองรับประทานเชื่อว่าไม่ผิดหวัง 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า แม้ตนเองจะวางมือทางการเมืองแล้ว แต่ก็ยังสามารถทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งเชื่อว่าจะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน อย่างที่เคยบอกได้อย่าง “ลุงป้อมชวนชิม” ที่แนะนำเมนูอาหารชื่อดังที่มีรสชาติอร่อย และยังสามารถเป็นสื่อกลาง ช่วยประชาชนในการช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยได้

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ตามที่ กกต.ได้มอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้ายื่นหนังสือต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอทราบรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ ในช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง สส.นั้น ในวันนี้นายครรชิต ได้เข้ายื่นหนังสือขอทราบรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติดังกล่าว โดยมีผู้แทนของธนาคารแห่งประเทศไทย รับมอบหนังสือเรียบร้อยแล้ว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะส่งรายละเอียดให้ กกต.ทราบเร็วที่สุด ณ สำนักงาน กกต.อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำข้อมูลดังกล่าวมามอบให้กับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่สำนักงาน กกต.ในช่วงเย็นวันนี้

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

เปิดข้อสรุปสอบหมอ”หมอสุภัทร”ปมซื้อ ATK แบ่งซื้อ 5 ครั้ง อ้างบริหารสต็อกในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ฟังไม่ขึ้น เหตุนำมาใช้ก่อนจัดซื้อทีหลัง ย่อมรู้ยอดอยู่แล้ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยแนวหน้าออนไลน์ กรณีปมการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ในการจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standart Q จากบริษัทนำวิวัฒน์การช่าง(1992) จำกัด รวม 42,845 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปมประเด็นสำคัญในการตรวจสอบทางวินัยต่อ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะในขณะนั้น

แหล่งข่าวระบุว่า ในการพิจารณาประเด็นนี้ ได้ข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค. – ส.ค. 2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน

ต่อมาภายหลัง (ต.ค. – ธ.ค. 2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 (ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท จึงดำเนินการออกเป็น 5 รายการ/5 ครั้ง (4 ครั้ง ๆ ละ 8,695 ชุด วงเงิน 1,999,850 บาท และ 1 ครั้ง 8,074 ชุด วงเงิน 1,857,020 บาท) ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง

แหล่งข่าวระบุว่า นพ.สุภัทรชี้แจงว่า การจัดซื้อหลายครั้งเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป (นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ

การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาทจึงเป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ ทำให้คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้” จึงสรุปว่าเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ถ้าดูจากขั้นตอนมีการนำ ATK จากบริษัทนำวิวัฒน์ฯ มาใช้ก่อน แล้วจึงทำเรื่องจัดซื้อย้อนหลัง ดังนั้นการอ้างเหตุผลที่ต้องจัดซื้อ 5 ครั้งแทนที่จะซื้อครั้งเดียวว่าเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน จึงฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อจัดซื้อย้อนหลังก็ย่อทราบยอดที่แน่นอนอยู่แล้ว

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

วันที่ 30 มกราคม 2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน!!!!!

สุริยะใส กระตุกต่อมคิด! เลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาทิศทางประเทศ

สุริยะใส กระตุกต่อมคิด! เลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาทิศทางประเทศ

สุริยะใส กระตุกต่อมคิด! เลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาทิศทางประเทศ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า …การเลือกตั้งไม่ใช่ที่ระบายแค้น แต่คือที่ตัดสินอนาคตประเทศ…

การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การชำระแค้นของใคร
ไม่ใช่การเอาคืนส่วนตัว ไม่ใช่การลงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ใช่สนามอารมณ์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่คือการตัดสินใจร่วมกันว่า ใครควรได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศในช่วงเวลาที่เปาะบางและซับซ้อนที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย

การตัดสินใจครั้งนี้ จึงไม่ควรถูกนำด้วยวาทกรรมปลุกเร้า
คำพูดที่แรง อาจสะใจในช่วงสั้น ๆ แต่ไม่เคยพาประเทศรอดในระยะยาว การเมืองที่ดีต้องอธิบายได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่แค่ปลุกอารมณ์ และนโยบายที่ดีต้องทำได้จริง ไม่ใช่เพียงพูดให้เชื่อหรือพูดให้ชนะกันในเวทีหาเสียง

เพราะนี่คือการเลือกตั้งที่ชี้ชะตาทิศทางประเทศ
โลกกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ความขัดแย้งของมหาอำนาจกำลังกดทับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่ใช่เรื่องเล็ก และเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหน และยืนอย่างมีศักดิ์ศรีได้หรือไม่

ก่อนจะถามว่าเชียร์พรรคไหน ลองถามให้ลึกกว่านั้น
พรรคการเมืองนั้นเข้าใจโลกจริงหรือยัง มีจุดยืนต่อมหาอำนาจอย่างไร จัดการความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วยสติหรือด้วยอารมณ์ และผู้นำที่เสนอมา มีวุฒิภาวะเพียงพอจะรับมือกับแรงกดดันรอบด้านหรือไม่

การเลือกตั้งครั้งนี้ เราควรถามให้ชัดว่า
เราต้องการพรรคการเมืองแบบไหน นายกรัฐมนตรีแบบไหน และรัฐบาลแบบไหน ที่จะไม่ทำให้ประเทศแตกแยกซ้ำซาก แต่สามารถรวมพลังคนต่างความคิด บริหารวิกฤตได้จริง และพาประเทศไปต่อในโลกที่ไม่รอใคร

สุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เลือกจากความเกลียดใคร
แต่คือการเลือกด้วยเหตุผล วุฒิภาวะ และความรับผิดชอบร่วมกัน ว่าเราจะมอบอนาคตของประเทศไว้กับใคร และจะพาไทยไปต่ออย่างไรในวันที่โลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและรุนแรง…

เท่าพิภพ ได้ไปต่อ! ศาลฎีกายกคำร้อง เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่น

เท่าพิภพ ได้ไปต่อ! ศาลฎีกายกคำร้อง เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่น

เท่าพิภพ ได้ไปต่อ! ศาลฎีกายกคำร้อง เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่น

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

เท่าพิภพได้ไปต่อ! ศาลฎีกาฯ สั่งยกคำร้องทนายความขอให้ศาลมีคำสั่งปมพรรคปชน.เปลี่ยนตัวผู้สมัคร แทนบุญฤทธิ์ ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่น

วันที่ 30 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม   ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง   สนามหลวง. ศาลได้อ่านคำสั่งคดีเลือกตั้ง หมายเลขแดงที่ ลต.สสข.10/2569 ที่นายสุรชัย นิวาสพันธุ์ ทนายความยื่นคำร้อง กรณีที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน (ปชน.) ลาออกจากพรรค ก่อนทางพรรคจะส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีตสส.กทม. ลงสมัครรับเลือกตั้งสส.ในเขตดังกล่าวแทน

โดยผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องเป็นทนายความและประชาชน กรณีที่นายบุญฤทธิ์  ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชนลาออกจากพรรคแล้ว. ทางปชน.พรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ไม่มีสิทธิมาถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 52ผู้ร้องจึงขอให้มีศาลฎีกามีคําสั่งตามที่เห็นสมควร

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จําต้องไต่สวนพยานหลักฐาน ให้งดการไต่สวน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคําร้องหรือไม่ เห็นว่า ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ให้ศาลฎีกามีอํานาจ วินิจฉัย 3 กรณี กล่าวคือ

กรณีผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้ง ไม่รับสมัครหรือไม่ประกาศรายชื่อบุคคลใดเป็นผู้สมัคร บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งเพิ่มชื่อ ได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัคร หรือนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ ตามมาตรา 49

กรณีผู้มีสิทธิ เลือกตั้งหรือผู้สมัครผู้ใดยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําวินิจฉัยให้ถอนการรับสมัคร ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ คําวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ถูกถอนการรับสมัคร ตามมาตรา 51 วรรคสองและกรณีก่อนวันเลือกตั้ง หากผู้อํานวยการการเลือกตั้งตรวจสอบพบว่า ผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งถอนชื่อผู้นั้นออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ตามมาตรา 52

การที่ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ซึ่งลาออกจากพรรคแล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 52 นั้น ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อํานาจศาลฎีกาวินิจฉัยดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอํานาจยื่นคําร้องนี้ต่อศาลฎีกา จึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง