สมชาย จี้ สภาชุดใหม่เลิกอุ้ม สส.เทา ชี้ต้องกล้าส่งตัวดำเนินคดีพนันออนไลน์-ฟอกเงิน

สมชาย จี้ สภาชุดใหม่เลิกอุ้ม สส.เทา ชี้ต้องกล้าส่งตัวดำเนินคดีพนันออนไลน์-ฟอกเงิน

สมชาย จี้ สภาชุดใหม่เลิกอุ้ม สส.เทา ชี้ต้องกล้าส่งตัวดำเนินคดีพนันออนไลน์-ฟอกเงิน

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.38 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 สมชาย แสวงการ อดีต สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ต้องมีมติอนุญาตให้ดำเนินคดี #สสเทา  #พนันออนไลน์  #ฟอกเงิน #เลิกให้เอกสิทธิคุ้มกัน   #อย่าดีแต่พูด #มีเราไม่มีเทา

หยุดแค่ตรึงราคา! กรณ์ จี้รัฐบาล ปัดฝุ่น WFH ลดใช้น้ำมัน หลังราคาโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์

หยุดแค่ตรึงราคา! กรณ์ จี้รัฐบาล ปัดฝุ่น WFH ลดใช้น้ำมัน หลังราคาโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์

หยุดแค่ตรึงราคา! กรณ์ จี้รัฐบาล ปัดฝุ่น WFH ลดใช้น้ำมัน หลังราคาโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นาย กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า น้ำมันโลกพุ่งแตะ 110$ 

สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ยังไม่จบง่ายๆ 

ผมคิดว่า รัฐควรปรับแนวการสื่อสารกับประชาชน

เห็นด้วยว่าต้องไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ควรต้องมีการปรับตัว

วันนี้การประหยัดพลังงานมีความสำคัญทั้งในมิติค่าครองชีพ และมิติความมั่นคง 

วันนี้รัฐต้องชดเชยดีเซลอยู่ลิตรละ 10 บาท! และมีแนวโน้มต้องชดเชยมากขึ้นอีกจากที่รัฐบาลตรึงราคาหน้าปั๊มไว้ที่ 29.99 บาท  ในขณะเดียวกันราคาก๊าซก็พุ่งสูงขึ้น เราพึ่งพาก๊าซเยอะเกินไปมาก

ในการผลิตไฟฟ้า ค่าไฟก็จะต้องสูงขึ้นอึก เราจึงต้องเร่งลดการใช้พลังงานทั้งรัฐและเอกชน

ลดการเดินทาง  ส่งสัญญาณเรื่องการประหยัดพลังงาน นำมาตรการ #WorkFromHome ช่วงโควิดกลับมาใช้เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันภายในประเทศ 

เมื่อลดน้ำมันก็คือ ลดภาระภาษีที่ต้องนำไปชดเชยราคาต้นทุนที่แพงขึ้น รัฐบาลต้องสำรองเงินไว้ช่วยเหลือเกษตรกร เพราะราคาปุ๋ยกำลังพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย 

พร้อมกันนี้ ต้องเร่งสั่งการกำชับให้ราชการทุกหน่วยงานราชการ ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ฟุ่มเฟือยทันที

สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

’สิริพงศ์‘ ซัดกลับชุดใหญ่ ’นักวิชาการ‘ จับโยง ลาม ’บ้านใหญ่อังคสกุลเกียรติ‘ คั่วรับงานโครงการรัฐ กล่าวหาเลื่อนลอย ไร้หลักการ พฤติกรรมน่ารังเกียจ เล่นการเมืองแบบโบราณ ดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน สอนมวยอย่าอ่านแค่พาดหัว ต้องดูเนื้อหา อย่ามีอคติ ลั่นหากเกินเลย ให้ฝ่ายกม.ฟ้องดำเนินคดี

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.40 น. ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีนักวิชาการออกมากล่าวหากลุ่มบ้านใหญ่โดยพาดพิงมายังตระกูลอังคสกุลเกียรติ รับงานโครงการของรัฐว่า ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่ามีเครือญาติของอดีตโฆษกรัฐบาลรับงานของรัฐ แล้วมีนักวิชาการบางรายออกมาบอกว่าอาจเข้าข่ายทุจริต  แน่นอนว่านักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ และพร้อมให้ตรวจสอบ แต่การใช้ความคิดเห็นมาวิเคราะห์วิจารณ์ ก็อยากให้ใช้หลักการแบบไม่มีอคติ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลอย่างมีอคติ สิ่งแรกที่ตนต้องชี้แจงคือ 1.หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เปิดทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี2524 ตอนนั้นตนน่าจะอยู่ชั้นป.1 และรับงานผู้รับเหมาชั้น 1 มาเป็นเวลา 10 ปี ดังนั้นการที่เขาทำธุรกิจมา 40-50 ปี แล้วเขาจะรับงานของรัฐมากหรือน้อยอย่างไร ก็ไม่น่าแปลกอะไร
 
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า 2.ความเป็นเครือญาติ นามสกุลเดียวกัน มันตัดกันไม่ขาด ถ้าตนมาเล่นการเมืองแล้วไปบอกเขาว่าอาชีพที่ทำอยู่ให้หยุดซะ เพราะตนจะเล่นการเมือง มันก็ไม่ถูก สู้เขาที่รวยมากมาบอกให้ตนเลิกเล่นการเมืองยังจะง่ายกว่า แต่ในความเป็นจริงแต่คนละมีความมุ่งหวังแตกต่างกัน การที่มากล่าวหากันว่ามีความผิดเพราะเป็นเครือญาติ มันค่อนข้างไม่เป็นธรรม เพราะในทางการเมืองมีจำนวนมากที่นามสกุลเดียวกัน คนหนึ่งอยู่ฝ่ายค้าน คนหนึ่งอยู่รัฐบาล หรือฝั่งที่นักวิชาการเชียร์อยู่ก็มีคนที่อยู่ในเครือญาติแล้วมีคดีก็ยังมีเหมือนกัน แต่ในกรณีที่กล่าวหามันไม่เป็นความจริงซักประการ

“ขอเรียกร้องไปยังนักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ ใช้ข้อมูลอย่างไม่มีอคติ ดูข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะถ้านำเสนอความเห็นเฉพาะจากการอ่านพาดหัวข่าว โดยไม่อ่านเนื้อหาข่าวให้ละเอียด มันคงไม่ถูกต้องนัก“ นายสิริพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูหลายประเด็น เช่นการทุจริต ที่กล่าวหากันลอยๆแบบนี้ แล้วทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ก็ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร แต่ตนคิดว่าการตรวจสอบนักการเมืองเป็นสิ่งที่พึงกระทำ สามารถช่วยกันทำได้ แต่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไร้หลักการ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ส่วนจะเป็นขบวนการทำลายล้างทางการเมืองหรือไม่นั้น เป็นไปได้หลายส่วน เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาบอกว่า เวลาเรามาเล่นการเมือง จะรู้หลายเรื่องที่เราไม่เคยทำ แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกระทำความผิด ดังนั้นตรงไหนเราชี้แจงได้เราก็ชี้แจง แต่ตรงไหนถูกบิดเบือนทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ก็ต้องมีการดำเนินการ 

เมื่อถามว่าในช่วงการฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลมีการใช้นักวิชาการ เข้ามาโจมตีพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่ง จะฝากเตือนอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้มันอาจจะชัดแล้วว่าพรรคใดบ้างตั้งรัฐบาล พรรคใดบ้างเป็นฝ่ายค้าน จากนี้เมื่อประชาชนตัดสินใจแล้ว มีเวลา4ปี ตามเงื่อนไข ตามกฏหมาย ก็ขอเวลาให้รัฐบาลทำงาน การที่เริ่มมาดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน มันคงเรียกไม่ได้ว่าเป็นการเมืองสร้างสรรค์ หรือเป็นการเมืองแบบใหม่ ตนคิดว่ามันเป็นการเมืองแบบยุคโบราณของพรรคที่คิดว่าจะเป็นฝ่ายค้านในเวลานี้

ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยก ‘กีฬา’ ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยก ‘กีฬา’ ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยก ‘กีฬา’ ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.14 น.

‘ภท.’ เล็งควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยก ‘กระทรวงกีฬา’ ออกมาเพื่อให้ทำงานชัดเจน  เร่งคลอดกฎหมาย Super License -ร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ดันแก้ปัญหาปากท้อง กระตุ้นการลงทุน ภายใน6 เดือน จ่อออกประกาศให้ ปชช.ใช้ไฟต่ำกว่า 200ยูนิต จ่าย ยูนิตละ3 บาท ทำเร็ว ตั้งเป้าเห็นผลภายใน 3 เดือน ส่วน ‘แก้รธน.’ ยังไม่เร่งผลักดัน 

วันที่ 9 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุ ถึงภารกิจในงานฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะเร่งผลักดันให้สำเร็จ โดยพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งเน้นงานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามนโยบาย ของรัฐบาลและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน โดยกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันเป็นฉบับแรกๆ อาทิ แก้กฎหมายโอนสังกัดเป็นพระราชบัญญัติโอนกระทรวงการท่องเที่ยว มารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจงานสอดคล้องกัน ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกไป ทำเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมุ่งเน้น พัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านสภาฯได้ภายใน 6 เดือน

แหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือ กฎหมาย Super License โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service เช่นการก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา ที่ไม่ต้องยื่นขอ อนุญาตหลายหน่วยงาน แต่ให้จบในหน่วยงานเดียว ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเป็นข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน6เดือน

ส่วนกฎหมายอีก1ฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ. บ้านเกิดเมืองนอน จะผลักดันให้แล้วสร็จภายใน1ปี โดยจะมี 2 เรื่องคือ1. ทำให้ท้องถิ่นหารายได้ ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือก สนับสนุนภาษี30% ให้บ้านเกิดตัวเองหรือท้องถิ่นที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาได้ และ2.จะเป็นกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็งซึ่งจะเป็นกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่แข็งแรงกว่า ป.ป.ช. และ ปปท.และทำให้ท้องถิ่นไม่กล้าใช้เงินแบบผิดประเภท ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของการปลดล็อคเรื่องอายุและวาระการดำรงตำแหน่งท้องถิ่น ไม่ใช่แค่2 วาระ ขณะที่การการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจยังไม่เร่งผลักดัน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการปัญหาของพี่น้องประชาชน

แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนฝ่ายบริหาร รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายต่างๆ เร่งด่วนภายใน3-6 เดือน อาทิ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน200ยูนิตแรกจ่ายยูนิตละ3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 ยูนิตจะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงานได้ทันที นอกจากนี้เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย อยากให้การแข่งขัน ด้านพลังงานไฟฟ้าเกิดเสรี เหมือนในต่างประเทศ ที่มีคู่แข่งหลายรายให้ประชาชนได้เลือกใช้ บริษัทที่ให้ประโยชน์ได้มากที่สุด เช่นตัวอย่างค่ายโทรศัพท์มือถือ

ยอมหักไม่ยอมงอ! เอ็ดดี้ อัษฎางค์ กางเหตุผล ทำไม ประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมรัฐบาล?

ยอมหักไม่ยอมงอ! เอ็ดดี้ อัษฎางค์ กางเหตุผล  ทำไม ประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมรัฐบาล?

ยอมหักไม่ยอมงอ! เอ็ดดี้ อัษฎางค์ กางเหตุผล ทำไม ประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมรัฐบาล?

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.51 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ทำไม ปชป. ไม่ร่วมรัฐบาล ?

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

ในหน้าฉากการเมืองที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้าไปร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แสดงท่าทีไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลโดยง่าย กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า “เย่อหยิ่ง” หรือ “เล่นตัว”

ทว่าหากเราถอยออกมามองผ่านเลนส์การวิเคราะห์เชิงการเมืองและสังคมอย่างรอบด้าน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่หลายคนอาจมองข้าม

1. อำนาจการต่อรองตามหลัก “คณิตศาสตร์การเมือง”

ด้วยจำนวน สส. 21 เสียง ปชป. ทราบดีถึงน้ำหนักของตัวเองในสมการนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคแกนนำที่มีเสียงอยู่ในมือ การไม่เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง จึงไม่ใช่ความหยิ่งยโส แต่คือความเข้าใจในบริบททางการเมืองอย่างถ่องแท้ พรรคที่มี 21 เสียงไม่ใช่ผู้กำหนดเกม การเลือกที่จะไม่ฝืนเข้าไปอยู่ในสมการที่ไม่ลงตัว จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง

2. ต้นทุนทางการเมืองที่สูงกว่าผลประโยชน์การเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขทางนโยบายหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกันอย่างแท้จริง ย่อมมี “ต้นทุนทางการเมือง” ที่สูงลิ่ว การเข้าไปเป็น

เพียงส่วนเติมเต็มโดยขาดอำนาจต่อรองในการทำเพื่อประชาชน อาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว

3. คำถามสำคัญที่สะท้อน “ศักดิ์ศรีทางการเมือง”

พรรคประชาธิปัตย์มีต้นทุนทางการเมืองอยู่ที่ภาพลักษณ์ของการยึดหลักการ ความถูกต้อง และความชอบธรรม แม้วันนี้พรรคอาจไม่ได้ใหญ่เหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ยังเป็นแกนกลางสำคัญคือศักดิ์ศรี การปฏิเสธที่จะวิ่งเต้นเพื่อแลกเก้าอี้ จึงไม่ได้แปลว่าเล่นตัว แต่พรรคกำลังตั้งคำถามสำคัญกับตัวเองว่า
• เข้าไปแล้วได้ทำประโยชน์จริงหรือไม่?
• เข้าไปแล้วรักษาหลักการได้หรือไม่?
• เข้าไปแล้วคุ้มค่ากับต้นทุนทางศีลธรรมและการเมืองหรือไม่?

4. ฝ่ายค้าน: กลไกบริหารราชการแผ่นดินที่คนมักมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักติดภาพจำว่ามีเพียง “รัฐบาล” เท่านั้นที่บริหารประเทศและทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ แต่ในความเป็นจริงตามระบอบรัฐสภา การเป็น “ฝ่ายค้าน” ก็คือการบริหารราชการแผ่นดินทางตรงรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การกลั่นกรองกฎหมาย หรือการพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่ขาดไม่ได้ในระบบประชาธิปไตย

5. บทสรุป: คุณค่าที่แท้จริงของการสงวนท่าที

หากการเข้าร่วมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียจุดยืน การเลือกเป็นฝ่ายค้านอย่างมีคุณภาพย่อมเป็นคำตอบที่สง่างามกว่า เพราะ 21 เสียงที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ สามารถทำหน้าที่ทำประโยชน์เพื่อชาติและประชาชนได้ทัดเทียมกับฝ่ายบริหาร

การวิจารณ์โดยขาดความเข้าใจในเกมอำนาจและมองข้ามคุณค่าของฝ่ายค้าน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่พยายามรักษามาตรฐานทางการเมือง ในยุคที่อุดมการณ์มักถูกสั่นคลอนด้วยผลประโยชน์

โอนครบแล้ว! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท

โอนครบแล้ว! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท

โอนครบแล้ว! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.24 น.

รัฐบาลเผยจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย – กัมพูชา 7 จังหวัด รวม 695,945 ครัวเรือน รวมกว่า 3,313 ล้านบาท ครบแล้วทุกครัวเรือน “ศรีสะเกษ สุรินทร์” ยอดโอนเงินช่วยเหลือสูงสุด  สั่งการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เห็นชอบให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระทำของกองกำลังนอกประเทศบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม และธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก รวมถึงทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางการเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายเหตุการณ์

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาล มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาครัวเรือนผู้ประสบภัยผ่านธนาคารออมสินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด สระแก้ว อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งผลการโอนเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยสำเร็จครบแล้ว 695,945 ครัวเรือน รวมกว่า 3,313 ล้านบาท โดยประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือครบทุกครัวเรือน แบ่งเป็นการโอนเงินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โอนเงินสำเร็จ 307,188 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 1,375,518,000 บาท (ข้อมูลวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 17.30 น.) และการโอนเงินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 โอนเงินสำเร็จ 388,757 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 1,938,376,000 บาท (ข้อมูลวันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลา 17.30 น.) โดยจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มียอดการโอนเงินสำเร็จ และจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือสูงสุด 

รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมดูแลช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด 

อัษฎางค์ ชำแหละสูตร อนุทิน 2 กล้าธรรม วืดร่วมรัฐบาล? เว้นแต่ ผู้กอง ยอมถอยหนึ่งก้าว

อัษฎางค์ ชำแหละสูตร อนุทิน 2 กล้าธรรม วืดร่วมรัฐบาล? เว้นแต่ ผู้กอง ยอมถอยหนึ่งก้าว

อัษฎางค์ ชำแหละสูตร อนุทิน 2 กล้าธรรม วืดร่วมรัฐบาล? เว้นแต่ ผู้กอง ยอมถอยหนึ่งก้าว

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.07 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อนุทิน 2 จะไม่มีกล้าธรรม ยกเว้นผู้กองยอมถอยหนึ่งก้าว #อัษฎางค์ยมนาค  #อ่านเกมอำนาจ

ตั้งแต่ทราบผลการหลังเลือกตั้งเป็นต้นมา คุณอนุทินถูกนักข่าวจี้ถามว่า ภูมิใจไทยจะเอากล้าธรรมร่วมรัฐบาลหรือไม่มาโดยตลอด แต่คุณอนุทินก็ “ตอบแบบไม่ตอบมาตลอด”

ล่าสุดมาถึงโค้งสุดท้ายที่กำลังจะเปิดประชุมสภาและมีข่าวว่า มีการจัดสรรเก้าอี้จนจะครบอยู่แล้ว นักข่าวก็ยังจี้ถามเรื่องนี้

คุณอนุทิน ก็ยัง ”ตอบแบบไม่ตอบ“ โดยระบุว่า ”ไม่ใช่การส่งสัญญาณว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล“

เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า ผมฟันธงได้เลยคือ

1. โจทย์ของคุณอนุทินไม่ใช่แค่ว่าจะเอาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ แต่คือจะเอา ‘ความเสี่ยงทางจริยธรรม’ เข้ามาเป็นระเบิดเวลาใน ครม. หรือเปล่า

2. คุณอนุทินไม่ได้ส่งสัญญาณว่าไม่เอากล้าธรรม แต่กำลังส่งสัญญาณว่า จะไม่เอาความเสี่ยงเชิงจริยธรรมเข้ามาแบกไว้ในรัฐบาล

คุณอนุทินกล่าวว่าต่อไปว่า “เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้น ต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง”

คุณอนุทินปฏิเสธตรงๆ ว่าไม่ถึงขั้น “ส่งสัญญาณว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล” แต่ในประโยคถัดมาเขาก็ย้ำเรื่อง เกณฑ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, เรื่องจริยธรรม, และการต้อง “เพลย์เซฟ” เพราะมีคนพร้อมร้องเรียน

ซึ่งนั่นก็คือ “การส่งสัญญาณ” นั่นแหละ

อีกทั้งเมื่อถูกถามว่าทำไมก่อนหน้านี้เคยตั้งผู้กองธรรมนัสได้ แต่ครั้งนี้ “ไม่กล้าแต่งตั้ง” เขาก็ไม่ตอบคำถามนั้น และบอกอีกว่ายังไม่ได้คุยกับผู้กองธรรมนัสเลย แบบนี้ในภาษาการเมือง มันคือการ “ไม่พูดตรงๆ แต่พูดพอให้รู้” ชัดมากพอสมควร

ซึ่งผมว่า เป็นที่รู้กันว่า ที่ผ่านมา คุณอนุทินแต่งตั้ง ผู้กองธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีมาแล้วนั้นเพราะรัฐบาลชุดที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลชั่วคราวที่มีอายุเพียง 4 เดือน ไม่มีใครคิดจะยื่น กกตั้ง. หรือศาล ให้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะยังไงรัฐบาลอายุไม่ยืนยาวจนกระทั่งกระบวนสอบสวนจะจบ แต่รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่นี้ถ้าตั้ง ผู้กองธรรมนัส เชื่อว่าจะมีพรรคฝ่ายค้านหรือประชาชนเตรียมยื่นฟ้องความผิดด้านจริตธรรมแน่นอน 

สังเกตคำว่า “ต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง” ของคุณอนุทินดีๆ

ถ้าจำกันได้ พรรคภูมิใจไทยเพลย์เซฟในทุกเรื่องมาตั้งนานแล้ว สังเกตง่ายๆ จากการถอนตัวของคุณชาดาซึ่งตอนนั้นเป็น รมช.มหาดไทย และส่งลูกสาวขึ้นมาแทน นั่นคือการส่งสัญญาณว่า ขนาดคนสำคัญของพรรคภูมิใจยังถอย และทางพรรคยังเพลย์เซฟไม่ตั้งเป็นรัฐมนตรี แล้วเรื่องอะไรจะไม่เพลย์เซฟไปตั้งคนนอกพรรคที่มีแววจะโดนฟ้องร้องประเด็นด้านจริยธรรม จริงมั้ย?

ประเด็นนี้สะท้อนชัดว่า พรรคเลือกทางที่ลดแรงเสียดทานและลดความเสี่ยงทางกฎหมายไว้ก่อน แบบ “กันไว้ดีกว่าแก้” ซึ่งเข้ากับสไตล์เพลย์เซฟที่คุณอนุทินกล่าวเอาไว้

คำว่า “เพลย์เซฟ” ไม่ได้เป็นคำลอยๆ แต่มันคือ สัญญาณเชิงคัดกรองความเสี่ยง มากกว่า 

แปลเป็นภาษาคนคือ “ร่วมได้คุยได้ แต่คนที่มีต้นทุนความเสี่ยงทางจริยธรรมสูง อย่าเพิ่งเอาเข้าครม.ให้เป็นระเบิดเวลา” 

ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่ “ไม่เอาพรรคกล้าธรรม” แต่คือ “ไม่อยากแบกความเสี่ยงจากตัวบุคคล” โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี

เพราะที่คุณอนุทินตอบคำถามเรื่องพรรคกล้าธรรมแบบไม่ตอบคำถามก็เพราะ ผู้กองธรรมนัสขู่เรื่องจะเปิดแผลถ้าถูกหักหลัง

ถ้าให้เดาประเด็นนี้ ก็เดาว่า 2 พรรคมีคำสัญญาว่าจะร่วมรัฐบาลด้วยกัน หรือไม่ก็ผู้กองธรรมนัสเข้าใจไปเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า คุณอนุทินสัญญาว่าจะร่วมกัน จึงทำให้คุณอนุทินไม่กล้าตอบคำถามนักข่าวตรงๆ แต่หลังบ้านพยายามเจรจากับผู้กองธรรมนัสให้ยอมถอย ตรงนี้ผมเพียงแค่คาดเดานะ

ถ้าให้ผมเดา ขอคาดเดาว่า 

1. ถ้ากล้าธรรมได้ร่วมรัฐบาล โอกาสสูงมากว่าต้องเป็นสูตรที่ไม่มีชื่อผู้กองธรรมนัสใน ครม.

2. ถ้ากล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล แปลว่าอย่างน้อยดีลเรื่อง ‘ความเสี่ยงจากตัวบุคคล’ กับ ‘เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล’ ยังตกลงกันไม่ได้
หรือพูดกันชัดๆ ว่า ผู้กองธรรมนัสยืนกรานจะเอาเก้าอี้ให้ได้” นั่นเอง

หรืออาจรวมทั้ง
      • ดีลผลประโยชน์/โควตากระทรวง คุยกันไม่ลง
      • ความไว้ใจกันระหว่าง 2 ฝ่ายพัง
      • ภูมิใจไทยเห็นว่าจำนวนเสียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยงเพิ่ม
ข้อใดข้อหนึ่ง หรือถูกทุกข้อ

กอบศักดิ์ ลั่น Code RED น้ำมันโลกแตะ 110 ดอลลาร์ แนะเร่งหาพลังงานทดแทน หนุน EV จริงจัง

กอบศักดิ์ ลั่น Code RED น้ำมันโลกแตะ 110 ดอลลาร์ แนะเร่งหาพลังงานทดแทน หนุน EV จริงจัง

กอบศักดิ์ ลั่น Code RED น้ำมันโลกแตะ 110 ดอลลาร์ แนะเร่งหาพลังงานทดแทน หนุน EV จริงจัง

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.43 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  110 …. ราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ “ระดับอันตราย” Code “RED”

จากความกังวลใจที่ได้มีการถล่มคลังน้ำมันของอิหร่าน เมื่อวานนี้ สิ่งที่จะตามมาอีก ในช่วงสองของการโจมตีอิหร่าน ตลอดจนการตอบโต้ของอิหร่าน  ที่จะไปกันใหญ่ ที่อาจกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางท่าเรือ เรือขนส่งน้ำมัน โรงงานน้ำมัน โรงงานก๊าซ คลังน้ำมัน และต่อไปอาจจะไปถึง “โรงงานสกัดน้ำจืดจากน้ำทะเล” ที่ต่างเป็นเป้านิ่ง  ทำให้ถึงจุดทีต้องบอกว่า  ราคาน้ำมันโลกได้เข้าสู่ระดับ Code “RED” ที่จะส่งผลอย่างจริงจังต่อเศรษฐกิจโลก  หากไม่ลดลงโดยเร็ว  สูงเพิ่มไปกว่านี้  จะเข้าสู่ช่วงที่ทุกคนเคยเห็นในช่วงต้นสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่เคยแตะ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาเรล และคงอยู่ระดับสูงกว่า 100 เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างมีนาคม – กรกฏาคม ของปี 2565 นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ต่อระบบเศรษฐกิจโลก

ถ้าทุกคนยังจำกันได้ เงินเฟ้อพุ่งสูงทุกประเทศ ค่าครองชีพเพิ่มอย่างก้าวกระโดด การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ การตกลงของราคาสินทรัพย์ต่างๆ การจบรอบของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เคยไปได้ดีก่อนหน้า Bitcoin ตกจาก 70,000 ดอลล่าร์เหลือ 17,000 สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง สำหรับไทยรอบนั้น (ในช่วงเริ่มสงครามยูเครน-รัสเซีย) เราก็ได้รับผลกระทบอย่างยิ่งเช่นกัน  ราคาน้ำมันในประเทศ การเข้าพยุงราคาน้ำมัน จนมีภาระหลายแสนล้าน

สำหรับรอบนี้ ที่ราคา 110 ดอลล่าร์ต่อบาเรล  แม้ว่าย่อเล็กน้อยเช้านี้ แต่มีความเสี่ยงที่ราคาจะเพิ่มขึ้นในช่วงต่อไป ความเสียหายที่อาจเกิดต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในตะวันออกกลางเพิ่มเติม
หมายความว่าเราจะต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบ จากสัปดาห์ที่แล้วที่คิดว่า ยังมีเวลา ยังรับมือได้ ตอนนี้ ต้องบอกว่า  โจทย์ยากขึ้นอีกระดับ การพยุงราคาอาจจะทำได้ไม่นาน  น้ำมันและพลังงานอาจจะขาดแคลนในระยะยาว  ถ้าสงครามขยายวงกว้าง โครงสร้างการผลิตและขนส่งน้ำมันบางส่วนถูกทำลาย คงต้องเตรียมแผน 2 ครับ เร่งหาและ Confirm น้ำมันก่อนประเทศอื่นๆ คิดเรื่องพลังงานทดแทนอื่นๆ ส่งเสริม Solar และ EV อย่างจริงจัง นำทางเลือกเดิมกลับมา เช่น ถ่านหิน เปิดทางออกใหม่ๆ ที่เคยปิดมาก่อน เช่น พลังงานจากรัสเซีย ถึงเวลาที่ต้องบอกว่า Move Move Move 

“เตรียมไว้ดีกว่าไม่เตรียม” ครับ !!!

กกต. หลังพิงฝา! สมชัย ชวนจับตา พรุ่งนี้ ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม

กกต. หลังพิงฝา! สมชัย ชวนจับตา พรุ่งนี้ ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม

กกต. หลังพิงฝา! สมชัย ชวนจับตา พรุ่งนี้ ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.16 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปูพื้นคดีใบส้ม 70 ล้าน ก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาวันพรุ่งนี้

อังคาร 10 มีนาคม 2569 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดี นายสุรพล เกียรติไชยากร ผูัสมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 8 เชียงใหม่ กรณีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก กกต. 70 ล้าน ที่ กกต. แพ้มาแล้ว 2 ศาลทั้งชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์

คดีนี้ เริ่มจากมีการร้องว่า ผู้สมัครทำผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 73(2) ให้เงินแก่ชุมชนในช่วงหาเสียง โดยข้อเท็จจริงเป็นการใส่ซอง 2,000 บาท ถวายพระทำบุญวันเกิดแล้วพระยื่นเงินในซองสมทบให้งานผ้าป่าของชุมชนที่จัดเพื่อระดมทุนหาซื้อเครื่องแบบให้ชุดรักษาคุ้มครองหมู่บ้าน (ชรบ.) 

กกต.จังหวัดเชียงใหม่ สรุปว่า ผิด จึงส่งเรื่องด่วนมาเข้า กกต.กลาง แบบรวดเร็วและ สามารถออกใบส้ม เพียงแค่ไม่ถึงเดือนหลังวันเลือกตั้ง  กกต. ก็ลงมติทันที ให้เห็นฝีมือว่าเป็นงานชิ้นโบว์แดง
เขต 8 เชียงใหม่ จึงมีการเลือกตั้งใหม่ โดยคุณสุรพล ถูกตัดสิทธิชั่วคราว และได้ คุณศรีนวล บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ มาเป็น สส.แทนในเขตนั้นก่อนที่จะโดนยุบพรรค  ส่วนคุณศรีนวล ก็ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย

การให้ใบส้ม เป็นไฟลท์บังคับว่า กกต. ต้องฟ้องเอาผิดทางอาญาและฟ้องบังคับให้จ่ายค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่หลายล้านบาท  แต่ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกลับเห็นว่า คุณสุรพล ไม่ได้ผิด จึงยกคำร้อง

คุณสุรพล จึงฟ้องกลับ กกต. ในคดีแพ่ง ที่ กกต. ทำให้ได้รับความเสียหายจากการไม่ได้เป็น สส. โดยให้ กกต.ชดใช้ เช่น เงินเดือน สวัสดิการที่ควรจะได้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าเสียเวลา ค่าเสื่อมเกียรติ รวมแล้วประมาณ 70 ล้านบาท

ศาลชั้นต้น กกต.แพ้  ศาลอุทธรณ์ กกต. แพ้  รอศาลฎีกา ตัดสินพรุ่งนี้ 9.00 น. เที่ยง ๆ คงรู้ผล

เทพไท ขยี้ปมจริยธรรม! ถาม อนุทิน ทำไมไม่กล้าตั้ง ธรรมนัส เหมือนเก่า?

เทพไท ขยี้ปมจริยธรรม! ถาม อนุทิน ทำไมไม่กล้าตั้ง ธรรมนัส เหมือนเก่า?

เทพไท ขยี้ปมจริยธรรม! ถาม อนุทิน ทำไมไม่กล้าตั้ง ธรรมนัส เหมือนเก่า?

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.59 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ลอยแพกล้าธรรม

สำหรับความคืบหน้าของการจัดตั้งรัฐบาล มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมายืนยันถึงความคืบหน้าว่า การจัดตั้งรัฐบาลมีความคืบหน้า หรือมีความลงตัว 99.99% นั่นแสดงว่า สูตรของการจัดตั้งรัฐบาล มีพรรคร่วมรัฐบาลตามที่เป็นกระแสข่าว มีความลงตัวอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยรวมกับพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กอีกจำนวนหนึ่ง มีเสียงสนับสนุน 292 เสียง แสดงว่าพรรคการเมืองอย่างพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง หมดสิทธิ์จะเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคกล้าธรรม ที่มีการวิเคราะห์กันมาก่อนหน้านี้ว่า เป็นพรรคการเมืองที่มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลสูงมาก เพราะเคยสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่เมื่อได้ฟังการยืนยันข่าวนี้จากนายไชยชนก ชิดชอบแล้ว แสดงว่าปิดประตูที่จะให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามว่า เหตุผลใดที่พรรคภูมิใจไทยตัดพรรคกล้าธรร ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องพิจารณาจากความเห็นของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนักข่าวได้ถามว่า เป็นการส่งสัญญาณแล้วว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่ได้ร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินบอกว่า เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติและหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้นต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง

การยกเอาเหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญมาอธิบายของนายอนุทิน เป็นการปฏิเสธคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่ามีจุดอ่อน มีข้อจำกัดเรื่องการดำรงตำแหน่ง   ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเสี่ยง แต่เมื่อนักข่าวถามว่า กรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ก็เคยแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง ซึ่งคำถามนี้ทำให้นายอนุทินไม่ตอบคำถาม แสดงให้เห็นว่า น่าจะมีเหตุผลอื่นมากกว่าเหตุผลที่นายอนุทินยกมากล่าวอ้าง 

การกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลอนุทิน1 ต้องมีเหตุผลสำคัญและต้องมีการการันตี และมีหลักประกันว่า นายอนุทินจะไม่ถูกร้องเรียนในเรื่องนี้ แต่ทำไมในครั้งนี้ นายอนุทินถึงไม่กล้าจะแต่งตั้ง โดยอ้างยกเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมากล่าวอ้าง ถ้าหากว่าพรรคภูมิใจไทยกลัวเรื่องคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส ทางพรรคกล้าธรรม ก็ได้ประกาศว่า พร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีชื่อร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี ซึ่งทางพรรคกล้าธรรมได้ส่งสัญญาณมาล่วงหน้าแล้ว

แต่ในที่สุดพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมรับให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วม น่าจะมีเหตุผลอะไรที่สลับซับซ้อนมากกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรมจะต้องนำไปขบคิด และนำไปคิดบัญชีคืน ในตอนที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน