Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เริ่มคึกคัก!! นทท.แวะกราบไหว้ ‘พระพุทธชินราช’ ขอพรปีใหม่

Posted on December 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701400

เริ่มคึกคัก!! นทท.แวะกราบไหว้ 'พระพุทธชินราช' ขอพรปีใหม่

เริ่มคึกคัก!! นทท.แวะกราบไหว้ ‘พระพุทธชินราช’ ขอพรปีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.31 น.

ประชาชนต่างเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ถนนหลายสายเริ่มคึกคัก และแวะกราบไหว้ขอพรพระพุทธชินราช เพื่อทำบุญและขอพร  ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะวัดใหญ่ ได้เริ่มจัดสถานที่สวดมนต์ข้ามปีแล้ว โดยคาดว่าปีนี้มีประชาชนมาร่วมสวดมนต์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

ประชาชนต่างเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ถนนหลายสายเริ่มคึกคัก และแวะกราบไหว้ขอพรพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในประเทศไทย และพระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ปีนี้ โดยบางคนพามาเป็นครอบครัว ไหว้พระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน สะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา เพื่อรับสิ่งดี ในเทศกาลปีใหม่นี้ โดยทำให้บรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ ต่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางวัดฯ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้กราบไหว้พระพุทธชินราช แบบจำกัดเวลา  เพื่อหมุนเวียนให้ประชาชนท่านอื่นได้สามารถเข้าไปกราบไหว้เช่นกัน  และส่งผลให้รถยนต์บนท้องถนนบริเวณหน้าวัดใหญ่ และบริเวณสะพานนเรศวร จนถึงสี่แยกวัดคูหาสวรรค์ ติดขัดจำนวนมาก

นอกจากนี้ทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร  ได้เริ่มจัดสถานที่ในการสวดมนต์ข้ามปี บริเวณโดยรอบวิหารพระพุทธชินราช ซึ่งในนี้คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมสวดมนต์ข้ามปี ไม่ต่ำกว่า  5,000 คน ทีเดียว

ขณะที่วัดราชบูรณะ นั้น พระภิกษุสงฆ์ ได้ร่วมกันจัดสถานที่โยงสายสิญจน์รอบศาลาการเปรียญของวัดราชบูรณะ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มาร่วมนั่งสวดมนต์ข้ามปี พร้อมตักบาตรรับอรุณ ห่มผ้าเจดีย์หลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลของการต้อนปีใหม่ 2566

พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ กล่าวว่าในปีนี้ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆใกล้บ้าน โดยทางวัดราชบูรณะ ได้จัดให้พิธีสวดมนต์ข้ามปี การใส่บาตรรับอรุณใหม่ และการห่มผ้าเจดีย์หลวง ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนได้ร่วมถือรักษาศีล 5 เพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ปี พ.ศ.ใหม่ ซึ่งเดิมทีนั้นจะจัดสวดมนต์ข้ามปีที่วิหารหลวงพ่อทองดำ แต่ปีนี้เปลี่ยนสถานที่ไปจัดไว้ที่ศาลาการเปรียญ เพื่อให้เพียงพอที่พุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีจำนวนมาก.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวยงามดึงดูด นทท. ‘ใบเมเปิล’ แดงอร่าม ณ ภูหินร่องกล้า

Posted on December 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701398

สวยงามดึงดูด นทท. 'ใบเมเปิล' แดงอร่าม ณ ภูหินร่องกล้า

สวยงามดึงดูด นทท. ‘ใบเมเปิล’ แดงอร่าม ณ ภูหินร่องกล้า

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.28 น.

นักท่องเที่ยวแวะชมใบเมเปิ้ลแดง ที่เริ่มหล่นกับพื้นดินและบนต้น บนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พิษณุโลก

วันที่ 29 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลกในวันนี้ได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสกับใบเมเปิ้ลสีแดง ที่กำลังเปลี่ยนสีทั้งบนต้นและหล่นลงกับพื้นดิน เพื่อถ่ายรูปสีสันความงามของเมเปิ้ลแดงพร้อมกับชมธรรมชาติ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะที่บริเวณหน่วยหมันแดง ใบเมเปิ้ล กำลังร่วงลงพื้นดินสวยงาม และที่บริเวณวัดบ้านป่าร่องกล้า นักท่องเที่ยว สามารถชมใบเมเปิ้ลสีแดงที่กำลังเปลี่ยนสีทั้งเหลืองและแดง รับลมหนาว โดยเฉพาะวัดป่าภูหินร่องกล้านักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปชมเมเปิ้ลแดงบริเวณในวัด ทางวัดจึงได้จัดตั้งเป็นโรงทานมีมาม่า กาแฟ น้ำดื่มไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นอกจากนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวยังเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมธรรมชาติบนยอดภูลมโล ซึ่งขณะนี้ต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ใบกำลังร่วงโรยและดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังเริ่มออกดอกบานสะพรั่งเป็นสีชมพูออกมาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามพร้อมถ่ายรูปกันบ้างแล้ว

โดยนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสต่างบอกว่าแม้ว่าดอกนางพญาเสือโคร่งจะยังบานไม่เต็มที่จนเห็นภูเขากลายเป็นสีชมพู แต่เพียงได้เห็นดอกเริ่มผลิบานก็ชื่นชอบมากแล้ว คาดว่า กลางเดือนมกราคม นี้ดอกคงบานเต็มที่และเต็มภูเขา  กลายเป็นสีชมพูสวยงาม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผาตามความเชื่อ!! ผู้ดูแล ‘ศาลเจ้าพ่อคำแดง’ เผยโดนมาแล้ว 3 ครั้ง

Posted on December 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701327

เผาตามความเชื่อ!! ผู้ดูแล 'ศาลเจ้าพ่อคำแดง' เผยโดนมาแล้ว 3 ครั้ง

เผาตามความเชื่อ!! ผู้ดูแล ‘ศาลเจ้าพ่อคำแดง’ เผยโดนมาแล้ว 3 ครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.24 น.

29 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก นัยนา รัตนาภรณ์ โพสต์ข้อความว่า “ณ เวลานี้เจ้าพ่อคำแดง ใครทำกับท่าน สาธุ” โดยมีภาพรูปปั้นเจ้าพ่อคำแดง จำนวน 2 ภาพ มีรอยไหม้ตั้งแต่ฐานถึงเข่า ลำตัว และหน้าเป็นรอยดำ โดยศาลเจ้าพ่อคำแดง ตั้งอยู่ในชุมชนหนองบึกท่า บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ตรงหัวมุมสามแยกถนนสมุทรบรรหาร ถือเป็นสถานที่กราบไหว้สักการะของชาวจังหวัดนครพนม ผู้ที่มีความเชื่อต่อเจ้าพ่อคำแดง

หลังเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศาลดังกล่าว มีลักษณะอาคารปูนชั้นเดียว ยกพื้นสูงมีบันได 3 ขั้น ทาด้วยสีแดงทั้งหลัง โดยได้รับคำบอกเล่าจากนางจุฑาพร รัตนโยธิน อายุ 73 ปี ประธานชุมชนหนองบึกท่า และเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าพ่อคำแดง ว่า ศาลเจ้าพ่อฯเปิดให้ประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ ในเวลา 06.00 น. ปิดประตูรั้วในเวลา 19.00 น.ทุกวัน ซึ่งในเย็นของวันที่ 28 ธันวาคม ก็เดินมาปิดประตูรั้วดังที่เคยปฏิบัติมา พบว่าที่รูปปั้นเจ้าพ่อคำแดงมีรอยไฟไหม้ที่ผ้าขาวม้าที่ใช้ห่มองค์ท่าน ตั้งแต่ฐานลามไปถึงใบหน้าจนดำ จึงโทรศัพท์บอกลูกสาวที่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณนั้น พร้อมถ่ายภาพส่งให้เพื่อนๆในไลน์กลุ่ม 25 ชุมชนเทศบาลเมืองนครพนม ได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมีคนในไลน์กลุ่มนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

นางจุฑาพร เล่าต่อว่า เจ้าพ่อคำแดงเป็นสถานที่คนในลุ่มแม่น้ำโขงเคารพกราบไหว้มาช้านาน โดยจะมีพิธีบวงสรวงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 6 ประจำทุกปี เดิมศาลหลังเก่าเป็นไม้อยู่ในซอย เมื่อความเจริญกระจายเข้ามา จึงทำพิธีย้ายศาลมาสร้างในบริเวณปัจจุบัน ทีแรกยังไม่มีรั้วเหล็ก เปิดให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้ได้ตลอดเวลา ต่อมามีคนเข้าไปทุบทำลายข้าวของรวมทั้งรูปปั้นเจ้าพ่อคำแดง ได้รับความเสียหายทั้งหมด ชาวบ้านจึงได้เรี่ยไรเงินสร้างรูปปั้นขึ้นมาใหม่คือองค์นี้  พร้อมสร้างรั้วเหล็กมีเวลาเปิด-ปิด

ต่อมาช่วงต้นปี 2565 มีสองผัวเมียสายมู (มูเตลู) แอบเข้าไปขโมยเครื่องสักการะ เช่น ช้าง ม้า ฯลฯ ไปประกอบพิธีตามความเชื่อ ณ สำนักสงฆ์เถื่อนแห่งหนึ่งริมแม่น้ำโขง ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม ภายหลังถูกตำรวจติดตามไปจับกุมตัวได้ตามที่เป็นข่าวโด่งดัง เรื่องขโมยองค์ปุงเถ่ากง-ม่า หรือเจ้าพ่อหมื่น วัดโอกาสศรีบัวบาน และปลายปีก็มีคนเข้ามาลอบเผาอีก จึงอยากขอร้องผู้ที่กระทำ ว่า หากไม่เคารพศรัทธาก็อย่ามาทำลาย เพราะคนในชุมชนหนองบึกท่ามีความศรัทธาเลื่อมใสเจ้าพ่อคำแดงมาก ส่วนเมื่อกระทำลงไปแล้วจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อผู้ไม่หวังดีนั้นอย่างไรตนไม่ขอพูดถึง

ทั้งนี้ ชาวบ้านลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อกันว่าเจ้าพ่อคำแดง เสมือนเป็นกษัตริย์ของมวลหมู่พญานาคในลุ่มแม่น้ำโขง ที่คอยควบคุมดูแลความประพฤติของเหล่านาคน้อยใหญ่ทั้งหลาย ไม่ให้เกเร รังแก ทำร้ายประชาชนผู้ที่ทำมาหากินหรืออาศัยอยู่ตามลำแม่น้ำโขง เนื่องจากนาคก็มีนิสัยใจคอไม่ต่างจากมนุษย์มากนัก นาคบางตัวก็มีนิสัยเกเรมักกลั่นแกล้งมนุษย์ บางตนก็ถือศีลอย่างเคร่งครัด นอกจากควบคุมดูแลนาคด้วยกันแล้ว เชื่อกันว่าพญานาคในนามหรือร่างของเจ้าพ่อคำแดง ก็ยังมีอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลประสาทพรให้โชคลาภกับผู้ที่ศรัทธามากราบไหว้ขอพรเสมอ.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เงินน้อยก็อิ่มได้! ‘ป้าดา’แกงถุงละ 20 บาท ของอร่อยราคาประหยัด

Posted on December 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701318

เงินน้อยก็อิ่มได้! 'ป้าดา'แกงถุงละ 20 บาท ของอร่อยราคาประหยัด

เงินน้อยก็อิ่มได้! ‘ป้าดา’แกงถุงละ 20 บาท ของอร่อยราคาประหยัด

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.11 น.

แกงถุงป้าดา ราคา 20 บาท อิ่มอร่อยในราคาประหยัด มีให้เลือกมากมายหลากหลายอย่าง เช่น แกงผัดเผ็ดหมู แกงไตปลา แกงขี้เหล็กปลาย่าง แกงส้มปลาน้ำจืด แกงกะทิหอยข่ม ต้มกะทิสายบัวปลาทู ต้มข่าไก่ ผัดเครื่องในหมู ไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ ฯลฯ อิ่มสบายกระเป๋ากันเลยทีเดียว ในยุดข้าวของราคาแพง

นางประดา บัวหยู อายุ 66 ปี หรือป้าดา เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ขายแกงถุงมาประมาณ 15 ปีแล้ว จนสามารถส่งลูกเรียนจบมีการมีงานทำทั้งสองคน ขายตั้งแต่ถุงละ 5 บาท มา 10 บาท จนปัจจุบันขายในราคาเพียงถุงละ 20 บาท วันหนึ่งยอดขาย 3 – 5 พันบาท ซึ่งจะขายทุกวันตั้งแต่เวลา 16.00 น.ตามตลาดนัดต่างๆ ในพื้นที่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

ทั้งนี้ ที่ขายถุงละ 20 บาท เกิดมาจากแรงบันดาลใจที่อยากจะให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และชาวบ้าน ได้รับประทานอาหารที่มีราคาถูก มีเงินน้อยก็อิ่มอร่อยได้ ตนมีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก จะสั่งจองไว้คนละ 5 ถุงบ้าง 10 ถุงบ้าง บางครั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทะเลน้อย ก็จะซื้อกลับบาทไปคนละหลายๆ ถุง ลูกค้าบอกว่าอร่อยราคาไม่แพง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพในยุคนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทาหรณ์!‘เสี่ยชัช สายเปย์’โดนอีก สาวหลอกคอลสยิว เสร็จกิจเจอขอ 5 หมื่นแลกลบคลิป

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701257

อุทาหรณ์!‘เสี่ยชัช สายเปย์’โดนอีก สาวหลอกคอลสยิว เสร็จกิจเจอขอ 5 หมื่นแลกลบคลิป

อุทาหรณ์!‘เสี่ยชัช สายเปย์’โดนอีก สาวหลอกคอลสยิว เสร็จกิจเจอขอ 5 หมื่นแลกลบคลิป

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.45 น.

อุทาหรณ์!‘เสี่ยชัช สายเปย์’โดนอีก สาวหลอกคอลสยิว เสร็จกิจเจอขอ 5 หมื่นแลกลบคลิป

29 ธันวาคม 2565 นายธนสิทธิ์ สุขเกตุ หรือ “เสี่ยชัช สายเปย์” ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า ได้เสียท่าให้กับผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งในเฟซบุ๊ก ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มาขอตนเป็นเพื่อนมานานหลายเดือน แต่ตนไม่ได้รับเป็น กระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตนได้ยอมรับเข้าเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก จากนั้นตนและหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทักแชตพูดคุยกันตามปกติธรรมดาทั่วไป แต่มาวันหนึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทักในแชตมาช่วงเวลาประมาณ 22.35 น. โดยพิมพ์ข้อความในแชตมาว่า “นอนหรือยัง ทำอะไร น้องเมา พี่อยากดูน้องโป๊ไหม น้องมีอารมณ์” พร้อมกับได้ส่งภาพหญิงสาวหน้าตาดีอยู่ในชุดนอน โดยมีลักษณะยั่วยวนมาให้

“เสี่ยชัช” ยอมรับว่า วันเกิดเหตุเพิ่งกลับมาจากงานสังสรรค์ที่บ้านของลูกน้อง จึงเกิดอาการมึนเมานิดหน่อย และได้แชตคุยกับหญิงสาวคนดังกล่าวก่อนที่จะล้มตัวลงนอน ยอมรับว่าเคลิบเคลิ้มกับคำพูดชักชวนของหญิงสาวรายนี้โดยมีการวิดีโอคอลกับหญิงสาวรายดังกล่าว ซึ่งทางฝ่ายหญิงก็เปลื้องผ้าเผยให้เห็นอวัยวะเพศอย่างชัดเจน จนตนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นก็มีการแชตคุยกันต่อ กระทั่งทางฝ่ายหญิงได้ขอไอดีไลน์ส่วนตัว โดยอ้างว่าจะแอดไลน์ทักมาคุยกัน

จากนั้นไม่นาน ฝ่ายหญิงสาวก็โทรไลน์เข้ามาหา แต่ตนไม่ได้รับสายเนื่องจากเผลอหลับไป แต่ฝ่ายตรงข้ามก็โทรมาย้ำๆ หลายครั้งจึงรับสาย ซึ่งปลายสายที่พูดคุยมีน้ำเสียงคล้ายกับสาวประเภท 2 โดยพูดว่า “จะให้ลบคลิปไหม เพราะเมื่อสักครู่ขณะที่คอลเสียวกันนั้นเขาได้แคปเป็นภาพนิ่งและวีดีโอเอาไว้แล้ว หากต้องการจะให้ลบคลิปดังกล่าวให้โอนเงินจำนวน 5 หมื่นบาทไปให้” ซึ่งตนที่อยู่ในอาการตกใจ และคิดว่าคงจะถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเป็นหญิงสาว เพื่อมาแบล็กเมล์เข้าแล้ว

ต่อมาเขาได้ส่งรูปที่แคปหน้าจอเอาไว้มาให้ ซึ่งเป็นภาพโปรไฟล์หน้าเฟซบุ๊กของตน นอกจากนั้นยังมีคลิปวิดีโอขณะที่ตนและหญิงสาวคนดังกล่าวกำลังวิดีโอคอลกัน ซึ่งตนรู้สึกตกใจมาก แล้วยังส่งข้อความมาถามอีกว่า “จะลบไหม” และตามด้วยโทรไลน์เข้ามาอีก จึงไม่รับสายและได้ปิดโทรศัพท์ทันที ในเช้าวันรุ่งขึ้นตนจึงให้ลูกน้องไล่บล็อกเฟซบุ๊ก และไลน์ของหญิงสาวรายดังกล่าวทันที

“ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่ามีอารมณ์เช่นกัน ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะไม่ใช่คนดังอะไรหนักหนา ถามว่าเครียดไหม ก็ไม่เครียดในเรื่องนี้เท่าไร เพราะถือว่ามันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว หากคลิปดังกล่าวจะหลุดออกไปก็ไม่เป็นไร ไม่สนใจ แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครก็ตามที่มีข้อความแปลกๆ ทักเข้ามา ต้องดูให้ดีเดี๋ยวจะตกเป็นเหยื่อง่ายๆ สำหรับกรณีนี้ คงเห็นว่าเป็นคนดังจึงอยากได้เงินนั่นเอง” เสี่ยชัช กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘5เสาหลัก’ต้องขับเคลื่อน มุ่งสู่‘สูงวัยคุณภาพชีวิตดี’

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701188

สกู๊ปพิเศษ : ‘5เสาหลัก’ต้องขับเคลื่อน  มุ่งสู่‘สูงวัยคุณภาพชีวิตดี’

สกู๊ปพิเศษ : ‘5เสาหลัก’ต้องขับเคลื่อน มุ่งสู่‘สูงวัยคุณภาพชีวิตดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.01 น.

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อธิบายนิยามของ “สังคมผู้สูงอายุ (หรือสังคมสูงวัย) โดยสมบูรณ์ (Aged Society)” ว่า เป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพื้นที่เดียวกัน และมีอัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป หรือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพื้นที่เดียวกันอัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 14 ขึ้นไป

ซึ่งสำหรับประเทศไทย ข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ ณ เดือนมกราคม 2565 มีผู้สูงอายุทั้งสิ้น 12,116,199 คน คิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรทั้งประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่การคาดการณ์ของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.-สภาพัฒน์) เมื่อปี 2559 ระบุว่า ไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society)” มีผู้สูงอายุเกิน 60 ปีมากกว่าร้อยละ 28 ประมาณปี 2574

เมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2565 มีการจัดเวทีเสวนา “หลักประกันรายได้ของทุกคนเมื่อสูงวัย ประเทศไทยพร้อมหรือยัง?” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และ The Active มีวิทยากรเข้าร่วมหลายท่าน อาทิ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช) กล่าวว่า ความมั่นคงทางรายได้ของผู้สูงวัย เป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก

คำถามคือระบบนี้ควรจะมีหน้าตาอย่างไร? ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องบำนาญหรือรายได้ แต่ต้องมองเรื่องรายจ่ายด้วย ทั้งนี้ “มีธรรมชาติอยู่ข้อหนึ่งคือ..เมื่อเป็นผู้สูงอายุก็ไม่สามารถหารายได้เองได้ง่ายเหมือนช่วงที่ยังมีความพร้อม” โดยมีหลักคิด เช่น ทางยุโรปเชื่อว่าเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้าไปครอบครัวย่อมอ่อนแอลงดังนั้นรัฐต้องเข้ามาดูแลแทน นำมาซึ่งหลักคิดเรื่องสวัสดิการ

“โดยธรรมชาติเวลาคิดเรื่องอย่างนี้ภายใต้ สช. ก็จะมีอีก 2 ขั้นตอนที่สำคัญมากเลย ขั้นตอนหนึ่งก็คือมีมติสมัชชาแล้วเข้าสู่ ครม. (คณะรัฐมนตรี) แต่อีกขั้นตอนหนึ่ง ขั้นตอนชวนสังคมมาช่วยกันทำให้มันเกิดขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ผมพยายามจะเล่าทั้งหมดเพื่อที่จะบอกว่า ความพยายามที่จะทำเรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะพูดกับสังคมโดยรวมด้วย ไม่ได้พูดกับนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจเท่านั้น” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ซึ่งชวนคนทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางมาพูดคุยไม่เฉพาะแต่ผู้สูงอายุ โดยแบ่งเป็น 1.คนจน-คนไร้บ้าน 2.ชุมชนที่ทำงานในประเด็นผู้สูงอายุมานานโดยที่ไม่รอนโยบายรัฐ 3.แรงงานนอกระบบ และ 4.กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยให้ทุกกลุ่มย้อนมองตนเองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และตั้งคำถามไปถึงอนาคตว่าหากมีอายุ 60 ปีแล้วจะทำอย่างไร หรือหากอายุถึง 60 ปีแล้ว ในวัย 80 ปีตนเองจะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ “เมื่อกล่าวถึงเสาหลักการประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ รัฐสวัสดิการมักเป็นเรื่องแรกๆ โดยเฉพาะเรื่องของบำนาญ” ด้วยความที่ทุกคนเห็นว่าข้าราชการมีบำนาญซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่เมื่อมีเวทีพูดคุยกัน ได้ข้อสรุปว่า “5 เสาหลักต้องไปด้วยกัน” ประกอบด้วย 1.การพัฒนาผลิตภาพประชากรและการมีงานทำตลอดช่วงวัย โดยคำว่า “ผลิตภาพ” คือการสร้างคุณค่าให้กับสังคมจากการใช้ชีวิตในการทำงาน เช่น ในขณะที่ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งยังทำงานมีรายได้ แต่อีกส่วนก็อยู่บ้านช่วยลูกเลี้ยงหลาน

“มีเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ที่ถามว่าจะต้องดูแลพ่อแม่ไปนานเท่าไร? พ่อแม่ก็อาจจะถามว่าแล้วฉันต้องเลี้ยงลูกให้แกไปอีกนานเท่าไร? เพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่มองได้หลายมุม คำว่ารายได้ในที่นี้มันก็เลยมองถึงรายได้และรายจ่าย การทำงานของผู้สูงอายุในการเลี้ยงลูกหลานเป็นการลดรายจ่ายให้กับคนที่อยู่ในวัยยังไม่สูงอายุด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เราก็เลยมองว่าเรื่องหนึ่งคือเรื่องผลิตภาพซึ่งมันจะต้องมองให้รอบด้าน และเป็นเรื่องของคนทุกวัย” ผอ.สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สธ. อธิบาย

ประการต่อมา 2.การออมระยะยาวเพื่อยามชราภาพอย่างครอบคลุม เพียงพอและยั่งยืน เรื่องนี้ความท้าทายคือ “คนรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำนั้นเป็นเรื่องยากที่จะเก็บออมได้แม้แต่คนชั้นกลางหาต้นเดือนกินปลายเดือนก็ยังไม่ค่อยมีเงินออม” ที่ผ่านมามีความพยายามจัดระบบการออมในระดับชุมชน แต่หากมองในภาพรวมจำเป็นต้องได้รับการเกื้อหนุนในบางรูปแบบจากรัฐ เช่น สนับสนุนชุมชนที่ทำดีอยู่แล้วให้ทำได้ดีขึ้นอีก 3.เงินอุดหนุนและบริการสังคมที่จำเป็นจากรัฐ ทั้งเงินโอนจากรัฐ (อาทิ เบี้ยผู้สูงอายุ) และสวัสดิการอื่นๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี

4.การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ โดยเฉพาะบริการสุขภาพระยะยาว (Long-term care) เพราะปัญหาของผู้สูงอายุนอกจากเรื่องรายรับแล้วยังมีรายจ่ายด้วยโดยเฉพาะด้านสุขภาพ ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทุกคนเข้าถึงบริการได้ แต่คุณภาพก็ยังไม่เท่าเทียมกันใน 3 กองทุน (ข้าราชการ-ประกันสังคม-บัตรทอง)ขณะที่แรงงานนอกระบบซึ่งรวมถึงแรงงานแพลตฟอร์มก็ยังเข้าไม่ถึงในบางด้าน

และ 5.การได้รับการดูแลโดยครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น การดูแลโดยครอบครัวไม่ได้หมายความเฉพาะการสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็ต้องเข้ามามีบทบาท เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน (อาทิ ถนน) ที่เอื้อต่อการเดินทางด้วยตนเองของผู้สูงอายุ ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น และลดภาระของประชากรวัยอื่นๆ

ยังมีวิทยากรอีก 2 ท่าน คือ นิมิตร์ เทียนอุดมผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวถึงการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุจากแรกเริ่มที่จ่ายเพียง 200 บาทต่อเดือนและจ่ายเฉพาะผู้สูงอายุที่ยากจน มาจนถึงปัจจุบันที่จ่ายแบบขั้นบันไดเดือนละ 600-1,000 บาท และจ่ายผู้สูงอายุทุกคน ว่า ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน “การปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุเกิดขึ้นเพื่อลดแรงกดดัน เนื่องจากรัฐไม่รับข้อเสนอบำนาญถ้วนหน้าของภาคประชาชน” ดังนั้นประชาชนต้องไม่หยุดเรียกร้องเพื่อนำไปสู่การมีรัฐสวัสดิการ และการมีบำนาญถ้วนหน้าก็ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เม็ดเงินส่วนนี้ยังถูกส่งผ่านไปยังการเลี้ยงดูหลานที่เป็นลูกของประชากรวัยทำงานด้วย

ผศ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึง 5 เสาหลักข้างต้น ว่า ในระดับพื้นที่มีการทำให้เกิดขึ้นจริง เป็นการเรียนรู้จากพื้นที่และรวบรวมมาเป็นหลักการ เพื่อให้มั่นใจว่า นอกจากนโยบายที่จะมาสนับสนุนการขับเคลื่อนแล้ว ซึ่งในพื้นที่ทำมาก่อนจะมีมติของสมัชชาสุขภาพ สิ่งที่อยากเห็นต่อไปมากกว่าการได้มติแล้วส่งมอบให้ ครม. คือการที่ทุกคนนำกรอบนโยบายที่เห็นตรงกันไปขับเคลื่อน!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย ‘โจ๊ก’ อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701239

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย 'โจ๊ก' อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย ‘โจ๊ก’ อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.07 น.

วันที่ 28 ธันวาคม 2565 บริเวณหน้าร้านโจ๊ก จ.จ๊อด ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 392 หมู่ที่  4 เยื้องโรงเรียนเซนยอเซฟฯ เขตเทศบาลตำบลนาแก มีประชาชนเข้าคิวรอรับโจ๊กหมูเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดลูกสาวของอดีตนักดนตรีเพื่อชีวิต นายคมกริช พรหมดี หรือจ๊อส อายุ 47 ปี เจ้าของร้านฉายาโจ๊กใจหล่อ โดยมีแนวคิดแจกโจ๊กฟรีตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรก เหมือนเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า เป็นเวลานานกว่า 7 ปี

โดยนายจ๊อด เปิดเผยว่า ผ่านอาชีพเล่นดนตรีเพื่อชีวิตในกรุงเทพมหานครมา ถึง 13 ปี สุดท้ายเริ่มมีความเบื่อหน่ายชีวิตคนกลางคืน จึงคิดหาอาชีพอื่นแทน บังเอิญรู้จักกับชายชาวจีนที่ขายโจ๊กอยู่แถวร้านที่ตนเล่นดนตรี จนมีความสนิทสนมกัน ชายชาวจีนรู้ว่าตนเบื่ออาชีพคนกลางคืน จึงแนะนำให้ลองเปิดร้านขายโจ๊กดู พร้อมบอกสูตรลับนำไปประกอบอาชีพ ภายหลังลาออกจากงานกลับไปอยู่ อ.นาแก บ้านเกิด ทดลองทำโจ๊กแจกคนแถวบ้านชิมดู ปรากฏว่ารสชาติถูกปากจึงเปิดร้านขายเป็นล่ำเป็นสัน โดยวันแรกที่เปิดร้านก็แจกให้ชาวบ้านกินฟรี จากนั้นก็จะแจกโจ๊กฟรีในโอกาสสำคัญเสมอ

“วันนี้ถือว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดลูกสาว จึงถือโอกาสคืนกำไรให้ลูกค้าอีกครั้ง และขอถวายเป็นพระราชกุศลให้ในหลวง ร.9 ด้วย” นายจ๊อดเจ้าของร้าน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า โจ๊กที่นำมาแจกชาวบ้านใส่เครื่องแน่นทั้งเนื้อหมูเด้ง ตับ ไส้อ่อน และไข่ โดยระหว่างภรรยาตักโจ๊กแจกให้ชาวบ้านทาน นายจ๊อดสามีก็ยกเครื่องดนตรีมาบรรเลงเพลงขับกล่อม ระหว่างนั่งทานด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701129

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.10 น.

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อย สบายกระเป๋าบรรยากาศสุดหรู แอร์เย็นฉ่ำ เปิดให้บริการ ตั้งแต่06.00-14.00 น.จันทร์-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์

ต้องลองแล้ว ร้านแกง10บาท ในตลาดอ่างทอง เลขที่ 4/4 ถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี ต.ตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นอาคารพานิชย์1คูหา  ที่เปิดร้านขายแกง ในราคา 10 บาท โดยตักแกงใส่ชามลูกค้า มีให้เลือกกว่า10 อย่าง สดใหม่ ให้เยอะ  ส่วนข้าวเป็นข้าวหอมมะลิ ทางร้านจะหุงแล้วใส่กระติกตั้งไว้พร้อมจานให้ลูกค้าที่เดินมาสั่งแกงแล้วไปตักใส่จานเองได้อย่างไม่อั้น ตามใจต้องการ อิ่มอร่อย ฟิน สบายกระเป๋า บรรยากาศทางร้านจัดไว้แบบสุดหรู ให้นั่งรับประทานในห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำ หากสั่งกับข้าวกลับบ้าน ทางร้านคิดถุงละ25บาท  เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 06.00-14.00 น.จันทร์-ศุกร์ หยุด เสาร์-อาทิตย์

นางสาว ณิชาภา พสุธรวณิช (พี่จี้) อายุ 38 ปี เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านมีรายได้น้อย ประสบปัญหาโควิ19 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ดี สิ้นค้าแพง กับข้าวแพง อาหารแพง ทุกอย่างแพงหมด ทำอย่างไรจะได้อิ่มท้องแบบสบายกระเป๋า เป็นที่มาของ แกง10 บาท เพื่อให้ชาวอ่างทอง ได้อิ่มอร่อย แบบราคาย่อมเยาว์  ที่สำคัญทางร้านยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำให้นั่งรับประทานแบบฟิน ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้เปิดร้านเกมส์อินเตอร์มาหลายปี ครั้งนี้เป็นเป็นร้านแกง10บาท มีอาหารให้เลือกกว่า 10อย่าง มีโอวันติน กาแช ให้ชมดื่มชุดละ10บาท  เชิญมาอุดหนุนอร่อยฟินได้ทุกวันจัน-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์ และตอนนี้หยุดช่วงปีใหม่ เปิดอีกที 4 ม.ค.66 อย่าลืมมาอุหนุน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทุ่งดอกบัวตอง’เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701120

'ทุ่งดอกบัวตอง'เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

‘ทุ่งดอกบัวตอง’เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.02 น.

เงินสะพัดในห้วงเทศกาลทุ่งดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอนเกือบ 500 ล้านบาทแม้จะเป็นห้วงสั้น ๆ ขณะที่ห้วงเทศกาลปีใหม่ ทาง ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอนประเมินจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 2 หมื่นกว่าคนส่งผลให้เงินสะพัดอีกกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 นายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถิตินักท่องเที่ยว  ในห้วงวันที่  1  พฤศจิกายน  2565  ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2565 (ห้วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 65) มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในวนอุทยานทุ่งบัวตอง นักท่องเที่ยวรวม 89,350 คน,ยานพาหนะรวม 36,014  คัน , นักท่องเที่ยวชาวไทย 85,294 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 4,056 คน รถจักรยาน 38 คัน รถจักรยานยนต์ 13,257 คัน รถยนต์ 2,2757 คัน

หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง ฯ กล่าวต่อไปว่า และหลังจากห้วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 65 ยังคงมีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบนทุ่งบัวตอง ถึงแม้ว่าดอกบัวตองจะร่วงโรยไปแล้วก็ตาม พบว่า สถิตินักท่องเที่ยว  ในห้วงวันที่  16 – 27 ธันวาคม  2565  มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในวนอุทยานทุ่งบัวตอง  นักท่องเที่ยวรวม  1,422  คน,  ยานพาหนะรวม  590  คัน นักท่องเที่ยวชาวไทย  1,274 คน , นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 148 คน ,รถจักรยานยนต์ 247 คัน และรถยนต์ 343 คัน

ด้านนายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ อ.ขุนยวม ฯ เปิดเผยว่า ในปีนี้ การท่องเที่ยวของทุ่งบัวตอง ฯ เป็นไปอย่างคึกคัก สาเหตุมาจากการปลดล๊อคสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้มีนักท่องเที่ยว เกือบ 1 แสนคน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง ฯ ส่งผลให้มีเม็ดเงินของนักท่องเที่ยว ตกลงในพื้นที่ ประมาณ 446,750,000 บาท และหากนับจนถึง วันที่ 27 ธ.ค.65 สรุปรวมยอดนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 1 พ.ย.65 ถึง 27 ธ.ค.65  ยอดนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง รวมทั้งหมด 90,722 คน  ค่าใช้จ่ายเม็ดเงินจำนวน 453,860,000 บาท กระจายลงสู่พื้นที่ใน อ.ขุนยวม และ ทั่วจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้การคิดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคน เฉลี่ยคนละ 5,000 บาท ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงการซื้อของที่ระลึกและสิ่งของอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ตัวเลขยอดเงินที่กระจายลงสู่พื้นที่จะสูงมากกว่านี้

สำหรับการท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง ที่ดอยแม่อูคอนั้น ทาง อบต.แม่อูคอ เป็นคนดำเนินการเอง โดยไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานใด แต่ก็ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้และทำให้มีเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาล ถ้าเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ซึ่งในปีหน้าทาง อบต.จะดำเนินการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ดีมากกว่าปีนี้ เพื่อตอบแทนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง  

ว่าที่ร้อยตรี ภานุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในส่วนของ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ได้มีการคาดการณ์เทศกาลวันหยุดสิ้นปี และวันปีใหม่ 2566 จ.แม่ฮ่องสอน จะมีนักท่องเที่ยว ชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณกว่า  20,000 คน และนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน คิดเป็นเงินที่นำมาใช้จ่ายในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 107.30 ล้านบาท ( ททท.คิดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวประมาณ 2,102.22 ต่อคน ) คาดการณ์อัตราการเข้าพักในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 70%

ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า สำหรับในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอน  รวม 155,000 คน (โดยประมาณ) รายได้รวม 724 ล้านบาท (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คน/วัน 2,234.61 บาท(โดยประมาณ).-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก่งระดับโลก!! ‘น้องเอ็นโซ่’ ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701110

เก่งระดับโลก!! 'น้องเอ็นโซ่' ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

เก่งระดับโลก!! ‘น้องเอ็นโซ่’ ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

“ลุงป้อม” ปลื้มชม น้องเอ็นโซ่’ เก่งใจถึง เป็นนักสู้ หลังซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 

เมื่อเวลา 09.45 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ ด.ช.เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล แชมป์โลกการแข่งขันโกคาร์ท รายการเอฟไอเอ คาร์ทติ้ง ชิงแชมป์โลก 2022 ( FIA Karting World Championship 2022 )  ณ สง.คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ 

โดย พล.อ.ประวิตร  ชื่นชมน้องเอ็นโซ่ ที่อดทนและมีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม และยังย้ำว่าใจสู้และใจถึง มีไหวพริบปฏิภาณ จึงสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันโกคาร์ท สร้างประวัติศาสตร์และชื่อเสียงเป็นนักแข่งไทยคนแรกไทยคนแรก ถือเป็นความภาคภูมิใจคนไทยทั้งประเทศ พร้อมขอให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทยต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,927,735 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
คุณแหน 25 เมษายน 2569
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
ครั้งแรกกับ หมอลำ กลางเมือง ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้
เช็กความพร้อมสอบเทียบ อัครนันท์ ส่ง ครูจวง ลุย Surprise Visit
โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)
สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด
ไพศาล หนุน วันนอร์ หัวหอกแก้ไฟใต้ ลั่นตั้งถูกงานถูกคนแล้ว

Recent Posts

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย
  • นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน
  • อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม
  • อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้
  • โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d