Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

Posted on August 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672973

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.42 น.

ป้าแจ้งความเพื่อนบ้านนำขยะทิ้งหน้าบ้านวันละ 4-5 รอบ อีกฝ่ายอ้างเป็นบ้านร้าง  

12 สิงหาคม 2565 นางมาลัย อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า ตนได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เนื่องจากถูกเพื่อนบ้างฝั่งตรงข้ามนำขยะจำนวนหลายถุงมาทิ้งบริเวณหน้าบ้านวันละประมาณ 4-5 ครั้ง จึงได้รับความเดือดร้อนจากขยะที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น และมีขยะอันตราย

นางมาลัย เล่าว่า มาแจ้งความเนื่องจากบ้านฝั่งตรงข้ามนำขยะมาทิ้งบริเวณพื้นที่บ้านตน ขยะที่นำมาทิ้งจะเป็นขยะติดเชื้อ และส่งกลิ่นเน่าเหม็น ตนได้รับความเดือดร้อนเพราะมีคนป่วยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งตนไม่อยากมีปัญหา แต่เขานำมาทิ้งทุกวัน ทางเจ้าหน้าที่ส่วนกลางได้ย้ายขยะที่เขานำมาทิ้งไปไว้ที่บ้านเขาแล้ว แต่เขาก็นำมาทิ้งเหมือนเดิม ซึ่งวันแรกเขานำถังขยะเข้ามาเทเหมือนเดิม ตนจึงให้ลูกสะใภ้นำขยะที่เขาเอามาทิ้ง ยกไปทิ้งบ้านเขาแทน และเรียกสาธารณสุขมาพูดคุย แต่ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเขายืนยันว่าจะมาทิ้งที่บ้านตนเหมือนเดิม เพราะสะดวกที่จะทิ้งตรงนี้ ซึ่งจุดที่เขานำขยะมาทิ้งตนปลูกต้นไม้ไว้เยอะมาก แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยขยะ

“เขานำมาทิ้งวันละประมาณ4-5 ครั้ง วันแรกที่เขามาทิ้งเขายกถังขยะบ้านเขามาทิ้งเลย หลังจากที่เขามาทิ้งตนได้เข้าไปคุยแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอม จะทิ้งที่บ้านตนเหมือนเดิม ตนได้ต่อว่าไปว่าไม่มีจิตสำนึก ค่าขยะบ้านตัวเองก็ไม่ได้เสีย อยากให้เขานึกถึงส่วนรวม สาเหตุที่เขามาทิ้งเพราะเขาสะดวก ซึ่งตนเคยทะเลาะกับบ้านนี้มาก่อน แต่ทะเลาะมานานหลายปีแล้ว ตนจึงเข้ามาแจ้งความไว้ เพราะอยากให้กฎหมายเป็นตัวช่วย ไม่อยากจะทะเลาะเบาะแว้งหรือเกิดการลงไม้ลงมือกัน” นางมาลัย กล่าว

นางมาลัย กล่าวอีกว่า วันที่ ส.ต.อ.กรกฎ ทะจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง เข้ามาคุยกับตนและคู่กรณี ทางเขาก็ยืนยันที่จะทิ้งเหมือนเดิม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยกขยะที่เขามาทิ้งบริเวณบ้านตน ยกไปไว้ในถังขยะบ้านเขา ตนจึงอยากชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาแก้ปัญหา และยอมยกขยะไปทิ้งให้

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบว่า บ้านทั้ง 2 หลังตั้งอยู่ตรงข้ามกัน จุดที่เกิดเหตุที่ถูกนำขยะมาทิ้งเป็นบริเวณกำแพงข้างบ้านของผู้ร้องเรียน พบว่า ไม่มีกองขยะ พบเพียงคราบขยะเน่า 2 กอง อยู่ที่พื้นบริเวณดังกล่าว

ด้านนางอร (นามสมมติ) เจ้าของบ้านที่นำขยะมาทิ้ง กล่าวชี้แจงว่า บ้านหลังที่ตนนำขยะไปทิ้งเป็นบ้านร้าง มีขยะอยู่แล้ว ตนจึงนำไปกองทิ้งไว้ เพื่อที่จะถือไปทิ้งจุดที่เขาจัดให้ทิ้งขยะไว้ ตนไม่สะดวกที่จะดูวงจรปิด เนื่องจากวันนี้เป็นวันสารทจีน บ้านหลังอื่นก็มาทิ้งตรงนี้ ตนยอมรับว่าในกล้องวงจรปิดเป็นตน ปกติจะใส่ถังหน้าบ้าน แต่วันนั้นถังเต็มเลยวางพักไว้ก่อน ถ้าเราออกไปหน้าหมู่บ้าน เราจะถือไปเท่าที่ถือได้ ส่วนตัวตนคิดว่าวางพักทิ้งไว้ตรงนั้นได้เพราะมันเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่

ขณะที่นิติบุคคลหมู่บ้าน กล่าวว่า ระหว่าง 2 ครอบครัวนี้มีปัญหากันมานานแล้ว บ้านที่เป็นคู่กรณีเอาขยะมาทิ้งใส่ถังบ้านคนที่ไปแจ้งความ แต่เขาก็ยอมความกันได้ หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี มีงานแต่งงาน ซึ่งบ้านที่ร้องเรียนเขาขอใช้พื้นที่ส่วนกลางกางเต็นท์ จัดเลี้ยงพระ ฝั่งคู่กรณีหาว่าฉีดน้ำไล่ มีปัญหากันมา 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเป็นไปตามคลิป อำนาจของนิติบุคคลมีอำนาจสำหรับคนที่เป็นบุคคลภายนอกมีปัญหาเราถึงจะแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่ถ้าขัดแย้งภายใน ตนมีหน้าที่ทำหนังสือตามลำดับขั้นตอน ให้ไปแจ้งกับทางเทศบาล ซึ่งทางเทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจาแต่ไม่เป็นผล ก็ยังทิ้งขยะอยู่ ทางตนไม่ได้คุยกับผู้ที่ทิ้งขยะมานานแล้ว เขาค้างค่าทิ้งขยะส่วนกลางตั้งแต่ปี 2559 เดือนมิถุนายน แต่ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นชื่อของผู้ที่ทิ้งขยะ ตนคิดว่าส่งเรื่องไปอาจจะไปอยู่ที่แม่ เพราะเขาใช้ชื่อแม่ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ได้รับบริการในการเก็บขยะ และใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้

ส่วนทางด้านนางมาลัย กล่าวว่า ทางคู่กรณีที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นคนนำขยะไปทิ้งก่อนไม่เป็นความจริง ให้นำหน่วยงานหรือกรรมการนิติบุคคลมาพบได้ ตนจะพูดความจริงทั้งหมด เนื่องจากบ้านตนมีผู้ป่วยติดเตียงได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะที่เน่าเหม็น ก่อนหน้านี้ตนมีการพูดคุยส่วนตัวกันมาแล้ว แต่คุยไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งมีปากเสียงด่าทอกันในเรื่องการนำขยะมาทิ้ง ซึ่งวันนี้ทางคู่กรณีก็ได้จ่ายค่าส่วนกลางไปแล้วตนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ในส่วนของวันนี้หากกลับเนื้อกลับตัว ไม่นำขยะมาทิ้งอีกตนพร้อมจะให้อภัยและพร้อมจบ แต่ในส่วนเรื่องกฎหมายต้องรอดูอีกครั้งว่าจะดำเนินการฟ้องร้องต่อหรือไม่ เนื่องจากมีการพาดพิงถึงตน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด ‘สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง’ รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672945

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด 'สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง' รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

จุดเช็คอินแห่งใหม่! เตรียมเปิด ‘สกายวอล์คสองแคว-แม่กลอง’ รับ นทท. 18-26 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.59 น.

จ.กาญจน์-และโยธาฯ เตรียมเปิดทดลองให้บริการ นทท. “สกายวอร์คสองแคว-แม่กลอง” เพื่อทดสอบความพร้อมในการให้บริการ ระหว่างวันที่ 18-26 ส.ค.นี้

12 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรีได้ประสานให้สื่อมวลชนที่ต้องการทำข่าวและบันทึกภาพเพื่อโปรโมทสกายวอร์ค สามารถไปติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ได้ที่หน้างานได้เลย

สำหรับพิกัด บริเวณท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี https://goo.gl/maps/6eFRfMwKtgNcqqaP9 โดยจังหวัดกาญจนบุรีและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองกาญจนบุรี จะเปิดทดสอบความพร้อมการให้บริการ สกายวอร์ค ริมแม่น้ำแควใหญ่ ในระหว่างวันที่ 18-26 สิงหาคม 2565 โดยมีรอบการเข้าชมและกำหนดจำนวนผู้เข้าชม ดังนี้ 

วันจันทร์-วันศุกร์ คือ วันที่ 18-19 สิงหาคม 2565 และ วันที่ 22-26 สิงหาคม 2565 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 15.30 น. ไปจนถึงเวลา 17.00 น. เปิดรับลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน 100 คน เปิดรับ walk in จำนวน 50 คน

วันเสาร์-วันอาทิตย์ คือ วันที่ 20-21 สิงหาคม พ.ศ.2565 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 14.00 น. ปิดเวลา 16.00 น.เปิดรับลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน 200 คน เปิดรับ walk in จำนวน 200 คน โดยผู้ที่สนใจเข้าชมจะต้องลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์ ผ่านทาง https://shorturl.asia/s4drw หรือสแกนคิวอาร์โค้ด

ผู้ที่เข้าไปใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการเข้าชมและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามจนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้มีการบาดเจ็บหรือเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้เข้าชม ทางผู้จัดจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี ติดต่อสอบถามได้ที่ เพจเฟชบุ๊ค สนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี โทร.034-564195

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672944

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

สำรวจ‘ความเป็นแม่’เฉดสีใหม่ คุณค่าของ‘ผู้หญิง’ที่ไปเกินกว่ากรอบ‘จารีต’เดิมๆ

ถ้าเล่นเกมถามปุ๊บตอบปั๊บ โดยมีคำถามว่า “บทบาทแม่ที่ดีในครอบครัวเป็นอย่างไร” หลายคนคงตอบว่า การดูแลลูก (รวมถึงสามี) การจัดการงานบ้านต่างๆ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฯลฯ

คำตอบเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะในยุคสมัยนี้บทบาท “ความเป็นแม่” ได้ถูกตีความใหม่อย่างกว้าง และไปไกลเกินกว่าภาพจำเดิมๆ หรือการเหมารวมเฉกเช่นในอดีต

ต้องยอมรับว่าความเป็นแม่ในอุดมคติที่สังคมไทยสร้างขึ้น ได้กดทับผู้หญิงให้ต้องแบกภาระตามที่สังคมคาดหวัง โดยเฉพาะในวันที่ผู้หญิงไม่สามารถปฏิเสธบทบาทหลักทางเศรษฐกิจได้ จำเป็นต้องหารายได้ช่วยประคองครอบครัว ทว่าเธอยังต้องสวมบทบาท “ความเป็นแม่” และ “ความเป็นภรรยาที่ดี” ควบคู่กันไปด้วย เรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว

“สังคมคาดหวังว่าหน้าที่หลักในการดูแลลูกคือผู้หญิง แล้วก็ไปมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะมองว่าผู้หญิงคลอดลูก เธอมีความเป็นแม่ เพราะฉะนั้นงานบ้านหรืองานดูแลลูกก็ควรจะเป็นงานของเธอ” ผศ.ดร.ปณิธี สุขสมบูรณ์ บราวน์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบาย

ความคาดหวังเหล่านี้กลายเป็นทางเลือกให้ผู้หญิงต้องตัดสินใจ มีผู้หญิงจำนวนมากที่ลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกและทำงานบ้านอย่างเดียว ผู้หญิงในกลุ่มนี้เห็นคุณค่าและเชิดชูความเป็นแม่ โดยยอมทำทุกอย่าง ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

กระนั้น แม้ผู้หญิงจะยอมเสียสละทิ้งชีวิตทางสังคมและชีวิตการทำงานในการหารายได้ให้กับครอบครัว เพื่อมารับบทบาทแม่บ้านอย่างเต็มตัว แต่สังคมไทยกลับยังมองว่าการดูแลลูกและทำงานบ้านเป็นงานที่ไม่ค่อยมีคุณค่า เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งสะท้อนทัศนคติที่ไม่ตระหนักถึงการใช้แรงงานของผู้หญิงที่ต้องใช้เวลาไปกับการทำงานบ้านและเลี้ยงดูลูกโดยไม่มีรายได้ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมในมิติของความเป็นแม่ ผู้หญิงที่มีฐานะยากจน ต้องหาเช้ากินค่ำ คงไม่สามารถที่จะมารับบทบาทเป็นแม่บ้านได้อย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของคุณค่าดังกล่าว อาจมีส่วนที่ตกทอดมาจากวัฒนธรรม “ปิตาธิปไตย” (Patriarchy)  ดังในงานวิจัยจากวารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม เรื่องการสร้างตัวตนความเป็นแม่ในสังคมชายเป็นใหญ่ ที่ระบุว่า อำนาจ ความรู้ และอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ ได้ประกอบสร้างความเป็นแม่ในพื้นที่ครัวเรือน ซึ่งทำให้ผู้หญิงมีความสำนึกรู้ ตลอดจนความเข้าใจโดยปราศจากข้อสงสัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงทำให้ผู้หญิงจะต้องเป็นแม่ไปตลอดชีวิต

“ถ้าไปดูในอดีตผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีรายได้ หรือไม่มีความรู้จะต้องอดทนอยู่กับสามี อดทนกับความเป็นแม่และความเป็นภรรยา เพราะถ้าเขาหย่าร้างไปแล้ว ทางเลือกของเขามีน้อย แต่เมื่อผู้หญิงมีการศึกษาและมีรายได้ของตัวเองทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าชีวิตคู่อยู่แล้วไม่มีความสุข ผู้หญิงก็เลือกที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เหมือนที่เราเห็นได้ตามสื่อ หรือแม้กระทั่งดาราเองก็ตาม” ผศ.ดร.ปณิธี ระบุ

สภาพการณ์เหล่านี้นำมาสู่การเกิดขึ้นของ “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่เพิ่มมากขึ้น ตามรายงานสถานการณ์ประชากรไทย ปี 2558 โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจากจำนวน 9.7 แสนครัวเรือนในปี 2530 เพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านครัวเรือนในปี 2556 หรือคิดเป็น 41% ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร (Parental leave) หรือก็คือการให้พ่อลางานเพื่อมาเลี้ยงลูก เริ่มแพร่หลายมากขึ้นแล้วในประเทศไทย เช่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 ส.ค. 2565) เพจเฟซบุ๊ก Embassy of Sweden in Bangkok (สถานฑูตสวีเดน) ที่เผยถึงการให้พนักงานขับรถสามารถใช้สิทธิลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรสำหรับผู้เป็นพ่อได้เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งช่วยให้สังคมไม่คาดหวังให้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว

ผศ.ดร.ปณิธี บอกว่า ด้วยปัจจัยหลายอย่างนี้จึงควรนำมาสู่การตั้งคำถามเรื่อง ‘รูปแบบความเป็นแม่’ ในอนาคตว่าจะมีความหลากหลายมากขึ้น หรือจะมีตัวเลือกให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไร เช่นในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการรับบริจาคสเปิร์ม (Sperm Donation) เพื่อรองรับกรณีผู้หญิงอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี หรือเอื้อให้กับครอบครัวผู้มีเพศวิถีที่หลากหลายที่อยากจะมีลูก

“วันข้างหน้าเป็นไปได้ไหมที่ครอบครัวหญิงรักหญิง ชายรักชายจะสามารถแสดงถึงความเป็นแม่ ที่อาจจะไปรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงหรือใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการมีบุตร แต่เขาสามารถทำหน้าที่ให้การดูแลลูกได้ดี เราไปยึดติดว่าคนจะเป็นแม่ได้จะต้องเป็นผู้ให้กำเนิด (Biological Mother) แต่ในแง่ของความเป็นแม่ (Mothering) และการให้การดูแล (Caring) ในชีวิตประจำวันมันจำเป็นไหมที่จะถูกผูกขาดด้วยผู้ที่เป็นแม่ เราควรมองไปอีกในระยะยาวถึงความหลากหลายของครอบครัวที่จะมีมากขึ้น” ผศ.ดร.ปณิธี ระบุ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวเสริมว่า การเคารพความแตกต่างและความเข้าใจในความหลากหลาย คือรากฐานสำคัญที่ มธ. ให้ความสำคัญและปลูกฝังให้กับนักศึกษามาโดยตลอด ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยขยายมุมมองในทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องครอบครัวที่ไม่ได้นิยามความสมบูรณ์เฉพาะแค่การมีพ่อ แม่ ลูก แต่การเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว-แม่เลี้ยงเดี่ยว หรืออื่นๆ อีกหลายบทบาท ก็สามารถเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้เช่นกัน

“การที่เรามีรูปแบบครอบครัวที่ไม่เหมือนกับความคาดหวังของสังคมไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ” รศ.เกศินี ระบุ

รศ.เกศินี ระบุอีกว่า มธ. ยังมีการส่งเสริมให้นักศึกษามองเห็นถึง “คุณค่าความเป็นแม่” ของผู้หญิงที่ต้องแบกรับภาระทำงานบ้านและดูแลลูก การส่งเสริมและสร้างให้นักศึกษามีทัศนคติเรื่องความเท่าเทียมทางเพศยังตรงกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในข้อที่ 5 เรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศและให้อำนาจของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ในหลวง’ทรงรับ’ครูบาบุญชุ่ม’ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672942

'ในหลวง'ทรงรับ'ครูบาบุญชุ่ม'ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

‘ในหลวง’ทรงรับ’ครูบาบุญชุ่ม’ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาคุณ ได้ทรงรับ”ครูบาบุญชุ่ม” เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

12 ส.ค. เฟซบุ๊ก “พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว” โพสต์ภาพพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรญฺญวาสีภิกขุ พระเกจิดังแห่งล้านนา ขณะเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังออกจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ด ที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมีอาการอาพธ โดยระบุว่า

“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างยิ่งยวด ในพระพุทธศาสนา ทรงสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” และ ทรงห่วงใยพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในการนี้ ทรงมีพระเมตตาคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญาสีภิกขุ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งกำลังอาพาธอยู่นั้น ไว้เป็นภิกษุอาพาธในพระบรมราชานุเคราะห์

ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิดอยเวียงแก้ว ในนามของ ศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงโปรดประทานพรให้ ครูบาบุญชุ่ม มีสุขภาพร่างกาย จิตใจ สมบูรณ์ แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของเหล่าพุทธศาสนิกชน และเป็นกำลังหลักของพระพุทธศาสนาตลอดไป จึงประกาศมาเพื่อทราบ”

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672913

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

นายกฯปลื้มไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.15 น.

นายกฯ”ปลื้ม ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน จากรายงานของ Global Times พร้อมเผยภาพรวมผู้โดยสารเดินทางเข้าไทยเดือนกรกฎาคม 2565 สูงถึง 118% ผลจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการสอดคล้องต่อเนื่อง

12 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน โดยจากรายงานของ Global Times ระบุว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมามากที่สุด ภายหลังรัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายให้ประชาชนในประเทศเดินทางออกนอกประเทศได้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมากในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเที่ยวบินขาออกจากจีนไปยังประเทศอื่น ๆ ในเดือนสิงหาคม มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยประเทศปลายทางที่ชาวจีนเดินทางมามากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย และฝรั่งเศส ตามลำดับ และมีการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังจำนวนเที่ยวบินขาออกจากจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอีก จากความต้องการเที่ยวบินไปยังต่างประเทศของชาวจีน ทั้งนี้ ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากจีนมาไทยมากถึง 10.99 ล้านคน หรือกว่า 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมากแก่ไทย

นายธนกร กล่าวถึงข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ จากกระทรวงการคมนาคม โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา มีปริมาณผู้โดยสารขาเข้าประเทศในทุกการขนส่งรวม 1,055,608 คน เพิ่มขึ้น 118.68% จากค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม-มิถุนายน 2565 ซึ่งมีปริมาณผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยเดือนละ 482,719 คน โดยสัดส่วนการเดินทางตามรูปแบบการเดินทางในเดือนกรกฎาคม 2565 พบว่า ทางอากาศ มีสัดส่วนการเดินทางสูงสุด คิดเป็น 99.13% รองลงมา คือ ทางถนน 0.77% ทางราง 0.05% และทางน้ำ 0.05% ทั้งนี้ เป็นผลดีที่สืบเนื่องมาจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมการติดเชื้อ และมาตรการดูแลทางด้านสาธารณสุข ทำให้ไทยเป็นที่นิยม มีจำนวนการเดินทางของนักเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันให้มีการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ตอบรับการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของรัฐบาล จนเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดูแล อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง ตลอดจนมาตรการที่สำคัญด้านการสาธารณสุข ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกครั้ง” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672892

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

ชมโอ่งมังกรโบราณศิลปะตำนานจีนจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีประวัติการปั้นยาวนานนับร้อยปี

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 22.54 น.

ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี นำคณะครูเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกรรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ เมืองราชบุรี ศึกษาประวัติและการปั้นโอ่งที่มีประวัติการปั้นที่ยาวนานนับร้อยปี เพื่อประยุกต์การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ โดยนำโอ่งมังกรศิลปะตำนานจีนมาเป็นสื่อร่วมสมัย 

วันนี้ (11 ส.ค.65) นางสาวมาณวิกา ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี พร้อมด้วยคณะครูได้เดินทางไปพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกร รัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมการรวบรวมโอ่งมังกรโบราณจากอดีตจนถึงปัจจุบันและผลิตปั้นโอ่งมังกรที่มีประวัติการปั้นที่ยาวนานนับร้อยปี จากศิลปะตำนานของจีน ในการศึกษาประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อเก็บข้อมูลนำไปประยุกต์การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ร่วมสมัย การแสดงส่งเข้าแข่งขันกับโรงเรียนเทศบาลในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ในวันที่ 21 สิงหาคมที่ จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายสุขชาติ โฆษะบดี เจ้าของกิจการโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 พาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกร ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะมีลวดลายการปั้นและเนื้อดิน รูปทรงที่มีความแตกต่างกันของแต่ละยุคสมัย  

นายสุขชาติ โฆษะบดี เจ้าของกิจการโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 เปิดเผยถึงประวัติความเป็นมาของโอ่งมังกรตั้งแต่สมัยยุคแรกๆ เรื่อยมาถึงปัจจุบัน โดยตนได้คลุกคลีอยู่กับงานเซรามิกค์ และเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่เด็กจากที่ได้ช่วยบิดา มารดา ทำโรงงานดินเผาโรงโอ่งราชบุรี หลังจากบิดาเสียชีวิตได้ขออนุญาตมารดาเปิดกิจการเป็นของตนเอง ใช้ชื่อว่าโรงงานรัตนโกสินทร์ เซรามิกค์ 4 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน 

สมัยก่อนไทยยังผลิตโอ่งไม่ได้ คนจีนจึงนำมาขายในตลาด โดยการนำเข้ามาทางเรือ ใส่ของดองเข้ามา เช่น ผักกาด และผักต่าง ๆ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว หลังสงครามโลก พ.ศ.2475 จีนปิดประเทศโอ่งนำเข้าไม่มีคนจีนที่ผลิตโอ่งในไทย จึงหาแหล่งดินมาผลิตโอ่งจนมาเจอดินที่ของแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลหลุมดินคนแรก ชื่อว่า นายจื้อเหม็ง แซ่อึ๊ง โดยสัญลักษณ์ของโอ่งมังกรของ จ.ราชบุรี คือ โอ่งคู่กับมังกรจะมี 5 เล็บ ลิ้นยาว มีความหมายตรงกับฮวงจุ้ยเกี่ยวกับเรื่องการดึงดูดทรัพย์ ดูดบารมี อำนาจ เรื่องเงินทองเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ ปัจจุบันได้รวบรวมโอ่งมังกรทั้งสมัยเก่าโบราณ และยุคปัจจุบันเก้บรักษาไว้ในพิพอธภัณฑ์ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้  

นางสาวมาณวิกา ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) กล่าวว่า ทางโรงเรียนจะร่วมประกวดความเป็นเลิศทางวิชาการในชื่อกิจกรรมว่า นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนเขตเทศบาล ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 แห่ง โดยครูมีแนวคิดหาเรื่องราวที่จะนำไปแข่งขัน และมานึกถึงเมืองราชบุรี โอ่งมังกรน่าจะนำเรื่องนี้เข้าแข่งขัน เป็นการแข่งขันทางวิชาการระดับภาคกลางจากโรงเรียนเทศบาลที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ที่ จ.สุพรรณบุรี ใช้เวลาแสดงประมาณ 12 นาที  

เมื่อสรุปได้เรื่องโอ่งเมืองราชบุรีแล้ว จึงจะต้องไปสืบค้นประวัติการเกิดโอ่งที่ราชบุรี ซึ่งจะประกวดแบบนาฏศิลป์ไม่ใช่เชิงประวัติศาสตร์และจากการได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โอ่งมังกรที่โรงงานรัตนโกสินทร์ 4 รู้สึกประทับใจที่ได้รู้เรื่องราวประวัติเกี่ยวกับโอ่งมังกรแต่ละยุคสมัยมากมาย นอกจากนี้ยังไปเยี่ยมชมโรงโอ่ง เถ้า ฮง ไถ่ ซึ่งเจ้าของโรงโอ่งได้พาเยี่ยมชม พร้อมให้ช่างสาธิตการปั้นและการเขียนลายให้ชมด้วย

สำหรับการซ้อมการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุดเล่าขานตำนานโอ่งมังกร ณ ราชบุรี มี 3 ฉาก โดยฉากที่ 1 แสดงถึงการอพยพของชาวจีนตามเส้นทางลำน้ำแม่กลองมา  หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เดินทางโดยเรือสำเภามาขึ้นที่ จ.ราชบุรี และสามารถค้าขายได้ตามต้องการ ฉากที่ 2 เป็นการก่อตั้งและขั้นตอนการทำโอ่งมังกร แสดงถึงการตั้งโรงปั้นโอ่งและขั้นตอนวิธีการทำโอ่งมังกร โดยเริ่มตั้งแต่การขุดดิน นวดดิน ขึ้นรูป ลงลายโอ่งและการเผาโอ่งมังกร ฉากที่ 3 การนำโอ่งมังกรไปใช้แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทย แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทย ที่นิยมนำโอ่งมังกรไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งทางโรงเรียนจะนำโอ่งมังกรไปประกอบกับท่าการแสดงนาฏศิลป์การแข่งขันใช้นักเรียน จำนวน 16 คน ซึ่งทางเจ้าของโรงโอ่งยังใจดีได้ให้ทางโรงเรียนยืมโอ่งไปร่วมกิจกรรมแข่งขันครั้งนี้ด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!! คล้ายใบหน้าติดต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี ขอโชค 2-3 ตัวโผล่ชัดเจน

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672872

ฮือฮา!! คล้ายใบหน้าติดต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี ขอโชค 2-3 ตัวโผล่ชัดเจน

ฮือฮา!! คล้ายใบหน้าติดต้นขี้เหล็กโบราณอายุกว่า 700 ปี ขอโชค 2-3 ตัวโผล่ชัดเจน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.13 น.

ฮือฮา!! ใบหน้าติดต้นขี้เหล็กอายุกว่า 700 ปีโบราณ ขอโชค 2-3 ตัวโผล่ชัดเจน

วันที่ 11 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดความฮือฮาใบหน้าครึ่งเสี้ยวคล้ายกับใบหน้าพระพุทธเจ้าหรือใบหน้ารูปคนครึ่งเสี้ยว ติดอยู่บนต้นผักขี้เหล็กอายุกว่า 700 ปีภายในบริเวณวัดร้าง หรือวัดทองแสนขันธ์ ท้ายหมู่บ้านสันป่างิ้ว หมู่ 12 ต.ต๋อมอ.เมือง จ.พะเยา  ซึ่งใบหน้าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนต้นไม้ จนเกิดความฮือฮาแก่ผู้พบเห็นและเชื่อว่าต้นผักขี้เหล็กต้นนี้เป็นต้นไม้โบราณมีอายุกว่า 700 ปีเชื่อว่ามีรุกขเทวาปกปักรักษา หรือปู่เสี้ยวบ้าน คุ้มครอง จนชาวบ้านได้สร้างศาลเจ้าพ่อเสี้ยวบ้านไว้ใต้ต้นผักขี้เหล็กโบราณตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันว่าปกปักรักษาคุ้มครองชาวบ้านในหมู่บ้านให้อยู่ดีมีสุข ทั้งยังให้โชคลาภอีกด้วย จนมีบรรดาคอหวยพากัน นำดอกไม้ธูปเทียนเข้ามาเซ่นไหว้ขอโชคลาภกับเจ้าพ่อเสี้ยวบ้านก่อนวันหวยออกทุกงวด แล้วงวดนี้ได้มีคอหวยเข้ามาทำการจุดธูปขอพร้อมกับใช้แป้งรูปต้นขี้เหล็กพบว่ามีตัวเลขทั้ง 2 ตัว 53 -93 และ 3 ตัว 534-536,539  บางคนจดจำ บางคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเก็บไว้เพื่อนำไปเสี่ยงโชคต่อไป

นางวันแดง ดวงตา อายุ 40  ปีบ้านเลขที่ 111 ม.12 บ้านสันป่างิ้ว ต.ต๋อม อ.เมืองจ.พะเยา กล่าวว่า ใบหน้าที่คล้ายใบหน้าพระพุทธเจ้าถือใบหน้ารูปคนบนต้นขี้เหล็กอายุกว่า 700 ปี ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมานานแล้ว ซึ่งชาวบ้านตั้งแต่สมัยโบราณกาลเรียกว่า พ่อเสี้ยวบ้านคือใบหน้าที่ติดบนต้นขี้เหล็กติดอยู่ข้างบนเห็นอย่างชัดเจน จนชาวบ้านเชิ่อว่าเป็นใบหน้าพ่อเสี้ยวบ้าน และก็ได้ถ่ายภาพใบหน้าใส่กรอบรูปนำมาติดห้อยไว้ในศาลพ่อเสี้ยวบ้านใต้ต้นขี้เหล็ก  พ่อเสี้ยวบ้านเป็นเทพปกปักรักษาคุ้มครองอยู่อาศัยกับต้นขี้เหล็กและคุ้มครองปกปักรักษาชาวบ้านบ้านสันป่างิ้วมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน และยังให้โชคลาภกับผู้มาขอ ก็จะได้ตามที่ขอ

สำหรับต้นขี้เหล็กต้นนี้มีอายุกว่า 700 ปีแล้วซึ่งอยู่อาศัยในเขตวัดร้างหรือวัดทองแสนขันธ์เดิม ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ท้ายหมู่บ้านสันป่างิ้วมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันชาวบ้านก็ด้วยได้ช่วยกันดูแลรักษาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านดังกล่าว

-001
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มูลนิธิดอยเวียงแก้ว’ออกประกาศ’ครูบาบุญชุ่ม’ เคยป่วยมาลาเรียขึ้นสมอง

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672845

'มูลนิธิดอยเวียงแก้ว'ออกประกาศ'ครูบาบุญชุ่ม' เคยป่วยมาลาเรียขึ้นสมอง

‘มูลนิธิดอยเวียงแก้ว’ออกประกาศ’ครูบาบุญชุ่ม’ เคยป่วยมาลาเรียขึ้นสมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.55 น.

มูลนิธิดอยเวียงแก้ว ออกประกาศ “ครูบาบุญชุ่ม” อาพาธเคยป่วยมาลาเรียขึ้นสมอง

11 ส.ค.65 มูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ เผยประกาศ โดยระบุว่า 

ประกาศมูลนิธิดอยเวียงแก้ว ตามที่ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้เข้าปฏิบัติธรรม ณ ถ้ำเมืองแก๊ด จังหวัดเมืองสาด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2562 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 นั้น 

หลังออกจากถ้ำก่อนที่จะได้รับการตรวจธาตุขันธ์ทุกระบบจากคณะแพทย์นั้น ท่านได้เริ่มปฏิบัติศาสนกิจโดยทันทีและต่อเนื่องทุกวัน ทั้งในเมืองแก๊ด และการเดินทางไปแสดงครับตั้มต่างๆอย่างน้อย 11 เมือง ไม่นับรวมชุมชนน้อยใหญ่ที่อยู่ระหว่างทางผ่าน รวมทั้งพิธียกฉัตรเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ที่ตั้งเมืองเดิม ซึ่งเป็นสถานที่สวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จนกระทั่งเดินทางมาถึงวัดพระธาตุดอนเรือง อำเภอเมืองพง จังหวัดท่าขี้เหล็กเวลาดึกของวันที่ 8 สิงหาคม 2565 รุ่งขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ครูบุญชุ่ม ปรากฏอาการอาพาธขึ้น ศิษย์ยานุศิษย์จึงขอนิมนต์ท่านเข้ารับการตรวจและรักษาธาตุขันธ์ โดยเดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านด่านพรมแดนแม่สายและโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำ ไปถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ซึ่งในอดีตท่านเคยอาพาธด้วยโรคมาเลเรียขึ้นสมองมาก่อน

รายละเอียดเพิ่มเติมมูลนิธิดอยเวียงแก้วจะประกาศให้ทราบต่อไป #ประกาศเพื่อทราบ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราคาพุ่งโหด!! ‘ดอกมะลิ’ ปรับขึ้นเป็นกิโลละ 1200 บาท รับ ‘วันแม่แห่งชาติ’

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672732

ราคาพุ่งโหด!! 'ดอกมะลิ' ปรับขึ้นเป็นกิโลละ 1200 บาท รับ 'วันแม่แห่งชาติ'

ราคาพุ่งโหด!! ‘ดอกมะลิ’ ปรับขึ้นเป็นกิโลละ 1200 บาท รับ ‘วันแม่แห่งชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

ดอกมะลิแพงรับวันแม่ ขอนแก่นทำสถิติพุ่ง กก.ละ 1,200 พวงมาลัยไหว้พระขยับตาม เผยฝนตกหนักได้ผลผลิตน้อย 

11 ส.ค.65 บรรยากาศการค้าขาย ดอกมะลิ ที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังเกษตรกรปลูกดอกมะลิ และดอกไม้ประเภทต่างๆ ในพื้นที่ต่างพากันเร่งเก็บเกี่ยวดอกมะลิ  เพื่อนำไปใช้ในการทำพวงมาลัย เนื่องใน วันแม่แห่งชาติ ปีนี้ที่กำลังจะมาถึงนี้ 

โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่ 13  หมู่ 18 บ้านศิลา ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พบว่า เกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวดอกมะลิ ตามยอดการสั่งซื้อของร้านดอกไม้  แต่เนื่องด้วยสภาพฝน ฟ้า อากาศปีนี้ พบ ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วงวันแม่ปีนี้ ผลผลิตดอกมะลิและดอกไม้ประเภทต่างๆ ออกมาน้อยมาก 

นางสมบูรณ์ อำไพวงษ์ อายุ 60 ปี เกษตรกรผู้ปลูกดอกมะลิ หมู่ 18 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า  ได้ปลูกดอกมะลิบนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งครอบครัวได้นำดอกมะลิที่เก็บไปขายเองที่ตลาดในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่ราคาดอกมะลิปีนี้สูง อยู่ที่กิโลกรัมละ 1,200 บาท สาเหตุที่ดอกมะลิขึ้นราคาเพราะใกล้ถึงวันแม่ ปริมาณความต้องการเยอะขึ้น เดิมดอกมะลิกิโลกรัมละ 300 บาท แต่ช่วงนี้คนสั่งเยอะ แต่เกษตรกรก็มีอุปสรรคจากฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ดอกมะลิโตไม่ทันใช้ 

“ยอมรับว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจแบบนี้ทำให้คนสั่งซื้อพวงมาลัยดอกมะลิแบบเป็นพวงน้อยลง ขณะที่การจำหน่ายพวงมาลัยดอกมะลินั้น ปีนี้ราคาไม่สูงมาก เริ่มต้นที่ 50 บาท ไปจนถึงราคา 200 บาท หรือจัดทำตามขนาดตามที่ลูกค้าสั่ง” นางสมบูรณ์ กล่าว. -008    

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ครูบาบุญชุ่ม’ ข้ามพรมแดนรักษาอาการอาพาธในประเทศไทยแล้ว

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672716

'ครูบาบุญชุ่ม' ข้ามพรมแดนรักษาอาการอาพาธในประเทศไทยแล้ว

‘ครูบาบุญชุ่ม’ ข้ามพรมแดนรักษาอาการอาพาธในประเทศไทยแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.57 น.

ทีบีซีไทย ยืนยันครูบาบุญชุ่มข้ามพรมแดนมารักษาอาการอาพาธในประเทศไทยแล้ว

11 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับทราบข้อมูลจากทางเมียนมาแจ้งมาว่า ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ได้ข้ามแดนมายังประเทศไทยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ส.ค.2565 ที่ผ่านมา ด้วยอาการอาพาธ เพื่อไปรักษาตัว โดยแหล่งข่าวแจ้งว่าได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในจังหวัดเชียงราย ก่อนจะส่งไปรักษาต่อยังกรุงเทพฯ แล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ  

โดยล่าสุด ทาง พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรินิลทิน ผู้บังคับกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย – เมียนมา หรือ ทีบีซี ได้ให้ข้อมูลว่า คณะลูกศิษย์ของครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ได้ประสานผ่านทางทีบีซีเมียนมา เพื่อนำครูบาบุญชุ่ม ไปทำการรักษาในจังหวัดเชียงราย อย่างเร่งด่วน 

โดยกรณีการข้ามแดน ของครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร เป็นไปตามเกณฑ์ของ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย – เมียนมา หรือ ทีบีซี  เนื่องจากเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน และครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร มีสัญชาติไทยด้วย จึงสามารถร้องขอเพื่อข้ามพรมแดนมาได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ข้ามพรมแดนมาแล้ว  คณะลูกศิษย์ของครูบาบุญชุ่ม ได้นำเข้ารักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และมีกระแสข่าวว่าได้มีการส่งต่อเพื่อไปรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ แล้ว 

ขณะที่ทางเพจ “รักเชียงตุง” ซึ่งเป็นเพจชื่อดังในรัฐฉานมีผู้ติดตามมากกว่า 170,000 คน ได้เผยแพร่รายละเอียดและภาพตั้งแต่ครูบาบุญชุ่มปฏิบัติธรรมอยู่ที่ถ้ำเมืองแก๊ดจนครบ 3 ปี 3 เดือน 3 วัน เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนในรัฐฉานที่ไปสักการะท่เมืองแก๊ดเป็นจำนวนมาก จากนั้นครูบาบุญชุ่มได้ปฏิบัติศาสนกิจโดยเดินทางกลับวัดพระธาตุดอนเมืองที่เมืองพง โดยตลอดระยะทางกลับมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ของเมียนมารวมทั้งประชาชนในรัฐฉาน กราบไหว้บูชาไปตลอดทาง

โดยกำหนดการเดินทางกลับเมืองพง ของครูบาบุญชุ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป  หลังจากเดินทางจากเมืองแก๊ด ไปเทศนาธรรมและพบปะกับพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่เมืองนายแล้ว คณะได้เดินทางต่อไปยังเมืองเชียงตุง ในรัฐฉานและในวันที่ 8 ส.ค.ก็มีคณะสงฆ์และชาวรัฐฉาน รอสักการะเป็นจำนวนมากทั้ง 2 ข้างทางและที่วัดหลวงเชียงยืนซึ่งเป็นวัดใหญ่ของเมือง แต่ปรากฎว่าคณะของครูบาบุญชุ่ม ได้แวะที่วัดหลวงเชียงยืนแต่ได้เดินทางต่อไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก  ไม่ได้ไปยังวัดสายเมือง ซึ่งเป็นวัดใหญ่ในท่าขี้เหล็กตามกำหนดการ

โดยเพจ “รักเชียงตุง” ระบุว่าเนื่องจากครูบาบุญชุ่ม มีอาการอาพาธจึงได้เดินทางไปยังเมืองพงแล้ว  และมีรายงานว่าคณะลูกศิษย์ได้นิมนต์ให้ไปรับการรักษาอาการอาพาธที่ประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.2565 แล้ว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,946,996 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d