Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตะลึงพบหินคล้ายหัวงูยักษ์มีเกล็ดเหมือนพญานาคกลางป่า นอภ.กุฉินารายณ์ลุยพิสูจน์

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677087

ตะลึงพบหินคล้ายหัวงูยักษ์มีเกล็ดเหมือนพญานาคกลางป่า นอภ.กุฉินารายณ์ลุยพิสูจน์

ตะลึงพบหินคล้ายหัวงูยักษ์มีเกล็ดเหมือนพญานาคกลางป่า นอภ.กุฉินารายณ์ลุยพิสูจน์

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.04 น.

สุดตะลึงพบหินใหญ่มีลักษณะคล้ายหัวงูยักษ์แถมมีเกล็ดคล้ายพญานาคโผล่อยู่กลางป่าเขตอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวบ้านเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โชค ด้านนายอำเภอกุฉินารายณ์นำทีมลุยพิสูจน์พบคล้ายหัวงูจริง และจากการขอขมาขึ้นไปข้างบนพบลายหินสลับคล้ายเกล็ดพญานาค แต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด และเล็งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

วันที่ 1 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านไปเก็บเห็ดแล้วไปเจอหินก้อนใหญ่มีเกล็ดและลักษณะหินคล้ายหัวงูยักษ์อยู่กลางป่าในเขต อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนถ่ายวีดีโอแล้วนำไปโพสต์คลิปในติ๊กต๊อก ซึ่งสร้างความอือฮาอย่างมากในโลกโซเชียล

ล่าสุดนายวีรดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านห้วยแดง ผู้นำชุมชน อส.และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันเดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการนั่งรถไถนาเดินตามพ่วงท้าย หรือชาวบ้านเรียกรถอีแต๊ก กับรถจักรยานยนต์เข้าไปเท่านั้น เนื่องจากถนนทางเข้าไปค่อนข้างยากลำบาก เพราะอยู่ในป่าลึกห่างจากหมู่บ้านห้วยแดง ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ ประมาณ 6 กม.ถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ เพราะน้ำป่าที่ไหลลงมาจากภูเขากัดเซาะทำให้ถนนชำรุดทรุดโทรม ตลอดเส้นทางกว่าจะเดินทางเข้าไปถึงจุดที่พบหินคล้ายงูยักษ์ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 30 นาที และเดินเท้าเข้าอีกกว่า 300 เมตรจึงจะถึงจุดที่พบ หินดังกล่าว

นายวีรดนย์ ศิริ อำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบว่าในพื้นที่บริเวณแถบนั้นมีก้อนหินลักษณะคล้ายงูหลายจุดคือ จุดที่ 1 พบหินคล้ายหัวงูขนาดยาวประมาณ 6 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร ตั้งอยู่ริมห้วยเป็นที่ ส.ป.ก.หินมีลักษณะปรากฏการของธรรมชาติ และอดีตเคยเป็นพักสงฆ์ศิลามณี

โดยชาวบ้านระบุว่าลักษณะหินมีลายและสีสลับกัน มีปาก และตา คล้ายหัวงู ซึ่งจากการขอขมาและขออนุญาตขึ้นไปตรวจสอบข้างบนก้อนหินยังมีลายหินสลับไปมาลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาค บริเวณนี้ชาวบ้านเรียกกันว่าแอ่งสาวเอ้ เนื่องจากสมัยก่อนคนโบราณที่เดินทางไปมามักจะหยุดพักและแต่งตัวเสริมความสวยงามกันบริเวณนี้ โดยปัจจุบันเป็นพื้นที่ทำกินของนายกล อุทรัง ชาวบ้านห้วยแดง ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และภูล้อมข้าว หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าภูจ้อก้อ เขตรอยต่อกับ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร อยู่ห่างจากตัวอำเภอกุฉินารายณ์ ประมาณ 22 กิโลเมตร                                                                                                         

จุดที่ 2 บริเวณที่พักสงฆ์ศิลามณี บนภูล้อมข้าว หรือภูจ้อก้อ ที่ชาวบ้านพบหินคล้ายงูขนาดใหญ่ที่ขดตัวอยู่อีก 1 จุด และมีก้อนศิลาขนาดใหญ่หลายจุด มีลูกหินคล้ายลูกนิมิต และมีรูปคล้ายคนนั่งพักบริเวณหิน และยังมีหินพิมาย ลักษณะกลมคล้ายนิมิตร่วงหล่นออกมาจำนวนมาก มีก้อนหินคล้ายรูปเต่าปรากฏอยู่หลายจุด และก้อนหินขนาดเล็กใหญ่ 3 ก้อน ซึ่งมีความแข็งคล้ายเหล็ก ซึ่งชาวบ้านห้วยแดงนำมาวางเป็นฐานพระพุทธรูปไว้ที่สำนักสงฆ์ศิลามณี สอบถามพระอาจารย์เจริญรัตน์ ทราบว่าได้นำมาจากถ้ำที่อยู่บนภูสีฐาน

จุดที่ 3 บริเวณภูสีฐาน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ และจากคำบอกเล่าของพระอาจารย์เจริญรัตน์ สำนักสงฆ์ศิลามณี เมื่อมองออกจากที่พักสงฆ์ ก็พบว่ามีน้ำตกไหลลงมาจากยอดเขาซึ่งชาวบ้านห้วยแกงเรียกกันว่าน้ำตกบังอี่หรือน้ำตก 7 ชั้น ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในภูสีฐาน (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน) ซึ่งจะได้มีการนัดหมายผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกันอีกครั้ง

นายวีรดนย์ กล่าวอีกว่า สำหรับบริเวณที่ออกมาตรวจสอบในครั้งนี้นั้น เป็นพื้นที่ของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และพื้นที่ทำกินของประชาชนบ้านห้วยแดง ตรงจุดที่พบหินคล้ายหัวงูนั้นเป็นที่ สปก.และถนนที่จะขึ้นไปยังสำนักสงฆ์ศิลามณี และแอ่งห้วยสาวเอ้ โดยสามารถเดินทางขึ้นจากบ้านห้วยแดง หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 10 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายน์ จ.กาฬสินธุ์ เพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น เพราะถ้าเข้ามาจากทางอำเภอหนองสูงจะต้องเดินเท้าเข้ามาประมาณ 20 กม.เพราะรถไม่สามารถเข้ามาได้

 อย่างไรก็ตามการพบหินดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งต่อไปทางอำเภอจะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างไร พร้อมกับนำเรื่องดังกล่าวเข้าไปหารือหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพัฒนาผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในอนาคต

ด้านนางบุญเจริญ ขัตติยะบุตร สารวัตรกำนันตำบลกุดหว้า ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ตนเองก็เกิดที่บ้านห้วยแดง เห็นหินก้อนนี้มานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยสังเกตว่าหินมีลักษณะคล้ายหัวงูยักษ์ จนชาวบ้านที่มาหาเก็บเห็ดถ่ายคลิปนำไปลงใน Tiktok จนกลายเป็นกระแสฮือฮา ตนเองก็ได้ดูจากคลิปแล้วก็พบว่าเหมือนกับงูยักษ์ และในวันนี้จึงได้เดินทางขึ้นมาตรวจสอบ พร้อมกับนายอำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งพื้นที่ภูล้อมข้าวหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าภูจ้อก้อนี้

ชาวบ้านเชื่อเป็นพื้นที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และการพบหัวงูยักษ์และมีเกล็ดคล้ายเกล็ดพญานาคครั้งนี้ชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าป่าเข้าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาปรากฏตัวโชค เพราะหลายคนที่เดินทางมาพร้อมกันก็เห็นตัวเลขปรากฏอยู่บนหัวงู ทั้งเลข 9 เลข 8  เลข 7 ซึ่งขอย้ำว่าเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งการพบหินนอกจากจะเป็นเรื่องที่แปลกและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ยังสร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นและในโลกโซเชียลอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มันเยอะจังครู! ป.1ตกใจเก็บเงินได้1พันบาท รับส่งให้ครูตามหาเจ้าของ

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677077

มันเยอะจังครู! ป.1ตกใจเก็บเงินได้1พันบาท รับส่งให้ครูตามหาเจ้าของ

มันเยอะจังครู! ป.1ตกใจเก็บเงินได้1พันบาท รับส่งให้ครูตามหาเจ้าของ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.45 น.

มันเยอะจังครู!! ‘น้องปลื้ม’ เด็กนักเรียนชั้น ป.1 เก็บเงินได้ 1,000 บาท รีบส่งให้คุณครูประกาศตามหาเจ้าของ 

เรื่องราวความน่ารักของน้องปลื้ม เด็กไทยที่มีหัวใจงดงาม เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านหนองสาหร่าย) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ด.ช.กิตติภพ  เทพบุตร  หรือ น้องปลื้ม นักเรียนชั้น ป.1/2 ได้มาโรงเรียนตามปกติ โดยก่อนจะถึงเวลาเข้าเรียน ก็เล่นกับเพื่อนอยู่ใต้อาคารเรียน ขณะนั้นเอง สายตาน้องปลื้ม ก็มองไปเห็นกระดาษสีเทาๆใบหนึ่งวางอยู่ข้างสนามหญ้า

น้องปลื้ม จึงเดินเข้าไปดู นึกว่าเป็นกระดาษขยะ จะได้นำไปทิ้ง และเมื่อน้องปลื้ม เดินไปหยิบกระดาษสีเทาแผ่นนั้น นั่นไม่ใช่กระดาษ แต่เป็นเงินแบงค์พัน เจ้าตัวสงสัยว่าใครมาทำหล่นไว้  ด้วยความตกใจเพราะเงินจำนวนมาก  น้องปลื้ม รีบจึงวิ่งนำเงินไปมอบให้คุณครูประชั้น เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ 

ด้าน น.ส.สุภิรัตน์ เกษม  ครูประชั้น ป.1/ 2 จึงได้รับเงินจากน้องปลื้มเก็บไว้และประกาศแจ้งทางไลค์กลุ่มครูของโรงเรียนเทศบาล 1 ว่ามีคุณครูท่านใดทำเงินหายบ้าง แต่ยังไม่ได้แจ้งจำนวนเงินและหลังจากเคารพธงชาตินักเรียนและครูประจำชั้นทุกคนก็เข้าห้องเรียนตามปกติ จนถึงเวลา 09.00 น. ได้มีคุณครูสุมลรัตน์  ผัดโพธิ์ ครูประชั้น ป.1/3 ได้ทักไลน์เข้ามาแจ้งว่าเป็นเจ้าของเงิน 1,000 บาท ที่น้องปลื้มเก็บได้

โดยในช่วงเช้าคุณครูสุมลรัตน์ ได้ขับรถไปจอดที่สนามหญ้าข้างอาคารเรียนและก้มหยิบของภายในรถเพื่อเตรียมขึ้นไปที่ห้องเรียน แต่ไม่ทราบว่าเงินได้ร่วงจากกระเป๋าเมื่อไหร่และหลังจากทราบว่าเจ้าของเงินคือใคร คุณครูสุภิรัตน์ จึงได้พาน้องปลื้ม พร้อมเงิน 1,000 บาท มามอบคืนให้คุณครูสุมลรัตน์

โดยคุณครูสุมลรัตน์  ผัดโพธิ์ ได้มอบเงิน 120 บาทเพื่อเป็นสินน้ำใจและกล่าวชื่นชมน้องปลื้ม ว่าเป็นเด็กดีมีจิตสำนึกที่งดงาม นับว่าการกระทำของน้องปลื้มสมควรได้รับการยกย่องชื่นชมเพื่อเป็นแบบอย่างดีๆของเด็กไทย

ขอบคุณเรื่องจาก : กรกฤต บัวพิมพ์ นักข่าวบ้านนอก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เปิด6ข้อค้นพบ‘ข่าวลวง’ ก่อนยุค‘โรคระบาด’ผ่านพ้น

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677024

สกู๊ปพิเศษ : เปิด6ข้อค้นพบ‘ข่าวลวง’  ก่อนยุค‘โรคระบาด’ผ่านพ้น

สกู๊ปพิเศษ : เปิด6ข้อค้นพบ‘ข่าวลวง’ ก่อนยุค‘โรคระบาด’ผ่านพ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“กันยายน 2565” เดือนสุดท้ายก่อนที่โควิด-19 จะถูกปรับลดระดับลงจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อต้องเฝ้าระวัง โดยหากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดแทรกซ้อนเข้ามา แนวทางดังกล่าวก็น่าจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ขณะที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 สถานีรถไฟกลางบางซื่อ แหล่งใหญ่ที่ให้บริการฉีดวัคซีนมายาวนานตั้งแต่ช่วงกลางปี 2564 ก็ประกาศให้บริการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 สอดรับกับแผนปรับลดระดับโควิด-19 ดังกล่าว

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปีเก่า 2562-ต้อนรับปีใหม่ 2563 ที่เริ่มมีข่าว “ไวรัสปริศนา” ระบาด ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ก่อนลุกลามไปทั่วโลกและถูกเรียกว่า “โควิด-19” มนุษยชาติได้ผ่านความเจ็บปวดและสูญเสียทั้งในแง่สุขภาพที่ผู้คนล้มตายเพราะโรคร้ายกันเป็นใบไม้ร่วง ในแง่เศรษฐกิจที่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคส่งผลให้หลายคนต้องตกงานขาดรายได้ รวมถึง “ข่าวลือ-ข่าวลวง” ที่ระบาดอย่างกว้างขวาง จนเกิดคำว่า “Infodemic”เป็นการผสมกันระหว่าง Information (ข้อมูลข่าวสาร)กัน Pandemic (โรคระบาด)

ที่งานเสวนา “จากมะนาวโซดา ถึงกัญชารักษา (ไม่) ทุกโรค บทเรียนการรับมืออินโฟเดอมิกของสังคมไทย”จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ โคแฟค (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายหลากหลายองค์กร ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมามีนำเสนอรายงาน “ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกข่าวลวงด้านสุขภาวะในรอบปีที่ผ่านมา” โดย สุนิตย์ เชรษฐาผู้อำนวยการสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น สรุป 6 เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ข่าวลวงหรือข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งรวมถึงข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ไว้ดังนี้

1.ข่าวลวงด้านสุขภาพยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นกระแสสังคม เช่น กัญชา วัคซีนไล่ตั้งแต่ ยาแก้ปวดแอสไพรินรักษาโควิดได้, กินวิตามินซีต้านโควิด, หอมแดงจิ้มเกลือป้องกันโควิด, ฉีดวัคซีนโควิดแล้วทำให้เลือดคล้ำ, วัคซีนโควิดเป็นอาวุธชีวภาพ, กินเผือกรักษามะเร็งได้,การลงทะเบียนเป็นผู้ปลูกกัญชา มีประชาชนสงสัยว่า Link เว็บไซต์ที่ส่งต่อกันเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพทำขึ้น เป็นต้น

2.พื้นที่ข่าวลวงในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) แบบเปิดสาธารณะมีแนวโน้มดีขึ้นบ้าง แต่มีแนวโน้มขยายและเพิ่มความลึกขึ้นในพื้นที่เทคโนโลยีแบบปิด เช่น กลุ่มเฉพาะที่ไม่เปิดสาธารณะ (อาทิ กลุ่มเฟซบุ๊คที่ตั้งค่าให้เป็นกลุ่มส่วนตัว หรือห้องสนทนาแบบปิดในแอปพลิเคชั่นไลน์) โดยในพื้นที่ออนไลน์แบบเปิด เมื่อเกิดการแผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่น่าสงสัย จะพบบทบาทของแพลตฟอร์มและสื่อมวลชนที่ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องหากเป็นข่าวปลอม ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงคงอยู่ได้ไม่นานและหายากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในทางกลับกัน “พื้นที่กลุ่มปิดมักเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีความเชื่อ หรือความสนใจ หรือความคิดทางการเมืองคล้ายกัน จึงมีแนวโน้มที่จะเชื่อและปฏิสัมพันธ์กับข้อมูล
ข่าวลวงได้มากกว่าปกติ” สอดคล้องกับการวิจัยในหลายประเทศเกี่ยวกับการที่กลุ่มที่มีตัวตนเฉพาะ (Identify Group) มักมีแนวโน้มที่จะเสาะหาและรับข่าวลวงแล้วเชื่อถือได้มากเพราะสนับสนุนความเหตุผลความคิด ความเชื่อ หรือความเป็นกลุ่มของตน (Motivated Reasoning Account)

“ในประเทศไทยยังมีความรุนแรงของข่าวลวงที่ตอบสนองความเชื่อของกลุ่มเฉพาะน้อยกว่าประเทศตะวันตกหลายประเทศ เช่น ในประเด็นข่าวลวงเรื่องวัคซีนในอเมริกาหรือยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองที่มีความแตกแยกอย่างมาก รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศ แต่ก็มีแนวโน้มเดียวกันหากไม่มีการเฝ้าระวังและการจัดการที่ดี” สุนิตย์ ระบุในรายงาน

3.ผู้ริเริ่มเผยแพร่ข่าวลวงอาจแบ่งได้เป็นอย่างน้อย 5 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีบทบาทแตกต่างไปในข่าวลวงแต่ละลักษณะ แบ่งเป็น “Joker” หรือพวก “ตัวตลก-สายฮา” คิดว่าทำเอาสนุก มองเป็นเรื่ออำเล่นขำๆ แต่ดันมีคนไปเชื่อว่าข่าวปลอมที่คนกลุ่มนี้เผยแพร่เป็นเรื่องจริง, “Scammer” หรือพวก “นักต้มตุ๋น-18 มงกุฎ” พวกนี้ตั้งใจหลอกลวงโดยหวังผลประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สิน เงินๆ ทองๆ เช่น ในข้อมูลที่คนกลุ่มนี้เผยแพร่ ตอนท้ายมักแนะนำให้ติดต่อสถานประกอบการบางแห่ง หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์บางอย่างที่อ้างว่าใช้ได้ผลหรือช่วยได้จริง,

“Politicians” หรือพวก “คอการเมือง” เป็นอีกพวกที่หวังผลจากข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือน แต่เจาะจงว่าเป็นผลด้านการเมืองโดยเฉพาะ, “Conspiracy Theorist” หรือพวก “นักทฤษฎีสมคบคิด” เชื่อมโยงร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ ไปได้เรื่อยๆ แม้ฟังแล้วจะดูไม่เป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องกันเลยก็ตาม และ “Insider” หรือพวก “คนวงใน” อ้างว่าเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นและรู้ข้อมูลสำคัญที่คนทั่วไปไม่รู้ 4.ข่าวลวงที่ตอกย้ำอคติหรือความเชื่อ/การเมืองในสังคม มีผลมากทั้งในเชิงความเสี่ยงสุขภาพและความแตกแยกในสังคม เช่น การระบาดของโรคฝีดาษลิงที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรักร่วมเพศ(ชายรักชาย) หรือวัคซีนกับความเชื่อทางศาสนา

5.เนื้อหาของข่าวลวงมีความเป็นสากลมากขึ้น เชื่อมโยงข้ามประเทศมากขึ้น จากหลายเหตุปัจจัย ประเด็นนี้เห็นได้ชัดเรื่องวัคซีนโควิด-19 เช่น อย่าไปฉีดวัคซีนเพราะจะถูกฝังไมโครชิพแถมมาด้วย, วัคซีนฉีดแล้วมีผลข้างเคียงถึงขั้นรหัสพันธุกรรม (DNA) ถูกเปลี่ยนแปลง, ฉีดวัคซีนแล้วผลข้างเคียงคือทำให้เป็นหมัน, วัคซีนโควิด-19 เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย, วัคซีนมีส่วนผสมของสัตว์ต้องห้ามในแต่ละศาสนา (เช่น วัคซีนมีส่วนผสมของไขมันหมู ผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงฉีดไม่ได้) ทั้งหมดนี้เป็นข่าวปลอมที่เกิดในต่างประเทศ แต่ถูกส่งต่อเข้ามาในไทยในเวลาต่อมา

และ 6.การแสวงหาความจริงร่วมมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิทางสังคมร่วมกัน โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความซับซ้อน เช่น เรื่องการนำข้าวหุงสุกไปแช่ตู้เย็นจะมีผลดีกับค่าน้ำตาลในเลือด ประเด็นนี้พบว่า “ข้อมูลมีหลายชุด” อาทิ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2565 ระบุเป็นข่าวปลอม โดยอ้างข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ว่าเป็นเพียงการทดลองกับหนูเท่านั้นไม่ใช่ทดลองในมนุษย์

แต่ก็ยังมีข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เช่น ในปี 2558 ในต่างประเทศมีการเผยแพร่งานวิจัยเรื่อง Effect of cooling of cooked white rice on resistant starch content and glycemic response แม้จะทดลองในมนุษย์แต่ก็พบเป็นเพียงการทดลองในกลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อย, ในปี 2565 มีงานวิจัยเรื่อง Influence of Resistant Starch resulting from the cooling of rice on postprandial glycemia in type 1 diabetes ทดลองในมนุษย์ ซึ่งแม้จะได้ผลแต่ก็ไม่ได้มากนักอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น เรื่องนี้ให้บทเรียนว่า “ความจริงเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา” จึงต้องดูว่าเวลานี้เป็นอย่างไร

“ข่าวลวง” คงไม่ต่างจาก “โรคประจำถิ่น” กำจัดให้หมดไม่ได้..ดังนั้นการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” จึงจำเป็น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ให้ตั้งสัจจะ ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’ วัดดอยแม่ปั๋ง แสดงธรรมสอนพระ

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677005

ให้ตั้งสัจจะ 'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ' วัดดอยแม่ปั๋ง แสดงธรรมสอนพระ

ให้ตั้งสัจจะ ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’ วัดดอยแม่ปั๋ง แสดงธรรมสอนพระ

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

การปฏิบัติ เราจะเดินก็ให้ตั้งสัจจะไว้ว่า จะเดินเท่านี้เท่านั้น หรือเราจะนั่งวันหนึ่งคืนหนึ่ง หรือถ้าเราสู้ไม่ไหว เราก็เอาแต่พอสมควร ให้ตั้งใจจริงๆ กำหนดตั้งสัจจะไว้ในจิตในใจ ละความมัวเมาออกให้หมด คอยกำหนดจิตเข้ามาสู่ภายในให้ใจเบิกบาน ตั้งความสัจจ์ว่าจะภาวนาเป็นเวลาเท่านั้นเท่านี้ หรือถ้าจะเดินก็ให้กำหนดระวังรักษาจิตใจของเราให้แช่มชื่นเบิกบาน ไม่ปล่อยใจให้เป็นธรรมเมา รักษาจิตใจให้ตั้งอยู่เฉพาะธรรมโม

อย่าละความเพียรความพยายาม ให้เพียรติดต่อกัน จะเป็นวันหนึ่งหรือคืนหนึ่งก็ได้ เช่น ตั้งสัจจะว่าจะนั่งตลอดคืนจะไม่นอน อย่างนี้ ตั้งสัจจะไว้อย่างนี้เป็นการดี ตั้งสัจจะต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วตั้งใจให้ดี คอยระวังรักษาจิตใจของเรานั้นแหละ ให้ผ่องใสตลอดไป ให้พยายามรักษาความดี ความหมั่นความขยันของเราไว้ ให้สละความเกียจคร้านออกไปเสีย ปกติจิตของเรานี้มักจะไหลไปสู่ความเกียจคร้านความลุ่มหลง เราต้องพยายามหาอุบายมาเตือนตนอยู่เสมอ ด้วยความเพียรความหมั่น ให้รักษากาย วาจา ใจ ของเราได้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ในสิกขาวินัย นำความผิดความชั่ว ออกจากกาย จากวาจา จากใจ

การปฏิบัติภาวนาที่จะให้จิตอยู่ในธรรมโม ต้องพิจารณากลับไปกลับมา และหาอุบายแยบคายมาตักเตือนจิต ด้วยความเพียรติดต่อกัน

อาศัยความเพียรเป็นไปติดต่อ จึงจะชนะความเกียจคร้านได้ ความมัวเมา ความประมาทอันใดมีก็ให้ละเสียได้ วางเสีย ทำจิตใจของเราให้ตั้งอยู่ในธรรมโม พิจารณากลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ ต้องอาศัยความเพียร ความหมั่น ความขยัน ไม่เช่นนั้นจิตมักจะตกไปสู่ความเกียจคร้าน เราต้องตักเตือนข่มขู่ ชักจูงแนะนำจิตของเราด้วยอุบายแยบคาย ถ้าจิตใจมันเกียจคร้าน เราต้องหาอุบายมาตักเตือน ชักจูงแนะนำ ให้มีความอาจหาญ ร่าเริง ให้เกิดความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร ไม่ปล่อยให้จิตนิ่งเฉยเกียจคร้าน เราต้องละความเกียจคร้าน ความไม่ดีของจิต ด้วยอบรมภาวนาอย่างนี้ ถ้าเราตักเตือนชี้นำด้วยอุบายอันชอบ ในที่สุดจิตก็จะฟังเหตุผล เกิดความมุมานะพยายามในความเพียร

เราต้องข่มขู่ตักเตือนบ่อยๆ ในสมัยที่จิตนิ่งเฉยต่อความเพียร เราคอยประคับประคองจิต ด้วยอุบายข่มขู่ตักเตือนด้วยอุบายแยบคาย จิตย่อมจำนนต่อเหตุผล ระวังรักษาสติไว้อย่าให้หลงลืม ฝึกหัดให้เกิดความรู้ความฉลาดเกิดขึ้นในจิตในใจของตน จิตของเราถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะให้เรานอนท่าเดียว ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ ตักเตือน อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟัง นั่นแหละคืออุบายที่ควรแก่จิตในลักษณะนั้นและในขณะนั้นๆ ถ้าราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้ เช่น ไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

ให้ตั้งอยู่ในความหมั่นเพียร ในคุณงามความดีของตน พยายามเพ่งดูในจิตในใจของเรานี้แหละ ถ้าไม่อาศัยความขยันหมั่นเพียรไม่ได้ จิตเรานี้มันมักจะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ เป็นอดีตอนาคตไป เราต้องหาอุบายมาชี้แจงให้ตั้งอยู่ในปัจจุบันธรรม

จิตยิ่งเกียจคร้าน ยิ่งต้องพยายามตักเตือนโดยอุบายมากขึ้นให้ทัดเทียมกัน

ถ้าเราไม่หมั่นหาอุบายมาอบรมจิตแล้ว ส่วนมากจิตมักจะเกิดความเฉื่อยชา วางเฉย ดังนั้น อุบายจึงเป็นของสำคัญ ยกขึ้นสู่การพิจารณาชี้แจง ให้จิตอาจหาญ ร่าเริง เห็นแจ้งในจิตในใจของเรา ถ้าจิตยิ่งเกิดเกียจคร้านเท่าไร เราก็ต้องเพิ่มความพยามตักเตือนโดยอุบายให้มากขึ้น ให้เท่าเทียมกันจนเกิดความขยันขันแข็ง เบิกบานผ่องใส

ให้ตั้งอกตั้งใจตั้งสัจจะ ตรงต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้เกิดความอุตสาหะวิริยะ ความพากความเพียรในภาวนาในคุณความดี ให้ตั้งอยู่ในสิกขาวินัย ในความหมั่นความเพียร ให้ตั้งความสัจจ์ความเพียรไว้ อย่าเป็นคนเกียจคร้าน พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราให้ตั้งอยู่ในมรรคในผล ให้พยายามรักษาจิตรักษาใจของเรา อาศัยความองอาจกล้าหาญ ในความพากความเพียรของเรา อย่าอ่อนแอท้อแท้ เราต้องสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าองอาจกล้าหาญจึงจะผ่านอุปสรรคไปได้

ให้รักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษากาย รักษาใจ ของตน ในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน

คัดมาจากหนังสือโอวาทธรรมหลวงปู่แหวน : พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ ผู้รวบรวมและเรียงเรียง (ต่อมาได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมคุณาลังการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์) ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!! ชาวบ้านหา ‘หอยกาบ’ ในน้ำจืด เจอ ‘ไข่มุก’ สีมันวาว

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676989

ฮือฮา!! ชาวบ้านหา 'หอยกาบ' ในน้ำจืด เจอ 'ไข่มุก' สีมันวาว

ฮือฮา!! ชาวบ้านหา ‘หอยกาบ’ ในน้ำจืด เจอ ‘ไข่มุก’ สีมันวาว

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.05 น.

31 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มชาวบ้านในชุมชนตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาพากันแตกตื่นพากันมามุงดูไข่มุกหอยกาบหรือหอยอีเว้อหรือหอยอีแง็บ  ที่นายฝน หาญสุข อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 531 ศรีจอมเรืองตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หลังจากที่ได้ไปงมหอยกาบในกว๊านพะเยาเพื่อนำมาทำอาหารกิน ขณะที่นำหอยมา ทำความสะอาดบีบขี้หวยออกก็พบว่าได้มีก้อนเหมือนไข่มุกจึงเก็บไว้มาดูและพบว่าคงเป็นไข่มุกของหอยกาบ น้ำจืดที่ไม่ค่อยพบเห็นที่ไหนมาก่อนที่มีในกว๊านพะเยาจึงเก็บไว้และได้มีชาวบ้านที่ทราบมาขอดู จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วชุมชน

สำหรับไข่มุกหอยกาบหอยอีเว้อหรือหอยอีแง็บ ในกว๊านพะเยาที่พบมีขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ลักษณะสีจะมันวาวออกสีทองแข็ง  รูปร่างทรงยาว

นายฝน หาญสุข เล่าว่าตนเองได้ออกไปหาหอยกาบ หรือชาวบ้าน เรียกว่าหอยอีแง็บหรือหอยอีเว้อ ในบริเวณกว๊านพะเยาเพื่อนำมาทำอาหารหลังจากที่ได้หอยกาบที่งมมาตัวโตขนาด3-4นิ้ว มาก็นำมาล้างทำความสะอาดและแกะเอาตัวเนื้อหอยออกเพื่อบีบเอาขี้หอยออกพบว่าได้มีหอยกาบตัวหนึ่งมีก้อนแข็งอยู่ในเนื้อหอยและได้บีบจนก้อนแข็งๆๆหลุดออกมา ขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟแข็ง ทรงรี สีเหมือนไข่มุก จึงเก็บไว้ในตลับไว้และได้เอาให้ญาติและเพื่อนบ้านดูต่างบอกว่าเป็นไข่มุกหอยกาบ และเป็นของหายาก ตนเองเชื่อมีโชคได้เป็นเจ้าของไข่มุกหอบกาบ เพราะเกิดมาก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยมีประวัติว่าหอยกาบในกว๊านพะเยามีไข่มุก จนมาพบว่าหอยกาบน้ำจืด ในกว๊านพะเยามีไข่มุกด้วย 

หลังจากได้ไข่มุกหอยกาบมาก็เก็บไว้ หากมีผู้สนใจจะขอซื้อก็จะขายหากได้ราคา ก็จะขายและจะนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้งว่าเป็นหอยไข่มุกหรือเป็นอะไรอีกครั้ง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประจวบฯ เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือน เชิดชูวีรกรรม‘ขุนรองปลัดชู’-400ผู้กล้า

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676988

ประจวบฯ เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือน เชิดชูวีรกรรม‘ขุนรองปลัดชู’-400ผู้กล้า

ประจวบฯ เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือน เชิดชูวีรกรรม‘ขุนรองปลัดชู’-400ผู้กล้า

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.04 น.

ประจวบฯ เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือน เชิดชูวีรกรรม‘ขุนรองปลัดชู’-400ผู้กล้า

31 สิงหาคม 2565 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดประจวบฯ เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือน “ขุนรองปลัดชู” ขนาด 2 เท่าคนจริง ในวันที่ 24 กันยายน นี้ ที่บริเวณหาดหว้าขาว ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ โดยร่วมแถลงข่าวไปแล้ว พร้อมด้วย นายมังกรแก้ว ดรุณศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 , นายเจทนิพัทธ์ สาสิงค์ ผู้กำกับภาพยนตร์ เรื่องขุนรองปลัดชู , นายอนุภาพ พูลสวัสดิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ศรัทธาขุนรองปลัดชู จ.ประจวบฯ และดารานักแสดงจากภาพยนตร์ เรื่องขุนรองปลัดชู หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และประชาชน ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ศรัทธาขุนรองปลัดชู จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับมูลนิธิธรรมดี องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ดำเนินการจัดสร้างรูปเหมือนขุนรองปลัดชู และที่ประดิษฐานที่บริเวณพื้นที่สาธารณะหมู่บ้านทุ่งมะเม่าซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานการศึกครั้งสุดท้าย เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติวีรกรรมความกล้าหาญของขุนรองปลัดชู และชาวบ้าน 400 คนจากเมืองวิเศษไชยชาญ หรือ จ.อ่างทอง ในปัจจุบัน ในเหตุการณ์สู้รบกับกองทัพพม่าสมัยอยุธยาตอนปลาย เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติที่สมรภูมิหาดหว้าขาว ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่บ้านทุ่งมะเม่า ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ จนท้ายที่สุดขุนรองปลัดชูและชาวบ้าน 400 คน ไม่สามารถต้านกองทัพพม่าที่มีจำนวนมากกว่าได้จึงเสียชีวิตทั้งหมดในเหตุการณ์ครั้งนั้น

หลังจากที่กลุ่มผู้ศรัทธาขุนรองปลัดชู จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดทอดผ้าป่าสมทบทุนจัดสร้างรูปเหมือนขุนรองปลัดชู โดยมีผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากร่วมสมทบทุน จึงได้กำหนดจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือนขุนรองปลัดชูที่บริเวณพื้นที่สาธารณะหมู่บ้านทุ่งมะเม่า ในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลา 15.09 น.โดยมีการประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาบูชาฤกษ์ พิธีรำถวายบูชา พิธีเททอง และการมอบรางวัลในกิจกรรมการประกวดแต่งกลอน 8 จำนวน 4 บท ระดับประถม ป.1-ป.6 ในหัวข้อ “ขุนรองปลัดชู” พร้อมการจัดแสดงจำลองเหตุการณ์เชิดชูวีรกรรมขุนรองปลัดชูและชาวบ้าน 400 คน ให้ผู้ร่วมพิธีได้รับชม

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลอนหนัก! หนุ่มไชยวานถือมีดกระบองไม้หนามยังกะยมบาลบุกจะทำร้ายเพื่อนบ้าน

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676949

หลอนหนัก! หนุ่มไชยวานถือมีดกระบองไม้หนามยังกะยมบาลบุกจะทำร้ายเพื่อนบ้าน

หลอนหนัก! หนุ่มไชยวานถือมีดกระบองไม้หนามยังกะยมบาลบุกจะทำร้ายเพื่อนบ้าน

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.32 น.

หนุ่มไชยวาน อุดรธานีหลอนยาหนัก อ้างยายข้างบ้านขังแฟนสาว ขโมยรถ จยย. อาละวาดถือมีดและไม้มีหนามน่ากลัวขู่จะทำร้ายเพื่อนบ้าน ตำรวจเข้าระงับเหตุยึดอาวุธคล้ายอาวุธของยมบาลเอาไว้ได้ ก่อนพาไปดูบ้านยายข้างบ้าน สุดท้ายไม่มีแฟนถูกขัง ทำให้อาการหนุ่มคลั่งถึงกับอุทานออกมาว่า “สงสัยม้าทำผมเอง” 

วันที่ 31 ส.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากนายทศวรรษ บุตรวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองแวงแก้มหอม อ.ไชยวาน จ.อุดรธานีว่ามีลูกบ้านเกิดอาการคลั่งอาละวาดและมีอาวุธอยู่ข้างกายตลอดเวลา ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกนายต้อม ทำร้าย หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.ไชยวาน ได้สั่งให้ชุดสายตรวจระงับเหตุนำกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกัน สภ.ไชยวาน รีบรุดออกไปตรวจสอบ พร้อมชุดอุปกรณ์ระงับเหตุทันที 

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบนายต้อม อายุ 35 ปีกำลังอาละวาดร้องตะโกนโหวกเหวก บอกกับตำรวจว่า ไม่มีอะไรให้จับมาจับตนทำไม และบอกอีกว่า ยายเตี้ย ที่อยู่ข้างบ้านเอาแฟนสาวไปขังไว้และขโมยรถ จยย.ของตนไป ตำรวจได้พูดเจรจาเกลี้ยกล่อมนายต้อม อยู่นาน สุดท้ายตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมยึดอาวุธมีดตะขอถางหญ้าและกระบองไม้หนามเป็นไม้ติ้วมีลักษณะหนามแหลมตะปุ่มตะปั่มดูแล้วคล้ายอาวุธของยมบาล ซึ่งชาวบ้านพากันกลัว

แต่นายต้อม ยังโวยวายว่ายายเตี้ยเอาแฟนสาวไปขังไว้และขโมยรถ จยย.เพื่อให้หนุ่มคลั่งสบายใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวเข้าไปดูในบ้านยายเตี้ยให้หายสงสัย ปรากฏว่าไม่พบรถ จยย.และแฟนสาวแต่อย่างใด ทำให้อาการคลั่งของนายต้อม สงบลง และบอกว่าสงสัยม้าทำผมเอง ตำรวจจึงคุมตัวนายต้อม ไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ไชยวาน ก่อนญาติจะมารับนำตัวไปบำบัดรักษายาเสพติดต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดีป้าจับมือฟู้ดออเดอรี่เปิดตัว ‘eatsHUB’ แพลตฟอร์มรับส่งอาหารสัญชาติไทย

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676940

ดีป้าจับมือฟู้ดออเดอรี่เปิดตัว 'eatsHUB' แพลตฟอร์มรับส่งอาหารสัญชาติไทย

ดีป้าจับมือฟู้ดออเดอรี่เปิดตัว ‘eatsHUB’ แพลตฟอร์มรับส่งอาหารสัญชาติไทย

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.03 น.

