Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683139

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง  ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“Trust (ความเชื่อมั่น, ความไว้วางใจ) คือหัวใจของทุกอย่าง สมมุติว่าท่านกำลังจะแต่งงานแล้วต้องซื้อแหวนเพชรไปหมั้นเจ้าสาว รู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั้นเป็นเพชรจริง รู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั้นต่อให้เป็นเพชรจริง ไม่ใช่เพชรที่เป็น Blood Diamond(เพชรเปื้อนเลือด) ก็คือเพชรที่มาจากเหมืองที่เกิดขึ้นจากสงครามในบางประเทศทางแอฟริกา

หรือถ้าเกิดท่านอยากจะรับประทานผัก-ผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าผัก-ผลไม้ที่อยู่บนโต๊ะที่ท่านจะรับประทาน เป็นผัก-ผลไม้ Organic (เกษตรอินทรีย์) และร้ายกว่านั้น ถ้าเกิดท่านต้องรับประทานยาไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไร ท่านรู้ได้อย่างไรว่ายานั้นเป็นยาจริง เพราะถ้าเกิดว่าทานผิดเสียชีวิตได้เลย เพราะฉะนั้น Trust คือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) กล่าวในการปาฐกถา หัวข้อ “ทำไมต้องมีสื่อที่สังคมเชื่อใจได้ในโลกที่ไม่น่าไว้ใจ (Why trusted-media matters in a zero-trust world?)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประชุมสุดยอด APAC Trusted Media Summit ประจำปีครั้งที่ 5 จัดโดย โคแฟค (ประเทศไทย) และ Google News Initiative (GNI)เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าด้วยเรื่องของ Trust หรือความรู้สึกเชื่อมั่นไว้ใจกัน มีความสำคัญอย่างมากกับวิถีชีวิตในสังคมมนุษย์

ดังที่ 2 นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง โรนัลด์ คอส (Ronald Coase) และ โอลิเวอร์ วิลเลียมสัน (Oliver Williamson) ได้ทำการศึกษาไว้ โดย คอส ซึ่งได้รางวัลในปี 2534 ค้นพบว่า “การเกิดขึ้นของบริษัทคือการลดต้นทุนในการทำธุรกรรม และธุรกรรมส่วนใหญ่ก็เกิดในบริษัท” ซึ่งหนึ่งในต้นทุนที่ว่าก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เนื่องจากการทำงานในรูปแบบบริษัทหรือองค์กร เป็นการทำให้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดความไว้ใจกันได้มากกว่าไปจ้างคนทำงานแบบวันนี้จ้างคนหนึ่ง วันต่อไป
จ้างอีกคนหนึ่ง

ส่วน วิลเลียมสัน ซึ่งได้รางวัลในปี 2552 ชี้ว่า “การที่บริษัทกลุ่มหนึ่งเลือกทำธุรกิจร่วมกันบ่อยๆ ก็มาจากความไว้วางใจกัน” และนำไปสู่การทำงานแบบมีส่วนร่วมไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่เพราะเห็นว่าเป็นคนละบริษัท เช่น บริษัทรถยนต์กับซัพพลายเออร์ เนื่องจากซัพพลายเออร์คือบริษัทที่รับผลิตชิ้นส่วนป้อนเข้าโรงงานผลิตรถยนต์ ดังนั้นบริษัทผลิตรถยนต์ก็ต้องไว้ใจซัพพลายเออร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม “เมื่อโลกพัฒนามาถึงยุคดิจิทัล..ดูเหมือนผู้คนจะเริ่มมองว่าโลกนี้ไม่มีอะไรน่าไว้ใจได้เลย (Zero Trust World หรือ Trustless World)” โดยเฉพาะเมื่อบนอินเตอร์เนตเต็มไปด้วยข่าวปลอม (Fake News) แถมระยะหลังๆ ยังมาในรูปแบบคลิปวีดีโอปลอมจากเทคโนโลยี Deep Fake ที่แนบเนียนจนแยกแยะได้ยาก ข่าวปลอมเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

จากวิกฤตแห่งความไว้ใจที่เกิดขึ้น จึงนำมาซึ่งแนวคิด “ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเชื่อมั่น” เช่น เทคโนโลยี “บล็อกเชน (Blockchain)” ซึ่งใส่ข้อมูลอะไรลงไปแล้วลบหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขทำได้ยากมาก ถูกนำมาใช้สร้างความเชื่อมั่นกับสกุลเงินดิจิทัลยอดฮิตอย่าง “บิตคอยน์ (Bitcoin)” ด้วยสมมุติฐานว่าโลกอินเตอร์เนตไว้ใจใครไม่ได้ จึงต้องมีเทคโนโลยีมารับประกันว่า เงินบิตคอยน์ที่ใช้กันนั้นจะเป็นเงินจริงเพื่อป้องกันการถูกโกงเวลาซื้อ-ขายสินค้า

“มีความคิดว่า ถ้า Bitcoin คือเทคโนโลยีที่สามารถสร้าง Trust ได้ในโลกที่มั่นเป็น Trustless World ก็สามารถเอา Blockchain มาใช้กับสารพัดเรื่องได้ ยกตัวอย่างเอามารับประกันเพชรที่ขุดขึ้นมาไม่ใช่ Blood Diamond และเป็นเพชรจริง ความเชื่อแบบนี้ก็อยู่ในวงการเทคโนโลยีพอสมควร แต่ผมจะชี้ว่าวิธีคิดแบบนี้มีปัญหาอย่างยิ่งและมีจุดอ่อน นั่นก็คือสิ่งที่ Blockchaim รับประกันได้ว่าเพชรนั้นเป็นเพชรจริงมันจะต้องอาศัยระบบการออกใบรับรอง (Certification) ของเพชร นับตั้งแต่เพชรที่ขุดขึ้นมา

ต้องมีใครสักคนไปดูว่าเพชรเม็ดนี้ไม่ได้เป็น Blood Diamond แต่เป็นเพชรที่ขุดขึ้นมาอย่างถูกต้องจริง แล้วก็เอาใบรับรองนั้นใส่เข้าไปใน Blockchain แล้ว Blockchain ก็เป็นฐานข้อมูลที่ไม่สามารถลบได้ ฉะนั้นคนก็เชื่อว่าจะโกงไม่ได้ แต่ทุกท่านก็จะทราบว่าท่านจะไปรับประกันเพชรจริงๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเพชรเม็ดจริงกับเพชรที่อยู่ใน Blockchain ซึ่งมันเป็นเพียงข้อมูลดิจิทัล เป็นคนละส่วนกัน ในข้อมูลอาจเป็นใบรับรองที่ไม่ถูกปลอมแปลง แต่ระหว่างขนส่งเพชรเราจะรู้ได้อย่างไร นี่คือจุดอ่อนสำคัญของแนวคิด Trustless World” สมเกียรติ ระบุ

สมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า เพชรอาจมีข้อได้เปรียบเพราะแต่ละเม็ดมีลวดลายไม่เหมือนกัน จึงสามารถนำลวดลายนี้ใส่เข้าไปเป็นฐานข้อมูลใน Blockchain ได้ แต่หากเป็นสินค้าอย่างผัก-ผลไม้ ยารักษาโรค จะทำอย่างไร อีกทั้งในความเป็นจริง “ความไว้วางใจไม่ได้อยู่เฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ต้องมีในทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า ฯลฯ ตั้งแต่ต้นจนจบ” จึงแทบไม่มีวิธีใดที่ป้องกันได้ 100%

ขณะเดียวกัน “การมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอย่างมากเกินไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก็มีต้นทุนสูงมาก” เช่น เหมือง Bitcoin ใช้ไฟฟ้า 96 TWh ต่อปี มากกว่าชาวฟิลิปปินส์ใช้ไฟฟ้ารวมกันทั้งประเทศ และการใช้พลังงานอย่างมหาศาลแบบนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าจะไม่มีการปลอมแปลง เพราะเทคโนโลยีนั้นป้องกันได้ก็เพียงการปลอมแปลงข้อมูล แต่ไม่ใช่กับการปลอมสิ่งของในโลกจริง

และเอาเข้าจริงๆ แล้วคงต้องย้อนกลับไปถามว่า “โลกเราไม่มีอะไรไว้ใจได้ (หรือเชื่อใจใครไม่ได้) เลยจริงหรือ?” หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือผลสำรวจในปี 2564 จากสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยความเชื่อมั่นของสังคมไทยต่อองค์กรต่างๆ ซึ่งแม้บางองค์กรจะถูกมองว่ามีปัญหาในเชิงภาพลักษณ์ เช่น ตำรวจ พรรคการเมือง หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชน แต่ในภาพรวมความน่าเชื่อถือก็ยังค่อนข้างสูงโดยอยู่ที่ร้อยละ 70-80

หรือแม้นักการเมืองจะถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับได้คะแนนความน่าเชื่อถือสูงมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ความรู้สึกใกล้ชิดจากการได้พบปะพูดคุยกันต่อหน้า (Face-to-Face Interaction)” ซึ่งแตกต่างในโลกอินเตอร์เนตที่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างหรือเผยแพร่ และแม้กระทั่งในโลกอินเตอร์เนตที่ถูกมองว่าเชื่อถือไม่ได้เลย ก็ยังมีความพยายามทำให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้นมา เช่น สำนักข่าวออนไลน์ต่างๆ จนถึงเครือข่ายอย่างโคแฟคที่ร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

“เทคโนโลยี อัลกอริทึม มันช่วยได้เพียงบางส่วน เช่น ตัวข้อมูลข่าวสารระหว่างส่งว่ามันไม่ถูกปลอม แต่ถ้าข่าวมันเป็นข่าวปลอมตั้งแต่ต้น อัลกอริทึมไม่สามารถช่วยได้ อย่างมากก็เป็นเครื่องมือเล็กๆ ในองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งยังต้องใช้มนุษย์ ยังต้องใช้ความเชื่อใจ” ปธ. TDRI ฝากข้อคิด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล ‘ชีวิตจะเปลี่ยน’

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683175

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล 'ชีวิตจะเปลี่ยน'

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล ‘ชีวิตจะเปลี่ยน’

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 23.50 น.

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! นักวิชาการเตือน‘โกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล’ ถูกฟ้อง‘หมิ่นประมาท’ติดคุก-เสียประวัติไม่คุ้ม

28 ก.ย. 2565 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดอบรมหลักสูตร “สื่อสังคมยุคใหม่กับการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” ให้กับบุคลากรในแวดวงสื่อสารมวลชน ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ซ.สุขุมวิท 22 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ

โดยช่วงหนึ่งของการอบรม ดร.ใยแก้ว ศีลรักษ์ อาจารย์ภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สจล. ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายธุรกิจ แอดมินเพจ “กฎหมายสำหรับผู้ประกอบการ” ซึ่งบรรยายหัวข้อ “กฎหมาย ประกาศที่เกี่ยวข้องกับสื่อยุคใหม่และการเคลื่อนไหวทางสังคม” กล่าวถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ว่าอยากให้ผู้เข้าอบรม รวมถึงนักเรียน-นักศึกษา ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น เฟซบุ๊ก

เพราะเมื่อมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น จะมีความผิดทั้งคนโพสต์ แชร์ รวมถึงคนที่ไปร่วมคอมเมนต์ด้วย หากผู้ฟ้องเห็นว่าเข้าข่ายทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยผู้ที่ต้องการฟ้องสามารถทำได้โดยแคปภาพข้อความที่เป็นปัญหาเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะมี 2 ช่องทางในการดำเนินคดี คือ 1.แต่งตั้งทนายฟ้องศาลเอง กับ 2.แจ้งความกับตำรวจ ณ ท้องที่ที่ทราบเรื่อง

“อยากจะบอกว่าถ้าเรารู้สึกว่าที่เราเขียน แล้วคู่กรณีเขามาแล้วเราทำให้เกิดความเกลียดชังหรือเขาเสื่อมเสียจริงๆ ยอมไปเถอะ เราก็อาจจะดีกว่า เพราะอันนี้มันเป็นโทษทางอาญา มันไม่คุ้ม เพราะถ้าสมมติเราไม่ยอม เราดื้อแพ่งไป เราอาจจะถูกจำคุก ซึ่งประวัติมันก็ไม่ดี อันนี้ก็เลยอยากจะบอกฝากว่าเกลียดใครก็เก็บไว้ในใจหรือมาฝากข้างนอก ก็ไม่ต้องไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก คือถ้าโพสต์ในเฟซบุ๊ก ชีวิตเราวันนี้มันอาจจะฆ่าชีวิตเราในอนาคต เรียนมาตั้งเยอะ เราเรียนหนังสือมาตั้งสูง มันอาจจะตกม้าตายเพราะแค่เรื่องวันนี้ที่เราโกรธนิดเดียว” ดร.ใยแก้ว กล่าว

ดร.ใยแก้ว กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีสำนักข่าวซึ่งปัจจุบันล้วนมีเพจเฟซบุ๊กสำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แล้วอาจมีผู้มาคอมเมนต์ในช่องแสดงความคิดเห็นในลักษณะล่อแหลมหมิ่นเหม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท ประเด็นนี้หากสื่อเป็นผู้เผยแพร่โดยทำตามหน้าที่ และเป็นการเสนอข่าวตามข้อเท็จจริงไม่ได้ใส่ความคิดเห็นของตนเองลงไป เช่น ข่าวนาย A ฆ่านาย B ข้อเท็จจริงคือนาย A เป็นผู้ลงมือฆ่าจริง และนาย B ก็ถูกฆ่าตายจริง นี่คือการเสนอข่าว ส่วนคนที่มาตอมเมนต์ว่านาย A ฆ่านาย B เพราะเหตุต่างๆ นานา หากมีความผิดก็เป็นความรับผิดของคนที่คอมเมนต์นั้นเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ๊จุก คลองสาม’แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683170

'เจ๊จุก คลองสาม'แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

‘เจ๊จุก คลองสาม’แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 23.14 น.

28 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ เจ๊จุก คลองสาม ได้โพสต์ข้อความของผู้ที่อ้างว่าอยู่ใน“กลุ่มทะลุวัง” ประกาศแยกทางและยุติการทำกิจกรรมในนามของ”ทะลุวัง” พร้อมอธิบายเหตุผลหลายข้อที่น่าสนใจ อาทิ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนในกลุ่มที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ มองข้ามเสียงของเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ถูกเอาเปรียบ แสวงหาผลประโยชน์ กดดัน ด้อยค่าในตัวคนอื่นๆ ไม่มีการรับฟังไม่ต่างอะไรจากเผด็จการ ไร้ภาวะจุดยืนที่ชัดเจน โอนอ่อนตามกระแสสังคม

นอกจากนี้ ยังมีการออกแถลงการณ์เนื้อหาบางส่วนเปิดโปงพฤติกรรมการของการถูกปั่นหัว การถูกแสวงหาผลประโยชน์จากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองและความเป็นเยาวชน นำชื่อและผลงานเพื่อนำไปขอทุน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ให้คนที่อ้างว่าจะดูแลเราเมื่อออกจากบ้าน แต่เงินทุนตรงนั้นไม่ไปถึงสมาชิกบางส่วน 

แต่ประเด็นสำคัญที่ เจ๊จุก คลองสาม ได้ขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ ประเด็นที่สมาชิกกลุ่มทะลุวังผู้นี้ ได้อ้างในแถลงการณ์ด้วยว่า มีการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ที่เป็นเยาวชน ขูดรีดผลประโยชน์ฉวยเอาเรื่องราวของเราในขณะทำกิจกรรมไปเขียนขอทุนเข้าร่วมโครงการหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษากฏหมายด้านกฏหมาย โดยให้เซนชื่อในเอกสารภาษาอังกฤษทั้งที่เราไม่ได้มีทักษะด้านภาษาอังกฤษมากพอที่จะเข้าใจ แถมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดของเราที่หยุดเคลื่อนไหวทำให้ขอทุนไม่ได้

ทั้งนี้ เจ๊จุก คลองสาม ได้โพสต์ข้อความสำทับว่า เจ๊จุกสะดุดตรงที่โครงการดังกล่าว เป็นของสถานทูตอเมริกา เขาจะรู้ไหมว่า เยาวชนฝ่ายประชาธิปไตย ใช้กลโกงแบบนี้เพื่อขอรับทุน

“เรื่องที่เจ๊และสลิ่มบอกพวกหนูมาโดยตลอด ว่าคนที่เคลื่อนไหวกับพวกหนู คนที่คอยยุให้พวกหนูออกไปทำกิจกรรม มันก็แค่พวกประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกใช้เด็กเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ตอนนี้พวกหนูคงตาสว่างแล้วเนอะ ทั้งนิสัยเผด็จการ โกงตัง ละเลยการคุกคามทางเพศ ฯลฯ สารพัดเรื่องจริงๆ”

เรื่องที่เจ๊และสลิ่มบอกพวกหนูมาโดยตลอด ว่าคนที่เคลื่อนไหวกับพวกหนู คนที่คอยยุให้พวกหนูออกไปทำกิจกรรม มันก็แค่พวกประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกใช้เด็กเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ตอนนี้พวกหนูคงตาสว่างแล้วเนอะ ทั้งนิสัยเผด็จการ โกงตัง ละเลยการคุกคามทางเพศ ฯลฯ สารพัดเรื่องจริงๆ #ทะลุวัง pic.twitter.com/sk6n1TIMAu— เจ๊จุก คลองสาม (@jjookklong3) September 28, 2022

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งกำลังใจให้ ‘เจ้ากังฟู’ ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683169

ส่งกำลังใจให้ 'เจ้ากังฟู' ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

ส่งกำลังใจให้ ‘เจ้ากังฟู’ ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.36 น.

28 ก.ย. 65 จากกรณี “เจ้ากังฟู” สุนัขเพศผู้พันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ป่วยมีก้อนเนื้องอกหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ห้อยอยู่ที่ใต้ท้อง แล้วออกมาเดินเล่นบริเวณถนนสายยางซ้าย-ปากพระ หมู่ 1 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย จนมีผู้พบเห็นและรู้สึกสงสาร จึงแจ้งผู้สื่อข่าวท้องถิ่นให้ช่วยนำเสนอ จนกลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศ (อ่านข่าวประกอบ : วอนช่วย’กังฟู’สุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ‘ก้อนเนื้อ’หนัก 5 กิโลห้อยต่องแต่งใต้ท้อง)

ล่าสุด ป้าติ๋ว อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัข บอกว่า หลังเป็นข่าวออกไปก็ได้มีผู้ใจบุญจำนวนมากโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา เพื่อจะช่วยรักษาอาการป่วยของเจ้ากังฟู ตนรู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณอย่างมาก ก่อนที่จะตัดสินใจมอบเจ้ากังฟูให้กับทีมงานสัตวแพทย์ผู้ใจบุญจาก จ.นครสวรรค์ มารับตัวไปตรวจอาการพร้อมช่วยรักษา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

และทราบว่าเจ้ากังฟูถึงมือหมอแล้ว จากการเอ็กซเรย์ผลเป็นเนื้องอก มะเร็งไม่ลามเข้าปอด แต่ก็มีความเสี่ยงตรงขนาดและอายุ ส่วนผลเลือดปกติ ทั้งนี้ ตนจึงตัดสินใจอนุญาตให้หมอผ่าตัด เพื่อช่วยยืดชีวิตเจ้ากังฟู แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็ตาม โดยตอนนี้เจ้ากังฟูกำลังถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จึงขอแจ้งความคืบหน้าให้ทุกคนที่เมตตาและเป็นห่วงเจ้ากังฟูได้รับทราบ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683168

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.32 น.

จนท.เทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ร่วมกับหน่วยกู้ภัยฯ กว่า 30 ชีวิต ระดมงมค้นหาชายวัย 46  ป่วยจิตเวชลงอาบน้ำในลำห้วย ถูกกระแสน้ำพัดจมหายต่อหน้าชาวบ้าน 2 วันยังไม่เจอร่าง   แม่เผยความฝันก่อนเกิดเหตุมีผู้หญิงหน้าตาดี เชื่อเป็นผีมาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย 

28 ก.ย.65 นายอิสรพงศ์ ยงปัญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์  อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ พร้อมด้วยนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยสว่างจุดอำเภอบ้านกรวด  กู้ภัยสว่างจุดอำเภอประโคนชัย  กู้ภัยบ้านสองเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 30 ชีวิต  ไปช่วยกันงมค้นหานายทวี โพนเงิน อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ลงไปอาบน้ำในลำห้วยโดน  ด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน  แล้วถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปตั้งแต่ช่วงสายวานนี้ (27 ก.ย.65)   ซึ่งเจ้าหน้าที่ และหน่วยกู้ภัยในช่วยกันระดมค้นหาในลำห้วยตลอด 2 วัน ในรัศมี 500 เมตร  ท่ามกลางสายฝน และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว   แต่ก็ยังไม่พบร่างนายทวี  ที่สูญหายแต่อย่างใด  ถึงแม้พ่อกับแม่จะมาจุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ  เพื่อขอให้เปิดทางและพบร่างลูกชายแต่ก็ไม่เป็นผล    กระทั่งช่วงเย็นวันนี้  เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องยุติภารกิจไปก่อนเพราะทุกคนต่างเหนื่อยล้า  และเสี่ยงอันตรายเนื่องจากกระแสไหลเชี่ยวมาก       

สอบถามนายทองดี โพนเงิน อายุ 72 ปี พ่อของนายทวีที่สูญหาย บอกว่า ลูกชายมีประวัติการรักษาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ก็ไปรับยาที่ รพ.ประจำ แต่บางครั้งลูกก็ไม่อยากกินยา ลูกชายจะชอบปั่นจักรยานไปเล่นกับญาติอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ตอนขากลับก็จะชอบแวะเล่นน้ำลำห้วยประจำ เช่นเดียวกันวันเกิดเหตุก็ปั่นจักรยานไปเล่นบ้านญาติ ขากลับก็แวะเล่นน้ำเหมือนเดิม แต่เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกหนัก ทำให้น้ำในห้วยเยอะและไหลเชี่ยว ซึ่งคนที่มาหาปลาในลำห้วยบอกว่าเห็นลูกชายลงเล่นน้ำ สักพักก็ถูกกระแสน้ำพักจมหายไป แต่เขาไม่กล้าลงไปช่วยเพราะน้ำลึกและไหลเชี่ยวมาก ซึ่งตนก็ได้ธูปมาจุดบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อแล้ว เพื่อขอให้ได้พบลูกชาย แต่ก็ยังหาไม่เจอ

ด้านนางมนต์ โพนเงิน อายุ 70 ปี แม่นายทวี บอกว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนฝันว่ามีผู้หญิงหน้าตาดีสวมชุดสาว มายืนอยู่ที่กระท่อมใกล้จุดเกิดเหตุ ลักษณะจะมาสื่อสารอะไรสักอย่าง พอตื่นขึ้นก็เล่าให้สามีและลูกชายฟัง   กระทั่งช่วงสายมีคนมาบอกว่าลูกชายจมน้ำสูญหายที่ลำห้วย ใกล้กับจุดที่ตนฝันเห็นผู้หญิงชุดขาวยืนอยู่กระท่อม จึงเชื่อว่าผีผู้หญิงที่ตนฝันเห็นมาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามตนก็อยากเห็นร่างลูกชายจะได้นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683163

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.18 น.

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.มูลนิธิวอชด็อกช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวหลงไปติดอยู่ในร่องถนนหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ย่านรังสิตมานานกว่า 2 เดือนโดยไร้หน่วยงานเหลียวแลเข้าไปช่วยเหลือ มีเพียงคนใจบุญที่พบเห็นเท่านั้นที่คอยไปโยนอาหารให้กินประทังชีวิตแบบไม่ตายก็เหมือนตาย

28 ก.ย.65 จากกรณีที่โลกโซเซียลได้แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง ที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือสุนัข 2 ตัว หลงเข้าไปอยู่ในร่องถนน #ตรงสะพานลอยไวท์เฮ้าส์ ย่านรังสิต ต้องนอนตากแดดตากฝนรอคนมาช่วยนานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปช่วยเหลือ สร้างความหดหู่ให้กับคนที่พบเห็นน้องหมา 2 ตัวอย่างยิ่งเพราะไม่ตายก็เหมือนตาย ที่อยู่รอดได้เพราะมีคนใจบุญนำอาหารมาโยนให้บ้างพอประทังชีวิตไปวันๆ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวนั้น

ต่อมา ทางเพจ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT รายงานว่า  ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกเดินทางลงพื้นที่ไปวางแผนช่วยเหลือสุนัขที่หน้าหมู่บ้านไวท์เฮาส์แล้ว

และล่าสุดเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Earn Takianngam โพสต์อัพเดทว่า “พี่ๆช่วยน้องได้แล้วนะคะ ขอบคุณทุกๆความร่วมมือมากคะ ขอบคุณมูลนิธิ  #WDT ‘Rescue  #กู้ภัยสี่ขาสมุทรปราการ #คลินิกคุณกะลารักษาสัตว์ และบุคคลหรือหน่วยงานต่างที่ช่วยแชร์และช่วยเหลือน้องหมาค่ะ ตอนนี้น้องได้มีผู้รับอุปการะดูแล้วและต้องขอบคุณผู้อุปการะน้องๆด้วยค่ะ ” ขณะเดียวกันได้มีคนเข้าไปแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่มีส่วนช่วยชีวิตน้องหมาทั้ง 2 ตัวเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ,Earn Takianngam

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตายจากคนอาชีพจับปูทะเลขายแล้วไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683142

ตายจากคนอาชีพจับปูทะเลขายแล้วไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก

ตายจากคนอาชีพจับปูทะเลขายแล้วไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.19 น.

ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ก่อนจะตายถ้าจิตใจผ่องใส นึกถึงบุญกุศลนิดหน่อยตายแล้วก็ไปสวรรค์ทันที เรื่องนี้ให้ชื่อเรื่องว่า เทพธิดาปูทะเล เรื่องมีอยู่ว่า…

วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ ขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกนั่งอยู่กับ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเหมือนเลขาของท่านพระอินทร์ เห็นนางฟ้า ๘ องค์ รูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามมาก ผิวพรรณผ่องใส เครื่องประดับก็สวย แต่มีองค์หนึ่งนั่งใกล้มากที่สุด ท่านมองหน้าไม่ละสายตา เบื้องหลังนางฟ้า ๘ องค์ไกลออกไปประมาณ ๒ เส้น เป็นภาพผู้หญิงอ้วนใหญ่ ผิวเนื้อดำแดงค่อนข้างดำ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ในความรู้สึกของอาตมาเป็นภาพนางยักษิณี จึงหันไปถามท่านปัญจสิกขเทพบุตรว่า “บนสวรรค์มีภาพประเภทไม่สวยอย่างนี้เหมือนกันรึ” ท่านตอบว่า“ปกติไม่มี แต่นางฟ้า ๘ องค์นี้เป็นคนมีบาปอยู่เบื้องหลัง” หมายความว่าในระยะต้นสร้างบาปไว้มากแต่ว่าไม่ถึงอนันตริยกรรม อนันตริยกรรมได้แก่ ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต ยุยงให้สงฆ์แตกกัน ตอนช่วงหลังของชีวิตและตอนใกล้จะตายได้ทำกำลังใจเป็น สัมมาทิฐิ รู้จักการให้ทาน รู้จักการรักษาศีล รู้จักการเจริญภาวนา เวลาจะตายจิตใจก็เกาะความดี เมื่อตายแล้วก็มาเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกก่อน แต่ทว่าบาปยังติดตามอยู่ ถ้าไม่สร้างความดีต่อเป็นการป้องกัน เมื่อจุติไปจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อไรบาปจะดึงเธอทั้งหมดลงอบายภูมิทันที

ท่านพุทธบริษัทเมื่ออ่านหรือฟังแล้ว จงคิดตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา”
เวลาก่อนจะตาย จิตใจเป็นอกุศลหรือเศร้าหมองนิดหน่อย ก็จะไปอบายภูมิทันที

“จิตเต ปาริสุทเธ สุคติ ปาฏิกังขา”
ก่อนจะตาย แม้แต่จิตใจผ่องใสในด้านของบุญกุศลนิดหน่อย ก็จะไปสวรรค์ทันที

อาตมาหันไปถามนางฟ้าที่อยู่ใกล้มากที่สุด และมองหน้าไม่ยอมละ ถามเธอว่า “สมัยเป็นมนุษย์อยู่ที่ไหน” เธอตอบทันทีว่า “จำฉันไม่ได้รึ” อาตมาบอก “ถ้าอย่างนั้นขอดูภาพเดิม” ให้เห็นภาพเธอเป็นคนแก่อายุประมาณใกล้ ๖๐ ปี รูปร่างใหญ่เทอะทะ ผิวเนื้อดำแดงค่อนข้างดำ ถามเธอว่า “รูปร่างของเธอเป็นอย่างนี้ เธอมีสามีหรือเปล่า” เธอตอบว่า “มี” เธอแสดงภาพให้เห็นตั้งแต่สมัยเป็นเด็กแล้วก็เป็นสาววัยรุ่นถึงสาวใหญ่ ตอนสาวรุ่นรูปร่างทรวดทรงดี หน้าตาดี ผิวพรรณไม่ดำ ผิวเนื้อดำแดงและเกลี้ยง ร่างกายมาเปลี่ยนแปลงตอนอายุใกล้ ๔๐ เธอเป็นคนจน

เวลานั้นอาชีพจริงๆ ก็คือ จับปูทะเลมาขาย ปูทะเลจับมาได้ก็ต้องมัด จับปั๊บมัดปุ๊บ ทำมาแต่เด็กก็ทำได้คล่องรวดเร็วแล้วก็เอามาขาย พอเป็นสาวขึ้นมาก็จับปูทะเลขายเหมือนเดิม แต่งงานแล้วก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม มาเปลี่ยนแปลงเอาจริงๆ เมื่อตอนอายุ ๓๐ ปีเศษ ขายปูได้กำไรพอสมควรมีทุนอยู่บ้าง ไม่จับปูเองแล้วแต่เป็นคนซื้อปูมาขายและคุมการขาย

ให้นึกดูว่า สภาพปูถูกมัดกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แบบนั้น มันทรมานขนาดไหน มีการเจ็บปวด มีการเมื่อยขนาดไหน สรุปแล้วเธอทำบาปมาอย่างหนัก เป็นบาปที่ติดตามมา ที่เห็นเป็นภาพนางยักษิณีอยู่ข้างหลังตอนที่มาเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว

ความจริงในตอนระยะต้นๆ ตั้งแต่เด็กมาจนถึงสาวใหญ่ แต่งงานแล้วก็ตาม บุญเธอก็ทำบ้างแต่ก็ทำบุญแบบผิวเผิน หมายความว่าใส่บาตรบ้างแต่ก็นานๆ ใส่ครั้ง นานๆ ก็ไปฟังเทศน์บ้างแต่ก็ไม่ตั้งใจนัก เขาทำบุญเรี่ยไรก็ทำบ้างแต่ไม่ได้ตั้งใจมาก ทำประเภทปัดสวะให้ผ่านพ้นไป ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่แจกฎีกาพึงทราบว่า คนที่เขาทำบุญตามฎีกาเขาจำใจทำกันมา แต่ก็ได้บุญถึงแม้จะได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตาม เปรียบเหมือนชาวบ้านเขามีข้าว ๑ กะละมังได้บุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เราได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีข้าวแค่ ๑ จาน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

ต่อมาเมื่อเธอมีอายุ ๔๐ ปีเศษๆ ก็มีความรู้สึกว่าอาชีพเดิมมันบาปทั้งหมด ก็เพราะบังเอิญมีพระหลวงตาที่น่าเคารพท่านหนึ่ง ท่านเป็นพระอยู่ใกล้บ้านไปรับบาตรเป็นประจำ ผ่านอยู่เสมอ ท่านอธิบายให้ฟังว่า “การทำแบบนี้มันบาป” ในที่สุดเธอก็ละจากอาชีพขายปูทะเลมาเป็นอาชีพรับจ้างอย่างอื่นที่ไม่เป็นบาป ความจริงน่าขอบคุณหลวงตาองค์นั้นที่ท่านแนะนำ ตอนหลังเธอตั้งหน้าตั้งตาทำบุญ บุญใหญ่เธอทำมาเป็นปกติ ใส่บาตร ฟังเทศน์ ใครไปเรี่ยไรก็ให้ ทำบุญมาเรื่อยๆ จิตใจเป็นบุญกุศล

ต่อมาระยะใกล้จะตาย ๔ เดือน เธอก็มีโอกาสมาที่วัดท่าซุง ในงานเป่ายันต์เกราะเพชร เห็นวัดเข้าก็ชอบใจ คิดในใจว่าวัดสวยๆ แบบนี้หายาก เธอสนใจมณฑปแก้วที่ปิดกระจกทั้งข้างนอกและข้างใน ก็ชอบใจมากเข้าไปนั่งไหว้พระดูภาพพระก็ชอบใจ มีจิตใจสดชื่น ไปนั่งนานจนกว่าจะถึงเวลาเป่ายันต์เกราะเพชร ก็ไปรับยันต์เกราะเพชรตอน ๔ โมงเช้า ปรากฏว่าเขาประกาศว่ารถจะออก ๔ โมงเย็น จึงไปนั่งป๋ออยู่ที่มณฑปแก้วใหม่ สดชื่นมากจิตใจจับอยู่ที่นั่น

ต่อมาได้ทราบข่าวว่า ที่ซอยสายลมมีพระวัดท่าซุงไปสอนพระกรรมฐานที่นั่น เธอก็ไปกับเขาด้วย ไปเจริญพระกรรมฐานวันแรกเธอบอกว่า “ภาพพระที่มองเห็นเวลาลืมตา แต่เวลาหลับตาแล้วพระองค์นั้นไม่เห็น เห็นแต่ปูที่คลานยั้วเยี้ยที่เธอจับมาก็ดี ภาพที่เธอกำลังมัดปูก็ดี นั่งขายปูก็ดี”

รวมความว่า ภาพปูปรากฏเต็มไปหมด จะมองเท่าไรก็ไม่เห็นภาพพระเห็นแต่ปูแทน ในที่สุดลืมตาดูพระใหม่ ทิ้งภาพปู พอเห็นภาพพระแจ่มใสดี สดชื่น นานๆ เข้าจึงหลับตาใหม่ ก็ปรากฏเห็นภาพปูอีก เป็นอันว่าวันแรกของการเจริญพระกรรมฐานคือวันเสาร์ ไม่มีผลเห็นพระแต่มีผลเห็นปูทะเลแทน เธอก็เศร้าสลดใจ พอถึงเวลาอุทิศส่วนกุศล พระท่านแนะนำว่า “ให้ขอท่านพระยายมราชและเทพเจ้าเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศล”

เผอิญท่านพระยายมราชท่านมาบอกกับอาตมาในวันนั้นว่า “ถ้าใครทำบุญไว้ เวลาอุทิศส่วนกุศลให้บอกท่านให้เป็นพยาน ถ้าบังเอิญต้องผ่านสำนักท่าน การสอบสวนเรื่องบาปก็ไม่มี ท่านจะเป็นพยานให้เพราะบุญมีอยู่แล้ว จะส่งไปสวรรค์ก่อน” เธอบอกว่า “ดีใจในถ้อยคำนี้” เวลาพระท่านนำอุทิศส่วนกุศลสดชื่นมาก ตั้งใจจริงๆ เพราะว่าปูเป็นเหตุ ถึงอย่างไรก็ไม่ขอลงนรกแน่ เธอคิดในใจว่า “ถ้าขืนลงนรกเสียท่าปูแน่ ปูนับเป็นพันเป็นหมื่นมันตามเล่นงานแน่นอน เธอไม่ได้คิดถึงไฟนรกคิดถึงแต่ปูอย่างเดียว พออุทิศส่วนกุศลเสร็จเธอก็รีบไปที่จุดสังฆทาน จะเอาชุดใหญ่ ๕๐๐, ๑,๐๐๐, ๒,๐๐๐ เงินก็ไม่มี ผสมผเสได้ ๑๐๐ บาท ก็ถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาททันที

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สองไปใหม่ตอนกลางวัน ตั้งใจไปถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาททันทีและก็ฟังพระท่านคุยไป นั่งดูพระพุทธรูปไป ตัดสินใจว่าวันนี้จะไม่ยอมให้ภาพปูเข้ามากวนใจ จะขออยู่กับพระพุทธรูป หลับตาบ้างลืมตาบ้าง ใครจะคุยอย่างไรก็ช่าง สนใจพระพุทธรูปอย่างเดียว พอตอนกลางคืนเจริญพระกรรมฐาน เวลาหลับตาปรากฏว่า ภาพปูกับภาพพระแย่งกัน ภาพพระเกิดขึ้นบ้าง เห็นภาพปูบ้างสลับกัน เธอก็ดีใจว่าวันนี้พระสู้กับปูแล้วปูแพ้ เพราะภาพปูเกิดขึ้นมาน้อย เห็นภาพพระมากกว่า พอเจริญพระกรรมฐานเสร็จก็ถวายสังฆทานชุดเล็ก ๑๐๐ บาทอีก

ต่อมาวันที่สาม ก็ทำอย่างนั้นอีก พอไปถึงปุ๊บไม่ต้องการอะไรทั้งหมด ตั้งหน้าตั้งตาจ้องพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ที่พูด มองลีลาพระสงฆ์ที่นั่งพูดบ้างและจำภาพพระพุทธรูปบ้าง ดูสองอย่าง อย่างไหนเลือนก็จับอีกอย่างหนึ่งเข้ามาแทน ตั้งใจจับพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ช่วยกันขับปู วันนี้ชนะเด็ดขาดภาพปูไม่ปรากฏเห็นแต่ภาพพระอย่างเดียว เห็นชัดทั้งภาพพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ ภาพปูไม่เกิด เธอดีใจมาก

ก็รวมความว่าเธอทำอย่างนี้มาได้ ๓ ครั้ง วาระที่สุดของชีวิตของเธอก็มาถึง เวลาที่จะตายจริงๆ เธอมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายวัน ปวดศีรษะบ้าง แน่นหน้าอกบ้าง เสียดท้องบ้างเป็นปกติ แต่ในเวลานั้นก็ตั้งใจภาวนาว่า “พุทโธ” นึกถึงภาพพระกับพระสงฆ์ที่เคยเห็น ภาพก็ชัดเจนแจ่มใสเป็นบางครั้ง บางทีมันปวดมากภาพก็หายไป พอคลายหน่อยจิตก็เห็นภาพ แต่ใจไม่ยอมปลด มันจะปวดอย่างไรก็ตาม ก็ตั้งใจภาวนา “พุทโธ” บ้าง “นะมะพะธะ” บ้าง จับภาพพระพุทธเจ้าบ้าง จับภาพพระสงฆ์บ้างสลับกันไปในที่สุดก็ตาย

เวลาจะตายเธอบอกว่าไม่มีความรู้สึกว่ามันจะตาย มันเป็นแต่มีความรู้สึกวูบไป อาการปรากฏทีแรกมันอืดเสียดมาก เมื่ออาการอืดเสียดหายไป มีนงงหายไป จิตมีอารมณ์เป็นสุขมาก มีความเยือกเย็น มีความสบาย จิตก็จับภาพพระพุทธรูปภาวนาว่า “พุทโธ” เดี๋ยวก็ “นะมะพะธะ” สลับกับทั้ง ๒ อย่าง ภาพพระก็เกิดมีสภาพแจ่มใส สดใสขึ้น สวยขึ้นๆ ตามลำดับ เป็นทองอร่ามขึ้น ในที่สุดพระท่านยิ้ม เมื่อเห็นภาพพระพุทธรูปยิ้ม เธอก็มีอาการสดชื่น ตอนนี้เองเธอบอกว่า “มีความรู้สึกว่าวูบเหมือนกับตกจากที่สูง และมีความรู้สึกอีกทีหนึ่งก็มาอยู่ที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก วิมานสวยสดงดงามมากแพรวพราวเป็นระยับ เป็นเพชรสีน้ำมันก๊าด จะขาวก็ไม่ใช่แต่ใส

ถามเธอว่า “ที่ได้วิมานสวยอย่างนี้เพราะอะไร” เธอตอบทันทีว่า “เพราะสนใจในมณฑปแก้วและพระพุทธรูปในมณฑปแก้ว” ถามว่า “ไปในมณฑปแก้วนั้นกี่ครั้ง” เธอตอบว่า “ไป ๓ ครั้งติดใจ เวลามีงานก็ไป ยามปกติก็ไป เวลาไปต้องเข้าไปในมณฑปแก้วก่อน ไปนั่งหน้าพระพุทธรูป ภาวนาให้สบาย ตัดภาพปูทิ้งไปเห็นพระแทน ดูภาพมณฑปแก้วก็ชอบใจ อันนี้เป็นปัจจัยให้วิมานแก้วใสมาก สว่างมาก” ถามว่า “เธอมีเทพบุตรหรือนางฟ้าเป็นบริวารเท่าไร” เธอยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่มีเทวดาเป็นบริวาร มีแต่นางฟ้าเป็นบริวาร ๔,๐๐๐ องค์ เครื่องประดับประดาก็มีมาก” บอกเธอว่า “อยากจะเห็นวิมาน”

ก็ปรากฏว่าเวลานั้นวิมานก็ลอยมา บ้านเราในเมืองมนุษย์ยกไปไหนไม่ได้ แต่ในเมืองสวรรค์วิมานลอยมาทันที นางฟ้าทั้งหมดหน้าตาแจ่มใสมาก วิมานของเธอใหญ่มากและมีความสว่างไสวมาก ถามเธอว่า “เธอมีความรู้สึกอย่างไรกับเรื่องบาปเก่า” เวลานี้ภาพนางยักษิณียังปรากฏอยู่ เธอบอกว่า “ภาพนางยักษิณีนี่ความจริงไม่ใช่นางยักษิณีจริง เป็นภาพที่แสดงออกเมื่อท่านปรากฏนี่เอง ตามปกติฉันไม่เห็น แต่ว่าภาพนั้นคงเป็นพยานให้ท่านทราบว่า ฉันยังเป็นคนมีบาป” ถามเธอว่า “เธอทราบไหม ถ้าหมดบุญจากสวรรค์ที่ดาวดึงส์เธอจะไปไหน” เธอก็ตอบว่า “ทราบ เขาจะนำฉันไปไว้นรกขุมที่ ๕”

ถามเธอว่า “จะไปไหม” เธอก็ตอบว่า “ที่ไปซอยสายลมพระท่านสอนว่า ให้หนีไปพระนิพพาน เวลานี้ฉันตั้งใจไปพระนิพพาน ฉันไปฟังเทศน์ที่พระจุฬามณีเจดียสถานเสมอ ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์และที่ประชุมเทวสภา ก็มีหลายวาระที่บรรดาพระโพธิสัตว์ท่านมาเทศน์ วันไหนพระโพธิสัตว์ท่านไม่ว่างมา ท่านพระอินทร์ก็เทศน์แทน ท่านเทศน์สงเคราะห์ให้เทวดาทุกองค์บำเพ็ญกุศลต่อ ให้ทุกคนมองดูกรรมดั้งเดิมของตัวเองก่อนที่จะตาย ว่ามีกรรมที่เป็นอกุศลไหมและกรรมที่เป็นอกุศลนั้นทิ้งเราหรือยัง เทวดาและนางฟ้าทุกองค์ก็ปฏิบัติตามท่าน รวมความว่าไม่มีเทวดา ไม่มีนางฟ้าองค์ไหนที่ไม่มีบาปกรรมต่อท้ายอยู่เบื้องหลัง ฉะนั้นเทวดาและนางฟ้าทุกองค์ก็ตั้งใจบำเพ็ญกุศลหวังไปพระนิพพาน

เมื่ออาตมาคุยกับเธอจบก็ถามเธอว่า “มีอะไรสั่งไปถึงทางบ้านบ้างไหม” เธอก็ตอบว่า “ฉันขอสั่งเมื่อท่านเขียนหนังสือแล้วก็บอกเขาด้วยว่า ฉันคนชื่อ ป อยู่หน้า ตายเมื่ออายุ ๕๗ ปี อาชีพเดิมจับปูทะเลและก็ขายปู ต่อมาเมื่ออายุ ๔๐ ปีเศษก็กลายเป็นนักบุญ เวลานี้มีความสุขมาก ขอบรรดาลูกหลานทุกคนที่อยู่ในเมืองมนุษย์ที่คิดว่า การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นปัจจัยให้เกิดความสุขแก่ตัวเองนั้น ความจริงไม่จริงมันจะลากไปสู่อบายภูมิ จะมีความทุกข์หนัก มันไม่คุ้มกันกับความสุขนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอิ่ม ฉะนั้นขอบรรดาลูกหลานและพี่น้องทุกคนจงละบาปอกุศล ทำงานรับจ้างเขาที่ไม่เป็นบาปดีกว่า…”

คัดลอกจากจากหนังสือตายแล้วไปไหน โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี (ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=47703) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสี่ยอสังหาฯไหว้สวย!! เดินทางมาขอโทษเด็กปั๊ม ยอมรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683118

เสี่ยอสังหาฯไหว้สวย!! เดินทางมาขอโทษเด็กปั๊ม ยอมรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ

เสี่ยอสังหาฯไหว้สวย!! เดินทางมาขอโทษเด็กปั๊ม ยอมรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.06 น.

เสี่ยอสังหาริมทรัพย์เดินทางมาขอโทษเด็กปั๊มด้วยตัวเองแต่ไม่พบพร้อมยอมรับผิดและขอโทษทั้งหมดกับสิ่งที่ทำ

จากกรณีที่ นายอนุพงษ์ โชติพงษ์ อายุ 23 ปี เด็กปั๊ม ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เอกชัย มูลสี สว.(สอบสวน) สภ.พลูตาหลวงที่ สภ พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า รถยนต์เก๋งยี่ห้อแลมโบกินี่ สีแดง แล้วทำให้ฝาปิดถังน้ำมันรถยนต์คันดังกล่าวกระเด็นใส่ข้างๆ รถ ทำให้คนขับรถยนต์ที่เป็นชาย ไม่พอใจแล้วได้ใช้หลังมือตบที่บริเวณใบหน้าของตน จำนวน 1 ครั้ง ทำให้ผู้แจ้งได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสาย 331 ฝั่งจากทางห้วยใหญ่มุ่งหน้าแยกเกษมพล ม.5 พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยนำคลิปวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ซึ่งภายหลังได้ส่งตัวแทนเข้ามาขอโทษและให้ค่าทำขวัญกับเด็กปั๊มดังกล่าวจนไม่ติดใจเอาความกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ซึ่งล่าสุดเจ้าของรถดังกล่าวทราบชื่อคือ นายบอย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เสี่ยอสังหาริมทรัพย์ ได้เดินทางมาที่ปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุเพื่อจะขอโทษกับเด็กปั๊ม ผู้จัดการ เจ้าของปั๊ม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ไม่พบเด็กปั๊มดังกล่าวโดยทางปั๊มได้แจ้งว่าออกเวรแล้ว  

นายบอย จึงได้กล่าวขอโทษทางผู้จัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับเรื่องดังกล่าว ที่เกิดขึ้นเมื่อวานยอมรับผิดทั้งหมดไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความควบคุมอารมณ์ไม่ทัน สิ่งที่น้องทำเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเลย ซึ่งวันนี้ตั้งใจมาขอโทษน้องด้วยตัวเองแต่คาดกัน ต้องขอโทษน้อง ครอบครัวของน้อง ขอโทษสังคมที่เป็นตัวอย่างไม่ดี ผมก็รับผิดชอบยอมรับผิดทั้งหมด ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุคือตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ทัน แต่เมื่อขึ้นรถแล้วก็รู้สึกผิด ซึ่งที่จริงตนแค่จะเอาทิชชูไปเช็คเฉยๆ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนก็รีบไปงานประชุม 2 ที่ แล้วไปงานศพต่อ ที่จริงตั้งใจขอโทษแต่เมื่อวานพยายามติดต่อมาแต่ก็ติดต่อไม่ได้จึงให้เพื่อนขับรถมาขอโทษก่อน ก่อนที่จะมาขอโทษในวันนี้แต่คาดกัน ซึ่งยังไงก็จะขับรถมาขอโทษอีกครั้ง ทั้งน้อง ผจก. เจ้าของปั๊ม และทุกคนที่เป็นตัวอย่างไม่ดีต่อสังคม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิบเมนูซิกเนเจอร์!! สาวอีสานพลัดถิ่นเปิดร้านเสิร์ฟ ‘ซอยจุ๊’ ที่พะเยา

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683108

เปิบเมนูซิกเนเจอร์!! สาวอีสานพลัดถิ่นเปิดร้านเสิร์ฟ 'ซอยจุ๊' ที่พะเยา

เปิบเมนูซิกเนเจอร์!! สาวอีสานพลัดถิ่นเปิดร้านเสิร์ฟ ‘ซอยจุ๊’ ที่พะเยา

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.52 น.

28 ก.ย 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าร้านกระเพราถาด @ภูกามยาว บริเวณถนนพะเยา-ป่าแดด บ้านดงเจน  ตรงข้ามโรงเรียนดงเจนวิทยาคม  ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา โดยมีน.ส.พรนภา แก้วมุงคุง   (น้องเอ๋) อายุ30ปี สาวอีสานพลัดถิ่นเจ้าของร้าน  นำเมนูพื้นบ้านอีสานแท้ ซอยจุ๊เนื้อ มาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านทำให้ลูกค้าติดอกติดใจเข้ามาชิมอย่างไม่ขาดสายโดยจะชายชุดละ 100บาท เจ้าของร้านบอกแซบแบบอีสานแท้ๆ และถือว่าเป็นร้านหนึ่งเดียวของอำเภอภูกามยาว

น.ส. พรนภา แก้วมุงคุง (น้องเอ๋) เจ้าของร้านกระเพราถาด @ภูกามยาม   ซอยจุ๊เนื้อ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนจังหวัดสกลนครและได้มีครอบครัวอยู่ที่พะเยาเริ่มแรกขายกระเพราถาดแต่มีลูกค้ามาถามว่าเป็นคนอีสานทำไมไม่นำเอาซอยจุ๊เนื้อที่แบบอีสานมาขายหลังจากนั้นจึงได้ทำขายพบว่าถูกอกถูกใจลูกค้าทำให้ลูกค้าทยอยมาสั่งรับประทานจนไม่ขาดสาย สำหรับซอยจุ๊เนื้อเป็นเมนูพื้นบ้านอีสานแท้โดยจะขายชุดละ 100 บาทเท่านั้น ทางร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 น.-20.00 น.สำหรับลูกค้าที่จะสั่งจองล่วงหน้าสามารถติดต่อที่เบอร์ 084-205-3686. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘1 ต่อ 4’ โขลงช้างป่ากลุ่มร้อยบวกเปิดฉากรุมช้างต่างโขลงกลางถนนนายาว-คลองเตย

Posted on September 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683075

'1 ต่อ 4' โขลงช้างป่ากลุ่มร้อยบวกเปิดฉากรุมช้างต่างโขลงกลางถนนนายาว-คลองเตย

‘1 ต่อ 4’ โขลงช้างป่ากลุ่มร้อยบวกเปิดฉากรุมช้างต่างโขลงกลางถนนนายาว-คลองเตย

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.24 น.

กล้องวงจรปิดจับภาพโขลงช้างป่าร้อยบวก กำลังจะกลับบ้าน เจอช้างต่างโขลงขวางทางเลยเกิดการชนกันแบบ 4 รุม 1 กลางถนนทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา นายาว-คลองเตย 

วันที่ 28 ก.ย.65 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณถนนทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา (ฉช4022) นายาว-คลองเตย นายทรัพย์ทวี กุลสารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) ท่ากระดาน พร้อม อปพร.ท่ากระดาน ร่วมกับนายธวัชชัย ช้างสาร หัวหน้าชุดติดตามช้างป่าของกรมอนุรักษ์สัตย์ป่า ที่ร่วมกันเฝ้าระวังภัยจากช้างป่าตามแนวถนนนายาว-คลองเตย สังเกตเห็นจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้เพื่อเฝ้าระวังและดูพฤติกรรมของช้างป่าในพื้นที่อาศัยพบช้างป่ากำลังต่อสู้กันเป็นช้างโขลงเดียวกัน 4 ตัวกำลังรุมช้างป่า 1 ตัวที่มาจากต่างโขลง

นายทรัพย์ทวี กล่าวว่า ช้างโขลงนี้ในพื้นที่เรียกกันว่ากลุ่มร้อยบวก (ที่มาของชื่อคือ กลุ่มนี้จะมีช้างอยู่จำนวนหลายตัวด้วยกัน) เมื่อ 7 วันที่ผ่านมาช้างโขลงนี้ได้ข้ามคูกันช้างที่จังหวัดฉะเชิงเทราไปหากินในพื้นที่เขตจังหวัดปราจีนบุรี และวันนี้ได้กลับเข้ามาพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงบริเวณคูกันน้ำเพื่อจะเข้าพื้นหากินของตัวเอง แต่บังเอิญมีช้างป่าจากฝูงอื่นอยู่บริเวณนั้น 1 ตัว จึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ช้างที่มาจากต่างโขลงตัวนั้นก็ไม่ได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บมากนัก หลังจากต่อสู้กันอยู่พักหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ จากนั้นช้างต่างโขลงก็ได้ล่าถอยกลับเข้าป่าไปและช้างฝูงร้อยบวกก็ได้ข้ามคูกันช้างแล้วกลับเข้าป่าไปในถิ่นที่อยู่เดิมของตัวเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,191 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ

Recent Posts

  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดเลี้ยงของว่าง โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม
  • ไทยพีบีเอส ยกระดับ ‘สถานีประชาชน’ สู่สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน
  • อธิบดีกรมการข้าว ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • ​เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d