Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เห็นน้ำใสๆอย่าไว้ใจ! เตือนน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ ปนเปื้อนเชื้อจาก ‘อุจจาระ’

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673289

เห็นน้ำใสๆอย่าไว้ใจ! เตือนน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ ปนเปื้อนเชื้อจาก 'อุจจาระ'

เห็นน้ำใสๆอย่าไว้ใจ! เตือนน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ ปนเปื้อนเชื้อจาก ‘อุจจาระ’

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.17 น.

14 ส.ค.65 นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ และนักอนุรักษ์เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว โพสต์เฟซบุ๊ก Rungsrit Kanjanavanit เตือนถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง ก่อนขึ้นดอยสุเทพ ว่า เต็มไปด้วยเชื้ออีโคไล หรือเชื้อที่มาจากอุจจาระ ซึ่งปัญหาเป็นที่ทราบกันมานานแล้วแต่ดูเหมือนหาผู้รับผิดชอบ จริงจังในการแก้ปัญหาไม่ได้

โดยระบุว่า “เวลาเราขับรถขึ้นดอยสุเทพ ใกล้จุดชมวิว ก่อนถึงโค้งขุนกัณฑ์ สักเล็กน้อย จะมีน้ำตกน่ารัก ๆ อยู่ข้างทางซ้ายมือ ผมมักเห็นนักท่องเที่ยว นักวิ่ง นักปั่น ที่เหนื่อยล้า แวะพัก รับความสดชื่นจากน้ำตก กวักน้ำมาล้างหน้า บ้างก็รองมือดื่มกิน ผมอยากจะเตือนว่า ไม่นานมานี้มีการสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำ จากลำห้วยต่าง ๆ บนดอยสุเทพ พบว่าน้ำตกแห่งนี้ เป็นจุดที่มีค่าของปริมาณ E.coli ปนเปื้อนสูงที่สุด



E.coli เป็นแบคทีเรียที่มาจากอุจจาระ ก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรนะครับ เพราะเหนือน้ำตกนี้ขึ้นไป คือชุมชนขนาดใหญ่ ร้านค้านับร้อย รองรับนักท่องเที่ยว ที่มาวัดพระธาตุดอยสุเทพ นับหมื่นคนต่อวัน โดยไม่มีระบบจัดการน้ำเสียที่จริงจัง ของเสีย สิ่งปฏิกูล ถูกทิ้งลงทางน้ำธรรมชาติ

น้ำตกนี้ มีคนตั้งชื่อว่า “น้ำตกรับเสร็จ” บางปี ก็เอาดอกไม้สีสวย ๆ มาประดับ ดูภายนอกก็สวยดี แต่เนื้อในนั้น… ผมไม่แน่ใจว่า หน่วยงานใดเป็นผู้ต้องเข้ามารับผิดชอบแก้ไข มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราปล่อยให้ลำธารธรรมชาติเสียหาย เละเทะแบบนี้มานานนับปี

ขอฝากเตือนไว้ สำหรับผู้ผ่านทาง และนักวิ่ง นักปั่นทุกท่าน อย่าเอาน้ำตกเย็น ๆ ตรงนี้ มาล้างหน้ากัน แทนที่จะได้ความสดชื่น เดี๋ยวจะไม่สบายเอาครับ” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คึกคัก! นักวิ่งร่วมแข่งขันบางกอกแอร์เวย์ส ตราดฮาล์ฟมาราธอน กระตุ้นการท่องเที่ยว

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673279

คึกคัก! นักวิ่งร่วมแข่งขันบางกอกแอร์เวย์ส ตราดฮาล์ฟมาราธอน กระตุ้นการท่องเที่ยว

คึกคัก! นักวิ่งร่วมแข่งขันบางกอกแอร์เวย์ส ตราดฮาล์ฟมาราธอน กระตุ้นการท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.25 น.

คึกคัก! นักวิ่งร่วมแข่งขันบางกอกแอร์เวย์ส ตราดฮาล์ฟมาราธอน กระตุ้นการท่องเที่ยว

14 ส.ค.65 ที่โรงเรียนตราษตระการคุณ  อ.เมืองตราด นายกัฬชัย  เทพวรชัย รอง ผวจ.ตราด เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันวิ่งมาราธอน “บางกอกแอร์เวย์ส ตราด ฮาล์ฟมาราธอน  2022”  โดยมีนางอาริญา  ปราสาททองโอสถ กรรมการบริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมี นางปราณี จั่นนพรัตน์ รอง ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  นายชนม์บันลือ  วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมถึงนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และประชาชนรวมกว่า 1,000  คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคึกคัก 

นางอาริญา กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด และส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชนเพื่อให้เกิดสุขภาพดี และสร้างภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19  ซึ่งการจัดครั้งนี้ มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คนร่วมและมีมาจากจังหวัดอื่นๆอีกจำนวนมาก ซึ่งนักวิ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศและแหล่งท่องเที่ยวเมืองตราดระหว่างการวิ่งครั้งนี้ด้วย

ขณะที่นายกัฬชัย กล่าวว่า การจัดแข่งขันครั้งนี้เกิดประโยชน์กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดมาก และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวพายในประเทศ และยังส่งเสริมให้เกิดการออกกำลังกายด้วยมซึ่งนับเปผ้นเรื่องที่ดี และน่สชื่นชมที่บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัดได้จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น ซึ่งจังหวัดตราดมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมายใทั้งที่เป็นเกาะที่มีความสวยงาม และยังมีแหล่งท่องเที่ยวบนฝั่งที่มีความสวยงาม และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวในเมืองก็มีความหลากหลาย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจ.ตราดจะสามารถท่องเที่ยวได้ครบทุกรูปแบบ

ซึ่งการจัดการแข่งขันบางกอกแอร์เวย์ส ตราด ฮาล์ฟมาราธอน ดังกล่าวมีทั้งหมด3 ระยะ คือ ระยะ 5 กม.  , ระยะ 10 กม. และ ระยะ 21 กม. การแข่งขันเป็นการวิ่งบนเส้นทางตามรอยอดีตของเมืองตราด และธรรมชาติกลางเมืองตราด  โดยทุกระยะทางจะผ่านหน้าอนุสาวรีย์พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลาง จ.ตราด  สำหรับ ระยะ 5 กม. จะผ่านหน้าตลาดกลางเมือง ได้สัมผัสบรรยากาศตลาดเช้าของชาวตราด  ส่วน ระยะ 10 และ 21 กม. จะได้วิ่งชมบรรยากาศรอบสระสีเสียดอ่างเก็บน้ำที่มีธรรมชาติสวยงามที่เป็นที่นิยมสำหรับนักวิ่งในตัวเมืองตราด  นอกจากนี้ยังวิ่งผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวตราดนับถือ  ในส่วนระยะ 21 กม. จะได้วิ่งวนรอบสระสีเสียดเป็นระยะทางเกือบ 10 กม. และทั้ง 3 ระยะจะได้ผ่าน “จวนเรสิดังกัมปอร์ต” ( Residence Kampot) เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยาลดชั้น เคยใช้เป็นที่พำนักของข้าหลวงฝรั่งเศส ยุคสมัยฝรั่งเศสเข้าปกครอง จ.ตราด 

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกโดยเฉพาะ จ.ตราด เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมากมาย โดยเฉพาะเกาะต่างๆเช่น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และมีเกาะน้อยใหญ่จำนวนกว่า 66 เกาะ ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไปทั่วโลก นอกจากเกาะต่างๆที่มีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว จ.ตราด ยังมีโบราณสถานสำคัญมากมาย ที่มีประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่หาชมได้ยากยิ่ง การวิ่งครั้งนี้ยังวิ่งผ่านจุดสำคัญๆทางประวัติศาสตร์ใน จ.ตราดอีกหลายจุดเพื่อให้นักวิ่งที่มาร่วมกิจกรรมได้ชื่นชมความงามอีกด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สักการะ ‘พระพุทธรูป’ แกะสลักฝาผนังบนหน้าผา สัมผัสธรรมชาติกลางหุบเขา

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673275

สักการะ 'พระพุทธรูป' แกะสลักฝาผนังบนหน้าผา สัมผัสธรรมชาติกลางหุบเขา

สักการะ ‘พระพุทธรูป’ แกะสลักฝาผนังบนหน้าผา สัมผัสธรรมชาติกลางหุบเขา

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

14 ส.ค.65 ที่วัดห้วยผาเกี๋ยง หรือวัดผาธรรมนิมิต หมู่ 12 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งวัดแห่งนี้ได้มีการสร้างพระพุทธรูป ด้วยการแกะสลักหินตามบนหินหน้าผาอย่างสวยงาม และหนึ่งในหลายปางนั้นมีการแกะสลักพระพุทธรูปปางภาโภคีไสยาสน์ หรือสมเด็จพระศรีนวมินทราทิตย์ มหาโพธิสัตว์ (ปางภาโภคีไสยาสน์ )เป็นพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้าย องค์เดียวที่มีขนาดใหญ่ ที่สุด มีความยาวประมาณถึง 12 เมตร กว้างสูง 6เมตร   ซึ่งเป็น พระพุทธรูปหินแกะสลักติดดฝาผนังหินที่ใหญ่และยาวที่สุดในอุทยาน พุทธศิลป์เมืองผายาว  และเป็นพระพุทธรูปเห็นแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด และภาคเหนือล้านนา

วัดห้วยผาเกี๋ยง หรือวัด (ผาธรรมนิมิต) หมู่ 12 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ได้สร้างอุทยานพุทธศิลป์เมืองผายาว โดยการแกะสลักพระพุทธรูปติดกับก้อนหินตามหน้าผาบนเขา ภายในบริเวณวัดอย่างสวยงาม หลายปาง นั่ง ยืน นอน และอื่นทั้งองค์ขนาดเล็กและใหญ่ มากกว่า 10 องค์ เป็นจำนวนมาก กระจายไปทั่วยริเวณหน้าผาของวัด  เพื่อให้นักท่องเที่ยว ผู้คนทั่วไป ตลอดจนสาธุชนเดินทางมาศึกษาเที่ยวชมและ พระพุทธรูปเห็นแกะสลัก ภายในบริเวณวัด

สำหรับ พระพุทธรูป หินแกะสลัก ที่ใหญ่ที่สุดในพุทธอุทยานพุทธศิลป์เป็น พระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายยาว 12 เมตร ชื่อปางภาโภคีไสยาสน์ หรือสมเด็จพระศรีนวมินทราทิตย์ มหาโพธิสัตว์ ที่ใหญ่สุดและยาวที่สุดในจังหวัดพะเยาหรือในล้านนา  
พระพุทธรูปหินแกะสลักบนฝาผนังหินหน้าผา  ของวัดห้วยผาเกี๋ยงเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ช่างแกะสลักหินพื้นบ้าน หรือที่เรียกว่า สล่าพื้นบ้านในเมืองพะเยา เป็นผู้แกะสลักพระพุทธรูปทั้งหมด และวัดห้วยผาเกี๋ยงยังเป็นสถานที่ หรืออุทยานพุทธศิลป์เมืองผายาว ที่เปิดให้ชมพระพุทธรูปแกะสลักติดตามหน้าผาหิน ท่ามกลางธรรมชาติ ขุนเขา และป่าไม้  ที่มีความสงบร่มรื่นสามารถเดินชมธรรมชาติและความสวยงามของพระพุทธรูปแกะสลักบนฝาผนังหินได้ทุกวัน. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่ง้อแก๊สแพง! ชาวบ้านนำเศษไม้มาเผาถ่าน ไว้ทำอาหาร-สร้างรายได้งาม

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673263

ไม่ง้อแก๊สแพง! ชาวบ้านนำเศษไม้มาเผาถ่าน ไว้ทำอาหาร-สร้างรายได้งาม

ไม่ง้อแก๊สแพง! ชาวบ้านนำเศษไม้มาเผาถ่าน ไว้ทำอาหาร-สร้างรายได้งาม

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

จากที่แก๊สหุงต้มมีราคาแพง ทำให้หลายครอบครัว ต้องปรับตัว หันมาใช้ถ่าน ในการทำอาหาร ในครัวเรือนแทน เนื่องจากราคาถูก ประหยัดค่าใช้จ่าย แถมได้รสชาติในการปรุงอาหาร จากการใช้เตาถ่านแบบอิ่มอร่อยอีกด้วย 

นายยอด ทองลา มีอาชีพทำนาปลูกข้าว แห่ง บ้านหนองชาด ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ และ ช่วงว่างทำนา ก็จะเก็บเศษไม้ มาเผา เป็นถ่าน บรรจุกระสอบ ขายให้กับพ่อค้า เป็นประจำ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ ประกอบกับ แก๊สหุงต้ม มีราคาแพง ความต้องการในการใช้ถ่านทำอาหารจึงเพิ่มขึ้น  

นายยอด ทองลา อายุ 52 ปี บ้านหนองชาด ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ  ขณะกำลังนำถ่านที่เผาเสร็จบรรจุกระสอบเพื่อใช้ในครัวเรือน และ แบ่งขายให้กับพ่อค้าเล่าว่า  สมัยเป็นเด็ก ช่วงว่างทำนาปลูกข้าว เห็นบิดา เผาถ่าน ใช้หุงต้มอาหารในครัวเรือน เป็นประจำ และ เคยติดตาม บิดา ไปหาเก็บเศษไม้ จากต้นไม้ที่โค่นล้ม ตามหัวไร่ปลายนา หรือ ไม่ก็ป่าในดอนปู่ตา ทุกวัน ได้ช่วยบิดา เก็บเศษไม้ใส่รถเข็นจนเต็ม บรรทุกใส่รถเข็ญ ด้วยระยะทาง 1-2 กิโลเมตร แล้วนำมากองไว้  ต่อมา กำหนดบริเวณพื้นที่ว่างเปล่า เพื่อทำเป็นเตาเผาถ่าน หรือ อุโมงค์เผาถ่าน โดยการปรับพื้นดินให้พอเหมาะ ตามความต้องการ จากนั้นเริ่มต้น ขุดหลุม ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 1 เมตร ต่อมา นำเศษไม้ใส่ลงไปจนเต็ม จากนั้น นำดินเหนียวปั้นเป็นอุโมงค์ครอบให้มิดชิด ไม่ให้อากาศเข้าออกได้ และเจาะเป็นรูระบายอากาศ 1 จุด ส่วนด้านหลังทำเป็นที่จุดไฟ เพื่อให้ควันไฟรมเผาเศษไม้ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน เศษไม้ที่ถูกควันไฟรมก็จะกลายเป็นถ่าน ช่วงนี้ จะต้องรดน้ำ จนถ่านเย็น ก็จะนำมาบรรจุกระสอบ ขนาด 50 กิโลกรัม เก็บไว้ เพื่อนำไปหุงต้ม ในครัวเรือน โดยไม่ต้องพึ่งพาแก๊สหุงต้มเลย และกระสอบถ่านส่วนหนึ่งจะแบ่งขายให้พ่อค้า ซึ่งทุก 10 วันจะมีพ่อค้ามาซื้อถึงที่นี่ กระสอบละ 130 บาท ได้เงิน 1,000 – 1,500 บาท/ครั้ง ก็จะเก็บไว้เป็นทุนทำนาปลูกข้าว ซึ่งพ่อค้าจะขายต่อในราคากระสอบละ 150 บาท และแม่ค้า ก็จะแบ่งถ่านใส่ถุง ขายในราคาถุงละ 45 บาท ส่วนเศษไม้ที่เหลือ จะเก็บไว้ ทำฟืน ก่อไฟผิงในช่วงฤดูหนาวต่อไป ซึ่งได้ซึมซับเรียนรู้กับบิดาทุกวัน  

นายยอด ทองลา ชาวนาแห่ง บ้านหนองชาด ซึ่งนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ เผาถ่าน มาใช้ประโยชน์ กล่าวว่า  ประกอบอาชีพทำนาปลูกข้าวมาตั้งแต่พ่อแม่ เรียกว่า นาปี  และมีที่นามรดก จำนวน 26 ไร่ ซึ่งปลูกข้าวทั้งหมด ถึงฝนจะดี หรือ ฝนตกไม่ดี ก็ก้มหน้าก้มตาทำนาปลูกข้าว เป็นประจำทุกปี ส่วนปีที่ผ่านมา ฝนตกดีมาก แต่ฝนหมดเร็ว ทำให้ผลผลิตข้าวได้ไม่เต็มที่ ขายข้าวพอได้เงินบ้าง โดยไม่ขาดทุน  

นายยอด ทองลา  ผู้อนุรักษ์ธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อมกล่าวต่อไปว่า เป็นคนรักธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมาก จึงมีการอนุรักษ์ ป่าไม้ ด้วยการปลูกป่าบริเวณที่นา ซึ่งว่างเปล่า ตั้งใจจะปลูกป่าให้มีมากเต็มพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา มีการปลูกป่าหลากหลายพันธุ์ไม้ เช่น ประดู่ ปลูกตามคันนา มะม่วงหิมะพาน จำนวน 100 ต้น พยุง ประมาณ 20 ต้น และต้นยางนาจำนวนหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้ มีการปลูกพันธุ์ไม้หายากอย่างต่อเนื่อง เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และลดโลกร้อนอีกด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘วิธีแก้กรรมคือละความชั่วด้วยความดี’ โดยพระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673261

ธรรมะวันอาทิตย์! 'วิธีแก้กรรมคือละความชั่วด้วยความดี' โดยพระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘วิธีแก้กรรมคือละความชั่วด้วยความดี’ โดยพระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.18 น.

ธรรมะวันอาทิตย์พาญาติโยม พุทธศาสนิกชนเข้าวัด ทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล ปฏิบัติธรรม ฟังเทศนา จาก พระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสุขเกษม เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิต และให้อยู่เย็นเป็นสุขนั่นเอง  

สำหรับ วัดป่าศรีสุขเกษม ตั้งอยู่ถนนอรุณประเสริฐสายหลัก(อำนาจเจริญ – กรุงเทพมหานคร) บ้านนาห้วยยาง –สองคอน ต.โนนโพธิ์ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ห่างตัวเมืองอำนาจเจริญทางทิศตะวันตก ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นวัดป่าสักกัดธรรมยุตินิกาย โดยมีพระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร อายุ 78 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีสุขเกษม   ปกครองพระลูกวัด  9 รูป กุฏิ 10 หลัง บนเนื้อที่ 24 ไร่เศษ ปกคลุมไปด้วยแมกไม้นานาชนิด สงบร่มรื่น เหมาะสำหรับปฏิบัติธรรม ที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชนนิยมเข้ามาผักผ่อนหย่อนใจและฝึกปฏิบัติทำสมาธิเป็นประจำ 

ส่วนพระพุทธองค์สัมมาสัมโพธิญาณ ประดิษฐานอยู่ภายในวัดป่าศรีสุขเกษม ตั้งตระหง่านสีเหลืออร่ามอยู่ริม ถนนอรุณประเสริฐสายหลัก(อำนาจเจริญ – กรุงเทพมหานคร) เป็นที่สะดุดตาผู้ที่ผ่านไปมาอย่างยิ่ง ด้วยความสูง 15 เมตร หน้าตักกว้าง 9 เมตร ลักษณะปางมารวิชัย นาถิ(ท้อง)บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนฐานด้านล่างองค์พระ เป็นห้องโถงภายในประดิษฐานพระประธานและภาพวาดประวัติพระพุทธเจ้าที่ผนังด้านข้างพร้อมคำอธิบายพอให้เข้าใจ เห็นแล้วสวยงามมาก ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ท่านพระราชทานนามพระพุทธรูป เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 40  และนายชวน หลีกภัย เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยทุนทรัพย์จากแรงศรัทธาของชาวบ้านนาห้วยยางและบ้านใกล้เคียงร่วมกันก่อสร้างเป็นเงิน 4,999,999 บาท เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมทางศาสนาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจรวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวอีกด้วย 

นอกจากนี้ยังกันพื้นที่ส่วนหนึ่ง ขุดบ่อเลี้ยงปลาตามธรรมชาติ โดยมีปลาทุกชนิดและกำหนดให้เป็นเขตอภัยทานด้วย ซึ่งที่ผ่านมีพุทธศาสนิกชนนำปลาหลากหลายชนิดมาปล่อย เพื่อเป็นการทำบุญสร้างกุศล 

ทั้งนี้ วัดป่าศรีสุขเกษม  ประดิษฐาน พระพุทธองค์สัมมาสัมโพธิญาณ ในวันสำคัญทางทางศาสนา บรรดาพุทธศาสนิกชน จะร่วมกันจัดกิจกรรม ทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง  ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองนมัสการ องค์พระฯอย่างยิ่งใหญ่ และยังเป็นงานบุญประเพณีที่จะต้องจัดเป็นประจำทุกปี ทว่า ทีผ่านมา จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ทำให้ต้องงดการจัดงานบุญประเพณีมาแล้ว 3 ปี 

พระใบฎีกาธวัชชัย เตชวโร เจ้าอาวาสวัดศรีสุขเกษม เทศนาตอนหนึ่งในเรื่อง กรรมว่า ตามปกติส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า กรรม คือ เรื่องของการกระทำชั่ว หรือความชั่ว ความเลวร้าย แต่ความจริง กรรม เป็นคำกลางๆ ไม่ดีไม่ร้าย การจงใจทำชั่วก็จัดเป็นกรรมชั่ว  กรรมจึงมีความหมายได้ทั้งทางดี และทางชั่ว การทำกรรมดี เรียกว่า สร้าง “กุศลกรรม” ส่วนทำความชั่ว เรียกว่า “อศุลกรรม” แต่ส่วนใหญ่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ว่าเป็นในทางไม่ดีหรือกรรมชั่วเสียมากกว่า มักเรียกว่า “เวรกรรม”  

พระพุทธองค์ตรัสว่า เรื่องที่เข้าใจยากสี่เรื่อง ซึ่งปุถุชนไม่ควรนำมาคิด ให้รกสมอง คือ

1. เรื่องพุทธวิสัย คือ เรื่อง อัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้า หรือความสามารถพิเศษของพระพุทธองค์ 
2. เรื่องฌานวิสัย คือ อัจฉริยภาพ หรือ ความสามารถพิเศษของคนที่ฝึกจิตมาเป็นอย่างดี 
3.เรื่องกรรมวิบาก คือ การให้ผลของกฎแห่งกรรม 
4. เรื่องของโลกจินตา คือ การคิดปัญหาอภิปรัชญา เช่น โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้สร้างโลก 

4 เรื่องนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็น “อจินไตย” เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาขบคิด(แต่ไม่ได้ห้ามคิด) เพราะชวนให้ฟุ้งช่าน ทำให้เสียเวลาเปล่า ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆในชีวิต เพราะเป็นเรื่องที่เหนือสามัญวิสัย พิสูจน์ได้ยาก ใครมัวขบคิดหรือหาทางพิสูจน์อยู่ ไม่ทันรู้ความจริงก็อาจตายเสียก่อน หรืออาจเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่นำไปสู่ความดับทุกข์ได้ 

ทั้งนี้ วิธีแก้กรรมตามหลักพุทธศาสนา ก็คือ การละความชั่วด้วยความดี ไม่ได้ละความชั่วเข้าพิธีสารภาพหรือไถ่บาป หรือ อาบน้ำชำระบาป พระพุทธองค์ทรงแนะนำว่า หากจะอาบน้ำชำระบาป ก็จงอาบน้ำแห่งความดีงาม ทางกาย วาจา และใจ จะดีกว่า และได้ผลดีกว่าอย่างแน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐหนุนพัฒนาจุดท่องเที่ยวจังหวัด ตามรอยนายกฯชม‘สกายวอล์กเมืองกาญจน์’เริ่ม 18 ส.ค.

Posted on August 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673240

รัฐหนุนพัฒนาจุดท่องเที่ยวจังหวัด ตามรอยนายกฯชม‘สกายวอล์กเมืองกาญจน์’เริ่ม 18 ส.ค.

รัฐหนุนพัฒนาจุดท่องเที่ยวจังหวัด ตามรอยนายกฯชม‘สกายวอล์กเมืองกาญจน์’เริ่ม 18 ส.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.21 น.

รัฐหนุนพัฒนาจุดท่องเที่ยวจังหวัด ตามรอยนายกฯชม‘สกายวอล์กเมืองกาญจน์’เริ่ม 18 ส.ค.

14 สิงหาคม 2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เปิดเผยว่า ภายหลังที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนและตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2565 อีกทั้งได้ไปชมความงดงามของจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ “สกายวอร์กเมืองกาญจน์” ซึ่งทางเดินทำด้วยกระจกใส ระยะทาง 150 เมตร บนความสูง 12 เมตร ทอดยาวขนานไปตามริมแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองใกล้ศาลหลักเมือง ขณะนี้ มีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ และเฝ้ารอการเปิดให้บริการ

ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี​ ได้แจ้งเปิดทดสอบความพร้อม​การให้บริการประชาชนเข้าชม “สกายวอล์คกาญจนบุรี” เฟสแรก​ ในวันที่ 18-26 สิงหาคม 2565 ก่อนเปิดเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ โดยให้บริการประชาชนเข้าชมช่วงทดสอบทั้ง Walk in และจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าที่ https://shorturl.asia/s4drw หรือสแกน QR Code ตามภาพ  ซึ่งมีเงื่อนไขจำนวนผู้เข้าชม ดังนี้

+ วันจันทร์​  -​ ศุกร์​  ลงทะเบียน​ออนไลน์​  100​ ท่าน​  walk​ in​ 50​ ท่าน​  เข้าชมตั้งแต่เวลา​ 15.30​ น.

+ วันเสาร์​ -​ อาทิตย์​  ลงทะเบียน​ออนไลน์​  200​ ท่าน​  walk​ in​ 200​ ท่าน​  เข้าชมตั้งแต่เวลา​ 14.00​ น.

“แต่ละจังหวัดและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว เร่งบูรณาการความร่วมมือเพื่อพัฒนาจุดท่องเที่ยวทั้งของเดิมและใหม่ เน้นการชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอดรับการฟื้นตัวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าภาคการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและนำพาการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและครัวเรือน ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกัน และภาครัฐต้องเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับเอกชนและประชาชน ซึ่งรัฐบาลยืนยันให้การสนับสนุนเต็มที่” น.ส.รัชดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เลย’คึกคัก!หยุดยาววันแม่ ‘เชียงคาน’จัดงาน 111 ปี คาดรายได้สะพัด 70 ล้าน

Posted on August 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673233

‘เลย’คึกคัก!หยุดยาววันแม่ ‘เชียงคาน’จัดงาน 111 ปี คาดรายได้สะพัด 70 ล้าน

‘เลย’คึกคัก!หยุดยาววันแม่ ‘เชียงคาน’จัดงาน 111 ปี คาดรายได้สะพัด 70 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.14 น.

‘เลย’คึกคัก!หยุดยาววันแม่ ‘เชียงคาน’จัดงาน 111 ปี คาดรายได้สะพัด 70 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานวัฒนธรรมวัดท่าคก ถนนชายโขง อ.เชียงคาน จ.เลย วันที่ 13 สิงหาคม 2565 นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน , นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย และนายกมล คงปิ่น นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน ร่วมกับหน่วยงานราชการ ประชาชนในอำเภอเชียงคาน ร่วมกันจัดงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิต ภูมิปัญญาส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอเชียงคาน 111 ปี มีนายชัยธวัช เนียมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับนายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ร่วมกิจกรรมกับชาวชุมชนในอำเภอเชียงคาน เดินเคลื่อนขบวนผาสาดลอยเคราะห์ และชมการแสดงการเล่าเรื่องเมืองเชียงคาน แสงสีแสงอย่างอลังการ โดยมีนักท่องเที่ยวรอชมอย่างแน่นขนัดในถนนคนเดิน เรือนบ้านเก่า

นายอภินันต์ กล่าวว่า การจัดงาน 111 ปี เชียงคานขึ้น สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 หลังจากการท่องเที่ยวได้ซบเซามากว่า 2 ปี การจัดงานครั้งเพื่อจะกระตุ้นการท่องเที่ยว การแสดงวัฒนธรรมประเพณี ของดีเมืองเชียงคาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม ปีนี้เป็นปีพิเศษได้จัดให้มีการแสดงแสงสีเสียงเล่าเรื่องของเมืองเชียงคานที่เป็นมา และหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้ น่าจะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงคานมากขึ้น และประจวบกับตรงกับวันหยุด 3 วัน ทั้งที่พักเมืองเชียงคาน ร้านอาหาร ร้านของฝาก มีนักท่องเที่ยวมาและมาจับจ่ายเป็นจำนวนมาก

ส่วนนายจริยาทร กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในภาพรวมของวันหยุด 3 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเลย โดยเฉพาะพื้นที่ของอำเภอเชียงคาน และอำเภอภูเรือซึ่งในช่วงวันหยุดนี้ จังหวัดเลยได้จัดงาน 2 งานด้วยกัน มีงาน 111 ของอำเภอเชียงคาน และงานช้อป ชิม ชิลล์@ภูเรือ โดยทั้ง 2 งาน คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นคน ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้เงินสะพัดในพื้นที่กว่า 70 ล้านบาท 

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ปลัด อว. ชูสร้างฉากทัศน์ใหม่ พลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูง

Posted on August 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673180

สกู๊ปพิเศษ : ปลัด อว. ชูสร้างฉากทัศน์ใหม่  พลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูง

สกู๊ปพิเศษ : ปลัด อว. ชูสร้างฉากทัศน์ใหม่ พลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูง

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป้าหมายที่ประเทศไทยจะหลุดพ้น จากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว การพัฒนากำลังคนสมรรถะสูง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ซึ่งจะต้อง
เร่งพัฒนาศักยภาพของคนในประเทศ โดยเฉพาะวงการวิจัยไทย

เพื่อตอบโจทย์ที่สำคัญนี้ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เป็นประธานในการเปิดเวทีเสวนาในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 เรื่อง “พลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูงและเส้นทางอาชีพนักวิจัย” และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ความท้าทายใหม่ของ อววน. เพื่อการพัฒนานักวิจัยของประเทศที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” เมื่อวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และเครือข่ายวิจัยจากทั่วประเทศ

ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยประเทศเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและการลงทุนในเรื่องนี้จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าประเทศใดจะพัฒนามากน้อยเพียงใด ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ไทยลงทุนด้านวิจัยเพียง 0.25%ต่อจีดีพี ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วลงทุนถึง 4% และบางประเทศอาจสูงถึง 12% แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยลงทุนงบวิจัยเพิ่มเป็น 1-1.1% และล่าสุดเพิ่มเป็น 1.3% ซึ่งถือว่ามาไกลมาก แต่ต้องทำให้ถึงเป้าหมาย 2% และถ้าได้ถึง 4% ก็ยิ่งดี

ปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า การสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงซึ่งเป็นคำที่ใช้กับนักวิจัย และนักวิชาการของประเทศถือว่ามีความสำคัญมาก ขณะนี้ประเทศไทยมีนักวิจัยทั้งสิ้น 169,000 คน คิดเป็น 17 คนต่อประชากร 10,000 คนมากกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่มีเพียง 12-15 คน

ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วจะอยู่ที่ 60-100 คน หน้าที่ของพวกเราในเวทีนี้จึงอยากให้โจทย์ได้ช่วยกันคิดว่า เราควรทำอะไรอย่างไรและมีทิศทางการพัฒนาคนสมรรถนะสูงอย่างไรที่จะพลิกโฉมประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ทั้งนี้ กระทรวง อว.ซึ่งตั้งมาเพียง 3 ปี ได้พยายามทำทุกวิถีทางในการสร้างอีโค่ซิสเต็มให้เกิดแรงจูงใจแก่เส้นทางวิชาชีพนักวิจัยให้ดีที่สุดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ขับเคลื่อนและหนุนเสริมกำลังคนวิชาการ กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ภาคการผลิตและภาคความต้องการใช้ประโยชน์จากกำลังคนสมรรถนะสูงสอดคล้องและสมดุลกัน

โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การผลิตกำลังคนคุณภาพสูงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อาทิ โครงการ EEC, Work-integrated Learning และการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ได้ดำเนินการปฏิรูปการอุดมศึกษาควบคู่ ผ่านการใช้กระบวนการ Higher Education Sandbox กลไกนวัตกรรมการอุดมศึกษา ในการพัฒนาหลักสูตรทดลอง เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งกลไกอื่นๆ อาทิ การส่งเสริมการเรียนข้ามสถาบัน การจัดตั้งธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank)

2.การเคลื่อนย้าย แลกเปลี่ยน เพื่อป้อนกำลังคนคุณภาพสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการลงทุนด้านการวิจัยของประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้มุ่งเน้น BCG และการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ การพัฒนาเครื่องโทคาแมคผลิตนิวเคลียร์ฟิวชัน การสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เป็นต้น

และ 3.การเติบโตในเส้นทางอาชีพนักวิจัย โดยปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 เพื่อให้นักวิจัยเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งนับเป็นแรงจูงใจ (Intensive) ที่สำคัญที่จะทำให้การวิจัยเติบโตและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งการส่งเสริมให้นักวิจัยได้เติบโตในเส้นทางอาชีพ ได้ดำเนินการเพิ่มช่องทางการขอตำแหน่งทางวิชาการอีก 5 ช่องทาง

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของ สอวช.คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ.2570 จีดีพีของประเทศไทยจะต้องเพิ่มอัตราส่วนการลงทุน ภาครัฐ : เอกชน เป็น 30:70 และเพิ่มบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาเป็น 30 คนต่อประชากร 10,000 คน เพื่อให้ระบบวิจัยก้าวหน้าสามารถดำเนินการโดยการส่งเสริม Innovation Ecosystem และการขับเคลื่อน New growth engine ด้วยนวัตกรรม โดยประเทศไทยได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายแผนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2565-2570

สำหรับกระทรวง อว. มีกลไกที่ช่วยสนับสนุนนักวิจัยมืออาชีพเข้าสู่การเชื่อมโยงองค์ความรู้ในหลายส่วนผ่านกลไกการดำเนินโครงการ Hi -FI Consortium, Total Innovation Management Enterprise; TIME, Talent Mobility เป็นต้น โดยกระบวนการการพัฒนาดังกล่าวจะสามารถทำให้งานวิจัยของประเทศไทยมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อเข้าสู่เป้าหมาย

ที่สำคัญ คือ อันดับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Scientific infrastructure) ของประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 ใน 30

“การพลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูงและเส้นทางอาชีพนักวิจัย มีการกำหนดยุทธศาสตร์โดยแบ่งออกเป็น ด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การบริการ การเกษตรและอาหาร โดยตั้งเป้าหมายสร้างนักเรียนมัธยมและอาชีวะ 1.9 ล้านคน เพิ่มเป็นนิสิต นักศึกษา และพัฒนาเป็นกำลังแรงงานในสถานประกอบการ 40 ล้านคน จึงมีการสร้างระบบนิเวศทางวิชาการที่ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย สถานประกอบการ และชุมชน เริ่มจากการคัดเลือกนักศึกษา การบ่มเพาะอาจารย์นักวิจัย และสนับสนุนบุคลากรจนได้ประสิทธิภาพสูงสุด ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกันกับภาคอุตสาหกรรมที่เน้นในเรื่องของทักษะและพัฒนากำลังคนเฉพาะด้านให้ตอบสนองกับนโยบายของภาครัฐ” ปลัด อว.กล่าว

หลังจากนั้นเป็นการเสวนา เรื่อง พลิกโฉมประเทศไทยด้วยกำลังคนสมรรถนะสูงและเส้นทางอาชีพนักวิจัย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล, ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงมีความสำคัญต่อการพลิกโฉมประเทศไทย

ขณะนี้ กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจตลอดจนปรับแนวทางทำให้เกิดผลดีต่อการวิจัยของประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทำเพิ่มขึ้นคือ การสร้างระบบ Innovation Ecosystem การก้าวกระโดดโดยมีInnovation Sandbox การส่งเสริมให้นักวิจัยสามารถนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่า การสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงไม่ควรมองแค่จำนวนแต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพจะต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนให้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิจัยตามความต้องการของตลาด

ส่วนในภาคการศึกษาจะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ได้บัณฑิตพันธุ์ใหม่ที่มีมายด์เซ็ทเหมาะกับการเป็นผู้มีทักษะในการเข้าสู่โลกในศตวรรษที่ 21

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ระเบียงเศรษฐกิจชายแดน’โอกาสของไทย

Posted on August 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673188

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ชนินทร์ มโนภินิเวส นักเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ประจำธนาคารโลก (World Bank) ประจำประเทศไทย กล่าวในเวทีการประชุมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแสวงหาแนวทางการยกระดับความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตชายแดน ซึ่งหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดขึ้น ว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีการค้าขายภายในแต่ละในภูมิภาคมากขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นการลงทุนที่ดีในการเชื่อมโยงการขนส่ง ผ่านแดน ดังตัวอย่างของการเชื่อมด้วยรถไฟความเร็วสูง ที่ สปป.ลาวและจีนทำและจะมาเชื่อมกับไทยถือว่าช่วยเรื่องการขนส่งได้ เนื่องจากปัจจุบันการค้าขายระหว่างอาเซียน และจีนกว่า 95% ของสินค้าจากอาเซียนที่ส่งไปขาย
ที่จีนยังใช้เส้นทางขนส่งทางน้ำ เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงเข้ามาทำให้มีช่องทางในการส่งสินค้าไปทางตอนใต้ของจีนได้รวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม จะต้องดูในเรื่องของต้นทุน และประสิทธิภาพการขนส่งด้วย โดยประสิทธิภาพของการขนส่งสินค้าข้ามแดนบางส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมาย และกฎระเบียบการขนส่งสินค้าข้ามแดน เพราะบางครั้งปัญหา และอุปสรรคเกิดขึ้นในส่วนของกฎระเบียบของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกันด้วย ซึ่งในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ แต่ละประเทศจำเป็นต้องมีการหารือกันถึงความร่วมมือกันให้ชัดเจน

“ปัจจุบันเราเห็นประเทศในระเบียงเศรษฐกิจเดียวกันประกาศว่าจะเป็นศูนย์กลาง (Hub) กันหมด ก็ย่อมทำให้ระเบียงเศรษฐกิจหมดความหมายไป เช่น การเชื่อมโยงจากไทย สปป.ลาวไปยังเวียดนามจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันได้มากขึ้น เมื่อคำนึงถึงเรื่องความเข้าใจอันดี ความสมดุล ความเป็นธรรม และความเป็นมิตรที่ดีต่อกันมากขึ้น” ดร.ชนินทร์ กล่าว

พล.อ.สุรสิทธิ์ ถนัดทาง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า พื้นที่ชายแดนนั้นมีศักยภาพที่สามารถยกระดับให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักได้ เห็นได้จากมูลค่าการค้าชายแดนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนทางภาคใต้ที่สามารถเชื่อมโยงไปไกลตั้งแต่มาเลเซีย สิงคโปร์ จนถึงอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันในชายแดนทางด้านจังหวัดหนองคาย กำลังตื่นตัวอย่างมากกับการที่ประเทศลาวมีรถไฟฟ้าความเร็วสูง

“แม่น้ำโขงเดิมไม่ใช่เส้นกั้นพรมแดน แต่เป็นเส้นทางที่ไทยและประเทศเพื่อนบ้านใช้ร่วมกัน พอเป็นเส้นแบ่งวิธีคิดก็เปลี่ยนไป ต้องเปลี่ยนทัศนคติเดิมให้หมดไป แล้วมาสร้างความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน ทุกประเทศต้องร่วมมือกันทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เป็นเศรษฐกิจสังคมร่วมกัน และต้องเป็นอย่างนี้ในทุกๆ พื้นที่ชายแดนด้วย” พล.อ.สุรสิทธิ์ กล่าว

นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ กล่าวว่า การสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(GMS) ทำให้เกิดเป็นระเบียงเศรษฐกิจของแม่น้ำโขงในเชียงรายซึ่งในระยะต้นจังหวัดอื่นๆ ก็เห็นว่าเป็นเรื่องของเชียงรายเท่านั้น แต่ปัจจุบันจังหวัดภาคเหนือเกิดความเข้าใจและเห็นประโยชน์ร่วมกันแล้ว อาทิ จ.ลำพูนซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม ก็สามารถมองได้ว่า สินค้าจากโรงงานจะเข้าตลาดGMS ได้อย่างไร เกิดการมองแบบภูมิภาคขึ้นมา

“ตั้งแต่อดีต ปัญหาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนก็คือ เรื่องของจุดผ่านแดน เพราะมักจะเน้นการลงทุนโครงสร้างของด่านผ่านแดน ขณะที่กฎระเบียบการผ่านแดนนั้นถือว่ายังมีข้อจำกัดอยู่มาก ตามนโยบายของแต่ละประเทศทำให้เป็นต้นทุนการทำธุรกิจที่สูง” นายพัฒนา กล่าว

ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจชายแดน นอกจากการเชื่อมต่อที่เป็นหัวใจสำคัญแล้ว ยังต้องพิจารณาในเรื่อง กรอบปฏิบัติ กฎระเบียบ ข้อตกลงระหว่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคี ไตรภาคี พหุภาคี หรือในระดับอนุภูมิภาค หรือภูมิภาค ซึ่งแต่ละประเทศจะต้องปรับปรุงให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันให้ได้ ทั้งนี้ ความสำเร็จของระเบียงเศรษฐชายแดนอยู่ที่การสร้างความคล่องตัวของข้อมูล กายภาพ และเงินทุน ซึ่งจะส่งผลให้ประสบความสำเร็จอย่างเต็มศักยภาพ

“ที่ผ่านมาข้อต่อที่อ่อนแอที่สุดคือ จุดผ่านแดน ถือเป็นหัวใจหลักเวลาที่เราพูดถึงการเชื่อมโยง และเป็นความท้าทายอย่างมากเพราะมีการบริหารโดยนโยบายภายในของรัฐ ถ้ามีการพิจารณาให้สอดคล้องระหว่างความต้องการของภูมิภาคและความต้องการภายในจะสร้างประโยชน์มากกว่า” ศ.ดร.รุธิร์ กล่าว

รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรมรองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร บพท. กล่าวว่า จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ที่พบว่า มูลค่าการค้าชายแดนปี 2564 อยู่ที่ 1.71 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 33 จากปี 2563 ทั้งที่อยู่ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ดังนั้น บพท.จึงตั้งเป้าหมายในปี 2566 เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงชายแดนด้วยคนและวัฒนธรรม การเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้วยการลงทุน และการเชื่อมโยงทางนโยบาย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนให้ดียิ่งขึ้น

“เราหวังว่าจะเป็นงานวิจัยที่ทุกฝ่ายนำเอาไปใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยขยายเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ เป็นระเบียงเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย” รศ.ดร.ปุ่น กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลองเช็คตัวเองดู! อาการที่หมอพบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนไข้’โรคซึมเศร้า’

Posted on August 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673209

ลองเช็คตัวเองดู! อาการที่หมอพบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนไข้'โรคซึมเศร้า'

ลองเช็คตัวเองดู! อาการที่หมอพบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนไข้’โรคซึมเศร้า’

วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 23.08 น.

13 ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า โดยระบุว่า โรคซึมเศร้า ทำให้หลาย ๆ คน….

-รู้สึกอยากหายไป ไม่ได้อยากตาย แต่อยากหายไป อาจจะคิดบ่อย ๆ ว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เพราะจริง ๆ แล้วใจไม่มีความสุข (หลายคนมักจะออกตัว ดักคอหมอไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้อยากตาย ไม่มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย นะคะ/ครับ เพราะทราบว่าเป็น 1 ในเกณฑ์การวินิจฉัย แต่จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีอาการนี้ก็ได้ หากอาการและอาการแสดงอื่น ๆ เข้าได้กับโรคซึมเศร้า ก็คือใช่ค่ะ)

– คิดว่าจะวันนี้หรือวันหยุดที่จะถึง จะทำอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเหนื่อย เนือย ไม่มีแรง หรือสมองไม่แล่น หลายคนเปิดคอมจะทำงาน แต่แทบไม่ได้งาน นั่งมองจอค้างเป็นชั่วโมงๆ หรือจากที่คิดว่าจะไปห้าง ไปร้านกาแฟ ก็ไม่อยากไป เปลี่ยนใจซะอย่างนั้น

– ไม่อยากพูด ไม่อยากคุยกับใคร รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ

– ลืมตาตื่นเช้ามายังไม่ทันไร ก็อยากให้ถึงเวลานอนตอนกลางคืนแล้ว

อาการดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การวินิจฉัย แต่พบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนไข้โรคซึมเศร้าที่หมอเจอ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า อาการแบบนี้จะต้องเกิดจากโรคซึมเศร้าเสมอไป การวินิจฉัยที่แน่นอน จำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อซักประวัติเพิ่มเติม และตรวจสภาพจิต (Mental Status Examination)

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,942,662 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ ร่วมถก รมต.ต่างประเทศ เตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
เตรียมถุงผ้าให้พร้อม รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ เริ่มศุกร์นี้ทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลเตือนข่าวปลอม ใส่ร้าย'อนุทิน-ภูมิใจไทย' เสนอตั้งคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
ตาค้างทั้งไอจี! ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา อวดหุ่นเฟิร์มเอวเอส เซ็กซี่เกินต้าน
คุณแหน : 8 พฤษภาคม 2569
ชวนชอป ‘ของดีเมืองละโว้’ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร ในงาน ‘Lopburi Market Fest’
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
สละโสดแล้ว! นุ่น เนตรชนก ถูกเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน กลางร้านอาหาร
แม่ก็คือแม่! นก จริยา ย้อนลุคเซ็กซี่ยุค90 แฟนๆแห่ไลก์สนั่น
นัท มีเรีย อวดลุคสวยสังหารในชุดรัดรูปสีแดงเบอร์กันดี เรียบหรูดูแพงแบบตะโกน

Recent Posts

  • 9 ปมร้อน “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ
  • ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10
  • ญี่ปุ่นผวาหมีทำร้ายคน ดับรายแรกของปี 2026 ตำรวจสอบเพิ่มอีก 2 ศพต้องสงสัย
  • “หมอจำเป็น” บนเรือสำราญเล่าสถานการณ์ หลังไวรัสฮันตาระบาดกลางทะเล

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d