บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602595

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

ที่สุดพาสต้าและพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน อร่อยไม่กั๊ก ตักไม่อั้น กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในโรงแรมวิวสวย เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ

เอาใจคนรักอาหารอิตาเลียนกันบ้าง กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรูหรา พร้อมวิวพาโนรามา 360 องศา ย่านอโศกใจกลางกรุง ที่ห้องอาหารอิตาเลียน Medinii บนชั้น 35 ของ เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ โรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของมิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 ซึ่งเป็นห้องอาหารได้แรงบันดาลใจจากทะเลทราย เลือกใช้โทนสีที่ดูอุ่นๆ อย่างสีน้ำตาลและสีส้มเป็นหลัก ส่วนที่โดดเด่นและห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง คือการอัพภาพสวยๆ ที่เห็นวิวกรุงเทพผ่านกระจกบานใหญ่ที่ดูอย่างไรก็สวย

สำหรับ Medinii เป็นคำในภาษาสันสฤต แปลว่า Earth (โลก) คือที่อยู่แห่งชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ ที่หล่อรวมไว้ด้วยกัน โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าไม่มีอาหาร และเมื่อเอ่ยถึงอาหาร เราจะพบกับอาหาร Free Flow Lunch และเมนูที่รังสรรค์โดยเชฟเอก เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟประจำโรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารกับโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพ ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปี ทั้งร้านอาหารแนวยุโรปและเอเชีย ทั้งเครือโรงแรมนานาชาติและเครือโรงแรมชั้นนำของไทย ผู้ที่เลือกขีดเส้นทางของชีวิตนี้ด้วยตนเองและประสบความสำเร็จได้เพราะ “พรสวรรค์ บวกกับ พรแสวง”

เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย อาทิ ซุป ซึ่งแต่ละวันก็จะไม่ซ้ำกัน เช่น ซุปผักโขม (Spinach Cream Soup) ซุปมะเขือเทศ (Tomatoes Cream Soup) ซุปเห็ด (Mushroom Cream Soup) ขนมปัง ตักกันต่อที่สเตชั่นสลัด ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ เพลิดเพลินไปกับการ Cooking Salad ในสไตล์ของตัวเอง

ถัดมาเป็นสเตชั่นของพามาร์แฮมและชีสต่างๆ พบกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศอิตาลี ในวันที่ทางห้องอาหารไม่ได้จัดบุฟเฟ่ต์แบบเต็มรูป Free Flow Lunch จะมีอาหารจานหลักที่ลูกค้าสามารถเลือกได้จากเมนู และหากวันไหนห้องอาหารจะต้องรองรับแขกประชุมเป็นจำนวนมาก นอกจากไลน์บุฟเฟ่ต์ของซุปและสลัด ยังมีเมนูร้อนๆ อย่าง ราวิโอลีผักโขม, มันฝรั่งทอด , ปลากระพงสมุนไพรราดครีมซอสมะเขือเทศ, สันในหมูตุ๋น, ไก่อบมัสตาร์ดครีมซอส, ปลากะพงขาวอบกับผักโขมราดครีมซอส และเมนูอื่นอีกมากมาย

ส่วนที่มาแล้วต้องมุ่งตรงไปยกให้พาสต้าและพิซซ่า ที่จัดหนักมาเต็มเสิร์ฟไม่อั้น พิเศษขึ้นอีกด้วยการปรุงแบบ A La Minute อบกันถาดต่อถาด ผัดกันจานต่อจานตามสั่ง จะเลือกแบบฮาล์ฟๆ สองหน้าในถาดเดียวก็ได้ ส่วนท็อปปิ้งของของพิซซ่าก็มีให้เลือกหลายอย่าง อาทิ Margherita, Hawaii, Siciliana, Paradiso, Vegetarian, Green Curry Chicken และ BBQ Chicken เริ่มต้นเบสิกด้วย Margherita มอซซาเรลร่าชีสกับซอสมะเขือเทศแบบออริจินอล อัพเลเวลความอร่อยต่อเนื่องด้วย พิซซ่าหน้าผัดกะเพราไก่ เขียวหวานไก่ ที่ได้อารมณ์ฟิวชั่นไทยในพิซซ่าแป้งบางกรอบ รับรองฟินอย่าบอกใคร

ถึงคิวพาสต้าที่มีเส้นให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งเส้นสปาเก็ตตี้, เพนเน่, เฟตตูชินี, แบล็คอิงค์ และแองเจิลส์แฮร์ ที่ใช้แป้งนำเข้าจากต้นตำรับอย่างอิตาลี คนที่แพ้กลูเตนก็ไม่ต้องห่วง ทางห้องอาหารมีเส้นแบบปลอดกลูเตนเตรียมไว้ด้วย ส่วนซอสมีให้เลือกกันมากกว่า 10 แบบ แนะนำ Aglio E Olio Seafood สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้ง ใช้น้ำมันมะกอก ผัดมาหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ ที่ชอบคือความพิถีพิถันและใส่ใจในอาหาร อย่างกระเทียม ที่เลือกใช้หัวใหญ่มาตุ๋นในน้ำนม ลดกลิ่น เพิ่มความนุ่ม ละมุนสุดๆ ใครชอบความเข้มข้นรสจัดจานต้องจานนี้ สปาเก็ตตี้ผัดปลาเค็ม ตัวซอสซึมเข้าไปในเส้น ยิ่งตักชิ้นปลาเค็มแนมไปด้วยยิ่งแซบ และยังมี Carbonara สปาเก็ตตี้ในซอสคาโบนาร่าที่ใช้ไข่และเบค่อนเป็นวัตถุดิบหลัก

จบมื้อกลางวันสุดพิเศษนี้ด้วยของหวาน อาทิ ทีรามิสุ พานาคอตต้า ฟรุ๊ตเยลลี่ ฟองดูว์ผลไม้ มาร์ชเมลโล่ เค้ก บราวนี่้ และผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีชา กาแฟ ช็อกโกแลต โกโก้ ไว้คอยบริการอีกด้วย

สัมผัสรสชาติอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับประทานอาหารกับเชฟเอกได้ที่ห้องเมดินี่ ชั้น 35 โรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 17.30-22.45 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม ที่โทร. 02-686-7000 ต่อ 4106

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602593

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

10 ร้านน่าช้อป “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” เช็คอินที่เดียวครบจบทุกความต้องการ

ต้นเดือนแบบนี้ เรามีสถานที่ดีๆ มาแนะนำให้ตามไปเช็คอินช้อปฟินๆ สำหรับคนมีเวลาน้อยรับรองว่าเที่ยวที่เดียวตอบโจทย์ครบ ทั้งช้อป ชิม ชิล ที่ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งรวมสารพันของดี ของเด็ดจากตลาดชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ พร้อมคัดสรรร้านเด่นสาขาแรก และร้านดีที่มีที่นี่ที่เดียว เรียกว่ารวมที่สุดแห่งโลกไลฟ์สไตล์ไว้ให้นักช้อปได้ดื่มด่ำประสบการณ์พิเศษตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

1. เซนส์ (Sense)

ร้านมัลติแบรนด์อันดับ 1 ของกรุงเทพฯ ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นจากร้านเด็ดร้านดังในโลกออนไลน์ มาให้สาว ๆ สายแฟ ได้ช้อปนำเทรนด์ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ มากกว่า 100 แบรนด์ 10,000 แฟชั่นไอเท็ม และมีไอเท็มใหม่ๆ เข้าทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ เตรียมพบกับ Sense Cafe สาขาแรก! ในชื่อ Chongcha By Tea Inn พร้อมเสิร์ฟชาไทยระดับพรีเมียม พร้อมท็อปปิ้งหลากหลายให้เลือกสรรสำหรับสายเฮลตี้ ช้อปและชิมชาได้แล้วที่ชั้น M โซน 1

2. ร้านดีเซมเบอร์ส (December’s)

ร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์เสื้อผ้าดูแพงแต่ราคาไม่แรงอย่างที่คิด เหมาะสำหรับสาวที่ชื่นชอบแฟชั่นในลุคเกาหลี มีทั้งชุดใส่ทำงาน ใส่เที่ยวหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น แม็กซี่เดรสระบาย เดรสปาดไหล่ รวมถึงเสื้อเชิ้ตสไตล์เกาหลีที่แม้จะดูเรียบแต่มีดีเทล ตามไปช้อปกันได้ที่ชั้น M โซน 1

