ลุงป้อม เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯ รับพรวันสงกรานต์ เพื่อน ตท.6 – บิ๊กทหาร ตบเท้าพรึบ

ลุงป้อม เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯ รับพรวันสงกรานต์ เพื่อน ตท.6 - บิ๊กทหาร ตบเท้าพรึบ

ลุงป้อม เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯ รับพรวันสงกรานต์ เพื่อน ตท.6 – บิ๊กทหาร ตบเท้าพรึบ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

“พล.อ.ประวิตร” เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯ เนื่องในวันสงกรานต์ 2569 โดยมีเพื่อน ตท.6 – อดีตผู้นำเหล่าทัพ-คนใกล้ชิดร่วมรดน้ำฯ รับพร ขณะที่พลเอก ประวิตร ขอคนไทยมีความสุข-เจริญรุ่งเรือง พร้อมบอกเคล็ดลับดูแลสุขภาพหลังวางมือการเมือง

วันที่ 9 เมษายน 2569 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เปิดให้บุคคลต่างๆ เข้ารับพร เนื่องใน เทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 ที่มูลนิธิ อนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด  โดยมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 มาร่วมงาน เช่น พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและสมาชิกวุฒิสภา และ พลเอกนพดล อินทปัญญา 

นอกจากนี้ยังมีนายทหารที่เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิด เช่น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก / พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา / พล.อ. เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม / พลเอกณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม /พลเอก สุนัย ประภูชะเนย์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ พลเอกสนิทชนก สังขจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม 

รวมไปถึงบุคคลทางการเมือง เช่น นายไพบูลย์นิติตะวัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายวัน อยู่บำรุง โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก

ขณะที่ พลเอก ประวิตร   ขอให้ประชาชนชาวไทย มีความสุข ในวันสงกรานต์และมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป พร้อมบอกถึงเคล็ดลับ การดูแลสุขภาพว่า ในทุกๆวันจะรับประทานอาหารวันละมื้อ เฉพาะมื้อกลางวันมื้อเดียว 

พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ส่วนกรณีน้ำมันราคาแพงช่วงนี้ พลเอก ประวิตร ไม่ได้ออกความเห็น พร้อมย้ำว่า จะเดินหน้าพาไปชิมอาหารร้านอร่อยกันต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้บางร้านยอดขายไม่ดีนัก แต่เมื่อเดินทางไปชิมและถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ ก็ทำให้บางร้านมีประชาชนตามไปลองชิมกันมากขึ้น 

จุลพันธ์ อาลัย 3 ลูกเรือไทยมยุรีนารี สั่งเร่งสิทธิเยียวยาดูแลทายาทเต็มที่

จุลพันธ์ อาลัย 3 ลูกเรือไทยมยุรีนารี สั่งเร่งสิทธิเยียวยาดูแลทายาทเต็มที่

จุลพันธ์ อาลัย 3 ลูกเรือไทยมยุรีนารี สั่งเร่งสิทธิเยียวยาดูแลทายาทเต็มที่

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.

วันที่ 9 เม.ย. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังได้รับการยืนยันกรณีการเสียชีวิตของ 3 ลูกเรือมยุรีนารี ระบุว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียลูกเรือไทยทั้ง 3 คน จากเหตุการณ์โจมตีเรือมยุรีนารี ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง และส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ

นับตั้งแต่เกิดเหตุ กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับบริษัทต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนช่วยเหลือและดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกเรือให้ครบถ้วนตามกฎหมาย  ตามพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้ทายาทของผู้เสียชีวิตได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

1. สิทธิประโยชน์จากเจ้าของเรือ กรณีเสียชีวิตจากการทำงาน เจ้าของเรือต้องจัดให้มีการคุ้มครองด้านเงินทดแทน ได้แก่

– ค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ

– ค่าทดแทนรายเดือน จ่ายให้แก่ทายาท เป็นระยะเวลา 10 ปี ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่เกินเดือนละ 14,000 บาท รวมตลอดระยะเวลา 10 ปี สูงสุดไม่เกิน 1,680,000 บาท

2. สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จึงยังมีเงินสะสมกรณีชราภาพตามงวดที่ส่งไว้ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่จะเร่งลงพื้นที่ดูแลและดำเนินการจ่ายสิทธิให้แก่ทายาทโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามลูกเรือเดินทะเลเป็นแรงงานที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดรูปแบบการคุ้มครองสิทธิไว้เป็นการเฉพาะ ส่งผลให้สิทธิประโยชน์บางส่วนแตกต่างจากแรงงานในระบบประกันสังคมทั่วไป ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเร่งรัดการดำเนินการตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด และติดตามให้ทายาทได้รับสิทธิอย่างครบถ้วนโดยเร็วที่สุด ขอยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสิทธิของผู้เสียชีวิตและครอบครัวให้ได้รับความเป็นธรรมสูงสุด พร้อมติดตามและประสานงานกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ประสานบริษัทฯ เจ้าของเรือ ในด้านการช่วยเหลือเยียวยา นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายด้วย

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า ขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ โดยในขณะนี้ กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับสู่ประเทศไทยอย่างสมเกียรติ เพื่อให้ครอบครัวได้ประกอบพิธีตามความเชื่อโดยเร็วที่สุด

ศุภจี เตรียมตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ-การค้า เสริมเขี้ยวเล็บรัฐบาลสู้เวทีโลก

ศุภจี เตรียมตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ-การค้า เสริมเขี้ยวเล็บรัฐบาลสู้เวทีโลก

ศุภจี เตรียมตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ-การค้า เสริมเขี้ยวเล็บรัฐบาลสู้เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.42 น.