ดีป้า จับมือ ฟู้ด ออเดอรี่ เปิดตัว ‘eatsHUB’ แพลตฟอร์มเรียกรับส่งอาหารสัญชาติไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจำหน่ายอาหารมากขึ้น ลงพื้นที่หัว 5 หัวเมืองทุกภาคทั่วไทย นำร่อง “พิษณุโลก” ตั้งเป้าสิ้นปีขยายให้ครบ 17 จังหวัด

วันที่ 31 ส.ค.65 ที่ลานกิจกรรม ชั้นที่ 1 เซ็นทรัล พิษณุโลก กระทรวงดิจิทัล(ดีป้า) ร่วมกับ ฟู้ด ออเดอรี่ จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และเข้าถึง eatsHUB แพลตฟอร์มเรียกรับส่งอาหารสัญชาติไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในยุคดิจิทัล ช่วยลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ด้วยจุดเด่นเก็บค่า GP ต่ำ 8-10% พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้งานและเสริมทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี สาธิตการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มสู่กลุ่มเป้าหมาย 5 ภูมิภาค นำร่องที่ จ.พิษณุโลก จัดเต็มด้วยสุดยอดกิจกรรม Workshop พัฒนาความรู้ให้ผู้ประกอบการ โดยวิทยากรระดับประเทศ พร้อมด้วยกิจกรรม มินิคอนเสิร์ต ก้อง ห้วยไร่ กิจกรรมแนะนำร้านเด็ด และกิจกรรมแจกของรางวัลคับคั่ง

ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า ได้ร่วมมือกับ บริษัท ฟู้ด ออเดอรี่ จำกัด ดำเนินโครงการ National Delivery Platform โดยการพัฒนา eatsHUB แพลตฟอร์มเรียกรับส่งอาหารสัญชาติไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร พนักงานรับส่งอาหาร (ไรเดอร์) รวมถึงผู้สนใจเป็นพนักงานรับส่งอาหาร และตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจำหน่ายอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยแก้ปัญหาการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในสัดส่วนค่อนข้างสูงจนทำให้ผู้ประกอบการระดับ MSME ซึ่งมีสายป่านไม่ยาวไม่สามารถแข่งขันได้ 

โดย eatsHUB จะเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการเก็บค่า GP จากร้านค้าสมาชิกประมาณ 8-10% ต่ำกว่าอัตราการเรียกเก็บ 30% ของแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ร้านค้าสมาชิกมีต้นทุนในอัตราที่แข่งขันได้สามารถนำเงินทุนมาต่อยอดเพื่อเพิ่มยอดขาย ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับอาหารในราคาที่ใกล้เคียงกับการซื้อจากหน้าร้าน โดยประมาณการณ์ว่าจะมีประชาชนลงทะเบียนเข้าใช้แพลตฟอร์ม eatsHUB กว่า 500,000 รายทั่วประเทศ มียอดการเข้าใช้งานมากกว่า 5,000,000 ครั้ง ช่วยสร้างอาชีพพนักงานรับส่งอาหารกว่า 2,000 รายในปีแรกของการเปิดให้บริการ และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาทภายในหนึ่งปี

ด้าน นายธรรมนิตย์ ขำวังยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟู้ด ออเดอรี่ กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลก ถือเป็นพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ในภูมิภาคเหนือ  จังหวัดแรกที่ eatsHUB ได้มาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรับรู้และส่งเสริมการใช้งานและเสริมทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี สาธิตการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทางจังหวัดพิษณุโลก ถือเป็นจังหวัดที่มีร้านอาหารขึ้นชื่อเป็นจำนวนมาก การเข้ามาของ eatsHUB จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของจังหวัดขยายตัวได้มากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร สตรีตฟู้ด และไรเดอร์เท่านั้น แต่ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นยังกระตุ้นให้ผู้ผลิตต้นน้ำ เช่นเกษตรกรผู้เพาะปลูก และกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ สามารถจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งจุดเด่นของ eatsHUB ที่จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร คือ การเรียกเก็บค่า GP ที่ต่ำ หรือประมาณ 8-10% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าแพลตฟอร์มทั่วไป / ร้านค้าที่เข้าร่วมจะได้รับเงินโอนค่าสินค้าในวันถัดไป โดยไม่มีขั้นต่ำ / มีระบบโปรโมชัน ช่วยส่งเสริมการขายที่วิเคราะห์จาก Big Data ข้อมูลสมาชิก / เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จึงมีความน่าเชื่อถือและ สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุด / ควบคุมมาตรฐานการให้บริการของร้านค้าสมาชิก ให้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นธรรมในปริมาณที่ไม่ แตกต่างจากการรับประทานที่หน้าร้าน

ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้สนใจที่จะร่วมเป็นพนักงานรับส่งอาหาร สามารถศึกษาข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมสมัครเป็นสมาชิกได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.foodordery.co.th ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน eatsHUB ทั้งในระบบ android และ iOS เพื่อพบความแตกต่างอย่างคุ้มค่า อิ่มเต็มคำ เหมือนนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ก๊าซหุงต้ม’จ่อปรับขึ้นราคาพรุ่งนี้!! ชาวบ้านอ่วม จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาของแพง

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676910

'ก๊าซหุงต้ม'จ่อปรับขึ้นราคาพรุ่งนี้!! ชาวบ้านอ่วม จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาของแพง

‘ก๊าซหุงต้ม’จ่อปรับขึ้นราคาพรุ่งนี้!! ชาวบ้านอ่วม จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาของแพง

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.51 น.

ชาวบ้านอ่วมอีก!! พรุ่งนี้ ‘ก๊าซหุงต้ม’ จ่อปรับราคาขึ้นอีก จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาของแพง ขณะที่สินค้าต่างๆพากันขึ้นราคา ภาคใต้ ยางพารามีราคาถูก ฝนตกเกือบทุกวัน ประชาชนไม่มีรายได้ แม่ค้า กระทบถ้วนหน้า

31 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาก๊าซหุงต้มในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา  พบว่าร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มเตรียมปรับราคาก๊าซหุงต้ม หลังจากที่กระทรวงพลังงานมีมติปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาท โดยที่มีการเริ่มปรับราคามาตั้งแต่เดือน เม.ย.65 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันนี้ราคาก๊าซหุงต้มในเขตเทศบาลเมืองเบตง ถังก๊าซ 15 กก. ถังละ 440 บาท ถัง 11 กก.365 บาท ก๊าซปิกนิก 4 กก. 170 บาท ซึ่งจากการจ่อปรับราคาก๊าซหุงต้มในครั้งนี้ทำให้ผู้จำหน่ายก๊าซหุงต้มได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

โดยนางรอเม๊าะ ปาแนม๊ะ  อายุ 58 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการปรับขึ้นราคาของก๊าซหุงต้มในครั้งนี้ทางเราก็แจ้งกับลูกค้าถึงการปรับราคาในวันพรุ่งนี้ โดยที่ลูกค้าส่วนใหญ่บอกกับเราว่าแบบนี้คงตายแน่ เพราะทุกวันนี้อะไรก็แพง ตนจึงอยากฝากไปยังรัฐบาลว่าการปรับราคาของก๊าซหุงต้มในครั้งนี้ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะประชาชนเดือดร้อนเหลือเกิน และการปรับราคาก๊าซหุงต้มในครั้งนี้ นอกจากส่งผลกระทบกับผู้จำหน่ายแล้วยังส่งผลกระทบไปยังผู้ประกอบการร้านอาหารอีกด้วย ขณะที่ มาม่า ก็ปรับราคา อย่าง  มาม่า จาย่า  ซอง ละ 6 บาท ปรับขึ้นเป็นซองละ 7 บาท ส่วนแป้งทำขนม จากถุงละ 35 บาท ปรับขึ้นเป็น 40 บาท แป้งทอดกรอบจาก 32 บาท ปรับขึ้นเป็น 35 บาท ฝนก็ตก ยางก็ถูก กระทบไปหมดเลย 

ส่วนทางด้าน เจ้าของร้านข้าวแกงเบตง บอกว่า ที่ร้านของตนใช้ก๊าซหุงต้มวันละถัง โดยใช้ถังละ 15 กก. ซึ่งใช้ในการทำข้าวแกงและอุ่นอาหาร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเคยซื้อ ถัง 15 กก.ถังละ 435 บาท พรุ่งนี้ปรับขึ้นอีก 1 บาท แต่ยังไงก็ยังขายเหมือนเดิม หมูก็ขึ้นกิโลกรัมละ 230 บาทค่าไฟก็ขึ้น ค่าน้ำก็ขึ้น ค่าเช่าบ้านก็ขึ้น  ขอฝากให้รัฐบาลช่วยดูราคาสินค้าอย่าปล่อยให้ขึ้นมาก สงสารคนหาเช้า กินค่ำบ้าง และอยากให้ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้เพราะนอกจากก๊าซหุงต้มที่เป็นสินค้าที่ประชาชนต้องใช้ประจำแล้วยังมีมีสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิดที่มีราคาแพง ซึ่งสวนทางกับรายได้ของประชาชนที่ยังคงเท่าเดิม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตระหนักเหตุสลด! ‘แหลมฟ้าผ่า’สอนเด็กเอาตัวรอดเมื่อติดในรถ

Posted on September 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676865

ตระหนักเหตุสลด! 'แหลมฟ้าผ่า'สอนเด็กเอาตัวรอดเมื่อติดในรถ

ตระหนักเหตุสลด! ‘แหลมฟ้าผ่า’สอนเด็กเอาตัวรอดเมื่อติดในรถ

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.56 น.

จ.สมุทรปราการ เทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า สอนวิธีเด็กตัวรอด เมื่อติดในรถ พร้อมเน้นย้ำให้เด็กตั้งสติ

31 ส.ค.65 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นาย เฉลิมพล สิทธิพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า นายปัญญา มีชัย เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารภัยพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ เข้าร่วมอบรมบรรยายความรู้ให้กับเด็กเตรียมอนุบาลและเด็กอนุบาลที่มีอายุ 2-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า ในเรื่องการเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในชีวิตประจำวันและการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ โดยมีการสาธิตและปฏิบัติจริงเพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และเอาไปใช้ในการช่วยชีวิตตนเองอีกทั้งยังสอนให้ตั้งสติเมื่อเกิดเหตุการณ์ติดในรถขึ้น

ตามเหตุการณ์ที่มีเด็กติดอยู่ในรถตู้โรงเรียนแล้วเสียชีวิตเมื่อวานนี้ โดยเหตุเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ทางคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตระหนักถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงได้จัดการอบรมดังกล่าวขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรรู้และสอนเด็กๆ ตั้งแต่เล็ก วิธีฝึกเด็กเอาตัวรอด เมื่อติดอยู่ในรถ

สาเหตุเพราะเมื่อเด็กเล็กถูกลืมหรือปล่อยอยู่บนรถตู้ตามลำพัง จะไม่สามารถเปิดประตู ปลดล็อก หรือ ช่วยเหลือตัวเองให้ออกมาจากนอกรถได้เลย ทำให้กินระยะเวลากว่าจะมีผู้มาพบเห็นอาจจะสายไปแล้ว แต่ยังมีบางรายที่มีผู้พบเห็นและช่วยเหลือได้ทัน

ดังนั้น ทางเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า มีความเป็นห่วงจึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อป้องกันไว้ก่อน รู้ไว้จะเป็นประโยชน์กับพวกเขาเอง เริ่มจากให้เค้าลองสำรวจรถที่บ้าน หรือ สอนเวลาเขานั่งรถไปไหนมาไหน โดยจะสอนว่าแตรรถ ตำแหน่งของแตรรถ อยู่บริเวณเดียวกันหมดแทบจะทุกคัน สอนเด็กๆให้รู้ว่าใช้อย่างไร กดตรงไหน ถึงถอดกุญแจก็สามารถกดแตรให้มีเสียงได้ กดยาวๆ ย้ำๆ คนผ่านไปมาจะได้ยิน ไฟฉุกเฉินสามารถทำให้เป็นจุดสังเกตได้โดยง่าย ลักษณะปุ่มไฟฉุกเฉินเหมือนกันทุกคัน ตำแหน่งอยู่ใกล้ๆกัน ถอดกุญแจสามารถกดเปิดได้ ตัวล็อคเปิดปิดประตูสอนว่าตำแหน่งอยู่ตรงไหน ล็อคอย่างไร ปลดล็อคอย่างไร ตอนไหนต้องล็อค ตอนไหนปลดล็อคได้ และวิธีเปิดประตู เด็กสาม-สี่ขวบมีแรงเปิดพอได้สอนว่าทำอย่างไร สามารถเปิดได้ตอนไหน ถ้าเป็นรถตู้สอนเขาว่าให้ปีนไปเปิดที่ด้านหน้า ตรงคนขับหรือที่นั่งข้างคนขับจะเปิดง่ายกว่า 

นอกจากนี้ ยังได้มีการฝึกสอนการสวมหมวกนิรภัยเมื่อซ้อนหรือขับขี่รถจักรยานยนต์ การฝึกสอนดับเพลิงเบื้องต้นและวิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุแพลิงไหม้ การเรียรรู้ประเภทของไฟ การดับไฟและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นต้น 

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,941,524 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
รัฐบาลโชว์ผลงาน กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะล็อตใหญ่ ยึดของกลางรวมกว่า 409 ล้านบาท
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
กรุงเทพฯ เตรียมปักหมุด! มหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ 'WorldPride 2030'
ทรู ผนึก Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมมือกระทรวง อว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ
  • สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ
  • ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน
  • “เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา
  • “ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d