3. ทิพ ภัสสร (TIP–PUSSON)

ร้านสูทงานดีที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรมองข้าม “TIP–PUSSON” คือทางเลือกใหม่ที่ขอเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวไปเพื่อคว้าความสําเร็จในชีวิต เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาสูทคัตติ้งเนี้ยบ ๆ ไปใช้ในนัดสำคัญ หรืองานแต่งงาน ซึ่งมีให้เลือกหลากดีไซน์ สีสัน และเนื้อผ้า นอกจากนี้ ยังมีบริการรับตัดสูทสำหรับทีมงานและองค์กร ด้วยบริการที่เอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม ไปสัมผัสสูทที่ชอบในสไตส์ที่ใช่ ได้ที่ร้าน “TIP–PUSSON” ชั้น M โซน 1

4. เจ นายา (J.NAYA)

“J.NAYA” ร้านรองเท้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง แถมมีช้อยส์ให้เลือกเพียบ ด้วยแบบที่หลากหลายและตัวเลือกเรื่องสีมากกว่า 10 สีในแต่ละแบบ ตอบโจทย์คุณสุภาพบุรุษ แถมยังมีรุ่นหนังแกะแท้เกรดพรีเมียม นุ่มใส่สบายได้ทั้งวัน

5. พิลาส (Pilas)

อินเทรนด์ไม่เคยเอาท์ เห็นจะเป็นผ้าไทยที่คนนิยมใส่ออกงานกันมากขึ้น พลาดไม่ได้กับผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือลวดลายละเอียดทรงคุณค่า โดยเฉพาะผ้าทอมือขึ้นชื่อจากจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ นอกจากนี้ ยังมีชุดผ้าไทยสำเร็จรูป กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ สำหรับคนที่เน้นความสะดวก โดยพิลาสมีหน้าร้านแค่ที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์เท่านั้น! สัมผัสผ้าผืนงามฝีมือชั้นครู ได้ที่พิกัด ชั้น M โซน 1

6. จัสท์ อิน เคส (Just In Case )

คอมพลีทลุคให้สมบูรณ์แบบด้วยกระเป๋าดีไซน์มินิมอล แบรนด์สัญชาติไทย ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ 1 ใบ ใช้ได้หลายโอกาส ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน จุของ ช่องเยอะ มีทั้งแบบคลัช แบบถือ สะพายไหล่ สะพายข้าง ใช้ได้ทุกวัน พิกัดที่ ชั้น M โซน 1

7. โอ คล็อค (O’Clock)

ร้านเสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่นชื่อดังจากตลาดนัดสวนจตุจักร กับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าแบบโอเวอร์ไซส์และยูนิเซ็กซ์ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย เน้นสีสันและสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดคือเสื้อคอเต่าแฟชั่นทรงโอเวอร์ไซส์ ด้วยเนื้อผ้าคอตต้อน ใส่สบาย พร้อมตอบโจทย์อากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากดูดีมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ต้องรีบมาที่ร้าน O’Clock ชั้น M โซน 1

8. เครซี่ ฮอร์ส (CRAZY HORSE)

ร้านของคนรักเครื่องหนัง ก่อตั้งโดยคุณม้า เจ้าของร้านผู้หลงใหลในสไตล์วินเทจและงานหนัง โดยปลุกปั้นแบรนด์สายเลือดไทย CRAZY HORSE มาแล้วเกือบ 20 ปี และประสบความสำเร็จในเวียดนาม ก่อนจะกลับมาเปิดตลาดที่เมืองไทยจนเป็นที่ถูกใจของชาวเอเชียและชาวยุโรป ด้วยดีไซน์ยูนีคและความประณีต โชว์ฝีมือการตัดเย็บ ทุกฝีเข็มจึงเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ นอกจากนี้ ยังสรรหาขนสัตว์และหนังแท้มาเนรมิตเป็นไอเท็มต่าง ๆ ทั้งกระเป๋า รองเท้า แอคเซสซอรี่หนัง ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน ในราคาเริ่มต้น 500 บาท ไม่เพียงเท่านี้ ที่ร้านยังมีบริการหลังการขาย ซ่อมฟรีอีกด้วย พบกับสินค้าหนังแท้จาก Crazy Horse ได้ที่ชั้น 1 โซน 2

9. นวลลออ (Nuala-Or)

เอาใจคนรักผ้า ด้วยผ้ามัดย้อม ผ้าย้อมคราม ทั้งผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าไหม รวมถึงผ้าขาวม้าดีไซน์สวย เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบลวดลายอันเป็นธรรมชาติของผ้ามัดย้อม นอกจากนี้ ยังมีตั้งแต่ชุดใส่เที่ยวชิล ๆ เสื้อคลุมใส่ทำงาน ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ รวมถึงกระเป๋าลวดลายไทย ด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการเป็นตัวกลางในการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของไทยสู่คนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดตั้งแต่ 10-30% ชั้น 2 โซน 2

10. ฮาร์โมนิค เอเชีย (Harmonique Asia)

สำหรับสุภาพบุรุษและสตรี ที่ชื่นชอบเครื่องประดับที่ทำขึ้นจากเงินแท้ พลอย หินสี ต้องไม่พลาดร้านนี้ อาทิ สร้อยข้อมืออำพันพระพิฆเนศ, แหวนเงินประดับ”หยกตัวหมูน้อย” นอกจากนี้ ยังรับดีไซน์กรอบพระตามแบบ แวะชมและจับจองเป็นเจ้าของได้ ที่ชั้น 2 โซน 2

มาเก็ทสิ่งดี ๆ ได้ทุกวันที่ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ สถานที่แฮงค์เอ้าท์แห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ การเดินทางสะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีชิดลมเดินต่อมาทาง R-Walk มีทางเชื่อมเข้าศูนย์การค้าได้เลย นอกจากนี้ หากเดินทางด้วยเรือ ก็สามารถเดินจากท่าเรือประตูน้ำใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจได้ทาง Facebook/Instagram :TheMarketBangkok

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602563

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 16:32 น.

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

“พิปป้า” (PIPPA) รูฟท็อปบาร์น้องใหม่พัทยา อาหารดี เครื่องดื่มโดนใจ พักผ่อนสุดคุเมกับวิวสวย มุมถ่ายรูปเพียบ

ไปพัทยาทั้งทีพักที่นี่ทีเดียวจบครบทุกอย่างที่ต้องการ สำหรับโรงแรมมิตร์ บีช พัทยา (MYTT Beach Hotel) เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่โพสต์ทูเดย์ขอแนะนำ การันตีวิวสวย อาหารอร่อย บาร์เจ๋งเพลงดี ครบเครื่องเรื่องการพักผ่อนในวันหยุดวีคเอ็น แถมยังมีรูปสวยๆให้เลือกลงเพียบ

โดยชั้น 19 ของโรงแรมนี้ เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อป บาร์รูปแบบใหม่ “พิปป้า” (PIPPA) จัดตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ รวมถึงหากไปตอนเย็นๆได้วิวพระอาทิตย์ตกดินกระทบกับน้ำะเลก็สวยเก๋โรแมนติกไปอีกแบบ ซึ่งเมนูขายดีฝีมือคุณ Sami Mersel จาก Sunset Bar

ในส่วนห้องอาหารระหว่างเดินไปนั้นเราก็จะเห็นครัวเปิดที่มองเห็นเชฟกำลังขมักเขม้นในการปรุงอาหาร ให้เราได้ชิมกัน บรรยากาศตกแต่งสบายตา สวยงาม ผ่อนคลาย มีทั้ง Outdoor และ Indoor กับอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟ Julian Lavigne ที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปและเอเชีย รสชาติจึงเป็นเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่

เปิดทำการทุกวัน (วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึงเที่ยงคืน สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 038 259 510 หรืออีเมล์ที่ info@pipparestaurant.com เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่มในพัทยา ที่พิปป้าเรามีความมุ่งมั่นที่ จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่แขกของเรา”

สำหรับข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ http://www.pipparestaurant.comFacebook : http://www.facebook.com/pipparestaurant Instagram : http://www.instagram.com/pipparestaurant

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602486

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

เบนิฟิตต์ ชวนลิ้มรสน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า” ยกระดับเพิ่มความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วโปรด @Pacamara Coffee Roasters

ปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟผสมนมมากขึ้น แต่ด้วยกระแสรักสุขภาพ “นมถั่วเหลือง” จึงนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ทั้งยังเป็นทางเลือกต้นๆ ของคนที่ไม่ดื่มนมวัว เพราะถั่วเหลือง?มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ? อุดมด้วยโปรตีนดี? ไขมันดี และที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ น้ำนมถั่วเหลืองที่ผ่านกรรมวิธีอันพิถีพิถันจากการคิดค้นเพื่อเมนูเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับคนรักกาแฟ ยังมีบอดี้ที่มี?เท็กซเจอร์ที่ดี? เสริมรสชาติดี? นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมฟองนม ทำลาเต้อาร์ทสวยๆ ได้ไม่ต่างจากนมวัวที่เราคุ้นเคย

เบนิฟิตต์ (Benefitt) ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงและใส่ใจในสุขภาพ จึงส่งน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า (Benefitt Soy Barista)” ที่เหมาะสำหรับการชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งเมนูร้อนและเย็น เพื่อเครื่องดื่มแก้วพิเศษของทุกคน เป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ผลิตจากน้ำนมถั่วเหลืองที่มีคุณภาพ ไม่ผสมนมผง ไม่มีกลิ่นถั่วเหลือง รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีรสสัมผัสที่นุ่มละมุน แคลลอรีต่ำ ทั้งยังสาารถตีเป็นฟองนุ่มๆ หรือทำลาเต้อาร์ตได้อย่างสบายๆ

ในช่วงเปิดตัว เบนิฟิตต์ชวนทุกคนมาสัมผัสกับเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษจากเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ที่รังสรรค์โดยบาริสต้ามือหนึ่งของร้านกาแฟ Pacamara ร้านกาแฟชื่อดังที่มีออปชั่นมาให้ลูกค้าเลือกสรรค์ตามความชอบ พร้อมเฟ้นหาวัตถุดิบดีๆ กาแฟพันธุ์ดีจากทุกมุมโลก ได้ทั้ง 11 สาขา ตลอดเดือนตุลาคมนี้

สำหรับเมนูแนะนำ ได้แก่ ลาเต้ร้อน สัมผัสฟองนมถั่วเหลืองนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อม ลงตัวกับกาแฟเป็นอย่างดี ต่อกันที่ ช็อกโกแลตร้อน ลิ้มรสความหอมหวานกำลังดีผ่านช็อกโกแลตร้อนชั้นดีที่ไม่ต้องรู้สึกผิด ปิดท้ายกับ ชาเขียวเย็น ฟินกับชาเขียวแท้รสชาติเข้มข้น ผสานความกลมกล่อมละมุนละไมของน้ำนมถั่วเหลือง ช่วยอัพความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วนี้รสชาตดียิ่งขึ้น

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602451

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 17:56 น.

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

ร้านอาหารสีฟ้า จัดเสิร์ฟความอร่อย อิ่มบุญ อุ่นท้องกับสารพันเมนูอาหารเจครบทั้งคาว-หวาน แถมดีต่อสุขภาพ

สีฟ้า ร่วมเติมเต็มความอร่อยตลอดช่วงเทศกาลเจ เราพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ให้คุณอิ่มอร่อย ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ กับหลากหลายเมนูเจที่ปีนี้มีให้เลือกสรรมากกว่า 50 เมนู อิ่มอร่อยแบบไม่จำเจ ครบครันทุกเมนูทั้งเมนูจานเดียว เมนูกับข้าว เมนูทานเล่น ของหวานและไอศกรีม อาทิ ข้าวอบเห็ดเจหม้อดิน ข้าวอบหนำเลี้ยบ ลาบวุ้นเส้นเจ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจ โชยุราเมนเจ เต้าหู้ผัดพริกเสฉวนเจ เกี๊ยวซ่าทอดเจ เห็ดชิเมจิทอดเกลือวาซาบิ เป็นต้น

พร้อมแนะนำเมนูน้องใหม่ คุณภาพอัดแน่นเต็มๆ จานกับ ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกมะม่วงเจ หอมกลิ่นน้ำพริกมะม่วง คลุกเคล้าข้าวผัดดอกมะขาม รสชาติกลมกล่อม ครบรส ทานคู่กับผักสด ทีเด็ดอยู่ที่เครื่องเคียงอย่างเต้าหู้หวานญี่ปุ่นรสละมุน โรยหน้าด้วยเห็ดเข็มทองทอดกรอบ เมนูข้าวดอกมะขามผัดกะเพราเห็ดรวมเจ พิเศษที่เครื่องแกงสูตรเฉพาะของสีฟ้า ผัดคลุกเคล้าเห็ดนานาชนิด เพิ่มความหอมกรุ่นของใบกะเพราะทอดกรอบให้ รสชาติเผ็ดเล็กๆ กลมกล่อมกำลังดี ข้าวดอกมะขามอบเผือกหอมเจ เสิร์ฟร้อนๆ ในหม้อดินอร่อยได้คุณประโยชน์จากธัญพืชนานาชนิด ทั้งเผือก ถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอท เห็ดหอมและแปะก๊วย

สาวกซาลาเปา ห้ามพลาดซาลาเปาเจร้อนๆ หนานุ่ม ไส้แน่นเต็มคำ พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่ ด้วยแป้งซาลาเปาชั้นดีที่นำมาปั้น นวดจนฟูได้แป้งเนื้อนุ่ม มาพร้อมความอร่อย ให้คุณได้เลือกถึง 4 รสชาติ อัดไส้แน่นเต็มๆ คำ กับไส้โอวหนี่แปะก๊วย งาดำ ผักรวม และเห็ดรวม ลูกละ 28 บาท พิเศษ ในกล่องบรรจุชุดละ 8 ลูก เหมาะสำหรับเป็นของฝากแด่คนพิเศษ หรือคนที่คุณรัก ในราคาพิเศษเพียงกล่องละ 198 บาท จากราคาปกติ 224 บาท

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน แนะนำน้องใหม่ ไอศกรีมกะทิทรงเครื่องเจ ไอศกรีมกะทิสด โฮมเมดใช้นมมะพร้าวแท้ 100% ใส่เครื่องแน่นจัดเต็มทั้งกล้วยไข่เชื่อม บัวลอยเผือก ข้าวเหนียวมูล ลอดช่อง พุทราจีนเชื่อม

ทุกเมนู สีฟ้า เลือกสรรตอบโจทย์ความอร่อยแบบครบครัน อิ่มอร่อยกับทุกเมนูเจได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ –11 ตุลาคม 2562 ที่ร้านอาหารสีฟ้าทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-655-0251 หรือที่ http://www.seefah.com และ http://www.facebook.com/seefahfanpage

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602439

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ไปชมความสด ชิมรสชาติอันหลากหลาย ในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ที่ร้าน Shinsen Fish Market @สุขุมวิท 39

วันนี้ก่อนไปชมเมนูและลิ้มรสชาติอาหาร ทีมงานพา Posttoday เซอร์เวย์ชมความพีคในพีคซึ่งมีอยู่จริงที่ ร้าน Shinsen Fish Market ในซอยสุขุมวิท 39 กับ 5 สิ่งต้อง(ห้าม)พลาด เริ่มจากการเล่าถึง Shinsen Fish Market ว่าเป็นตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผสมผสานระหว่าง Market และ Restaurant (ร้านอาหาร) เข้าด้วยกัน ตกแต่งในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ผสมผสานเอกลักษณ์ของ Industrial Loft ภายในบริเวณกว่า 3,800 ตารางเมตร

ที่นี่พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนที่มาเยือนได้เพลิดเพลินกับของทะเลเป็นๆ สดๆ และอาหารญี่ปุ่นกว่า 300 เมนู ใน 20 หมวดอาหารญี่ปุ่น ซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำข้าจากทั่วโลก พร้อมมีให้เลือกสรรตั้งแต่ในราคาที่จับต้องได้ไปจนถึงสินค้าพรีเมี่ยมสุดๆ แบบที่ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เช่น ปูทาระบะ (Live Taraba King Crab) หอยเชลล์ฮอกไกโดโฮตาเตะ (Live Hokkaido Hotate) หอยเม่น (Live Uni) กุ้งล็อบสเตอร์ (Live Canadian Lobster) เป็นต้น รวมถึงความสดของปลาหลากหลายชนิดตามฤดูกาลที่ญี่ปุ่น ซึ่งการนำเข้าปลาเหล่านี้เกิดจากการร่วมมือกับ partner ที่ญี่ปุ่นประสบการณ์กว่า 35 ปี การันตีด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับจากจากเชฟญี่ปุ่น ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และโรงแรมระดับ Hi-end ในประเทศญี่ปุ่นอย่างมากมาย ด้วยความสดและคุณภาพของปลาที่นำเข้าจากท่าเรือประมงทั้งหมด 8 แห่งภายใต้เครือของบริษัท เชื่อมต่อตั้งแต่ Hokkaido ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงทางใต้ของ Kagoshima นำเข้าสัปดาห์ละ 5 ครั้ง

ทุกความอร่อยสร้างสรรค์โดยเชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่น ประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งจากในประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทย พร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารในรูปแบบครัวเปิด ที่คุณสามารถมองเห็นบรรยากาศ พูดคุย และรับชมวิธีการปรุงอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างใกล้ชิด ความพิเศษถัดมา คือทุกๆ 2 เดือน เราจะได้พบกับวัตถุดิบพิเศษและเมนูพิเศษตรงตามเทศกาลที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีส่วนของ supermarket ที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทานเล่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไอศกรีม และวัตถุดิบการปรุงอาหารต่างๆ ให้เลือกสรรไม่แพ้ supermarket ชั้นนำ

สำหรับเมนูสุดอลังที่มาแล้วอยากให้สั่งต้อง Nijo Sashimi Set (2,590 บาท) เซ็ตนี้เหมือนได้กินครบทั้งมหาสมุทร สัมผัสมิติแห่งรสชาติอันหลากหลายกับปลาดิบยอดนิยมกว่า 16 ชนิด ตั้งแต่ Hon Maguro Otoro, Hon Maguro Chutoro, Hon Maguro Akami, Salmon, Salmon Harasu, ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 1 ชนิด, Shime Saba, Hokkaido Hotate Maki, Ama Ebi, Hokkigai, Kani Kamaboko, Aori Ika, Uni และ Ikura

ตามด้วย Shinsen Sushi Set (2,290 บาท) ซูชิยอดนิยม 20 คำที่ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสความหวาน สด ใหม่ พร้อมคุณภาพของวัตถุดิบ ความใส่ใจ และความพิถีพิถันจนกลายเป็น Signature Menu จัดเต็มทั้ง Hon Maguro Otoro, Chutoro, Akami, Salmon, Salmon Harasu, Foie Gras, Unagi, Anago, Engawa, Hokkaido Hotate, Hokkigai, Hamachi, Shime Saba ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 3 คำ, Uni Gunkan, Kani Miso Gunkan, Ikura Gunkan, Negitoro Gunkan

ต่อกันที่ Grilled Taraba Kanimiso (460 บาท) มันปูย่างรสเข้มข้น หอม มัน ที่มีให้ทานแบบนี้ที่เดียวในประเทศไทย เพราะใช้มันปูจากปูทาระบะตัวเป็นๆ มาผสมกับมันปูสูตรพิเศษ และปรุงรสจนกลายเป็น Kanimiso สูตรเฉพาะของตลาดปลา รับรองว่าไม่มีใครเหมือน เพลิดเพลินกับความอร่อยนี้ด้วยการนำมาย่างให้มันปูเดือดปุดๆ บนเตาส่งกลิ่นหอมตรงหน้า เพิ่มความสุขในมื้อนี้เมื่อทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ หรือจัดใหญ่กับเมนูข้าวคลุกมันปู ออนท็อปด้วยแซลมอน อูนิ ไข่กุ้ง ทุกคำหอมล้ำๆ กับมันปู อู้หู้ววว…ฟิน

อีกเมนู Signature ที่ใครมาก็ต้องสั่งและประทับใจกับความใหญ่ สด จุใจ เพราะรวมความอร่อยจากทะเลถึง 5 อย่างย่างมาแบบสุขกำลังดีกับ Mixed Grilled Seafood Platter (2,390 บาท) สัมผัส Lobster, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ, ปลาหมึก และหอยหวาน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสจัดจ้านแบบไทยติดใจไปตามๆ กัน

ด้านสาวกหอยไม่ต้องน้อยใจ จัดใหญ่ไปกับเมนู Tsubugai Market Price (ไม่เท่ากันแต่ละวัน) หอยสังข์ญี่ปุ่น ด้วยเอกลักษณ์รูปทรงที่แตกต่างจากหอยชนิดอื่น จึงทำให้ Tsubugai เป็นที่นิยม โดยลักษณะของเนื้อหอยชนิดนี้จะมีความนุ่มกว่า Awabi หรือหอยเป่าฮื้อ และมีความหอม หวาน ในการทานหอยชนิดนี้คนญี่ปุ่นนิยมทานซาซิมิ หรือซูชิ เพื่อลิ้มรสความหวาน หอมของหอยชนิดนี้ ซึ่งเทคนิคการแล่หอยชนิดนี้ให้อร่อย จะต้องแล่ให้บางที่สุด ต่อที่ Kaki (market price) หอยนางรมญี่ปุ่นที่ส่งตรงถึงไทยวีคละ 5 ครั้ง เอร็ดอร่อยไม่ยั้งกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะ หรือจะลิ้มลองความอร่อยคู่กับน้ำจิ้มพอนสึในสไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่นประจำตลาดปลารังสรรค์ก็ฟินไม่ต่างกั

ปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาล (Special menu for Ebi Festival) กับเมนู Volcano Maki (390 บาท) จุใจกับความใหญ่ของ Maki หรือ Roll ไส้กุ้งเทมปุระคำโต สอดไส้ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความใหญ่ด้วยกุ้งลวกอีกหนึ่งชั้น เสริมรสชาติให้ปะทุในปากเหมือนภูเขาไฟด้วยกากเทมปุระ ไข่ Tobiko ราดด้วยซอสมาโยและซอสเทริยากิอร่อยฟินครบรส

ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมลิ้มลองความอร่อยสุดพลัง และความสดใหม่แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ได้ที่ร้าน Shinsen Fish Market ตลาดปลาแห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-260-6522 ติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่ FB / IG: shinsenfishmarket

10 พิกัดแชะภาพใน 3 สวนสวยกลางเมืองที่สายวิ่งไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602421

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 15:00 น.

10 พิกัดแชะภาพใน 3 สวนสวยกลางเมืองที่สายวิ่งไม่ควรพลาด

เตรียมชุดวิ่ง หยิบกล้อง แล้วออกไปวิ่งเพื่อสุขภาพ ณ 3 สวนสวยกลางเมืองที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นทางวิ่ง แต่ยังมีทั้งจุดเช็กอินแชะภาพสวย สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ บอกเลยสายวิ่งไม่ควรพลาด!

ต้องเกริ่นก่อนว่า อุทยานสวนจตุจักร ไม่ใช่สวนสาธารณะเปิดใหม่ที่มีอะไรพิเศษกว่าเดิม แต่เป็นการผสานพื้นที่ของ 3 สวนสวยใจกลางกรุงที่มีอยู่เดิมคือ สวนจตุจักร 155 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 375 ไร่ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 196 ไร่ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองรวม 727 ไร่ ซึ่งทำให้ปอดของมหานครถูกขยายให้หายใจคล่องมากขึ้น

มาดูกันว่าจุดเช็กอิน 10 พิกัดแชะ ใน 3 สวนสวยกลางเมืองฯ ที่ต้องแวะไปแชะภาพมีอะไรกันบ้าง

สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

เริ่มกันด้วย พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร อาคารสีสันสดใสสะดุดตาในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีกิจกรรมเรียนรู้สำหรับน้องๆ หนูๆ ที่เน้นความสนุกสนานพร้อมเปิดโลกจินตนาการ ให้กว้างไกล เช่น วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ ครัวไทยจิ๋ว นักสืบไดโนเสาร์ ละครโรงเล็ก ห้องศิลปะ เมืองสายรุ้ง รวมถึงสวนน้ำ สนามเด็กเล่น และการผจญภัยในป่า ผู้ปกครองที่วิ่ง Virtual Park Run เก็บระยะเสร็จแล้วก็สามารถพาเด็กๆ มาเที่ยวต่อได้เลย

สวนไผ่ อยู่ใกล้กับอาคารพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร เป็นจุดถ่ายรูปสวยที่อยากแนะนำ ทางเดินในสวนไผ่เย็นสบาย ฉ่ำปอดมากๆ ต้นไผ่ลู่ลมทอดเงาให้ความเขียวครึ้มละมุนตา ที่นี่รวบรวมพันธุ์ไผ่ที่มีในป่าธรรมชาติของไทยและไผ่จากต่างประเทศเอาไว้ 13 สกุล 45 ชนิด

ลานบัว ใครชื่นชอบความสง่างามของดอกบัว โซนนี้น่าแวะ เพราะรวบรวมพันธุ์บัวทั้งไทยและต่างประเทศมาไว้ที่นี่ ซึ่งทางเข้าลานบัวตกแต่งด้วยสวนสวยสไตล์ยุโรป สลับกับดอกไม้หลากสีตามฤดูกาล เช่น ดอกกระเจียว ดอกต้อยติ่ง ใกล้ๆ กันยังมีสวนลั่นทม ลานชบา ลานเข็ม ลานอโศก และสวนกล้วยที่รวมไว้กว่า 70 ชนิด

ย่านดาโอ๊ะ หรือต้นเถาใบสีทอง หนึ่งในพันธุ์ไม้หายากของไทยที่หลายคน อาจยังไม่รู้จัก สามารถมาชมกันได้ที่นี่ ย่านดาโอ๊ะถูกพบครั้งแรกในเขตน้ำตกบาโจ อุทยานแห่งชาติเทือกเข้าบูโดสุไหงปาดี จ. นราธิวาส ความมหัศจรรย์ของย่านดาโอ๊ะ คือ ใบไม้ตรงปลายกิ่งจะเปลี่ยนเป็นสีทองแดงเหลือบรุ้งในฤดูร้อน เป็นสีทองในฤดูฝน และกลายเป็นสีเงินในฤดูหนาว…อย่าลืมแวะไปดูกันล่ะ หาดูยากจริงๆ นะ

สะพานคลื่นนก (The Bird Wave Bridge) สะพานไม้ ข้ามคลองยาวประมาณ 50 เมตร เชื่อมระหว่างสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กับสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ตัวสะพานดีไซน์เป็นรูปคลื่น กลมกลืนไปกับพรรณไม้ ซึ่งไม้ทุกชิ้นที่ใช้ทำสะพานนี้เป็นไม้รีไซเคิลจากโครงสร้างเก่า ด้านหนึ่งของปลายสะพานมีมุมเล็กๆ ให้นั่งพักเหนื่อย และเป็นอีกโลเกชั่นที่เหมาะกับการถ่ายรูป และยังเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังสวนรถไฟอีกด้วย จากนั้นเมื่อเข้าสู่สวนรถไฟ เหล่านักวิ่งจะพบกับเส้นทางวิ่งสุดชิล มีไม้ใหญ่ทอดเงาให้ความร่มเย็นสลับกับ สนามหญ้าเขียวขจีสบายตา แยกส่วนกับทางจักรยานอย่างชัดเจน…วิ่งเพลินสุดๆ

สวนรถไฟ

ทุ่งบานชื่นแคระ จุดเช็กอินนี้พลาดไม่ได้เลยจริงๆ กับแปลงดอกไม้แสนสวยบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ดอก คอสมอส ดอกผักเสี้ยนฝรั่ง ดอกทานตะวัน มาเที่ยวชมได้ทั้งปี อย่างช่วงหน้าฝน เป็นทุ่งดอกบานชื่นแคระหลากสีกว่า 72,000 ต้น มีทางเดินไม้ไผ่ทอดยาวกว่า 400 เมตร สู่กลางสวนทำให้เราเซลฟี่ กับดอกไม้ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับแปลงนาข้าวสาธิตให้เยาวชนมาทัศนศึกษากัน

ประติมากรรมเด็กกลางสวน นอกจากมาเดินๆ วิ่งๆ สูดอากาศสดชื่น ฟังเสียงนกท่ามกลางธรรมชาติแล้ว ในสวนรถไฟยังมีงานประติมากรรมให้ชมกันทั่วสวน มีทั้งงานของศิลปินแห่งชาติ อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน กับผลงานที่ชื่อ “สังคมแห่งความงอกงามของคุณธรรม” เป็นรูปทรงของดอกไม้ตูมที่กำลังจะเบ่งบาน ตลอดจนงานประติมากรรมรูปเด็กน้อยแสนซน ในอิริยาบถต่างๆ แวะเช็กอินกับงานศิลปะบ้างก็คูลดีนะ

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ใครอยากพักเหนื่อย แนะนำให้มาเดินทอดน่องในอาคารรูปโดมขนาดใหญ่ที่มีความลับมากมายของผีเสื้อซ่อนอยู่ มารู้จักวงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง อาหารของผีเสื้อที่มีมากกว่าน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ประโยชน์ของผีเสื้อและแมลงที่มีต่อระบบนิเวศ อีกทั้งยังได้ชมผีเสื้อตัวเป็นๆ ในบรรยากาศเลียนแบบธรรมชาติ มีทั้งน้ำตก ธารน้ำ และมวลไม้ดอก ร่มรื่นสบายตา ได้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่ในโลกของผีเสื้อจริงๆ

สวนจตุจักร

หอนาฬิกา นาฬิกาดอกไม้ และประติมากรรมอาเซียน ข้ามถนนกำแพงเพชร 3 เข้าสู่สวนจตุจักร จะพบกับแลนด์มาร์กสวยๆ ให้ถ่ายรูปไม่รู้เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมอาเซียนทั้ง 6 ชิ้น รูปร่างแปลกตากระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในสวน นาฬิกา ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้ไม้ดอกไม้ประดับแทนหน้าปัด และเข็มสั้น-ยาวบอกเวลา ใครอยากถ่ายรูป จุดนี้มีแท่นไม้ ให้ขึ้นไปกดชัตเตอร์ในมุมสูงกันรัวๆ และจุดนัดพบประจำสวนอยู่ที่หอนาฬิกา สร้างโดยสมาคมไลออนส์เพื่อเฉลิม พระเกียรติพระชนมพรรษา 81 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 9

ฝูงปลาและกระรอกน้อย ท่ามกลางสวนปิกนิกใต้ร่มไม้ ริมบึงน้ำของสวนจตุจักร ยังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ น่ารักประจำสวนอย่างฝูงปลาที่รอคอยอาหาร นกสารพัดชนิด ตลอดจนกระรอกน้อยหางฟูที่ออกมาทักทายกัน เมื่อไหร่ที่เหนื่อยนัก หยุดพักแล้วมองชีวิตเล็กๆ รอบตัวบ้าง คุณอาจพบความสุขอีกรูปแบบจากป่าในเมืองแห่งนี้

เมื่อปอดสีเขียวกว้างใหญ่ขนาดนี้ จึงถูกเลือกให้เป็นสถานที่รวมพลังนักวิ่งของงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB | ING PARKRUN 2019 งานวิ่งแห่งปีที่ #ดีต่อใจ ด้วยการเปลี่ยนเหงื่อเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจ รับรองว่าเหล่านักวิ่งที่สมัครวิ่งงานนี้จะชุ่มชื่นหัวใจไปพร้อมๆ กับได้ชื่นชมวิวธรรมชาติของสวนสวยแบบไม่ซ้ำกันไปตลอดทางเลยทีเดียว สมัครได้แล้ววันนี้ที่ https://parkrun.tmbfoundation.or.th/virtual-parkrun/  หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร : 085-567-3891, LINE@ : @tmbingparkrun และ Email parkrun.tmbfoundation@gmail.com

นั่งรถไฟสโลว์ไลฟ์ไปซึมซับวิถีไทยสไตล์คลาสสิก @สวนสามพราน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/601945

  • วันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

นั่งรถไฟสโลว์ไลฟ์ไปซึมซับวิถีไทยสไตล์คลาสสิก @สวนสามพราน

One Day Trip ประสบการณ์แสนพิเศษบนรถไฟ จากหัวลำโพงมุ่งสู่นครชัยศรี สัมผัสวิถีไทยสไตล์เกษตรอินทรีย์ พร้อมเรียนรู้เส้นทางข้าวออร์แกนิก ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม

“นครปฐม” 1 ใน 5 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ปริมณฑลที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครแค่เอื้อม แต่วิถีชีวิตต่างกันอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสัก 10-20 ปี ไปสัมผัสวิถีไทยสไตล์คลาสสิก ใช้ชีวิตให้ช้าลง เรียบง่ายแต่ได้อารมณ์ ผ่านภาพเล่าเรื่องราวจากเลนส์กล้องสมาร์ทโฟน OPPO Reno 10x Zoom ในกิจกรรม “The Enchanting Perspective Created by OPPO Reno 10x Zoom”

การเดินทางครั้งนี้เรามีสมาชิกไปเพียบ ที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ OPPO Reno 10x Zoom สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมที่เข้ากับทุกฟังก์ชั่นของทุกไลฟ์สไตล์ โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นกล้องที่มีการซูมแบบ 10x Hybrid Zoom ให้รายละเอียดภาพได้เหมือนที่ตาเห็น ด้วยประสิทธิภาพของกล้องหลัก Ultra-Clear 48MP และเลนส์ Telephoto 13MP พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ เก็บภาพได้กว้างกว่าเดิมด้วยเลนส์ Ultra-Wide Angle 8MP ช่วยให้ความงดงามในตำนานของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ถูกเก็บบันทึกไว้ในความทรงจำตลอดไป และที่สำคัญไม่ว่าสถานที่นั้นจะแสงน้อยแค่ไหน ด้วย Ultra Night Mode 2.0 รูรับแสงขนาดใหญ่พิเศษ f/1.7 จะทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยคมชัดยิ่งขึ้น เห็นรายละเอียดได้เป็นอย่างดี พร้อมช่วยให้ภาพถ่ายมีสีสันสวยงามคืนชีวิตชีวาด้วย Dazzle Color Mode 2.0 และยังเก็บความคลาสสิกด้วยการบันทึกวิดีโอ 4K สูงสุด 60fps

ตลอดการเดินทางด้วยรถไฟขบวนหมายเลข 261 เราสัมผัสได้ถึงความคลาสสิกผ่าน 12 สถานีที่น่าสนใจ จากหัวลำโพง สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย จำนวน 4 สาย มีสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ มีลักษณะเป็นโดมสไตล์อิตาเลียนผสมกับศิลปะเรอเนซองซ์ คล้ายกับสถานีรถไฟในเมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ออกแบบโดย มาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และสร้างเสร็จในปี 2453 ก่อนเริ่มใช้งานวันที่ 25 มิ.ย. 2459 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6

สำหรับตัวสถานีแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ อาคารมุขหน้า มีลักษณะเหมือนระเบียงยาว และอาคารโถงสถานีเป็นอาคารหลังคาโค้งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก เลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณของกรีก-โรมัน โดยจุดเด่นมีกระจกสีที่ช่องระบายอากาศทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งประดับไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนกับตัวอาคาร เช่นเดียวกับนาฬิกาบอกเวลา ซึ่งติดตั้งไว้กลางส่วนโค้งของอาคารด้านในและด้านนอก และในส่วนผนังด้านซ้ายและขวาของอาคารมีภาพเขียนสีน้ำ เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ของประเทศ อาทิ พระบรมมหาราชวัง ตลาดน้ำ เขาวัง ภูกระดึง และหาดสมิหลา

ผ่านมา 103 ปีแล้ว สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด มีรถไฟเข้า-ออกตลอดตั้งแต่เช้ามืดจนถึงดึกดื่นกว่า 100 ขบวน และในที่สุดสถานีกรุงเทพก็กำลังจะยุติบทบาทลงในเร็วๆ นี้ โดยจะมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟแห่งใหม่ที่รวมรถไฟทางไกล รถไฟฟ้าชานเมือง รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยาน และรถไฟความเร็วสูงเข้าด้วยกัน โดยมีแผนเปิดใช้งานในปี 2563 เข้ามาทำหน้าที่แทน และบทบาทของสถานีรถไฟกรุงเทพจะถูกลดลงเป็นเพียงแค่สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (มีส่วนต่อขยายไปถึงมหาชัยและปากท่อ) รวมถึงการเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟอีกด้วย

ระหว่างทาง เราจะผ่านสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟขนาดใหญ่ที่จะเป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่ ซึ่งจะเสร็จพร้อมเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2563 โดยสถานีนี้จะเป็นชุมทางรถไฟขนาดใหญ่ เป็นสถานีหลักของรถไฟสายเหนือ สายอีสาน สายใต้ สายตะวันออก สายตะวันตก นอกจากนั้นยังออกแบบรองรับรถไฟความเร็วสูงทุกสายในอนาคต รวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

รถไฟแล่นไปเรื่อยๆ ผ่านสถานีสามเสน – บางซื่อ – บางซ่อน – บางบำหรุ – ตลิ่งชัน – ศาลาธรรมสพน์ – ศาลายา – วัดสุวรรณ – คลองมหาสวัสดิ์ – วัดงิ้วราย ถึงสถานีปลายทางในครั้งนี้ที่สถานีนครชัยศรี

จากนั้นเราขึ้นรถตู้ต่อไปอีกราว 15-20 นาที ก็ถึงเส้นชัยพร้อมสัมผัสวิถีไทยสไตล์เกษตรอินทรีย์ ณ สวนสามพราน อีกแลนด์มาร์กที่ใครหลายคนยกให้เป็นจุดหมายที่ต้องไปในจังหวัดนครปฐม ที่นี่เราจะได้ซึมซับความเป็นธรรมชาติแบบออร์แกนิก ในพื้นที่กว่า 130 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน ตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศสวนสวยผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นไทยแท้ มีเรือนไทย บ้านไม้ใต้ถุนสูง ซึ่งแต่ละหลังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ มีเวิร์กช้อปที่น่าสนใจรอเราอยู่มากมาย

เริ่มที่การเรียนรู้เส้นทางข้าวออร์แกนิก “Organic Rice Journey” ตามรอยเส้นทางวัตถุดิบอินทรีย์ในหมู่บ้านปฐม เรียนรู้วิธีการทำผลิตภัณฑ์ปฐม และสัมผัสวิถีชีวิตแบบท้องนา มีกิจกรรมย่อยอันสร้างสรรค์ เช่น การดำนา สีข้าว สาธิตการทำขนมครกจากข้าวออร์แกนิก การสาวไหม ทอผ้าไหม ร้อยมาลัย  ทำสครับผิว ทำภาชนะจากใบตอง การปั้นดินเหนียว และกิจกรรมวิถีไทยในรูปแบบเกษตรอินทรีย์อีกหลากหลาย

ความทรงจำอันน่าประทับใจครั้งนี้ ต้องขอบคุณภาพสวยๆ จาก OPPO Reno 10x Zoom ที่ย้อนกลับมาดูเมื่อใดก็สุขใจทุกครา จนอยากหาเวลามาเยือนซ้ำ สนุกไปกับการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ได้แล้วในทุกๆ เส้นทาง ทุกไลฟ์สไตล์ ปลุกพลังสู่ไอเดียใหม่ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้แล้ววันนี้ที่ https://www.oppo.com/th/

เยี่ยมอาณาจักรฟูนัน ที่มุมหนึ่งของไซ่ง่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/601677

  • วันที่ 24 ก.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

เยี่ยมอาณาจักรฟูนัน ที่มุมหนึ่งของไซ่ง่อน

โดยกรกิจ ดิษฐาน

ไซง่อน หรือนครโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เคลื่อนไหวอย่างดุดัน รถราบนท้องถนนเหมือนจะไม่เคยหยุด (และจะไม่หยุดให้คนข้ามถนน ยกเว้นเราจะข้ามเอาเองด้วยความมั่นใจว่ารถจะไม่ชน) ท่ามกลางความจอแจของเมืองนี้ มีหลายมุมที่สงบร่มเย็น นครโฮจิมินห์เต็มไปด้วยต้นไม่สูงใหญ่และแผ่ร่มเงากว้าง ดังนั้นในบางครั้งเราจึงรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวน

นครโฮจิมินห์มีชื่อเดิมในภาษาเขมรว่า ไพรนคร เพราะเป็นป่าดงพงไพรมาก่อน และชื่อไซ่ง่อนในภาษาเวียดนามน่าจะหมายถึงต้นนุ่นที่มีอยู่มากมาย ที่นี่จึงเป็นเมืองแห่งแมกไม้อย่างแท้จริง

สิงโตดินเผา ศิลปะฟูนัน ภาพ

มุมต้นไม้ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของนครโฮจิมินห์คือสวนสัตว์และสวนพฤษศาสตร์ไซง่อน (Saigon Zoo and Botanical Gardens) ตั้งอยู่ในเขตที่ 1 สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1865 ในพื้นที่นี้มีทั้งสวนสัตว์ สวนพฤษศาสตร์ มีช้างสำริดที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ชาวเวียดนาม และมีพิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยม นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม (Museum of Vietnamese History)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1926 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อโอกุสต์ เดอลาวัล (Auguste Delaval) มีรูปแบบสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างอาร์ตเดโคแบบตะวันตกและศิลปะแบบเวียดนาม โดยเฉพาะโดมกลางที่มียอดหลังคาแบบเวียดนาม

โคมสำริดศิลปะฟูนัน ภาพ

พิพิธภัณฑ์นี้มีชื่อเสียงในเรื่องคอลเล็กชั่นศิลปะวัตถุของอาณาจักรโบราณที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม เช่น อาณาจักรฟูนัน อาณาจักรจามปา และวิถีชีวิตของชาวเวียดนามทางภาคใต้ที่ร่ำรวยและมั่งคั่งมากกว่าทางตอนเหนือ แต่สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จริงๆ การมาเยือนที่นี่หมายถึงการมาชมโบราณวัตถุสมัยฟูนันเสียมากกว่า

พระพุทธรูปไม้แกะสลักอายุนับพันปี ศิลปะฟูนันราวศตวรรษที่ 4 – 6 ภาพ

อาณาจักรฟูนันเป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมเขมรโบราณ จุดศูนย์กลางของอาณาจักรนี้คาดว่าอยู่ทางตอนใต้ของกัมพูชาและตอนใต้ของเวียดนาม แต่มีการขุดค้นพบสิ่งของสำคัญเป็นอันมากในเวียดนาม โดยเฉพาะในเขตดินโคลนปากแม่น้ำโขง ที่มีคุณสมบัติเก็บรักษาไม้แกะสลักได้เป็นอย่างดี ที่นี่จึงมีงานประติมากรรมไม้ที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง เพราะงานไม้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักจะมีอายุแค่ไม่กี่สิบปี เนื่องจากสภาพอากาศในดินแดนนี้มีความชื้นสูง

พระพุทธรูปไม้แกะสลักอายุนับพันปี ศิลปะฟูนันราวศตวรรษที่ 7 ภาพ

แม้จะมีงานศิลป์ที่น่าชมมากมายแต่สิ่งที่ควรชมอย่างมากคือ ห้องจัดแสดงพิเศษ หรือโดมกลาง มีการจัดแสดงเครื่องทองของชาวฟูนันไว้ที่จุดนี้ (ห้องที่ 18) ส่วนจัดแสดงต่อมาเกี่ยวกับฟูนันคือห้องด้านหลังสุด (ห้องที่ 7) ซึ่งมีทั้งสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับฟูนัน เช่น ลูกปัด เงินเหรียญ และเครื่องประดับอาคารไม้และดินเผา และยังมีศิลาจารึกที่สำคัญมากเพราะเอ่ยชื่อกษัตริย์เขมรโบราณองค์แรกๆ ในพระนามภาษาสันสกฤต

พระพุทธรูปไม้แกะสลักอายุนับพันปี ศิลปะฟูนันราวศตวรรษี่ 3 – 4  ภาพ

ไฮไลท์คือส่วนจัดแสดงพระพุทธรูปไม้แกะสลักฟูนัน ซึ่งมีอายุราวค.ศ. ที่ 400 – 700 อยู่ในสภาพที่หลากหลาย ทั้งเกือบสมบูรณ์และที่ถูกกาลเวลาทำให้สึกกร่อนจนเหลือแต่เค้าโครง ถือเป็นกลุ่มโบราณวัตถุชิ้นเอกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พระพุทธรูปไม้แกะสลักอายุนับพันปี ศิลปะฟูนัน ภาพ

การใช้เวลาอยู่ในห้องจัดแสดงศิลปะฟูนัน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอารยะธรรมโบราณนี้ คือความภูมิใจในความยิ่งใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะฟูนันไม่ใช่แค่จุดกำเนิดของวัฒนธรรมเขมรโบราณ และไม่ใช่แค่มีดินแดนอยู่ในเวียดนามปัจจุบัน (โดยเฉพาะที่เมืองอ็อก แอว) แต่รูปแบบศิลปะยังคล้ายกับศิลปะทวารวดีที่พบในไทย และบันทึกของจีนเกี่ยวกับฟูนันยังเอ่ยถึงเกี่ยวข้องกับดินแดนของประเทศไทย

พระพุทธรูปไม้แกะสลักอายุนับพันปี ศิลปะฟูนันราวศตวรรษที่ 4 ภาพ

บันทึกของจีนเอ่ยถึงอาณาจักรผันผัน ที่คาดว่าคือพุนพิน ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกล่าวว่ากษัตริย์องค์แรกของฟูนัน คือเกาฑิณยะเดินทางมาจากอินเดีย แวะที่อาณาจักรผันผัน ก่อนที่จะได้นิมิตให้เดินทางมาปกครองแผ่นดินฟูนัน หากมองจากแผนที่ก็คือเดินทางจากแถวอ่าวบ้านดอนมายังแหลมญวนเป็นเรื่องไม่ยากเย็นนัก โดยเฉพาะช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ประติมากรรมประดับอาคารที่ยังเหลือสีสันแลการปิดทอง ศิลปะฟูนัน ภาพ

ฟูนันสถาปนาขึ้นเมื่อค.ศ. 50 หรือ 68 แล้วล่มสลายลงในปีค.ศ. 550 หลังจากนั้นอารยธรรมของชาวเขมรโบราณก็ถอยร่นขึ้นไปตอนบน กลายเป็นอาณาจักเจินล่า (Chenla) และกลายเป็นจักรวรรดิเขมรในที่สุด ส่วนศิลปวัตถุของฟูนันนั้นถูกโคลนเลนของปากแม่น้ำโขงกลบฝังยาวนานนับพันปี พวกมันจึงยังอยู่ในสภาพที่ดีอย่างเหลือเชื่อ ผิดกับงานไม้ยุคเจินล่าและเขมรโบราณที่แทบหาชมไม่ได้

แต่งานไม้ของฟูนันยังมีอยู่ และพบได้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม ในเมืองแห่งแมกไม้ที่ชื่อว่าไซ่ง่อน

เสาไม้สมัยฟูนันที่ยังหลงเหลืออยู่  ราวศตวรรษที่ 4 – 5 ภาพ

ความลับของตรอกเต๊าที่ซ่อนในซอกหลืบของเยาวราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/600995

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 19:28 น.

ความลับของตรอกเต๊าที่ซ่อนในซอกหลืบของเยาวราช

ประวัติศาสตร์ยุคต้นกรุงที่ยังมีชีวิตชีวา ในวัดโบราณที่ถูกครอบด้วยตึกเก่าคลาสสิก โดย กรกิจ ดิษฐาน

ในตรอกเต๊า เยาวราชซอย 8 มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการค้าประเวณี แต่ปัจจุบันไม่มีโรงหญิงรับชำเราบุรุษอีกต่อไป ที่ปากตรอกเข้ามาไม่ไกล มีร้านอาหารรุ่นลายครามอยู่ร้านหนึ่งชื่อไท้เฮง ขายสุกี้สูตรเก่ากับข้าวมันไก่

ไท้เฮงขึ้นชื่อเรื่องไก่กับสุกี้ แต่ตรงกันข้ามไท้เฮงกลับเป็นที่อยู่ของผู้ที่ถือศีลกินเจ คือวัดจีนนิกายที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกทรงวินเทจ หากเกินเข้ามาโดยไม่ทันสังเกตจะไม่รู้ว่านี่คือวัด

วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สร้างมาตั้งแต่บางกอกเพิ่งจะเมืองหลวงของไทยมาหมาดๆ ทุกวันนี้ตัววัดในอาคารทรงจีน ถูกตึกทรงคลาสสิกรุ่นก่อนสงครามโลกสร้างคลุมไว้ ด้านนอกจึงคล้ายบ้านตึกของคหบดีเยาวราชยุคเก่า แต่ด้านในคือวัดดีๆ นี่เอง

วิหารหลักของวัด

วัดนี้มีชื่อว่าวัดบำเพ็ญจีนพรต ตามประวัติกล่าวว่า เดิมเป็นวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ร้าง ชื่อ “ย่งฮกอำ” (หย่งฝูอัน) มีป้ายชื่อลงปีรัชกาลเฉียนหลง แห่งสมัยราชวงศ์ชิง ตรงกับ พ.ศ. 2338 หรือในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1

ต่อมามีพระภิกษุชาวจีน ชื่อพระอาจารย์สกเห็ง เดินทางจาริกมาจากประเทศจีนถึงประเทศสยาม ราวก่อนปี พ.ศ. 2414 และพำนักอยู่ ณ สถานที่นี้ ท่านได้ปฏิสังขรณ์วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “ย่งฮกยี่” (หย่งฝูซื่อ) มีป้ายจารึกไว้ว่าทำขึ้นในรัชกาลกวงซวี่ แห่งราชวงศ์ชิง ปีที่ 13 ตรงกับ พ.ศ. 2430 ตรงกับสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

หลังคาวิหารเก่าที่ถูกอาคารยุควินเทจสร้างคลุมไว้

เมื่อพระอาจารย์สกเห็งสร้างวัดแล้ว ก็แล้วกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามวัดจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานนามวัดว่า “วัดบำเพ็ญจีนพรต” โดยปัจจุบันยังมีป้ายพระราชทานนามวัดประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอุโบสถ และโปรดพระราชทานสมณศักดิ์ พระอาจารย์สกเห็งเป็นพระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกายรูปแรก

เมื่อเข้าไปในตึกที่สร้างคลุมวัด จะเห็นผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมตรงกลางเปิดโล่ง ในพื้นที๋โล่งนั้นคือวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ “ย่งฮกอำ” (หย่งฝูอัน)

ป้ายเก่าของวัดเขียนว่า ย่งฮกอำ ทำขึ้นสมัยเฉียนหลงแห่งต้าชิง

มาถึงตอนนี้ต้องอธิบายก่อนว่า คำว่า อำหรืออัน (An) แปลว่าสำนักสงฆ์หรือศาลประดิษฐานพระปฏิมาในพุทธศาสนา ส่วนคำว่า ยี่หรือซื่อ (Si) แปลว่าพระอารามที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

นี่คือจุดเด่นของวัดบำเพ็ญจีนพรตที่หาชมได้ยาก เพราะตัววัดเป็นตึกเก่าแบบตะวันตก สร้างล้อมวิหารจีนแบบศิลปะจีนภาคใต้ตามสกุลช่างจีนแต้จิ๋ว มีความงดงามแบบสถาปัตยกรรมจีนแต้จิ๋วในไทยยุคแรก จึงงามแบบคลาสสิก สีสันไม่ฉูดฉาดแต่กลมกลืน ลงรักปิดทองแต่ครั้งโบราณ สีทองจึงดูขลังแต่ยังมลังเมลืองสวยจับตามาก

ป้ายอันงดงามที่ทำขึ้นในรัชสมัยกวงซวี่แห่งราชวงศ์ชิง เขียนว่า หลงเทียนยงฮู่ แปลว่า นาคะและเทพและค้ำชู

กล่าวกันว่า เป็นวัดบำเพ็ญจีนพรตมีพุทธวิหารพระรัตนตรัยเล็กที่สุดคือ กว้าง 7.80 เมตร ยาว 10.20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2338 คำว่า “วิหารพระรัตนตรัย” หมายถึงวิหารหลักของวัด ในภาษาจีนเรียกว่า ต้าสยงเป่าเตี้ยน ตามปกติแล้ววัดจีนไม่ได้มีอุโบสถทุกแห่ง แต่จะต้องมีวิหารพระรัตนตรัยทุกแห่งเป็นอาคารหลัก และจะต้องมีขนาดใหญ่โตมาก แต่ที่วัดนี้มีขนาดเล็ก เพราะเป็นอาคารดั้มเดิมมาตังแต่เป็นวิหารเดี่ยวๆ ยุครัชกาลที่ 1

แม้จะมีขนาดย่อม แต่มีสิ่งที่น่าชมมาก คือ พระประธานทั้ง 3 คือ พระศากยมุนีพุทธเจ้าตรงกลาง ทางขวาของพระศากยมุนีคือพระอมิตาภะพุทธเจ้า และทางซ้ายของพระศากยมุนีคือ พระไภษัชยะคุรุพุทธเจ้า เป็นพุทธเจ้าทั้ง 3 ตามคติมหายาน เป็นพุทธปฏิมาแบบจีนรุ่นเก่าสมัยราชวงศ์ชิงที่หาชมได้ยาก

18 อรหันต์ทำจากผ้าป่าน

ที่ด้านข้างของพระประธานคือพระอรหันต์ 18 องค์ ทำจากผ้าป่านทาบรักลงรักปิดทอง อาขารย์เศรษพงษ์ จงสงวน กล่าวว่า พระอาจารย์สกเห็ง สั่งสร้างจากประเทศจีนในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นศิลปะที่เรียกว่า ทัวไท (ถอดแบบ) หรือทัวซา (ถอดแบบหุ่นทราย) แต่มีชื่อทางการว่า เจี๋ยจูฝอเซี่ยง แปลว่า วิธีสร้างพระปิดทับผ้าป่าน

นอกจากวิหารหลักแล้ว ด้านข้างยังมีบันไดดีไซน์วินเทจ พาขึ้นไปบนชั้นอื่นๆ ของตึกแบบฝรั่ง บนชั้นต่างๆ นอกจากจะเป็นกุฏิพระแล้ว ยังมีโถงประดิษฐานพระโพธิสัตว์ ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ และห้องเก็บป้ายวิญญาณของพุทธศาสนานิกชนที่ล่วงลับ ชั้นบนสุดในห้องโถงบูชาพระ เป็นที่เก็บป้ายชื่อเก่าของวัด คือป้ายย่งฮกอำ นับเป็นของล้ำค่าอย่างหนึ่งทางประวัติศาสตร์

ห้องโถงของชั้นบนอาคารเก่า มีป้ายเดิมของวัดเขียนว่า ย่งฮกยี่ เขียนขึ้นในรัชสมัยกวงซวี่ แห่งราชวงศ์ชิง

ความเงียบ อาคารเก่า และเงาที่อึมครึม เกิดบรรยากาศเหมือนกับบางฉากในเรื่องลี้ลับของเหม เวชกร ราวกับย้อนไปสู่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรงกันข้ามกับความจอแจของเยาวราชที่ห่างไปไม่กี่เมตร

วัดบำเพ็ญจีนพรตไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่สำหรับคนที่อยากรู้จักกรุงเทพให้มากขึ้น ที่นี่คือประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตชีวามาตั้งแต่ยุคต้นกรุง