รวมสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606650

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 16:00 น.

รวมสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนคร

กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร อิ่มอร่อยกับสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนครกว่า 200 ร้านค้า หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการพัฒนาชุมชน, บริษัท มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท น้ำตาล มิตรผล จำกัด จัดงาน “กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร @ centralwOrld” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งไฮไลท์เด่นอยู่ที่กองทัพร้านอาหารระดับตำนาน ร้านอาหารดีเด็ดสมัยใหม่ที่โด่งดังในเพจต่างๆ และสตรีทฟู้ดที่รวบรวมมาให้ได้ชิมกันมากกว่า 200 ร้านค้า มีเพียงปีละครั้ง และยังมี Instagram spot ที่ดึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยร่วมสมัยจัดเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปเช็คอิน เรียกได้ว่ามางานนี้ได้ทั้งอิ่ม อร่อย และรูปเก๋ๆลงโซเชี่ยลได้ไม่หลุดเทรนด์

มาดูกันว่าร้านเด่นดังที่ไม่ต้องไปตระเวนกินจะมารวมอยู่ในงานนี้ อาทิ ราชาโค เนื้อย่างโคขุน เนื้อย่างรสเด็ด น้ำจิ้มรสแซ่บ เนื้อย่างชื่อดังย่านราชพฤกษ์ เนื้อย่างเสียบไม้บัตรคิว เด็ดจริง เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ไร้กลิ่นสาบกินร้อนๆ ไม้เดียวไม่เคยพอ

หมูสะเต๊ะนายซ้ง ร้านดังจากจุฬาฯ ซอย 8 เจ้าเก่าหน้าร้านสมบูรณ์ เนื้อหมูนุ่ม หอมสมุนไพร ร้านนี้นอกจากความอร่อนขึ้นชื่อเรื่องบรรจงคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน น้ำจิ้มถั่วหอมมันเฉพาะตัว การันตีความอร่อยนานกว่า 40 ปี

Project Bus Café Art เป็นรถกาแฟเคลื่อนที่ ย่านงามวงศ์วาน ที่มีบาร์กาแฟแบบสโลว์อยู่ภายใน มีการนำรูปแบบการเสริฟกาแฟแบบสโลว์มาใช้ และคัดสรรเมล็ดกาแฟจากไทยและต่างประเทศมาให้บริการ ในงานครั้งนี้ยังมีเครื่องดื่มพิเศษ คือเมนู “เอวเดอร์ โซดา คอฟฟี่” เป็นกาแฟกลิ่นดอกเอวเดอร์ ดอกไม้จากฝรั่งเศส ที่จะนำความสดชื่นให้แก่ผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟโดยเฉพาะ

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแม้นศรี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแม้นศรี เจ้าดั้งเดิมกว่า 40 ปี จากถนนบำรุงเมือง ลูกชิ้นปลาสดใหม่ ผลิตจากเนื้อปลาเเท้เเละวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดสาร 100%

ลูกชิ้นหมูแพร่งนรา ลูกชิ้นหมูแท้น้ำจิ้มรสเด็ดร้านเก่าแก่ชื่อดัง ความสวยของแม่ค้ายังเป็นที่เลื่องลือไม่แพ้กัน

โอว ก๋วยเตี๋ยวพริกสด ก๋วยเตี๋ยวพริกสดลูกชิ้นปลาแท้เจ้าแรกในไทย มีจุดเด่นตรงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน และเมนูพิเศษที่ไม่ควรพลาด เกี๊ยวกุ้งต้มยำน้ำข้น อร่อยละมุนถ้วยเดียวอาจจะไม่พอ

 

ก๋วยเตี๋ยวไข่แม่อีฟ รสแซ่บเจ้าดังจากแปดริ้ว ใช้หมูเด้งปั้นก้อนกลมสอดไส้ด้วย เส้นบะหมี่ ชีสยืดๆ และไข่ยางมะตูม ราดด้วยน้ำต้มยำจี๊ดจ๊าด

เตี๋ยวหมูรถตู้ ก๋วยเตี๋ยวหมูกะทะร้อนรสเด็ดที่ต้องลอง หลังเลิกงานแวะมาทานเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เสริฟบนกะทะร้อนๆ ในบรรยากาศหลังพระอาทิตย์ตกฟินอย่าบอกใคร

Sister ยำ ร้านยำรสแซ่บจากเชียงใหม่ เมนูยอดฮิตของคนไทย รสชาติจัดจ้าน แซ่บนัว ยำว่าเด็ดแล้วแต่ยังไม่เผ็ดเท่าแม่ค้า

ยำปูแสบ ร้านยำอีกร้านที่พลาดไม่ได้กับยำมะม่วงปูม้าสุดแซ่บย่านรามอินทรา กม.2 ที่มีปูม้าให้ได้เลือกอร่อยได้หลายไซส์หลายราคา

ทาน IN Town กับเมนูหมูกรอบชาชูกรอบนอกนุ่มใน ที่ดีที่สุดในย่านทาวน์อินทาวน์ รสชาติอร่อยจนเราอยากให้คุณได้ลอง

ยังมีอีกหลายร้านเด็ดรุ่นเก๋า ร้านดีรุ่นใหม่อีกมากมายที่น่าสนใจ อาทิ Kanok Tea คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย พลาดไม่ได้กับชานมไข่มุกท็อปด้วยฝอยทอง, พจน์ ปลาหมึกย่าง ร้านรถเข็นคันเล็กๆ จากย่านเสาชิงช้า แต่รสชาติและความสดใหม่ไม่เป็นรองใคร, Seahub ปลาหมึกทอดใหม่ๆ กรุบกรอบ น้ำจิ้มไทยโบราณคลาสสิก, ซ้งเป็ดพะโล้ ร้านในตำนานขายมานานกว่า 30 ปี เป็นผู้สร้างสรรค์เมนูเป็ดพะโล้ต้นตำหรับอันลือชื่อ มีความเนื้อนุ่มอร่อย อยู่แยกวังหิน, จัมโบ้ปลาหมึกย่าง จัมโบ้ ปลาหมึกย่าง ย่านพระราม 2 นอกจากน้ำจิ้มจะรสแซ่บ และความสดมากๆของปลาหมึก ยังเป็นอีก 1 ร้านสตรีทฟู้ดของคนชอบเดินตลาดกลางคืนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะร้านนี้มีเฟรนไชน์มากมาย, Chicky chic ไก่ทอดสูตรเด็ด มาพร้อมกับน้ำซอสไข่แดงลาวา และชีสลาวา กรอบอร่อย หยุดไม่อยู่, คั่วไก่เจ๊เค็ง เจ๊งิ้ม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ้าเด็ดในซอยสวนมะลิ อร่อย กลมกร่อม หอมเพราะผัดจากเตาถ่าน จานเดียวไม่เคยพอ, ทอดมันปลาจับหลัก หรือปลาจับไม้ ร้านเด็ดมีแฟนไชน์ทั่วประเทศ รสชาติกลมกล่อม ใครยังไม่ลองถือว่าพลาดมาก, เหมาเหมา กระเพาะปลา อาหารรสชาติภัตตาคารแต่ราคา Street Food กระเพาะปลาแท้ก้อนใหญ่ เนื้อปูเยอะ รสชาติกลมกล่อม สูตรเฉพาะที่ร้าน มาพร้อมกุ้งอบวุ้นเส้น ปูอบวุ้นเส้น และปอเปี๊ยะเป็ดปักกิ่งที่มีขายที่นี่ที่เดียว

นอกจากนี้ ยังมีร้านจากกรมการพัฒนาชุมชน ที่นำร้านอาหารที่มีคุณภาพหลายร้านค้า เพื่อยกระดับและให้การรับรองมาตรฐานอาหารถิ่นรสไทยแท้ สร้างอัตลักษณ์ ส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีคุณภาพมาผลิต ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี โดยการวิเคราะห์ทดสอบกลิ่นและรสชาติให้กับผู้ประกอบการ OTOP ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบการในภาคการบริการอาหาร จากทุกภูมิภาคของประเทศ อาทิ ร้านขนมดอกลำเจียก อ่างทอง, บ้านปลาทูมหาชัย, เย็นตาโฟอาซ้อเลิศรส, ก๋วยจั๊บญวน อุบลราชธานี, ข้าวยำ ปัตตานี, ขนมเปี๊ยะปิ้ง เมืองตรัง, ข้าวแช่แม่เล็ก สกิดใจ, ส้มปลา ส้มไข่ปลา อุบลราชธานี, ข้าวเกรียบปากหม้อสีธรรมชาติ, หมูหวาน หมูฝอย อุบลราชธานี, โรตีสายไหมบังอิมรอน, ไอศครีมถูกใจใช่เลย,ร้านใบบัว,ปลากรอบโชกุน, ร้านสามพี่น้องไก่ย่างเขาสวนกวาง, แม่บังอร ซีฟู้ด, ผัดไทโบราณ นครปฐม, ส้มโอขาวน้ำผึ้ง กำแพงเพชร

เชิญมาลองลิ้มรสชาติอาหารเมนูเด็ดเมนูดังแบบครบ 4 ภาคจากทั่วทุกมุมของกรุงเทพมหานคร อร่อยแบบฟินในงานกรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร @ centralwOrld ณ ลานสแควร์ B, C, D หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้ ถึง 3 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น

5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606648

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 12:26 น.

5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

อิงแอบแนบพงไพรไปกับสถานที่ต้องเที่ยวในเขาใหญ่ รื่นรมย์รับลมหนาว

ไม่ว่าจะร้อน จะฝน จะหนาว หากนึกถึงสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ เชื่อว่าใครๆ ก็นึกถึง“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” เป็นที่แรก เพราะเหมาะกับการไปชาร์จแบตเติมพลังในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และยิ่งช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแบบนี้ หลายคนก็กระหายอยากไปซึมซับความรื่นรมย์ก่อนใคร ซึ่งเขาใหญ่คือจะหมายปลายทางแรก เพราะอากาศดี บรรยากาศเป็นธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เขียวขจี ชวนสดชื่นฉ่ำใจกว่าที่ไหนๆ โดยเฉพาะหากขึ้นไปจากฝั่งปากช่อง นครราชสีมา มีหลายแห่งที่น่าสนใจหากไปพักผ่อนช่วงต้นหนาวแบบนี้ ขอแนะนำสัก 5 สถานที่ ชวนรื่นรมย์ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และเก็บภาพความประทับใจได้แบบรัวๆ ไว้อวดเพื่อนให้อิจฉาเล่น ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับสมญานาม ว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมานานหลายสิบปี เพราะนับเป็นแหล่งผลิตโอโซนสีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และเป็นต้นน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ป่าหายาก ทั้งเก้ง กวาง ช้าง เสือ ไปจนถึงกระทิง ให้ได้พึ่งพิงอาศัย การได้นั่งรถผ่านเส้นทางที่ร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ ได้ยินเสียงนก เสียงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ส่งเสียงร้องทักทายผู้มาเยือน นับเป็นวิถีการท่องเที่ยวที่แสนจะสุขสำราญใจ แค่ได้ขับรถมองวิวข้างทางก็เพลินมากแล้ว ในขณะเดียวกันเราสามารถแวะท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว น้ำตกเหวสุวัต ทุ่งหญ้าเขียวขจีระหว่างทาง ฯลฯ สำหรับไฮไลต์อยากบอกว่าน้ำตกเหวนรก สวยมากและน้ำยังเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าดงดิบลึกๆ และไม่ควรพลาดไปน้ำตกเหวสุวัตด้วย ซึ่งหลายคนคงคิดถึงภาพจำในหนัง The Beach ที่เลโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำ เป็นช่วงเวลาที่น้ำตกสวยมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ล่องแก่ง ดูนก กางเต็นท์ค้างแรม หรือจะพักบ้านพักของอุทยานฯ สงบเงียบ สุดประทับใจ อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ที่ทำการ โทร.086-092-6527 ติดต่อบ้านพัก โทร. 086-092-6529

2.ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ (GranMonte Vineyard and Winery)

ไร่องุ่นไวน์ กราน-มอนเต้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร Agrotourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรไวน์ Oenotourism เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการปฏิบัติงานทางด้านการปลูกไวน์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีไร่องุ่นปลูกอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่นี่มีองุ่นหลายสายพันธุ์คัดสรรจากต่างประเทศ อาทิ Syrah, Cabernet Sauvignon, Chenin Blanc, Viognier, Verdelho โดยคัดเลือกสายพันธุ์ที่เข้ากับสภาพอากาศ และดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมหลักระดับพรีเมียมในการผลิตไวน์ของไร่กรามอนเต้ หลายคนมาที่นี่เพราะหลงใหลในรสชาติของไวน์ฝีมือ นิกกี้-วิสุดา โลหิตนาวี ทายาทเจ้าของไร่องุ่นแห่งนี้ที่มีดีกรีเป็นถึงไวน์เมกเกอร์คนแรกของเมืองไทย ด้วยการดูแลองุ่นทุกต้นอย่างพิถีพิถัน และกระบวนการทำไวน์ฉบับอินเตอร์ ทำให้ไวน์ของไร่นี้มีคาแร็กเตอร์พิเศษเฉพาะตัว จนหลายปีที่ผ่านมาไวน์ของ “กราน-มอนเต้” ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย จากการคว้ารางวัลในระดับโลกมาแล้วมากมาย รวมถึงรางวัล Best National Producer – Thailand หรือผู้ผลิตไวน์ดีเด่นแห่งประเทศไทย จากการแข่งขันไวน์นานาชาติ AWC Vienna ที่จัดขึ้นในประเทศออสเตรีย ชนะซ้อนหลายปี รวม 2015, 2016, 2017 และ 2019

ที่ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ มีห้องให้ความรู้เกี่ยวกับไร่ และองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ ถังไม้โอ๊คที่ใช้หมัก ไปจนกระทั่งเทคนิคการชิมไวน์อย่างถูกวิธี และยังอิ่มใจกับความงดงามของไร่องุ่นและทิวทัศน์ เพียงเลี้ยวรถเข้าไปจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของต้นองุ่น ที่ปลูกเรียงรายเป็นแถวยาวไปจนสุดสายตา สำหรับใครที่สนใจเรื่องไวน์เป็นพิเศษ สามารถซื้อแพ็กเกจชมสวนองุ่น และร่วมเวิร์ก ช็อปชิมไวน์ หรือ wine tasting ได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้าน Montino Shop ขายผลิตภัณฑ์จากไร่อย่างเช่น ไวน์ น้ำองุ่นชีราซ 100% และสินค้าโฮมเมดแยมองุ่น ฯลฯ รวมทั้งร้านอาหาร VinCotto ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนบรรยากาศเยี่ยม ที่ซ่อนตัวอยู่ในไร่องุ่น และยังมีบริการห้องพักสุดหรูในชื่อ GranMonte Wine Cottage สำหรับท่านที่อยากนอนพักผ่อนท่ามกลางไร่องุ่นไวน์ ไม่มีทีไหนอีกแล้วในประเทศไทยที่จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ และไร่องุ่นไวน์สุดโรแมนติคขนาดนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี ช่วงต้นปี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จนต้องจองแพ็กเกจข้ามปีกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเรื่องการบริการยังการันตีด้วย รางวัลชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยม ประจำปี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึง ปัจจุบัน จาก Tripadvisor เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

หากมาในช่วงต้นหนาวและยาวไปถึงกุมภาพันธ์ บอกเลยว่า แม้ไม่ได้ไปเที่ยวต่อที่ไหน ก็คุ้มค่ากับบรรยากาศ ที่แสนจะร่มรื่นย์ และการถ่ายภาพกับไร่องุ่น และทุ่งหญ้าที่เขียวขจี โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาทอดยาว รับรองว่าภาพที่ถ่ายออกมาสวยมากๆ จนอดที่จะแชร์อวดเพื่อนๆ ไม่ได้ สำหรับค่าเข้าชมไร่องุ่น และ wine tasting ราคาผู้ใหญ่ท่านละ 450 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 20 หรือท่านที่ไม่ดื่มไวน์ 350 บาท รอบทัวร์ช่วงหน้าหนาวนี้ วันธรรมดา 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:00 น. เสาร์อาทิตย์และวันหยุด 09:00, 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:30 น. โทรจองได้เลยที่ 092 806 7755

3.พิชญ์เขาวงกต (Pete Maze)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีจุดขายและกำลังได้รับความนิยมสูง โดยมีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 5 ไร่ ภาพถ่ายมุมสูงของ “พิชญ์เขาวงกต” เป็นเส้นทางสลับซับซ้อนเหมือนเกมเขาวงกต ด้านบนตัดเรียบเสมอกัน เป็น “เขาวงกต” ที่มีชีวิต เพราะสร้างขึ้นด้วยต้นไม้ ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเป็นตัวละครจริง ที่ต้องพิชิตเกม โดยเข้าไปในเขาวงกต และพยายามหาทางออกมาให้ได้ ตัว “เขาวงกต” ที่เห็นเป็นสีเขียวนี้ คือ ต้นโมกที่ปลูกอย่างมีการวางแผน ตัดแต่งให้งดงาม ไม่มีกิ่งก้านใบให้รกตา ความสูงรักษาไว้ที่ท่วมหัวของคนทั่วไป ความเหมือนของแผงต้นโมกตลอดเส้นทาง ทำให้จับไม่ได้ว่า กำลังอยู่ ณ จุดไหน มีเพียงช่องว่างทางเดินให้เลือกเท่านั้นว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เพราะขณะอยู่ในนั้น จะไม่เห็นภาพรวมใหญ่ เห็นแต่ช่องทางตรงหน้าที่เหมือนๆ กัน นับเป็นการท้าทายตัวเองว่าจะทำเวลาเท่าไหร่ในการหาทางออกมาให้ได้ หากเดินหลงทาง (แต่ไม่อันตราย) ก็ยังได้เจอจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน เป็นต้นว่า ลานน้ำพุ รูปปั้น สัตว์ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ มีต้นไม้ใหญ่ ลานสวยๆ ดอกไม้งามๆ กรงนกยูง ประติมากรรมถ้วยหลากสีซ้อนกัน ศาลานั่งพัก เข้าทำนองว่า “จุดหมายไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างทาง”

นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบยังสวยงาม มีคาเฟ่ไว้บริการ เหมาะแก่การมานั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ระหว่างวัน มองทิวทัศน์สวยๆ ลมหนาวพันมาเอื่อยๆ สูดอากาศชื้นเย็นสบายๆ พิชญ์ เขาวงกต อยู่ในซอยตรงข้ามฟาร์มโชคชัย 3 ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:00-18:00 น. ค่าเข้าชม 150 บาท โทร.080-168-9601

4.บ้านหมากม่วง (KhaoYai the mango house farm)

คำว่า “หมากม่วง” เป็นชื่อที่คนเฒ่าคนแก่เรียก “มะม่วง” ในปัจจุบัน “บ้านหมากม่วง” คือฟาร์มปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ บนพื้นที่ 250 ไร่ มีมะม่วงกว่า 8,500 ต้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เชิงพาณิชย์ กับรสชาติที่สร้างจากภูมิปัญญา และความพิเศษของผืนดินปากช่อง ผลผลิตจากฟาร์มจึงไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบสินค้าคุณภาพดีให้ลูกค้าเท่านั้น แต่นี่คือความภาคภูมิใจ และคุณค่าของผืนดินเกษตรกรรมปากช่อง ท่ามกลางขุนเขา และสายลมหนาวโชยมาเอื่อยๆ แบบนี้ ที่นี่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมฟาร์ม เก็บภาพกับสวนสวย และต้องห้ามพลาดแวะ Farm Shop จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งมะม่วงผลสด และเมนูมะม่วงอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมมะม่วงรสเลิศ พุดดิ้งมะม่วง มะม่วงน้ำดอกไม้ชิ้นโตเสียบไม้ เรียกว่าตอบโจทย์ทุกกลุ่มวัย แล้วอย่าลืมซื้อมะม่วงผลสวยๆ เหลืองทองลูกโตๆ กลับบ้าน เพียงกิโลกรัมละ 200 บาท จำหน่ายราคาเดียวตลอดปี เฉลี่ยตกลูกละ 100 บาท (เฉลี่ย 2 ลูก/กิโลกรัม) เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน (หยุดวันอังคาร) ไม่หยุดวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00-17:00 น. ฟาร์มอยู่กิโลเมตรที่ 11 เลี้ยวขวาเข้ามา จะพบฟาร์มช็อปอยู่ซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.094-521-1121 หรือเฟซบุ๊ก บ้านหมากม่วง

5.The Bloom by ทีวีพูล

ช่วงปลายฝนเพิ่งพ้นผ่านเข้าสู่ต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้สวย และที่นี่คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ คุณจะพบสวนดอกไม้ท่ามกลางขุนเขาและพื้นที่ผืนเดียวในเขาใหญ่ที่มองเห็นผาดำและแดงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ที่นี่มีดอกไม้มากว่า 30 สายพันธุ์ งามสะพรั่ง เบ่งบานรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไฮไลต์ ของที่นี้ อาทิ จุดชมวิว 360 องศา แรงบันดาลใจจากลานกลางเมือง Monte Carlo, Monaco กระเป๋า HERMES ยักษ์ แรงบันดาลใจจากความฟุ้งเฟ้อแห่งถนน Champs Elysees ปารีส ฝรั่งเศส กิจกรรมป้อนอาหารแกะ แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมเมืองโอ้กแลนด์ นิวซีแลนด์ น้ำพุ 12 ราศรี แรงบันดาลใจจาก น้ำพุเทรวี กรุงโรม อิตาลี นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก แวดล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันแสนงดงาม “The Bloom by ทีวีพูล” ตั้งอยู่ที่ 357 ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หากมาจากรุงเทพฯ ถึงหลักกิโลที่ 144 ถนนมิตรภาพ เข้าซอยผ่านศึกมา 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับภาพแสนประทับใจ เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 08:00-22:00 น. Call Center: 092-279-1222, 092-279-1666

นั่นคือ 5 สถานที่เด่นๆ ใกล้เขาใหญ่ฝั่งปากช่อง นครราชสีมา ที่เหมาะแก่การแวะไปพักผ่อนซึมซับความสดชื่น ฉ่ำใจ ในบรรยากาศที่แตกต่าง กับช่วงต้นหนาวแบบนี้ ที่ทุกแห่งต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ แล้วแชร์โซเชียล ให้เห็นความสวยงามของเขาใหญ่ในโทนที่แตกต่าง….บอกเลย ต้องลอง!

ฟรีคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง ‘โค้ก-หาดทิพย์’ ฉลอง 5 ทศวรรษจัดใหญ่ยกทะเลมาไว้หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606167

  • วันที่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 14:11 น.

ฟรีคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง 'โค้ก-หาดทิพย์' ฉลอง 5 ทศวรรษจัดใหญ่ยกทะเลมาไว้หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ฉลองครบรอบ 50 ปี โค้ก-หาดทิพย์ เตรียมจัดเทศกาลแห่งความสนุก “เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด-กาล-งาน-หนุก-หนัด” จัดเต็มฟรีคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 2 วัน 23-24 พ.ย.นี้ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เพื่อขอบคุณคู่ค้าและผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลา 50 ปี บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โคคา-โคลา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานฉลองครบรอบ 5 ทศวรรษ โค้ก-หาดทิพย์ สุดยิ่งใหญ่ ในธีม “เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด-กาล-งาน-หนุก-หนัด”

ครั้งแรกกับเทศกาลแห่งความสนุกในกลิ่นอายของทะเลใต้เกาะสวาท หาดทิพย์ พร้อมยกขบวนกองทัพศิลปินสุดฮอตครบทุกแนวดนตรี ป๊อป ฮิปฮอป แดนซ์ ร็อค เพื่อชีวิต ที่จะมาส่งความสุขให้พี่น้องชาวไทยได้สนุกกันเต็มที่ กับฟรีคอนเสิร์ตจัดเต็มตลอด 2 วัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์

ครื้นเครงกับสารพัดกิจกรรมสอยรางวัลกลับบ้าน และร่วมประมูลเสื้อยืดวาดมือการกุศลจาก ศิลปิน ดาราเซเลบริตี้ กว่า 50 ท่าน เพื่อให้ชีวิตใหม่แก่เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ที่สำคัญพลาดไม่ได้กับเมนูอาหารชื่อดังจากภาคใต้ที่จะมาให้หรอยอย่างแรง ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่ราวกับยกเกาะจากภาคใต้มาไว้ใจกลางกรุง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยในงานจะมีจุดถ่ายภาพเก๋ๆ จำลองบรรยากาศเกาะสวาท หาดทิพย์ มีทั้งรถโค้กยักษ์ วิวทะเลสวยๆ เหมือนยกเกาะมาให้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งชิมเมนูอร่อยของร้านอาหารดังจากปักษ์ใต้ ที่จะมาเสิร์ฟความอร่อยถึงกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น เต้าคั่ว เจ๊เอ็ง, ขนมไข่เตาถ่าน ป้ามล ร้านดังจากหาดใหญ่, ข้าวต้มแห้งโกเบนซ์ ร้านเด็ดของภูเก็ต และเมนูอร่อยอีกมากมาย รวมทั้งจัดฟรีคอนเสิร์ตที่จะมาระเบิดความมัน

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน เปิดเวทีด้วย วงคาราบาว, ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, เจนนี่ ลิลลี่, PARADOX, มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, วงนูโว, นิว จิ๋ว, TWOPEE

และวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน สนุกกับ MAITRI, แอมมี่ THE BOTTOM BLUES, THE KEYLOOKZ, เบน ชลาทิศ, ทาทา ยัง, คริสติน่า อากีล่าร์, เจ เจตริน วรรธนะสิน, โมเดิร์น ด็อก และ วงไทยเทเนี่ยม มาพร้อมกับแขกรักเชิญพิเศษ wonderframe”

ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ผ่านการประมูลเสื้อเพ้นท์ลายจากศิลปิน ดารานักแสดงชื่อดังกว่า 50 คน เช่น “แอฟ” ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, “เชียร์ “ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, “เป้” อารักษ์ อมรศุภศิริ, เจนสุดา ปานโต, แอริน ยุกตะทัต, “วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์, เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, ภูริ หิรัญพฤกษ์ ฯลฯ โดยรายได้จากการประมูลจะมอบให้กองทุนเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จย่า คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

ซึ่งงานนี้ได้จัดงานแถลงข่าวงานไปเรียบร้อยแล้ว โดยมี พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย กล่าวถึงการเฉลิมฉลองครบ 5 ทศวรรษ ของบริษัทฯ ในโอกาสที่บริษัทฯ ได้พัฒนากิจการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคมในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

ในฐานะผู้นําอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับโฉมองค์กรในหลายด้าน ทั้งด้านภาพลักษณ์ โดยมีการปรับโลโก้ใหม่ให้ดูสดชื่นขึ้น ตลอดจนสร้างสรรค์มาสคอต โดยนำคาแรคเตอร์ของ ‘เท่ง’ ตัวตลกในหนังตะลุงของภาคใต้ มาเป็นตัวแทนของหาดทิพย์ ซึ่ง ‘เท่ง’ ทั้ง 3 เวอร์ชั่น จะปรากฎตัวในกิจกรรมต่าง ๆ ที่หาดทิพย์ให้การสนับสนุน ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจและสร้างความเขื่อมั่นต่อการลงทุนว่าจะสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงนโยบายที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดีเช่นเดิม

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา หาดทิพย์ได้เข้าไปมีส่วนในการช่วยเหลือสังคมในภาคใต้ทั้งด้านการศึกษา กีฬา สาธารณกุศล และ สาธารณประโยชน์ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการสนับสนุนและจัดโครงการต่างๆ กว่า 125,000 โครงการ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจประเทศ

บริษัทฯ ส่งเสริมและผลักดันให้หน่วยงานภายในใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell Rooftop) มาใช้ในการผลิตสินค้า นำก๊าซ LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งและกระจายสินค้า นอกจากนี้ยังจัดทำ Carbon Footprint เพื่อหาข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านปัญหาการขาดแคลนน้ำ บริษัทฯ มีโครงการ “รักน้ำ” มาตั้งแต่ปี 2550 เพื่ออนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนโดยสามารถคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติได้เกิน 100% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่ม ร่วมกับชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำและประปาภูเขา ส่วนการจัดการปัญหาขยะนั้น หาดทิพย์นำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้กับบรรจุภัณฑ์น้ำดื่ม “น้ำทิพย์” ทำให้ลดการใช้พลาสติกได้ 35% และรีไซเคิลได้ 100% รวมทั้งออกแบบให้สามารถบิดขวดได้เมื่อดื่มหมดเพื่อช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บขยะรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Marine Camp ที่ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกลุ่มอนุรักษ์ทะเลไทย (Reef Guardian Thailand) เพื่อจัดการขยะชายฝั่งและขยะในทะเล รวมทั้งมีแปลงอนุบาลเพื่อขยายพันธุ์ปะการังให้เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำและป้องกันชายฝั่งจากการกัดเซาะของคลื่นและกระแสน้ำอีกด้วย

การพัฒนาเยาวชนเปิดประตูความฝันให้เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอลก็ยังเป็นกิจกรรมที่หาดทิพย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักฟุตบอลจากโครงการ Coke Cup และ ยุวชนหาดทิพย์คัพ ได้มีโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้หันมาเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาเป็นอาชีพต่อไป

และจากความมุ่งมั่นพัฒนาในมิติทางสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล(Environment Social and Governance) หรือ ESG อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ บริษัทฯ ได้เข้ารับการประเมินความยั่งยืนตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดและได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Thailand Sustainability Investment (THIS) หรือ “หุ้นยั่งยืน” หลังจากที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 79 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2561 มาครั้งหนึ่งแล้ว

จากการดําเนินธุรกิจตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราคํานึงอยู่เสมอว่า หาดทิพย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ พนักงานเราเป็นคนใต้กว่า 80% ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราก็เป็นคนใต้ อะไรที่เราสามารถทําให้ภาคใต้ได้ก็จะทําอย่างเต็มความสามารถ จึงทําให้หาดทิพย์ได้รับการยอมรับให้มานั่งในหัวใจของคนใต้และพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า “หาดทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งของภาคใต้”

วัตถุประสงค์สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ถึงแม้หาดทิพย์ จะดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสเสิร์ฟความสดชื่นให้แก่ทุกท่านที่บ้านของเรา ในครั้งนี้ ผมและชาวหาดทิพย์จึงอยากนำเฟสติวัลที่มีกลิ่นอายของภาคใต้มาสร้างสีสัน มอบความสุขให้ทุกคนถึงกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของประเทศไทย เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน ผ่านเสียงดนตรีและกองทัพศิลปินที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่จะมาร่วมสร้างความบันเทิงตลอด 2 วัน

อัพเดตกิจกรรมต่าง ๆ และติดตามความสนุกของ เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด – กาล – งาน – หนุก – หนัด ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ทาง Facebook : Coke Haadthip และ Instagram : Cocacola_haadthip

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/economy/news/606142

  • วันที่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 17:03 น.

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

มิชลินไกด์ ประกาศร้านอาหารที่ได้รับรางวัล MICHELIN Star และ Bib Gourmand ปีล่าสุด พร้อมเปิดตัว มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพังงา ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก “มิชลิน ไกด์” ฉบับที่ 3 ของไทย

คู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 282 แห่ง และที่พัก 74 แห่ง โดยมีร้านอาหารได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 5 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 24 ร้าน และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 94 ร้าน

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ มิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า ในปีนี้กระแสเรื่องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาแรงมากจนถือเป็นดาวเด่นที่ขับเคลื่อนวงการอาหารในประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นของไทยมีความหลากหลายและมีคุณภาพมาตรฐานสูง  นอกจากนี้ อาหารไทยแบบดั้งเดิมยังฉายแสงโดดเด่น เพราะปีนี้มีร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมสร้างปรากฏการณ์ครอง 2 ดาวมิชลินเป็นครั้งแรกของโลกพร้อมกันถึง 2 ร้าน โดยทั้งคู่ต่างเลื่อนระดับมาจากร้าน 1 ดาวมิชลิน

ร้านอาหารไทยดั้งเดิม 2 ร้านที่สร้างชื่อด้วยการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมาครองรางวัล 2 ดาวมิชลินในครั้งนี้ คือ ร้าน R-Haan ซึ่งนำเสนออาหารไทยสไตล์ต้นตำรับ ทั้งอาหารท้องถิ่นพื้นบ้านและอาหารชาววัง โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วประเทศ และร้าน ศรณ์ ที่คืนชีวิตให้แก่ศิลปะแห่งอาหารใต้ที่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและชาวประมงผ่านการปรุงด้วยความรักและความใส่ใจอย่างละเมียดละไมในทุกขั้นตอน  นอกจากนี้ ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินในปีก่อนซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ Le Normandie, Mezzaluna และ Sühring ยังคงรักษาสถานะดาวมิชลินเอาไว้ได้

ส่วนร้านอาหารที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินประจำปีนี้มี 24 ร้าน  โดยมีร้าน Khao (ข้าว) ซึ่งนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เป็นเพียงร้านเดียวที่เลื่อนระดับมาจากรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate)  นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ติดอับดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ครั้งแรกแต่ทะยานเข้ามาคว้า 1 ดาวมิชลินไปครองจำนวน 3 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รังสรรค์เมนู โดยเชฟที่มาจากร้านระดับ 3 ดาวมิชลิน ร้าน 80/20 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยเชิงนวัตกรรมที่รังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นหายากผสานกับเทคนิคในการปรุงใหม่ๆ แบบสากล และ Table 38 ร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table ที่เชฟเป็นผู้กำหนดเมนูและมีที่นั่งจำกัด นำเสนออาหารไทยโบราณและอาหารสไตล์ร้านริมทางที่ได้รับการตีความใหม่ พร้อมปรุงแต่งด้วยวิธีการสมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ มีจำนวนทั้งสิ้น 94 ร้าน โดยในจำนวนนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 61 ร้าน เชียงใหม่ 17 ร้าน ภูเก็ต 14 ร้าน และพังงา 2 ร้าน  ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มิชลิน ไกด์เข้าไปดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารและที่พัก และเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์มากเป็นพิเศษ  อาทิ  Ginger Farm Kitchen ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเหนือเป็นพิเศษ ใช้วัตถุดิบสดใหม่และมีคุณภาพจากฟาร์มของร้านเองภายใต้แนวคิด “ฟาร์ม-ทู-เทเบิล”, เฮือนสุนทรี ที่รังสรรค์เมนูต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงจนเป็นที่เลื่องชื่อและดึงดูดลูกค้าอย่างไม่ขาดสาย และข้าวซอยแม่มณี ร้านอาหารริมทางที่มี “ข้าวซอย” หรือเส้นหมี่ไข่สีเหลืองทองในน้ำซุปเข้มข้นเป็นเมนูเด็ดที่ชนะใจลูกค้าต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

หากต้องการตามรอยร้านเหล่านี้สามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2020) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

รายชื่อร้านอาหารที่ได้รับดาว มิชลิน ไกด์ ประจำปี 25632 ดาว• ร้านศรณ์• Le Normandie (เลอ นอร์มังดี)• Mezzaluna (เมซซาลูนา)• R-Haan (อาหาร)• Sühring (ซูห์ริง)

1 ดาว• 80/20 (เอทตี ทเวนตี)• ร้านเจ๊ไฝ• เมธาวลัย ศรแดง• สวนทิพย์• เสน่ห์จันทน์• เรือนปั้นหยา• Bo.lan (โบ.ลาน)• Canvas (คานวาส)• Chef’s Table (เชฟส์ เทเบิล)• Chim by Siam Wisdom (ชิม บาย สยาม วิสดอม)• Elements (เอเลเมนท์)• Gaa (กา)• Ginza Sushi ichi (กินซ่า ซูชิ อิชิ)• J’AIME by Jean-Michel Lorain (เฌม บาย ฌอง มิเชล โลรองต์)• Khao (ข้าว)• Le Du (ฤดู)• Nahm (น้ำ)• Paste (เพสต์)• PRU (พรุ)• Saawaan สวรรค์• Savelberg (ซาเวลเบิร์ก)• Sra Bua by Kiin Kiin (สระบัว บาย กิน กิน)• Table 38 (เทเบิ้ล 38)• Upstairs at Mikkeller (อัพสแตร์ส แอท มิคเคลเลอร์)

สำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะเมื่อแวะเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605910

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 07:10 น.

สำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะเมื่อแวะเกาะรัตนโกสินทร์

เปิดประสบการณ์ย้อนวันวาน มิวเซียมสยามชวนสำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมชวนสัมผัสงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์”

กว่า 200 ปีมาแล้วที่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระเยาในกลางเมืองหลวงเป็นศูนย์กลางชาติสยาม จุดกำเนิดกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นที่ “เกาะรัตนโกสินทร์” พื้นที่มรดกทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอังทรงคุณค่าที่สำคัญของประเทศไทย เป็นแหล่งเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบให้ได้ศึกษาซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง วัดวาอาราม อาคารราชการ โรงเรียน ตลอดจนสถานที่เก่าแก่สำคัญต่างๆ  และแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเติบโตและขยายใหญ่ออกไปนอกเกาะรัตนโกสินทร์ แต่พื้นที่เมืองเก่าแห่งนี้ก็ยังอบอวลไปด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ อันผสมผสานให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเสมอมา

และไม่ว่าจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักแค่เพียงผิวเผิน  “มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ภายใต้สถาบันพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการพลิกฟื้นประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิต จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ จะมีที่ไหนบ้าง วันนี้ขอยกตัวอย่างบางส่วนจากหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่มิวเซียมสยามจัดพิมพ์

เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ยามเริ่มต้นเที่ยวชมเกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่แหล่งรวมอาหารเลิศรสมากมายที่รอให้ทุกคนมาลิ้มลอง คุณจะพบร้านเก่าแก่อายุหลายสิปปี จนไปถึงร้านเปิดใหม่ที่รสชาติยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเรียงรายเต็มไปหมด หากไม่ทราบว่าควรจะแวะร้านไหนบ้าง ไม่ต้องกลัวไปเพราะ มิวเซียมสยาม ได้คัดเลือกอาหารจานเด็ดที่ต้องมาชิมเวลามาเยือนพระนครแห่งนี้

เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลากลับไปจิบกาแฟ กินอาหารเช้าในบรรยากาศยุค 80 ปืที่แล้วกันแบบชิลๆ  ที่ ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น ที่มาถึงแล้วต้องลอง เมนู ขนมปังชุบไข่ทอด ขนมปังเนื้อนุ่มห่อหุ้มด้วยไข่ทอดสีเหลืองสวย เพิ่มเติมรสชาติด้วยซอสสักนิด พร้อมซดน้ำชาหอมกรุ่นที่ทางร้านบริการฟรีปิดท้ายอีกหน่อย ประทับใจแน่นอน

ต่อกันด้วย ร้านกุ๊กสมเด็จ กับเมนู “พงศ์วารีทีละคำ” เมนูที่ไม่เพียงชื่อจะสะดุดหู แต่บอกเลยว่ารูปโฉมยังสะดุดตาอีกด้วย เพราะส่วนประกอบทำจากปลากะพงทอดหั่นเป็นชิ้น แล้วโรยด้วยใบคะน้าทอด แต้มด้วยครีมน้ำสลัดและมะนาว จากร้านโภชน์สภาคารร้านอาหารไทยดั้งเดิมอายุกว่า 80 ปี และทราบหรือไม่ว่าเจ้าของร้านในอดีตเป็นพ่อครัวประจำห้องเครื่องในวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์

ปิดท้ายกันที่ “เกาเหลามันสมองหมู” เมนูของร้านเล็กๆ ในตึกแถวแพร่งภูธร เสิร์ฟเกาเหลารวมทุกอย่าง ที่เจ้าของร้านทำเองทั้งสิ้น ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือมันสมองหมูที่ทำอย่างพิถีพิถัน น้ำซุปต้มกระดูกหมูรสชาติกล่มกล่อม เสิร์ฟพร้อมกุนเชียงหมูและตับไว้แกล้ม

เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาเดินย่อย ทราบหรือไม่ว่าร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่ง เข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมแล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ

ร้าน The Trapeze Swingers Store ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรชั้นเยี่ยม บ้านไม้ 2  ชั้นสุดเท่ อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสองที่คัดสรรมาอย่างดี จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงมีความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้ค้นหาได้เป็นวัน ๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่คุณจะหาเจอได้ที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้

หากใครชอบรองเท้าผ้าใบสวยๆ ต้องไม่พลาด Horselegmarking Shoes ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมไทยสุดเก๋ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากรถอีแต๋น หยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องทีมาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านหรือบรรยากาศท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนในรองเท้าแต่ละซีรีส์ ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกัน แม้จะเป็นรองเท้าแบบเดียวกัน แต่ก็ให้คาแรกเตอร์ที่ต่างกันอย่างแน่นอน

หรือจะไปเดิน ห้างไนติงเกล-โอลิมปิค ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์สไตล์วินเทจมีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนทิงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับกะทัดรัด เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดการ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก แถมยังได้ถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้านอีกด้วย

ท้องก็อิ่ม เดินย่อยก็แล้ว แต่เมื่อมาเยือนเกาะรัตนโกสินทร์ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเห็นตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ที่ซ่อนรายละเอียดสถาปัตยกรรมของแต่ละยุคสมัยเอาไว้ บ้างนำศิลปะตะวันตกมาประยุกต์ บ้างรับวัฒนธรรมจากจีนมาปรับใช้ แต่น่าเสียหายหากถูกปล่อยทิ้งไว้ให้หงอยเหงา ฉะนั้นจึงขอชวนทุกคนออกมาตามรอยร้านคาเฟ่รีโนเวต ที่จะมาเลือกมานั่งดื่มกาแฟ จิบชา ชิมขนม และเพลิดเพลินไปกับการแวะถ่ายรูปชิคๆ ตึกเก่าในพระนครที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งก็เก๋ไม่หยอก

ฮาเตียนคาเฟ่ ชื่อร้านคาเฟ่แสนสะดุดหูนี้ มีที่มาจากตำนานว่าชาวเวียดนามอพยพตั้งชื่อถิ่นฐานใหม่ว่า ฮาเตียน จนเพี้ยนมาเป็นท่าเตียนในปัจจุบัน ตึกเก่าปี 2470 ได้ปรับปรุงเป็นคาเฟ่ 3 ชั้นที่สะท้อนถึงความเป็นท่าเตียนทุกตารางนิ้วของร้าน ซึ่งเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่เจ้าของร้านได้สะสมไว้ คาเฟ่แห่งนี้ใช้ผลไม้ดอกที่คนไทยคุ้นเคยมาเป็นส่วนผสมของเมนู เช่น กาแฟมะตูม เมนูที่กาแฟนมผสมกับไซรัปมะตูมอย่างลงตัวชิมแล้วต้องติดใจ

ต่อกันที่ร้าน ซี-เมี่ยว-คา-เฟย (Simiao Kafei) ร้านกาแฟที่เป็นภาษาจีนกลาง ตั้งอยู่ข้างวัดราชบพิธฯ ตึกขนาด 2 คูหาทรงชิโนโคโลเนียล แม้ภายนอกจะยังดูดีเหมือนใหม่ แต่แท้จริงแล้วมีอายุกว่า 150 ปี ปัจจุบันอาคารก่ออิฐถือปูนยังเหมือนเดิม มีหน้าต่างสี่เหลี่ยมผนังฉาบเรียบและหลังคาโครงสร้างไม้มุงกระเบื้องว่าว เพิ่มเติมคือการตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์และลวดลายแบบจีน ที่สำคัญอย่าลืมชิม “ก๊กเฟย” กาแฟรสชาติจีนที่ผสม Black Honey และเก๊กฮวยลงไปด้วย

ในซอยเล็กๆ ย่านปากคลองตลาด เดินผ่านสวนหน้าบ้านเข้าไปจะพบประตูสู่ร้าน Farm to Table, Hideout คาเฟ่ที่สร้างสไตล์บ้านโบราณสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มกิมมิกด้วยการนำตระกร้าขนผักมาใช้แทนลิ้นชัก และนำที่ตักไอศกรีมมาทำด้านจับประตู และเมนูของคาวหวานของที่นี่ล้วนทำจากผักออร์แกนิกทั้งสิ้น ทั้งสลัดผักจานใหญ่ ข้าวไก่อบซอสเสาวรส หรือไอศกรีมไข่เค็มกินกับบัวลอยเผือก อร่อยมาก เรียกได้ว่าอร่อยและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก 200 กว่าแห่งในหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่แนะนำแหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งทุกคนสามารถร่วมค้นหามนต์เสน่ห์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่ยังคงรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมกัน ในงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมกันนี้หนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ยังเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ www.museumthailand.com โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 410 หรือเข้าไปที่ www.museumsiam.org

11.11 หาที่เที่ยวที่พักแบบคนโสด…ฉลองวันคนโสดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605769

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 19:45 น.

11.11 หาที่เที่ยวที่พักแบบคนโสด...ฉลองวันคนโสดโลก

ฉลองวันคนโสด 11 พฤศจิกายนนี้ ด้วยการลุยเดี่ยวผจญภัยออกไปหาอะไรใหม่ๆ พร้อมแล้วลุยกัน

ในวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี เหล่าคนโสดชาวจีนต่างฉลองให้กับความโสด ความสดใส ความอิสระตลอดทั้งวัน ซึ่งเรียกได้ว่าเกือบจะเป็นวันต่อต้านวันวาเลนไทน์เลยทีเดียว และด้วยจำนวนผู้เดินทางทั่วโลก 28% กับชาวไทย 38% ระบุว่ามีแนวโน้มที่จะเดินทางคนเดียวในปี 2018* Booking.com ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับตัวเลือกที่พักน่าทึ่งจำนวนมากที่สุด ขอนำเสนอ 7 จุดหมายซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการลุยเดี่ยว เพื่อออกสำรวจในฐานะผู้เดินทางคนเดียว แต่อย่าลืมนำหนังสือ เพลย์ลิสต์เพลงดี ๆ และใจที่เปิดกว้างไปด้วยล่ะ จากนั้นก็เริ่มเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ลงในบันทึกการเดินทางของคุณได้เลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว การออกเดินทางคนเดียวนั้นถือเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและค้นพบสถานที่น่าทึ่งไปพร้อมกัน

ทริปเที่ยวเมือง – พอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา

เมืองพอร์ตแลนด์ของรัฐโอเรกอนนั้นมีชื่อเสียงด้านฟู้ดทรัคสุดแนว โดนัทแสนอร่อย คราฟต์เบียร์ไม่มีใครเทียม และธรรมชาติโดยรอบสุดตื่นตา เรียกได้ว่าเมืองที่เหมาะสำหรับการขี่จักรยานนี้เต็มไปด้วยผู้คนเป็นมิตรและกิจกรรมน่าสนใจ จึงทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการมาเที่ยวคนเดียว โดยผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันอย่างล้นหลามว่าพอร์ตแลนด์มีดีเรื่องอาหาร ชอปปิง และผู้คนเป็นมิตร

ที่พักแนะนำ: McMenamins Kennedy School ให้บริการที่พักไม่เหมือนใครเพราะอยู่ในโรงเรียนประถมเก่าแก่ ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในสระน้ำเกลืออุ่น ชมภาพยนตร์ที่โรงละครในสถานที่ หรือจะพบปะผู้คนใหม่ ๆ ก็ได้เช่นกันที่บาร์และร้านอาหารสักแห่งในบริเวณที่พัก

เที่ยวชมรอบเมือง – โรม ประเทศอิตาลี

ประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถานโบราณ สถาปัตยกรรม และอาหารเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลหลัก ๆ ที่ควรมาเยือน “เมืองแห่งความเป็นนิรันดร์” ในช่วงวันคนโสด กรุงโรมซึ่งอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์นั้นเป็นจุดหมายเปี่ยมแรงบันดาลใจสำหรับคนที่ต้องการค้นพบสถานที่สำคัญยอดเยี่ยมที่สุดบางแห่งของโลก เดินเล่นรอบจัตุรัสทรงเสน่ห์ ถ่ายเซลฟี่โดยมีฉากหลังเป็นน้ำพุเทรวีชื่อดัง หรือลองชิมไอศกรีมเจลาโตชื่อดังระดับโลกที่ร้านเจลาโต (Gelateria) สักร้าน ทั้งหมดนี้ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม” คงไม่เกินจริงนัก

ที่พักแนะนำ: Free Hostels Roma ให้บริการห้องพักรวมและลานระเบียงส่วนกลางสีสันสดใส เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทานบุฟเฟต์อาหารเช้าสไตล์คอนติเนนตัลร่วมกับผู้เข้าพักท่านอื่น ๆ ก่อนออกไปสำรวจเมืองเพียงลำพัง นอกจากนี้ ที่พักยังมีบาร์และเลานจ์ดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับพบปะพูดคุยกับผู้เดินทางฉายเดี่ยวคนอื่น ๆ และผ่อนคลายหลังออกไปสำรวจทุกซอกทุกมุมในโรมมาตลอดวัน

ดำน้ำตื้น – เกาะไหง ประเทศไทย

เกาะไหงมีภูมิทัศน์ชายหาดขาวสุดตื่นตา น้ำทะเลใสราวกระจก และแนวต้นมะพร้าวซึ่งให้บรรยากาศงดงามเงียบสงบ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายดีเยี่ยมซึ่งไม่เพียงเหมาะกับการผ่อนคลายและอาบแดดเท่านั้น แต่ยังเหมาะให้มาค้นพบโลกใต้น้ำเปี่ยมเสน่ห์ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเขตร้อน แนวปะการังบริเวณชายฝั่งของเกาะเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการดำน้ำตื้นและเฝ้าสังเกตฝูงปลาหลากหลายสายพันธุ์

ที่พักแนะนำ: Thanya Beach Resort ตั้งอยู่บริเวณแนวชายหาดเงียบสงบของเกาะไหง รีสอร์ทแห่งนี้ให้บริการบังกะโลไม้แบบมีสไตล์ หลังออกไปดำน้ำตื้นมาทั้งวัน ผู้เข้าพักสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารไทยหรืออาหารยุโรปได้ที่ห้องอาหาร Thanya Restaurant ของรีสอร์ท

สตรีทฟู้ด – ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันอย่างล้นหลามว่าฮานอยนั้นมีดีเรื่องสตรีทฟู้ด วัฒนธรรม และคนท้องถิ่นเป็นมิตร เรียกได้ว่าเมืองแสนมีชีวิตชีวาแห่งนี้จะสร้างความประทับใจแก่ผู้เดินทางคนเดียวด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสุดตื่นตา โดยสวรรค์แห่งการทำอาหารแห่งนี้ซึ่งได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสเป็นจุดหมายดีเยี่ยมสำหรับลิ้มลองเมนูเวียดนามแสนอร่อยชื่อดังอย่าง “เฝอ” (ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส่ไก่หรือเนื้อ)

ที่พักแนะนำ: Old Quarter View Hanoi Hostel ตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองเก่าและตลาดดงซวน ให้บริการห้องพักรวมทันสมัย มีลานระเบียง และเลานจ์ส่วนกลาง พนักงานต้อนรับสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเวียดนาม อีกทั้งยินดีให้ความช่วยเหลือทุกเวลา

พบปะพูดคุยกับคนท้องถิ่น – เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

หากคุณออกเดินทางเพื่อพบปะและสัมผัสไลฟ์สไตล์คนท้องถิ่น จุดหมายที่ควรมุ่งหน้าไปคือเมืองหลวงของเยอรมนี เบอร์ลินได้รับการบอกต่อมากมายว่ามีดีด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเดินเที่ยวเมือง ที่นี่เต็มไปด้วยละแวกแปลกตาซึ่งแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่สุดฮิป ร้านอาหารกูร์เมต์ ไปจนถึงบาร์ท้องถิ่นและคลับใต้ดิน เบอร์ลินก็มีครบทุกอย่าง!

ที่พักแนะนำ: Vienna House Easy Berlin ตั้งอยู่ในย่าน Prenzlauer Berg สุดทันสมัย โดยสามารถเดินทางไปสถานที่สำคัญหลัก ๆ ของเบอร์ลินได้อย่างง่ายดาย เช่น ประตูบรันเดนบูร์กและจัตุรัสพอทสดัมเมอร์พลัทซ์ ที่พักแห่งนี้ให้บริการห้องพักทันสมัยและโคเวิร์คกิ้งสเปซสำหรับกรณีที่ต้องทำงานไกลออฟฟิศระหว่างอยู่ในเบอร์ลิน นอกจากนี้ก็ยังมี WiFi ฟรีความเร็วสูงให้แบ่งปันสตอรี่ลง Instagram กับผองเพื่อนคนโสดที่อยู่ที่บ้าน

ตะลอนเที่ยวเกาะ – หมู่เกาะยาเอยามะ ประเทศญี่ปุ่น

แม้การสำรวจเกาะจะมีหลายวิธี แต่ถ้ามองหาโอกาสที่จะได้ไปเยือนมากกว่าเกาะเดียวและได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และอาหาร การเที่ยวตะลอนจากเกาะหนึ่งไปเกาะหนึ่งจะช่วยให้ได้สัมผัสอะไรมากมายเท่าที่จะทำได้ในระหว่างออกเดินทางคนเดียว หมู่เกาะยาเอยามะอันห่างไกลของญี่ปุ่นเป็นสรวงสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโอกินาว่า เลือกเกาะโคฮามะแสนสวยเป็นจุดตั้งต้นจากนั้นเพลิดเพลินกับทริปไปเช้าเย็นกลับที่เกาะทาเคโทมิและเกาะอิชิงากิซึ่งอยู่ใกล้เคียง

ที่พักแนะนำ: Haimarubushi บนเกาะโคฮามะนั้นเป็นรีสอร์ทซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น รีสอร์ทแสนสวยแห่งนี้สามารถมองเห็นทะเล อีกทั้งเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผ่อนคลายและปล่อยกายปล่อยใจที่สระว่ายน้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมายให้ทำ เช่น ดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น และเล่นวินด์เซิร์ฟ

โยคะผ่อนคลาย – อูบุด ประเทศอินโดนีเซีย

เนื่องจากผู้เดินทางทั่วโลกประมาณ 30% และชาวไทย 33% บอกว่ามีแนวโน้มที่จะไปทริปเพื่อสุขภาพในปี 2018* ดังนั้นการมองหาทริปผ่อนคลายทั้งกายและใจก็เป็นอีกวิธีดี ๆ ในการฉลองวันคนโสด ลูกค้าที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันมากว่าอูบุดนั้นมีดีเรื่องธรรมชาติและการผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็นเมืองพักผ่อนชื่อดังก้องโลกสำหรับผู้เดินทางที่อยากพัฒนาทักษะเล่นโยคะในบรรยากาศเงียบสงบ

ที่พักแนะนำ: The Udaya Resorts and Spa ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์เขียวชอุ่ม ที่พักมอบบริการในบรรยากาศทริปเขตร้อนพร้อมด้วยศูนย์สปาและกิจกรรมมากมายในบริเวณ เช่น ขี่จักรยานและทัวร์เดินป่า ผู้เข้าพักสามารถเข้าคลาสโยคะของที่พักเพื่อทำจิตใจให้สงบ จากนั้นนั่งจิบชายามบ่ายฟรีอย่างเพลิดเพลินริมสระ

 

* จากการสำรวจนี้ดำเนินการโดย Booking.com โดยได้สอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งได้เดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา/วางแผนที่จะเดินทางในอีก 12 เดือนข้างหน้า การสำรวจนี้มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 56,727 คน (ประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี จีน โคลอมเบีย เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศส ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน ได้แก่ เดนมาร์ก โครเอเชีย สวีเดน และนิวซีแลนด์) ผู้เข้าร่วมได้ทำแบบสอบถามทางออนไลน์ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017

ชีพจรลง South เที่ยวภาคใต้หลังฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605766

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 11:36 น.

ชีพจรลง South เที่ยวภาคใต้หลังฝน

ไอเดียจัดทริป 7 สไตล์ กับโลเคชั่นที่พลาดไม่ได้เมื่อชีพจรลง South กับฤดูกาลเที่ยวภาคใต้หลังฝนที่ อิ่ม! ฟิน! มันส์! ว้าว! ครบทุกอารมณ์!

เป็นอันรู้กันในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวเมื่อไหร่ ก็ถือเป็น High Season ของการท่องเที่ยวภาคใต้บ้านเรา เพราะความงามของท้องทะเลที่ฟื้นตัวจากช่วงลมมรสุม ธรรมชาติของขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์จากสายฝน และวิถีชุมชนของคนพื้นถิ่นที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางด้วยความอบอุ่น ดังนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเขตภาคใต้ และ เพจเที่ยวใต้เที่ยวง่าย อยากชวนทุกคนมา #ชีพจรลงSouth กันกับแคมเปญ “ชีพจรลงSouth..เที่ยวหลังฝน” เชิญชวนให้ทุกคนเดินทางมาสัมผัสกับสีสันและเสน่ห์แดนใต้อันหลากหลาย ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดตั้งแต่เดือนนี้ #ชีพจรลงSouth นำเสนอไอเดียการจัด 7 ทริป 7 สไตล์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรปักหมุดเที่ยวได้ตามใจชอบ จะมีแบบไหนบ้างนั้น ตามไปดูกัน

· เปิดเกาะ! ปักหมุดสุด Wow เที่ยวชมธรรมชาติที่หมู่เกาะสิมิลัน

หลังจากปิดเกาะให้ธรรมชาติฟื้นตัวเป็นเวลานานกว่า 5 เดือน ก็ถึงเวลาแล้วที่หมู่เกาะสิมิลันหนึ่งในหมู่เกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และสวยงามไม่แพ้ท้องทะเลใดในโลก พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามที่รับรองว่าจะได้ภาพความประทับใจกลับไปเป็นคอลเลคชันแน่นอน การเที่ยวเกาะสิมิลันในช่วงปลายฝน

จะทำให้คุณเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้มาสัมผัสความงามของหมู่เกาะแห่งนี้ (ฤดูกาลท่องเที่ยวของสิมิลันอยู่ในระหว่าง 15 ตุลาคม 2562 – 5 พฤษภาคม 2563) และด้วยเหตุนี้ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็อยากเดินทางมาที่หมู่เกาะสิมิลัน เพื่อสัมผัสกับความงามจากหาดทรายสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าและน้ำทะเลสีครามที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมเหมือนจูบแรกที่คุณได้สัมผัส

· เที่ยว Fest สุด Fun กับเทศกาลมันส์ๆ ที่ ภูเก็ต

เกาะสวรรค์ที่เป็นจุดหมายของเหล่านักเดินทางจากทุกมุมโลกจะฮอตกว่าเดิมในช่วงนี้ เพราะมีเทศกาลมันส์ๆ ที่จะสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวกันยาวถึงปลายปี เริ่มกันด้วย Phuket Carnival สุดตระการตา (1-5 พฤศจิกายน 2562) ที่มาในคอนเซ็ป Cheerful Beach Variety Phuket “รื่นเริงหาดทรายหลากหลายทะเลภูเก็ต” และอีกหนึ่งไฮไลท์สุดพีกส่งท้ายปีของภูเก็ตที่ทุกคนตั้งตารอ กับ Pathong Countdown 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่จะมอบประสบการณ์ความมันส์ทางดนตรีบนชายหาดที่ฮอตติดอันดับโลกภายใต้คอนเซ็ป Annual Ultimate Music Experience ตลอด 5 วัน 5 คืน (27-31 ธันวาคม 2562) นอกจากนี้ ภูเก็ตยังมีงานกีฬาระดับเวิลด์คลาสอย่าง Phukethon2019 (9-10 พฤศจิกายน 2562) และ ลากูน่าไตรกีฬา (24 พฤศจิกายน 2562) ที่ถือว่าเป็นงานที่เหล่านักวิ่งปอดเหล็กไม่ควรพลาด

· เซลส์ยกเกาะ! พาลงสมุย ลุยกินถิ่นสุราษฎร์

กิน เที่ยว ช็อป ให้เซฟและดี ต้องที่ สุราษฎร์ธานี เพราะที่นี่จัดแคมเปญแบบปูพรมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Special deal in green season ( วันนี้-31 ธันวาคม 2562) บรรดาผู้ประกอบการของ 3 เกาะดังอย่าง เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า พร้อมใจรวมตัวกันจัดโปรโมชันชนิดที่เรียกได้ว่าลดยกเกาะยาวจนถึงปลายปี หรือจะเป็นกิจกรรมเที่ยวคลองน้ำลายสอ (วันนี้ – 10 มกราคม 2563) ณ ชุมชนคลองร้อยสาย บอกเลยว่ามาถึงนี่น้ำลายไม่สอ ไม่ถึงสุราษฎร์ ของกินมากมาย ทั้งของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ของเด็ดของดังพร้อม

ให้นักท่องเที่ยวมาเลือกสรรกันอย่างมากมาย และยิ่งไปกว่านั้น เที่ยว กิน ช็อป จนจุใจแล้วแล้วยังสามารถนำบิลมารับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านได้อีกด้วย โปรจัดเต็มแบบนี้คือดีต่อใจนักท่องเที่ยวแน่นอน

· ชีพจรลงพุงที่พัทลุง–หาดใหญ่

ปีหน้าค่อยลด! พาตัวเองไปสปอยล์ส่งท้ายปีด้วยการตะลอนชิมอาหารอร่อยที่มีอยู่มากมายในเมืองหาดใหญ่ ไปจนถึงพัทลุงไม่ว่าจะเป็น แต่เตี้ยม บักกุ๊ดเต๋ อาหารใต้เลิศรส ฯลฯ ที่ต่างยังคงคุณภาพความอร่อยแบบคงเส้นคงวา อิ่มหนำแล้วพาตัวเองไป Countdown ต่อกันในงาน Night Paradise Hatyai Countdown ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ณ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ แหล่งรวมพลของชาวหาดใหญ่ ซึ่งรับรองว่าแสงสีเสียงตระการตาและพิเศษกว่าเพราะปีนี้ ที่หาดใหญ่มีจัดงานกันถึง 2 คืนด้วยกัน (31 ธันวาคม 2562- 1 มกราคม 2563)

· ชิลๆ รักษ์โลก Wow สตูล Wonderful ธรณีโลก

นอกจากความสวยงามของเกาะต่างๆ ที่ขึ้นชื่ออย่าง เกาะหลีเป๊ะ หินงาม หรือตะรุเตา การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเข้าไปสัมผัสกับวิถีชุมชนบากันใหญ่ที่จังหวัดสตูลก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายชิล ด้วยแนวคิดการทำการประมงเชิงอนุรักษ์ทำให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ติดอันดับ และสำหรับช่วงปลายฝนนี้ก็มีการจัดกิจกรรม เปิดม่านบากันใหญ่ เทศกาลกินปูและอาหารทะเล 2562 ที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเลือกชิมอาหารทะเลที่สมบูรณ์จากประมงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ บอกได้เลยว่าสายเที่ยวแบบรักษ์โลกไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

· เม้า เรื่องกิน ทั้งวิ่ง ทั้งฟิน ในถิ่นตรัง

วิ่งธรรมดา โลกไม่จำ จังหวัดตรังเลยผุดไอเดียกิจกรรม Bikini Run 2019 (9 พฤศจิกายน 2019) ที่ทำให้นักท่องเที่ยวฟินกันแบบยกกำลังสอง กับงานที่เปิดโอกาสเหล่านักวิ่งได้อวดโฉมความฟิตประชันกับวิวสุดฟิน ของชายหาดปากเมงที่ขึ้นชื่อของจังหวัด นอกจากนี้ จังหวัดตรังยังต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยร้านอาหารอร่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น หมูย่างเมืองตรัง เค้กเมืองตรัง ติ่มซำ โรตี ฯลฯ ซึ่งถ้าใครที่ได้มาตรังแล้วไม่ได้ลองอาหารเมืองตรังนั้นถือว่าพลาดอย่างแรง

·  ในคืนวันเพ็ญ เดือนสิบสอง ที่ระนอง

นอกเหนือจากความเป็นเมืองที่ส่งมอบสุขให้กับผู้มาเยือนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมเมือง รวมถึงรอยยิ้มของผู้คนที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลลอยกระทง จังหวัดระนองก็มีการประชาสัมพันธ์ประเพณีอาบน้ำเพ็ญ (9-11 พฤศจิกายน 2562) เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายบุญได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานประเพณีไทยและยังเป็นการสร้างมงคลให้กับชีวิต ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

อย่างไรก็ตาม นอกจาก 7 ไอเดียของทริปสุดฟินที่นำเสนอไปข้างต้น ภาคใต้ก็ยังมีสถานที่สวยงามอีกมากมายที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคุณ ยิ่งตอนนี้ทางการท่องเที่ยวฯ เขตภาคใต้ มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “100 เดียวเที่ยวทั่วใต้” หรือ “เที่ยว ภูเก็ต กระบี่ พังงา ราคาช็อคโลก” ที่รับรองว่าการปักหมุดเที่ยวที่ภาคใต้ช่วงปลายฝนนี้คุ้มเกินคุ้ม

สามารถดูรายละเอียดการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้เพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/เที่ยวใต้เที่ยวง่าย และ http://www.ชีพจรลงSouth.com เพื่อแพลนทริปที่ตรงกับความต้องการของคุณจากการท่องเที่ยวที่ภาคใต้ของบ้านเรา นอกจากประสบการณ์อันมีค่าจากการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีที่คุณจะได้รับ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อีกทางเช่นกัน

กินบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์แบบไม่ธรรมดา ที่ ‘ดิ โอเอซิส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605511

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

กินบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์แบบไม่ธรรมดา ที่ 'ดิ โอเอซิส'

เปลี่ยนวันหยุดที่แสนธรรมดา ให้เป็นประสบการณ์สุดประทับใจ กับบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ ที่ ดิ โอเอซิส โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพ ห้องอาหารออลเดย์ไดน์นิ่งที่ตกแต่งทันสมัย บรรยากาศโปร่งสบาย บนชั้น 6 ของโรงแรมฯ ติดกับกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ มองเห็นวิวสวยงามของกรุงเทพฯ

ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส ตกแต่งเรียบหรู เพดานสูง โปร่ง สบายตา พร้อมบริการที่สุภาพ เป็นกันเอง ทำให้ผู้ที่มารับประทานอาหาร ทั้งที่มาพร้อมครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และได้รับความสะดวกสบายตลอดมื้ออาหาร ทั้งยังเพิ่มความมีชีวิตชีวา ด้วยซุ้มปรุงอาหารสดและครัวเปิดที่สามารถมองเห็นการตกแต่งจานและปรุงอาหารของเชฟ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับสิทธิ์ใช้สระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานให้บ่ายวันอาทิตย์เป็นช่วงเวลาแสนพิเศษของทุกคน

 

เชฟผู้ชำนาญได้เตรียมเมนูรสเลิศมากมายที่ซุ้มอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิระดับพรีเมียม เนื้อวากิวที่ปรุงสดใหม่ทีละจาน เมนูปลาแซลมอน และไข่ปลาแซลมอน ผู้ที่โปรดปรานอาหารทะเล สามารถเลือกรับประทาน ปูยักษ์จากอลาสก้า หอยนางรมสด กุ้ง และหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ ที่จัดวางบนน้ำแข็งเย็นฉ่ำ และและพิเศษสุดสำหรับผู้ใหญ่ทุกท่าน จะได้รับกุ้งมังกรท่านละครึ่งตัว

ในส่วนของซุ้มปิ้งย่าง มีตัวเลือกของเนื้อนานาชนิด เช่น เนื้อวากิว, เนื้อแกะ, ปลาหมึก, ปลาแซลมอน, ปลาค้อด และปลาชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะมีซอสหลากหลายชนิดให้เลือก และยังมีไก่ย่างเสียบไม้แบบญี่ปุ่น หรือ ยากิโทริ ให้ลิ้มลองอีกด้วย และที่มุมอาหารจานร้อน ประกอบด้วย ซุปประจำวัน สลัดผัก ข้าวผัดแซลมอน ผักย่าง และของว่างหลากชนิด

ทางด้านของหวาน มีผลไม้สดตามฤดูกาล และขนมต่าง ๆ ทั้งพาย ขนมอบ ขนมหวาน ไอศกรีม และเค้ก อาทิ ชีสเค้ก เค้กช้อกโกแลต และเค้กแบล็คฟอเรสต์ โดยจะสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน และเมนูที่ไม่ควรพลาด คือ ไอศกรีมโฮมเมด รสนมฮอกไกโด ที่หอมหวานแสนอร่อย

ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส มีที่นั่งหลายโซนให้เลือก มองเห็นทิวทัศน์หลากหลายมุม ตกแต่งด้วยโต๊ะ เก้าอี้ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งแบบเก้าอี้ธรรมดา สตูล และโซฟา และยังมีห้องส่วนตัว 2 ห้องที่สามารถรับรองได้ 10 ท่านต่อห้อง หลังมื้ออาหาร สามารถใช้บริการสระว่ายน้ำได้จนถึง 17.00 น.

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ให้บริการระหว่างเวลา 12.00-15.30 น. ในราคา 1,590++ บาทต่อท่าน รวมน้ำดื่ม และชาหรือกาแฟ สมาชิกบัตร วัน ฮาร์โมนี (One Harmony) รับส่วนลด 10% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะได้ที่ โทร (0)2 080 2111, อีเมล info@nikkobangkok.com หรือเยียมชมเว็บไซต์

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605457

  • วันที่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice

เอาใจคนเฮลท์ตี้กับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจาก Jamba Juice รวมของดีแคลอรีต่ำกับประโยชน์ที่ร่างกายต้องการ ผสมผสานแต่สิ่งที่ดี “Blend In The Good”

สำหรับคนรักสุขภาพ บ่ายๆ แบบนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนมาดูดดื่มเมนูเครื่องดื่มที่มีตัวเลือกและลูกเล่นในการมิกซ์แอนด์แมทช์ของดีกับของอร่อยซึ่งตอบโจทย์คนห่วงใยในสุขภาพ และหนุ่มสาวที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ กันที่ร้าน Jamba Juice (แจมบาร์ จูซ) สาขาสยาม พารากอน สัมผัสรสชาติเครื่องดื่มแบรนด์ดังที่มีถิ่นกำเนิดจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Blend In The Good”

สำหรับ Jamba Juice ก่อตั้งขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ในปี 1990 มีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก จำหน่ายเครื่องดื่มผลไม้สด และสมูทตี้ 100% ผสานส่วนผสมอื่นๆ จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน ปราศจากสารปรุงแต่งทุกชนิด ไร้ไขมัน ไม่ใส่น้ำตาล โดยในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลือกคัดสรรวัตถุดิบ ผ่านมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยจาก GFSI ( Global Food Safety Initiative) อีกทั้งยังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า IQF (Individual Quick Freezing ) หรือกระบวนการแช่เยือกแข็งที่นำผลไม้ผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการถนอมผลไม้ที่ดีที่สุด และคงความสดไว้ได้ดีที่สุด เพื่อการควบคุมคุณภาพและรักษาคุณประโยชน์ของผลไม้ไว้อย่างดีที่สุด

มาถึงร้านเลือกเมนูตามใจที่มีไว้ให้เลือกถึง 4 หมวด เริ่มกันที่ Classic Smoothie (ราคาเริ่มต้น 110 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้สมูทตี้เนื้อสมูทมากๆ จากเครื่องปั่นทรงพลัง โดยสามารถเลือกผลไม้สดตามชอบ อาทิ สตอร์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มะม่วง ส้ม กล้วยหอม เสาวรส มิกซ์รวมกับเชอร์เบท หรือกรีกโยเกิร์ต เพิ่มมิติให้เมนูคลาสสิกแบบนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เพิ่มพลังกันต่อกับหมวด Super Food Smoothie (ราคาเริ่มต้น 130 บาท) เติมโปรตีน อัดไฟเบอร์ เน้นโภชนาการด้วยสุดยอดสมูทตี้ แนะนำ Gree Getaway ความลงตัวของรสชาติที่มาพร้อมสีเขียวธรรมชาติของสปิแนช ผสานคุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย หอมหวานด้วยเนื้อมะม่วง เพิ่มรสเปี้ยวนิดๆ ด้วยเสาวรส เติมความกลมกล่อมด้วยกรีกโยเกิร์ต บ่ายๆ แบบนี้ได้สักแก้วคงดี ช็อกโกแลตเลิฟเว่อร์ต้องลอง PB Chocolate Love ความเข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ ผสานพีนัทบัตเตอร์ เพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วยกล้วยหอมและอัลมอนด์มิลค์

คนชอบแบบดื่มง่ายๆ ได้ประโยชน์แนะนำหมวด Fresh Squeezed Juice (ราคาเริ่มต้น 140 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้คั้นสดแยกกาก อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารอื่นที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานที่เหมาะในแต่ละวัน โดยสามารถเลือกผักและผลไม้ได้ตามที่อยากทาน อาทิ แตงโม สับปะรด ส่วนขายดียกให้ Tropical Greens น้ำสับปะรด สปิแนช แอปเปิ้ล และเมล็ดเจีย

อร่อยแคลอรีต่ำ พลังงานสูง กับ Energy Bowls (180 บาท) คุ้มค่าคุ้มราคากับขุมพลังรสชาติอร่อย ประโยชน์ครบเครื่อง ทั้งกล้วยหอม โยเกิร์ต กราโนล่า จัดมาเต็มที่ในถ้วยกระดาษรักษ์โลก เมนูนางเอกที่มาแล้วต้องลองคือ Berry Acai Bowl มีทั้งบลูเบอร์รี่ กล้วยหอม น้ำนมถั่วเหลือง โยเกิร์ต กราโนล่า และเมล็ดเจีย ยังมี Chunky Strawberry Bowl เปรี้ยวหวานกำลังดี ส่วนใครไม่ชอบเปรี้ยวลองเลี้ยวมาที่เมนูหอมหวานอย่าง Mango Peach Bowl สีเหลืองสวยรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน

ไม่อยากให้พลาดกับ Coconut Soymilk Refresher น้ำมะพร้าวน้ำหอมสด 100% เบลนด์ในนมถั่วเหลือง ความหอมอร่อยลงตัวที่อุดมด้วย ไฟเบอร์ โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ปิดท้ายกับเมนูใหม่อย่าง Kiwi Merry ความสดชื่นของเนื้อกีวี่ปั่นที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับสับปะรดและมะม่วง

ตามมาลองของดีที่เลือกสรรมาวัตถุดิบอย่างดี กับประโยชน์ดีๆ จากธรรมชาติแบบนี้ได้ที่ร้าน Jamba Juice ทั้ง 4 สาขา ได้ทุกวัน ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ชั้น G, ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น B, ศูนย์การค้าเมกา บางนา ชั้น 2 โซนเมกา ซีนีเพล็กซ์ และศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา โซนบีชโรด และติดตามข้อมูลและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/jambajuicethailand

เจี๊ยะบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันเต็มคำที่ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605297

  • วันที่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 10:52 น.

เจี๊ยะบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันเต็มคำที่ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้

เต็มอิ่มจุใจไปกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำสุดคุ้ม ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ห้ามพลาด! บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันกับเมนูติ่มซำเเสนอร่อยน่าเจี๊ยะกว่า 70 รายการที่ปั้นสดใหม่ทุกวัน ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ที่รังสรรค์เมนูความอร่อยโดยเชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สะอาด สดใหม่ พร้อมให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำ ในราคาเริ่มต้นเพียง 850 บาท++ / ท่าน พิเศษ ลดราคา 25% สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 ธันวาคม 2562

ลิ้มลองเมนูติ่มซำน้องใหม่ อาทิ ฟองเต้าหู้ปูอลาสก้าทอด, ปอเปี๊ยะปลาทอด, ปอเปี๊ยะเป็ดทอด, กุ้งอัลมอนด์ทอดซอสมะนาว, ปลาหิมะนึ่งเต้าซี่, กุ้งนึ่งฟักทองญี่ปุ่น, กุ้งนึ่งซอสปักกิ่ง และแตงซูชินี่นึ่งไส้กุ้ง และอีกหลากเมนูให้เลือกรับประทาน ราคาเริ่มต้นเพียง 90 บาท++ / เมนู

แวะไปลองเมนูสุดอร่อยแบบนี้ได้ที่ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 100 6255

เฟซบุ๊ก : Centara Grand at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld