Nippon Kai Market เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นราคาเบาๆ เอาใจเจแปนีสเลิฟเว่อร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596460

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

Nippon Kai Market เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นราคาเบาๆ เอาใจเจแปนีสเลิฟเว่อร์

Nippon Kai Market ยกมหาสมุทรมาไว้ในพารากอน จะกินตอนไหนก็สู้ไหว เพราะมาในราคาที่จับต้องได้

ร้านนี้ถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนยกความสดใหม่ของตลาดปลาที่ท่าเรือประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในห้างใจกลางกรุง จรุงจิตจรุงใจแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงแดนปลาดิบ แถมมีให้เลือกนั่งได้ 2 โซน 2 อารมณ์ สำหรับร้าน Nippon Kai Market (นิปปอน ไกด์ มาร์เก็ต) ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสยาม พารากอน ชั้น G

สำหรับคอนเซ็ปต์ร้านที่ยกความสดของมหาสมุทรมาขึ้นห้างนี้ มีที่มาจากการที่เจ้าของร้านเป็นเจ้าของกิจการนำเข้าของสด อาหารทะเลสดจากต่างประเทศ แล้วอยากนำของดีที่มีมาเนรมิตเป็นเมนูอาหารอันโปรดปรานจัดเสิร์ฟให้ลูกค้าได้รับประทาน พิเศษที่หน้าร้านในสยาม พารากอน จะมีขายทั้งอาหารทะเลสดทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พร้อมละลานตากับเมนูอาหารแดนอาทิตย์อุทัย ที่ซื้อกลับไปปรุงที่บ้าน ทานที่บ้าน หรือจะนั่งกินที่ร้านก็มีให้เลือก 2 โซน โดยแยกอออกเป็นโซนครัวร้อน ที่จะมีเมนูราเมน ข้าวหน้าต่างๆ ซูชิ ข้าวปั้น ทเป็นต้น และอีกโซนที่เราอยากแนะนำให้ไปคือโซนของอาหารสดที่จะตั้งอยู่ในบริเวณ กรูเมต์ มาร์เก็ต ที่จะมีเมนูอาหารแบบฟิวชั่นรสชาติอร่อย หน้าตาอาหารสวยงามจนต้องถ่ายรูปรัวๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิโรลล์ ซาซิมิ รวมถึงเมนูเพื่อสุขภาพอย่างสลัดและยำ

เปิดมาด้วยเมนูแรกที่เสิร์ฟมาพร้อมความอลังการกับ Sashimi Mori Toku Joe (1,500 บาท) ซาชิมิใหม่สดสะอาด ชิ้นใหญ่เต็มคำ พาเหรดของดีมาทั้งหมด 7 อย่าง อาทิ แซลมอน ฮามาจิ บลูฟิน หอยเชลล์ญี่ปุ่น หอยปีกนก และกุ้ง ท็อปด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์และไข่ปลาแซลมอน ทานเรียงสเต็ปจากปลาเนื้อขาว แดง ส้ม เริ่มด้วยรสสัมผัสบางๆ ตามด้วยเนื้อแน่นๆ เพิ่มมิติด้วยมันแทรก ตบท้ายด้วยหอยและกุ้ง เป็นเมนูที่สั่งมาทานแล้วได้ทานครบจบในเซ็ตเดียว

ถัดมาเป็นเมนูที่อยากแนะนำสุดๆ คือ Engawa Lover Set (550 บาท) ซูชิ 4 คำ 4 รสชาติ ใน 1 เซ็ต คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มกับข้าวปั้นหน้า Engawa ท็อปด้วยวัตถุดิบไม่ซ้ำกันถึง 4 หน้า โดยเริ่มจากท็อปส้มยูซุและพริกดอก เปรี้ยวนิดเผ็ดหน่อย ต่อด้วยท็อปพอนสึซอสญี่ปุ่นเปี้ยวเค็ม เพิ่มความเข้มข้นกับคำต่อไปด้วยอูนิ และตบท้ายด้วยท็อปของไข่ปลาแซลมอน ก่อนทานห้ามพลาดที่จะจิ้มเกลือที่โรยมารอบๆ จานเพราะนั่นคือเกลือหิมาลัย

 

ฟิวชั่นให้สุดกับสารพัดโรลล์ อาทิ Dragon Roll (320 บาท) โรลล์ฟิวชั่นถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ จัดมาทั้ง ชีส อะโวคาโด้ ไข่หวาน ปูอัด เต็มคำกับปลาไหลญี่ปุ่นย่างกลิ่นหอมยั่วๆ ราดซอสปลาไหลรสหวานกลมกล่อม ส่วนที่ทุกโต๊ะต้องสั่งยกให้ Spicy Salmon Roll (ราคาช่วงโปรโมชั่นเพียง 160 บาท++)

ส่วนใครที่กำลังลดน้ำหนักละก็ ทางร้านมีเมนู Seafood Salad (420 บาท) สลัดที่รวมปลาดิบทุกชนิด กับผักสดแน่นๆ เรียกว่าอิ่มจุใจจนลืมไปเลยว่ากำลังทานสลัด แต่ถ้าอยากได้แซ่บๆ รสชาติจัดจ้านขึ้นมาหน่อยสั่ง Salmol Yum (290 บาท) นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูยำให้เลือกอีกมากมาย เช่น ยำแซลมอน ยำหนวดปลาหมึกยักษ์ ที่การันตีว่าดีงามอร่อยเด็ดไม่แพ้กัน

มื้อนี้ยังมีสเปเชียลเมนูกับซูชิสุดฟิน สเปเชียลเอบิ ซูชิกุ้ง ฟัวกราส์ ครีบปลาตาเดียว ฉ่ำเรดไวน์ซอส เพิ่มความสดชื่นด้วยกีวี่ มีส้มและเชอร์รี่ตัดเลี่ยน ตบท้ายด้วยไข่ปลาบินฟินๆ ยั่วๆ แชะภาพสวยอย่าบอกใคร

ตามไปสัมผัสความฟินแบบนี้ได้ที่ร้าน Nippon Kai Market สยาม พารากอน ชั้น G เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-610-7622

50 เสน่ห์แห่งรสชาติแปลกใหม่เคล้ากลิ่นอายตะวันตก ผสานรสชาติตะวันออก สองความต่างที่ลงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603903

  • วันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

50 เสน่ห์แห่งรสชาติแปลกใหม่เคล้ากลิ่นอายตะวันตก ผสานรสชาติตะวันออก สองความต่างที่ลงตัว

ร่วมดื่มด่ำเสน่ห์แห่งรสชาติอาหารจานใหม่ จากโคสต์ บีชคลับและบิสโทร ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ หัวหิน

กลายเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมสุดสร้างสรรค์ ด้วยห้องอาหาร โคสต์ บีชคลับและบิสโทร และทีมคัลลินารีมากฝีมือ ขอต้อนรับช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาวในเดือนตุลาคมด้วยรายการอาหารจานใหม่ที่สร้างสรรค์ประจำปีนี้ เพื่อมอบ 50 เสน่ห์แห่งรสชาติแปลกใหม่ เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออกอย่างลงตัว พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ห้องอาหาร โคสต์ บีชคลับและบิสโทร ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เชิญทุกท่านสัมผัส 50 เสน่ห์แห่งรสชาติ จากรายการอาหารเมนู อะ ลา คาร์ท (à la carte) ที่สร้างสรรค์ใหม่ประจำปีนี้ด้วยหลากหลายวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออกไว้อย่างลงตัวให้ทุกท่านได้ลองรับประทาน

เริ่มต้นประสบการณ์รับประทานอาหารเปี่ยมเสน่ห์ จากอาหารเรียกน้ำย่อยจานเด่น อาทิ เซบิเช่ ทอสทาดา (Tuna Ceviche Tostadas) อาหารว่างสไตล์เม็กซิกันที่เชฟนำเสนอความสดใหม่ของปลาทูน่าเนื้อนุ่ม ควบคู่รสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งจากแป้งตอร์ติญ่าบางกรอบขนาดพอดีคำ อโวคาโดเขียวสดเนื้อฉ่ำ พริกฮาลาพินโญ่เผ็ดร้อนจัดจ้าน ก่อนตัดรสชาติด้วยมะนาวสดและซอสสูตรพิเศษชวนอร่อยแบบไม่ซ้ำใคร สลัดมะเขือเทศและชีสบูราต้า (Heirloom tomato salad with Burrata) อร่อยชุ่มฉ่ำรสหวานอมเปรี้ยวจากสลัดมะเขือเทศหลากสีชวนรับประทาน เคียงน้ำสลัดบัลซามิกสูตรเฉพาะที่สร้างสมดุลแห่งรสชาติแก่ชีสบูราต้าเข้มข้นแต่มอบความละมุนลิ้น ที่เสิร์ฟเคียงมาในจานอาหารนี้ได้เป็นอย่างดี

ต่อเนื่องในเสน่ห์แห่งรสชาติด้วยอาหารจานหลักหลากหลายรูปแบบ ทั้งสปาเก็ตตี้ทะเลครีมซอสไวน์ขาว จานคลาสสิกด้วยเส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่ม เคียงหอยทะเลตัวโตเนื้อแน่นนานาชนิดในซอสครีม ที่ได้รสชาติกลมกล่อมจากไวน์ขาวฝรั่งเศสและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแซฟฟรอน เพิ่มความลงตัวให้จานนี้อย่างดีเยี่ยม สเต็กปลากะพงสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เนื้อปลากะพงขาวชิ้นโต หวานแน่นความสดใหม่ ที่เสิร์ฟบนความสดชื่นของสลัดมะเขือเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนแสนสดชื่นและไมโครกรีนหลากสี ก่อนเพิ่มมิติรสชาติด้วยสลัดรสชาติแบบยำไทย เป็นจานอาหารแสนอร่อยสำหรับทุกคน

หรือหากคุณหลงใหลในเสน่ห์ของสเต็กชิ้นโต โคสต์ บีชคลับและบิสโทร ขอแนะนำ สเต็กเนื้อวัวแองกัส ที่เน้นเนื้อสันในส่วนเทนเดอร์ลอยน์ (Tenderloin) จากประเทศออสเตรเลียที่นุ่มอร่อย เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงรสเยี่ยม อาทิ มันฝรั่งอบเนยทรัฟเฟิล สลัดมะเขือเทศและเห็ดนานาชนิด เคียงซอสรสเข้มข้นที่ผสานกลิ่นอายตะวันออกด้วยรสอันโดดเด่นของผลเก๋ากี้ดำ หรือ โกจิเบอร์รี (Goji Berry) มากสรรพคุณ พลางลิ้มลองเมนู พิซซ่ากะเพราไก่ไข่ดาว แสนคลาสสิคแต่เต็มไปด้วยรสชาติที่แปลกใหม่จากซอสพิซซ่าสูตรกะเพราเข้มข้นที่มีที่โคสต์เท่านั้น ก่อนปิดท้ายมื้อพิเศษในครั้งนี้ด้วย หนึ่งในเมนูของหวานสุดอลังการที่เชฟภูมิใจนำเสนอ เฟลม ช็อคโกแลต โรมานอฟ ที่เสิร์ฟพร้อมเปลวไฟสุดอลังการจาก แอบแซงธ์ ทรงพลัง มอบความนุ่มลึกของรสชาติ ให้แก่ ไอศกรีมวานิลลา สตรอว์เบอร์รี โรมานอฟ และ ช็อคโกแลตบอล ในเมนูนี้ได้เป็นอย่างดี

พลาดไม่ได้กับประสบการณ์การรับประทานครั้งใหม่ที่เปี่ยมเสน่ห์แห่งรสชาติ จากเมนูจานเด่น กว่า 50 รายการ สร้างสรรค์เป็นพิเศษโดยทีมคัลลินารีมากฝีมือแห่งห้องอาหาร โคสต์บีชคลับและบิสโทร ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ที่พร้อมมอบความแปลกใหม่ในวงการอาหารเมืองหัวหิน พลางแบ่งปันเรื่องราวและเสียงหัวเราะกับเพื่อนหรือคนรัก ท่ามกลางสายลม แสงแดด ดวงดาวและเกลียวคลื่น

“50 เสน่ห์แห่งรสชาติ” ให้บริการสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ณ ห้องอาหารโคสต์บีชคลับและบิสโทร โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ในราคาเริ่มต้น 140++ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 0 3251 2021-38

The Faces Gallery & Gastro Bar ชิมเมนูฟิวชั่นสุดตื่นตา ชื่นอุรากับศิลปะล้ำค่าน่าอภิรมย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/598084

  • วันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 14:40 น.

The Faces Gallery & Gastro Bar ชิมเมนูฟิวชั่นสุดตื่นตา ชื่นอุรากับศิลปะล้ำค่าน่าอภิรมย์

ใครมีแพลนขึ้นเหนือแอ่วเมืองเชียงใหม่ ลิสต์ร้านนี้ไว้ไม่ผิดหวัง “The Faces Gallery & Gastro Bar” หลบมุมซุ้มเมืองโบราณ ชิมอาหารรสดี เต็มอิ่มอาหารตา ชื่นอุรางานศิลป์

มีโอกาสไปเยือนเชียงใหม่หลายครั้ง แต่ละครั้งก็มักได้รับความประทับใจกลับมาในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งคราวนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ได้อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารฟิวชั่น คั่นด้วยเสียงน้ำตก หลบร้อนที่มุมเมืองลึกลับที่รายล้อมด้วยศิลปะโบราณท่ามกลางต้นไม้สุดร่มรื่น ของร้าน The Faces Gallery & Gastro Bar (เดอะ เฟสเซส แกลอรี่ แอนด์ กาสโทร บาร์)

ร้านนี้อยู่ใกล้ประตูเชียงใหม่ เพียงแค่ 200 เมตร สังเกตป้ายร้านง่ายๆ เดินเข้าซอยนิดเดียวก็จะมองเห็นซุ้มประตูหน้าร้านที่ทำจากอิฐมอญฟิลเมืองโบราณตั้งตระหง่านทางขวามือ เดินเข้ามาภายในสัมผัสกับความมีเสน่ห์ผสานมนต์ขลังอารยธรรมเก่าแก่เหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปอยู่ในอาณาจักรขอมโบราณ ตื่นตาไปกับงานศิลปะ เทวรูป และประติมากรรมฝาผนัง

ด้านอาหารและเครื่องดื่มจัดเต็มไม่น้อยหน้าด้วยเมนูฟิวชั่นที่เสิร์ฟมาหรูหราน่าลั่นชัตเตอร์ เริ่มด้วยเครื่องดื่มดับร้อนอย่าง เปปเปอร์มิ้นต์โซดา (85 บาท) สดชื่น หอม หวาน เย็น สมเป็นเปปเปอร์มิ้นต์ ตามด้วย สตรอเบอร์รี่สมูทตี้ (120 บาท) แก้วนี้เปรี้ยวหวานกลมกล่อม ยังมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร อาทิ น้ำส้ม สับปะรด มะม่วง เสาวรส มะตูม อัญชันน้ำผึ้งมะนาว

ด้านเมนูเรียกน้ำย่อยแนะนำเป็น สะเต๊ะไก่ (150 บาท) ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศมาแต่ไกล สำหรับไก่สะเต๊ะย่างร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับข้าวหมกไก่ อาจาด และน้ำจิ้ม ต่อด้วย เมี่ยงปลาทอด (220 บาท) เมนูที่ประยุกต์มาจากอาหารไทยโบราณ เนื้อปลาชุบแป้งทอดกรอบเสิร์ฟคู่ใบชะพลูและน้ำเมี่ยงสูตรพิเศษของร้าน ใครชอบรสจี๊ดจ๊าดขึ้นมาหน่อยต้อง สลัดยำทูน่า (160 บาท) สลัดผักไฮโดรโปนิก ท็อปด้วยปลาทูน่า ราดน้ำสลัดสไตล์ยำไทยให้รสเผ็ดเปรี้ยวหวานลงตัว

ต่อที่ สปาเก็ตตี้เขียวหวานทะเล (220 บาท) เมนูเส้นเหนียวหนึบคลุกเคล้าน้ำแกงเขียวหวานของไทย ใส่ซีฟู้ดไซส์บิ๊กทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้ง ปลาหมึก เนื้อปลา หรือจะลองเป็นสปาเก็ตตี้ขี้เมา สปาเก็ตตี้ต้มยำ ทางร้านนี้ก็มีให้เลือก ส่วนคนชอบพิซซ่าแป้งบางกรอบต้องร้องว้าวกับ The Faces Pizza (420 บาท) พิซซ่าอบเตาฟืนหน้าตาดีมีทั้งพาร์ม่าแฮม สโมกแซลมอน ไข่ ผักร็อกเก็ต มะกอกดำ มอสซาเรลล่าชีส มาสคาโปนชีส ซอสมะเขือเทศ นอกจากนี้ ยังมีพิซซ่าหน้าต่างๆ อาทิ พิซซ่านาโปลี ซาลามี่ ไส้กรอกรมควัน แฮมเห็ด นูเทลล่า

ปิดท้ายด้วยเมนูสายเลือดไทยอย่าง ต้มข่าไก่ ต้มยำเห็ด ต้มยำทะเลน้ำไส-น้ำข้น ส่วนที่ถูกใจคนรีวิวยกให้ แกงคั่วหอยขมใบชะพลู (200 บาท) แกงไทยในตำนานที่หาทานรสอร่อยแบบนี้มีไม่กี่ร้าน ด้วยน้ำแกงคั่วที่เข้มข้น ขลุกขลิก หอม เผ็ดนิดหน่อย อร่อยหนุบหนับกับเนื้อหอยขมที่ใส่มาเยอะสมราคา กินกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากั๊นเข้ากัน

ตามมาเช็กอินเพื่อพิสูจน์ความฟินแบบนี้ ได้ที่ร้าน The Faces Gallery & Gastro Bar ตั้งอยู่ที่ราชมรรคา ซอย 6  เทศบาลนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ร้านเปิดทุกวัน เวลา 13.00-22.00 น. โทร. 089-009-6969

6 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ กับวัฒนธรรมการดื่มอันมีเอกลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603692

  • วันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 07:20 น.

6 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ กับวัฒนธรรมการดื่มอันมีเอกลักษณ์

เป็นที่ทราบกันดีว่า กาแฟคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของโลก เราจึงขอเอาใจคอกาแฟที่ชอบท่องเที่ยว ด้วยการคัดสรร 6 ประเทศทั่วโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอันมีเอกเอกลักษณ์ มาเป็นไอเดียเพิ่มพลังระหว่างท่องเที่ยว

อิตาลี

เมื่อพูดถึงกาแฟก็ต้องเริ่มที่อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสมัยใหม่มาก เริ่มจากกาแฟลิงโก้ (lingo) เช่น คาปูชิโน่ ลาเต้ และมัคคิอาโต ไปจนถึงกาแฟลุงโก้ (lungo) หรือกาแฟสไตล์อิตาลีที่ทำจากเครื่องชงเอสเปรสโซ่และมีน้ำเป็นส่วนผสมมากกว่ากาแฟลิงโก้ คนอิตาลีมีวิธีการดื่มกาแฟที่น่าสนใจ โดยพวกเขาจะดื่มกาแฟที่บ้าน และถือว่านมมีไว้สำหรับมื้อเช้าและนักท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นถ้าสั่งลาเต้ตบท้ายมื้อกลางวัน คนขายอาจจะมองคุณแปลกๆ สักหน่อย เพราะปกติแล้วหลังจากเวลาเที่ยงวัน หากอยากดื่มกาแฟ คนอิตาลีจะดื่มแต่เอสเพรสโซเท่านั้น

การซื้อกาแฟแบบกลับบ้าน (take away) อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศอื่นๆ แต่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาเลียนจะต่างออกไปเล็กน้อย โดยมักไปดื่มกาแฟกันที่บาร์ และอุณหภูมิของกาแฟก็จะต่ำกว่าของกาแฟในประเทศอื่นเล็กน้อย เหมาะสำหรับยกดื่มทันที แล้วก็จ่ายเงินเดินออกไปทำธุระของตัวเองต่อเลย

อาจจะยากสักหน่อยที่จะตัดสินว่ากาแฟจากที่ไหนในอิตาลีดีที่สุด แต่เมืองตูริน (Turin) บ้านเกิดของแบรนด์ Lavazza และเมืองทรีเอสเต้ (Trieste) บ้านเกิดของแบรนด์ Illy นับเป็นสองเมืองที่มีชื่อเสียงมากเรื่องกาแฟ สำหรับที่พักในเมืองทางเหนือติดเทือกเขาแอลป์อย่างตูริน ที่มีพิพิธภัณฑ์ Lavazza อโกด้าขอแนะนำโรงแรม NH Torino Santo Stefano (https://www.agoda.com/nh-torino-santo-stefano/hotel/turin-it.html?site_id=1811392) ส่วนที่พักในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือติดทะเลอย่างทรีเอสเต้ ขอแนะนำโรงแรม Hotel Continentale (https://www.agoda.com/hotel-continentale/hotel/trieste-it.html?site_id=1811392) ไม่ไกลจากโรงงาน Illy Caffe สถานที่ประดิษฐ์เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติเครื่องแรก ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชมในวันธรรมดา

ฟินแลนด์

มาเที่ยวฟินแลนด์ทั้งที คอกาแฟไม่ควรพลาด kaffeost หรือกาแฟชีส หนึ่งในเมนูสุดคูลที่คนนอร์ดิก (Nordic) สร้างสรรค์ขึ้นมาจากความคิดที่ว่า จะเป็นยังไงถ้าจุ่มก้อนชีสลงไปในกาแฟ

ด้วยความที่อาหารฟินแลนด์และอาหารสวีเดนทางเหนือเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มข้น รวมถึงให้เนื้อสัมผัสแบบครีม คนในท้องถิ่นจึงพยายามผสมผสานเอกลักษณ์นี้กับกาแฟ เพื่อให้กาแฟมีรสชาติถูกปากมากขึ้น เหตุนี้เองคนฟินแลนด์จึงเป็นผู้บริโภคกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก เฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะดื่มกาแฟ 12 กิโลกรัมต่อปี

สำหรับใครที่วางแผนไปผจญภัยฟินแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงหน้าหนาวที่ระยะเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน หรือในช่วงหน้าร้อนที่ระยะเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน แนะนำโรงแรม Scandic Aviacongress (https://www.agoda.com/scandic-aviacongress_2/hotel/helsinki-fi.html?site_id=1811392)

ตุรกี

ตุรกีเป็นชาติที่จริงจังเรื่องการดื่มกาแฟถึงขนาดมีคำพูดที่ว่า “เมื่อคุณดื่มกาแฟตุรกีหนึ่งแก้ว คุณจะจำรสชาติของมันไปได้นานสี่สิบปี” กาแฟตุรกี (Türk kahvesi) มี 4 ระดับ ขึ้นอยู่กับปริมาณของกาแฟที่ใส่ลงไปในหม้อต้มกาแฟขนาดเล็กและตัวกาแฟขณะต้ม Sade หรือ ?ekersiz คือแค่กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล Az ?ekerli คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลครึ่งช้อน Orta คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลหนึ่งช้อน สุดท้าย ?ekerli คือกาแฟหวานที่ใส่น้ำตาลสองช้อน

กาแฟตุรกีจะผ่านการชงให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงเสิร์ฟพร้อมฟองครีมด้านบน และชั้นกาแฟดำบดด้านล่าง หาดื่มได้ทั่วไปทั้งในโรงแรมระดับไฮเอนด์และตามถนนในอิสตันบูล เมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน ส่วนที่พักขอแนะนำโรงแรม Tria Hotel Istanbul (https://www.agoda.com/tria-hotel-istanbul/hotel/istanbul-tr.html?site_id=1811392) ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับกาแฟบนระเบียง พร้อมชมวิวอันสวยงามของช่องแคบบอสพอรัส (Bosphorus) มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) และสุเหร่าโซเฟีย (Hagia Sophia)

เวียดนาม

เวียดนามถือเป็นผู้ส่งออกกาแฟอันดับ 2 ของโลก และเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟซึ่งสัมผัสได้แทบทุกมุมถนน โดยกาแฟเวียดนามจะชงผ่าน ‘ฟิน’ (phin) หรือเครื่องดริปของคนเวียดนาม ซึ่งคนเวียดนามจะรอให้กาแฟค่อย ๆ หยดจากเครื่องลงมาในแก้วที่มีน้ำแข็งและนมข้นอยู่ทีละหยดจนทุกอย่างผสมเข้ากัน กลายเป็นกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ หากใครอยากดื่ม cà phê s?a ?á หรือกาแฟเย็นที่หาได้ทั่วไป ต้องลองลิ้มรสสูตรพื้นบ้านของคนเวียดนาม ซึ่งจะผสมไข่ลงไปในกาแฟด้วย

นอกจากเขตเมืองเก่า (Old Quarter) ของเมืองฮานอยจะเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ Giant Coffee แล้ว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมหลากหลายรูปแบบอีกด้วย แต่ถ้าคอกาแฟคนไหนอยากพักใกล้ๆ หนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก แนะนำโรงแรม Grand Cititel Hanoi (https://www.agoda.com/grand-cititel-hanoi-hotel/hotel/hanoi-vn.html?site_id=1811392)

ออสเตรเลีย

กาแฟมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอย่างเมลเบิร์น ที่ซึ่งกาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่คือไลฟ์สไตล์ ลองเปลี่ยนจากร้านกาแฟชื่อดัง มาเดินเท้าสำรวจตรอกซอกซอยของเมลเบิร์น ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและคาแรกเตอร์ รวมถึงร้านกาแฟสุดฮิปมากมาย ให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิวัติกาแฟในท้องถิ่น พร้อมดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ชงโดยบาริสต้ามากประสบการณ์ (https://thingstodo-agoda.viator.com/en/68407/tours/Melbourne/Melbourne-Cafe-and-Coffee-Culture-Walking-Tour/d384-3671CC?site_id=1811392)

สำหรับที่พัก ขอแนะนำ Turnkey Accommodation (https://www.agoda.com/turnkey-accommodation-north-melbourne_2/hotel/melbourne-au.html?site_id=1811392) ทางเหนือของเมลเบิร์น เพื่อความสะดวกในการตื่นเช้าไปเดินชิมกาแฟหอมกรุ่น

บราซิล

เนื่องจากบราซิลเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สำหรับคนบราซิลแล้วทุกเวลาคือเวลากาแฟ คนบราซิลชื่นชอบการดื่ม cafézinho (ภาษาโปรตุเกสของคำว่า ‘little coffee’) หรือกาแฟดำแท้รสชาติหวานเข้มข้น ซึ่งมีเสิร์ฟที่บาร์และร้านค้าเล็ก ๆ ในแทบทุกมุมของประเทศ และเป็นเมนูที่คนบราซิลนิยมกว่าไอซ์คาราเมลแฟรบปูชิโน่

ลองไปบราซิลในช่วงงาน Carnivale เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการเติมคาเฟอีนเข้าร่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปาร์ตี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนในเมืองริโอ สำหรับที่พัก ขอแนะนำโรงแรม Gerthrudes Bed & Breakfast (https://www.agoda.com/gerthrudes-bed-breakfast/hotel/all/rio-de-janeiro-br.html?site_id=1811392)

 

ข้อมูลจาก Agoda เว็บไซต์จองโรงแรม ที่พัก ทั่วโลก

ฮาโลวีนปีนี้ไปเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน ‘คนเล่นของ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603596

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 13:58 น.

ฮาโลวีนปีนี้ไปเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน 'คนเล่นของ'

ไปเขย่าขวัญสั่นประสาทกับมหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน “คนเล่นของ” 18-31 ต.ค. 2562

ฮาโลวีนปีนี้ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ขอท้าคนกล้า ร่วมพิสูจน์ความลี้ลับของไสยศาสตร์มนต์ดำตามความเชื่อของไทย ในงาน “มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ” ระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคม 2562 ณ เมกา พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา พบกับกิจกรรมความบันเทิงแนววาไรตี้ที่ให้เหล่าผู้กล้ามาท้าความหลอนกับตำนานอาถรรพ์ โดยจำลอง “ทมิฬเทวาลัย” ตำหนักคุณไสยในตรอกมนต์ดำ ที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงความน่ากลัว และความสยดสยอง ในทุกมิติ ถึง 8 ห้อง พร้อมด้วยภารกิจหาทางหลุดพ้นจากอาถรรพ์อันน่าสะพรึงของคนเล่นของ ร่วมชิงรางวัล รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท

งานมหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 พร้อมเพิ่มดีกรีความหลอนขึ้นทุกๆ ปี โดยปีนี้ ได้นำเสนอความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังที่ฝังไสยศาสตร์มนต์ดำ ผ่านเรื่องราวสมมุติของ “ทมิฬเทวาลัย” ตำหนัก คุณไสยในตรอกมนต์ดำ เป็นสถานที่ที่ใครอยากได้อะไรให้มาขอได้ ทั้ง ลาภ ยศ ชื่อเสียง และเมตตามหานิยมต่าง ๆ แต่เมื่อผู้มาขอได้สิ่งที่ขอ และสมปรารถนาแล้ว หลายคนก็ลืมสัจจะวาจาที่รับปากไว้ว่าจะดำรงตน เพื่อดูแลรักษาของที่ได้ไปอย่างดีด้วยใจศรัทธา และหากทำตามสัญญาไม่ได้ ความน่ากลัวจะบังเกิด เพื่อทวงคืนสิ่งที่สัญญาเอาไว้

งานนี้ เมกาบางนา ได้สร้าง “ทมิฬเทวาลัย” ขึ้นใหม่เต็มพื้นที่ของเมกา พลาซ่า พร้อมจัดเต็มเทคนิคความหลอนต่าง ๆ เพื่อให้เหล่าผู้กล้าได้ตื่นเต้นเร้าใจในทุกมิติสัมผัสของภารกิจชวนในทมิฬเทวาลัยแห่งนี้ โดยแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ จำนวน 8 ห้อง ได้แก่

(1) ลานต้องมนต์ ทางเข้ามายังตำหนักทมิฬเทวาลัยที่เลื่องลือ ด้วยความศรัทธาในอาคมของอาจารย์ทมิฬเพราะทุกคนต้องการได้ของขลังของดีติดตัวกลับไป แต่หารู้ไม่ว่า… สถานที่แห่งนี้มีแต่ของอัปปรีย์ คำสาปแช่ง และ ผีสัมภเวสีที่ตายเพราะทำตามสัญญาของตนไม่ได้ ซึ่งยังคงวนเวียนเป็นผีเฝ้าตำหนักคุณไสยแห่งนี้มาเนิ่นนาน

(2) สุสานศาลพระภูมิ บริเวณที่รกร้าง เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของศาลพระภูมิที่ถูกทิ้งไว้เมื่อหมดประโยชน์ ซึ่งมี ความน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่

(3) ทางผ่านสัมภเวสี ป่าอันรกร้างที่เป็นเหมือนสื่อกลางและช่องผีผ่าน ที่เต็มไปด้วยเหล่าสัมภเวสีและผีเร่รอนที่ยังคงเวียนว่ายรอรับบุญกุศลจากคนใจบุญที่ผ่านไปมา แต่กลับไม่เคยได้แม้แต่เศษเสี้ยวผลบุญ เพราะแท้จริงแล้วทางผ่านนี้มีแต่ความอัปปรีย์ คำสาป และคนใจบาปที่ผ่านเข้าออก

(4) ตรอกมืด ที่เป็นชุมชนเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ทำให้ตรอกแห่งนี้ รกร้างและปราศจากผู้คน เหลือทิ้งไว้เพียงแต่วิญญาณร้ายที่ถูกกักขังอยู่และรอวันที่จะถูกปลดปล่อย เพื่อทวงคืนความแค้น

(5) ลานของต่ำ ที่รวบรวมของต้องห้ามอันพึงระวังของคนมีของ ที่ห้ามฝ่าฝืน หากไม่ระวังของนั้นจะเข้าตัว

(6) ผีลูกกรอก ที่กักขัง วิญญาณร้าย อันเต็มไปด้วยความแค้น ความอาฆาตพยาบาท ซึ่ง ลูกกรอก คือหนึ่งในดวงวิญญาณเหล่านั้น เลี้ยงให้ดีมันจะให้คุณ แต่ถ้าไม่มีบุญ มันจะเลือกให้ผู้เลี้ยงจบชีวิตอย่างทรมาน และเตรียมปิดฉากความสยองขวัญในห้องที่ 7 และ 8 กับความลับสุดสะพรึง ที่คุณจะต้องพิชิตภารกิจหาทางหลุดพ้นจากอาถรรพ์แห่งทมิฬเทวาลัย

ขอเชิญเหล่าผู้กล้าท้าอาถรรพ์ของคนเล่นของในงาน “มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน คนเล่นของ ระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00-24.00 น. ณ เมกา พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป) บัตรราคา 300 บาท และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มี Megabangna Application ลดราคาบัตรเหลือเพียง 200 บาทเท่านั้น ซื้อบัตรและจองรอบล่วงหน้าที่ http://www.zipeventapp.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคมนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 02-105-1000 และ www.mega-bangna.com

DGB. เติมเต็มทุกสัมผัสแบบฉบับโคเรียนสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603530

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 11:30 น.

DGB. เติมเต็มทุกสัมผัสแบบฉบับโคเรียนสไตล์

Dak Galbi กับคอนเซ็ปต์ใหม่ DGB. แฟล็กชิพสโตร์อร่อยนำทุกเทรนด์ เติมเต็มประสบการณ์ทุกสัมผัสแบบฉบับโคเรียนสไตล์ ประเดิมสาขาแรกที่ลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์

 

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ที่ร้อยเรียงมาอย่างกลมกล่อม และความอร่อยที่นำทุกเทรนด์ กับ Dak Galbi (ทัคคาลบี้) แบรนด์ร้านอาหารเกาหลีกระทะร้อนเจ้าแรกในไทย ที่ครั้งนี้เปิดตัวร้านใหม่ในคอนเซ็ปต์ DGB. (ดีจีบี) แฟล็กชิพสโตร์รูปโฉมใหม่เอี่ยม ทั้งการตกแต่งร้าน เมนูอาหาร และซอสที่มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ให้อร่อยฮ็อตกว่าเคย กับสาขาแรก ลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์

 

กว่า 7 ปีที่ Dak Galbi นำเสนออาหารเกาหลีจานร้อนสู่ผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้สโลแกน “ผัดร้อน…อร่อยฮ็อต” จนเป็นที่คุ้นเคย ครั้งนี้ DGB. (ดีจีบี) จะมาช่วยสร้างประสบการณ์พิเศษให้เป็นมากกว่ามื้ออาหาร ด้วยการรังสรรค์ทุกๆ องค์ประกอบของร้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบตกแต่งร้าน หน้าตารสชาติอาหาร เสียงเพลง เพื่อประสบการณ์พิเศษแบบ K-cult หรือวัฒนธรรมเกาหลีในทุกสัมผัส

 

ด้านดีไซน์การออกแบบตกแต่ง DGB. ในรูปแบบใหม่ โดยแบ่งเป็น STAGE ต่างๆ เน้นความสนุกสนานและสีสันจัดจ้านโดนใจคนรุ่นใหม่ เริ่มด้วย DGB. STAGE โชว์ลีลาการปรุงอาหารในครัวเปิด SIDES STAGE มุมตักเครื่องเคียงได้ตามใจ ส่วน DRINKS STAGE ที่จะมาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มให้ทุกคนได้ดื่มด่ำ

 

ส่วนความสนุกของการรับประทานที่ DGB. คือทุกคนสามารถครีเอทเมนูได้ตามใจ จากความแตกต่างของรสชาติความอร่อยของซอสทั้ง 4 รสชาติ โดยสามารถเลือกความอร่อยได้ถึง 4 รสชาติใน 1 กระทะ ซึ่ง DGB. ได้เพิ่มซอสใหม่อีก 2 รสชาติ ได้แก่ ซอส Apple Curry  (แอปเปิล เคอร์รี่) และ Creamy Cheesy (ครีมมี่ ชีสซี่) ทั้งมีวัตถุดิบระดับพรีเมียมให้เลือกอร่อยกัน พร้อมเครื่องเคียงที่มีให้หลากหลาย แบบเติมได้ไม่อั้น เมื่อสั่งเมนูใดก็ตาม จะมีสต๊าฟปรุงให้อย่างพิถีพิถัน ผ่านลีลาการผัดที่สร้างความเพลิดเพลินเปรียบดั่งการแสดงโชว์ของเหล่าไอคอนที่มารวมตัวกันบน Main Stage

 

สำหรับเมนูแนะนำที่ได้รับการมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างลงตัวต้อง ไก่ผัดซอสคาลบี้ เมนูซิกเนเจอร์ที่ได้ความกลมกล่อมจากซอสคาลบี้แทรกซึมไปในความนุ่มเด้งของเนื้อไก่ เลือกใช้ไก่เบญจา ปลอดสาร ปลอดภัย หรือจะเป็น เนื้อวัวสันนอกผัดซอสบูลโกกิ อีกหนึ่งซอสขึ้นชื่อที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ผสานรสชาติความหวานของน้ำผึ้งและความหอมของพริกไทยดำได้อย่างลงตัว หมักกับเนื้อวัวจนเข้าเนื้อได้รสสัมผัสนุ่ม ชุ่มเนื้อฉ่ำซอส

 

 

 

คนรักแกงกะหรี่ต้องไม่พลาดลิ้มลอง ซีฟู้ดผัดซอสแอปเปิลเคอร์รี่ เข้มข้นด้วยเครื่องเทศแกงกะหรี่ เข้ากันดีกับซีฟู้ดสดๆ ที่คัดสรรอย่างดี อร่อยเหลือล้นจนไม่อยากหยุดรับประทาน และห้ามพลาดกับความหอมมันอร่อยที่ชีสเลิฟเวอร์ต้องลอง หอยเชลล์ฮอกไกโดผัดซอสครีมชีส ความหอมจากชีสละลายผสมกับครีมซอส เข้ารสกับหอยเชลล์ตัวโตจากฮอกไกโดได้อย่างลงตัว

 

ตามไปสัมผัสความอร่อยแบบฉบับโคเรียนสไตล์ กับ DGB. แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรก ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์  เปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00-22.00 น.  และเตรียมเปิดบริการในอีก 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์, เทอร์มินอล21 อโศก หรือติดตามความอร่อยที่นำทุกเทรนด์ได้ทาง Facebook /Instagram : DGB.dakgalbi

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603138

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ปิดเทอมเติมประสบการณ์ ชวนตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศไทยที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

1.สยาม เซอร์เพนทาเรียม (SIAM SERPENTARIUM)

เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ผ่านมุมมองชีวิตงู ที่ศูนย์การเรียนรู้ชีวิตงูครบวงจรแบบสาระบันเทิงในโลกเสมือนจริงที่นำเสนอผ่านสื่อมัลติมีเดียแห่งแรกในเอเชีย พบความตื่นเต้นไม่ซ้ำใครกับ 3 โซนกิจกรรม ได้แก่

  1. พิพิธภัณฑ์ประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Snake Museum) มหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ ด้วยประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มารวมอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของงู โดยการจำลองชีวิตของงูตั้งแต่การเกิด, การล่าเหยื่อ, การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงการสืบพันธุ์ พร้อมทั้งสนุกสนานและเพลิดเพลินด้วยการนำเสนอผ่านสื่อผสมแบบโต้ตอบ ภายในป่าจำลองเสมือนจริง
  2. สเนค แพลนเน็ต (Snake Planet) พื้นที่จัดแสดงงูระดับโลกที่มีการรวบรวมงูกว่า 70 สายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นงูสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรืองูสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ตลอดจนงูสายพันธุ์แปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก เช่น งูอนาคอนด้าขนาดยักษ์, งูเห่าทอง, และ งูหลามบอลหลากสี ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน
  3. นาคา เธียเตอร์ (Naka Theatre) สยาม เซอเพนทาเรียม ภูมิใจเสนอ สุดยอดการแสดงที่จะทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจไปกับความสวยงามตระการตาภายในโรงละครนาคาเธียเตอร์ด้วยระบบแสงสีเสียง และฉากการแสดงที่สุดแสนจะประทับใจไปกับเรื่องราวโบราณเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างครุฑและพญานาค เราพร้อมแล้วที่สยาม เซอเพนทาเรียม

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-326 5800 คนไทยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

2.มิวเซียมสยาม (Museum Siam: Discovery Museum)

MRT สนามไชย กรุงเทพมหานครพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ภายใต้สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” (DECODING THAINESS) นิทรรศการที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้พัฒนาการ “ความเป็นไทย” เป็นสิ่งที่แสดงแสดงให้เห็นถึง “อัตลักษณ์หรือตัวตน” ซึ่งหากพิจารณาแล้ว “ไทย” ดูเหมือนจะมีความชัด แต่กลับคลุมเครือไม่ชัดเจน เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่หลอมรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย นิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-225 2777 เยาวชนไทยและเยาวชนต่างชาติ อายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุสงฆ์ นักบวช ผู้พิการและทุพพลภาพ มัคคุเทศก์ (แสดงบัตรประจำตัวที่ออกโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) เข้าชมฟรี!!!

3.พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่!  (Ripley’s Believe It or Not!)

ถนนเลียบชายหาด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก แหล่งสันทนาการทางความรู้ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา รวบรวมของแปลกลี้ลับพิสดารและของหายากมากกว่า 300 ชิ้น และเครื่องเล่น  พร้อมผจญภัยในโกดังผีสิงที่มีเรื่องเล่าขานกันมายาวนานว่า “ผู้ใดก็ตามที่ได้ย่างก้าวเข้าไปภายในโกดังจะไม่ได้กลับออกมา หรือถ้ารอดออกมาได้ก็จะกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน”

สวนสนุก สุดสยอง! พบกับวิญญาณของตัวตลกล่องลอยไปมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องในความมืด ทางเดียวที่จะรอดคือต้องอาศัยความแม่นยำในการยิงและเสียงกรีดร้องเท่าที่จะดังได้ ต่อกันที่โรงภาพยนตร์ทะลุมิติ มหัศจรรย์เขาวงกต เกมส์ตะลุยเลเซอร์

ปิดท้ายกับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลุยส์ ทุสโซด์ส แว้กซ์เวิร์ค ที่สามารถถ่ายภาพคู่กับหุ่นขี้ผึ้งจำลองของเหล่าดารา นางแบบ นักร้อง นักกีฬา และบุคคลดังระดับโลก ทั้งไทยและสากลอย่างใกล้ชิด ภายใน 9 โซน ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างกันไป รวมแล้วมากกว่า 60 ตัว

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น. โทรศัพท์ : 038-710 294-8

4.รับเบอร์แลนด์ (RUBBERLAND)

อ.บางละมุง จ.ชลบุรีอุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับ “ยางพารา” ของไทย นำเสนอผ่านสื่อผสมเชิงสร้างสรรค์แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ไขข้อสงสัย…ถ้าโลกนี้ไม่มียางจะเป็นไงนะ? ยางเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์ที่ใหนเป็นที่แรก? ยางเอามาทำอะไรได้บ้าง?

รู้จักพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของคนไทยได้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกยาง พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ไว้อย่างครบครัน ภายในแบ่งโซนนิทรรศการออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนป่ายาง จำลองสวนยางแนวแฟนตาซี พร้อมด้วยสื่อการนำเสนอแบบสามมิติเสมือนจริง โซนแปรรูปยาง ตื่นตะลึงไปกับการเดินทางของยางพารา จากน้ำยางดิบจากต้นยางพารา ผ่านเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่างๆ หลากหลายกรรมวิธี โดยชาว Rubber Gang ในรูปแบบ Animation สุดน่ารัก เป็นไกด์อาสาพาทุกท่านเที่ยวชมโรงงานผลิตยางพาราในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และจะมีการนำไปทดลองคุณภาพและคุณสมบัติก่อนนำออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค พร้อมร่วมผจญภัยในโลกแห่งจิตนาการ ภายใต้แนวคิด “ถ้าโลกนี้มีแต่ยาง” จะเป็นอย่างไร

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 038-413-490–5 ผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!

5.สเปซ อินสไปเรียม (Space Inspirium)

อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พิพิธภัณฑ์อวกาศแห่งแรกของประเทศไทย แหล่งเรียนรู้ทางด้านอวกาศที่จะทำให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังจินตนาการ พร้อมกับร่วมหาคำตอบของจักรวาลแห่งนี้ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัย โดยที่คุณเองก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของ INTERACTIVE ได้หลายส่วนภายในแบ่งออกเป็น 13 โซน อาทิ โซน UNIVERSE : กำเนิดเอกภพ นำเสนอเกี่ยวกับการกำเนิดเอกภพ ที่จะให้คำตอบว่าทำไมโลกจึงมีสิ่งมีชีวิต มีปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ แล้วทำไมเราจึงไม่ลอยจากโลก ผ่านการนำเสนอแบบวีดีทัศน์บนจอฉายภาพยนตร์โฮโลแกรม โซน HISTORICAL TECHNOLOGY OF SPACE : เทคโนโลยีสำรวจโลกและอวกาศ นำเสนอเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการไปอวกาศ นำเสนอตั้งแต่ยุคนักคิด ยุคบุกเบิกอวกาศ และยุคเทคโนโลยีอวกาศ สนุกกับภารกิจการส่งยานอวกาศและดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ใน SPACE MISSION GAME

โซน SPACE 3D THEATER : โรงภาพยนตร์ 3 มิติ เล่าถึงการผจญภัยในอวกาศ ผ่านเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่งที่มีความผูกพันกัน สร้างความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของอวกาศ เห็นการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น สร้างแรงบันดาลใจให้คนสนใจเรื่องอวกาศ เสริมสร้างจิตนาการนึกคิดและเรียนรู้อวกาศมากขึ้น โซน SATELLITE : ดาวเทียม นำเสนอเกี่ยวกับดาวเทียม ประเภทและวงโคจรดาวเทียม วิธีการสร้างดาวเทียม ภารกิจพิชิตดาวอังคาร ตื่นตาตื่นใจกับโลกใบใหญ่ที่มีดาวเทียมโคจรอยู่ โซน APPLICATION FOR TOMORROW นำเสนอเกี่ยวกับ เป็นการนำเสนอภาพสถานที่ในรูปแบบ 360 องศา พร้อมคำบรรยาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ : 033 – 005 832-3 เด็กที่สูงไม่เกิน 120 ซม. พระภิกษุ สามเณร คนพิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี!

6.พิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่

อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีพิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่ เกิดจากแนวคิดของคุณสมพร โพธิ์อยู่ และคุณภานินทร์ ดีเดช ที่ได้สังสรรค์ของเล่นของสะสมจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 100,000 ชิ้น มารวมไว้เพื่อนำเสนอจินตนาการและแรงบัลดาลใจเกี่ยวกับของสะสม มีทั้งหมด 3 โซน อาทิ โซน Nano Block ตัวต่อขนาดจิ๋ว Gundam หุ่นยนต์ รบอวกาศสุดเท่ห์ Barbie ราชินีแห่งตุ๊กตาเจ้าหญิงในจินตนาการของเด็กหญิงทั่วโลก Figre America Hero ฯลฯ

วันและเวลาทำการ วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. โทรศัพท์ : 02-961 8597-8, 086-337 0136 เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

7.พิพิธภัณฑ์โชคชัย รังสิต

อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีพิพิธภัณฑ์โชคชัย ก่อตั้งโดย ดร.โชคชัย บูลกุล ผู้ชื่นชอบการสะสมสิ่งของต่างๆ เพื่อระลึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาในชีวิต และเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความลำบากในช่วงการก่อตั้งฟาร์มโชคชัยที่ปากช่อง จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน โดยภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงประวัติชีวิตของ ดร.โชคชัย บูลกุล และครอบครัว ตลอดจนจัดแสดงของสะสมล้ำค่าและหายากไว้มากมาย ในระยะเวลากว่า 60 ปี

พบกับความอลังการหนึ่งในมรดกโลก ป่าดงดิบ “ดงพญาไฟ” ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตื่นตากับเรือหยกแกะสลักที่ลำใหญ่ที่สุด พร้อมชมการถ่ายทอดประวัติชีวิตส่วนตัว ตั้งแต่ยุคบุกเบิกฟาร์ม การจำลองกระต๊อบหลังแรก คอกวัวคอกแรก บ้านล็อกเคบิน

วันและเวลาทำการ เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00-16.00 น. โทรศัพท์ : 0-2532-2846 ต่อ 1902, 0-2998-9346,0-2998-9867 เด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี!!!

8.พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ อาร์ท อิน พาราไดซ์ Art in Paradise (Chiang Mai)

อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ภาพวาดลวงตา (Illusion Art Museum) แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอศิลปะภาพวาดลวงตา หรือ Illusion Art ศิลปะการวาดภาพที่อาศัยเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการวาดภาพลงบนพื้นผิวเรียบให้กลายเป็น “ภาพ 3 มิติ” และให้ความรู้สึกที่เหมือนจริง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด โดยผู้ชมสามารถถ่ายภาพโดยสร้างสรรค์จินตนาการ ออกแบบท่าทาง และแสดงอารมณ์ให้สอดคล้องกับภาพวาดแต่ละภาพตามความชอบ เสมือนว่าผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด

ก่อตั้งโดยชาวเกาหลี จาง กิว ซ็อก และสร้างสรรค์ภาพวาดโดยจิตรกรระดับมืออาชีพจากประเทศเกาหลีทั้งหมด 14 ท่าน กว่า 130 ภาพ ออกเป็น 6 โซน อาทิโซนโลกใต้ท้องทะเล โซนสัตว์ป่า โซนคลาสสิกอาร์ต โซนตะวันออก โซนอียิปต์โบราณ สัมผัสบรรยากาศแห่งทะเลทรายและสุสานฟาโรห์ รวมทั้งโซนศิลปะเหนือจริง และสัตว์โลกล้านปี ที่รวบรวมภาพวาดหลากหลายแบบที่ผู้ชมสามารถจินตนาการถ่ายภาพในแบบของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อความสนุกสนาน และเสมือนจริง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.30 น. โทรศัพท์ : 053-274 100

9.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

อ.เมืองเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่

ชื่นชมความสวยงามของสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถานที่ใช้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 และมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ภายใน “หอคำหลวง” จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัฉริยภาพ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีการจัดแสดงเรื่องราวการทรงงานของพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกื้อหนุนการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โซนสืบสานปณิธานกษัตริย์นักพัฒนา และนิทรรศการภาพถ่าย จัดแสดงภาพถ่ายความสำเร็จของบุคคล ชุมชน กลุ่มองค์กร ที่น้อมนำแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ไปพัฒนา แสดงให้เห็นถึงปณิธานในการดำเนินงานตามแนวทางโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตแบบยั่งยืน

เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฏีใหม่ แสดงวิถีชีวิตเกษตรทฤษฏีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ชมเรือนไม้ดอก เรือนร่มไม้ แหล่งรวบรวมเฟิร์นโบราณ ชมความงดงามของกล้วยไม้นานาพันธุ์ สัมผัสกับโลกแมลง อาทิ ผีเสื้อ ตั๊กแตนใบไม้ ตั๊กแตนกิ่งไม้ ฯลฯ

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 053-114-110

10.พิพิธภัณฑ์เพอรานากัน

อ.ถลาง จ.ภูเก็ตพิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมสิ่งของ โบราณวัตถุ เครื่องใช้เก่าแก่ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน เช่น ตราชั่งจดหมายโบราณ เครื่องพิมพ์โทรเลขโบราณ หนังสือเรียบเรียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จัดแสดงภาพถ่ายในสมัยโบราณ ตึกสถาปัตยกรรมแบบภูเก็ตดั้งเดิมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตและชาวปีนัง ที่เดินทางติดต่อกันเพื่อค้าขายแร่ดีบุก อาหาร และ สินค้าต่างๆ จนก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ ตามมา พร้อมชมนิทรรศการจำลองประวัติศาสตร์ เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ เพอรานากัน ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน อีกทั้งภัตตาคาร “ครัวย่าหยา” รวบรวมอาหาร และขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อหลากหลายเมนู ให้ได้ลิ้มลอง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 076-313 551, 092-224-4574 เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าชมฟรี!!!

 

ตามไปเที่ยวสนุกปลุกพลังการเรียนรู้ กับ 10 แหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมจากผู้ถือบัตรมิวพาสสูงที่สุด 10 อันดับแรก (นับตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรมิวพาส ซีซั่น 7  เดือนกันยายน 2561 จนถึงปัจจุบัน) สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรมิวพาส รวมถึงพริวิเลจของบัตรมิวพาส ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 529 หรือที่เฟซบุ๊ก Muse Pass (www.facebook.com/musepass)

5 ค็อกเทลใหม่จาก ‘เย่า’ รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603019

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

5 ค็อกเทลใหม่จาก 'เย่า' รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ฉลองรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” แนะนำค็อกเทลใหม่ 5 เมนู พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ 14-20 ต.ค.นี้

 

อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการร้าน เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ คิดค้นค็อกเทลที่ สูตรใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีน 5 เมนู  เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่เย่า รูฟท็อปบาร์ ได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) ที่มาพร้อมโปรโมชั่นวีค ราคาพิเศษตั้งแต่วันที่ 14- 20 ตุลาคมนี้เท่านั้น

 

 

เปิดประสบการณ์ใหม่ใต้แสงดาวในค่ำคืนอันน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล ณ เย่า รูฟท็อปบาร์ บาร์สไตล์จีนโมเดิร์น บรรยากาศเปิดโล่ง ชั้น 32 ของโรงแรม พร้อมวิวกรุงเทพ และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูง ดื่มด่ำกับค็อกเทลรสเลิศเซทใหม่ล่าสุด รังสรรค์พิเศษสำหรับเย่าโดยเฉพาะ โดย อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการ ของ เย่า รูฟท็อป บาร์ และลิ้มลองอาหารเบาๆในคอนเซปเก๋ “มิดไนท์ติ่มซำ”

 

เครื่องดื่มสูตรใหม่ทั้ง 5 เมนู ที่อิลฮาน เบเซอร์ บรรจงรังสรรค์ด้วยมือตนเอง นำกลิ่นอายแห่งอารยธรรมจีนผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อเฉลิมฉลองรางวัลพิเศษนั้นประกอบไปด้วย

 

ไดนาสตี้ เนโกรนี่ (Dynasty Negroni) ค็อกเทลสีแดงเข้มเสิร์ฟในชุดชาจีน ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเนโกรนิ และเหมาไถจากแผ่นดินจีนฮั่น ฟิซ (Han’s Fizz) บีฟีทเตอร์ ผสมกับ ทริปเปิ้ล เซค และเพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำมะนาว แตงกวา ใบกะเพรา ผักชีและเปลือกส้มไลท์ อัพ ออน ไชน่า ทาวน์ (Lights Up On China Town) แอปโซลูท วนิลา วอดก้า ผมสเมลอน น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตยและน้ำมะนาวคาโมมายล์ วิสกี้ ซาวร์ (Chamomile Whisky Sour) ค็อกเทลสีเหลืองอ่อนที่รังสรรค์จากวิสกี้ที่อินฟิ้วส์ด้วยดอกคาโมมายล์ และปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและส้มโอฟอร์บิดเดน ไดคิวรี่ (Forbidden Daiquiri) ค็อกเทลดื่มง่ายสีชมพูที่ผสมผสานด้วย ไวท์ รัม น้ำมะนาว เอลเดอร์ ฟลาวเวอร์ ลิเคียว

 

อาหารเบาๆ บนบาร์เก๋แห่งนี้ ก็ได้รับอิทธิพลจากเซี่ยงไฮ้เช่นเดียวกัน แต่ประยุกต์ให้ทันสมัย ผ่านการนำเสนอที่มีสไตล์ ในคอนเซป “มิดไนท์ติ่มซำ” เกี๊ยวกุ้งซอสเสฉวน ปลาหมึกทอดซองหมาล่า เป็ดปักกิ่งโรล  และพลาดไม่ได้กับบะหมี่เส้นสด คลุกกับซอสหมูสับแบบเผ็ด ที่ “เชฟหวัง” เชฟบะหมี่ชาวจีนดึงมือสดทุกจาน

 

แบลร์ ฟาวเลอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กล่าวถึง การฉลองรางวัลในครั้งนี้ว่า “ในโอกาสที่โรงแรมได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) เราจึงอยากจัดโปรโมชั่นเพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาพิสูจน์ด้วยตัวของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลสูตรพิเศษที่ผสมความลงตัวระหว่างวัตถุดิบที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนและส่วนผสมชั้นเลิศ มิดไนท์ติ่มซำ ผนวกกับวิวกรุงเทพยามค่ำคืน แล้วท่านจะไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเย่า รูฟท็อปบาร์จึงเป็นแหล่งแฮงเอาท์สุดชิคอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ”

 

ร่วมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษ จากฝีมือ อิลฮาน เบเซอร์ พร้อมลิ้มลองมิดไนท์ติ่มซำ ณ เย่า รูฟท็อป บาร์ บนดาดฟ้าชั้น 32 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ได้ ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 – 02.00 น. โปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันที่ 14-20 ตุลาคมนี้เท่านั้น ท่านสามารถลิ้มลองค็อกเทลสูตรใหม่นี้ทั้ง 5 สูตรในราคาเพียงเซทละ 1,568++ บาทสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +66 (0)2  088 5666 หรือติดตามรายละเอียดที่  www.facebook.com/yaobangkok

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602980

  • วันที่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

26 ร้านกินดื่มต้นตำรับชื่อดัง ร่วมครีเอทเมนูลับเหนือระดับ กับ “Eat At Gaysorn” ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story ร้อยเรียงเรื่องราวความอร่อยเปี่ยมแพสชั่นในเมนูใหม่สุดสเปเชียลที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียว

ครั้งนี้ Posttoday จะพาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่สุดแสนพิเศษกันที่ไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ในฐานะฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การกินดื่มเปี่ยมรสนิยมใจกลางกรุง ที่รังสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษพร้อมบอกเล่าเรื่องราวแห่งทุกรสชาติความอร่อยอันแฝงไปด้วยเรื่องราวแห่งการสร้างสรรค์เมนูชั้นเลิศ ใน “Eat At Gaysorn” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dining With A Story เผยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของทุกเรื่องราวการกินอาหารให้บรรดาเหล่าฟู้ดเลิฟเว่อร์ได้เพลิดเพลินกับอาหารจานอร่อย ควบคู่ไปกับหลากหลายสตอรี่ที่เรียงร้อยเป็นเมนูจานโปรด

พลาดไม่ได้กับการลิ้มรสซิกเนเจอร์เมนูปักหมุด รวมทั้งสารพันความอร่อยใหม่แกะกล่องจาก 26 ร้านดังที่ต่างครีเอทเมนูลับเพื่อเสิร์ฟให้ได้ฟินกันที่เกษรวิลเลจเท่านั้น ซึ่งครั้งนี้นอกจากจะสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกด้วยพรีเซนเทชั่นอันยอดเยี่ยมแล้ว ภายใต้สีสันสวยงามและรสชาติอร่อยถูกปากในทุกจาน ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าค้นหาซึ่งจะพาเหล่านักชิมดำดิ่งสู่ตำนานความอร่อยขนานแท้ที่พร้อมจะสร้างอรรถรสใหม่ให้กับทุกประสาทสัมผัสได้ไม่รู้จบ อิ่มอร่อยตลอดแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562

เริ่มต้นกันที่ “THE MANDARIN ORIENTAL SHOP (เดอะ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป)” ดินแดนขนมหวานระดับตำนาน เสิร์ฟความอร่อยสดใหม่ทุกวันส่งตรงจากโรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมายาวนาน ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เมนูเค้กและขนมอบที่ทำสดใหม่ทุกวัน ส่งกลิ่นหอมกรุ่น อีกทั้งความประณีตพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามน่ารับประทาน

จัดหนักกับพายหลากรสชิ้มจัมโบ้ (ราคาเริ่มต้นเพียง 130 บาท) หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของเบเกอรี่ช็อปแห่งนี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งไส้เนื้อสัตว์ อาทิ ปลา ไก่ หมู เนื้อ ไส้ผลไม้ ไส้เห็ด และไส้ครีม สำหรับคนที่ชอบพายรสเข้มข้นแนะนำ พายแกงกะหรี่ไก่ (Chicken and Pumpkin Curry Pie) รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมกำลังดี มีส่วนผสมของเครื่องเทศ ตัวแป้งพายด้านนอกหอมกรอบลงตัวกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของไส้ด้านใน เอาใจสาวๆ ด้วย พายปลา เต็มคำกับเนื้อปลาเก๋ากะพง ปลาเก๋า มันฝรั่ง ใส่ผักชีลาวไร้กลิ่นคาวปลอมปน ตามด้วย พายเนื้อ อัดแน่นด้วยไส้สตูเนื้อรสเข้มข้นถึงใจ

ส่วนใครที่กำลังอยากลดการรับประทานเนื้อสัตว์และชื่นชอบเห็ดเป็นพิเศษ ห้ามพลาดกับเมนูพัฟเห็ดนานาชนิดและ พายเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Mushrooms and Black Truffle Turnover) พัฟเห็ดที่มีส่วนผสมของเห็ดทรัฟเฟิลดำผสมอยู่ในไส้ ซึ่งให้ทั้งความหอมและรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร กินคู่ชาร้อน (ราคาเริ่มต้นพอตละ 280 บาท) อิ่มคุ้มอร่อยเพลินเกินบรรยาย นอกจากนี้ยังมี พายหมูซี่โครง ที่เลือกใช้เนื้อส่วนซี่โครงที่นุ่มเป็นพิเศษ พายหอยลาย ผสานสแกลล็อป มันฝรั่ง รสชาติลงตัว ซึ่งนอกจากทานที่ร้านแล้วยังสามารถซื้อกลับบ้าน หรือสั่งผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ ได้ด้วย

THE MANDARIN ORIENTAL SHOP ตั้งอยู่ที่ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น. โทร.02-656-2118

มื้อเที่ยงอร่อยกันต่อที่ “ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์)” ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างรายแรกสูตรดั้งเดิม ร้านอาหารไทยและอาหารนานาชาติในบรรยากาศที่จำลองสวนสวยมาไว้ใจกลางเมือง ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน จุดเด่นของร้านอยู่ที่เมนูอาหารไทยรสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม อาหารนานาชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงขนมหวานไทย

ส่วนช่วงนี้ขอตอกย้ำความเป็นต้นตำรับอาหารไทยแท้ด้วย 2 เมนูซิกเนเจอร์ อุ่นเครื่องด้วย ข้าวตังหน้าตั้ง (195 บาท) อาหารว่างแบบไทยโบราณที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตัวข้าวตังทำจากข้าวสวยหอมมะลิส่งตรงจากจังหวัดนครปฐม ใช้เทคนิคหุงสุกติดก้นหม้อ ก่อนจะนำไปผึ่งผ่าน 2 แดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาทอดให้เหลืองพองฟูกรุบกรอบกำลังดี กินคู่น้ำจิ้มหรือ “หน้าตั้ง” ที่จะมีรสชาติออกหวานนำ เค็มตาม กลมกล่อมครบรส

จากนั้นมาเพิ่มอรรถรสความจัดจ้านไปกับเมนู ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ (220 บาท) ข้าวผัดรสชาติไทยแท้ที่เข้มข้นถึงเครื่อง ด้วยสูตรเฉพาะของน้ำพริกลงเรือที่ทางร้านปรุงสดใหม่ขึ้นมาเอง เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายที่รับประทานแล้วเข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวชะอม หมูหวาน ไข่เค็ม ผักสดกรอบ และน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมไว้สำหรับซดคล่องคอ

แต่ที่เด็ดสะระตี่คงต้องยกให้เมนูเส้นอันเลื่องชื่อ ที่ทานได้ทุกมื้อไม่มีเบื่อกับตำนานความอร่อยอันยาวนานอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอาย (275 บาท) น้ำก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นไม่ต้องปรุงเพิ่ม ส่วนเนื้อริบอายตุ๋นมาอย่างดี นุ่มจนเกือบละลายในปาก ซิกเนเจอร์ที่มาถึงร้านแล้วห้ามพลาด นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีเมนูพิเศษในแต่ละเดือนที่ไม่ซ้ำกัน เมนูตามฤดูกาล ทั้งจากฝีมือเชฟภายในร้านและของอร่อยเจ้าดังที่ทางร้านไปเสาะแสวงหามาให้ลูกค้าได้ชิม

ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์) ตั้งอยู่ที่ชั้น L เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–21.00 น. โทร.02-656-1438

ตกเย็นแวะ ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ)” สวรรค์สำหรับคนรักซูชิ จุดรวมพลเจแปนนิสเลิฟเว่อร์ที่รวมตัวกันมาดื่มด่ำอาหารญี่ปุ่นสุดระดับพรีเมี่ยม คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่น รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย เน้นรสชาติแบบดั้งเดิมในสไตล์อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ พิเศษอีกขั้นด้วยเมนูแบบฟิวชั่นที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่แต่ยังคงรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง

อิ่มอร่อยแบบเน้นๆ กับเมนูซิกเนเจอร์ Super Toro Sushi Set (ราคา 2,800 ลด 50% เหลือเพียง 1,400 บาท) ซูชิจานยาวในครอบครัว Hongmaguru ไม่ว่าจะเป็นโทโร่สด โทโร่เบิร์น อะกามิ ทูน่าสับทรงเครื่องพิเศษ และเทกกะ ผสมผสานกับข้าวญี่ปุ่นนุ่มละมุน จนรู้สึกได้ถึงรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบในทุกๆ คำ

ต่อด้วยเมนูใหม่ต้องลอง Wagyu A5 katsu sando การันตีความเป็นหนึ่งในความฉ่ำและความหวานของเนื้อวากิวที่วิ่งแทรกเข้ามาปะทะลิ้น ในจังหวะที่กำลังสัมผัสความละมุนของเนื้อพรีเมี่ยมเกรดท็อปของโลก ประกบด้วยขนมปังที่ทำมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมสลัดและซอสทงคัตซึที่ปรุงมาสำหรับเนื้อวากิว เพื่อความอร่อยล้ำในแบบฉบับที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ) ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00–22.00 น. โทร.02-014-7441

 

ยังมีอีกหลายร้านที่เราอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในทุกแพสชั่น ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story จากร้านอาหารที่มีสตอรี่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 2 ร้านอาหารที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกอย่าง 1823 TEA LOUNGE BY RONNEFELDT ทีเลาจน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากประเทศเยอรมนีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรปและมีประวัติยาวนานกว่า 195 ปี, RIEDEL WINE BAR & CELLAR อาร์ทิซาน ไวน์บาร์ ที่เสิร์ฟสุนทรียรสแห่งไวน์ชั้นเลิศด้วยแก้วแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “RIEDEL”

ส่วน 7 ร้านอาหารที่มีเพียงร้านเดียวในประเทศไทย อาทิ BURGER & LOBSTER ที่ฟู้ดเลิฟเวอร์ไม่ต้องบินไปไกลถึงลอนดอนก็อร่อยฟินกับเบอร์เกอร์และล็อบสเตอร์เนื้อแน่นได้, PASTE ร้านอาหารไทยโดยเชฟชาวไทยที่สอยดาวมิชลินมาครอบครอง พร้อมการสอดแทรกสตอรี่ลงในเมนูอาหารทุกจานที่รังสรรค์ขึ้น, GINZA TENHARU ร้านเทมปุระโอมากาเสะหนึ่งเดียวในไทยที่ส่งตรงความอร่อยมาจากประเทศญี่ปุ่น

ส่วนร้านในคอนเซ็ปต์พิเศษแบบ Only at Gaysorn อย่าง DE TUMMOUR ร้านอาหารไทย-อีสานแบรนด์ดังที่ยกระดับความหรูหราให้เมนูอาหารจานเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม รวมถึงร้านอาหารอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นด้วยประวัติอันยาวนาน การคัดสรรวัตถุดิบ และเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของบรรดาเชฟมือฉมังอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเปิดใหม่ให้สายฟู้ดดี้ตบเท้าเข้ามาลิ้มลองเมนูความอร่อยใหม่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น CHA TRA MUE แบรนด์ชาไทยอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงมายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2488 ด้วยรสชาติที่เข้มข้นถึงใจและราคาที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน, MOM & SIS CAFE’ DE BONNE SANTE’ คาเฟ่แนวสุขภาพรูปแบบใหม่ โดดเด่นด้วยเมนูอาหารที่ดีทั้งต่อสุขภาพและผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างเป็นพิเศษ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้แคลอรี่ต่ำที่มีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารพิษ อีกทั้งร้านอาหารซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างร้าน BRITANNICA BRASSERIE ร้านอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยน ที่มีความเป็น Casual Fine Dining กับเมนูอาหารสุดพรีเมี่ยม ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งรับรองว่าถูกใจสายฟู้ดเลิฟเวอร์ผู้หลงใหลในเรื่องราวของอาหารจานเด่น ที่แน่นด้วยสตอรี่อย่างแน่นอน

พิสูจน์ความหลากหลายเรื่องอาหารการกินจาก 26 ร้านอาหารชั้นนำภายในเกษรวิลเลจ ตั้งแต่ดื่มด่ำไปกับรสชาติและรสสัมผัสแห่งต้นตำรับไทยแท้ในระดับมิชลินสตาร์ อาหารจากแบรนด์ระดับนานาชาติ ร้านอาหารเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นอันดับท็อปของประเทศ พรีเมี่ยมซีฟู้ดที่คัดสรรพิเศษส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้น ไปจนถึงอาร์ทิซานไวน์และเครื่องดื่มคุณภาพหลากสไตล์เจ้าของแบรนด์ระดับโลกที่สามารถดื่มด่ำได้ที่เกษรวิลเลจเพียงแห่งเดียว ในแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/gaysornvillage และ http://www.gaysornvillage.com

5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602746

  • วันที่ 06 ต.ค. 2562 เวลา 08:50 น.

5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

ปักหมุด 5 จุดสุดฟิน ติดเครื่องไปชลบุรี แวะพักสถานที่เช็คอินที่ไม่ควรพลาด

วันหยุดสุดสัปดาห์อีกแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปพักผ่อนชิลๆ ที่ไหนดี ชลบุรีคือคำตอบ!!!! กับ 5 จุดเช็คอินสุดชิคที่มีครบทั้ง ชิม ช้อป แชะ แน่นอน

1. เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ

พิกัด: ถนนศรีราชา-หนองค้อ ต.สุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา ใกล้กับทางหลวงหมายเลข 7

Community Mall ที่จำลองหมู่บ้านของชาวญี่ปุ่นสมัยเมจิมาวางไว้ที่ศรีราชาแบบเหมือนต้นฉบับแทบแยกไม่ออก พร้อมทั้งรวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นกว่า 80 ร้านมาไว้ในที่เดียว และสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแบบขั้นสุด ก็สามารถเช่าชุดยูกาตะมาใส่เดินเล่นแบบคูลๆ ได้เลย

2. ตลาดประมง ท่าเรือพลี

พิกัด: เลียบชายฝั่งทะเลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี

สำหรับคนรักซีฟู้ดต้องห้ามพลาดไปแวะเช็คอินที่ ตลาดประมง ท่าเรือพลี ที่เหมือนยกทะเลขึ้นมาขายบนบก ไม่ว่าจะ กุ้ง หอย ปู ปลา มีครบแถมสดแบบฉ่ำๆ เรียกว่าจับขึ้นมาจากทะเลก็ขายเลย และถ้าไปเช็คอินยามเย็นยังมีวิวพระอาทิตย์ตกให้ชมระหว่างมื้ออาหารด้วย ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!! หากใครอยากไปสัมผัสอาหารทะเลสดๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ และวิวพระอาทิตย์ตกทะเลแบบนี้ต้องวางแผนกันดีๆ เพราะตลาดประมง ท่าเรือพลี เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

3. Clay Crown

พิกัด: เลี่ยงหนองมน บางแสน จังหวัดชลบุรี

คาเฟ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ สไตล์บ้านสวนยุโรปวินเทจที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ไม่ว่าจะถ่ายภาพมุมไหนก็สวยถูกใจแน่นอน และถ้าใครที่ถ่ายรูปกันจนหมดแรง ก็สามารถสั่งเมนูเพิ่มพลังได้ทั้งอาหาร เบเกอรี่ และตบท้ายด้วยเครื่องดื่มได้ ครบ จบ ในที่เดียวไปเลย

4. เมืองน้ำแข็งพัทยา FROST Magical Ice Of Siam Pattaya

พิกัด: ก่อนเข้าพัทยา ตรงข้ามโรงเรียนนานาชาติ the regent school

สถานที่หลบร้อนที่คูลลลลลลลลลล ที่สุดในพัทยาด้วยอุณหภูมิ -10 องศา กับประติมากรรมน้ำแข็งรูปแบบต่างๆ ที่รอให้ถ่ายภาพกันได้แบบไม่อั้น พร้อมความพิเศษอย่างโดมน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มีบาร์น้ำแข็ง พร้อมเครื่องดื่มเย็นฉ่ำเพิ่มความคูลให้สุดขั้วเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ

5. เทอมินอล21 พัทยา

พิกัด: วงเวียนปลาโลมา

และสำหรับสายช้อปที่ไม่ชอบเดิน outdoor ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยาก็รอต้อนรับเหล่านักช้อป นักชิม นักแชะ อยู่ใจกลางเมืองพัทยา ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ยกแลนด์มาร์คจากประเทศต่างๆ มาตั้งไว้เพียบบบ!! ไปที่เดียวเหมือนได้เที่ยวรอบโลก

และในวันที่ 9-13 ตุลาคม 2562 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ยังมีการจัดงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก ประจำปี 2562 “ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” โดยไปรษณีย์ไทย ที่มีทั้งนิทรรศการแบบล้ำๆ กิจกรรมลุ้นรางวัล พร้อมร้านค้าชิคๆ พร้อมส่วนลดเมื่อใช้บริการไปรษณีย์ไทยอีกมากมายที่หาได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น!!