ปลาดิบตำรับญี่ปุ่นแท้ต้องที่ SEIRYU SUSHI

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605198

  • วันที่ 02 พ.ย. 2562 เวลา 14:05 น.

ปลาดิบตำรับญี่ปุ่นแท้ต้องที่ SEIRYU SUSHI

ฟินกับปลาดิบคุณภาพพรีเมี่ยม เนื้อเน้นๆ เต็มๆ คำ รังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ ในราคาที่เอื้อมถึง คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

คอปลาดิบที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่อัดแน่นด้วยคุณภาพและราคาไม่สูงเกินเอื้อม ต้องไม่พลาด SEIRYU SUSHI ร้านอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ซูชิและซาชิมิทั้งแบบทานสดๆ และแบบเป็นคำๆ รวมทั้งข้าวหน้าต่างๆ ที่รับรองว่าถูกจริตกับคนไทยอย่างเราๆ เคล้าไปด้วยบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นผสมความโมเดิร์นอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับการนั่งทานที่ญี่ปุ่นเลย

SEIRYU SUSHI มีจุดเริ่มต้นจากความชื่นชอบในการเสาะหาร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ เอาใจคนคอเดียวกันด้วยการเสิร์ฟความพรีเมี่ยมทุกระดับในราคาที่เข้าถึงได้ การรันตีความสดใหม่ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ปรุงโดยเชฟมากฝีมือที่สั่งสมประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่นมากว่า 7 ปี ใส่ใจในทุกรายละเอียด ใส่ความตั้งใจลงในอาหารทุกคำ

เริ่มอุ่นเครื่องกันที่เมนูเบาๆ เอาใจสายกินผักกันด้วย Kaisen Salad (360 บาท) สลัดรวมชามใหญ่ที่ปรุงจากวัตถุดิบยอดฮิตทั้งกุ้งหวานๆ อะโวคาโด้มันๆ เพิ่มสัมผัสในปากด้วยโทบิโกะ ที่เสิร์ฟมาบนผักสลัดหลากหลายชนิด ทานคู่กับน้ำสลัดน้ำมันงาสูตรเฉพาะกลิ่นหอม รสชาติเข้ากัน

เอาใจแซลมอนเลิฟเวอร์ด้วย Salmon Family Set (750 บาท) ที่รวบรวมความอร่อยจากทุกส่วนของแซลมอน ไม่ว่าจะเป็นแซลมอนซาชิมิ ท้องแซลมอนซาชิมิ แซลมอนซาชิมิสไลซ์ที่เบิร์นจนหอม แซลมอนหั่นเต๋ายำแบบไทยและแบบญี่ปุ่นที่เสิร์ฟพร้อมไข่แซลมอนเม็ดโต เพิ่มความกรุบกรอบด้วยหนังแซลมอนทอดกรอบที่มาพร้อมกับซอสสไปซี่มาโยรสแซ่บซี้ดคล้ายน้ำยำของไทย และซอสวาซาบิมาโยเข้มข้นสูตรเฉพาะ แซลมอนแต่ละชิ้นสไลซ์ได้หนากำลังดี กัดเข้าไปแล้วเต็มคำ สัมผัสได้ถึงความนุ่มและสดใหม่ จุใจ ให้สามผ่านเลย

ต่อกันที่ Volcano Salmon Wrap (240 บาท) ซูชิแซลมอนสไลซ์บางๆ ที่นำมาห่อข้าวญี่ปุ่นปั้นขนาดพอดีคำแล้วเบิร์นพอสุก ท็อปด้วยซอสสไปซี่มิโซะ Engawa และ Tobiko แล้วเบิร์นไฟอีกครั้งให้ได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เนื้อสัมผัสทุกอย่างละลายในปาก คำเดียวไม่พอแน่นอน ถ้ายังไม่จุใจต้องเพิ่ม Ryu Sushi Set (850 บาท) กับความอร่อยของ 4 เมนูซูชิยอดฮิตให้ได้ลิ้มลองความสดใหม่แบบเต็มชิ้น ทั้ง Engawa, Anago, Unagi และ Salmon เนื้อเน้นๆ ข้าวน้อยๆ ได้รสชาติของเนื้อปลาทั้ง 4 ชนิดเต็มๆ

ใครที่เน้นความอิ่มอยู่ท้องแนะนำข้าวหน้าต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายหน้าไม่ว่าจะเป็น  Unagi Onsen Tamago Don (480 บาท) ที่ไม่อยากให้คนรักปลาไหลพลาด เพราเชฟรังสรรค์ความอร่อยตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่นเป๊ะๆ ทั้ง Unagi ที่นำไปย่างจนหอม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนข้าวซูชิกลิ่นกรุ่น ท็อปปิ้งด้วยไข่ออนเซ็นรสหวาน ใครทานแล้วเป็นต้องติดใจ

หรือจะเป็นอีกหนึ่งชามที่ควรลิ้มลอง Sanshoku Don (530 บาท) ข้าวหน้าปลาดิบ 3 สีที่อัดแน่นมาด้วย Salmon, Hamachi และ Kihana Maguro Akami ชิ้นหนากำลังดี แถมสีสวยอีกต่างหาก

ตบท้ายของคาวที่ Sunny Uni kani Miso (520 บาท) มันปูซูไวชั้นดีที่นำไปย่างจนส่งกลิ่นหอม ท็อปด้วยไข่ดองสูตรพิเศษและไข่หอยเม่นสดส่งตรงจากฮอกไกโด ทานพร้อมข้าวญี่ปุ่นที่นำมันปูลงไปคลุกเข้ากันอย่างลงตัว เพียงแค่ตักเข้าปากก็ได้กลิ่นมันปูหอมๆ ลอยอยู่ในปากจนอยากจะตักคำต่อไปเลย

คอมพลีทมื้อนี้กันด้วย Croissant Waffle with Green Tea Ice-cream (160 บาท) ลิ้มรสความหอมหวานของครัวซองวาฟเฟิลที่นำไปอบจนร้อนส่งกลิ่นมาแต่ไกล ทานคู่ไอศครีมรสมัทฉะ ท็อปปิ้งด้วยถั่วแดงบด ราดด้วยซอสคาราเมล ฟินตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย

ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย. 2562 ทางร้านได้จัดเทศกาล Nippon Donburi Festival  เทศกาลข้าวหน้าต่างๆ ที่เป็นเมนูยอดฮิตในหมู่คนญี่ปุ่นและคนไทยมาเอาใจนักชิม อาทิ KANI KOURA DON (630 บาท), HOKKAI DON (890 บาท), SAIKYO HOTATE DON (450 บาท), KAKI TAMA DON (330 บาท) และยังมีเมนูเดิมในราคาพิเศษ เช่น Engawa Don (290 บาท จาก 320 บาท), Kaisen Don (310 บาท จาก 350 บาท), Otaru Don  (910 บาท จาก 980 บาท) Unagi Onsen Tamago Don ที่เราแนะนำไปก็ลดเหลือ 390 บาทเท่านั้น

เมนูอร่อยๆ นี้รอให้ทุกคนไปลิ้มลองที่ SEIRYU SUSHI ชั้น 2 ของ The Mercury Ville ชิดลม ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. สำรองที่นั่ง โทร.02-658-7373

เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์ มาแล้วห้ามพลาดเมนูไหนบ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605007

  • วันที่ 31 ต.ค. 2562 เวลา 16:00 น.

เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์ มาแล้วห้ามพลาดเมนูไหนบ้าง

โพสต์ทูเดย์ พาลิ้มลองเมนูใหม่สำหรับมื้อค่ำ ที่ “ห้องอาหาร เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์” บนชั้น 2 ของโรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท ประชิดรถไฟฟ้าเดินทางมาแสนสะดวก ที่สำคัญห้องอาหารแห่งนี้มีรางวัลการันตีเพียบ อาทิ  Thailand Tatler Best Restaurants 2019 และรางวัลว้าวๆ อีกนับไม่ถ้วน

 

ห้องอาหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในเหล่าสเต๊กเลิฟเว่อร์ เพราะขึ้นชื่อเรื่องพรีเมี่ยมสเต๊กเฮ้าส์ ซึ่งเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ ยูล่า ฮารางกี (Executive Chef Gyula Harangi) และเชฟ เดอ คูซีน คริสเตียน คาลูวัต (Chef de Cuisine Christian Caluwaert) ได้เนรมิตเมนูอาหารร่วมสมัยสุดพรีเมี่ยมมาเอาใจคนรักเนื้อโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัวออสเตรเลียน แองกัส (Australian Angus beef) เนื้อวากิวญี่ปุ่น (Japanese Black Wagyu) เนื้อชัคโรล (Chuck Roll) หรือเนื้อโทมาฮอว์ก (Tomahawk) นอกจากนี้ ยังมีเนื้อลูกวัวชุบแป้งทอด (veal schnitzel) เนื้อแกะออสเตรเลีย (Australian lamb chops) และซี่โครงหมู (pork ribs)

 

ด้านคนรักซีฟู้ดไม่น้อยหน้า เพราะที่ห้องอาหารแห่งนี้มีอาหารทะเลสด สะอาด คุณภาพเลิศ ไว้คอยบริการ ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ฮอกไกโด (Hokkaido scallop) หรือดิสทริคท์ ทาวเวอร์ (District Tower) ซึ่งรวมเอาอาหารทะเลสดๆ อาทิ กุ้งล็อบสเตอร์ กุ้งทะเลไซส์เบิ้ม ขาปูยักษ์ หอยนางรม และหอยเชลล์ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่ให้เลือกหลายอย่างตามความชอบ ยังมีบอสตัน ล็อบสเตอร์ (Boston lobster) ขาปูอลาสก้า (Alaskan king crab leg) และสเต็กปลาแซลมอน (Scottish salmon) ให้เลือกละลานตาอย่าบอกใคร

ส่วนที่พิเศษสำหรับซีซั่นนี้ เชฟได้รังสรรค์เมนูสุดเริ่ดและเมนูใหม่ๆ มาเอาใจทุกคน ดังนี้ Appetizers Tiger prawns – Cured, heirloom tomato, Chalawan beer gazpacho, Aberquina olive oil Tuna medium rare – Capsicum piperade, cured ham, pine nuts, green pesto Duck confit & foie gras terrine – Aromatic herbs, brioche toast, kiwi-pimento chutney

Signatures District Caesar salad – Heart of Romaine lettuce, crispy bacon, Parmigiano-Reggiano Hokkaido scallops – Green peas, pancetta, white wine sauce Chuck roll – 48hrs slow cooked, hay smoked Wagyu beef, bone marrow

Steaks Australian Angus ribeye – Grain fed Diamantina Black Angus MBS 3 Australian Wagyu tenderloin – Stockyard MBS 4/5 Mains Veal schnitzel – Milk fed veal loin, parsley, crispy bread crust, crumbled egg, green and farm fresh vegetables, tartar sauce Pork ribs – Roasted garlic, roasted apple, apple BBQ sauce

Seafood District tower (full) – Chilled or grilled seafood-6 oysters,1 whole lobster, 1 king crab leg, 2 jumbo prawns, 2 scallops Scottish salmon – Grilled, sun dried tomato, roasted fennel, aged balsamic, citrus gremolata Alaskan cod fish – Pan roasted, quail egg, steamed vegetables, garlic mayonnaise

 

ความอร่อยยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะที่นี่มีของหวานโฮมเมดหลากหลายเมนูไว้ปิดท้ายความอร่อยในมื้อพิเศษ อาทิ เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง (signature flourless chocolate cake) ทีรามิสุเบย์ลี่ส์ (Bailey’s tiramisu)ตามด้วย Flourless chocolate cake – Dark chocolate ganache, white chocolate mousse, raspberry sorbet Baileys tiramisu – Coffee meringue, pistachio tuile Matcha & mango – Matcha tea cake, mango filling, black sesame ice cream Banoffee pie – Graham cracker crust, dulce de leche, banana, whipped cream และอื่นๆ อีกมากมาย

 

ส่วนที่ดีงามไม่แพ้อาหาร ก็คือบรรยายกาศของห้องอาหารที่สุดแสนจะโมเดิร์น เลือกใช้แสงไฟสลัวและแสงเทียนเพิ่มความโรแมนติก มีกรอบรูปแสดงภาพถ่ายสีขาวดำอาร์ทๆ ของเมืองและแลนด์มาร์กประเทศต่างๆ ประดับตกแต่งอยู่ตามผนัง เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หนังหรูหรา นอกจากนี้ ยังมีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งโซนนั่งชิลแบบเคาน์เตอร์บาร์ ไพรเวทโซน รองรับตั้งแต่คู่รัก ครอบครัว หรือปาร์ตี้สังสรรค์กันก็ได้

 

ใครกำลังหาสถานที่เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษ หรือดื่มด่ำมื้อค่ำกับแก๊งค์เพื่อน พร้อมจิบไวน์และค็อกเทลรสชาติดี ต้องมาที่ ห้องอาหาร เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปิดให้บริการอาหารค่ำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18:00- 23:00 น. และซันเดย์ บรันช์ ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11:30-15:00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-797-0000 หรืออีเมล diningbangkok@marriott.com

จรุงใจไปกับเสน่ห์เมนูอาหารดอกไม้ ในงาน Central Anniversary 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604872

 

  • วันที่ 29 ต.ค. 2562 เวลา 17:52 น.

จรุงใจไปกับเสน่ห์เมนูอาหารดอกไม้ ในงาน Central Anniversary 2019

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมนูอาหารดอกไม้ ในงาน Central Anniversary 2019 ที่ “เซ็นทรัลชิดลม” และ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี”

กลิ่นหอมจรุงใจจากหมู่มวลดอกไม้หลากหลายสีสันนับล้านดอก กลับมาบานสะพรั่งอีกครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบ 6 รอบ 72 ปี ห้างเซ็นทรัล กับงาน “Central Anniversary 2019” (เซ็นทรัล แอนนิเวอร์ซารี 2019) ที่ปีนี้ตั้งใจเนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้เป็นสวนสวรรค์แห่งหมู่มวลพฤกษา ภายใต้คอนเซปต์ พันธุ์ไม้สีเหลืองหายากที่ตราตรึง และเหล่าดอกไม้บานสะพรั่งนอกฤดูกาล ที่งานนี้เหล่านักชิมต้องห้ามพลาดกับเมนูอาหารปรุงพิเศษด้วยดอกไม้มากมายให้ได้ลิ้มรสความอร่อยในเทศกาลอาหารดอกไม้ที่ Eathai และ Foodloft ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เริ่มกันที่ อีทไทย (Eathai) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “A Floral Taste Celebration” โดยมีไฮไลต์ได้แก่ กิจกรรม The Floral Chef’s Table ที่ได้ “เชฟแอ้ม-นรี บุณยเกียรติ” 1 ใน10 ผู้เข้าแข่งขันจากรายอาหารชื่อดัง มาเนรมิตเมนูอาหารดอกไม้ตำรับชาววัง สไตล์ Chef’s Table ที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษสำหรับงานนี้

อาทิ “ปอเปี๊ยะสดดอกไม้ก้อยกุ้งและเมี่ยงปลาดิบแนม” ที่นำก้อยกุ้งมาปรุงตามตำรับโบราณห่อมาในแผ่นปอเปี๊ยะใสจนมองเห็นมวลดอกไม้ เสิร์ฟคู่น้ำพริกก้อยจำแลงรสกลมกล่อม ทานเคียงเมี่ยงปลาดิบจากท้องทะเลไทย ต่อด้วยเมนู “แกงสิงหลไก่ถอดรูป ลุดตี่” แกงโบราณพื้นบ้านของชาวสิงหลที่สืบทอดสูตรมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 โดยแกงมีความหอมเป็นเอกลักษณ์จากเครื่องเทศ หอมของเตยที่ตัดด้วยกลิ่นจากยอดผักชีลาว ทานคู่กับแผ่นแป้งลุดตี่กลมบางสีเหลืองนวล

ห้ามพลาดกับเมนู “ข้าวสามงาห่อใบตองเชิงปลากรายรมควันชานอ้อย” อาหารที่แสดงออกถึงความเป็นไทย เรียบง่าย แต่ชัดเจน ประกอบไปด้วยงา 3 ชนิด ได้แก่ งาขาว งาดำ และงาขี้ม่อน ที่นำมาคั่วให้หอม ตักใส่ห่อใบตองปิดทอง ทานคู่เชิงปลากรายเนื้อแน่นซึ่งผ่านการรมควันจากชานอ้อย ตามเมนู “ขนมช่อดอกลำเจียก” ที่นำแป้งข้าวเหนียวคั่วให้หอมแล้วพรมด้วยกะทิและกลิ่นอ่อนๆ ของดอกไม้ไทย และเมนู “สาโทส้มฉุน” เจลลี่ส้มฉุนรสหอมหวานอมเปรี้ยว ผสานกลิ่นของสาโทจากข้าวไทย รับประทานคู่กับเกล็ดน้ำแข็งส้มฉุนที่พร้อมละลายในปาก ตัดกับรสเผ็ดซ่าของขิงสดสร้างความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหาร

สำหรับผู้ที่สนใจ โดยกิจกรรม The Floral Chef’s Table จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18.00-20.00 น. (จำกัด 12 ที่นั่ง/วันเท่านั้น) สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0 2160 5995

นอกจากนี้ ที่ Eathai ยังเมนูเด็ดจากร้านดังให้เลือกชิมอีกมากมาย ได้แก่ “ร้าน Ma Maison Home Cooking Recipes อาหารไทยโบราณ บ้านปาร์คนายเลิศ” กับเมนู ข้าวยำอัญชัน ความพิเศษอยู่ที่ น้ำบูดู ที่นำมาทำข้าวยำส่งตรงมาจากสายบุรี จังหวัดปัตตานี นำมาเคี่ยวกับสมุนไพรไทย เสิร์ฟพร้อมกับผักปลอดสาร และดอกไม้ทานได้เพื่อสุขภาพบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ช่วยระบบขับถ่าย ทานแล้วสดชื่น ตามมาด้วย หมี่น้ำปาร์คนายเลิศดอกไม้ทอด เป็นเมนูต้นตำรับจากบ้านปาร์คนายเลิศ ที่ประยุกต์ขั้นจากการนำหมี่กรอบและดอกไม้ทอดกรอบใส่ในน้ำซุปต้มยำสูตรเฉพาะที่มีกลิ่นของมันกุ้งเสวยและความหอมของกลิ่นส้มซ่า และ ดอกไม้คลุกฝุ่น เป็นเครื่องยำสามกรอบ ที่มี กระเพาะปลาหลอดเล็ก ปลาหมึกวง กุ้ง รวมถึงดอกไม้ที่ทานได้ มาทอดกรอบ คลุกเคล้ากับน้ำยำน้ำพริกเผาที่มีรสชาติสามรสกลมกล่อม และเมนูของหวานเติมความสดชื่น อย่าง ไอศครีมน้ำมะพร้าว และ ขนมปลากริมไข่เต่า

และห้ามพลาดอีกร้านอาหารไทยต้นตำรับกับ “ร้านผุดฉัน (อ.ป้อม)” มาพร้อมเมนู หมี่กะทิอัญชัน ที่นำเส้นหมี่แช่ในน้ำดอกอัญชัน แถมยังนำน้ำดอกอัญชันผสมลงในกะทิเพื่อให้สีม่วงอ่อนๆ สวยงาม อีกทั้งรสชาติที่กลมกล่อมสามรสแบบไทยภาคกลาง แนมด้วยไข่เจียวซอยฝอย ดอกอัญชันสด ใบกุ๋ยชายและใบบัวบก มีครบทั้งรูป รส กลิ่น และสี รวมอยู่ในจานนี้ เป็นจานพิเศษที่ถ้าใครได้ลิมรส รับรองต้องประทับใจอย่างแน่นอน รวมถึงอีกหลายเมนู ได้แก่ ไข่ฟูดอกไม้ซอสมะขาม และ ลูกชิดลอยแก้วน้ำกระเจี๊ยบ

เอาใจคนรักเส้นกันบ้าง กับเมนูเส้นขนมจีนที่ “ร้านเกษรทิพย์” เส้นขนมจีนจากแป้งข้าวเจ้าสดใหม่ผสมด้วยสีของกลีบดอกไม้หลายสีสันชวนรับประทาน ราดด้วยน้ำยาแบบต่างทำให้มีความอร่อยได้หลายหลายรสชาติ อาทิ ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายใส่ดอกโสน ที่แกงแบบเข้มข้นเมื่อราดบนขนมจีนแล้วคลุกให้เข้ากันแบบขลุกขลิกได้กลิ่นหอมๆ ของเครื่องแกงยิ่งทำให้ชวนลิ้มลองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หรือจะเป็นเมนู ขนมจีนน้ำพริกกุ้ง ก็อร่อยเข้ากันได้ดี

ถ้ายังไม่จุใจยังมีหลากหลายเมนูดอกไม้จากร้านดังให้เลือกอร่อย ไม่ว่าจะเป็น แกงกะหรี่ดอกไม้รวมทอด จาก “ร้านฉั่วฮุ่ยเจียง by Rod tiem” แกงกะหรี่รสชาติเข้มข้นทานคู่กับดอกไม้รวมทอด ทั้งดอกอัญชัน ดอกขจร ดอกโสนเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานดอกไม้ สำใครที่ชอบของว่างห้ามพลาด! ร้านของว่างไทยกับ ขนมช่อม่วงทำสดใหม่ๆ และขนมรูปแบบดอกไม้ต่างๆ ขนมเบื้องดอกไม้ ไส้เค็มอัญชัญ และไส้หวานดอกไม้ จาก “ร้านขนมเบื้องคุณกรองพร” และเยลลี่ดอกไม้ 3 มิติ ท่สร้างสรรค์ลวดลายด้วยงานฝีมือจากการนำโยเกิร์ตฉีดเข้าไป กลายเป็นเยลลีดอกไม้ 3 มิติที่เลอค่าจากร้าน “ร้าน Floral Me” นอกจากอร่อยกับอาหารดอกไม้มากมายภายในงานแล้วยังมี กิจกรรมสุดพิเศษเวิร์คชอป Flower Dumpling Thai Dessert ให้คุณได้ร่วมทำ “ขนมช่อม่วง” กับ “ช่อดอกมะลิ” โดย อาจารย์ป้อม จากร้านผุดฉัน เวลา 12:00 – 14:00 น. กิจกรรมมีเฉพาะวันเสาร์ที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น (เพียงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มครบ 300 บาท)

ต่อเนื่องกับเมนูดอกไม้ที่ ฟู้ดลอฟท์ (Foodloft) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม กับเมนูของหวานและเครื่องดื่มสุดพิเศษในงาน “Sakura Sensations” ที่มาพร้อมหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและของหวาน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกซากุระมาให้คุณได้ลิ้มรสความอร่อย ที่ไม่เหมือนใคร จะมีเมนูอะไรบ้างนั้นไปดูกัน

เริ่มกันที่ Sakura Mizu shingen mochi โมจิหยดน้ำกลิ่นดอกซากุระ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำเชื่อมน้ำตาลดำคุโระมิซึ และ ผงถั่วเหลืองคินาโกะ ตกแต่งด้วยทองคำเปลว เพิ่มความหรูหราและอรรถรสในการรับประทาน ถัดมากับเมนู Sakura-Black cherry ice-cream ไอศกรีมสไตล์เจลาโต้ต้นตำรับแท้จากอิตาลี ผสมผสานกระรสชาติอย่างดอกซากุระได้อย่างลงตัว เนื้อเนียนแน่น ทำจากนมสดเกรดพรีเมี่ยม ตัดรสหวานด้วยผลเชอร์รี่ดำรสเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อมลงตัวอย่างน่าทึ่ง ไอเท็มลับต้องลองที่มีเฉพาะในงาน Central Anniversary 2019 เท่านั้น

ต่อกันที่เมนู Sakura Peach mousse cake มูสเค้กทรงโดม (ครึ่งวงกลม) ทำมาจากลูกพีชสีขาวและน้ำเชื่อมกลิ่นซากุระ เพิ่มรสชาติเปรี้ยวตัดความหวานด้วยโยเกิรต์รสธรรมชาติ ภายในมูสเค้กสอดไส้ราสเบอร์รี่เซอร์ไพรส์เพื่อเพิ่มสีสันและความสนุกในการรับประทาน ราดด้วยเกรซไวท์ช็อกโกแลตสีชมพูพาสเทสและตกแต่งด้วยการโปรยผงทองคำแท้อัพเลเวลเป็นขนมระดับลัคชูรี่ที่ต้องลองชิมให้ได้

ถัดมาที่เมนูเครื่องดื่มคลายร้อน Sakura Latteเครื่องดื่มเย็นสีชมพูหวานๆ ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบชั้นดีจากญี่ปุ่น สดชื่น หอมกลิ่นซากุระ หวานน้อย ปิดท้ายด้วย Sakura-Lychee sparkling เครื่องดื่มเย็นๆดับกระหาย สีชมพูพาสเทล ผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดอกซากุระ และ ลิ้นจี่ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลิ่นหอมชื่นใจ

อิ่มอร่อยกับกับเมนูอาหารดอกไม้รับบประทานได้จนคุณจะต้องหลงใหล ได้ที่ อีทไทย ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.พร้อมบริการเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้านคุณ!

กรุ่นกลิ่นความรักกับ Wedding Showcase @เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604870

  • วันที่ 29 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

กรุ่นกลิ่นความรักกับ Wedding Showcase @เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา

Wedding Showcase-Your Day Your Way โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา งานที่คู่รักต้องมาหากอยากวิวาห์หวานชื่น

 

ผ่านไปแล้วกับงาน “Wedding Showcase-Your Day Your Way” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา โดยภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรักและความโรแมนติก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wedding in All Seasons ที่ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการแต่งงานในหลากหลายรูปแบบ ด้วยการใช้แต่ละโทนสีมาเป็นตัวแทนความรักหวานชื่นในแต่ละฤดู

 

งานนี้มีการจัดสถานที่จำลองงานแต่งงานทั่วทั้งบริเวณโรงแรม ทั้งภายในห้องบอลรูม สนามหญ้ากลางโรงแรม และบริเวณริมหาด โดยนำเสนอการจัดงานหลากหลายไอเดียที่สามารถรองรับการแต่งงานได้ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมโชว์วงดนตรี แสง เสียง เอฟเฟ็กต์ อาหารและเครื่องดื่มจากทีมเชฟของโรงแรม สนุกสนานและประทับใจไปกับกิจกรรมเวิร์คช็อปแต่งหน้าจากเครื่องสำอางแบรนด์ดังอย่าง Nars พร้อมพูดคุยเทรนด์แต่งหน้าเจ้าสาวสุดชิคโดยเมคอัพอาร์ตติสชื่อดัง

 

สายหวานห้ามพลาดกับเวิร์คช็อป DIY มงกุฎดอกไม้สำหรับเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาว จาก Bridemaid Closeup นอกจากนั้น ภายในงานครั้งนี้ยังรวบรวมพันธมิตรที่ยกขบวนมาให้คำปรึกษาแก่คู่บ่าว-สาว ไม่ว่าจะเป็นชุดประดับสุดหรูจากแบรนด์ Suparno เวดดิ้งแพลนเนอร์มืออาชีพจาก Venita ชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวคอลเลคชั่นล่าสุดจากห้องเสื้อ Tawin Collection

 

การ์ดแต่งงานและของชำร่วยในแบบฉบับของคู่รักจาก Venita โฟโต้บูธที่พร้อมอัพโหลดรูปภาพและข้อความได้ทันใจจาก I-magix ตลอดจนทริปฮันนีมูนและดินเนอร์สุดหรุบนเรือยอร์ชในราคาสุดพิเศษ จาก  Sailing YachtThailand เฉพาะงานนี้

 

นอกจากนนั้น คู่รักทุกคู่รับส่วนลดพิเศษและโปรโมชั่นจากทางโรงแรมและเวดดิ้งพาร์ทเนอร์ และลุ้นเป็น Top Spender เพื่อรับทริปสุดโรแมนติกดินเนอร์บนเรือยอร์ชจาก Sailing Yacht Thailand ไม่หมดเพียงแค่นั้นคู่รักทุกคู่ที่ลงทะเบียนยังมีสิทธิ์จับฉลากชิงโชครับรางวัลที่พักจากโรงแรมในเครือแมริออททั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

สำหรับคู่รักที่พลาดงานในครั้งนี้ไปก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะสามารถติดตามข่าวสารการจัดงาน Wedding Showcase ครั้งต่อไปได้จากหน้า Facebook ของโรงแรมได้ที่  RENPattayaResort หรือ www.renaissancepattaya.com

พิสูจน์ความจัดจ้านที่แซ่บมานานกว่า 20 ปี ที่ร้าน ‘ส้มตำนัว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604489

  • วันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 09:30 น.

พิสูจน์ความจัดจ้านที่แซ่บมานานกว่า 20 ปี ที่ร้าน 'ส้มตำนัว'

เปิบความแซ่บในห้างหรู อินกันคอนเซ็ปต์กินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ “ส้มตำนัว” สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนคนรักความแซ่บลิ้มลองความอร่อยนัวๆ ที่สร้างตำนานความจัดจ้านมาแล้วกว่า 20 ปี ที่ “ส้มตำนัว” ร้านอาหารอีสานรสแซ่บตามแบบฉบับดั้งเดิมให้คนเมืองหลวงลิ้มรสชาติ ให้ลูกอีสานไกลบ้านได้รับประทานให้หายคิดถึงบ้านเกิด ที่สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ต้องบอกเลยว่าแม้จะตั้งอยู่ภายในห้างหรูแต่ทางร้านยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นอีสานแบบออริจินัลไว้ได้ไม่มีตกหล่น สรรหาปลาร้าต้มสุกสะอาดเพื่อความอร่อยปลอดภัย ใส่ใจทุกรายละเอียด ด้านการตกแต่งเน้นเป็นแบบไทยประยุกต์ผสานความเป็นไทยโมเดิร์นไว้ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่บ้านในบรรยากาศกินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ส้มตำนัว สร้างความสุขในการรับประทานอาหารอย่างเต็มที่

มาถึงที่แล้วต้องลองเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ตำมั่ว ส้มตำรสจัดจ้านคลุกเคล้าเส้นขนมจีน กรอบกรุบด้วยแคปหมู เพิ่มความอร่อยด้วยหมูยอจากอุบลราชธานี แซ่บอย่าบอกใคร ต่อด้วยเมนูยอดฮิต ผัดขนมจีน ที่ทางร้านรังสรรค์ขึ้นเอง เมนูนี้มองเผินๆ จะคล้ายกับผัดหมี่โคราช แต่เปลี่ยนจากเส้นหมี่มาเป็นเส้นขนมจีน นำมาผัดกับกุนเชียง หมูยอ แครอท ท็อปหน้าด้วยหมูหยองและแคบหมู รสชาติออกหวานนิดๆ แนะนำให้ทานคู่กับเมนูส้มตำเพื่อตัดรสเผ็ด

ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ปีกไก่ทอด ปีกไก่คัดไซส์มาตรฐานที่ผ่านการหมักเครื่องเทศถึง 3 ชั่วโมงเพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ แล้วนำมาทอดด้วยเทคนิคการทอดถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกทอดด้วยไฟกลางเพื่อให้เนื้อด้านในสุก และครั้งสองทอดด้วยไฟแรงเพื่อให้หนังกรอบสีสวย ได้ปีกไก่ทอดกรอบนอกนุ่มในยั่วๆ จ้า เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บซี้ดและน้ำจิ้มหวานสูตรพิเศษ

อยากซดร้อนๆ ให้คล่องคอต่อกันที่เมนู ต้มผักหวาน ที่คัดสรรผักหวานสดๆ ใส่เนื้อปลาย่างเพิ่มเท็กซ์เจอร์ เติมน้ำปลาร้าสะอาดไปอีกหน่อยเพื่อรสนัวๆ ได้ความหอมเฉพาะตัว ฟินกับความหวานธรรมชาติจากผักหวานที่มีให้ทานกันทั้งปีแม้จะหายากในบางฤดูกาล

ยังมี น้ำตกปลานิลทอด เอร็ดอร่อยกับปลานิลทอดกรอบทั้งตัวราดด้วยน้ำตกรสแซ่บซี๊ดพอขลุกขลิก หอมข้าวคั่วยั่วน้ำลายเป็นที่สุด ตบท้ายแซ่บหลายเด้อกับ ตำมะม่วง เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ครบรสเติมเต็มอรรถรสลูกอีสาน นอกจากนี้ ยังมีเมนูขึ้นชื่ออีกเพียบ อาทิ ตำซิ่ง เนื้อย่างกระทะร้อน ต้มแซ่บ

ปิดจ๊อบดับร้อนชื่นใจด้วยน้ำผลไม้และสมุนไพร อาทิ โอเลี้ยง ชานม น้ำมะพร้าวสด น้ำแตงโมปั่น น้ำสตอเบอร์รี่ แอปเปิล ฮันนี่เลมอน หรือเลือกแก้เผ็ดด้วยของหวานเด็ดๆ ทางร้านก็มีให้บริการเช่นกัน

ใครกำลังมองหาร้านอาหารอีสานรสจัดจ้าน แวะมาลองความอร่อยได้ที่ ส้มตำนัว สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บนชั้น 5 ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. สอบถามได้ที่โทร. 02-160-5909

Digital Delicious ร่ายมนต์มายารังสรรค์งานศิลป์ในมื้ออาหาร ผสานศาสตร์การปรุงระดับ Fine Dining

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604433

  • วันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 12:41 น.

Digital Delicious ร่ายมนต์มายารังสรรค์งานศิลป์ในมื้ออาหาร ผสานศาสตร์การปรุงระดับ Fine Dining

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อบริษัท Doozy Digilab ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ จัดเสิร์ฟประสบการณ์ดิจิทัลกับโปรเจ็กต์ในมื้ออาหารแบบ Digital Delicious

Doozy Digilab ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ (A Leader in Creating New Digital Experiences) ตัวจริงในการสร้างสรรค์และนำเสนอดิจิทัลอาร์ตล้ำสมัย จัดเสิร์ฟประสบการณ์ดิจิทัลกับโปรเจ็กต์ในมื้ออาหารแบบ Digital Delicious เพื่อเป็นโครงการเปิดตัวสู่โปรเจ็กต์ลงทุนสุดยิ่งใหญ่ Doozy Digital World ดินแดนเหนือจินตนาการแห่งดิจิทัลอาร์ตเต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตรที่ศูนย์การค้าจังซีลอน จ.ภูเก็ต ในต้นปีหน้า

Digital Delicious ครั้งนี้มีทีมศิลปินดิจิทัลรุ่นใหม่มาร่วมจับมือกับศิลปินไทยชั้นนำในสายงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวาดภาพประกอบ คีตกวี มิกโซโลจิสต์ นักออกแบบกลิ่น และเซเลบริตี้เชฟมือรางวัลระดับโลก พร้อมทุ่มทุนเนรมิตประสบการณ์ Interactive Dining Experiences เต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทย ที่สร้างสรรค์งานสุนทรียศิลป์ในมื้ออาหารสุดล้ำที่ผสานศาสตร์แห่งการปรุงอาหารระดับ Fine Dining เข้ากับศิลป์แห่งเทคโนโลยีดิจิทัลเหนือจินตนาการ จัดเต็มเทคนิคทั้ง 4D Mapping, Multi touch screen, Interactive Multi Media สร้างภาพ แสง สี เสียง กลิ่น รส และสัมผัส สู่ผลงานมาสเตอร์พีชระดับสากลในทุกมิติของความอร่อย พร้อมมอบประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะติดตรึงในความทรงจำไปตลอดกาล

ท่องโลกแฟนตาซีในดินแดนจิตนาการแสนอร่อย ณ อาณาจักรที่โลกความฝันและความจริงมาบรรจบ นำเสนอคอนเซ็ปต์ Parallel Universe เพื่อออกเดินทางสำรวจจักรวาลคู่ขนานและเติมเต็ม “พลังชีวิต” ด้วยการเสพสุนทรียศิลป์จากอาหารและผลงานศิลปะชิ้นเอก ที่เหล่าเชฟและศิลปินได้ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นมาท้าทายทุกโสตประสาทสัมผัสของคุณเพื่อปลุกเร้าให้ค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่กว้างไกลกว่าที่เคยนึกถึง ผ่านผลงานดิจิทัลอาร์ตแบบอินเทอร์แอ็กทีฟสำรวจ 4 อาณาจักร สถานที่แห่งโลกจินตนาการที่ถูกสร้างให้เป็นจริง โลดแล่นผ่านไปให้คุณเอื้อมจับ แตะ สัมผัส และไขว่คว้าเก็บไว้ในรูปแบบความทรงจำแสนพิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น

Castle in the Sky เริ่มต้นการเดินทางไปในโลกความจริงเสมือน ดื่มด่ำไปกับมื้ออาหารสุดหรูในปราสาทลอยฟ้าแสนงาม ท่ามกลางปติญาณของเหล่าอัศวินเพื่อหลอมรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียว สถานที่แห่งนี้เส้นแบ่งของสองโลกจะค่อยๆ ทะลายมาบรรจบกัน

The Garden of Dreams ปล่อยใจให้โลดแล่นไปในสวนแห่งความฝัน พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าสรรพสัตว์และสีสันหมู่มวลดอกไม้ผลิบานที่ตอบสนองครบทุกประสาทสัมผัส

Deep Blue Sea ดำดิ่งลงไปยังโลกใต้ทะเลลึกสู่อาณาจักรแสนลึกลับ “ดิ อ็อกแลนติส” ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าสัตว์ทะเลที่คุณต้องปกป้องอาณาจักรด้วยหลากหลายยุทธวิธีในแบบของคุณ

A Space Odyssey ล่องลอยสู่ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างไกลแสนไกล ตามแสงประกายส่องสว่างจากหมู่ดาวระยิบระยับ พร้อมค้นหาความหมายของทุกการเดินทางไปกับเกมส์อินเตอร์แอ็กทีฟแสนสนุก ที่คุณสามารถร่วมสร้างบทส่งท้ายประสบการณ์ ด้วยการพิมพ์และส่งข้อความจากโทรศัพท์มือถือของคุณขึ้นไปลอยอยู่ในกาแล็กซี่

ตอบสนองครบทุกประสาทสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส อิ่มเอมไปกับชุดอาหาร 4 คอร์ส สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ และจิบน้ำชายามบ่ายกับ 4 ชุดขนมหวานคอนเซปท์สุดล้ำ เพิ่มดีกรีความสนุกพร้อมเปลี่ยนค่ำคืนของคุณให้สุดเหวี่ยงไปกับเกมส์โดนๆ บีทคูลๆ จากการแสดงสดของทีมดีเจ และค็อกเทลสูตรพิเศษในช่วงปาร์ตี้กับชุดอาหาร 3 คอร์สและค็อกเทล 1 แก้ว

ทีมเชฟที่ร่วมสร้างสรรค์กันครีเอทเมนูแสนอร่อยให้กับโปรเจ็คนี้ ประกอบไปด้วย “เชฟเอริก” เอริก ไวด์มันน์ ผู้คว้าตำแหน่งเชฟกระทะเหล็ก Iron Chef Thailand จาก oriental residence bangkok “เชฟแพม” พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟรุ่นใหม่รางวัลระดับโลก และ “เชฟแต” จันทร์ชนก สุนทรญาณกิจ ศิลปินเชฟขนมอบชื่อดัง “คุณเค” อานนท์ ฮุนตระกูล” ครีเอทีฟมิกโซโลจิสต์ผู้คิดค้นค็อกเทลสูตรพิเศษให้จิบระหว่างการเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการข้ามประสาทสัมผัสแบบ Digital Delicious

งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2562-12 ม.ค. 2563 ที่โรงแรม โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ (ORIENTAL RESIDENCE BANGKOK) ถ.วิทย บัตรจำนวนจำกัดสำหรับประสบการณ์สุดเอ็กคลูซีฟ แบ่งเป็น 4 รอบมื้ออาหาร ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 1,690++ บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.digitaldelicious.net หรือโทร. 088-055-6699

 

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลปูขนที่ทุกคนรอคอย ณ ห้องอาหาร เดอะ ซิลค์โร้ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604226

  • วันที่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 18:30 น.

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลปูขนที่ทุกคนรอคอย ณ ห้องอาหาร เดอะ ซิลค์โร้ด

ครั้งนี้ชวนทุกคนไปลิ้มลองเมนูปูขนแสนอร่อย ณ ห้องอาหาร เดอะ ซิลค์โร้ด โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

กลับมาอีกครั้ง สำหรับเทศกาลปูขนที่ทุกคนรอคอย ปีนี้ เชฟเชง กัม ซิง หัวหน้าเชฟชาวฮ่องกงของห้องอาหารเดอะ ซิลค์โร้ด สั่งปูขนตัวเป็นๆ มาจากเมืองซูโจว ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นแหล่งปูขนคุณภาพดีที่สุดของจีน มารังสรรค์เมนูแสนอร่อยให้คนรักปูได้ลิ้มลองกัน

ปูขน หรือรู้จักในอีกชื่อว่า ปูเซี่ยงไฮ้ (Chinese mitten crab) ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบราคาแพงที่สุดของสำรับอาหารจีนตะวันออก จัดอยู่ในหมวดสัตว์น้ำมีเปลือกแข็ง มีขนาดใกล้เคียงกับฝ่ามือคน สามารถจับได้เฉพาะจากบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเท่านั้น เนื่องจากปูขนจะย้ายถิ่นฐานได้ไม่ไกลจากแหล่งที่อยู่หลักซึ่งเป็นน้ำจืดมาสู่มหาสมุทร

เมนูปูขนที่เชฟเชง กัม ซิง รังสรรค์ขึ้นในปีนี้มีหลากหลาย อาทิ เนื้อปูขนผัดไข่ขาวในถ้วยเผือก (Stir-fried hairy crab with egg white in taro nest), ปูขนนึ่งใบชา (Steamed hairy crab with Chinese tea leaves), ซุปเกี๊ยวปูขน (Hairy crab wonton soup), ผัดเนื้อปูขนและไข่ขาวแบบซอเต้ (Sauteed hairy crab meat, egg white and fresh mild) และข้าวผัดปูขน (Hairy crab stir fried rice) คุณสามารถเลือกรับประทานได้ทั้งแบบเซ็ตเมนู และอะลาคาร์ท

เซ็ตเมนู 6 คอร์ส ราคา 3,800++ บาท/ท่าน และเมนูอะลาคาร์ทราคาเริ่มต้นที่ 500++ บาท/จาน ให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้-วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562

ตามไปเอร้ดอร่อยกับเมนูปูขนได้ที่ ห้องอาหาร ซิลค์ โร้ด ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวัน11:30-14:30 น. มื้อค่ำ 18:00-22:30 น. สำรองที่นั่งโทร. 02 650 8800

6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือน “ไต้หวัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/604230

  • วันที่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือน "ไต้หวัน"

Travel Destination การท่องเที่ยวไต้หวันแนะนำ 6 จุดเที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือนไต้หวัน

“ไต้หวัน” ถือเป็นอีกหนึ่ง Travel Destination ที่หลายคนฝันว่าจะต้องไปสักครั้ง เพราะเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม มีอารยธรรม มีอาหารการกินเลิศรสที่ถูกปากคนไทย รวมถึงมีธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ประเทศไต้หวันเป็นที่รักและเป็นหนึ่งในแผนท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักเดินทาง ดังนั้น ใครที่เตรียมตัววางแผนจะไปลุยประเทศไต้หวันต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางการท่องเที่ยวไต้หวันประจำประเทศไทย  แนะนำ 6 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดเมื่อเยือนไต้หวัน

เริ่มต้นที่ “ตึกไทเป 101” แลนด์มารค์จุดแรกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงไต้หวัน เพราะตึกไทเป 101 ถือเป็นตึกที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าใจกลางเมืองไทเป และเป็นศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งสุดหรู จำหน่ายของที่ระลึก สินค้าแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือ จุดชมวิวบนยอดตึก สามารถขึ้นไปชมความสวยงามของเมืองไทเปแบบ 360 องศา เรียกได้ว่าไปเที่ยวถึงไทเปทั้งที ไม่เช็คอินที่ตึกนี้เหมือนมาไม่ถึงเลยก็ว่าได้

ต่อด้วย “อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก” อีกสถานที่แนะนำสัญลักษณ์ของเมืองไทเป แหล่งรวบรวมความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งอยู่ตรงกลางจตุรัสเสรีภาพ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ มีสวนที่ตกแต่งและออกแบบให้มีกลิ่นอายสไตล์แดนมังกร อาคารประดิษฐานรูปปั้นของท่านเจียง ไคเชก บุคคลสำคัญที่นำพาไต้หวันมาถึงทุกวันนี้ แถมที่นี่ยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวเดินชิลๆ ชมธรรมชาติ และถ่ายรูปบันทึกความทรงจำไว้หลายจุดอีกด้วย

“หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น” สถานที่เที่ยวยอดฮิต เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนภูเขาที่อยู่ริมทะเลในเขตเมืองนิวไทเป โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามที่ต้องไปสัมผัสด้วยสายตาของตัวเอง บรรยากาศจะมีความคล้ายกับหมู่บ้านชนบทของประเทศญี่ปุ่น แต่เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้คือ อาคารไม้โบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส อีกทั้งตลอดทางเดินถูกตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟจีนสีแดง มีร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงโรงน้ำชาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิล จะมาช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นก็ได้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

ส่วนสายกินห้ามพลาด “ตลาดกลางคืนซื่อหลิน” ตลาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทเป สามารถออกมาเดินเล่นสบายๆ ได้ในยามค่ำคืน ที่สำคัญคือมีอาหารแนวสตรีทฟู้ดสไตล์ไต้หวันให้เลือกอิ่มท้องกว่า 100 ร้านค้า ในราคาเบาๆ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านรวงจิปาถะ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของฝากต่างๆ

ปิดท้ายเอาใจสายมูที่ “วัดหลงซาน” วัดเก่าแก่ชื่อดังของไต้หวันที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีชื่อเสียงในเรื่องการขอคู่ครอง และยังได้รับความนิยมด้านเครื่องรางต่างๆ อีกด้วย ภายในมีเทพเจ้าหลายพระองค์ รวมถึงเทพเจ้าเฒ่าจันทรา ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีน หากคนโสดได้มากราบไหว้ขอพรในเรื่องความรักด้วยการบูชาด้ายแดงจะประสบความสำเร็จพบกับรักแท้ที่ตั้งใจไว้

 “วัดหนานคุนเซินไต้เทียน” วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไต้หวัน ทางเข้าวัดมีซุ้มประตูสวยงามยิ่งใหญ่ ภายในอาคารมีการตกแต่งอย่างสวยงามและเป็นที่ประทับของ “เทพเจ้า 5 พระองค์” หรือที่เรียกรวมกันว่า “อู่ฟู่เซียนสุ้ย” (โหงวหวังเอี้ย) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไต้หวัน ได้แก่ เทพเจ้าหลี่หู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าฉือหู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าอู๋หู่เซียนสุ้ย เทพเจ้าจิวหู่เซียนสุ้ย และเทพเจ้าฟางหู่เซียนสุ้ย ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวไต้หวัน เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ทั้ง การงาน การเงิน ความเจริญรุ่งเรือง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น

สำหรับใครกำลังมีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน ทางศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำประเทศไทย จัดงาน “All around Taiwan 2019” เอาใจคนรักประเทศไต้หวัน รวมความเป็นไต้หวันครบจบในที่เดียว ภายในงานได้จำลองบรรยากาศ “เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น” แลนด์มาร์คยอดฮิตมาให้ได้แชะแอนด์แชร์ รวมถึงได้อันเชิญเทพเจ้า 5 พระองค์ “อู่ฟู่เซียนสุ้ย” มาให้สักการะขอพร พร้อมบูธร้านอาหารและของฝากจากไต้หวันให้เลือกช้อป ชิม กว่า 30 ร้านค้า และสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปทำของที่ระลึกสไตล์ไต้หวัน พลาดไม่ได้กับแพคเกจทัวร์ไต้หวันราคาสุดคุ้ม ราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท จากบริษัททัวร์ชั้นนำ ผู้ที่สนใจร่วมงานได้ฟรี  ตั้งแต่วันที่ 25-31 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ลานกิจกรรมโอโซนสแควร์ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/thanyapark

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602439

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 13:30 น.

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ไปชมความสด ชิมรสชาติอันหลากหลาย ในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ที่ร้าน Shinsen Fish Market @สุขุมวิท 39

วันนี้ก่อนไปชมเมนูและลิ้มรสชาติอาหาร ทีมงานพา Posttoday เซอร์เวย์ชมความพีคในพีคซึ่งมีอยู่จริงที่ ร้าน Shinsen Fish Market ในซอยสุขุมวิท 39 กับ 5 สิ่งต้อง(ห้าม)พลาด เริ่มจากการเล่าถึง Shinsen Fish Market ว่าเป็นตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผสมผสานระหว่าง Market และ Restaurant (ร้านอาหาร) เข้าด้วยกัน ตกแต่งในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ผสมผสานเอกลักษณ์ของ Industrial Loft ภายในบริเวณกว่า 3,800 ตารางเมตร

ที่นี่พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนที่มาเยือนได้เพลิดเพลินกับของทะเลเป็นๆ สดๆ และอาหารญี่ปุ่นกว่า 300 เมนู ใน 20 หมวดอาหารญี่ปุ่น ซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำข้าจากทั่วโลก พร้อมมีให้เลือกสรรตั้งแต่ในราคาที่จับต้องได้ไปจนถึงสินค้าพรีเมี่ยมสุดๆ แบบที่ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เช่น ปูทาระบะ (Live Taraba King Crab) หอยเชลล์ฮอกไกโดโฮตาเตะ (Live Hokkaido Hotate) หอยเม่น (Live Uni) กุ้งล็อบสเตอร์ (Live Canadian Lobster) เป็นต้น รวมถึงความสดของปลาหลากหลายชนิดตามฤดูกาลที่ญี่ปุ่น ซึ่งการนำเข้าปลาเหล่านี้เกิดจากการร่วมมือกับ partner ที่ญี่ปุ่นประสบการณ์กว่า 35 ปี การันตีด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับจากจากเชฟญี่ปุ่น ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และโรงแรมระดับ Hi-end ในประเทศญี่ปุ่นอย่างมากมาย ด้วยความสดและคุณภาพของปลาที่นำเข้าจากท่าเรือประมงทั้งหมด 8 แห่งภายใต้เครือของบริษัท เชื่อมต่อตั้งแต่ Hokkaido ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงทางใต้ของ Kagoshima นำเข้าสัปดาห์ละ 5 ครั้ง

ทุกความอร่อยสร้างสรรค์โดยเชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่น ประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งจากในประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทย พร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารในรูปแบบครัวเปิด ที่คุณสามารถมองเห็นบรรยากาศ พูดคุย และรับชมวิธีการปรุงอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างใกล้ชิด ความพิเศษถัดมา คือทุกๆ 2 เดือน เราจะได้พบกับวัตถุดิบพิเศษและเมนูพิเศษตรงตามเทศกาลที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีส่วนของ supermarket ที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทานเล่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไอศกรีม และวัตถุดิบการปรุงอาหารต่างๆ ให้เลือกสรรไม่แพ้ supermarket ชั้นนำ

สำหรับเมนูสุดอลังที่มาแล้วอยากให้สั่งต้อง Nijo Sashimi Set (2,590 บาท) เซ็ตนี้เหมือนได้กินครบทั้งมหาสมุทร สัมผัสมิติแห่งรสชาติอันหลากหลายกับปลาดิบยอดนิยมกว่า 16 ชนิด ตั้งแต่ Hon Maguro Otoro, Hon Maguro Chutoro, Hon Maguro Akami, Salmon, Salmon Harasu, ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 1 ชนิด, Shime Saba, Hokkaido Hotate Maki, Ama Ebi, Hokkigai, Kani Kamaboko, Aori Ika, Uni และ Ikura

ตามด้วย Shinsen Sushi Set (2,290 บาท) ซูชิยอดนิยม 20 คำที่ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสความหวาน สด ใหม่ พร้อมคุณภาพของวัตถุดิบ ความใส่ใจ และความพิถีพิถันจนกลายเป็น Signature Menu จัดเต็มทั้ง Hon Maguro Otoro, Chutoro, Akami, Salmon, Salmon Harasu, Foie Gras, Unagi, Anago, Engawa, Hokkaido Hotate, Hokkigai, Hamachi, Shime Saba ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 3 คำ, Uni Gunkan, Kani Miso Gunkan, Ikura Gunkan, Negitoro Gunkan

ต่อกันที่ Grilled Taraba Kanimiso (460 บาท) มันปูย่างรสเข้มข้น หอม มัน ที่มีให้ทานแบบนี้ที่เดียวในประเทศไทย เพราะใช้มันปูจากปูทาระบะตัวเป็นๆ มาผสมกับมันปูสูตรพิเศษ และปรุงรสจนกลายเป็น Kanimiso สูตรเฉพาะของตลาดปลา รับรองว่าไม่มีใครเหมือน เพลิดเพลินกับความอร่อยนี้ด้วยการนำมาย่างให้มันปูเดือดปุดๆ บนเตาส่งกลิ่นหอมตรงหน้า เพิ่มความสุขในมื้อนี้เมื่อทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ หรือจัดใหญ่กับเมนูข้าวคลุกมันปู ออนท็อปด้วยแซลมอน อูนิ ไข่กุ้ง ทุกคำหอมล้ำๆ กับมันปู อู้หู้ววว…ฟิน

อีกเมนู Signature ที่ใครมาก็ต้องสั่งและประทับใจกับความใหญ่ สด จุใจ เพราะรวมความอร่อยจากทะเลถึง 5 อย่างย่างมาแบบสุขกำลังดีกับ Mixed Grilled Seafood Platter (2,390 บาท) สัมผัส Lobster, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ, ปลาหมึก และหอยหวาน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสจัดจ้านแบบไทยติดใจไปตามๆ กัน

ด้านสาวกหอยไม่ต้องน้อยใจ จัดใหญ่ไปกับเมนู Tsubugai Market Price (ไม่เท่ากันแต่ละวัน) หอยสังข์ญี่ปุ่น ด้วยเอกลักษณ์รูปทรงที่แตกต่างจากหอยชนิดอื่น จึงทำให้ Tsubugai เป็นที่นิยม โดยลักษณะของเนื้อหอยชนิดนี้จะมีความนุ่มกว่า Awabi หรือหอยเป่าฮื้อ และมีความหอม หวาน ในการทานหอยชนิดนี้คนญี่ปุ่นนิยมทานซาซิมิ หรือซูชิ เพื่อลิ้มรสความหวาน หอมของหอยชนิดนี้ ซึ่งเทคนิคการแล่หอยชนิดนี้ให้อร่อย จะต้องแล่ให้บางที่สุด ต่อที่ Kaki (market price) หอยนางรมญี่ปุ่นที่ส่งตรงถึงไทยวีคละ 5 ครั้ง เอร็ดอร่อยไม่ยั้งกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะ หรือจะลิ้มลองความอร่อยคู่กับน้ำจิ้มพอนสึในสไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่นประจำตลาดปลารังสรรค์ก็ฟินไม่ต่างกั

ปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาล (Special menu for Ebi Festival) กับเมนู Volcano Maki (390 บาท) จุใจกับความใหญ่ของ Maki หรือ Roll ไส้กุ้งเทมปุระคำโต สอดไส้ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความใหญ่ด้วยกุ้งลวกอีกหนึ่งชั้น เสริมรสชาติให้ปะทุในปากเหมือนภูเขาไฟด้วยกากเทมปุระ ไข่ Tobiko ราดด้วยซอสมาโยและซอสเทริยากิอร่อยฟินครบรส

ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมลิ้มลองความอร่อยสุดพลัง และความสดใหม่แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ได้ที่ร้าน Shinsen Fish Market ตลาดปลาแห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-260-6522 ติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่ FB / IG: shinsenfishmarket

Shiso Homu @The Jas Ramintra จัดเสิร์ฟความสดหมดหน้าตัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596293

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 09:30 น.

Shiso Homu @The Jas Ramintra จัดเสิร์ฟความสดหมดหน้าตัก

 

Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ) ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดอบอุ่นสไตล์คาเฟ่ เมนูครบจบทุกความต้องการ เลือกได้ทั้ง A La Carte และ Buffet พร้อมสารพันความอร่อยแบบพรีเมี่ยมในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง

วันนี้พาออกห่างความวุ่นวาย เดินทอดกายที่ The Jas Ramintra ศูนย์การค้าย่านรามอินทรา แหล่งรวมร้านอาหารมีสไตล์ ส่วนร้านที่ไปแล้วต้องแวะคือ “Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ)” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คาเฟ่ ดูอบอุ่นแม้ไม่คุ้นเคย โดดเด่นด้านอาหารญี่ปุ่นแนวฟิวชั่นและวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม แถมหมดห่วงเรื่องราคาเพราะว่าไม่แพง ที่สำคัญร้านนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบ A La Carte และ Buffet แซลมอนนอร์เวย์สดๆ อิ่มจุกๆ ราคาโดนๆ เพียง 499 / 799 บาท++ ในเวลา 90 นาที

เปิดประตูเข้าสู่ร้านรู้สึกเหมือนเข้ามาในบ้านไม้ สัมผัสกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นสมชื่อ Homu ที่แปลว่า “บ้าน” ด้านการตกแต่งเลือกใช้วัสดุไม้โทนสีอ่อนหยอกล้อกับแสงไฟวอร์มไลท์บรรยากาศสบายๆ มีบริการทั้งโต๊ะใหญ่สำหรับคนที่มาเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว หรือนั่งกินแบบส่วนตัวที่เคาน์เตอร์บาร์ เพลิดเพลินเกินบรรยายกับความพิถีพิถันสรรค์สร้างเมนูแบบใกล้ชิดติดขอบ

ประเดิมความอร่อยเรียกน้ำย่อยด้วย Hotate Salmon Roll (249 บาท) หอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวโตๆ วางบนแซลมอนโรลล์เบิร์นไฟหอมๆ ท็อปด้วยไข่กุ้ง ราดด้วยซอสญี่ปุ่นและงา เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยแป้งเทมปุระทอดกรอบ แนะนำให้กินครบทุกอย่างในคำเดียวแล้วเคี้ยวแบบฟินๆ

ต่อที่ Set Menu คุ้มค่าคุ้มราคาอย่าง Salmon Three Don Set (275 บาท) ข้าวหน้าแซลมอน 3 อย่าง 3 ฟิล ทั้งแซลมอนสับ สด และเบิร์นไฟ โรย Ikura หรือไข่ปลาแซลมอนตู้มๆ อิ่มเต็มคำ ตามด้วย Bara Chirashi Onzen Set (325 บาท) ข้าวหน้าปลาดิบรวมพร้อมไข่ออนเซ็น รวมวัตถุดิบที่มีทั้งหมด อาทิ Hamachi Salmon Akami Kani ไข่หวาน ไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซุปมิโซะ สลัด กิมจิ และชาเขียวร้อน/เย็น

เอาใจคนรักเนื้อด้วยเมนูกระทะร้อน Wagyu Steak Set (455 บาท) เนื้อวากิวนำเข้า (A4) มีมันแทรก รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟในกระทะร้อนๆ ส่วนคนรักเส้นห้ามพลาด Kastu Kara Udon/Soba Set (199 บาท) หมูทงคัตสึทอดกรอบราดด้วยซอสแกงกะหรี่ร้อน กินคู่เส้นนุ่มหนึบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ได้อรรถรสครบทั้งความหอมของเครื่องเทศและความกลมกล่อมลงตัว

ปิดท้ายด้วยเมนูใหม่อย่าง Kani Shiso Ikura ลิ้มรสสุดละมุนกับข้าวญี่ปุ่นคลุกมันปู โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง ได้รสเค็มๆ มันๆ ตัดเลี่ยนด้วยโรลล์แตงกวากรุบกรอบ และเมนู Spider Salad สลัดผักไฮโดรโปนิกส์และปูนิ่มทั้งตัวทอดจนกรอบ อัพความอร่อยด้วยสาหร่ายไคโซสีเขียว-แดง ราดน้ำสลัด Shiso สูตรลับเฉพาะของทางร้านที่รับรองว่าถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน

ตามไปชิมอาหารญี่ปุ่นสดๆ รสชาติเริ่ดๆ โปรโมชั่นฟินๆ ในบรรยากาศดีๆ หนีรถติด ได้ที่ร้าน Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ) ตั้งอยู่บนชั้น 2 โครงการ The Jas Ramintra ถ.ลาดปลาเค้า ร้านเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-22.00 น. มีบริการเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้าน ทั้งสั่งผ่าน line man / lalamove สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-010-0126