“ศุภจี” เตรียมตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ  -การค้า เสริมเขี้ยวเล็บรัฐบาลสู้เวทีโลก คนเก่งเต็มทีม

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงอดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีและอดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ระหว่างการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะที่ปรึกษาและคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives – TTR)

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นางศุภจี จะเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากทุกภาคส่วน เพื่อให้การกำหนดนโยบายมีความรอบด้าน ตอบโจทย์ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการหารือครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจมหภาค การค้าระหว่างประเทศ กฎหมาย และการพัฒนาธุรกิจ เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และเตรียมรับมือความผันผวนในอนาคต และยังได้วางแนวนโยบายเชิงรุกระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานและภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลก

ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้า ที่ได้รับการทาบทามเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta นายณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายอาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา นายพิพัฒน์  เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายอนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป 

นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นายชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และนายวีระพงษ์ ประภา อดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives, TTR)

ณัฐพงษ์ ลั่นไม่เสียกำลังใจ แม้ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา ฟันผิดจริยธรรม ลุยอภิปรายเข้ม 2 วัน

ณัฐพงษ์ ลั่นไม่เสียกำลังใจ แม้ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา ฟันผิดจริยธรรม ลุยอภิปรายเข้ม 2 วัน

ณัฐพงษ์ ลั่นไม่เสียกำลังใจ แม้ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา ฟันผิดจริยธรรม ลุยอภิปรายเข้ม 2 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.22 น.

‘ณัฐพงษ์’ ลั่นไม่เสียกำลังใจ ป.ป.ช.ส่งศาลฎีกาฟัน 44 สส.ส้ม ลุยอภิปรายเข้ม 2 วัน  ยันหากมีอุบัติเหตุการเมือง ก็พร้อม ขับเคลื่อนการเมืองได้ทุกที่ 

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 9 เม.ย.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันแรก ว่า พรรคประชาชน เตรียมบุคลากรไว้ 20 คน เพื่ออภิปรายปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิกฤตพลังงาน และเรื่องอื่น ๆ ขอให้ติดตามการอภิปรายทั้ง2 วัน ที่เนื้อหาจะไม่ซ้ำซ้อนแน่นอน โดยเราหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการแบ่งงาน แบ่งเวลาเรียบร้อยแล้ว ส่วนเนื้อหาต่างคนต่างเตรียม ซึ่งต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคฝ่ายค้านจะต้องมาหารือในรายละเอียดของเนื้อหากันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมยื่นเอกสารร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 อดีตสส.พรรคก้าวไกล ที่เข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 ผิดจริยธรรมร้ายแรง ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการปกติที่รับทราบ หากไม่มีการเร่งรัด ศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งคงต้องรอหลังจากสงกรานต์ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เสียสมาธิในการอภิปรายนโยบาย เราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ แต่ก็ไม่ประมาท หากมีคนกดปุ่มเร่งรัดขอให้ประชาชนช่วยกันจับตา

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.ระบุว่าการอภิปรายครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้มีพูดคุยกับนายเท่าที่พิภพ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และคนที่อยู่ในข่ายของ 44 สส. ทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในสภายังทำหน้าที่เต็มที่ ไม่มีใครเสียกำลังใจ ถึงเวลาหากต้องมีอุบัติเหตุทางการเมือง เชื่อว่าสิ่งที่พวกเรามารวมตัวทำงานการเมืองในวันนี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะจะอยู่ตรงไหน บทบาทไหน พร้อมขยับเขยื้อนการเมืองเพื่อประชาชนต่อไป

เมื่อถามถึงการประชุมใหญ่ สามัญพรรค หัวหน้าพรรคแระชาชนกล่าวว่า การประชุมใหญ่ต้องจัดไปตามระเบียบ โดยต้องจัดไม่เกินเดือนเม.ย.นี้

ดร.ปิติ พาย้อน 6 สนามรบ เจาะสาเหตุ สหรัฐพ่ายแพ้

ดร.ปิติ พาย้อน  6 สนามรบ เจาะสาเหตุ สหรัฐพ่ายแพ้

ดร.ปิติ พาย้อน 6 สนามรบ เจาะสาเหตุ สหรัฐพ่ายแพ้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.19 น.

วันนี้ 9 เมษายน 2569 กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่คนแชร์ต่อและพูดถึงอย่างมาก เมื่อ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์บทวิเคราะห์เชิงลึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยนำเอาวาทะของ จูกัดเหลียง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อของ ขงเบ้ง และตำราพิชัยสงครามโบราณ มาเปรียบเทียบกับความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า ““เป็นแม่ทัพขุนพล หากไม่รู้กระจ่างในดาราศาสตร์ ไม่รู้ซึ้งถึงภูมิศาสตร์ ไม่ล่วงรู้ความเปลี่ยนแปลงของพลังจักรวาลหยินและหยาง ไม่เข้าใจการจัดค่ายกล ย่อมมิใช่ยอดขุนพล เป็นได้เพียงคนโง่เขลาเท่านั้น”

วาทะอันลือลั่นของจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) ที่กล่าวต่อโลซกในวรรณกรรมมหาอมตะอย่างสามก๊ก ไม่ได้เป็นเพียงคำคมที่ประดับไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ทว่าคือแก่นแท้ของ “ยุทธศาสตร์การรบและการเมือง” ที่ไร้กาลเวลา หากนำปรัชญาตะวันออกที่ลึกซึ้งนี้มาทาบทับกับมหาอำนาจโลกในยุคปัจจุบันอย่าง “สหรัฐอเมริกา” เราจะพบความจริงที่น่าประหลาดใจว่า มหาอำนาจที่มีแสนยานุภาพทางทหาร เทคโนโลยี และเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กลับต้องเผชิญกับ “ความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์” ครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ดร.ปิติ

ข้อเขียนนี้จะพาคุณผู้อ่านเจาะลึก 6 สมรภูมิสำคัญที่สหรัฐอเมริกาไม่อาจบรรลุเป้าหมายตามวาระแรกเริ่มของการทำสงครามได้ โดยวิเคราะห์ผ่านแว่นตาของ 3 ตำราพิชัยสงครามระดับโลก ได้แก่ ตำราพิชัยสงครามซุนวู, คัมภีร์ 36 กลยุทธ์ (Book of Qi) และยุทธพิชัยสงครามสามก๊ก

เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใด แสนยานุภาพอันเกรียงไกรจึงพ่ายแพ้ต่อความซับซ้อนของ “ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และจิตใจคน”

1. สงครามเกาหลี (Korean War, ค.ศ. 1950-1953) : ความประมาทต่อดุลยภาพแห่งอำนาจ

บริบทเหตุการณ์: สงครามเกาหลีเริ่มต้นเมื่อกองทัพเกาหลีเหนือข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมารุกรานเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ภายใต้ธงของสหประชาชาติ (UN) ได้เข้าแทรกแซงจนสามารถผลักดันเกาหลีเหนือกลับไปได้สำเร็จ ทว่าเป้าหมายได้เปลี่ยนไปสู่ความทะเยอทะยานที่ใหญ่กว่า คือ “การบุกยึดเกาหลีเหนือเพื่อรวมชาติ” นายพลพลดักลาส แมกอาเธอร์ (Douglas MacArthur) นำทัพรุกคืบเข้าใกล้แม่น้ำยาลูซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติติดกับจีน โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของรัฐบาลปักกิ่ง ผลที่ตามมาคือกองทัพทหารอาสาสมัครจีนนับล้านคนข้ามแม่น้ำลงมาตีโต้ ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องถอยร่น สงครามจบลงด้วยการชะงักงันและหยุดยิงที่เส้นขนานที่ 38 เช่นเดิม สหรัฐฯ พ่ายแพ้ต่อเป้าหมายในการรวมชาติเกาหลี

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม

– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูกล่าวว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งมิมีอันตราย” สหรัฐฯ รู้จักอาวุธตนเอง แต่ล้มเหลวในการ “รู้เขา” แมกอาเธอร์ประเมินเจตนารมณ์และขีดความสามารถของจีนต่ำเกินไป โดยเชื่อว่าจีนซึ่งเพิ่งบอบช้ำจากสงครามกลางเมืองจะไม่กล้าแทรกแซง นี่คือความบกพร่องด้านการข่าวกรองทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรง

– สามก๊ก: พฤติกรรมของนายพลแมกอาเธอร์ สะท้อนภาพของ “กวนอูเสียเกงจิ๋ว” กวนอูเป็นยอดขุนพลที่เก่งกาจแต่มั่นใจในตนเองจนเย่อหยิ่ง ประมาทซุนกวนและลู่ซุนจนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ แมกอาเธอร์ก็เช่นกัน ความเย่อหยิ่งในแสนยานุภาพทำให้เขามองข้าม “ความเปลี่ยนแปลงของพลังหยินหยาง” หรือสมดุลอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จีนยอมไม่ได้หากจะมีกองทัพอเมริกันมาประชิดชายแดน

ดร.ปิติ

2. ปฏิบัติการบุกอ่าวหมู คิวบา (Bay of Pigs Invasion, ค.ศ. 1961) : แผนลวงที่ไร้รากฐาน

บริบทเหตุการณ์: ในช่วงต้นสงครามเย็น สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ได้ฝึกอาวุธให้ชาวคิวบาพลัดถิ่นกว่า 1,400 คน เพื่อกลับไปบุกยึดประเทศและโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของ ฟิเดล คาสโตร สหรัฐฯ เชื่อว่าทันทีที่กองกำลังนี้ยกพลขึ้นบก ประชาชนคิวบาจะลุกฮือขึ้นสนับสนุน แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร ข่าวกรองรั่วไหล กองทัพคาสโตรดักรออยู่แล้ว ประกอบกับประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี กลัวโลกจะรู้ว่าสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลัง จึงยกเลิกการสนับสนุนทางอากาศ กองกำลังพลัดถิ่นถูกทำลายและจับกุมอย่างราบคาบภายใน 3 วัน

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:

– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: แผนนี้ล้มเหลวในกลยุทธ์ที่ 1 “ปิดฟ้าข้ามทะเล” (瞒天过海) สหรัฐฯ พยายามซ่อนเร้นเจตนา (พลางตัวว่าไม่เกี่ยวกับปฏิบัติการ) แต่การลวงโลกครั้งนี้กลับทำลายตนเอง การถอนกำลังสนับสนุนทางอากาศทำให้กองทัพคิวบาพลัดถิ่นกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้ง

– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูให้ความสำคัญกับ “จารชน” (สายลับ) อย่างสูงสุด แต่ข่าวกรองของ CIA ในครั้งนั้นเกิดจาก “อคติแบบกลุ่ม” (Groupthink) ที่เชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ (ว่าคาสโตรเสื่อมความนิยม) ทั้งที่ในความเป็นจริง คาสโตรยังมีฐานมวลชนที่แข็งแกร่ง สหรัฐฯ จึงพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบเพราะข่าวกรองที่บิดเบี้ยว

3. สงครามเวียดนาม (Vietnam War, ค.ศ. 1955-1975) : การติดหล่มในสมรภูมิที่มองไม่เห็น

บริบทเหตุการณ์: จากทฤษฎีโดมิโน สหรัฐฯ ทุ่มสรรพกำลังทั้งทหาร อาวุธ และงบประมาณมหาศาลเพื่อป้องกันไม่ให้เวียดนามใต้ตกเป็นของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ แต่กองทัพสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับสงครามกองโจรจากกลุ่มเวียดกง รัฐบาลไซ่ง่อนก็เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน การรบที่ยืดเยื้อนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตทหารอเมริกันนับหมื่น เกิดกระแสต่อต้านสงครามอย่างรุนแรงในประเทศ จนสุดท้ายสหรัฐฯ ต้องถอนทหาร ทิ้งให้เวียดนามใต้พ่ายแพ้และถูกรวมชาติโดยคอมมิวนิสต์ในปี 1975

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:

– สามก๊ก: หัวใจหลักของการสร้างชาติในสามก๊กคือ “ได้ใจคน ได้แผ่นดิน” เล่าปี่รวบรวมคนได้ด้วยคุณธรรม แต่สหรัฐฯ ในเวียดนามกลับไปสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้ที่ฉ้อฉล กดขี่ข่มเหงประชาชน การขาดความชอบธรรมทำให้สหรัฐฯ ไม่อาจเอาชนะสงครามแย่งชิงมวลชนได้

– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: เวียดกงใช้กลยุทธ์ที่ 15 “ล่อเสือออกจากถ้ำ” (调虎离山) อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาไม่รบแตกหักแบบตามแบบแผนกับสหรัฐฯ ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่า แต่ล่อให้ทหารอเมริกันเข้ามาติดหล่มในป่าดิบชื้น ใช้ภูมิศาสตร์เป็นอาวุ

– พิชัยสงครามซุนวู: “ไม่มีประเทศใดได้ประโยชน์จากสงครามยืดเยื้อ” คือสัจธรรมที่สหรัฐฯ ได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวด สงครามที่ยาวนานทำให้เกิดรอยร้าวลึกในสังคมอเมริกัน ขวัญกำลังใจของแนวหน้าและแนวหลังพังทลาย นำไปสู่การปราชัยในที่สุด

ดร.ปิติ

4. วิกฤตการณ์เลบานอน (Multinational Force in Lebanon, ค.ศ. 1982-1984) : ภารกิจที่ไร้เข็มทิศ

บริบทเหตุการณ์: เลบานอนตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมืองที่ซับซ้อน สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินเข้าไปในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ เพื่อคุ้มครองพลเรือนและเปิดทางให้กองกำลัง PLO ถอนตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สหรัฐฯ กลับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง โดยถูกมองว่าเข้าข้างรัฐบาลฝ่ายคริสเตียนและยิงถล่มฐานที่มั่นของฝ่ายมุสลิม จุดเปลี่ยนคือเหตุการณ์คาร์บอมบ์ค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต ทำให้ทหารเสียชีวิต 241 นาย ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน จึงต้องสั่งถอนทหารโดยที่ยังไม่บรรลุสันติภาพใดๆ

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:

– พิชัยสงครามซุนวู: ซุนวูกล่าวว่ากองทัพต้องมี “ความมุ่งหมายที่แน่วแน่” แต่ในเลบานอน สหรัฐฯ มีเป้าหมายทางการเมืองที่คลุมเครือ (Ambiguous Mandate) กองทัพไม่รู้ว่า “ใครคือศัตรูที่แท้จริง” การส่งทหารเข้าไปในพื้นที่โดยไม่มีกลยุทธ์ทางออก (Exit Strategy) คือความผิดพลาดมหันต์

– สามก๊ก: สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนการนำทัพเข้าไปในดินแดนที่มีก๊กต่างๆ รบพุ่งกันวุ่นวายอย่างไร้แบบแผน การเข้าไปโดยไม่เข้าใจรากเหง้าของความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียสถานะ “คนกลาง” และกลายเป็นเป้าหมายให้ถูกโจมตีเสียเอง

5. สงครามอิรัก (Iraq War, ค.ศ. 2003-2011) : การทำลายสมดุลและชัยชนะที่กลวงเปล่า

บริบทเหตุการณ์: สหรัฐฯ นำโดยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช บุกอิรักด้วยข้ออ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน ครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) แม้จะสามารถโค่นล้มระบอบซัดดัมได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่เคยพบอาวุธดังกล่าว ซ้ำร้าย นโยบายการยุบพรรคบาธและกองทัพอิรักเดิม ทำให้ทหารและข้าราชการชาวซุนนีตกงานนับแสนคนและหันไปจับอาวุธลุกฮือ เกิดเป็นสงครามกลางเมือง การก่อการร้าย (รวมถึงการก่อเกิดของ ISIS) และการถอนทหารของสหรัฐฯ ทิ้งตะวันออกกลางให้อยู่ในสภาวะที่ไร้เสถียรภาพยิ่งกว่าเดิม

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:

– สามก๊ก: ความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดคือ การทำลายดุลอำนาจแบบไตรภาคี เสน่ห์ของสามก๊กคือดุลยภาพที่ค้ำจุนกัน ในตะวันออกกลาง อิรักภายใต้ซัดดัม (ซุนนี) เคยเป็นรัฐกันชนที่ต้านทานอิทธิพลของอิหร่าน (ชีอะห์) การทำลายอิรักลงอย่างราบคาบ ทำให้สหรัฐฯ ประเคนอิรักใส่พานทองให้กับอิหร่าน ทำให้อิหร่านขยายอิทธิพลได้อย่างกว้างขวาง นี่คือความพ่ายแพ้ทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแท้จริง

– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: กลยุทธ์ที่ 14 “ยืมซากคืนชีพ” (借尸还魂) กลุ่มก่อการร้ายต่างๆ อาศัยซากปรักหักพังของรัฐอิรักที่ถูกทำลายและสุญญากาศทางอำนาจ เป็นรากฐานในการปลุกปั่นอุดมการณ์สุดโต่งขึ้นมาใหม่

– พิชัยสงครามซุนวู:”การชนะร้อยครั้งมิใช่วิธีการอันประเสริฐสุด การสยบศัตรูได้โดยไม่ต้องรบคือความประเสริฐสุด”* สหรัฐฯ ชนะการรบทางยุทธวิธี แต่พ่ายแพ้ในการสร้างสันติภาพ (Won the battle, lost the peace) เพราะล้มเหลวในการบริหารจัดการยุคหลังสงคราม (Post-war planning)

ดร.ปิติ

6. สงครามอัฟกานิสถาน (War in Afghanistan, ค.ศ. 2001-2021) : สุสานของมหาอำนาจ

บริบทเหตุการณ์: หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานเพื่อทำลายเครือข่ายอัลกออิดะห์และโค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน แม้จะทำได้สำเร็จในช่วงแรก แต่สหรัฐฯ กลับติดหล่มในภารกิจการ “สร้างชาติ” (Nation-building) ที่ขัดกับบริบททางภูมิสังคมและโครงสร้างชนเผ่า รัฐบาลกลางคาบูลที่สหรัฐฯ หนุนหลังเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน ในขณะที่ตาลีบันใช้พรมแดนปากีสถานเป็นที่หลบภัย เมื่อสหรัฐฯ ถอนทหารในปี 2021 กองทัพอัฟกานิสถานก็แตกพ่ายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และตาลีบันก็กลับมาปกครองประเทศอีกครั้ง ปิดฉากสงคราม 20 ปีที่สูญเปล่า

บทวิเคราะห์จากพิชัยสงคราม:

– คัมภีร์ 36 กลยุทธ์: สหรัฐฯ พยายามใช้กลยุทธ์ที่ 3 “ยืมดาบฆ่าคน” (借刀杀人) โดยการทุ่มเงินสร้างกองทัพอัฟกานิสถานเพื่อสู้กับตาลีบันแทนตน แต่ “ดาบ” เล่มนี้ไร้ซึ่งจิตวิญญาณและความจงรักภักดี เมื่อสหรัฐฯ ไม่ปกป้อง ดาบนั้นก็หักสะบั้นทันที

– สามก๊ก: การสนับสนุนรัฐบาลอัฟกานิสถานที่อ่อนแอ ไร้ความสามารถ และปราศจากการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เปรียบได้กับการที่ขงเบ้งต้องทุ่มเทเลือดเนื้อเพื่อค้ำจุน “พระเจ้าเล่าเสี้ยน”(อาเต๊า) ผู้ไร้ความสามารถ ต่อให้มียอดขุนพลหรือยุทโธปกรณ์ล้ำเลิศเพียงใด หากแกนกลางของรัฐผุพัง การล่มสลายย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

– พิชัยสงครามซุนวู: ตาลีบันใช้ประโยชน์จาก “ภูมิศาสตร์” (เทือกเขาซับซ้อน) ได้อย่างลึกซึ้ง และมี “ดาราศาสตร์/หยินหยาง” (กาลเวลาและความอึด) ที่เหนือกว่า พวกเขารู้ว่าสหรัฐฯ มีนาฬิกา แต่พวกเขามีเวลา สงครามยืดเยื้อจนสหรัฐฯ หมดความอดทนและต้องใช้กลยุทธ์ที่ 36 คือ “หนีคือยอดกลยุทธ์” (走为上) โดยถอนตัวออกไปอย่างโกลาหล

บทสรุป ความพ่ายแพ้ทั้ง 6 สมรภูมิของสหรัฐอเมริกามิได้เกิดจากการมีปืนที่ยิงได้ระยะใกล้กว่า หรือมีเครื่องบินที่บินได้ช้ากว่าศัตรู แต่เป็นความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นบนกระดานแห่ง “ยุทธศาสตร์และการเมือง” อันเกิดจากการละเลยคำสอนแห่งพิชัยสงครามโบราณ

การมองข้ามบริบททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม โครงสร้างอำนาจ และจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ทำให้แสนยานุภาพอันเกรียงไกรกลายเป็นเพียงเครื่องจักรที่ทรงพลังแต่ตาบอด สหรัฐอเมริกามักมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของ “การทำลายล้าง” ทว่าล้มเหลวในศาสตร์ของ “การสร้างสรรค์และการครองใจคน” ดั่งวาทะของขงเบ้ง หากผู้นำและผู้กำหนดนโยบายไม่ล่วงรู้ภูมิศาสตร์ (บริบทพื้นที่) ไม่เข้าใจดาราศาสตร์ (กระแสของโลกและการเมือง) และไม่ล่วงรู้การเปลี่ยนแปลงของหยินและหยาง (สมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์) แม้จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ก็ย่อมไม่อาจสถาปนาชัยชนะที่ยั่งยืนได้เลย.

รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

ดร.ปิติ

ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลังจากที่โพสต์ของ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ เช่น

“สรุปได้คมมากครับอาจารย์ หลายคนคงพึ่งมาใส่ใจเรื่องประวัติศาสตร์เพราะมันเพิ่งจะมีผลกับเราจริงๆ รัฐขนาดกลางอย่างเราคงต้องคำนึงท่าทีการต่อรองกับประเทศมหาอำนาจโดยมีประวัติศาสตร์เป็นปัจจัยหนึ่งว่าผลลัพธ์ของสถานการณ์ต่างๆจะออกมาในแนวโน้มทางใด”

“อ่านเพลินเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”

“..”CRAZY BASTARD”..said Deluded and Bipolar Old Mad FOX..”

“รบกวนคุณปิติฯวิเคราะห์การที่ไทยส่งทหารไปช่วยอเมริกันในเวียดนาม, เกาหลี, ลาว, เขมร ทั้งทางตรงและทางอ้อมหน่อยครับว่าเข้ากับตำราพิชัยสงครามโบราณข้อใดบ้าง?”

“รวบรวมบทความนี้ออกเป็นเล่มหนังสืออ่านสนุกครับ”

“แต่แปลกที่เขาก็ขยันทำสงครามนะครับ”

“ขอแชร์ค่ะอาจารย์”

“ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ”

“ขออนุญาตแชร์ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“Ciaหรือมอดสาทที่ฆ่าผู้นําอิหร่านได้แบบเกลี้ยงยกแผง(สุดยอดมาก)รัสเซียยังโดน(สายลับอยู่ในรัสเซียชี้เป้าแหล่งน้ำมันตอนนี้โดรนยูเครนถล่มตลอดจนต้องงดส่งออก)”

“เป็นบทวิเคราะห์ที่มีประโยชน์มากครับ”

ดร.ปิติ
ดร.ปิติ
ดร.ปิติ
ดร.ปิติ
ดร.ปิติ
ดร.ปิติ
ดร.ปิติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Piti Srisangnam

นายกฯกินข้าวเช้าโรงอาหารทำเนียบ ก่อนยิ้ม เข้าสภา เตรียมแถลงนโยบาย

นายกฯกินข้าวเช้าโรงอาหารทำเนียบ ก่อนยิ้ม เข้าสภา เตรียมแถลงนโยบาย

นายกฯกินข้าวเช้าโรงอาหารทำเนียบ ก่อนยิ้ม เข้าสภา เตรียมแถลงนโยบาย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.18 น.

นายกฯกินข้าวเช้าโรงอาหารทำเนียบ เมนูกะเพราเนื้อ- แกงเหลืองใต้ ก่อนยิ้ม เข้าสภา เตรียมแถลงนโยบาย 

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 08.40 น.ที่รัฐสภา นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงอาคารรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยนายกฯมาในชุดสูทสากล ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีรัฐมนตรีของพรรคยืนให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าก่อนเดินทางมารัฐสภา นายกฯได้แวะเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อไหว้องค์นรสิงห์ บนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องไหว้เป็นประจำทุกวัน โดยก่อนจะออกจากทำเนียบ นายกฯได้กินอาหารเช้าที่โรงอาหารริมคลอง ในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกฯได้สั่งเมนู ข้าวกะเพราะเนื้อ กับแกงเหลืองใต้ และเครื่องดื่มชาไทย 

สีหศักดิ์ เตรียมเยือนโอมาน ขอช่วยคุยอิหร่านให้ไฟเขียวผ่านฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เตรียมเยือนโอมาน ขอช่วยคุยอิหร่านให้ไฟเขียวผ่านฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เตรียมเยือนโอมาน ขอช่วยคุยอิหร่านให้ไฟเขียวผ่านฮอร์มุซ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.10 น.

“สีหศักดิ์” ยัน 3 ลูกเรือมยุรี นารี เสียชีวิตแล้ว เจ้าของเรือ-กระทรวงแรงงานดูเรื่องเยียวยา จ่อบินขอบคุณโอมานขอช่วยให้เรือที่ค้างอยู่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวัง อิสราเอลเคารพกติกาสันติภาพ

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 3 ลูกเรือมยุรีนารี ที่ถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ เสียชีวิตแล้ว ว่า จากการสอบถามเจ้าของเรือ ข้อมูลที่ได้มาคือเจอชิ้นส่วน สรุปได้ว่าไม่มีชีวิตแล้ว แต่เรื่องนี้ต้องให้เจ้าของเรือแถลงด้วย 

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือของรัฐบาลไทย เป็นเรื่องของทางบริษัทที่จะต้องดูแล และปกติถ้าเป็นแรงงานทางกระทรวงแรงงานต้องมีการเยียวยา 

เมื่อถามถึงกรณีจะเดินทางไปประเทศโอมานเพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ส่วนหนึ่งด้วย และอยากให้รัฐบาลโอมานได้ช่วยเรื่องที่เรือของเรายังค้างอยู่ ให้สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเขามีการติดต่ออยู่กับอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลไทยใช้ความพยายาม

เมื่อถามถึงกรณีอิสราเอลโจมตีเลบานอน จะทำให้เหตุการณ์ยุติภายใน2 สัปดาห์ได้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ หวังว่าในช่วงที่มีการหยุดยิงคงต้องมีการผ่อนคลายให้เรือสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ อย่างไรก็ตามช่วงนี้มีการตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จึงอยากให้ฝ่ายอิสราเอลเคารพปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงกันด้วย เป็นช่วงที่เราต้องให้โอกาสกับสันติภาพ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญ

เมื่อถามว่า ที่ปากีสถานบอกว่า จะจัดสันติภาพยั่งยืน แนวโน้มน่าจะได้ข้อยุติเลยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความพยายาม และเจตนารมย์ของทุกฝ่าย เพราะทั่วโลกอยากให้เกิดสันติภาพ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเยอะแยะแล้ว เราต้องมองไปข้างหน้า หาทางสู่สันติภาพให้ได้

เมื่อถามว่า ตรงนี้จะทำให้สถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยคลี่คลายด้วยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามองว่าเป็นการหยุดยิง แน่นอนว่าก็อยากจะรู้จากการหยุดยิงจะนำไปสู่อะไร

นายกฯอนุทิน สักการะศาลหลักเมือง เสริมสิริมงคลก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล

นายกฯอนุทิน สักการะศาลหลักเมือง เสริมสิริมงคลก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล

นายกฯอนุทิน สักการะศาลหลักเมือง เสริมสิริมงคลก่อนแถลงนโยบายรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.05 น.

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ศาลหลักเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมายังศาลหลักเมือง เพื่อเข้าสักการะศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนที่จะเดินทางเข้ารัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในเวลา 08.30น. 

โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะด้วย

เทพไท กาง 5 นโยบายนอกสภาฯ ถึงรัฐบาลอนุทิน 2

เทพไท กาง 5 นโยบายนอกสภาฯ  ถึงรัฐบาลอนุทิน 2

เทพไท กาง 5 นโยบายนอกสภาฯ ถึงรัฐบาลอนุทิน 2

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.01 น.

วันที่ 9 เมษายน 2569 เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อภิปราย5นโยบาย นอกสภาฯ

ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีกำหนดการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาโดยแบ่งหัวข้อของนโยบายออกเป็น5ด้าน คือ 1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ 2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.นโยบายด้านสังคม 4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งในแต่ละด้าน ยังไม่มีโครงการหรือแผนงานครอบคลุมปัญหาต่างๆของประเทศได้ทั้งหมด 

เมื่อได้อ่านนโยบายของรัฐบาลอนุทิน2แล้ว เห็นว่ายังมีนโยบายสำคัญหลายอย่างที่ตกหล่น และรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้ให้ความสำคัญ  ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาก่อน และเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองในตอนนี้ จึงอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณา และนำเสนอข้อมูลให้ฝ่ายค้าน เพื่อประกอบการอภิปรายท้วงติง หรือฝากความคิดเห็นไปยังรัฐบาล เพื่อให้เพิ่มเติมในนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเสนอแนวทางนโยบายสำคัญสำคัญ5ข้อ ดังนี้

1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ และตอนนี้ประเทศชาติกำลังประสบกับปัญหาเรื่องพลังงานเป็นหลัก รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยปฏิรูปโครงสร้างพลังงานด้านน้ำมันและปฏิรูปโครงสร้างพลังงานด้านไฟฟ้า แม้ว่าจะเป็นความยากลำบากในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อกลุ่มทุนด้านพลังงาน ที่เป็นแบ็กอัพหรือสนับสนุนพรรคการเมือง หรือสนับสนุนเป็นแหล่งทุนให้กับฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด แต่รัฐบาลไม่ควรจะเกรงใจ ต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก มากกว่ายึดผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

2.นโยบายด้านสังคม ซึ่งเป็นปัญหาหลักทางด้านสังคมในขณะนี้ คือปัญหายาเสพติด รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง และปราบปรามยาเสพติดที่เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานให้สำเร็จ หลายรัฐบาลที่ผ่านมายกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่ได้ทำให้ปัญหายาเสพติดลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น และกำลังเป็นปัญหาทางสังคม ที่ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สิน เงินทองและชีวิตของประชาชน ผู้คนในสังคมอยู่ในอาการหวาดผวา เมื่อผู้ติดยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติดแพร่หลาย จะพบคนวิกลจริต มีปัญหาทางจิต อาการจิตหลอน ป่วยจิตเวชจำนวนมาก รัฐบาลควรยกเอาปัญหายาเสพติดขึ้นมาปราบปราม เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมให้ได้เร็วที่สุด

3.ปัญหาด้านการเมือง หัวใจของการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอยู่ที่รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ได้เขียนนโยบายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เขียนแบบเลื่อนลอย ไม่ได้กำหนดขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มีรายละเอียดอย่างไร และจะเสร็จเมื่อไหร่ ทั้งที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประชามติที่เสียงส่วนใหญ่ 21 ล้านเสียงเห็นชอบ ให้มีการทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่าเป็นฉันทามติของคนทั้งประเทศ รัฐบาลควรผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จในสมัยรัฐบาลชุดนี้ เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติทั้งหมด ซึ่งรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวบทกฎหมายที่กำหนดการแก้ไขปัญหาของชาติ

4.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญ เรื่องมลพิษที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือฝุ่นPM 2.5 รัฐบาลจะต้องมีแผนงานหรือผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด รวมถึงการกำหนดนโยบายแผนงานการสร้าง หรือขจัดปัญหามลพิษในอนาคตให้ได้ เช่น การลดการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษ รัฐบาลต้องส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย และปรับปรุงกฎหมายที่ล่าสมัย เพื่อนำไปสู่การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ CPI วัดดัชนีการทุจริตของโลก จัดให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 116 และอยู่ในอันดับ8 ของประเทศอาเซียน ซึ่งนับว่าดัชนีการทุจริตคอรัปชั่นตกต่ำมาก รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ แม้ว่าจะแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นได้ยาก เนื่องจากการเข้าสู่อำนาจรัฐของฝ่ายการเมืองมาจากการซื้อเสียง ใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ก็เป็นเรื่องธรรมดาต้องถอนทุนคืน และทุนที่ได้มาก็มาจากการทุจริตคอรัปชั่น จึงทำให้การแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นไปได้ยาก แต่รัฐบาลก็ต้องมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาทุจริตให้ได้ มิฉะนั้นประเทศไทยก็จะเป็นประเทศสุดท้ายในอาเซียน และลำดับดัชนีการทุจริตจะตกต่ำไปมากกว่านี้ 

จึงเสนอมายังรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นำประเด็นเหล่านี้ไปอภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้รัฐรัฐบาลได้พิจารณาและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่า ประเทศมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อจะได้ช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติต่อไป

ราดหน้าสภาฯ พ่นไฟ หมอวรงค์ อวดมื้อเที่ยง 60 บาท ก่อนจวก สส. ต้านยกเลิกบำนาญ ถ้าอัตคัตนักก็ลาออกไป

ราดหน้าสภาฯ พ่นไฟ หมอวรงค์ อวดมื้อเที่ยง 60 บาท ก่อนจวก สส. ต้านยกเลิกบำนาญ ถ้าอัตคัตนักก็ลาออกไป

ราดหน้าสภาฯ พ่นไฟ หมอวรงค์ อวดมื้อเที่ยง 60 บาท ก่อนจวก สส. ต้านยกเลิกบำนาญ ถ้าอัตคัตนักก็ลาออกไป

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.44 น.

วานนี้ 8 เมษายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือที่เรียกกันว่า หมอวรงค์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี โพสต์คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะนั่งรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงอาหารรัฐสภา พร้อมระบุข้อความว่า “มื้อกลางวัน 8 เมษายน เป็นเส้นใหญ่ราดหน้า ราคา 60 บาทครับ ที่โรงอาหารของสภาฯ”

หมอวรงค์

ซึ่งภายในคลิป หมอวรงค์ ได้พูดคุยตอบคำถามอย่างดุเดือดเกี่ยวกับประเด็นร้อนเรื่องการยกเลิกบำนาญ สส. โดยมีบทสนทนาดังนี้

ถาม ช่วงนี้ทานอะไรครับคุณหมอ?

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตอบ “วันนี้ทานราดหน้ายอดผักของร้านราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี บนป้ายมีมิชลินด้วยนะ ราคา 60 บาท”

หมอวรงค์

ถาม การต่อสู้ยกเลิกบำนาญไปถึงไหนแล้วครับคุณหมอ ?

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตอบ “คือตอนนี้ยังมีความพยายามต้านของ สส. บางส่วน ผมก็ต้องบอกพี่น้องนะครับว่าเราต้องช่วยกัน เพราะมี สส. จำนวนไม่น้อยยังยึดติด ยังต้องการเอาผลประโยชน์จากพี่น้องประชาชนเพื่อไปดูแลตนเองตลอดชีวิต”

หมอวรงค์

ถาม เห็นวันนี้มี สส. บางคนบอกว่าเงินบำนาญมันคล้ายกับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ?

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตอบ “มันไม่ใช่! พวกคุณพูดอย่างนี้ได้ไง พวกคุณบริจาค 3,500 บาท เพื่อเอาเงินภาษีประชาชนมาสมทบดูแลพวกคุณ 400-500 ล้านบาท แล้วนำไปเปรียบเทียบกับฌาปนกิจสงเคราะห์ ไร้สาระมาก พวกคุณอัตคัตขนาดนั้นเชียวหรือ ที่จะให้ประชาชนไปเลี้ยงดูตลอดชีวิต อย่างนี้ลาออกไปเถอะ!”

หมอวรงค์

หลังจากคลิปของ หมอวรงค์  ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งในเชิงสนับสนุนอุดมการณ์การเมืองและแซวเมนูอาหาร เช่น

“สมัยหน้าผมเทให้ท่านหมดเลยครับ”

“เอาบำนาญ ให้ได้นะครับ คราวหน้าเลือกทั้งบ้านv

“สมัยหน้าผมยกครัวทั้งตระกลูผมให้ท่านหมดเลยครับท่าน”

“คราวก่อนหมอกินผัดซีอิ๊ว หนูก็กินผัดซีอิ๊ว คราวนี้หมอกินราดหน้า โอ๊ยหิวราดหน้า”

“คุณหมอทำเป็นรายการวรงค์ชวนชิมได้ค่ะ “

“สมัยหน้าเลือกคุณหมอเป็นนายยกแน่นอน”

“60บาท ก็อิ่มค่ะ เงิน1000กินได้ตั้งหลายมื้อนะคะท่าน”

“เพิ่งมีคุณหมอคนเดียวนี่แหละค้านเขาได้กินกันพุงกางเป็นสิบปีอิ่มกันเป็นโคตรๆคุณหมอได้บุญใหญ่แบบไม่ต้องไปบริจาคเงินเลยค่ะ”

หมอวรงค์
หมอวรงค์

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom