ไอเดียเลือกของขวัญสุดครีเอท เพื่อคนพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608841

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 15:01 น.

ไอเดียเลือกของขวัญสุดครีเอท เพื่อคนพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข

ช้อปของขวัญโดนใจในงาน GIFTMAS ค้นหาของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนพิเศษของคุณใน Creative Gift Market อาณาจักรแห่งของขวัญสุดสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยไอเท็มของดี ของเด็ด คัดสรรมาให้ได้เลือกช้อปมากกว่า 100 ไอเท็ม

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ร่วมกับ ไทยประกันชีวิต ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง จัดงาน GIFTMAS ชวนคุณมาร่วมค้นหาของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนพิเศษของคุณใน Creative Gift Market อาณาจักรแห่งของขวัญสุดสร้างสรรค์ ที่เต็มไปด้วยไอเท็มของดี ของเด็ด คัดสรรมาให้ได้เลือกช้อปมากกว่า 100 ไอเท็ม ทั้งของขวัญ ของแต่งบ้าน กิฟต์เซ็ทสปาและเครื่องหอมเก๋ๆ Gadget และเครื่องประดับหลากหลายสไตล์ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

อาทิ ของขวัญสไตล์ Eco Gift ที่เอาใจสายรักษ์โลกด้วยกระเป๋าจากเศษผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตชุดว่ายน้ำ จากร้าน Mama Well และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ จากร้าน Shidara

ของขวัญสไตล์ Minimal Gift สำหรับสายมินิมอล จาก Room Concept Pop-up Store ผู้นำไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวมของขวัญของแต่งบ้านสุดฮิป ทั้งจากดีไซเนอร์ไทย และต่างประเทศ มาไว้ให้ได้เลือกหากันได้ที่งานนี้

ของขวัญสไตล์ Craft Gift คัดสรรงานคราฟต์ดีไซน์เด็ดมาไว้ให้เลือกมากมาย อาทิเช่น Char Flower Tea ชาดอกไม้ออร์แกนิก ที่นอกจากกลิ่นและรสละมุนแล้วยังมอบความสดชื่นให้กับผู้รับด้วยดอกไม้บานเต็มดอกในกาแก้วใส เหมือนงานศิลปะระดับพรีเมี่ยมที่เบ่งบานในโถชา ร้าน Wax valley candle co เทียนหอมแฮนด์คราฟจากไขถั่วเหลือง 100% ที่ออกแบบกลิ่นหอมให้มีเรื่องราวต่างๆ อาทิ กลิ่น Bangkok, กลิ่น Library, กลิ่น Woodland

ของขวัญสไตล์ไทย Thai Gift อาทิเช่น Ekamon กระเป๋าใส่ของอเนกประสงค์ไอเดียสร้างสรรค์จากฝีมือคนไทย La Orr ornament จิวเวลรี่ไหมไทย ที่ใช้ผ้าไหมไทยมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับแสนเก๋หลากหลายสไตล์ ที่ให้คุณนำไปประยุกใช้แต่ตัวกับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์

นอกจากนี้ ยังมีของขวัญน่าช้อปจากหลากหลายแบรนด์ดัง ที่มาพร้อมราคาและโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน อาทิ Teddy House, Migrator Bag, Tommy Gift, Yugen, Isignia Bangkok, LabSpace ฯลฯ

ไฮไลท์กิจกรรมพิเศษภายในงาน ให้คุณได้ครีเอทของขวัญใหม่ไม่แบบซ้ำใครกับกิจกรรม Free Workshop ทำของขวัญไม่ซ้ำแบบใคร เฉพาะคุณเท่านั้น พบกันได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ

  • 11-17 ธันวาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9
  • 19-25 ธันวาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
  • 19 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 เซ็นทรัล วิลเลจ

สิทธิพิเศษ เมื่อช้อปภายในงานครบ 300 บาท รับฟรี! Exclusive Gift Box กล่องของขวัญลวดลายพิเศษฉพาะงานนี้เท่านั้น *กล่องมีจำนวนจำกัด สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Thailife Card แลกรับสิทธ์ผ่าน Thailife Card Mobile Application เท่านั้น (ของรางวัลในแต่ละสาขาแตกต่างกัน) Handmade Soap Giftset* มูลค่า 200 บาท เพียงใช้ 9 คะแนน (1ท่าน/ 1บัตรไทยไลฟ์การ์ด /1สิทธิ์, จำกัด 30 สิทธิ์ตลอดรายการ) Central Gift Voucher มูลค่า 500 บาท เพียงใช้ 199 คะแนน (1ท่าน/ 1บัตรไทยไลฟ์การ์ด /1สิทธิ์, จำกัด 86 สิทธิ์ตลอดรายการ)

จิบชายามบ่าย เซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ @เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608781

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 13:10 น.

จิบชายามบ่าย เซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ @เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์

คริสต์มาสนี้ต้องไปโดน ชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ ที่เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

สายคาเฟ่ สายขนมหวานใส่ไว้ในทูดูลิสต์คริสต์มาสนี้ได้เลย สำหรับความพิเศษที่มาในรูปแบบน่ารักๆ ที่ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ในโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ รังสรรค์ขึ้นมาเสิร์ฟเป็นชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟ หรือ Festive Afternoon Tea Set นับเป็นเมนูน่ารักๆ ที่จัดขึ้นต้อนรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งขะมีให้ชิมกันในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 1 มกราคม 2563 เท่านั้น

เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ต้อนรับคริสต์มาสนี้ด้วยเซตน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea Set สุดคิ้วท์ที่เสิร์ฟขนมน่ารัก ๆ ออกมาแบบจัดเต็ม เช่น Christmas Stollen เค้กผลไม้สัญชาติเยอรมัน, เอ๊กน่อกครีมบูเล่, พานาคอตต้า, คริสต์มาส พุดดิ้ง และจินเจอร์สโคนที่เสิร์ฟพร้อมกับแยมโฮมเมดหลากรส ที่สำคัญเซตนี้สำหรับ 2 ท่าน เลือกจับคู่ได้กับเครื่องดื่มชาหรือกาแฟ ตามใจชอบได้ถึง 2 ชนิด

นอกจากนี้เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ยังเตรียมกิจกรรมคิดส์ มูฟวี่ ไนท์ ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 13 – 29 ธันวาคม 2562 และคลาสสอนทำอาหารสำหรับเด็กทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 21 – 29 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น ในราคาเพียง 988++ บาทต่อท่าน ให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับทุกครอบครัวโดยแท้จริง

เดอะ ลอบบี้ เลาจน์ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เชิญท่านมาสัมผัสบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองนี้ด้วยตัวของท่านเอง เลาจน์เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00 น. ถึง 1.00 น. ชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 18.00 น. ในราคาเพียง 750++ บาทต่อเซทสำหรับ 2 ท่าน ตั้งแต่วันนี้-1 มกราคม 2563

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 088 5666

Hooters แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน กับการผสมผสานความเป็นไทยลงในอาหาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608710

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

Hooters  แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน กับการผสมผสานความเป็นไทยลงในอาหาร

“ฮูเตอร์ส” ร้านนั่งชิลล์ที่เหมาะสำหรับนัดแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ ในย่านสีลม เอาใจคนไทยด้วยการผสมผสานรสที่คนไทยคุ้นเคย

สำหรับฮูเตอร์ส เป็นร้านแฟรนไชส์อาหารสไตล์อเมริกันชื่อดัง ที่มีจำนวนสาขามากกว่า 400 สาขา ใน 44 รัฐ 28 ประเทศทั่วโลก โดดเด่นด้วยโลโก้นกฮูกที่ติดตาเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ซึ่งคำว่าฮูเตอร์สก็มาจากเสียงของนกฮูก เสมือนเป็นตัวแทนมนุษย์นอนดึกยันเช้าได้ดีเลยทีเดียว

ร้านฮูเตอร์สนั้นจะเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศกึ่งผับ เหมาะสำหรับมาร่วมเชียร์กีฬานัดใหญ่ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านเป็นชาวต่างชาติ มีคนไทยไม่โต๊ะเท่านั้น ให้บรรยากาศร้านนั่งชิวแบบฉบับอเมริกันมากๆ เหมาะที่จะมากับกลุ่มเพื่อนแบบครบแก๊งค์เพระเราสามารถเฮฮาเสียงดังกันได้สนุกสนาน

เสน่ห์ของฮูเตอร์สที่เด่นออกมาเลยนั้นมี 3 อย่างหลักๆเลยก็คือ ปีกไก่ ที่มีมากกว่า 10 รสชาติ บวกกับซอสดิปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างถัดมาก็คือ เครื่องดื่ม ที่น่าสนใจก็จะเป็น เบียร์สดสัญชาติไอร์แลนด์ อย่าง Guinness, Magners หรือ Kilkenny ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนออย่างสุดท้ายนั้นก็คือ Hooters Girls สาวๆที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เสิร์ฟอาหาร แต่ยังต้องเอนเตอร์เทรนลูกค้า และแน่นอนว่าเสน่ห์และความเซ็กซี่เหลือล้นมากๆ อยากให้ลองมาเจอ เพราะทุกๆชั่ วโมง สาวๆ จะมีโชว์สเต็ปเต้นน่ารักๆ ให้พอคึกคักกันอีกด้วย การันตีความแซ่บของสาวๆ ด้วยการประกวด Hooters Girl of the Year เพราะสาวที่นี้นอกจากจะสวยแล้วยังบริการกันแบบมืออาชีพซึ่งเป็นจุดขายสำคัญมากกว่าความสวยอย่างเดียว

มาพูดถึงเมนูใหม่ที่ทางฮูเตอร์ส ซึ่งเดิมแล้วทางร้านก็มีอาหารอเมริกันดั้งเดิมที่เป็นสัญลักษณ์นั้นก็คือเบอร์เกอร์ นาโช่ หรือจะเป็นปีกไก่ทอด แต่ทางร้านได้มีการสร้างสรรค์เมนูใหม่มาเพื่อเอาใจคนไทยให้ได้ลองอาหารสไตล์ตะวันตกที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยลงไป หน้าตาอาหารที่ยังคงความเป็นตะวันตก แต่รสชาติแบบไทย อย่างเช่นการทำซอสที่ใช้น้ำจิ้มแบบไทยๆ มาผสมให้เข้ากับซอสแบบตะวันตกเช่น มายองเนส ออกมา 4 รสขาติ ประกอบไปด้วย “ซอสจิ้มแจ่ว” ตัวที่สองเรียกว่า “แจ่วเมโย” คือการนำน้ำจิ้มแบบ จิ้มแจ่ว มาผสมกันกับมายองเนสเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ แต่รสชาติเข้ากันมากๆ ถัดมาคือ “ศรีราชาชีส” และสุดท้ายคือ “ต้มยำเมโย” ซึ่งกว่าจะได้สูตรพวกนี้มา มีการทดลองหลายครั้ง ทำการสำรวจทดสอบรสชาติกับคนไทย 100 คนว่ารสชาติใดถูกปากที่สุด จนได้ ซอส 4 ตัวนี้มา และอีก 1 เมนูที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานนี้นั่นก็คือ ทาโก้ต้มยำ ที่รสชาติต้มยำแบบไทยๆ ที่เสิร์ฟในรูปแบบทาโก้

ร้านฮูเตอร์สสาขาสีลมนั้นได้มีการปรับปรุงร้านใหม่ หากต้องการนัดเพื่อนแฮงเอ้าท์ และยังไม่รู้จะไปที่ไหน เราแนะนำที่นี่เลย เพราะเดินทางมาง่ายมากๆ ลงบีทีเอสศาลาแดงมาก็เจอเลยที่อยู่ ซอยธนิยะ ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500เวลาเปิด-ปิด 11:00-02:00 น.โทรศัพท์ 021171136

Facebook: http://www.facebook.com/hootersbangkokwww.facebook.com/hooterssilom

Website: http://www.hootersbangkok.com / http://www.hootersasia.com / http://www.hooters.com

สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลที่ ‘ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608764

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 15:21 น.

สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลที่ 'ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส'

ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส แค่มาสัมผัสแล้วคุณจะหลงรักปากน้ำประแส

สำหรับใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์เพื่อไปดื่มด่ำกับธรรมชาติ จับมือคนรัก หรือยกก๊วนครอบครัวมาเที่ยวแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ทำกิจกรรมเลิศๆ สนุกสุดมันส์ย้อนวัย เราขอแนะนำให้ไปที่ “ชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง”

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ โลเคิล อไลค์ ร่วมกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้รณรงค์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าชายเลน โดยมีกิจกรรมปลูกป่ารักษาและเพิ่มพูนภายในกิจกรรมท่องเที่ยว

“ปากน้ำประแส” เป็นชุมชนเล็กๆ ในอำเภอแกลง ที่เคยเป็นแค่ทางผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน จ.ระยอง หรือสวนผลไม้เมืองจันทบุรี แต่บัดนี้ได้กลายมาเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่นำเสนอเรื่องราวและเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลบริเวณปากน้ำ แม้อดีตอาจซบเซาลงจากการถูกควบคุมการออกหาปลาในน่านน้ำไทย แต่การท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถรื้อฟื้นให้ปากน้ำประแสกลับมาครึกครื้นได้อีกครั้ง

ชุมชนท่องเที่ยวนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก จึงทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวในประแสค่อนข้างส่วนตัว ชุมชนปากน้ำประแสจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะฮันนีมูนกับคนรัก ปาร์ตี้เดอะแก๊งวัยเก๋า หรือแซยิดครอบครัวก็ตาม

มาย้อนบรรยากาศวันวานด้วยบ้านไม้และบ้านปูนทรงโบราณตามทางเดินเรียบริมน้ำประแสหรือตื่นมาเช้าๆ สูดอากาศดีๆ เดินไปใส่บาตรที่ตลาดท่าเรือเก่า แล้วแวะชิมอาหารถิ่นไม่ว่าจะเป็นเส้นจันท์ผัดปู แจงลอน ขนมบอบแบบ ข้าวเหนียวหน้าเคย หรือเลือกช้อปอาหารทะเลสดๆ ไปประกอบอาหารในมื้อร่วมโต๊ะของครอบครัวก็ดีไม่น้อย ส่วนช่วงเย็นจะเดินหรือโบกซาเล้งนั่งไป ‘สะพานประแสสิน’ สะพานทอดยาวข้ามทะเลของอำเภอแกลงเพื่อชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม

ชุมชนปากน้ำประแสยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนั่งเรือชมป่าชายเลน รวมกลุ่มไปล่องแพเปียกสุดมัน เพิ่มความแข็งแรงด้วยการยกยอเพื่อนำเคยมาตำเป็นกะปิ เรียนรู้การทำแจงลอนซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ดูคล้ายทอดมันแต่นำไปย่างแทน หรือจะลองโม่แป้งทำขนมบอบแบบโบราณที่ทุกวันนี้หากินยากมากๆ แต่ในชุมชนประแสยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่

ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมไม่ขาดสายทั้งในฤดูกาลท่องเที่ยวและไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว หากกำลังมองหาสถานที่เงียบๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน มีธรรมชาติให้ชม มีอากาศดีๆ ให้ฟอกปอด อยากให้นึกถึงชุมชนปากน้ำประแสเป็นที่แรก แล้วพาครอบครัวหรือแท็กทีมเพื่อนๆ ร่วมก๊วนมาสัมผัสเสน่ห์ชุมชนแห่งนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืม

ตามไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนตำบลปากน้ำประแสได้ทุกวัน ติดต่อได้ที่ 085-120-8014 (พี่แต๋ม) หรือติดต่อทางเพจ : ท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608687

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ ‘ห้องอาหาร Scalini’ ตื่นตากับบรรดาเมนูอาหารรูปโฉมใหม่ พร้อมไฮไลท์เมนูที่ทุกคนต้องร้องว้าว @โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ

 

เมื่อวาระแห่งการเฉลิมฉลองใกล้เข้ามา ใครกำลังเฟ้นหาสถานที่ที่จะมอบความสุขในช่วงเวลาพิเศษพร้อมกับมื้ออาหารแสนอร่อย เราอยากแนะนำ “ห้องอาหาร Scalini” ในโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ เอาใจคนเมืองด้วยบรรยากาศน่านั่ง หรูหรากับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งตามสไตล์ Hilton ที่คงความเป็นกันเองและทันสมัย มีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลาางแสงไฟสลัวสุดโรแมนติก ใกล้ชิดกับเชฟด้วยครัวแบบเปิดที่คอยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แขกที่มาเยือน

 

ด้านเมนูอาหารจานหลักโฉมใหม่ของห้องอาหาร Scalini เชฟได้เลือกเนื้อสเต๊ก Bistecca ทีโบนชิ้นยักษ์เกรดพรีเมียมหนัก 1.2 กิโลกรัม มารังสรรค์เป็นพระเอกชูโรงในแบบฉบับของ Scalini เท่านั้น โดยความพิเศษของเนื้อ Bistecca คือความฉุ่มช่ำของเนื้อที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องร้องขอชีวิต กับเมนู Bistecca: Roasted Garlic & Black Truffle Marinade Grill Porterhouse Steak Tuscan Style, marinated with Olive oil, garlic, fresh herbs and ground black pepper, blackened exterior and warm pink interior steak, medium rare cooked สเต๊กเนื้อบิสเต็กก้าที่กลิลล์มาแบบพอดีด้วยประสบการณ์ของเชฟ จึงคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมนูนี้เราสามารถเลือกซอสได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นซอสน้ำตกเผ็ดเปรี้ยวหวานสไตล์ไทย ซอสกระเทียมทรัฟเฟิล หรือซอสฟัวกราส์ รสเผ็ด หอม กลมกล่อม

 

ตามด้วย Social welcome at the Negroni bar Fresh Oysters with Negroni Granita/ Antipasto & Cheese จุใจกับหอยนางรมสดๆ คัดไซส์มาเพื่อห้องอาหารนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโคลคัทชีส หรือเนโกรนี อร่อยฟินพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

 

Olives, bread and dips Home Marinated Olives/ Warm Foccacia/ Homemade Pesto/ TomatoSalsa/ Olive Oil/ Balsamic ขนมปังฟองกาเซียน้ำมันมะกอก เพสโต ซัลซามะเขือเทศ

 

 

ต่อด้วย Fritto Misto Crispy breaded sea food/ spicy tomato dip/ tartare sauce ฟิสโต้ มิสโต ซีฟู้ดชุบเกล็ดขนมปังทอด เสริฟพร้อมทาทาร์ซอส และมะเขือเทศรสเผ็ด และ Arancini Con Rag Breaded fried meat & cheese rice balls เนื้อและชีสทอด

 

อีกไฮไลท์ห้ามพลาด Oven Baked Seafood Pasta Spaghetti, calamari, Manilla clam, bouchot mussels, spicy marinara sauce พาสต้าทะเลอบที่ยกทะเลมาไว้ในกระทะ อัดแน่นด้วยกุ้งและหอยหลากชนิดที่ผัดคลุกเคล้ากับซอส spicy marinara เซอร์ไพรส์ด้วยการพรีเซ้นต์ที่้เสิร์ฟมาแบบคลุมหน้าด้วยแป้งพิซซ่านุ่มๆ

 

ส่วนเครื่องดื่มแนะนำค็อกเทลสัญชาติอิตาลีที่ถูกโหวตให้เป็นเครื่องดื่มที่ฮิตอันดับที่ 2 ของโลก อย่าง Negroni เครื่องดื่มประจำห้องอาหาร เป็นค็อกเทลสไตล์ Spirit-Forward รสหวานขมที่มีส่วนผสมหลักคือเหล้าจิน เหล้าคัมปารี และเวอร์มุธ ผสมกันแบบ 1-1-1 เกิดขึ้นในประเทศอิตาลีจากท่านเคาท์ กามิลโล เนโกรนี นอกจากนี้ เนโกรนียังถือกำเนิดขึ้นในปี 1920 ซึ่งเป็นยุคเดียวกับคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารสกาลินีอีกด้วย

 

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานรสละมุนอย่าง Tiramisu และ Choc-Cheese Souffle 

 

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ “ห้องอาหาร Scalini” ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 2 โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 สอบถามข้อมูลหรือจองโต๊ะได้ที่ โทร. 02-620-6666

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608399

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

ถ้าพูดถึงร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า หลายคนคงนึกถึงอาหารหรูๆ ราคาหลักพัน แต่ร้านที่โพสต์ทูเดย์จะพาไปชิมวันนี้เป็นร้านอาหารไทยในสไตล์ข้าวราดแกง ที่ทานง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า แต่รับรองว่าอิ่มจุใจ

บนชั้นดาดฟ้าของอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น ใกล้กับเซ็นทรัลพระราม 9 เป็นที่ตั้งของร้านข้าวแกงลอยฟ้าอย่าง ครัวชื่นใจ ที่เป็นที่ฝากท้องที่ประจำของบรรดาชาวออฟฟิศในย่านนั้น ด้วยจุดเด่นที่เน้นความสะอาด อร่อย ราคาไม่แพง แถมยังได้พ่อครัวฝีมือดีมีเสน่ห์ปลายจวักจากนครศรีธรรมราชมาปรุงอาหารให้ทานกันแบบร้อนๆ ทุกกระทะ การันตีได้ว่าอาหารตำรับใต้อย่างคั่วกลิ้ง คั่วกระดูกหมูจะมีรสชาติเผ็ดร้อนแรงเหมือนไปทานกันที่นครเลย

ครัวชื่นใจมีเมนูรสชาติอร่อยๆ ให้เลือกทานกันมากมายกว่าวันละ 20 เมนูหมุนเวียนกันไป ไม่ว่าจะเป็นเมนูขายดีอย่างผัดผักสารพัดชนิด คั่วกลิ้ง ปลาดุกทอดกรอบผัดพริกแกง หรือจะเป็นเมนูไข่ เช่น ไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ ไข่ต้ม ไข่เจียวพิซซ่า ไปจนถึงต้มมะระ หมูผัดกะปิ ผัดหอยลายตัวโตๆ พะแนง แกงส้มใต้ แกงหน่อไม้รสชาติจัดจ้าน

เน้นจุดขายเป็นอาหารใต้แบบนี้แน่นอนว่าต้องมีน้ำพริกกะปิที่ใช้กะปิส่งตรงมาจากใต้ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย และผักสด รวมทั้งน้ำซุปบริการฟรี ส่วนราคาข้าวราดแกงก็ไม่แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นที่กับข้าว 1 อย่าง 40 บาท เพิ่มกับข้าวบวกเพิ่มอย่างละ 10 บาท กับข้าวเป็นถ้วย 30 บาท ข้าวกล้อง 15 บาท หากใส่กล่องทางร้านบวกเพิ่ม 10 บาท แต่ถ้านำภาชนะมาเองลดให้ 5 บาท ที่คิดเพิ่มแบบนี้เพราะต้องการรณรงค์ลดการใช้กล่องโฟมและลดขยะช่วยโลกนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มอย่างน้ำสมุนไพรต่างๆ เช่น โอเลี้ยง เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 10 บาท ไว้คอยบริการเสร็จสรรพ

ครัวชื่นใจเสิร์ฟความอร่อยทุกวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยในช่วง 07.00-14.30 น. จะเป็นช่วงของข้าวราดแกง ส่วน 17.00-22.00 น. ทางร้านจะเปลี่ยนมาขายอาหารตามสั่ง กับแกล้ม อาทิ เอ็นข้อไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์  ยำกุนเชียง ยำวุ้นเส้น หมูมะนาว และเครื่องดื่ม

ที่ครัวชื่นใจยังมีบริการเดลิเวอรี่ความอร่อยถึงที่สำหรับลูกค้าในย่านอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น โดยต้องสั่งอย่างน้อย 10 กล่องขึ้นไป และมีค่ากล่องใส่อาหารที่ทำจากชานอ้อยเพิ่ม 10 บาทต่อกล่อง สามารถติดต่อได้ที่ โทร.065-625-5465

โพสต์ทูเดย์ชวนช้อปมันส์ๆ ในแหล่งรวมสารพันของดีจากทั่วโลก @วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/607812

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

โพสต์ทูเดย์ชวนช้อปมันส์ๆ ในแหล่งรวมสารพันของดีจากทั่วโลก @วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

ประสบการณ์ช้อปเพลินเกินบรรยายในบ้านหลังที่สองของคนเมือง ‘วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน’ แหล่งรวมของดีของอร่อยจากทั่วทุกมุมโลก

เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว สำหรับบ้านหลังใหม่ล่าสุดของ “วิลล่า มาร์เก็ท” ที่สาขาหลังสวน ซึ่งครั้งนี้ได้สร้างมิติใหม่ของการช้อปปิ้งด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ มาเอาใจเหล่านักช้อป เรียกได้ว่าช้อปเพลินเกินบรรยายไปเลยทีเดียว ส่วนประสบการณ์การช้อปที่นี่ในครั้งนี้ในแบบของโพสต์ทูเดย์จะเป็นอย่างไร และมีอะไรให้ว้าวบ้าง มาดูกัน

เริ่มต้นก็ชนะเลิศไปแล้ว สำหรับทำเลที่ตั้ง เพราะวิลล่า มาร์เก็ท สาขาหลังสวน อยู่ในโครงการเวลา สินธร วิลเลจ ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีที่จอดรถชั้นใต้ดิน จอดปุ๊บ ช้อปปั๊บ ประทับใจและสะดวกสุดๆ สำหรับคนที่ขับรถมา พอเดินเข้ามาภายในก็ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในซูเปอร์ของครัวระดับโลก เลือกช้อปสินค้ารัวๆ มารังสรรค์เมนูแสนอร่อยได้ไม่รู้จบ แถมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชั่น ซึ่งที่นี่จะแบ่งออกเป็น 6 โซน เพื่อความสะดวกสบายหลากหลายรูปแบบ

เริ่มที่โซน V Space ปราการด่านแรกที่เตรียมที่นั่งนุ่มๆ ไว้รับรองหนุ่มๆ ระหว่างรอหวานใจเลือกซื้อสินค้า สิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus) โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถมานั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่ม นั่งพักชิลๆ หรือสำหรับครอบครัวที่มีเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อและเด็กๆ ก็สามารถมานั่งรอนอนรอคุณแม่ได้ นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้ายังมีบริการ Eat & Shop ให้เลือกช้อปของใส่ตะกร้าจากปลายนิ้วสัมผัสสอดรับยุค 5G ซึ่งสามารถเลือกช็อปปิ้งแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อย เพียงแค่นั่งรอในโซน V Space หรือกำลังนั่งทานอาหารใน Ready to Eat Zone ก็สามารถซื้อสินค้าได้แล้ว สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย

โซน Fruit & Vegetables มุมที่คนรักสุขภาพ คนชอบทานผัก ผลไม้ ต้องถูกใจ เพราะมีพืชผักและผลไม้สด สะอาด คุณภาพเลิศ เรียงรายไว้สวยงาม ล่อตาล่อใจด้วยผัก ผลไม้ Organic นานาชนิดจากทั่วโลก ยิ่งใครที่ชอบผลไม้จากแดนกิมจิ ที่นี้ก็มีทั้งลูกพลับไซส์ใหญ่ สาลี่หวานกรอบ องุ่นลูกโตๆ ที่นำเข้าทั้งจากญี่ปุ่น และยังมีจากออสเตรเลีย หรือจะเป็นอโวคาโด้จากนิวซีแลนด์ ด้านผักมีทั้งผักที่หายาก ผักที่ไม่เคยเห็น และผัก Organic ที่เราไว้ใจได้ด้วยสัญลักษณ์ที่มีหน่วยงานการันตี รับรองว่าได้ของดีเพื่อสุขภาพในราคาที่เหมาะสมกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

โซน Butcher & Seafood มีผักกันแล้วก็ต้องหาโปรตีนหลักให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบกันที่โซน Butcher & Seafood อลังการงานเนื้อสัตว์ที่ขนทัพมาเพียบ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ไฮไลท์ห้ามพลาดกับบรรดาซีฟู้ด เนื้อปลา หอย กุ้งแม่น้ำ การันตีความสด สะอาด ปราศจากเชื้อ ด้วยตู้รักษาความสดที่พ่นไอน้ำปล่อยความเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิ กักเก็บความสดเหมือนเพิ่งยกมาให้จากทะเล

โซน Wine Cellar โซนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เป็นแหล่งรวมไวน์หลากหลายชนิดจากทั่วโลก ที่โซนนี้นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของสินค้าแล้ว ยังมีกับบริการให้ท่านได้ลิ้มลองรสสัมผัสไวน์ก่อนตัดสินใจซื้อ (สมาชิก VPlusMember) โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์คอยให้คำแนะนำ สำหรับใครที่อยากได้เครื่องดื่มไปจิบคู่กับอาหารมื้อพิเศษ รับรองได้ไวน์รสเลิศถูกใจกลับบ้านไปแน่นอน

โซน Activity พื้นที่สาธิตวิธีปรุงอาหารสด ให้บริการปรุงอาหารสดพร้อมทานซึ่งหากต้องการทานสเต๊กดีๆ สักมื้อ ก็สามารถเดินไปเลือกเนื้อคุณภาพดี พร้อมมีคนให้ปรึกษาในโซน Butcher & Seafood มาให้เชฟปรุงได้เลย (ค่าบริการ 100 บาท) ระหว่างเดินเลือกเพลินๆ ลองชิม Iberico Ham แฮมขาหมูดำ ที่คนรักแฮมยกให้เป็นแฮมที่อร่อยที่สุดหรือแฮมที่รสชาติเข้มข้นที่สุด แล้วตัดรสเค็มของแฮมด้วยความหวานของแคนตาลูปกรอบหอมหวานลงตัว ใกล้ๆ โซนนี้ยังมีสารพันชีสให้เลือกซื้อหา ซึ่งต้องบอกเลยว่าน่าจะมีให้ตัวเลือกเยอะที่สุดแล้วในย่านนี้

โซน Ready to Eat หิวแล้วอยากให้แวะมาที่โซนนี้ เพราะมีบริการอาหารญี่ปุ่น Omakase Set ในราคาย่อมเยา คุณภาพระดับพรีเมี่ยม อาทิ Omakase Set 6 คำ ราคา 980 บาท อาทิ ปลาแซลมอนโรลล์ท็อปด้วยฟัวกราส์โรยด้วยนิกุระ ซูชิหน้าเอ็นกาวะเนื้อนุ่มท็อปด้วยปลาไหลย่างเพิ่มรสหวานด้วยไข่ปลาแซลมอน ซูชิหน้ากุ้งหวานตัวโต เพิ่มความฟินด้วยไข่หอยแม่นและคาร์เวีย เพิ่มรสชาติด้วยซอสโชยุรสกลมกล่อม ฟินอย่าบอกใคร

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความพิเศษของสินค้าที่นำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ มุมขนมปังฝรั่งเศส ขนม นม เนย ของกินเล่น ข้าวของของใช้ ตลอดจนไก่งวง และเครื่องปรุงตามช่วงเทศกาลที่จัดวางแบบให้หยิบมาใช้ง่าย มองเห็นแล้วคิดออก จะได้ไม่ลืม

มาลองสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์กันได้ทุกวัน ที่วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน กับคอนเซ็ปต์ใหม่ “V” Make a new home ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/villamarketofficial/

สับสวิตช์ชีวิตออฟฟิศแสนยุ่ง แล้วพุ่งตัวหาธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606948

  • วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 17:45 น.

สับสวิตช์ชีวิตออฟฟิศแสนยุ่ง แล้วพุ่งตัวหาธรรมชาติ

สลัดโหมดทำงานหามรุ่งหามค่ำไปดื่มด่ำธรรมชาติ ลองเป็นเกษตรกรมือใหม่ขาลุย เกี่ยวข้าว ปลูกผัก ทำปุ๋ย นอนฟาร์มสเตย์ กับ 6 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมชม ชิม ช้อป ผลผลิตสดใหม่ที่ดีต่อใจและดีต่อโลก

จิบชาดอกไม้กับเครือข่ายม่วนใจ๋ จ.เชียงใหม่

การรวมตัวกันของกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว กับความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนให้อำเภอเชียงดาว เมืองต้นกำเนิดแห่งแม่น้ำปิงเป็นเมืองอาหารปลอดภัยที่เกื้อกูลกับวิถีพื้นถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนเกษตรบนดอยสูง จึงตั้งใจปลูกพืชอินทรีย์ เช่น ข้าว กาแฟ ผัก สตรอว์เบอร์รี่ แตงโม และดอกไม้ โดยผลิตภัณฑ์แปรรูปที่โดดเด่น เช่น ชากุหลาบ ชาเก๊กฮวย แยมกุหลาบ เยลลี่กุหลาบที่รอให้ทุกคนมาชม ขิม ช้อป แล้วยังจัดฟาร์มทัวร์พาไปดูการทำงานในแปลงเกษตรอินทรีย์ของเพื่อนเกษตรกรอีกด้วย

ติดต่อ : 182 หมู่ 5 อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โทร. 095-456-2556 FB : ม่วนใจ๋ l กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว

ดื่มชานมัสการที่สวรรค์บนดิน จ.เชียงราย

สวรรค์บนดินแห่งนี้แวดล้อมด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ อากาศดี๊ดี ที่นี่เป็นทั้้งฟาร์มออร์แกนิค โฮมสเตย์ขนาดกะทัดรัดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มาเข้าคอร์สเบลนด์ชาเพื่อเรียนรู้เรื่องชา ชิมชา และออกแบบรสชาติชาของตัวเอง โดยมีคุณโต-เจ้าของสวรรค์บนดินเป็นผู้ดูแล ในฟาร์มยังมีร้านสมุนไพรและคาเฟ่บรรยากาศธรรมชาติ จำหน่ายชาต่างๆ ซึ่งหนึ่งในผลผลิตดีต่อใจของสวรรค์บนดินคือ ชานมัสการที่ได้จากส่วนผสมหลักอย่างมะตูมและคาโมมายล์ มีกลิ่นหอม ดื่มแล้วผ่อนคลาย ช่วยให้หลับสบ้ายสบาย

ติดต่อ : 171 / 12 หมู่ 1 บ้านสันตาลเหลือง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โทร. 081-205-3554 FB : Sawanbondin Farm & Home Stay

กินอยู่กับธรรมชาติในไร่รื่นรมย์ จ.เชียงราย

มาสัมผัสความสุขแบบออร์แกนิคตามความตั้งใจของคุณเปิ้ล หญิงสาวตัวเล็กๆ เจ้าของไร่ที่อยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพกายและใจด้วยการใช้ชีวิตและกินอาหารออร์แกนิค พร้อมด้วยกิจกรรมเรียนรู้ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน หรือจะเช็กอินที่พักแบบฟาร์มสเตย์ก็ได้ แล้วมาร่วมกิจกรรมทำนา เก็บผัก เลี้ยงแพะ สนุกสนานไปกับการทำผ้ามัดย้อม ทำไข่เค็ม ไข่ทรงเครื่อง มาเดินถ่ายรูปสวยๆ ในแปลงผัก แล้วอิ่มเอมไปกับเมนูอร่อยๆ จากผลผลิตสดใหม่ที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ทั้งดิน อากาศ น้ำ ทุกอย่างปราศจากเคมีด้วยมาตรฐาน USDA และ Organic Thailand

ติดต่อ : ไร่รื่นรมย์ ต.งิ้ว อ.เทิง จ.เชียงราย โทร. 099-325-5757, 095-134-8821 FB: ไร่รื่นรมย์ เกษตรอินทรีย์ ท่องเที่ยว ออแกนิค Rai Ruen Rom Organic Farm

กินข้าวไทยพันธุ์ดีที่ศาลานา จ.นครปฐม

แหล่งเรียนรู้ชั้นเลิศใกล้กรุงเทพฯ อย่างศาลานา เปิดพื้นที่สีเขียวให้ผู้ที่สนใจมารู้จักเรื่องราวของข้าวไทยหลากสายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมปทุมเทศ ข้าวหอมนิล ข้าวหอมช่อราตรี ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิแดง ซึ่งศาลานานำมาเบลนด์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวที่หุงง่าย กินอร่อย เปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ และยังได้ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกษตรวิถีธรรมชาติ การปรุงดิน ทำปุ๋ย จัดการน้ำตามศาสตร์พระราชา ตลอดจนแนวคิดแบบสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ที่นำไปใช้ได้จริง

ติดต่อ : 55/5 หมู่ 4 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โทร. 061-014-7165 http://www.salana.co.th

ช้อปผักสดผลไม้อร่อยจากสามพรานโมเดล จ.นครปฐม

จากแนวคิดของคุณโอ-อรุษ เจ้าของโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตั้งใจอยากให้คนมาเที่ยวสวนสามพรานได้กินของดีๆ ปลอดสาร จึงชักชวนชาวบ้านมาปลูกผักผลไม้อินทรีย์แล้วรับซื้อไว้ปรุงอาหารในโรงแรม เมื่อผลผลิตมากพอจึงเปิดตลาดสุขใจทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นตลาดที่รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผักสดผลไม้ตามฤดูกาลมาจำหน่ายกันในราคามิตรภาพ เพื่อให้เราเข้าถึงอาหารอินทรีย์ได้ง่ายๆ และเกษตรกรยิ้มได้เมื่อสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ติดต่อ : สามพรานโมเดลและตลาดสุขใจ ถนนเพชรเกษม อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.034-225-203 FB : ตลาดสุขใจ นครปฐม

มารู้จักผักวิเศษในฟาร์มบ้านย่า จ.ฉะเชิงเทรา

ใครไปเที่ยวเมืองริมแม่น้ำบางปะกง ลองแวะเข้าไปชมผักวิเศษที่ทำให้คุณตู่-เจ้าของฟาร์มบ้านย่า เอาชนะอาการทุกข์ทรมานจากโรคไมเกรนได้ โดยใช้อาหารธรรมชาติเป็นยารักษา โดยเฉพาะคุณประโยชน์มากมายจากผักใบเขียวอย่างผักเคลไดโนเสาร์ ซูเปอร์ฟู้ดที่ปลูกง่ายโตไว รสชาติอร่อย และในเมืองไทยยังมีคนปลูกกันน้อย ซึ่งที่นี่ปลูกผักเคลตามวิถีออร์แกนิค 100% ในโรงเรือนปิดที่ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ เผลอๆ คุณอาจได้ไอเดียกลับไปปลูกผักสวนครัวกินเองที่บ้านก็ได้

ติดต่อ : 19 หมู่ 4 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โทร. 088-566-6263 FB : ผักเคล ออร์แกนิก ฟาร์มบ้านย่า

นี่แหละ 6 ฟาร์มแห่งความสุขที่อยากชวนปักหมุดแล้วไปเที่ยวกัน แต่หากงานยุ่งจนไม่มีเวลาเที่ยวพักผ่อน อย่างน้อยต้องให้เวลาดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยมื้อสุขภาพดีที่ ร้านฌานา ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ที่รวบรวมเอาวัตถุดิบมากมายจากแปลงปลูกอินทรีย์ของเพื่อนๆ เกษตรกรทั้ง 6 แห่ง มาให้อร่อยกันถึงในเมือง เช่น ซุปผักรื่นรมย์ที่ได้พลังงานจากส่วนผสมของอิตาเลี่ยนเคล ใบทาร์รากอน ฟักทองคางคก และบีทรูธจากไร่รื่นรมย์ อิ่มย้อนวัยไปกับข้าวหอมมะลิอินทรีย์คลุกปลาทูแม่กลองที่นำข้าว 5 สายพันธุ์ของศาลานามาเสริมความอร่อย แล้วรับวิตามินเต็มๆ จากผลไม้สดของสามพรานโมเดลในเมนูส้มตำผลไม้ตามฤดูกาล ลิ้มลองซูเปอร์ฟู้ดที่เป็นตัวแม่ของการ ดีท็อกซ์และฟื้นฟูสุขภาพกับเมนูเมี่ยงผักเคลไดโนเสาร์ออร์แกนิค ปลา 2 สี กับสลัดลาบไก่ผักเคลไดโนเสาร์ออร์แกนิค ที่กินกับผักเคลไดโนเสาร์สดๆ จากฟาร์มบ้านย่า ขาดไม่ได้คือ เครื่องดื่มที่ช่วยผ่อนคลายสลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นชานมัสการจากสวรรค์บนดิน และเครื่องดื่มสมุนไพรดอกไม้จากกลุ่มม่วนใจ๋ บอกเลยว่าเหมาะกับอากาศในช่วงนี้เป็นที่สุด

โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ มนต์เสน่ห์กลางขุนเขาที่พร้อมสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606838

  • วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17:00 น.

โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ มนต์เสน่ห์กลางขุนเขาที่พร้อมสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

สัมผัสความหนาวในดินแดนต้องมนต์ พร้อมดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกับหลากหลายความพิเศษที่ ‘โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่’ เตรียมไว้ให้นักเดินทาง…รับรองหนาวนี้ประทับใจครบจบในที่เดียว!!

ต้อนรับลมหนาวที่พัดมาด้วยบรรยากาศสุดฟิน ในดินแดนดุจเทพนิยายปลุกจินตนาการสุดตระการฝัน ณ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ที่พักที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งชวนหลงใหลกลางเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

สถานที่แห่งนี้มีครบจบทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว เรียกได้ว่าตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาก็ไม่ถวิลหาสิ่งอื่นใดอีกแล้ว เพราะทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศอันบริสุทธิ์ ต้นไม้ใบหญ้ารายล้อมเขียวขจีสุดลูกตา อาหารไทยในตำราเลิศรส ลิ้มลองของหวานสุดละมุน จิบเครื่องดื่มสารพัน ช็อปมันส์ๆ กับ Winter Fest เลือกซื้อสินค้าและพืชผักอินทรีย์ที่ผลิตจากชุมชน สนุกสนานกันทุกคนที่สระว่ายน้ำรูปทรงวงแหวน พร้อมเตรียมมื้อพิเศษในวาระสุดพิเศษด้วยเซ็ตอาหารในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ปิดท้ายด้วยการดูพระอาทิตย์ตกบน Rooftop Bar ชมวิวพาโนราม่าน่าประทับใจ

Labaris Restaurant เอาใจสายกินกับห้องอาหารที่เสิร์ฟความอร่อยทุกมื้อ

เริ่มต้นมื้อเช้าแบบ International Buffet เสน่ห์ของโรงแรมหลายดาว ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-10.30 น. ไลน์อาหารมีให้เลือกเยอะ เน้นวัตถุ ดิบออร์แกนิกจากแหล่งผลิตที่เขาใหญ่และใกล้เคียง และวัตถุดิบคุณภาพดีทั่วทุกมุมโลก มาปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถัน รังสรรค์ทุกเมนูด้วยความรัก เสิร์ฟความสด ใหม่ สะอาด รสชาติดี มีให้เลือกทั้งแฮม ไส้กรอก ชีสนานาชนิด แฮชบราวน์ สลัด เมนูอาหาร อาทิ ผัดเห็ด ผัดผัก ข้าวต้ม ข้าวผัด พลาดไม่ได้กับไข่กระทะกะเพรากรอบ ซิกเนเจอร์ดิชยามเช้าของลาบาริส เรสเตอร์รองท์ ด้านเครื่องดื่มต้องลอง กาแฟสด House Blend Coffee ที่คัดจากเมล็ดกาแฟไทยหลายชนิด ชา นม น้ำส้ม น้ำผลไม้ ปิดท้ายที่ของหวานอย่างขนมเค้ก แพนเค้ก วาฟเฟิล เติมความ หวานด้วยน้ำผึ้งจากรวงผึ้งสดๆ

มื้อเที่ยงลิ้มรสอาหารไทยและเมนูยูโรเปี้ยนฟิวชั่นรสเลิศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thai Cuisine and Grill Bar ชิมอาหารไทยในตำราที่บางเมนูหาทาน ได้ยากแล้วในปัจจุบัน อาทิ แกงรัญจวน แกงระแวง เน้นรสชาติไทยแท้แบบออริจินอล ส่วนที่อยากให้ลองอีกเป็นเมนูฟิวชั่นที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อนักเดินทางที่มาที่นี่โดยเฉพาะ อาทิ เปาะเปี๊ยะลาบปลาแซลมอน Appetizer ที่ผสานความเป็นไทยในแบบตะวันตก ทอดกรอบมาเป็นแท่งยาวเสิร์ฟในตะกร้า ดิบกับน้ำจิ้มรสหวาน ตามด้วยไก่ตะกร้า พล่าปลาทูน่าสด ครบรส หวาน เผ็ด เปรี้ยว เน้นที่ความสดของเนื้อปลา แกงเหลืองปลาแซลมอนยอดมะพร้าวอ่อน เมนูปักษ์ใต้ที่ทำออกมาได้รสกำลังดี ปลากะพงทอดซอสเปรี้ยวหวาน หอยเชลล์ผัดพริกเกลือ จบที่ของหวานหน้าตาดี รสชาติเริ่ด อย่างวาฟเฟิลกับฮันนี่โทสต์

มื้อค่ำดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆ ที่ไม่มีสิ้นสุด Labaris Christmas Set ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางลาบาริส เรสเตอร์รองท์ นำเสนอ Labaris Christmas Set (ราคาโปรโมชั่น 2,500 บาท สำหรับ 2 ท่าน) ดินเนอร์เซ็ตที่ประกอบด้วย Appetizer เริ่มด้วย Homemade Smoked Salmon, Tuna Tataki และ Pan-Seared US Scallop ตามมาด้วย Christmas Salad with goat’s cheese มีลูกแพร์ ชีส และน้ำสลัดแครนเบอร์รี่เพิ่มความสดชื่น จากนั้นจะเสิร์ฟด้วย Spice Butternut Squash Cream Soup with Mascarpone Foam ก่อนเสิร์ฟ Main course เป็น Labaris BBQ pit platter ที่ประกอบด้วย สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลียพันสโมคเบคอน กุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์จากสหรัฐ และซี่โครงแกะที่เสิร์ฟคู่กับ Café de Paris butter and Red wine Jus ปิดท้ายด้วย Pecan Cheese Cake พร้อมเครื่องดื่มเบียร์สด ไวน์ วิสกี้ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม (ราคา 900 บาท ดื่มได้ 3 ชั่วโมง) นับเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษที่เหมาะกับช่วงเทศกาลรื่นเริงสำหรับนักเดินทางที่ไปเที่ยวเขาใหญ่ในช่วงเวลาแบบนี้

Labaris Winter Fest เลือกซื้อสินค้าตอบโจทย์นักช้อปสายชิล

ครั้งนี้ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ขอเอาใจคนรักสุขภาพด้วยพืชผัก ผลไม้ ออร์แกนิคที่จำหน่ายโดยเกษตรกรและผู้ผลิตจากชุมชนบนเขาใหญ่ คืนกำไรให้คนในชุมชน เปิดตลาดนัดให้ขายฟรี เรียกไลค์จากนักเดินทางด้วยสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิ ผักอินทรีย์ (Organic) ปลอดสารพิษจากสวนผักไฮโดรโปนิกส์ คุณพัฒน์ ไข่ไก่อินทรีย์จากแม่ไก่อารมณ์ดี ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมนเร่ง ผลไม้สดจาก wanida garden fruits อาทิ อะโวคาโด้ เคพกูสเบอร์รี่ น้ำส้ม มีร้านไม้ประดับและของตกแต่งสวน นอกจากนี้ ยังมีของกินไว้คอยบริการ อาทิ โดนัท มันม่วง เบอร์เกอร์ และเครื่องดื่มต่างๆ สำหรับ Labaris Winter Fest มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-17.30 น. ตั้งแต่วันนี้-ช่วงต้นปี 2563

กิจกรรมสนุกสุดมันสังสรรค์ทั้งครอบครัว

ไปเที่ยวทั้งทีต้องมีความสุขและสนุกทั้งครอบครัว อาณาจักรลาบาริส จัดสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้พร้อม เริ่มที่ The Meander Wonderer พื้นที่สวนที่มีสระว่ายน้ำออกแบบราวกับแม่น้ำคดเคี้ยวสไตล์ Loop Pool โดยสระว่ายน้ำมีทั้งสระสำหรับผู้ใหญ่ หรือ Nomadic Creek และสระสำหรับเด็ก หรือ Cub’s Creek พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย รวมถึงพื้นที่สำหรับความสนุกสนานและการเรียนรู้ของนักเดินทางตัวน้อยอย่างครบถ้วน พื้นในส่วนเพลย์กราวด์เป็นพื้นที่ทำจากวัสดุพิเศษที่จะลดอาการบาดเจ็บจากการล้มหรือกระแทก ซึ่งเกิดจากความใส่ใจในความปลอดภัยทุกย่างก้าว เดินต่อไปอีกนิดจะพบกับสะพานข้ามไปยังลำธารตามธรรมชาติบนเนินเขา สูดโอโซนริมธารน้ำใสรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

นอกจากนี้ ตลอดช่วง Festive season เหล่านักเดินทางตัวน้อยยังได้สนุกสนานพร้อมแต่งแต้มจินตนาการกับถาดวิเศษ Eater’s Tray ของขวัญจากคิงมิโนทอร์ ในช่วงเวลา Magical moment หนึงในกิจกรรมฟรีสำหรับเด็ก อายุ 0-13 ปีที่เข้าพำนัก ส่วนนักเดินทางที่ไม่ได้เข้าพำนักกับทางโรงแรม สามารถได้รับสิทธิ์ใช้บริการ เมื่อใช้จ่ายที่ Rabbit Café 800 บาทขึ้นไป หรือใช้จ่ายที่ห้องอาหารลาบาริส 1,200 บาทขึ้นไป

สายโซเชียลอัพรูปรัวๆ ทั่วทั้งโฮเทลฮิป

เรามักได้เห็นภาพสวยๆ มุมถ่ายรูปดีที่นักรีวิวสายโซเชียลอัพโหลดไว้ให้อิจฉา เมื่อได้มาสัมผัสดินแดนแห่งเขาจึงเข้าใจความรู้สึก เพราะทุกมุมถูกออกแบบมาอย่างลงตัว สวยงามผ่านสถาปัตยกรรมรูปทรงปราสาทที่ดูสวยงามแปลกตาประหนึ่งหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งเทพนิยาย เพลิดเพลินไปกับการลั่นชัตเตอร์ได้ทุก 10 เมตร

ไล่ไปตั้งแต่ Welcome Zone ปราการด่านแรกสู่ดินแดนของคิงมิโนทอร์ กับสวนดอกไม้นานาชนิดและหมู่มวลสรรพสัตว์ บนทางเดินคดเคี้ยว ใกล้กันมี Rabbit Cafe เนินดินที่สร้างเป็นโพรงกระต่ายน้อยน่ารัก ด้านในเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่มีเครื่องดื่ม เบเกอรี่ บริการมากมาย

เดินมาอีกหน่อยเป็นมุมถ่ายรูปกับหลังคาทรงแหลม จุดที่ใครได้มาก็ต้องมีมุมนี้ประดับที่เฟซบุ๊ก ไอจี ถัดมาเป็นล๊อบบี้ มองเห็นประตูเรียงราย ซึ่ง 1 ประตูจะนำไปสู้ห้องพัก 1 ห้อง จากนั้นผ่านเขาวงกตไปยังห้องพักภายในปราสาท 2 หลัง นั่นก็คือ Starry Castle และ Midnight Castle

ด้านบนของล๊อบบี้มีอีกไฮไลท์ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงหนาวนี้ นั่นคือ Siren’s Deck หรือ Rooftop Bar ดาดฟ้าที่จะพาทุกคนนับถอยหลังโบกมือลาดวงตะวัน ในบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก เคล้าเสียงเพลงบรรเลงสดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-19.00 น.

อีกส่วนที่ตระการตาคือโซน Infinity Forest เขาวงกตที่จำลองทางเดินคดเคี้ยวเลี้ยวลดด้วยกระจกสะท้อนสร้างภาพลวงตาให้เราเห็นทางเดินในป่าและต้นไม้แบบสุดลูกหูลูกตา

พักผ่อนสุดสบายกับห้องพักที่มีให้เลือกหลายแบบ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ‘Starry Winter Night’

พบกับห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Starry Winter Night” กับห้องดูเพล็กซ์ ราคาเริ่มต้น 5,850 บาท ห้องอินฟินิตพูลวิลล่า 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 9,360 บาท พร้อมอาหารมื้อเช้าสำหรับ 2 ท่าน จองได้ตั้งแต่ วันนี้-22 ธันวาคม 2562 เข้าพักได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562-29 กุมภาพันธ์ 2563

ไปรับลมหนาวพร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ได้ที่ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook : Hotel Labaris Khao Yai หรือเบอร์โทรศัพท์ 063-190-1900, 044-300-999

 

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ร่วมชมร่วมเชียร์ Red Bull 3 Style ศึกดวลบีทมันส์ๆ ดันตัวแทนประเทศไทยไปเวทีโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606729

  • วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

ร่วมชมร่วมเชียร์ Red Bull 3 Style  ศึกดวลบีทมันส์ๆ ดันตัวแทนประเทศไทยไปเวทีโลก

สะเทือนวงการดีเจ เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3 Style) เปิดศึกดวลบีทเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทย ไปกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม ยูโรเปี้ยน เรด บูล (European Red Bull) พร้อมเขย่าวงการกับงานมหกรรมดวลบีทและเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีระดับโลกกับการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดดีเจตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากไฟนอลลิสต์ 6 คน (DJ Nutty, DJ EN2, DJ Jedi, DJ BABYSCA$H, DJ ExDee, DJ Steez) ของประเทศไทยที่จะได้ไปโชว์ความสามารถบนเวทีชิงแชมป์โลกในงานเรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3Style) ที่เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย ในเดือนเมษายน 2020 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นมากกว่า 22 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาดีเจที่จะมาเขย่าความมันด้วยแนวเพลงที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมทั้งผสมผสานบีทดนตรีเข้ากับสกิลการสแครชที่สร้างความแตกต่างอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรีอีกด้วย

เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3style) เริ่มต้นขึ้นในปี 2010 ที่เมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่า ดีเจและผู้ที่หลงไหลในดนตรีเป็นอย่างมาก โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 10 ของการแข่งขันชิงแชมป์โลก และการแข่งขันครั้งที่ 5 ของประเทศไทย โดยกติกาการแข่งขันที่ดุเดือด เหล่าดีเจจะฟาดฟันสาดความมันใส่กันแบบไม่ยั้งในเวลาอันจำกัดเพียง 15 นาที โดยดีเจแต่ละคนจะต้องใช้เพลงอย่างน้อย 3 สไตล์มามิกซ์ให้เข้ากันและแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องสร้างสรรค์ผลงานให้กรรมการรวมถึงผู้ชมประทับใจและเทคะแนนให้ ไม่เพียงแต่เทคนิคที่เป็นตัวตัดสินเท่านั้น การเลือกเพลงก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

โดยการแข่งขันในปีนี้จะจัดขึ้นโดย ยูโรเปี้ยน เรด บูล (ประเทศไทย) ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2019 ณ The Club@Koi ตึกสารทรสแควร์ ทาวเวอร์ (Sathorn SquareTower) โดยมีผู้ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลถึง 6 คน ซึ่งแต่ละคนมีความโดดเด่นในสไตล์แนวเพลงของตนเองอย่างชัดเจน ได้แก่ ดีเจนั๊ตตี้ (DJ NUTTY) ดีกรีแชมป์เก่าจากปี 2018 ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้วยการมิกซ์เพลงอนิเมชั่น โดยปีนี้ดีเจนั๊ตตี้จะใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในการเล่าเรื่องราวผ่านเสียงเพลง ในปีนี้เข้ารอบไฟนอลอีกครั้ง จะนำประสบการณ์จากปีที่แล้วมาครองแชมป์อย่างไร! ดีเจเอ็กซ์ ดี (DJ EX-DEE) หนุ่มอายุน้อยที่สุดบนเวทีการแข่งขันที่กลับเข้ารอบอีกครั้งในปี 2019 เน้นการสร้างสรรค์เพลงด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ดนตรีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น ฮิพฮอพ แทร็ป อาร์ แอนด์ บี และแนวเพลงอื่นๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดีเจเบบี้สแครช (DJ Baby SCA$H) ดีเจผู้หญิงคนแรกในรอบไฟนอลของปี 2019 ที่จะมาสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ฟังด้วยบีทแนว อิเล็กทรอนิคส์ อาร์ แอนด์ บี ด้วยแนวเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ดีเจผู้หญิงของประเทศไทย ดีเจ เอ็นทู (DJ EN2) ดีเจที่มีสไตล์เฉพาะตัวด้วยแนวเพลงอย่าง โอล สคูล แทร็ป อิเล็กทรอนิคส์ พร้อมการเป็น ดีเจ เจได (DJ Jedi) ดีเจที่จะสร้างความแตกต่างของวงการดีเจ ที่จะเนรมิตงานแข่งขันครั้งนี้ด้วยแนวเพลงชิลๆ คูลๆ อย่างโซล ฟังก์ มิกซ์เข้ากับแนวเพลงอย่างฮิปฮอป ปิดท้ายด้วย ดีเจ สตีซ (DJ STEEZ) กลับมาขึ้นสังเวียนเทิร์นเทเบิ้ลอีกครั้งด้วยแนวเพลงร็อค ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3 Style) ปีนี้ผู้เข้ารอบทั้ง 6 ท่าน มีผู้เข้าแข่งขันชาย 5 หญิง 1 จะเปิดศึกดวลบีทด้วยแนวเพลงสุดเซอร์ไพรส์ เพื่อสร้างเสียงฮือฮาจากแฟนคลับ พร้อมเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ อัดแน่นตลอด 15 นาที

เกณฑ์การตัดสินในรอบไฟนอลของคณะกรรมการนั้นแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. ทักษะด้านต่างๆ 3. การเลือกเพลงอย่างเหมาะสม และสุดท้ายคือการตอบสนองจากผู้ชม เพราะนอกจากดีเจทั้ง 4 ต้องงัดทักษะ ไม้เด็ด ขึ้นมาประชันความสามารถกันอย่างเต็มที่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความสนุกสนาน ให้ผู้ชมนับร้อยที่มาร่วมงานประทับใจ เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งเดียวในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงแชมป์โลกที่ประเทศรัสเซีย พร้อมกันนี้ผู้ชมสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและทีเซอร์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ท่าน ได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค Red Bull 3Style